<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107055</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2021 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2021 11:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปง.ตามอายัดทรัพย์ &#039;อดีตผู้ว่าการ ททท.&#039; 15.7 ล้าน คดีรับสินบน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย. 64 - สำนักข่าวอิศรา รายงานว่า เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2564 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรมที่ ย.97 /2564 เรื่อง อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทําความผิดไว้ชั่วคราว รายนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จำนวน 1 รายการ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในบัญชี UOB Buttion &amp;amp; Futures Ltd. เลขที่ 1019005858 ชื่อบัญชี UOB Bution &amp;amp; Futures Limited (เดิมเลขที่บัญชี R906 ชื่อบัญชี นางสาวจิตติโสภา ศิริวรรณ และ เลขที่บัญชี 1019007419 ชื่อบัญชี State of Singapore และต่อมาชื่อบัญชี UOB Bullion &amp;amp; Futures Ltd.) ราคาประเมินทั้งสิ้นประมาณ 15,735,950 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากเป็นเงินที่เกี่ยวข้องกับสินบนจากการที่ ททท. ว่าจ้างนักธุรกิจชาวสหรัฐอเมริกาได้สิทธิในการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ปี 2002-2007 (หรือปี พ.ศ. 2545-2550) มูลค่ากว่า 60 ล้านบาทซึ่งเป็นข่าวอื้อฉาวเมื่อหลายปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปปง.เห็นว่า อันเข้าลักษณะเป็นความผิดมูลฐาน ตามมาตรา 3 (5) ประกอบมาตรา 3 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และกรณีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า นางจุฑามาศ ศิริวรรณ กับพวก ได้ไปซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทําความผิดดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2563 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อท 46/2559 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ น.ส.จิตติโสภา ศิริวรรณ บุตรสาว จำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใดสำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อการกระทำอย่างใดในหน้าที่ ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ เป็นพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหาย หรือปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ กระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายไม่ให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมเพื่อเอื้อ แก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิตามสัญญาแก่หน่วยของรัฐ และเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การของหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 6 , 11 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนรอราคาหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 จากกรณีรับเงินตอบแทน สามี-ภรรยาชาวสหรัฐอเมริกา นักธุรกิจภาพยนตร์ เพื่อให้ได้สิทธิในการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ปี 2002-2007 (หรือปี พ.ศ. 2545-2550) มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลฎีกา มีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ คือคงโทษจำคุก นางจุฑามาศ 50 ปี และ น.ส.จิตติโสภา จำคุก 40 ปี&lt;/p&gt;


	ฎีกายืนคุก50ปี &amp;lsquo;จุฑามาศ&amp;rsquo;ทุจริต ลูกสาวโดน40ปี


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107055</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฑามาศ ศิริวรรณ, สำนักข่าวอิศรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201118/image_big_5fb4d8af97d75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84051</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ฎีกายืนคุก50ปี ‘จุฑามาศ’ทุจริต ลูกสาวโดน40ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปิดฉากคดีรับสินบนจัดเทศกาลหนังนานาชาติ &amp;quot;ศาลฎีกา&amp;quot; พิพากษายืนจำคุก &amp;quot;จุฑามาศ&amp;quot; อดีตผู้ว่าฯ ททท. 66 ปี แต่รวมโทษตาม กม.ให้จำคุกสูงสุดเป็นเวลา 50 ปี &amp;quot;ลูกสาว&amp;quot; สนับสนุนการกระทำผิดโดนไป 40 ปี เหตุหลักฐานมัดแน่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง วันที่ 16 พ.ย. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อท.46/2559 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อายุ 73 ปี อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ น.ส.จิตติโสภา ศิริวรรณ อายุ&amp;nbsp; 46 ปี บุตรสาว เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานเป็นพนักงาน เรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใดสำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อการกระทำอย่างใดในหน้าที่ ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่, เป็นพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหาย หรือปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ กระทำการใดๆ โดยมุ่งหมายไม่ให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมเพื่อเอื้อแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิตามสัญญาแก่หน่วยของรัฐ และเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การของหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6, 11 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาหน่วยงานของรัฐ&amp;nbsp; (ฮั้วประมูล) พ.ศ.2542 มาตรา 12 จากกรณีรับเงินตอบแทนสามีภรรยาชาวสหรัฐอเมริกา นักธุรกิจภาพยนตร์ เพื่อให้ได้สิทธิ์ในการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ปี 2002-2007 (หรือปี&amp;nbsp; พ.ศ.2545-2550) มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2558 ซึ่งจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาวันที่ 29 มี.ค.60 เห็นว่า พฤติการณ์ของนางจุฑามาศเป็นการปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อันเป็นความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ.2542 มาตรา 12 และผิดฐานเรียกรับทรัพย์สินฯ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6, 12 ให้จำคุกนางจุฑามาศ จำเลยที่ 1 รวม 11&amp;nbsp; กระทง กระทงละ 6 ปี เป็นจำคุกทั้งสิ้น 66 ปี แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงตามกฎหมายแล้ว ให้จำคุกสูงสุดเป็นเวลา 50 ปี และจำคุก น.ส.จิตติโสภา จำเลยที่ 2 รวม 11 กระทงเช่นกัน กระทงละ 4 ปี โดยจำคุกทั้งสิ้น 44 ปี ให้ริบเงินกระทำผิด 1,822,494 เหรียญสหรัฐฯ และดอกผลที่เกิดขึ้นให้ตกเป็นของแผ่นดินด้วย โดยเงินนั้นเป็นทรัพย์ที่ฝากอยู่ในธนาคารต่างประเทศ ศาลจึงได้กำหนดมูลค่าทรัพย์ที่สั่งริบนั้น เป็นมูลค่าทั้งสิ้น 62,724,776 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2562 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุก น.ส.จิตติโสภา รวม 10 กระทง กระทงละ 4 ปี รวมจำคุกทั้งสิ้น 40 ปี ส่วนนางจุฑามาศคงจำคุกตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น 11 กระทง กระทงละ 6 ปี จำคุกทั้งสิ้น 66 ปี แต่เมื่อรวมโทษตามกฎหมายแล้ว ให้จำคุกสูงสุดเป็นเวลา 50 ปี และให้ยกคำสั่งริบทรัพย์ของศาลชั้นต้นที่ให้ริบเงินที่เป็นการกระทำผิด ซึ่งเป็นเงินในบัญชีต่างประเทศกว่า 1.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ด้วย เนื่องจากเป็นการวินิจฉัยเกินคำขอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลได้เบิกตัวนางจุฑามาศและ น.ส.จิตติโสภา ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในทัณฑสถานหญิงกลางโดยไม่ได้รับการประกันตัวมาศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นศาลฎีกาตรวจสำนวนปรึกษาหารือกันแล้ว จากการไต่สวนพยานรับฟังได้ว่า นางจุฑามาศเริ่มดำเนินการจัดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ และโครงการอื่นๆ อย่างเป็นลำดับขั้นตอน ให้เจ้าหน้าที่ของ ททท.ประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญของบริษัทในกลุ่มธุรกิจกรีน เตรียมจัดตั้งบริษัทใหม่&amp;nbsp; แก้ไขเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ของบริษัทให้มีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้รับจ้างตรงตามที่คณะกรรมการจัดจ้างของ ททท.ต้องการ จนนำไปสู่การเข้าทำสัญญาของบริษัทในกลุ่มธุรกิจกรีนกับ ททท.โดยการอนุมัติของนางจุฑามาศด้วยวิธีตกลงราคาและวิธีพิเศษ มุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม และยังเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ที่นางจุฑามาศฎีกาว่าอนุมัติทุกโครงการด้วยความสุจริตรับฟังไม่ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คำพิพากษาศาลฎีกายังระบุถึงรายละเอียดเส้นทางการเงินเชื่อมโยงระหว่างนางจุฑามาศกับบริษัทในกลุ่มธุรกิจกรีน รวมถึงอีเมลและโทรสารที่ติดต่อเจรจาเรื่องผลประโยชน์ คือเงินที่โอนเข้าบัญชี น.ส.จิตติโสภา รับฟังได้ว่านางจุฑามาศเรียกรับเงินเป็นค่าตอบแทนในการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ น.ส.จิตติโสภาเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดหรือไม่ น.ส.จิตติโสภาต่อสู้ว่ารับจ้างทำวิจัยและโครงการนั้น ไม่มีหลักฐานหรือการรับรองใดๆ จากหน่วยงานหรือองค์กรภายนอกที่จะทำให้มีน้ำหนักเชื่อได้ว่ามีการทำวิจัยและโครงการต่างๆ ตามที่นำสืบมา มีลักษณะใช้การทำวิจัยและโครงการเป็นข้ออ้าง เพื่อรับเงินบริษัทในกลุ่มธุรกิจกรีนโอนเข้าบัญชีเงินฝาก จึงเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดของนางจุฑามาศ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84051</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีรับสินบนจัดเทศกาลหนังนานาชาติ, จุฑามาศ ศิริวรรณ, ททท., พิพากษายืนจำคุก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หลักฐานมัดแน่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201116/image_big_5fb28a28353e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83978</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2020 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2020 12:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฎีกายืนจำคุก50ปี&#039;จุฑามาศ&#039; ส่วนลูกสาว40ปี คดีสินบนจัดเทศกาลหนัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ย. 63 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อท.46/2559 ที่ พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อายุ 73ปี อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ น.ส.จิตติโสภา ศิริวรรณ อายุ 46 ปี บุตรสาว เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานเป็นพนักงาน เรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใดสำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อการกระทำอย่างใดในหน้าที่ ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่, เป็นพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหาย หรือปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ กระทำการใดๆ โดยมุ่งหมายไม่ให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมเพื่อเอื้อแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิตามสัญญาแก่หน่วยของรัฐ และเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การของหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 6, 11 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนรอราคาหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ. 2542 มาตรา 12 จากกรณีรับเงินตอบแทน สามี-ภรรยาชาวสหรัฐอเมริกา นักธุรกิจภาพยนตร์ เพื่อให้ได้สิทธิในการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ปี 2002-2007 (หรือปี พ.ศ. 2545-2550) มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2558 ซึ่งจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาวันที่ 29 มี.ค. 2560 เห็นว่า พฤติการณ์ของนางจุฑามาศ จำเลยที่ 1 เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อันเป็นความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ.2542 มาตรา 12 และผิดฐานเรียกรับทรัพย์สินฯ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6 ,12&amp;nbsp; ให้จำคุกนางจุฑามาศ จำเลยที่ 1 รวม 11 กระทงๆ ละ 6 ปี เป็นจำคุกทั้งสิ้น 66 ปี แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงตามกฎหมายแล้ว ให้จำคุกสูงสุดเป็นเวลา 50 ปี และจำคุก น.ส.จิตติโสภา จำเลยที่ 2 รวม 11 กระทงเช่นกัน กระทงละ 4 ปีโดยจำคุกทั้งสิ้น 44 ปีให้ริบเงินกระทำผิด 1,822,494 เหรียญสหรัฐ และดอกผลที่เกิดขึ้นให้ตกเป็นของแผ่นดินด้วย โดยเงินนั้นเป็นทรัพย์ที่ฝากอยู่ในธนาคารต่างประเทศ ศาลจึงได้กำหนดมูลค่าทรัพย์ที่สั่งริบนั้น เป็นมูลค่าทั้งสิ้น 62,724,776 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2562 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุก น.ส.จิตติโสภา จำเลยที่ 2 รวม 10 กระทง (จากที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 11 กระทง) กระทง ละ 4 ปี รวมจำคุกทั้งสิ้น 40 ปี ส่วนนางจุฑามาศ จำเลยที่ 1 คงจำคุกตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น 11 กระทงๆ ละ 6 ปี จำคุกทั้งสิ้น 66 ปี แต่เมื่อรวมโทษตามกฎหมายแล้ว ให้จำคุกสูงสุดเป็นเวลา 50 ปีเเละให้ยกคำสั่งริบทรัพย์ของศาลชั้นต้นที่ให้ริบเงินที่เป็นการกระทำผิดซึ่งเป็นเงินในบัญชีต่างประเทศกว่า 1.8 ล้านเหรียญสหรัฐด้วย เนื่องจากเป็นการวินิจฉัยเกินคำขอ เพราะคดีนี้อัยการโจทก์ไม่ได้มีคำขอให้ริบของกลางหรือเงินใดๆ ไว้ท้ายฟ้อง และบทเฉพาะกาลตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 52 บัญญัติ ให้บรรดาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบที่ได้ยื่นฟ้องไว้ก่อนวันที่ พ.ร.บ.ดังกล่าวใช้บังคับนั้น ให้บังคับตามกฎหมายซึ่งใช้อยู่ก่อน ดังนั้นคดีนี้จึงต้องใช้บทบัญญัติกฎหมายคดีอาญาสามัญ คำสั่งของศาลชั้นต้นที่นำมาตรการริบทรัพย์สินในคดีทุจริตไม่ว่าโจทก์จะมีคำขอหรือไม่ก็ตาม ตามมาตรา 31(2) , มาตรา 32(2) และมาตรา 33 วรรคหนึ่งนั้นมาใช้กับคดีนี้ เป็นการพิพากษาเกินคำขอท้ายฟ้องของโจทก์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ศาลเบิกตัวนางจุฑามาศ และ น.ส.จิตติโสภา จำเลยที่ 1-2 ถูกคุมขังอยู่ในทัณฑสถานหญิงกลาง โดยไม่ได้รับการประกันตัวมาศาล ซึ่งศาลฎีกาตรวจสำนวนปรึกษาหารือกันแล้ว ได้มีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83978</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุก50ปี, จุฑามาศ ศิริวรรณ, ฎีกา, ศาลคดีทุจริต, อดีตผู้ว่าททท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190508/image_big_5cd26b196aa88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35354</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2019 20:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า 4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;เรียกว่า &amp;ldquo;การเมืองวันพุธ&amp;rdquo; สุดร้อนแรงตลอดทั้งวัน โดยในช่วงเช้าถึงเที่ยง ต่างโฟกัสไปที่ &amp;ldquo;ศาลรัฐธรรมนูญ&amp;rdquo; ซึ่งก็มีมติเอกฉันท์ 9:0 ในกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินได้ขอให้ศาลวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 231 (1) ว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.2561 มาตรา 128 ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 จึงไม่มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ...๐ ฉับพลันที่มติของศาลเผยแพร่ออกมาก็ทำให้มีเสียงโดยเฉพาะซีกที่อ้างตัวเองว่าเป็นฝ่ายเป็นประชาธิปไตยออกมาตีตราทันทีว่า แม้ศาลมีมติว่า พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ได้มีมติในเรื่องสูตรการคำนวณ ซึ่งพรรคเพื่อไทยถึงขั้นออกแถลงการณ์ และพรรคอนาคตใหม่โดยเฉพาะ &amp;ldquo;ปิยบุตร แสงกนกกุล&amp;rdquo; เลขาธิการพรรค อนค.ออกมาสำทับทันทีว่าห้ามแจก ส.ส.พรรคเล็กเลยทีเดียว ...๐ แล้วที่ขำไม่ออกเข้าไปอีกสำหรับ &amp;ldquo;ปิยบุตร&amp;rdquo; นั่นคือ การโหนชัยชนะของ &amp;ldquo;ลิเวอร์พูล&amp;rdquo; ในเกมแชมเปียนลีก เหมือนการต่อสู้ให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย ซึ่งก็ถูกชยันโตเรียบร้อย โดยเฉพาะจาก คนเคยรักเคยหนุน &amp;ldquo;ส้มหวาน&amp;rdquo; อย่าง &amp;ldquo;ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์&amp;rdquo; ที่โพสต์สั้นๆ แต่ได้ใจความว่า &amp;ldquo;เพ้อเจ้อฉิบหาย&amp;rdquo; เพราะปิยบุตรเล่นลากกีฬามาโยงการเมือง ซึ่งคนทั่วโลกอารยะไม่มีใครเขาทำกัน อุ้ย! แต่ไม่รู้สินะ เพราะพรรคนี้เขาถูกเสมอ แตะไม่ได้ ...๐ พอมาถึง ช่วงเย็นถึงค่ำจุดโฟกัสก็ต่างพุ่งไปที่ &amp;ldquo;กกต.&amp;rdquo; ซึ่งหลัง &amp;ldquo;แสวง บุญมี&amp;rdquo; รองเลขาธิการ กกต.ออกมาแถลงว่าใช้สูตรคำนวณตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายให้ไว้ โดยรับรอง&amp;nbsp; ส.ส.บัญชีรายชื่อทั้งสิ้น 26 พรรคการเมือง จำนวน 149 ราย ก็เล่นเอาทั้ง &amp;ldquo;หญิงหน่อย&amp;rdquo; คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) ออกมาจัดหนักทันที และคล้อยหลังแบบตดยังไม่ทันหายเหม็น พรรคเพื่อไทยก็ออกแถลงการณ์ที่จะจองเวร 7 อรหันต์ กกต. ทันควันเช่นกัน ในขณะที่ &amp;ldquo;พรรคส้มหวาน&amp;rdquo; นั้น เรียกว่ายังรอดูท่าทีอยู่ เชื่อว่าในวันพฤหัสบดีคงมีเสียงก่นด่าและประกาศใช้มาตรการทางกฎหมายแน่นอน ...๐ หันมาดูความคึกคักหลังประกาศชื่อ&amp;nbsp; ส.ส.แบบแบ่งเขตไปเมื่อวันอังคาร จำนวน 349 เขต ก็ทำให้ที่สำนักงาน กกต.คึกคักอย่างยิ่ง เมื่อมี ผู้มารับใบรับรองเป็น ส.ส.ถึง 88 คนกันเลยทีเดียว และไปรายงานตัวที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรถึง 31 คน โดยคนสุดท้ายที่ไปรายงานตัว คือ &amp;ldquo;ธรรมนัส พรหมเผ่า&amp;rdquo; ส.ส.จังหวัดพะเยา พรรคพลังประชารัฐ ...๐ โดยในบรรดาผู้ที่ไปรายงานตัวนั้น คนที่เป็นข่าวมากที่สุดคงไม่มีใครเกิน &amp;ldquo;พ่อมดดำ&amp;rdquo; อย่าง &amp;ldquo;สุชาติ ตันเจริญ&amp;rdquo; ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรค พปชร. เพราะเล่นประกาศแบบไม่เหนียมเลยว่า พร้อมอาสาเข้าปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภา หากพรรคเสนอชื่อให้เข้าสู่การลงมติจริง งานนี้ไม่รู้ว่าเป็น &amp;ldquo;โยนหินถามทาง&amp;rdquo; หรือเป็นการตีตราจองก็ไม่รู้ได้ ...๐ สงสัย &amp;ldquo;จ่านิว&amp;rdquo; หรือ&amp;nbsp; &amp;ldquo;สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์&amp;rdquo; ช่วงนี้ไม่ค่อนมีอีเวนต์เท่าใดนัก ล่าสุดเลยไปที่สำนักงาน ป.ป.ช. พร้อม &amp;ldquo;ธนวัฒน์ วงค์ไชย&amp;rdquo; ในฐานะแกนนำแนวร่วมประชาชนเพื่อการเลือกตั้งที่เป็นธรรม ยื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อขอให้พิจารณาถอดถอน 7 กกต. เรียกว่าเป็นการ นำร่องก่อนบรรดาพรรคการเมืองทั้งหลาย ซึ่งเชื่อว่าจะขยับกันในช่วงปลายสัปดาห์นี้แน่นอน ...๐ หันมาข่าวดีสำหรับบรรดาแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกันบ้าง หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดย &amp;ldquo;พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์&amp;rdquo; อธิบดีกรมราชทัณฑ์เผยแล้วว่า ในวันที่ 10 พ.ค.นี้ จะปล่อยผู้ต้องขังในเรือนจำกรุงเทพฯ ล็อตแรก 100 คน ซึ่งก็มีบรรดาแกนนำ พธม. รวมทั้ง &amp;ldquo;ไผ่ ดาวดิน&amp;rdquo; ได้กลับคืนสู่ครอบครัวด้วย ...๐ ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งนั้น ต้องเรียกว่าใกล้เริ่มนับหนึ่งในการขาดอิสรภาพอย่างเป็นทางการเสียแล้ว เมื่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีของ &amp;ldquo;จุฑามาศ ศิริวรรณ&amp;rdquo; อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. และ &amp;ldquo;จิตติโสภา ศิริวรรณ&amp;rdquo; บุตรสาว ในคดีการเรียกรับเงินงานบางกอกฟิล์ม เฟสติวัล ซึ่งศาลได้ ยืนคุก &amp;ldquo;จุฑามาศ&amp;rdquo; 66 ปี แต่นับโทษคงจำคุกสูงสุด 50 ปี ส่วนลูกสาวนั้นจำคุก 40 ปี จากเดิมที่ศาลชั้นต้นกำหนดโทษจำคุก 44 ปี ก็ไม่รู้ว่าทั้งคู่ยังกล้าจะฎีกาหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ได้กิน &amp;ldquo;ข้าวแดง&amp;rdquo; ในตะรางยาวแน่ๆ ...๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;...ท.ศักดิ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35354</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฑามาศ ศิริวรรณ, ท.ศักดิ์, บันทึกหน้า 4, ปิยบุตร แสงกนกกุล, สุชาติ ตันเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2019 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2019 16:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่วม!อุทธรณ์ยืนคุก50ปี&#039;จุฑามาศ&#039;อดีตผู้ว่าฯททท.รับสินบนจัดเทศกาลหนัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค.62 -&amp;nbsp;ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ คดีสินบนข้ามชาติ กรณีอัยการคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ น.ส.จิตติโสภา ศิริวรรณ บุตรสาว เป็นจำเลย 1-2 ในความผิดฐานเป็นพนักงาน เรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใดสำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อการกระทำอย่างใดในหน้าที่ ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ , เป็นพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหาย หรือปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต , เป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ กระทำการใดๆ โดยมุ่งหมายไม่ให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมเพื่อเอื้อแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิตามสัญญาแก่หน่วยของรัฐ และเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิด ตาม พ.รบ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การของหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6 , 11 และพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนรอราคาหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ.2542 มาตรา 12&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีรับเงินตอบแทน สามี-ภรรยาชาวสหรัฐอเมริกา นักธุรกิจภาพยนตร์ เพื่อให้ได้สิทธิในการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ปี 2002 - 2007 (หรือปี พ.ศ.2545 &amp;ndash; 2550) มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท โดยอัยการ ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 25 ส.ค.58 ที่ผ่านมา ซึ่งจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์ ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาและพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์แล้ว มีคำแปลคำให้การของเจ้าหน้าที่ FBI สหรัฐอเมริกา ที่ทำการสืบสวนสอบสวน ดำเนินคดีกับสามี-ภรรยาตระกูลกรีน ซึ่งได้มาตาม พ.ร.บ.ความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา พ.ศ.2535 โดยเมื่อนำมาพิจารณาประกอบกับพยานหลักฐานอื่นตามหลักการพิจารณาคดีอาญาแล้ว ก็รับฟังได้ว่า นางจุฑามาศ จำเลยที่ 1 ได้สมคบโดยให้คำแนะนำกับสามี-ภรรยาตระกูลกรีนในการเข้ามาร่วมจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติในลักษณะของการฮั้วประมูลตามที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา แต่ในส่วนของ น.ส.จิตติโสภา บุตรสาว จำเลยที่ 2 นั้นในการฟ้องของอัยการโจทก์ ไม่ได้ระบุและนำสืบชัดเจนในการที่จะร่วมสนับสนุนกระทำผิดต่อการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ ปี 2550 และส่วนที่จำเลยที่ 2 อ้างว่าเงินที่โอนเข้าบัญชีในต่างประเทศ นั้นเป็นเงินที่ได้จากการเป็นที่ปรึกษาของนายเจอรัลด์ กรีน ช่วงปี 2545 นั้นฟังไม่ขึ้นเนื่องจากปรากฏว่าเป็นการโอนเงินหลังจากที่นายเจอรัลด์ได้ทำสัญญาการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติแล้ว 2 สัปดาห์ และก็ไม่เคยปรากฏว่าเมื่อจำเลยจบการศึกษาปริญญาตรีจนกระทั่งมีการศึกษาต่อปริญญาโทนั้นจำเลยที่ 2 ได้ประกอบธุรกิจหรือมีประสบการณ์ทำงานเกี่ยวกับธุรกิจดังกล่าวมาก่อน จนจะได้รับค่าปรึกษาจากนายเจอรับด์กรีนคิดเป็นเงินไทยกว่า 60 ล้านบาทนั้น อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเห็นควรพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุก น.ส.จิตติโสภา จำเลยที่ 2 รวม 10 กระทงจากที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 11 กระทงๆ ละ 4 ปี รวมจำคุกทั้งสิ้น 40 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนางจุฑามาศ อดีตผู้ว่าการ ททท. จำเลยที่ 1 คงจำคุกตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น 11 กระทงๆ ละ 6 ปี จำคุกทั้งสิ้น 66 ปี แต่เมื่อรวมโทษตามกฎหมายแล้วให้จำคุกสูงสุดเป็นเวลา 50 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้ยกคำสั่งริบทรัพย์ของศาลชั้นต้นที่ให้ริบเงินที่เป็นการกระทำผิดซึ่งเป็นเงินในบัญชีต่างประเทศกว่า 1.8 ล้านเหรียญสหรัฐด้วย เนื่องจากเป็นการวินิจฉัยเกินคำขอ เพราะคดีนี้อัยการโจทก์ไม่ได้มีคำขอให้ริบของกลางหรือเงินใดๆ ไว้ท้ายฟ้อง และบทเฉพาะกาลตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 52 บัญญัติ ให้บรรดาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบที่ได้ยื่นฟ้องไว้ก่อนวันที่ พ.ร.บ.ดังกล่าวใช้บังคับนั้น ให้บังคับตามกฎหมายซึ่งใช้อยู่ก่อน ดังนั้นคดีนี้จึงต้องใช้บทบัญญัติกฎหมายคดีอาญาสามัญ คำสั่งของศาลชั้นต้นที่นำมาตรการริบทรัพย์สินในคดีทุจริตไม่ว่าโจทก์จะมีคำขอหรือไม่ก็ตาม ตามมาตรา 31 (2) , มาตรา 32 (2) และมาตรา 33 วรรคหนึ่งนั้นมาใช้กับคดีนี้ เป็นการพิพากษาเกินคำขอท้ายฟ้องของโจทก์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 มี.ค.60 เห็นว่า การจัดจ้างโครงการเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ มีการกำหนดเงื่อนไขโดยวิธีตกลงราคาหรือวิธีพิเศษ ไม่เหมาะสม ไม่เป็นไปตามข้อบังคับของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2538 โดยเฉพาะโครงการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ปี 2546 ไม่เป็นการจ้างบริษัทที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ที่มีประสบการณ์ที่เคยทราบหรือเคยเห็นความสามารถผลงานมาแล้ว โดยนางจุฑามาศ จำเลยที่ 1 คบคิดกับนายเจอรัลด์ และนางแพทริเซีย กรีน นักธุรกิจในสหรัฐฯ จัดตั้งบริษัทเข้ามาเป็นคู่สัญญากับ ททท. และยังเรียกรับเงินสินบนจากนายเจอรัลด์ โดยโอนเงินไปยัง น.ส.จิตติโสภา จำเลยที่ 2 กับเพื่อน 59 รายการเป็นเงิน 1,822,294 เหรียญสหรัฐ พฤติการณ์ของ นางจุฑามาศ จำเลยที่ 1 จึงเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อันเป็นความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ.2542 มาตรา 12 และผิดฐานเรียกรับทรัพย์สินฯ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6 ,12 ให้จำคุก นางจุฑามาศ จำเลยที่ 1 รวม 11 กระทงๆ ละ 6 ปี เป็นจำคุกทั้งสิ้น 66 ปี แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงตามกฎหมายแล้ว ให้จำคุกสูงสุดเป็นเวลา 50 ปี และจำคุก น.ส.จิตติโสภา จำเลยที่ 2 จำนวน 11 กระทงเช่นกัน กระทงละ 4 ปีโดยจำคุกทั้งสิ้น 44 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลมีคำสั่งให้ริบเงินกระทำผิด 1,822,494 เหรียญสหรัฐ และดอกผลที่เกิดขึ้นให้ตกเป็นของแผ่นดินด้วย โดยเงินนั้นเป็นทรัพย์ที่ฝากอยู่ในธนาคารต่างประเทศ ศาลจึงได้กำหนดมูลค่าทรัพย์ที่สั่งริบนั้น เป็นมูลค่าทั้งสิ้น 62,724,776 บาท ตามพ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 33 วรรคหนึ่ง โดยหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้วระหว่างอุทธรณ์ นางจุฑามาศ และ น.ส.จิตติโสภา ถูกคุมขังอยู่ในทัณฑสถานหญิงกลาง เนื่องจากไม่ได้รับการประกันตัว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลจากสำนักข่าวอิศรา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35327</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิตติโสภา ศิริวรรณ, จุฑามาศ ศิริวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190508/image_big_5cd26b196aa88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2019 00:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2019 12:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทธรณ์ยืนคุก50ปี!&#039;จุฑามาศ&#039;รับสินบนจัดเทศกาลหนังนานาชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค. 62 - ที่ห้องพิจารณา 8 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีสินบนข้ามชาติ หมายเลขดำ อท.14/2558, อท.46/2559 ที่อัยการคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อายุ 72 ปี อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ น.ส.จิตติโสภา ศิริวรรณ อายุ 45 ปี บุตรสาว เป็นจำเลยที่ 1-2&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความผิดฐานเป็นพนักงาน เรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใดสำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อการกระทำอย่างใดในหน้าที่ ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่, เป็นพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหาย หรือปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ กระทำการใดๆ โดยมุ่งหมายไม่ให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมเพื่อเอื้อแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิตามสัญญาแก่หน่วยของรัฐ และเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิด ตาม พ.รบ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การของหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6, 11 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนรอราคาหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ.2542 มาตรา 12 จากกรณีรับเงินตอบแทน สามี-ภรรยาชาวสหรัฐอเมริกา นักธุรกิจภาพยนตร์ เพื่อให้ได้สิทธิในการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ปี 2002 - 2007 (หรือปี พ.ศ.2545 &amp;ndash; 2550) มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท โดยอัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2558 ซึ่งจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 มี.ค. 2560 เห็นว่า การจัดจ้างโครงการเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ มีการกำหนดเงื่อนไขโดยวิธีตกลงราคาหรือวิธีพิเศษ ไม่เหมาะสม ไม่เป็นไปตามข้อบังคับของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2538 โดยเฉพาะโครงการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ปี 2546 ไม่เป็นการจ้างบริษัทที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ที่มีประสบการณ์ที่เคยทราบหรือเคยเห็นความสามารถผลงานมาแล้ว โดยนางจุฑามาศ จำเลยที่ 1 คบคิดกับนายเจอรัลด์ และนางแพทริเซีย กรีน นักธุรกิจในสหรัฐฯ จัดตั้งบริษัทเข้ามาเป็นคู่สัญญากับ ททท. และยังเรียกรับเงินสินบนจากนายเจอรัลด์ โดยโอนเงินไปยัง น.ส.จิตติโสภา จำเลยที่ 2 กับเพื่อน 59 รายการเป็นเงิน 1,822,294 เหรียญสหรัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติการณ์ของนางจุฑามาศ จำเลยที่ 1 จึงเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อันเป็นความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ.2542 มาตรา 12 และผิดฐานเรียกรับทรัพย์สินฯ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6 ,12 &amp;nbsp;ให้จำคุกนางจุฑามาศ จำเลยที่ 1 รวม 11 กระทงๆ ละ 6 ปี เป็นจำคุกทั้งสิ้น 66 ปี แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงตามกฎหมายแล้ว ให้จำคุกสูงสุดเป็นเวลา 50 ปี และจำคุก น.ส.จิตติโสภา จำเลยที่ 2 รวม 11 กระทงเช่นกัน กระทงละ 4 ปีโดยจำคุกทั้งสิ้น 44 ปี ขณะที่ศาลมีคำสั่งให้ริบเงินกระทำผิด 1,822,494 เหรียญสหรัฐ และดอกผลที่เกิดขึ้นให้ตกเป็นของแผ่นดินด้วย โดยเงินนั้นเป็นทรัพย์ที่ฝากอยู่ในธนาคารต่างประเทศ ศาลจึงได้กำหนดมูลค่าทรัพย์ที่สั่งริบนั้น เป็นมูลค่าทั้งสิ้น 62,724,776 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้วระหว่างอุทธรณ์ นางจุฑามาศและ น.ส.จิตติโสภา จำเลยที่ 1-2 ถูกคุมขังอยู่ในทัณฑสถานหญิงกลาง เนื่องจากไม่ได้รับการประกันตัว ซึ่งวันนี้ศาลได้เบิกตัวจำเลยทั้งสองมาจากเรือนจำ ซึ่งทั้งสองก็ยังคงมีผิวพรรณที่สดใสไม่หม่นหมอง ขณะที่วันนี้ก็มีผู้มาให้กำลังใจด้วย 5-6 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์แผนกคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาและพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์แล้ว มีคำแปลคำให้การของเจ้าหน้าที่ FBI สหรัฐอเมริกา ที่ทำการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีกับสามี-ภรรยาตระกูลกรีน ซึ่งได้มาตาม พ.ร.บ.ความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา พ.ศ.2535 โดยเมื่อนำมาพิจารณาประกอบกับพยานหลักฐานอื่นตามหลักการพิจารณาคดีอาญาแล้ว ก็รับฟังได้ว่านางจุฑามาศ จำเลยที่ 1 ได้สมคบโดยให้คำแนะนำกับสามี-ภรรยาตระกูลกรีนในการเข้ามาร่วมจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติในลักษณะของการฮั้วประมูลตามที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของ น.ส.จิตติโสภา จำเลยที่ 2 นั้นในการฟ้องของอัยการโจทก์ ไม่ได้ระบุและนำสืบชัดเจนในการที่จะร่วมสนับสนุนกระทำผิดต่อการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ ปี 2550 ส่วนที่จำเลยที่ 2 อ้างว่าเงินที่โอนเข้าบัญชีในต่างประเทศนั้น เป็นเงินที่ได้จากการเป็นที่ปรึกษาของนายเจอรัลด์ กรีน ช่วงปี 2545 นั้นฟังไม่ขึ้น เนื่องจากปรากฏว่าเป็นการโอนเงินหลังจากที่นายเจอรัลด์ได้ทำสัญญาการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติแล้ว 2 สัปดาห์ และก็ไม่เคยปรากฏว่าเมื่อจำเลยจบการศึกษาปริญญาตรี จนกระทั่งมีการศึกษาต่อปริญญาโทนั้น จำเลยที่ 2 ได้ประกอบธุรกิจหรือมีประสบการณ์ทำงานเกี่ยวกับธุรกิจดังกล่าวมาก่อน จนจะได้รับค่าปรึกษาจากนายเจอรับด์กรีนคิดเป็นเงินไทยกว่า 60 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์ฯ จึงเห็นควรพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุก น.ส.จิตติโสภา จำเลยที่ 2 รวม 10 กระทง (จากที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 11 กระทง) กระทง ละ 4 ปี รวมจำคุกทั้งสิ้น 40 ปี ส่วนนางจุฑามาศ จำเลยที่ 1 คงจำคุกตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น 11 กระทงๆ ละ 6 ปี จำคุกทั้งสิ้น 66 ปี แต่เมื่อรวมโทษตามกฎหมายแล้ว ให้จำคุกสูงสุดเป็นเวลา 50 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์ฯ ยังมีคำพิพากษาให้ยกคำสั่งริบทรัพย์ของศาลชั้นต้นที่ให้ริบเงินที่เป็นการกระทำผิดซึ่งเป็นเงินในบัญชีต่างประเทศกว่า 1.8 ล้านเหรียญสหรัฐด้วย เนื่องจากเป็นการวินิจฉัยเกินคำขอ เพราะคดีนี้อัยการโจทก์ไม่ได้มีคำขอให้ริบของกลางหรือเงินใดๆ ไว้ท้ายฟ้อง และบทเฉพาะกาลตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 52 บัญญัติ ให้บรรดาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบที่ได้ยื่นฟ้องไว้ก่อนวันที่ พ.ร.บ.ดังกล่าวใช้บังคับนั้น ให้บังคับตามกฎหมายซึ่งใช้อยู่ก่อน ดังนั้นคดีนี้จึงต้องใช้บทบัญญัติกฎหมายคดีอาญาสามัญ คำสั่งของศาลชั้นต้นที่นำมาตรการริบทรัพย์สินในคดีทุจริตไม่ว่าโจทก์จะมีคำขอหรือไม่ก็ตาม ตามมาตรา 31(2) , มาตรา 32(2) และมาตรา 33 วรรคหนึ่งนั้นมาใช้กับคดีนี้ เป็นการพิพากษาเกินคำขอท้ายฟ้องของโจทก์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุชาติ ชมกุล ทนายความจำเลย กล่าวว่า ยังไม่แน่ใจว่าจำเลยจะยื่นฎีกาหรือไม่ เนื่องจากเราต้องรอคัดคำพิพากษาฉบับเต็มและกลับไปปรึกษากับคณะทำงานทนายความคดีนี้ซึ่งมีหลายคน เพื่อช่วยกันตรวจดูคำพิพากษาอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพนักงานอัยการ ซึ่งรับมอบหมายมาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วันนี้ ก็กล่าวเพียงว่า คดีนี้ยังสามารถที่จะใช้สิทธิ์ยื่นฎีกาได้แต่ทั้งนี้คงต้องไปศึกษาข้อกฎหมายก่อนว่า หลักการฎีกาจะเป็นไปตามกฎหมายเก่าหรือกฎหมายใหม่ ซึ่งระบบจะแตกต่างกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งยังคงลงโทษจำเลยทั้งสองให้จำคุกนั้น เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ก็ได้ควบคุมตัวทั้งสองกลับไปคุมขังยังทัณฑสถานหญิงกลาง โดยระหว่างที่ยืนฟังคำพิพากษาเป็นเวลากว่าชั่วโมงเศษนั้นจำเลยทั้งสอง ก็คงมีสีหน้าเรียบเฉย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35300</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฑามาศ ศิริวรรณ, ศาลอาญาคดีทุจริต, สินบนข้ามชาติ, อดีตผู้ว่าททท., อุทธรณ์จำคุก50ปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190508/image_big_5cd26b196aa88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
