<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113700</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สบส.เตือนคลินิกตั้งจุดตรวจโควิดต้องรอบคอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.64 &amp;ndash; นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ที่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ โรงพยาบาลเอกชน หรือคลินิกจึงเข้ามาให้บริการตรวจคัดกรองและตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันการติดเชื้อโรคโควิด 19 ด้วยวิธี RT-PCR หรือ Antigen Test Kit เพื่อป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 &amp;nbsp;อีกทั้งอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนให้ได้รับบริการตรวจคัดกรองจากสถานพยาบาลใกล้บ้าน ซึ่งภาครัฐก็ขอขอบคุณสถานพยาบาลเอกชนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการฝ่าฟันวิกฤติการระบาดของโรคโควิด 19 โดยในระยะเวลาที่ผ่านมาโรงพยาบาลเอกชน และคลินิกต่างก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ก็มีการพบข้อร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับคลินิกที่มีการตั้งจุดบริการคัดกรองโควิด 19 ในพื้นที่สาธารณะจนประชาชนโดยรอบเกิดความกังวลว่าจะเกิดการสัมผัสกับผู้ป่วย หรือเกิดคลัสเตอร์โควิด 19 จากจุดบริการของคลินิก ดังนั้น เพื่อป้องกันการสัมผัสกับผู้ป่วยขอเน้นย้ำให้ผู้ประกอบกิจการและผู้ดำเนินการ คุมเข้มมาตรฐานบริการตรวจคัดกรองและตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันการติดเชื้อโควิด 19 มีการจัดตั้งจุด ให้ถูกต้อง ปลอดภัย ตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด โดยให้จัดตั้งจุดบริการคัดกรองในรูปแบบ One stop service ตั้งแต่การคัดกรอง จนสิ้นสุดการรักษา แยกจากจุดบริการผู้ป่วยนอก (OPD) ทั่วไป ห้ามปะปนกับจุดให้บริการอื่นๆของคลินิก หรือพื้นที่สาธารณะ อย่างทางเท้าด้านหน้าคลินิกโดยเด็ดขาด หากกรม สบส.ตรวจพบว่าคลินิกแห่งใดปฏิบัติไม่ถูกต้องตามมาตรฐานก็จะดำเนินการตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดี สบส.กล่าวว่า สำหรับบทกำหนดโทษของสถานพยาบาลเอกชนที่ตั้งจุดให้บริการตรวจคัดกรองโรคโควิด 19 ไม่เหมาะสม จนอาจจะก่อให้เกิดการแพร่กระจายของโรคนั้น ตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลจะมีความผิดในฐานไม่ควบคุมและดูแลให้ผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพของตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในกรณีที่พบว่าผู้ให้บริการมิใช่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ผู้ให้บริการรายดังกล่าวจะถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 ฐานประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือมีความผิดตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ พ.ศ.2547 ฐานประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์โดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากพบเห็นการจัดตั้งจุดบริการตรวจคัดกรองโรคโควิด 19 ของคลินิกที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายในเขตกรุงเทพฯ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน สบส. 1426 และในส่วนภูมิภาคให้แจ้งที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113700</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, คลินิก, จุดคัดกรอง, นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์, สธ., สบส., อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611c80e84b526.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 10:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 10:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สบส.เตือนคลินิกตั้งจุดตรวจโควิดต้องรอบครอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.64 &amp;ndash; นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ที่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ โรงพยาบาลเอกชน หรือคลินิกจึงเข้ามาให้บริการตรวจคัดกรองและตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันการติดเชื้อโรคโควิด 19 ด้วยวิธี RT-PCR หรือ Antigen Test Kit เพื่อป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 &amp;nbsp;อีกทั้งอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนให้ได้รับบริการตรวจคัดกรองจากสถานพยาบาลใกล้บ้าน ซึ่งภาครัฐก็ขอขอบคุณสถานพยาบาลเอกชนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการฝ่าฟันวิกฤติการระบาดของโรคโควิด 19 โดยในระยะเวลาที่ผ่านมาโรงพยาบาลเอกชน และคลินิกต่างก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ก็มีการพบข้อร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับคลินิกที่มีการตั้งจุดบริการคัดกรองโควิด 19 ในพื้นที่สาธารณะจนประชาชนโดยรอบเกิดความกังวลว่าจะเกิดการสัมผัสกับผู้ป่วย หรือเกิดคลัสเตอร์โควิด 19 จากจุดบริการของคลินิก ดังนั้น เพื่อป้องกันการสัมผัสกับผู้ป่วยขอเน้นย้ำให้ผู้ประกอบกิจการและผู้ดำเนินการ คุมเข้มมาตรฐานบริการตรวจคัดกรองและตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันการติดเชื้อโควิด 19 มีการจัดตั้งจุด ให้ถูกต้อง ปลอดภัย ตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด โดยให้จัดตั้งจุดบริการคัดกรองในรูปแบบ One stop service ตั้งแต่การคัดกรอง จนสิ้นสุดการรักษา แยกจากจุดบริการผู้ป่วยนอก (OPD) ทั่วไป ห้ามปะปนกับจุดให้บริการอื่นๆของคลินิก หรือพื้นที่สาธารณะ อย่างทางเท้าด้านหน้าคลินิกโดยเด็ดขาด หากกรม สบส.ตรวจพบว่าคลินิกแห่งใดปฏิบัติไม่ถูกต้องตามมาตรฐานก็จะดำเนินการตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดี สบส.กล่าวว่า สำหรับบทกำหนดโทษของสถานพยาบาลเอกชนที่ตั้งจุดให้บริการตรวจคัดกรองโรคโควิด 19 ไม่เหมาะสม จนอาจจะก่อให้เกิดการแพร่กระจายของโรคนั้น ตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลจะมีความผิดในฐานไม่ควบคุมและดูแลให้ผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพของตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในกรณีที่พบว่าผู้ให้บริการมิใช่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ผู้ให้บริการรายดังกล่าวจะถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 ฐานประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือมีความผิดตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ พ.ศ.2547 ฐานประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์โดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากพบเห็นการจัดตั้งจุดบริการตรวจคัดกรองโรคโควิด 19 ของคลินิกที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายในเขตกรุงเทพฯ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน สบส. 1426 และในส่วนภูมิภาคให้แจ้งที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113699</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, คลินิก, จุดคัดกรอง, นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์, สธ., สบส., อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611c80e84b526.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2020 10:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2020 10:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อ่างทอง&#039;เข้มโควิด-19หวังยืดอายุปลอดเชื้อยาวๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.2563 - &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่บริเวณตลาดสดเทศบาลเมืองอ่างทอง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง พบว่ามีการตั้งจุดคัดกรอง วัดอุณหภูมิประชาชน ที่บริเวณทางเข้า โดยให้มีเจล แอลกอฮอล์ล้างมือ ติดสติกเกอร์แสดงการตรวจผ่านจุดคัดกรองแล้ว บริเวณทางเข้า และห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่สวมหน้ากากเข้าตลาดอย่างเด็ดขาด &amp;nbsp;ซึ่งเป็นไปตาม ประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอ่างทอง เพื่อให้จังหวัดอ่างทอง ปลอดจากเชื้อโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส.อรวรรณ สุวพันธุ์ &amp;nbsp;รองนายเทศมนตรีเมืองอ่างทอง กล่าวว่า เทศบาลเมืองอ่างทอง ได้คุมเข้มป้องกันโควิด-19 ตามนโยบายรัฐบาลและทางจังหวัดอย่างเข้มข้น โดยเทศบาลเมืองอ่างทองที่มีประชาชนมาติดต่อราชการนั้น ได้ทำการคัดกรองโดยวัดอุณหภูมิทุกคนรวมทั้งเจ้าหน้าที่พนักงานเทศบาลและผู้ที่มาติต่อราชการ และทางสำนักงานทะเบียน นำพลาสติกใสมาทำเป็นฉากป้องกัน &amp;nbsp;ทั้งเว้นระยะห่างที่นั่งประชน &amp;nbsp;รวมทั้งจัดเจล แอลกอฮอล์ &amp;nbsp;และอ่างน้ำล้างมือไว้บริการประชาชนในการติดต่อราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในบริเวณตลาดสดทุกแห่งในเขตเทศบาลเมืองอ่างทอง ได้ตั้งจุดคัดกรองบริเวณทางเข้า &amp;nbsp;มีเจล และ แอลกอฮอล์ให้ล้างมือ &amp;nbsp;พร้อมตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยเข้าในตลาดอย่างเด็ดขาด &amp;nbsp;จำหน่ายเฉพาะอาหารที่ซื้อกลับไปรับประทานที่บ้านเท่านั้น &amp;nbsp;และผู้จำหน่ายสินค้าที่มาจากต่างจังหวัดต้องมีใบรับรองแพทย์ &amp;nbsp;มีการเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61664</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุดคัดกรอง, ตลาดสดเทศบาล, อ่างทอง, เจล, เมืองอ่างทอง, แอลกอฮอล์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e8408598f7c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2020 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2020 09:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตะวันออก&#039;จันทบุรี-ระยอง&#039; ตั้งด่านตรวจคัดกรองสกัดโควิดเข้ม คลุมเส้นทางหลัก-รอยต่อ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มี.ค.63 &amp;ndash; &amp;nbsp;เมื่อคืนที่บริเวณรอยต่อจังหวัดจันทบุรี และ จังหวัดระยอง หน้าวัดนายายอาม อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี ได้มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรทุ่งเบญจา มาสับเปลี่ยนกำลังชุดเดิม เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง สาธารณสุข ขนส่งจังหวัด และ อปพร.ได้ตั้งจุดคัดกรองผู้ที่ใช้เส้นทางผ่านเข้าจังหวัดจันทบุรี เพื่อรณรงค์ป้องกันไวรัสโควิด-19 บริเวณถนนสายหลัก และเส้นทางเชื่อมระหว่างเมือง พร้อมให้ความรู้ แนะนำการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด-19 โดยทุกคนที่อยู่ในรถทั้งรถส่วนตัว และ รถโดยสารสาธารณะ รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ต้องผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โดยผลการปฎิบัติยังไม่พบผู้ที่มีอุณหภูมิสูงผ่านเข้ามาในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีแต่อย่างไร แต่ทั้งนี้หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบก็จะต้องมีการกรอกประวัติ ลงทะเบียนไว้ ซึ่งเป็นมาตรการการป้องกันดำเนินการตามมาตรการกฎหมาย พรก.ฉุกเฉินป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจังหวัดจันทบุรี มีการบูรณาการตั้งจุดคัดกรองเส้นทางเชื่อมระหว่างเมืองรวม 3 แห่ง ประกอบด้วย บริเวณหน้าวัดนายายอาม ถนนสุขุมวิท อำเภอนายายอาม / ตู้ยามสี่แยกไฟแดงขลุง ถนนสุขุมวิท อำเภอขลุง และ จุดตรวจเขาแหลม ถนนสาย 317 จันทบุรี &amp;ndash; สระแก้ว อำเภอสอยดาว ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี มีผู้เข้าเกณฑ์ส่งตรวจหาเชื้อรวม 52 ราย ผลตรวจไม่พบเชื้อ 47 ราย รอผลตรวจ 3 ราย และ พบการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด-19 รวม 2 ราย อยู่ในความดูแลควบคุมของแพทย์อย่างใกล้ชิด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61098</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, จันทบุรี, จุดคัดกรอง, พรก.ฉุกเฉิน, ระยอง, วัดยายอาม, สถานีตำรวจทุ่งเบญจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200327/image_big_5e7d60bc3a75e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60976</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2020 11:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2020 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จักรทิพย์&#039; ตรวจจุดคัดกรองโควิด-19 ถนนสุวินทวงศ์ เขตรอยต่อจังหวัดฉะเชิงเทรา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค.63 -&amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงภารกิจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่าในช่วงเช้าของวันนี้&amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และคณะได้เดินทางมาตรวจความพร้อมของจุดตรวจควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิด 19 บริเวณจุดตรวจแยกใต้ด่วนมหานคร ถนนสุวินทวงศ์ขาเข้า ในพื้นที่รับผิดชอบของ สน.ลำผักชี พร้อมได้นำหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ แอลกอฮอล์ล้างมือ มอบให้แก่เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจฯ เพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60976</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุดคัดกรอง, จุดคัดกรองโควิด, จุดคัดกรองโควิด-19, ด่านคัดกรองโควิด, ถนนสุวินทวงศ์ขาเข้า, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200326/image_big_5e7c2ffdafec3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59430</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2020 09:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2020 09:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอท.เพิ่มจุดตรวจคัดกรองผู้โดยสารขาออก6สนามบิน แนะเผื่อเวลาเดินทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค.63-นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.กล่าวว่า จากกรณีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก ประกอบกับประเทศไทยเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการบินที่สำคัญของภูมิภาค ซึ่งมีผู้โดยสารเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก จึงต้องมีมาตรการเข้มงวดในการป้องกันโดยเฉพาะการเพิ่มจุดคัดกรองผู้โดยสารขาออก (Exit Screening) ด้วยเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิอินฟราเรดขนาดเล็ก (Handheld Thermoscan) ภายในท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง

ทั้งนี้ ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) ท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ทหญ.) และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ทชร.) สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนที่เข้ามาใช้บริการท่าอากาศยาน ไปพร้อมกับป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส เพื่อให้จำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกลดน้อยลง

อย่างไรก็ตามโดยมีจุดคัดกรองในท่าอากาศยานต่างๆ ได้แก่ ทสภ.มีจุดตรวจคัดกรอง 3 จุด แบ่งเป็น อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ 1 จุด บริเวณจุดตรวจค้นร่างกายและสัมภาระผู้โดยสารหลัง Row B, C และอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ 2 จุด บริเวณจุดตรวจค้นร่างกายและสัมภาระผู้โดยสาร โซน 3 Row L และบริเวณช่องทางเดินของบุคลากรทางการบิน ทดม. มีจุดคัดกรอง 6 จุด แบ่งเป็น อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ 3 จุด บริเวณช่องทางขาออกภายในประเทศ ช่องทางเปลี่ยนเครื่องภายในประเทศ และช่องทางเปลี่ยนเครื่องภายในประเทศไปยังต่างประเทศ และอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ 3 จุด บริเวณช่องทางขาออกระหว่างประเทศ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทภก.มีจุดคัดกรอง 2 จุด แบ่งเป็น อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ 1 จุด บริเวณช่องทางขาออกภายในประเทศ และอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ 1 จุด บริเวณจุดตรวจลงตราหนังสือเดินทาง ชั้น 3

สำหรับ ทชม.มีจุดคัดกรอง 2 จุด แบ่งเป็น อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ 1 จุด บริเวณชั้น 2 ก่อนถึงจุดตรวจค้นร่างกายและสัมภาระผู้โดยสารขาออก และอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ 1 จุด บริเวณชั้น 2 ก่อนถึงจุดตรวจค้นร่างกายและสัมภาระผู้โดยสารขาออก ทหญ.มีจุดคัดกรอง 2 จุด แบ่งเป็น อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ 1 จุด บริเวณชั้น 2 ก่อนถึงจุดตรวจค้นร่างกายและสัมภาระผู้โดยสารขาออก และอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ 1 จุด บริเวณชั้น 2
ก่อนถึงจุดตรวจค้นร่างกายและสัมภาระผู้โดยสารขาออก

ขณะที่ ทชร.มีจุดคัดกรอง 2 จุด แบ่งเป็น อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ 1 จุด บริเวณประตูก่อนถึงจุดตรวจค้นร่างกายและสัมภาระผู้โดยสารขาออก ชั้น 1 และอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ 1 จุด บริเวณประตูก่อนถึงจุดตรวจค้นร่างกายและสัมภาระผู้โดยสารขาออก ชั้น 2


นายนิตินัย กล่าวเพิ่มเติมว่า หากพบผู้โดยสารที่มีอุณหภูมิสูงหรือเข้าข่ายต้องสงสัยติดเชื้อไวรัส COVID-19 นั้น เจ้าหน้าที่คัดกรองจะประสานกับคลินิกของฝ่ายการแพทย์ ทอท.เพื่อแจ้งไปยังกระทรวงสาธารณสุข และด่านควบคุมโรค รวมถึงสายการบินให้พิจารณาดำเนินการตามแนวปฏิบัติสำหรับผู้ดำเนินการเดินอากาศเกี่ยวกับการให้บริการจากท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ได้ประกาศ ณ วันที่ 8 มีนาคม 2563 ต่อไป

นายนิตินัย กล่าวว่าการเพิ่มจุดตรวจคัดกรองทั้งหมดนี้ อาจส่งผลให้เกิดความไม่สะดวกต่อผู้โดยสาร ที่มาใช้บริการ ทอท.จึงขออภัยมา ณ ที่นี้ และขอแนะนำให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาเดินทาง เพื่อป้องกันการพลาดเที่ยวบินเนื่องจากขั้นตอนต่างๆ ภายในสนามบินอาจใช้เวลายาวนานกว่าปกติ
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59430</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุดคัดกรอง, ทอท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190624/image_big_5d10881669633.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59043</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2020 19:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2020 19:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอท.เผยพบผู้โดยสาร9รายกลับจากโซลเข้าข่ายระวังCOVID-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มี.ค.63-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงผลการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัย และการดําเนินงานเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลันจากเชื้อ Coronavirus Disease Starting in 2019 (COVID-19) ว่า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ได้รายงานผลการคัดกรองผู้โดยสารทั้ง 6 ท่าอากาศยาน

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2563 ที่ผ่านมา ทอท.ได้ทําการคัดกรองผู้โดยสารระหว่างประเทศทั้งขาเข้าและขาออก โดยมีผู้ผ่านการคัดกรองรวมทั้งสิ้น จํานวน 84,429 คน ในจำนวนดังกล่าวนั้น พบผู้โดยสารและลูกเรือที่มีอาการเข้าข่ายเฝ้าระวัง ณ จุดคัดกรองผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำนวน 1 ราย คือ ผู้ป่วยหญิงชาวไทย อายุ 31 ปี มากับสายการบินการบินไทย เที่ยวบิน TG 657 เส้นทางโซล (เกาหลีใต้)-กรุงเทพฯ ส่งต่อสถาบันบําราศนราดูร

ขณะที่ ท่าอากาศยานดอนเมือง พบผู้โดยสารและลูกเรือที่มีอาการเข้าข่ายเฝ้าระวัง ณ จุดคัดกรองผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ จำนวน 8 ราย ซึ่งทั้ง 8 รายนั้น เดินทางมากับสายการบินแอร์เอเชีย เอ็กซ์ เที่ยวบิน XJ 709 เส้นทางโซล (เกาหลีใต้)-กรุงเทพฯ ดังนี้

1.ผู้ป่วยหญิงชาวไทย อายุ 22 ปี มีไข้ 36.8 องศาเซลเซียส ร่วมกับมีอาการคอแดง ทอนซิลมีฝ้าขาว ส่งต่อ รพ.เลิดสิน

2.ผู้ป่วยหญิงชาวไทย อายุ 19 ปี มีไข้ 37.8 องศาเซลเซียส ร่วมกับมีอาการเจ็บคอ ทอนซิลโตเป็นหนอง ส่งต่อ รพ.เลิดสิน

3.ผู้ป่วยหญิงชาวไทย อายุ 47 ปี มีไข้ 37.5 องศาเซลเซียส ร่วมกับมีอาการคอแดง มี น้ํามูกจมกูบวม ส่งต่อ รพ.ราชวิถี

4.ผู้ป่วยชายชาวไทย อายุ 28 ปี มีไข้ 37.5 องศาเซลเซียส ร่วมกับมีอาการคอแดง มี น้ํามูก ส่งต่อ รพ.ราชวิถี

5.ผู้ป่วยชายชาวไทย อายุ 21 ปี วัดอุณหภูมิได้ 37.3 องศาเซลเซียส ร่วมกับมีอาการ คอแดง ทอนซิลโต ไอ มีน้ํามูก ส่งต่อ รพ.นพรัตนราชธานี

6.ผู้ป่วยชายชาวไทย อายุ 27 ปี มีไข้ 37.6 องศาเซลเซียส ร่วมกับมีอาการคอแดง ไอ ส่งต่อ รพ.นพรัตนราชธานี

7.ผู้ป่วยชายชาวไทย อายุ 27 ปี วัดอุณหภูมิได้ 37.3 องศาเซลเซียส ร่วมกับมีอาการ คอแดง มีน้ำมูก ส่งต่อสถาบันโรคทรวงอก

8.ผู้ป่วยชายชาวไทย อายุ 29 ปี มีไข้ 37.7 องศาเซลเซียส ร่วมกับมีอาการเจ็บคอ มีน้ํามูก ส่งต่อสถาบันโรคทรวงอก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59043</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, จุดคัดกรอง, ทอท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200304/image_big_5e5f66ff554cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
