<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22817</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2018 17:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2018 17:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐยิงแก๊สน้ำตาสลายกลุ่มผู้อพยพปีนรั้วกั้นเม็กซิโก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สหรัฐยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยางขับไล่ผู้อพยพจากอเมริกากลางหลายร้อยคน ที่ปีนรั้วบริเวณชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโก และพยายามข้ามพรมแดนเข้าสหรัฐจากเมืองติฆัวนาของเม็กซิโกเมื่อวันอาทิตย์ รัฐมนตรีมหาดไทยเม็กซิโกขู่เนรเทศกลับหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้อพยพพากันวิ่งหนีแก๊สน้ำตาไปตามแม่น้ำติฆัวนา ใกล้จุดผ่านแดนเอลชาปาร์เรล ในเมืองติฆัวนา รัฐบาฆาแคลิฟอร์เนีย ของเม็กซิโก ซึ่งอยู่ติดชายแดนสหรัฐ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้อพยพกลุ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของคาราวานผู้อพยพจากหลายประเทศในอเมริกากลาง โดยส่วนใหญ่มาจากฮอนดูรัส ที่เดินทางไกลกว่า 4,000 กิโลเมตร ยาวนานกว่า 1 เดือน จนมาถึงเมืองชายแดนเม็กซิโก ด้วยความคาดหวังจะลี้ภัยในสหรัฐ ประเมินว่าขณะนี้มีผู้อพยพราว 5,000 คนรวมตัวกันอยู่ที่เมืองติฆัวนาของเม็กซิโก ซึ่งอยู่ติดชายแดนเมืองซานดิเอโก มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์วุ่นวายเมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน เกิดขึ้นเมื่อผู้อพยพที่รอคอยอย่างสิ้นหวัง อย่างน้อย 500 คน ซึ่งรวมถึงผู้หญิงและเด็ก พากันวิ่งผ่านพื้นคอนกรีตของทางน้ำตื้นๆ แล้วพยายามปีนป่ายข้ามรั้วโลหะชั้นแรกใกล้กับจุดผ่านแดนซานอีซิโดร ผู้สื่อข่าวของเอเอฟพีรายงานว่า มีผู้อพยพหลายร้อยคนสามารถฝ่ารั้วด่านแรกไปได้ และพยายามข้ามด่านที่สอง ซึ่งติดตั้งหนามแหลมคม เวลานั้นเองที่เจ้าหน้าที่ป้องกันชายแดนของสหรัฐเริ่มยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยางขับไล่ เบื้องบนมีเฮลิคอปเตอร์หลายลำบินวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้อพยพพากันแตกฮือวิ่งหนีและปกป้องตนเองจากแก๊สแสบร้อน พ่อแม่หลายคนคว้าลูกเล็กวิ่งหนีหาที่ปลอดภัย ผู้อพยพพากันร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด, สิ้นหวัง และคับแค้นใจ เมื่อพวกเขาต้องยอมแพ้แล้วหันหลังกลับ บางคนร้องตะโกนว่า พวกตนแค่ต้องการเดินทางข้ามไปเพื่อมีชีวิตที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกเขาบอกเราว่า ถ้าเราข้าม (รั้วชั้นแรก) ไปได้ พวกนั้นจะให้เราลี้ภัย เพราะเราอยู่ในดินแดนของสหรัฐแล้ว&amp;quot; หญิงชาวฮอนดูรัสวัย 32 ชื่อฟลอร์ ฆิมีเนซ ที่เดินทางพร้อมสามี น้องสาวและลูกสาว กล่าว &amp;quot;แต่ตอนนี้ดูเหมือนพวกนั้นต้องการฆ่าเรา พวกเรากลัวกันมาก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์นี้ทำให้สำนักงานศุลกากรและการป้องกันชายแดนของสหรัฐ (ซีบีพี) ในเมืองซานดิเอโก ประกาศปิดจุดผ่านแดนซานอีซิโดร ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนที่พลุกพล่านมากที่สุดบนชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโก เมื่อวันอาทิตย์ แต่ได้เปิดให้ผ่านแดนอีกครั้งภายในไม่กี่ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สามวันก่อนนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐเพิ่งขู่ว่าจะปิด &amp;quot;ชายแดนทั้งหมด&amp;quot; ที่ติดกับเม็กซิโก หากสถานการณ์เข้าสู่ระดับที่ไม่สามารถควบคุมได้หรือมีคนบาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านอัลฟองโซ นาบาร์เรเต รัฐมนตรีมหาดไทยของเม็กซิโก กล่าวตำหนิผู้อพยพบางส่วนว่าพยายามข้ามแดนที่เมืองติฆัวนาโดยใช้ &amp;quot;วิธีรุนแรง&amp;quot; เขาให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์มิเลนิโอว่า เม็กซิโกจะดำเนินการเนรเทศผู้อพยพเกือบ 500 คนนี้ ซึ่งกำลังทำร้ายคาราวานผู้อพยพโดยรวม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22817</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุดผ่านแดนอีซิโดร, ติฆัวนา, ผู้อพยพ, สหรัฐ, เม็กซิโก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181126/image_mid_5bfbc19e151b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
