<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2020 11:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2020 11:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039;ควง&#039;จุติ&#039;ลงพื้นที่คลองเตย เยียวยากลุ่มเปราะบาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิ.ย. 63 - นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp; พร้อมด้วยนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงพื้นที่ชุมชนริมทางรถไฟสายท่าเรือ เขตคลองเตย กทม. เพื่อพบปะเยี่ยมให้กำลังใจและช่วยเหลือประชาชนและกลุ่มเป้าหมายที่ประสบปัญหาความยากลำบากจากผลกระทบของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) เยี่ยมครอบครัวผู้ประสบปัญหาทางสังคม เยี่ยมบ้านตัวอย่างสุขอนามัยที่ถูกต้อง เยี่ยมครัวกลางชุมชน ปล่อยขบวนรถจักรยานยนต์แจกจ่ายข้าวกล่อง มอบรถเข็นสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ มอบแว่นสายตา และมอบถุงยังชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจุรินทร์ กับ นายจุติ พาคณะทั้ง พม. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp; กระทรวงแรงงาน&amp;nbsp; กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp; เข้าเยี่ยมบางส่วนของประชาชนกลุ่มเปราะบางซึ่งอยู่อาศัยใต้ทางด่วนเป็นครอบครัวและเยี่ยมประชาชนดินทางรถไฟคลองเตย&amp;nbsp; เพื่อหาวิธีดูแลช่วยรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความใกล้ชิดและกลุ่มอุ่น&amp;nbsp; เพราะประชาชนต่างสะท้อนลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และรายงานระบุว่าลักษณะการเกิดผลกระทบ เกิดในวงกว้างทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และทั่วประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ตั้งแต่เด็กแรกเกิด เยาวชน ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้มีรายได้น้อย และผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่มีความเสี่ยงสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; คณะนำโดยรองนายกรัฐมนตรีจุรินทร์ และ ผู้บริหารกระทรวงพัฒนาสังคม ฯ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp; กระทรวงแรงงาน&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานเขตคลองเตย ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วนโทร. 1300 และภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ลงพื้นที่เพื่อพบปะเยี่ยมให้กำลังใจและช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ณ ชุมชนริมทางรถไฟสายท่าเรือ เขตคลองเตย กทม. ตั้งอยู่บนที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยและการท่าเรือแห่งประเทศไทยบางส่วน ซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่ริมทางรถไฟอย่างหนาแน่นรวม 518 ครอบครัว โดยมีกลุ่มเป้าหมายจำนวนมาก ประกอบด้วย เด็กเล็ก 0-6 ปี 44 คนมเด็กโต 6 ปีขึ้นไป 40 คน คนพิการ 21 คน และ ผู้สูงอายุ 93 คน มีจิตอาสา วินรถจักรยานยนต์รับจ้าง 35 คน ซึ่งขณะนี้ ประชาชนจำนวนมากในชุมชนได้รับความเดือดร้อนจากโรคโควิด-19 ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ ต้องประสบปัญหาว่างงานและตกงาน ทำให้รายได้ลดลงจนกระทั่งไม่มีเงินสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวันทั้งตนเองและครอบครัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายจุรินทร์ ได้เข้ารับฟังปัญหาและความต้องการของชุมชน พร้อมทั้งหารือร่วมกันถึงแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของชุมชนต่อไป ในเบื้องต้น ชุมชนริมทางรถไฟสายท่าเรือได้ร่วมกับเครือข่าย 43 ชุมชนในเขตคลองเตยและสภาองค์กรชุมชนคลองเตย วางแผนและแนวทางในการรับมือต่อสถานการณ์โรคโควิด-19 โดยแบ่งออกเป็น 1) แผนระยะสั้น โดยออกสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อนและผู้ได้รับผลกระทบ รวมทั้งจัดทำครัวกลางชุมชน เป็นต้น&amp;nbsp; 2) แผนระยะกลาง โดยจัดทำระบบคูปองอาหาร และคัดกรองกลุ่มเปราะบางในชุมชนเพื่อเร่งช่วยเหลือต่างๆ และจัดทำเป็นต้นแบบ&amp;nbsp; และ 3) ระยะยาว โดยติดตั้งระบบกองทุนข้าวสารอาหารแห้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งได้มีการมอบความช่วยเหลือต่างๆ ให้ประชาชนในชุมชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ได้แก่ เยี่ยมครอบครัวผู้ประสบปัญหาทางสังคม เยี่ยมบ้านตัวอย่างสุขอนามัยที่ถูกต้อง เยี่ยมครัวกลางชุมชน ปล่อยขบวนรถจักรยานยนต์แจกจ่ายข้าวกล่อง 600 กล่อง&amp;nbsp; มอบรถเข็นสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ 42 คัน มอบแว่นสายตาและเสื้อ 500 ชุด มอบถุงยังชีพ 553 ถุง เป็นต้น อีกทั้งยังได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ เช่น กระทรวง พม. โดยศูนย์ช่วยเหลือสังคม ทีมสายด่วนมาให้บริการคำแนะนำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาสังคมและสวัสดิการสังคมจากรัฐ กระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าภายใน ร้วมสนับสนุนของยังชีพ และ มาจำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาประหยัดเพื่อประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และสำนักงานประกันสังคม มาให้บริการเคลื่อนที่ และกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย มาให้ความรู้ในการดูแลและป้องกันจากโรคโควิด-19 รวมทั้งภาคเอกชน คือ บริษัท โปรเฟสชั่นเนล ลาโบราทอรี่ แมนเนจเม้นท์คอร์ป จำกัด และนักศึกษา วปอ. 62 ได้สนับสนุนรถบริการตรวจสุขภาพและเอ็กซ์เรย์ปอดเคลื่อนที่ 2 คัน ทั้งนี้ หากชุมชนและประชาชนประสบปัญหาความเดือดร้อนจากโรคโควิด-19 สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้ที่ ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. โทร. 1300 บริการฟรี 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67520</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มเปราะบาง, คลองเตย, จุติ, จุรินทร์, เยียวยา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200601/image_big_5ed47dc761c6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31230</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2019 13:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2019 13:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุติ&#039;ย้ำหมื่นครั้งปชป.เหม็นขี้หน้าพท.ไม่มีทางผสมพันธุ์แน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มี.ค. 62 - &amp;nbsp;นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ แถลงย้ำจุดยืนของพรรคว่า หลายคนอาจสงสัยและสับสนทำไมพรรคประชาธิปัตย์มาประกาศจุดยืนในตอนนี้ หากทุกคนถอดอารมณ์ออกจากเหตุการณ์แล้วมองด้วยสติ ข้อเท็จจริง จะเห็นว่าทุกพรรคการเมืองแข่งขันกันเพื่อเป็นที่หนึ่ง และเป็นแกนนำหลักในการจัดตั้งรัฐบาล โดยเป็นการแข่งกันด้วยนโยบายที่ต้องนำเสนอให้กับประชาชน วันนี้ความมีอารมณ์ได้กลบนโยบายดีๆของพรรค นายอภิสิทธิ์ใช้เวลา 200 กว่าสัปดาห์ในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อนำมาจัดทำเป็นนโยบายของพรรคตอบโจทย์ในปัญหาต่างๆ และเมื่อเราได้เป็นรัฐบาลจะสามารถลงมือทำได้ทันที นี่คือข้อแตกต่างของพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คำถามว่าเราจะไปจับมือกับพรรคการเมืองใด ไม่สำคัญเท่าการมีกิน มีใช้ มีเงินเก็บพอ และชำระหนี้ได้ ลูกหลานเรียนจบมีงานทำแน่นอน ผมคิดว่าสังคมลืมเรื่องพวกนี้ไป ฉะนั้นจึงอยากบอกว่าเราจะมาโฟกัสตรงนี้มากกว่าการเมือง เราจะไม่แก้เกมการเมือง แต่เราจะแก้ไขปัญหาความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน สิ่งที่อยากให้ประชาชนมั่นใจ ประชาธิปัตย์เป็นครั้งที่ 100, 200 แล้ว ว่าไม่จับมือกับพรรคเพื่อไทยแน่นอน และเพื่อไทยก็ชัดเจนว่าไม่จับมือกับเรา พูดง่ายๆ ต่างคนก็ต่างประกาศว่าเหม็นขี้หน้ากัน&amp;rdquo;นายจุติ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันนี้เรามีของดี คือนโยบายในการแก้ไขปัญหา &amp;nbsp;การเลือกตั้งครั้งนี้ขอให้ประชาชนเลือกว่าพรรคใดจะเข้ามาแก้ไขปัญหาของท่านได้ดีที่สุด และอยากจะบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์มีทีมเศรษฐกิจที่ดีที่สุด ซึ่งพรรคอื่นไม่มี โดยเราจะทำสิ่งที่ถูกต้องจะไม่ทำให้ประเทศต้องเสียหาย ฐานะทางการคลัง การเศรษฐกิจของประเทศต้องไม่เสียหาย &amp;nbsp;ตนอยากเตือนสติพี่น้องประชาชนว่าอย่าเลือกด้วยความสะใจ &amp;nbsp;เหมือนอย่างกรณีที่ประเทศอังกฤษ ให้ประชาชนลงมติออกจากสหภาพยุโรป ซึ้งตอนนั้นประชาชนของเขาไปลงมติด้วยความเบื่อ จนทำให้ขณะนี้เศรษฐกิจของอังกฤษย่ำแย่ลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
เมื่อถามว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคร่วมพลังประชาชาติไทย(รปช.) ปราศรัยว่า ปชป.ประกาศจุดยืนไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ แสดงว่าจะจับมือกับพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ นายจุติ กล่าวว่า เราพูดเป็นครั้งที่พันแล้วว่าจะไม่จับมือกับพรรคเพื่อไทย และพรรคเพื่อไทยก็ยืนยันว่าไม่จับกับเรา ไม่เข้าใจหรืออย่างไร ต่อให้พูดเป็นหมื่นหน ประชาชนก็ฟังรู้เรื่องแล้วว่าสองพรรคนี้เหม็นขี้หน้าซึ่งกันและกัน เพราะมีคำตอบอยู่ในตัวแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้ความเห็นอะไรอีก แต่อยากจะให้ประชาชนไปดูนโยบายพรรคและตัดสินใจด้วยสติ ว่าจะมอบความไว้วางใจให้กับใครต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ กล่าวด้วยว่า เท่าที่เราลงพื้นที่หาเสียงอย่างหนัก ไม่มีประชาชนคนไหนบอกให้ไปจับมือกับใคร มีแต่บอกว่าจะแก้ปัญหาต่างๆให้ประชาชนอย่างไร พวกเขาหิว ขอกินอิ่มก่อนแล้วค่อยทะเลาะกันได้หรือไม่ เราก็ต้องนำเสนอนโยบายว่าจะแก้ให้เขา และทำตามนั้น โดยทำให้ประชาชนอิ่มก่อนแล้วค่อยทะเลาะกัน ไปแก้รัฐธรรมนูญหรืออะไรภายหลัง ส่วนที่หลายพรรคพยายามชวนทะเลาะกับเราเรื่องจุดยืนนั้นเพราะพวกเขาไม่มีนโยบายที่จะมานำเสนอหรือไม่ ดังนั้นขอให้เอานโยบายมานำเสนอดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นี่คือวินัยการต่อสู้ของเรา เขาก็สู้แบบนั้น ถ้าเราสู้ผิดก็แพ้ แต่ถ้าเขาสู้ผิดเขาก็แพ้ แต่สิ่งที่เราแพ้คือจุดยืนที่ว่าประชาชนเป็นใหญ่ &amp;nbsp;เราแพ้ตามอุดมการณ์ เพราะทำหน้าที่ครบถ้วนแล้ว ส่วนประชาชนจะยอมรับหรือไม่ เราก็ฟังเสียงประชาชน &amp;nbsp;ครั้งนี้จะเห็นขอแตกต่างว่าเราใช้นโยบายที่กระชับ โดน แก้ปัญหาเฉพาะเรื่อง แม้จะไม่เกือบทุกเรื่อง ซึ่งพรรคอื่นไม่มี ซึ่งการแสดงครั้งนี้เพื่อต้องการให้ประชาชนที่รู้สึกงุนงง สับสนว่าเกิดอะไรขึ้นได้รับความชัดเจน ไม่ใช่เป็นการออกมาช่วยนายอภิสิทธิ์ &amp;rdquo;นายจุติ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การประกาศจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่เอาพล.อ.ประยุทธ์ ในการสืบทอดอำนาจเป็นการแสดงจุดยืนรอบด้านที่ตรงไปตรงมา และไม่มีอะไรแอบแฝง แต่อยู่บนพื้นฐาน และเหตุผลหลายด้านคือ 1.พล.อ.ประยุทธ์ได้แสดงศักยภาพให้เห็นชัดเจนในช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมาว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน 2.พล.อ.ประยุทธ์ใช้อำนาจแฝงโดยมิชอบเกินขอบเขต เพื่อประโยชน์ตนเองและพวกพ้อง ที่เห็นได้ชัดคือการปกปิดข้อมูลหลายด้าน จนเกิดข้อครหาในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นมีหลายโครงการที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ ช้กกลไกอำนาจรัฐแทรกแซงองค์กรอิสระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;3.พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่าไม่อยากให้ใช้วาทกรรมสืบทอดอำนาจ เพราะสิ่งที่พรรคการเมืองทำกันขณะนี้ทุกคนก็อยากเป็นนายกฯ ก็คือการสืบทอดอำนาจทางการเมืองเหมือนกันนั้น ผมคิดว่าพล.อ.ประยุทธ์กำลังใช้ตรรกะที่บิดเบี้ยวโดยสิ้นเชิง เพราะผู้ที่เสนอตัวเป็นแคนดิเดตของพรรคการเมืองต่างๆ ล้วนเป็นการเสนอตัวเป็นนายกฯตามระบอบประชาธิปไตยปกติ ต่างจากพล.อ.ประยุทธ์ที่เข้ามาโดยการยึดอำนาจ และอ้างว่าจะเข้ามาปฏิรูปและแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น แต่กลับทำตรงกันข้าม สิ่งเหล่านี้ถือเป็นพฤติกรรมที่เอาเปรียบนักการเมือง โดยใช้มาตรา 44 แก้ไขกฎหมายพรรคการเมืองที่ออกมาแล้ว แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้ สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นกระบวนการของการสืบทอดอำนาจชัดเจน ดังนั้นจึงไม่ใช่วาทกรรมการเมือง&amp;rdquo; นายองอาจ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคปชป. กล่าวด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์มีทั้งพฤติกรรม และกิจกรรมที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์ไม่สนับสนุนพฤติกรรม และกิจกรรมของพล.อ.ประยุทธ์ได้ทำเพื่อการสืบทอดอำนาจต่อไป เพราะ 5 ปีที่ผ่านมาถือว่าได้พิสูจน์ตัวเองเพียงพอแล้ว ควรเปิดโอกาสให้นักการเมืองอาชีพตามปกติในระบอบประชาธิปไตยเสนอตัวทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน เพื่อที่จะนำพาประเทศนี้ให้เดินหน้าต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31230</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุติ, ปชป., พท., องอาจ, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190313/image_big_5c88a7dbce7ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19008</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2018 15:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุติ&#039;เฉ่งลูกพรรคโพทนาเรื่องภายใน ยันโต้เดือดปกติของปชป.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค. 61 - นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่อดีตส.ส.พรรคตอบโต้กันดุเดือดเรื่องการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคผ่านไลน์ ส.ส.พรรค ว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นประชาธิปไตยในการแสดงความคิดเห็น แต่คนที่เอาข้อความไปส่งให้สื่อไม่ควรทำ ถือว่าไม่เหมาะสมควรใช้วิจารณญาณ&amp;nbsp; ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นใคร เชื่อว่าเพื่อนไม่อยากคบคนที่มีพฤติกรรมประเภทนี้ ซึ่งได้เตือนไปแล้วว่าให้ระมัดระวัง เรื่องนี้เป็นเรื่องภายใน อีกหน่อยถ้าคนไม่สามารถแสดงความเห็นโดยสุจริตได้ เขาจะเลิกแสดงความคิดเห็นกัน ซึ่งการเสนอความเห็นนั้นไม่ผิด แต่ไม่ควรเอาไปเผยแพร่ภายนอก&amp;nbsp; เพราะภายในพรรคประชาธิปัตย์สามารถพูดกันได้เต็มที่ ใครมีเหตุผลเหนือกว่าก็ถือว่าชนะ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า พรรคอาจถูกมองว่ามีการทะเลาะกัน นายจุติ กล่าวว่า&amp;nbsp; คนภายนอกที่ไม่เข้าใจวัฒนธรรมของพรรคประชาธิปัตย์ อาจจะคิดว่าทะเลาะกัน แต่การเถียงกันภายในอย่างสุดขั้วเป็นปกติของพรรค จะเห็นได้จากการที่พรรคตัดสินใจจะบอยคอตการเลือกตั้ง ในพรรคเถียงกันยิ่งกว่านี้อีก&amp;nbsp; เพราะในพรรคนี้ไม่มีใครสั่งใครได้ และเชื่อใจซึ่งกันและกัน แต่คนที่เอาความในไปขายภายนอกนั้นน่าประณาม อย่างไรก็ตามคงไม่ต้องแก้ปัญหา แต่ต้องยอมรับอะไรที่ทำไม่ดีก็ต้องช่วยกันแก้&amp;nbsp; และอย่าไปมองว่าพรรคประชาธิปัตย์มีหลายกลุ่ม เพราะมีกลุ่มเดียว แต่มีหลายความคิด บางทีเถียงกันหน้าดำหน้าแดง เมื่อความคิดตกผลกแล้วก็จบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประชาธิปไตยในเชิงปฏิบัติคือการแลกเปลี่ยนความคิดกันอย่างเสรีไร้ขอบเขตจำกัด แต่เป็นความคิดเห็นโดยสุจริต เมือใครมีเหตุผลดีกว่าคนส่วนใหญ่ยอมรับก็ต้องยอมรับกติกาอันนั้น หากไม่มีการโต้เถียงกัน ก็ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย เชื่อเสมอว่าประชาธิปไตยหากไม่มีการแสดงความคิดเห็น ก็กลายเป็นความเงียบและตายในความมืด&amp;nbsp; ดังนั้นต้องให้โปร่งใส สว่าง เปิดเผย แต่การหารือเป็นเรื่องของข้างในไม่ใช่เรื่องของข้างนอก ทุกคนมีคนละหนึ่งหุ้นเท่ากันหมดในประชาธิปัตย์&amp;rdquo;นายจุติ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19008</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุติ, ปชป., ประชาธิปไตย, หยั่งเสียงหัวหน้าพรรค, โต้เดือด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180524/image_big_5b06726c03be0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17754</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 12:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จุติชี้ปชป.ชิงเก้าอี้หน.แบบพี่น้อง แพ้ช่วยงานพรรคต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย. 61 - เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวก่อนการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ว่า เป็นการประชุมเพื่อแก้ไขข้อบังคับพรรค เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และเรื่องงบการเงินของพรรคที่ไม่เคยได้มีการพูดคุยกันในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงเรื่องการแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี และกฎระเบียบการเลือกหัวหน้าพรรค ซึ่งมีความชัดเจนว่าจะมีการหยั่งเสียงเพื่อเลือกหัวหน้าพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่จะมีสมาชิกพรรคประกาศเข้าร่วมลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นั้น ถือเป็นเรื่องดี เพราะพรรคไม่มีใครเป็นเจ้าของ&amp;nbsp; ไม่มีใครสั่งใครได้ แต่ละคนน่าจะมีความคิดที่อยากปฏิรูปพรรค รวมถึงเสนอวิธีทำงานเพื่อแก้ปัญหาประเทศชาติ ถ้าหากคนนั้นมีความซื่อสัตย์สุจริตก็สามารถลงสมัครได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การประกาศชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคของนายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ทางพรรคไม่ขัดข้องและไม่เกี่ยวกับการที่นายอลงกรณ์เคยอยู่ใน สปท. หากเป็นเรื่องที่กฎหมายสามารถกระทำได้ พรรคก็ไม่มีอะไรติดใจ ส่วนกรณีที่ผู้ไม่ได้เป็นส.ส. จะสามารถดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคได้หรือไม่นั้น อย่าเพิ่งไปกีดกันใคร&amp;nbsp; เพราะเชื่อว่าสมาชิกทุกคนมีวิจารณญาณที่ดีในการเลือกหัวหน้าพรรค ไม่คิดว่าเรื่องการชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคจะเป็นการต่อสู้ภายในพรรค แม้แต่นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก และนายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรค ก็มาพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แล้ว ซึ่งจะมีการแข่งขันกันอย่างตรงไปตรงมา แบบพี่แบบน้อง หากใครแพ้ก็จะช่วยงานในพรรคต่อ&amp;rdquo; นายจุติ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากท้ายที่สุดมีการเปลี่ยนหัวหน้าพรรคจะกระทบกับจำนวน ส.ส หรือไม่นั้น เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่ยังอยู่ในขณะนี้ คือ ของจริง เพราะเราได้คัดกรองคนมาระดับหนึ่งและเชื่อว่าคงไม่มีใครทิ้งพรรค หากจะทิ้งก็คงทิ้งไปนานแล้ว เพราะที่ผ่านมาประชาธิปัตย์ก็เป็นฝ่ายค้านมาโดยตลอด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17754</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุติ, ชิงเก้าอี้หัวหน้า, ปชป., อภิสิทธิ์, อลงกรณ์, แบบพี่น้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180524/image_big_5b06726c03be0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
