<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92515</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2021 23:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.สั่งชะลอ ทวงเบี้ยคนแก่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกรัฐบาลเผย ครม.รับทราบผลการประชุม คกก.ผู้สูงอายุแห่งชาติ สั่งชะลอเรียกคืนรับเบี้ยยังชีพคนชราที่ซ้ำซ้อนสวัสดิการอื่นจำนวน 7,700 คน ยืนยันไม่เอาผิด ให้เร่งหาแนวทางแก้ปัญหา ปัดข้อเสนอ พม.ตั้งเกณฑ์ทุจริตเบี้ยชรา ด้าน &amp;#39;จุติ&amp;#39; ชี้เงิน 130 ล้านที่ทวงมาได้แล้วคืนลำบาก &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ชี้ กม.เขียนไม่ถูก ต้องไปนิยามใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 9 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.รับทราบมติคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2564 เกี่ยวกับมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพที่มีความซ้ำซ้อนกับสวัสดิการอื่น โดยมีสาระสำคัญคือ 1.ชะลอการดำเนินการเรียกเงินเบี้ยยังชีพคืนจากผู้สูงอายุที่มีความซ้ำซ้อนกับสวัสดิการอื่น ซึ่งมีผู้สูงอายุถูกทวงถามจำนวน 5,700 คน และอีก 2,000 คนอยู่ในบัญชีทวงถาม 2.ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมบัญชีกลาง กรุงเทพมหานคร ร่วมหาแนวทางในการช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุซ้ำซ้อนกับสวัสดิการอื่น กำหนดเกณฑ์กลางที่สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และหาทางเลือกที่เหมาะสมในการแก้ปัญหาเพื่อไม่ให้เกิดการรับซ้ำซ้อน ทั้งนี้ ขอให้สบายใจว่าจะไม่มีการทวงใดๆ และไม่มีการฟ้องในคดีอาญา ที่มีข่าวลือว่าจะถูกฟ้อง ถูกติดคุก สิ่งนั้นจะไม่เกิดขึ้น และทุกๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะหารือทั้ง 2 ประเด็นดังกล่าวเพื่อไม่ให้เกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายจุติ​ ไกรฤกษ์​ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์​ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี​ (ครม.)​ ถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ซ้ำซ้อน​ว่า ตนมารายงานความคืบหน้าว่าดำเนินการอะไรไปบ้าง เพราะปัญหาหลักคือการตีความเรื่องกฎหมาย​ คือ​ระเบียบคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ พ.ศ.2552 ให้นิ่ง เมื่อตีความนิ่งแล้วจะมีมาตรฐานเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในที่ประชุม ครม.จะมีการหารือเรื่องระเบียบใหม่หรือไม่​ นายจุติกล่าวว่า​ ยัง ต้องให้เขาไปดูก่อน​ เพราะมีถึง 24 ประเภท ไม่ใช่เรื่องง่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่มีผู้สูงอายุที่รับเงินซ้ำซ้อนคืนเงินมาแล้ว 130 ล้านบาท​ จะจ่ายคืนกลับไปให้ได้หรือไม่​ นายจุติกล่าวว่า ก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย คืนลำบาก​ บ้านเมืองอยู่ได้ด้วยกฎหมาย อาจจะไม่ถูกใจ แต่ต้องถูกกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากที่ประชุม ครม.แจ้งว่า ​ในที่ประชุม​ ครม.ใช้เวลาในการพิจารณาประเด็นจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุซ้ำซ้อนมากที่สุด​ โดยนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.พม. รายงานตอนหนึ่งถึงการช่วยเหลือสูงอายุที่รับเบี้ยซ้ำซ้อน และเจ้าหน้าที่ดำเนินงานโดยสุจริต พร้อมเสนอให้กระทรวงมหาดไทยร่วมกับกรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา กำหนดหลักเกณฑ์กลางว่าผู้ใดสุจริตหรือไม่ โดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้ทักท้วงว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาพูดว่าใครทำสุจริต หรือใครทำทุจริต และไม่ควรต้องมีหลักเกณฑ์ดังกล่าว โดยที่ประชุม ครม.ได้เห็นตามที่ พล.อ.อนุพงษ์เสนอ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางออกเพื่อเสนอกับเข้าที่ประชุมอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ปัญหาเรื่องการจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุซ้ำซ้อนนั้น ต้องการแก้ปัญหาในระยะยาว คือการแก้ไขกฎหมาย ซึ่งกฎหมายที่เขียนไว้ไม่ถูกต้อง ต้องไปนิยามใหม่ว่า เบี้ยผู้สูงอายุแปลว่าอะไร และให้กำหนดหลักเกณฑ์ว่าการกระทำใดคือการทุจริต ตอนนี้ให้ชะลอการเรียกคืนเงินไปก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92515</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุติ​ ไกรฤกษ์​, รัชดา ธนาดิเรก, วิษณุ เครืองาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210209/image_big_602283cc018d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
