<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106881</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2021 11:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2021 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA แนะปรับการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า ช่วยประหยัดไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (19 มิถุนายน 2564) นายจุมภฎ หิมะเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA กล่าวว่า ตามที่ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ หรือ สสน. เผยสาเหตุเป็นเพราะฝนตกน้อย ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมมาถึงต้นเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา อากาศจึงร้อนกว่าเดือนเมษายนที่เป็นฤดูร้อนมาก ประกอบกับ สถานการณ์ระบาดของ COVID-19 มีมาตรการขอความร่วมมือให้ทำงานที่บ้าน (Work from Home) ทำให้ประชาชนพักอาศัยและทำงานอยู่กับบ้าน เป็นอีกสาเหตุที่มีการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าตลอดทั้งวันเป็นเวลายาวนาน เช่น เปิดเครื่องปรับอากาศนานขึ้น เปิดปิดตู้เย็นบ่อยครั้ง ประกอบอาหารด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้า มีการใช้น้ำอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นทำให้ปั๊มน้ำทำงานมากขึ้น ทั้งหมดนี้จึงเป็นสาเหตุทำให้มีหน่วยการใช้ไฟฟ้ามากขึ้นโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้มีค่าไฟฟ้ามากขึ้น ทั้งนี้ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถตรวจสอบหน่วยการใช้ไฟฟ้าและคำนวณค่าไฟฟ้าง่าย ๆ ผ่าน MEA Smart Life Application ดาวน์โหลดฟรีทั้ง App Store และ Google Play คลิกhttp://onelink.to/measmartlife&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อแนะนำการประหยัดไฟฟ้า วิธีการที่จะช่วยให้ใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ควรหมั่นดูแล บำรุงรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าให้พร้อมใช้งานและปลอดภัยอยู่เสมอ&amp;nbsp; โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้ประหยัดค่าไฟฟ้าได้ ให้ยึดหลัก &amp;ldquo;ปิด - ปรับ - ปลด - เปลี่ยน&amp;rdquo; ปิดไฟดวงที่ไม่ใช้ ปรับลดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศมาอยู่ที่ระดับ 26 องศาเซลเซียส ปลดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้งาน เปลี่ยนไปใช้เครื่องปรับอากาศที่มีค่าประสิทธิภาพสูง และหมั่นล้างเครื่องปรับอากาศ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน เปลี่ยนพฤติกรรมโดยไม่เปิด-ปิดตู้เย็นบ่อย ๆ พกกระติกน้ำแข็งไว้ดื่ม ไม่ควรกักตุนอาหารไว้ในตู้เย็นเกินความจำเป็น ตรวจขอบยางประตูตู้เย็นให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED เลือกใช้อุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้า (เบอร์ 5) และควรใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร ควรปิดสวิตช์และดึงปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออกทุกครั้ง เมื่อไม่ได้ใช้งาน หมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ถ้าชำรุดต้องซ่อมแซมทันที ป้องกันการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร รวมทั้งติดตั้งสายดิน พร้อมเครื่องตัดไฟรั่ว เพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลด้านการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย และหากพบเห็นอุปกรณ์ไฟฟ้าชำรุดหรือไม่ปลอดภัยสามารถแจ้งได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ได้แก่ Facebook : การไฟฟ้านครหลวง MEA, Line : MEA Connect, Twitter: @mea_news, และศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง MEA Call Center โทร 1130 หรือที่ MEA Smart Life Application ดาวน์โหลดฟรีได้ที่ http://onelink.to/measmartlife ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106881</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร, Energize smart living, Energy for city life, MEA, การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA, จุมภฎ หิมะเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210619/image_big_60cd733fd5a85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101497</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2021 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2021 14:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA ห่วงใยใช้ไฟฟ้าอย่างไร ประหยัด ปลอดภัย ในช่วง Work from Home</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลให้ประชาชนส่วนใหญ่พักอาศัยและทำงานอยู่ที่บ้าน หรือ Work from Home เพื่อเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) จึงมีการใช้ไฟฟ้าตลอดทั้งวัน ประกอบกับอากาศที่ร้อนทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานมากขึ้น ส่งผลให้มีความต้องการพลังงานไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยสูงขึ้นกว่าปกติถึงแม้ในช่วงเวลาใช้งานเท่ากัน นอกจากนี้ยังอาจมีการใช้เครื่องปรับอากาศ เปิดปิดตู้เย็นบ่อยครั้ง ใช้พัดลมยาวนาน ปั๊มน้ำทำงานมากเนื่องจากมีการใช้อุปโภคบริโภคในบ้านมากขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นเหตุให้มีค่าไฟเพิ่มสูงขึ้นตามมาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA โดย นายจุมภฎ หิมะเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร มีข้อแนะนำการใช้ไฟ้าในบ้านในช่วง Work from Home ให้ประหยัดไฟและปลอดภัย โดยถอดปลั๊กทุกครั้งหลังใช้งาน เลือกใช้หลอดไฟแบบ LED ปิดสวิตช์ไฟดวงที่ไม่ใช้ เปิดเครื่องปรับอากาศในอุณหภูมิที่พอเหมาะ 26&amp;deg;C แต่หากต้องการความรู้สึกเย็นสบายเท่ากับ 24&amp;deg;C ให้เปิดพัดลมช่วย โดยไม่ต้องลดอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศ และควรล้างเครื่องปรับอากาศอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ การใช้เตารีดให้ประหยัดควรรีดผ้าครั้งละมากๆ ไม่ควรรีดบ่อยๆ โทรทัศน์เมื่อเลิกใช้ควรปิดและถอดปลั๊กทุกครั้ง ไม่ควรปิดด้วยรีโมตเพียงอย่างเดียว จัดระเบียบตู้เย็นให้เหมาะสม ไม่เปิดตู้เย็นบ่อยๆ ไม่เปิดทิ้งไว้นานๆ เมื่อใช้เครื่องดูดฝุ่นควรทิ้งฝุ่นในถุงเครื่องดูดฝุ่นทุกครั้ง เพื่อให้มีแรงดูดดีขึ้น และหมั่นดูแลบำรุงรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าให้พร้อมใช้งานและปลอดภัยอยู่เสมอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงหมั่นตรวจสอบสายไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพดี หากพบว่าชำรุดควรเปลี่ยนใหม่ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ รวมทั้งติดตั้งสายดินพร้อมเครื่องตัดไฟรั่วเพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้า เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจรที่ก่อให้เกิดอัคคีภัย เลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงาน บำรุงรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าให้พร้อมใช้งานเพื่อความปลอดภัยอยู่เสมอ อีกทั้งเป็นการช่วยประหยัดพลังงาน ลดค่าไฟฟ้าลงได้ รวมถึงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าซึ่งมีส่วนสำคัญที่ทำให้ประหยัดค่าไฟฟ้าได้อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม MEA มีความพร้อมดูแลความมั่นคงระบบไฟฟ้าในพื้นที่ให้บริการ โดยยึดหลักมาตรการป้องกันของ ศบค. D-M-H-T-T-A อย่างเคร่งครัด เพื่อช่วยลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) อีกทั้งเพิ่มการดูแลงานฉุกเฉิน โรงพยาบาล สถานที่สำคัญ อีกทั้งจัดให้มีเจ้าหน้าที่ดูแลระบบไฟฟ้า พร้อมให้บริการแก้ไขไฟฟ้าขัดข้อง ตลอด 24 ชั่วโมง และขอแนะนำบริการในรูปแบบออนไลน์ https://www.mea.or.th/eservice/ รวมถึงศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง MEA Call Center 1130 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101497</URL_LINK>
                <HASHTAG>การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA, จุมภฎ หิมะเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210502/image_big_608e4d084776e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94534</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2021 17:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2021 17:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA พร้อมรับมือ ฤดูร้อน แนะประหยัดการใช้ไฟฟ้าและความปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตามที่ กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง การเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทย พ.ศ. 2564 โดยระบุข้อความว่า ประเทศไทยได้สิ้นสุดฤดูหนาวและเข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว ในวันที่ 27 ก.พ. 2564 โดยในตอนกลางวันพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน อุณหภูมิสูงสุดตั้งแต่ 35 องศาเซลเซียสขึ้นไป ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน ได้เปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงใต้ หรือลมฝ่ายใต้พัดปกคลุมแทน ซึ่งเป็นการเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทย และคาดว่าฤดูร้อนจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2564 นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุมภฎ หิมะเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA กล่าวว่า ในช่วงฤดูร้อนจะมีจำนวนผู้ใช้ไฟฟ้าและสถิติแนวโน้มการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น MEA จึงมีการจัดเตรียมแผนงานปรับปรุงสำหรับรองรับการจำหน่ายกระแสไฟฟ้าในช่วงฤดูร้อน นอกจากนี้ยังมีการนำนวัตกรรมที่ทันสมัยโดยใช้เทคโนโลยีควบคุมระบบไฟฟ้า SCADA และ ระบบ DMS ในการควบคุมแรงดันและการจ่ายกระแสไฟฟ้าเพื่อให้ระบบไฟฟ้ามีความเพียงพอมั่นคงและปลอดภัย พร้อมกันนี้ยังมีระบบการทำงานภาคสนาม ที่เน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับเจ้าหน้าที่ หรือ ที่เรียกว่า FFM โดยใช้ MEA Smart Life Application ที่สามารถถ่ายภาพ แจ้งเหตุไฟฟ้าขัดข้องได้ทันที ทำให้ระบบจำหน่ายกระแสไฟฟ้าของ MEA เป็นไปอย่างมั่นคงตลอดฤดูร้อนปี 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อแนะนำการประหยัดไฟฟ้า ในช่วงฤดูร้อน ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่สภาพอากาศมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ ส่งผลให้มีการใช้ไฟฟ้ามากขึ้น เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานมากขึ้น เป็นเหตุให้เสียค่าไฟมากขึ้น วิธีการที่จะช่วยให้ใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ควรหมั่นดูแล บำรุงรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ พร้อมใช้งานและปลอดภัยอยู่เสมอและ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้ประหยัดค่าไฟฟ้าได้ดี โดยยึดหลัก &amp;ldquo;ปิด - ปรับ - ปลด - เปลี่ยน&amp;rdquo; โดยปิดไฟดวงที่ไม่ใช้ ปรับลดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศมาอยู่ที่ระดับ 26 องศาเซลเซียส ปลดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้งาน เปลี่ยนไปใช้เครื่องปรับอากาศที่มีค่าประสิทธิภาพสูง และหมั่นล้างเครื่องปรับอากาศ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน เปลี่ยนพฤติกรรมโดยไม่เปิด-ปิดตู้เย็นบ่อย ๆ พกกระติกน้ำแข็งไว้ดื่ม ไม่ควรกักตุนอาหารไว้ในตู้เย็นเกินความจำเป็น ตรวจขอบยางประตูตู้เย็นให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED เลือกใช้อุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้า (เบอร์ 5) และควรใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร ควรปิดสวิตช์และดึงปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออกทุกครั้ง เมื่อไม่ได้ใช้งาน หมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ถ้าชำรุดต้องซ่อมแซมทันที ป้องกันการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร รวมทั้งติดตั้งสายดิน พร้อมเครื่องตัดไฟรั่ว เพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ MEA เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ก่อนเข้าสู่ฤดูร้อนของทุกปีเนื่องจากมักจะเกิดพายุฤดูร้อน โดยจัดเจ้าหน้าที่ดูแลระบบไฟฟ้า และลงพื้นที่บำรุงรักษาระบบจำหน่าย ตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้า&amp;nbsp; ตลอดจนมีการติดตั้งระบบไฟฟ้าสำรองในสถานที่สำคัญ เพื่อให้ระบบจำหน่ายกระแสไฟฟ้าของ MEA มีประสิทธิภาพ ดูแลระบบไฟฟ้าให้บริการแก้ไขไฟฟ้าขัดข้อง ตลอด 24 ชั่วโมง หากประชาชนพบเห็นอุปกรณ์ไฟฟ้าชำรุดหรือไม่ปลอดภัยสามรถแจ้งได้ที่ MEA Smart Life ดาวน์โหลดได้ที่ &amp;gt;&amp;gt; http://onelink.to/measmartlife แอปเดียวจบครบทุกเรื่องไฟฟ้า ช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ได้แก่ Facebook : การไฟฟ้านครหลวง MEA, Line : MEA Connect, Twitter: @mea_news, และศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง MEA Call Center 1130&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94534</URL_LINK>
                <HASHTAG>การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA, จุมภฎ หิมะเจริญ, ฤดูร้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210228/image_big_603b73420db66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93383</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2021 21:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2021 20:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA เดินหน้าส่งมอบเสาไฟจากทุกโครงการสายไฟฟ้าใต้ดิน สร้างแนวป้องกันคลื่นชายฝั่งป้อมพระจุลฯ ฟื้นฟูธรรมชาติทางทะเลอย่างยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (17 กุมภาพันธ์ 2564) นายจุมภฎ หิมะเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA เปิดเผยความคืบหน้าการปักเสาไฟฟ้าในทะเลเพื่อเป็นแนวป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลว่า ตามที่ MEA ได้ร่วมมือกับฐานทัพเรือกรุงเทพ กองทัพเรือ ในโครงการปรับปรุงและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนและการทำแนวป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง MEA&amp;rsquo;s Model อย่างต่อเนื่อง ณ ป้อมพระจุลจอมเกล้า ฐานทัพเรือกรุงเทพ จ.สมุทรปราการ ด้วยการนำเสาไฟฟ้าที่รื้อถอนจากโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินในโครงการต่าง ๆ ที่ไม่ใช้แล้ว รวมถึงเสาไฟฟ้าที่ชำรุด และยางรถยนต์เก่า นำมาทำเป็นแนวป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ดักตะกอน เป็นระยะทางกว่า 1,700 เมตร พร้อมทั้งดำเนินการปักเสาฯ เพิ่มอีก 2 จุด ฝั่งเหนือ-ฝั่งใต้ จุดละ 250 เมตร รวมระยะทางกว่า 2,200 เมตร เพื่อปิดหัว-ท้ายของแนวปักเสาฯ เดิมนั้น ล่าสุดได้ดำเนินการปักเสาฯ ฝั่งเหนือเสร็จเรียบร้อยแล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างการปักเสาฯ ฝั่งใต้ โดยมีกำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;MEA ยังคงเดินหน้าดำเนินโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินอย่างต่อเนื่องในพื้นที่รับผิดชอบ และพร้อมส่งมอบเสาไฟฟ้าในทุกโครงการเพื่อนำมาใช้กันคลื่นกัดเซาะบริเวณชายฝั่งทะเลให้ครอบคลุมชายฝั่งทะเลกรุงเทพฯ เขตบางขุนเทียน เป็นระยะทางประมาณ 4.7 กิโลเมตร ต่อไป นอกจากนี้ MEA ยังได้สนับสนุนงบประมาณ จำนวน 1,000,000 บาท เพื่อดำเนินการปักเสาใช้เป็นแนวป้องกันคลื่นทะเล รวมถึงสนับสนุนงบประมาณปลูกป่าชายเลนและบำรุงรักษาป่าชายเลนเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งให้แก่ป้อมพระจุลจอมเกล้า ฐานทัพเรือกรุงเทพ ตลอดระยะเวลากว่า 16 ปี (จากการลงนามความร่วมมือระหว่าง MEA และฐานทัพเรือกรุงเทพ 4 ครั้ง ในช่วงปี พ.ศ.2547-2551 พ.ศ.2552-2554 พ.ศ.2555-2557 และ พ.ศ.2561-2565) จำนวนเงิน 6,800,000 บาท รวมจำนวนเงินสนับสนุนทั้งสิ้น 7,800,000 บาท อีกทั้งยังดำเนินการปรับปรุงอาคารนิทรรศการเปิดโลกป่าชายเลนและภูมิทัศน์โดยรอบให้มีสภาพสวยงาม เพื่อพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและเป็นแหล่งความรู้สำหรับผู้ที่สนใจทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคุณสมบัติเด่นของเสาไฟฟ้านั้น เนื่องจากเสามีลักษณะเป็นแท่งคอนกรีตที่มีความแข็งแรง อายุการใช้งานนานประมาณ 30 ปี ซึ่งมีอายุการใช้งานยาวนานกว่าเสาไม้ทั่วไปกว่า 30 เท่า อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่นจากโครงสร้างลวดเหล็กภายในเสาไฟฟ้า ทำให้สามารถรับแรงดัดได้มากถึง 4.5 ตันเมตร หรือหักโค้งได้ประมาณ 7-8 เซนติเมตร ทำให้มีความแข็งแรงทนทานสามารถรองรับความรุนแรงของคลื่นทะเลที่มากระทบได้มากขึ้น และจากความร่วมมือระหว่าง MEA และคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้วพบว่า แนวป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งด้วยเสาไฟฟ้าสวมด้วยยางรถยนต์ ช่วยลดความแรงของกระแสน้ำทำให้มีปริมาณการสะสมของตะกอนหลังเขื่อนเพิ่มมากขึ้น ต้นกล้าและลูกไม้ ประเภทไม้โกงกาง รวมถึง พรรณไม้น้ำต่าง ๆ ที่อยู่หลังแนวป้องกันมีปริมาณหนาแน่นขึ้น รวมถึงมีการกลับมาของสัตว์น้ำนานาพันธุ์และนกนานาชนิด มีแนวโน้มการอยู่รอดเพิ่มขึ้น ส่วนยางรถยนต์ที่สวมอยู่กับเสาไฟฟ้าจากผลการศึกษาไม่พบการสลายตัวที่เป็นพิษต่อสภาพแวดล้อม หรือส่งผลกระทบทางลบต่อการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิตและป่าชายเลนแต่อย่างใด ซึ่งจากผลสำเร็จการนำเสาไฟฟ้าที่รื้อถอนและไม่ใช้งานแล้วจากโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินในโครงการต่าง ๆ มาปักเพื่อป้องกันและแก้ปัญหาคลื่นกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน ตามแนวทาง MEA&amp;rsquo;s Model นั้น ทำให้ MEA เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจสาธารณูปโภคหน่วยงานเดียวของประเทศไทยที่ได้รับรางวัล Asia Responsible Entrepreneurship Awards 2018 ในสาขา Green Leadership ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งแสดงถึงการดำเนินการเพื่อความยั่งยืนของ MEA ได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93383</URL_LINK>
                <HASHTAG>Energize smart living, Energy for city life, MEA, การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.), จุมภฎ หิมะเจริญ, พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210217/image_big_602d1d3ace481.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
