<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119497</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2021 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2021 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039;เห็นด้วยติดเครื่องยนต์หลักเปิดประเทศ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.64-นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ประกาศเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว ในวันที่ 1 พ.ย.ว่า ตนเห็นด้วย เพราะหลักสำคัญที่ตนเคยพูดคือเราต้องนำเศรษฐกิจฝ่าวิกฤตโควิด19ไปให้ได้ ต้องยอมรับความจริงว่าสองเครื่องยนต์หลักที่ช่วยประเทศขับเคลื่อนเศรษฐกิจคือการส่งออกกับการท่องเที่ยว และเมื่อเราเจอสถานการณ์โควิด เราเหลือแค่เพียงการส่งออก ส่วนการท่องเที่ยวนั้นหายไปเยอะ จากตัวเลขก่อนสถานการณ์โควิดคิดเป็น 11%ของ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) แต่ช่วงวิกฤตโควิดจนถึงวันนี้เหลือเพียงแค่เปอร์เซ็นต์กว่าๆ ขณะที่การส่งออกเพิ่มไปถึง 51% จึงถือว่าการส่งออกเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา และเมื่อเราเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวเข้ามา โดยมีเงื่อนไขดูแลมาตรการโควิดควบคู่กันไป ก็จะมีการท่องเที่ยวเติมเข้ามา ทำให้จีดีพีของเราเพิ่มขึ้นไปได้ ส่วนเรื่องของสถานการณ์นั้นกระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้ตอบ แต่ตนมองว่าก็ดีขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราต้องดูว่าสมดุลอยู่ตรงไหนระหว่างโควิดกับเศรษฐกิจ รัฐบาลมีหน้าที่แก้ทั้ง 2 ข้อ เป็นโจทย์ที่ทับซ้อนกันอยู่ ถ้าเราดูโควิดอย่างเดียวโดยไม่ดู เศรษฐกิจมันก็ลำบาก แต่ถ้าดูเศรษฐกิจไม่สนใจโควิดก็จะเดือดร้อนด้านสุขภาพ อาจเสียชีวิตมากขึ้นต้องดูให้สมดุล ท่านนายกฯต้องตัดสินใจ ซึ่งท่านดูแล้วว่าวันที่ 1 พ.ย. สามารถเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวเข้ามาโดยลดเงื่อนไขต่างๆที่เป็นข้อจำกัด ก็ต้องฟังท่าน&amp;quot; นายจุรินทร์กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119497</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์, เปิดประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211012/image_big_6164f672bc1fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119310</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จุรินทร์-หน.พรรค ปชป. เหมาะสม แคนดิเดตนายกฯ  &#039;หลังอยู่ครบ 3 ปี อะไรก็เกิดขึ้นได้&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะส่งสัญญาณยืนยันรัฐบาลอยู่ครบสี่ปี แต่กระนั้นในทางการเมืองทุกอย่างย่อมเกิดขึ้นได้ แวดวงการเมืองยังมองกันว่าการยุบสภา การมีการเลือกตั้ง โดยเฉพาะในปีหน้าก็ยังมีโอกาสเกิดขึ้นสูง จึงไม่แปลกที่จะเห็นความเคลื่อนไหวของพรรคการเมือง กลุ่มการเมืองอย่างคึกคักในช่วงต่อจากนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล เป็นอีกหนึ่งพรรคการเมืองที่มีการเคลื่อนไหวเตรียมพร้อมเลือกตั้งตลอดเวลา เห็นได้จากที่แกนนำพรรคอย่าง &amp;nbsp;นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย-รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาประกาศ พรรคประชาธิปัตย์จะชู จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ปชป.-รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เป็นแคนดิเดตชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปที่จะเกิดขึ้น จนเรียกเสียงฮือฮาทางการเมืองตามมาไม่ใช่น้อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้จึงต้องไปสนทนาการเมืองกับ นิพนธ์-รมช.มหาดไทย (มท.2) ในหลายประเด็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เริ่มที่การถามถึงความพร้อมของพรรค ปชป.ในการเตรียมพร้อมเลือกตั้ง โดย นิพนธ์-รองหัวหน้าพรรค ปชป. ที่รับผิดชอบงานเรื่องการจัดตั้งสาขาพรรค-การจัดตั้งตัวแทนสาขาพรรคประจำจังหวัดและเขตเลือกตั้ง เปิดเผยว่า พรรค ปชป.ได้เตรียมการตามขั้นตอนต่างๆ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องมาตลอด พรรคไม่เคยหยุดนิ่ง มีการตรวจสอบการสมัครเป็นสมาชิกพรรคอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันพรรค ปชป.มีสมาชิกพรรคเป็นอันดับหนึ่ง เป็นพรรคที่มีสมาชิกพรรคมากที่สุดในบรรดาพรรคการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการจัดตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำเขตเลือกตั้ง ก็ดำเนินการไปแล้วร่วม 98 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเมื่อสถานการณ์โควิดดีขึ้น โดย ศบค.ให้มีการจัดประชุมได้ เชื่อว่าพรรคจะดำเนินการให้มีตัวแทนพรรคประจำเขตเลือกตั้งครบ 100 &amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์ได้แน่นอน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอนาคต คิดว่าพรรค ปชป.จะมี ส.ส.เขตภาคใต้เพิ่มขึ้นหรือไม่ เพราะตอนนี้ก็มีคู่แข่งในภาคใต้เยอะ?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในพื้นที่ภาคใต้ประชาธิปัตย์เคยได้ ส.ส.เขตมากสุดคือ &amp;nbsp;52 ที่นั่งจาก 54 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งใหญ่ปี 2548 สมัยนายบัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นหัวหน้าพรรค ส่วนการเลือกตั้งเมื่อปี &amp;nbsp;2562 ประชาธิปัตย์ได้ ส.ส.ภาคใต้เหลือ 22 ที่นั่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น พรรคตั้งเป้าว่าเราจะทวงคืนมาให้ได้ 35-40 ที่นั่ง เชื่อว่าพรรค ปชป.ทำได้แน่นอน โดยเรามีการวางตัวผู้สมัครไว้หมดแล้วเพื่อจะนำที่นั่งคืนมา ที่ผ่านมา ประชาธิปัตย์เริ่มทำการบ้าน มีการทำพื้นที่เลือกตั้งกันไปแล้ว &amp;nbsp;จึงคาดการณ์ว่าประชาธิปัตย์น่าจะได้ ส.ส.เขตในภาคใต้มากขึ้น ส่วนที่มีอีกหลายพรรคการเมืองเข้าไปทำพื้นที่ภาคใต้มากขึ้น มองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะประชาธิปัตย์เคยแข่งขันการเลือกตั้งมาเยอะแล้ว เราเคยเห็นปรากฏการณ์แบบนี้มาแล้วหลายรอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเข้ามาสู่การเมืองการเลือกตั้งครั้งแรกตอนเลือกตั้ง 2535/1 ตอนนั้นประชาธิปัตย์ในภาคใต้ได้แค่ 16 ที่นั่ง ส่วนทั้งประเทศประชาธิปัตย์เราได้แค่ 48 ที่นั่ง ตอนนั้นในพื้นที่การเลือกตั้งในภาคใต้ ประชาธิปัตย์แข่งกับทั้งพรรคความหวังใหม่และพรรคพลังธรรม แต่พอหลังเกิดเหตุพฤษภาทมิฬปี &amp;nbsp;2535 มีการเลือกตั้ง 35/2 ประชาธิปัตย์กวาดเกือบทุกที่นั่งในภาคใต้เกือบหมด โดยตอนนั้นประชาธิปัตย์ได้ ส.ส.ทั้งประเทศร่วม 70 กว่าที่นั่ง จนทำให้นายชวน หลีกภัย ได้เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การเลือกตั้งเมื่อปี 2562 แม้ภาคใต้จะได้ ส.ส.ลดน้อยลง &amp;nbsp;แต่ก็ไม่ถึงกับเลวร้ายมากนัก โดยหากดูเหตุการณ์การเมืองในอดีต เช่นสมัยการเลือกตั้งตอนปี 2521-2522 ตอนนั้นประชาธิปัตย์สู้กับพรรคประชากรไทยของนายสมัคร สุนทรเวช ซึ่ง กทม.ประชาธิปัตย์เหลือ ส.ส.กทม.แค่คนเดียว คือ พ.อ.ถนัด &amp;nbsp;คอมันตร์ เราถึงบอกว่าประชาธิปัตย์เห็นเรื่องทำนองนี้มาหลายรอบแล้ว โดยพวกที่เคยปรามาสทางการเมืองว่าประชาธิปัตย์จะสูญพันธุ์ แต่สุดท้ายคนที่พูดถึงตอนนี้ล้วนสูญพันธุ์หมด นายสมัคร สุนทรเวช เคยปรามาสว่าประชาธิปัตย์จะสูญพันธุ์ แต่สุดท้ายประชากรไทยสูญพันธุ์ก่อนอีก หรือพรรคพลังธรรมเคยบอกว่าจะทำให้ประชาธิปัตย์สูญพันธุ์ใน กทม. แต่วันนี้ไม่รู้พรรคนั้นไปอยู่ไหนแล้วตอนนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาธิปัตย์เราเห็นสภาพการเมืองแบบนี้มาแล้ว อย่างในภาคใต้เราแข่งกับหลายพรรคการเมือง แต่วันนี้พรรคเหล่านั้นไม่ว่าจะเป็นพรรคกิจสังคม ความหวังใหม่ หรือพลังธรรม &amp;nbsp;พรรคเหล่านี้ถึงตอนนี้หายไปหมดแล้ว
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งเหล่านี้ประชาธิปัตย์เคยเจอมาแล้วหลายครั้ง ไม่ได้เพิ่งเจอครั้งแรกตอนเลือกตั้งปี 2562 ซึ่งจะพบว่าหลังจากเกิดวิกฤตการเมืองแล้ว สุดท้ายกลับเข้าสู่สภาวะปกติ มีการเลือกตั้ง ประชาธิปัตย์จะได้รับผลกระทบเกือบทุกครั้ง จนเมื่อเราเริ่มตั้งตัวได้ เราก็จะกลับมาเริ่มทะยานขึ้นใหม่อีกครั้ง ผมเชื่อว่าเลือกตั้งรอบหน้าประชาธิปัตย์จะกลับมาทะยานใหม่ได้อีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ยังมั่นใจว่าคนภาคใต้จะกลับมาเลือกพรรค ปชป.อีกครั้ง แม้เลือกตั้งรอบหน้าพลเอกประยุทธ์ยังลงการเมืองต่อ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นเรื่องที่เราต้องทำความเข้าใจกับประชาชนว่าเขามีความกังวลอะไร แล้วประชาธิปัตย์มีหลักประกันกับประชาชนให้คลายความกังวลดังกล่าวได้อย่างไร วันนี้ปัญหาความมั่นคงก็ต้องควบคู่ไปกับเรื่องเศรษฐกิจปากท้องประชาชน เราจะอ้างความมั่นคงอย่างเดียวโดยไม่นึกถึงปากท้อง จะเป็นเรื่องที่ทำร้ายประชาชนเกินไป เราต้องนึกถึงคนที่ต้องทำมาหากิน &amp;nbsp;ประชาธิปัตย์ถึงบอกว่าอย่างน้อยที่สุด เกษตรกร ที่ถือว่ายังคงเป็นคนส่วนใหญ่ในสังคมอยู่ เพราะประเทศไทยรากฐานสำคัญคือเกษตรกร เกษตรกรรม เพราะฉะนั้นคนกลุ่มนี้เราต้องดูแลอย่างดี อย่างที่พรรคผลักดันนโยบายประกันรายได้ให้เกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ คนกลุ่มต่างๆ เช่นกลุ่มเปราะบางในที่ต่างๆ &amp;nbsp;เราต้องดูแลหมดทุกกลุ่ม แต่ท่ามกลางข้อกังวลเรื่องปัญหาความขัดแย้ง เราก็ต้องบริหารจัดการไปให้ได้ เราไม่อยากเห็นการแบ่งฝ่ายจนพาประเทศถอยหลังไป โดยต้องคิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะนำประเทศเดินไปข้างหน้าได้ นี่คือภารกิจที่ประชาธิปัตย์จะต้องฝ่าวิกฤตนี้ไปให้ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-หากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น คิดว่าจำนวน ส.ส.ทั้งหมดทั่วประเทศที่ ปชป.จะได้ประเมินว่าสักกี่คน มีโอกาสเกินร้อยคนได้หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มี ส.ส.ของพรรคบางคนให้สัมภาษณ์ว่า ประชาธิปัตย์จะได้ ส.ส.เกินหนึ่งร้อยคนในการเลือกตั้งรอบหน้า แต่ความเห็นส่วนตัวผมเห็นว่าถ้าประชาธิปัตย์ได้ ส.ส.สัก 75-80 คนก็ถือว่าโอเคแล้ว เพราะการบอกตัวเลขเรื่องนี้ในช่วงเวลานี้อาจจะเร็วเกินไป เพราะเรายังไม่เห็นตัวผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคครบถ้วน รวมถึงยังไม่รู้ว่าผู้สมัครของพรรคคู่แข่งขันเป็นใครบ้าง สถานการณ์ยังอาจเปลี่ยนแปลงได้อีกมาก เพราะสถานการณ์การเมืองมันเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน &amp;nbsp; ซึ่งสถานการณ์จะมีผลกระทบต่อการลงคะแนนเสียงของประชาชน ทำให้การที่จะฟันธงว่าพรรคจะได้ ส.ส.เท่าไหร่ในช่วงเวลานี้ขณะนี้จึงอาจจะยังเร็วเกินไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุรินทร์ คุณสมบัติครบถ้วน แคนดิเดตชิงนายกฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-เหตุผลที่ออกมาประกาศว่าพรรค ปชป.จะผลักดันและชูนายจุรินทร์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งรอบหน้า?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามหลักประชาธิปไตย หัวหน้าพรรคการเมืองคือตัวแทนพรรคการเมืองในการเข้าไปบริหารจัดการบ้านเมือง โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อนายจุรินทร์ได้รับการคัดเลือกให้เข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เราก็ต้องถือว่ามวลสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์มีความเห็นพ้องต้องกัน ในการจะให้นายจุรินทร์ไปดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สิ่งนี้คือเป้าหมายของพรรคการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่มีการถามกันว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะชูใครเป็นนายกรัฐมนตรี ผมจึงให้ความเห็นโดยไม่ต้องลังเลว่าหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์คือแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคพร้อมจะสนับสนุนนายจุรินทร์เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งนอกจากที่นายจุรินทร์จะเป็นหัวหน้าพรรคแล้ว โดยส่วนตัวของนายจุรินทร์ ผมก็เชื่อว่านายจุรินทร์มีความพร้อม ผมจึงเสนอนายจุรินทร์เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิพนธ์-รองหัวหน้าพรรค ปชป. พูดถึงเหตุผลการชูนายจุรินทร์เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีว่า เป็นเพราะนายจุรินทร์มีประสบการณ์ทางการเมืองสูง โดยเป็น ส.ส.มาแล้ว 11 &amp;nbsp;สมัย เป็นประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือประธานวิปรัฐบาล-ฝ่ายค้าน ก็เป็นมาหมดแล้ว และสมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำฝ่ายค้าน นายจุรินทร์ก็จะเป็นผู้สรุปการอภิปรายของฝ่ายค้านในแต่ละครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นบทบาทที่สำคัญมาก เพราะการที่ฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแต่ละครั้งที่ใช้เวลากัน 3-4 วัน การสรุปการอภิปรายภายใน 1-2 ชั่วโมงเป็นเรื่องสำคัญมาก ที่ผ่านมานายจุรินทร์ทำหน้าที่เหล่านี้ได้เป็นอย่างดีมาตลอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;...หัวหน้าพรรคการเมืองที่มี ส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎรในช่วงเวลาขณะนี้ เท่าที่เห็นนายจุรินทร์อาวุโสที่สุดแล้ว โดยนอกจากเรื่องสภาแล้ว ในส่วนของเรื่องบทบาทในฝ่ายบริหาร &amp;nbsp;นายจุรินทร์ก็มีประสบการณ์มายาวนานมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประสบการณ์ทางการเมืองในการอยู่ฝ่ายบริหาร ก็พบว่านายจุรินทร์เป็นรัฐมนตรีครั้งแรกตอนอายุแค่ 36 ปี กับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ และต่อมาก็ไปเป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ และตามด้วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยตอนเป็น รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายให้ดูแลสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด &amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และการกีฬาแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีกระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา โดยหากย้อนหลังไปดูว่าสมัยเป็น รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี พบว่าในเรื่องการท่องเที่ยวนั้น หากจำกันได้กับแคมเปญ Amazing &amp;nbsp;Thailand นายจุรินทร์เป็นคนคิดแคมเปญดังกล่าว เพื่อทำให้การท่องเที่ยวคือเครื่องจักรทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทยจนมาถึงปัจจุบันนี้ ถือเป็นรากฐานที่สำคัญ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องการกีฬา นายจุรินทร์เป็นคนคิดริเริ่มให้มีการแข่งขันฟุตบอลโปรวินเชียลลีก ที่ต่อมาก็คือฟุตบอลไทยแลนด์ลีกในปัจจุบัน ขณะที่ในส่วนของการดูแลสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดหรือ ป.ป.ส. ก็เป็นคนเริ่มนโยบายที่ให้ถือว่า &amp;quot;ผู้เสพ&amp;quot; คือ &amp;quot;ผู้ป่วย&amp;quot; โดยการให้ผู้เสพต้องส่งไปรักษา ส่งไปบำบัด ผลงานสมัยเป็น รมต.สำนักนายกรัฐมนตรีจึงมีผลงานเป็นที่ประจักษ์มาถึงทุกวันนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อสมัยเป็น รมว.ศึกษาธิการ ก็เป็นคนคิดนโยบายเรื่อง เรียนฟรี ของกระทรวงศึกษาธิการ เช่น &amp;nbsp;หนังสือเรียนฟรี ฟรีชุดนักเรียน ฟรีอุปกรณ์การเรียน สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่นายจุรินทร์ได้ดำเนินการ ขณะเดียวกันเรื่องการเรียนการติวถือเป็นเรื่องสำคัญมาก นายจุรินทร์ก็เป็นผู้เปิดโอกาสในเรื่องการให้มีติวเตอร์แชเนล โดยให้มีช่องสำหรับเพื่อการติวการเรียนโดยเฉพาะ บรรดาอาจารย์ดังๆ ที่ค่าติวแพงๆ นายจุรินทร์ก็ให้เชิญให้มาติวผ่านช่องทีวี แล้วให้ประชาชนได้มีโอกาสติว หรือว่าเรียนแบบสรุปสาระสำคัญ ก่อนที่จะไปทำการสอบ ผลงานต่างๆ สมัยนายจุรินทร์เป็น รมว.ศึกษาธิการจึงเห็นชัด ประสานงานในการเจรจากับผู้หลักผู้ใหญ่ในการจัดตั้งรัฐบาล เป็นเงื่อนไขข้อแรกเลยที่หากประชาธิปัตย์จะเข้าร่วมรัฐบาลหลังการเลือกตั้งปี 2562 เราขอให้รัฐบาลต้องยอมรับการนำนโยบายประกันรายได้เกษตรกรในพืช 5 ชนิด ต้องรับไปเป็นนโยบายรัฐบาล รวมถึงเงื่อนไขอื่นๆ เช่น การให้ต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่า มาถึงวันนี้นโยบายประกันรายได้ให้กับเกษตรกร ที่ตอนนี้ทำมาเป็นปีที่ 3 แล้ว ซึ่งหากเราย้อนไปดูในอดีตเรื่องสินค้าเกษตรจะไม่ค่อยมีเสถียรภาพ เรื่องราคาสินค้าเกษตรทำให้พอสิ้นฤดูเก็บเกี่ยว ก็จะมีคนมาร้องเรียนจำนวนมากบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลหรือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ปีนี้จะพบว่าไม่มีเรื่องดังกล่าว ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะนโยบายประกันรายได้ให้เกษตรกรมีผลสำเร็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันนี้ ถ้าไม่มีนโยบายประกันรายได้ให้กับเกษตรกร &amp;nbsp;ข้าวขายได้ 6,400 บาท ขายได้ก็จบ แต่พอมีนโยบายประกันรายได้ให้เกษตรกร ทำให้ข้าวขาวจะได้ในราคาตันละ 10,000 &amp;nbsp;บาท ข้อเท็จจริงเกษตรกรขายได้ 6,300 บาท ส่วนต่างอีก &amp;nbsp;3,700 บาทรัฐบาลจ่ายให้ นั่นคือการจ่ายให้ตามนโยบายประกันรายได้ให้เกษตรกรในพืช 5 ชนิด คือ ข้าว, มันสำปะหลัง, ข้าวโพด, ยางพารา และปาล์ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พืชทั้ง 5 ชนิดดังกล่าว จากการที่มีการบริหารจัดการที่ดีของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์ ปีนี้ ปาล์ม 7-8 บาท ส่วนมันสำปะหลังเราประกันรายได้ให้เกษตรกร 2.50 บาท ตอนนี้เกษตรกรขายมันสำปะหลังได้ &amp;nbsp;2.70 บาท รัฐบาลก็ไม่ต้องจ่ายส่วนต่าง ส่วนข้าวโพดรัฐบาลประกันรายได้ให้เกษตรกรที่ 8.50 บาท ตอนนี้ขายได้ 10 &amp;nbsp;บาท ส่วนยางพาราอย่างยางแผ่นก็ราคาดี อย่างยางก้นถ้วย สูงกว่าราคาที่มีการประกันรายได้เสียอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สินค้าเกษตรกร 4-5 อย่างดังกล่าว ราคาดีหมดหลังมีการบริหารจัดการทุกอย่างอย่างเป็นระบบ ส่วนพืชชนิดไหนราคายังไม่ค่อยดี ก็ใช้ส่วนต่างของราคาให้เกษตกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งหมดคือความสำเร็จของการประกันรายได้ให้เกษตรกร ที่มีความสำเร็จเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ซึ่งนายจุรินทร์ หัวหน้าพรรค ปชป.ได้นำยุทธศาสตร์และนโยบายดังกล่าวมาใช้แก้ปัญหาให้เกษตรกรทั้งประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งหมดแสดงให้เห็นว่า นายจุรินทร์เป็นคนที่มีความรู้ มีผลงานในเรื่องการเข้ามาดูแลเรื่องเศรษฐกิจ เพราะเศรษฐกิจของประเทศในเวลานี้ ระบบเศรษฐกิจเครื่องยนต์เดียวที่เหลืออยู่ในประเทศไทยที่ยังคงขับเคลื่อนอยู่ก็คือ การส่งออก ซึ่งเรื่องการส่งออก ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพาณิชย์สูงกว่าประมาณการเบื้องต้น ที่เคยคาดการณ์ว่าปีนี้ 2564 &amp;nbsp;ประเทศไทยจะมีการส่งออกสูงกว่าประมาณ 4 เปอร์เซ็นต์ แต่พบว่าในปีนี้ช่วง 8 เดือนแรก สูงไปถึง 14 เปอร์เซ็นต์ และแนวโน้มจะไปถึง 15-16 เปอร์เซ็นต์ แสดงให้เห็นว่านายจุรินทร์เข้าใจเรื่องระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย จนใช้การส่งออกมาขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่นายจุรินทร์ผ่านการเลือกตั้งของประชาชนเข้ามาเป็น ส.ส.ทำงานในสภาถึง 11 สมัย และมีผลงานในด้านต่างๆ มันสะท้อนแล้วว่า นายจุรินทร์มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งสำคัญไปมากกว่านั้นก็คือ พรรค ปชป.เป็นสถาบันการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ปชป.เป็นพรรคการเมืองของมหาชน ไม่มี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเป็นรัฐบาลปีแรกอาจจะยังประเมินอะไรไม่ได้ เพราะเข้ามาเป็นรัฐบาล บางทีงบประมาณต่างๆ ก็มีการตั้งไปแล้ว กว่าจะเห็นผลอะไรก็ต้องเข้าสู่ปีที่สองหรือปีที่สาม ตอนนี้รัฐบาลก็ทำงบประมาณมาสามครั้งแล้ว เราก็เริ่มเห็นผลแล้ว โดยเฉพาะผลของการนำนโยบายไปขับเคลื่อนและผลของการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งเหล่านี้ เมื่อเข้าสู่ปีที่สามก็ต้องเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป พรรคการเมืองที่มีประสบการณ์ก็ต้องเตรียมตัวแล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำอีกรอบว่า ประเมินว่ารัฐบาลจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ นิพนธ์-รมช.มหาดไทย ระบุว่า &amp;quot;ผมคิดว่าพอหลังสามปีแล้ว อะไรก็เกิดขึ้นได้ในทางการเมือง&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ดินคือชีวิต-เร่งสำรวจออกโฉนดที่ดิน&amp;nbsp;
เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิพนธ์ บุญญามณี ที่มาถึงตอนนี้ทำงานในตำแหน่ง รมช.มหาดไทยมาได้สองปีแล้ว โดยเขากล่าวถึงการขับเคลื่อนนโยบายเรื่อง ที่ดิน ในฐานะเป็น รมช.มหาดไทยกำกับดูแลกรมที่ดินไว้ว่า ในการเข้ามาเป็น รมช.มหาดไทย สิ่งที่ดีใจและภูมิใจมากก็คือการได้รับมอบหมายจาก รมว.มหาดไทยให้ดูแล กรมที่ดิน ซึ่งอยู่คู่กับกระทรวงมหาดไทยมาร่วม 120 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...โดยที่ผ่านมากรมที่ดินได้มีการพัฒนาระบบการทำงานในด้านต่างๆ อย่างมาก โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีคือระบบดาวเทียม โครงข่ายการรังวัดด้วยดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) มาใช้ในการรังวัดที่ดินที่ทำให้เกิดความแม่นยำในการรังวัดที่ดิน ทำให้ไม่เกิดปัญหาข้อพิพาทในเรื่องเขตที่ดิน รวมถึงการนำระบบ แอปพลิเคชันต่างๆ มาใช้บริการประชาชน ซึ่งต่อไปในอนาคตการโอนที่ดินผ่านระบบออนไลน์ก็จะถูกนำมาใช้เพื่อให้เกิดความสะดวกมากขึ้น เช่น คนที่มีที่ดินที่เชียงใหม่ แต่มาทำงานอยู่กรุงเทพฯ แล้วต้องการทำนิติกรรมการโอนที่ดินต่อไป ก็ไม่ต้องเดินทางไปเชียงใหม่แล้ว สามารถทำนิติกรรมจากกรุงเทพฯ ได้เลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งหมดคือบริการที่จะทำให้ประชาชนมีความสะดวก ไม่ต้องเสียเวลาการเดินทาง ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าใช้จ่ายเรื่องที่พัก ทั้งหมดคือการจะพลิกโฉมกรมที่ดิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิพนธ์-มท.2 กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญก็คือ การลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการใช้ประโยชน์ในที่ดิน-ลดความเหลื่อมล้ำในการถือครองที่ดิน ทางกรมที่ดินจึงพยายามเร่งรัดการออกโฉนดที่ดิน เพราะโฉนดที่ดินคือสินทรัพย์ที่มีราคา-มูลค่าสูงสุดในบรรดาเอกสารสิทธิที่มีอยู่ จนเริ่มมีสถาบันการเงินบางแห่งที่เริ่มส่งสัญญาณว่าจะไม่รับเอกสารอย่างอื่นนอกจากโฉนดที่ดินเป็นหลัก ซึ่งเฉพาะ น.ส.3-น.ส.3 ก. ที่ยังไม่ได้เป็นโฉนดมีประมาณ 4 ล้าน 5 แสนแปลง ซึ่งหากไม่สามารถทำให้เป็นโฉนดที่ดินได้ คนที่ครอบครองก็จะเสียประโยชน์ ผมจึงให้กรมที่ดินต้องเร่งรัดในการเดินออกโฉนดเพื่อเปลี่ยน น.ส.3-น.ส.3 ก.ให้เป็นโฉนดที่ดินให้หมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อีกทั้งที่ดินบริเวณใดที่ไม่ใช่ที่ดินของรัฐ เช่น ไม่ใช่ที่ดิน ส.ป.ก. ที่ป่า ที่สาธารณะที่ประชาชนใช้ร่วมกัน โดยพบว่าชาวบ้านเข้าไปครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวมานานแล้ว ตรงนี้ก็ต้องเร่งรัดในการเดินสำรวจเพื่อออกโฉนดให้ประชาชน ซึ่งมีอีกเยอะและเป็นช่องว่างอยู่ รวมไปถึงที่เคยมีการประกาศเมื่อปี 2553 ว่าใครที่ครอบครอง ส.ค.1 อยู่ ให้รีบมาแจ้งความประสงค์ว่าต้องการได้โฉนด ตอนนี้ผ่านมาได้สิบปีแล้ว ตอนนั้นแจ้งไปสี่แสนกว่าราย ตอนนี้ยังเหลืออีกสองแสนกว่ารายที่ยังไม่ได้เป็นโฉนด ก็ต้องมีการเร่งรัดด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งหมดทำให้ตอนนี้เวลาผมเดินทางไปมอบเอกสารสิทธิให้ประชาชน พบว่าประชาชนพากันดีใจอย่างมาก เพราะบางคนบอกว่ารอคอยมาร่วม 60-70 ปีแล้ว เขาบอกไม่นึกว่าจะได้ พอได้แล้วต่างก็ดีใจกันอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ดินมันคือชีวิต เพราะที่ดินคือที่อยู่อาศัย ที่ดินคือที่ทำกิน และคือมรดกที่จะตกทอดไปยังลูกหลานต่อไป เมื่อมีการทำสิ่งนี้ให้ประชาชน เขาก็จะมีความผูกพันกับแผ่นดินเกิด มีความรู้สึกเป็นเจ้าของ และที่สำคัญทำให้ลดความเหลื่อมล้ำในการถือครองที่ดิน ซึ่งปีนี้ผมประกาศให้มีการเดินสำรวจ 70 จังหวัด โดยใช้เจ้าหน้าที่กรมที่ดินในส่วนกลางและระดับจังหวัด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่ง แคมเปญ ที่ดินคือชีวิต ดังกล่าว ก่อนหน้านี้นายนิพนธ์-รมช.มหาดไทย ได้ลงนามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องกำหนดจังหวัดที่จะทำการสำรวจรังวัดทำแผนที่เพื่อออกโฉนดที่ดิน ปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ซึ่งจะทำการสำรวจรังวัดในพื้นที่ 70 จังหวัดครอบคลุมทุกภูมิภาค ประกอบด้วย จังหวัดกระบี่ กาญจนบุรี กาฬสินธุ์ กำแพงเพชร ขอนแก่น จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ชัยนาท ชัยภูมิ ชุมพร เชียงราย เชียงใหม่ ตรัง ตราด ตาก นครนายก นครปฐม นครพนม นครราชสีมา นครศรีธรรมราช เป็นต้น โดยมีผลบังคับใช้และเริ่มเดินสำรวจตั้งแต่เมื่อ 1 ตุลาคม 2564.&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดย วรพล กิตติรัตวรางกูร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119310</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์, แคนดิเดตนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_6162a26ac5cd4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118811</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 12:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 12:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป้องกันร้าว! ‘บิ๊กตู่’ เซ็นคืน 4 กรม กระทรวงเกษตรฯให้ ‘จุรินทร์’ เหมือนเดิม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.64- &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 267/2564 เรื่อง ยกเลิกคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ตามที่ได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 258/2564 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 28 กันยายน 2564 นั้น เพื่อให้การกำกับการบริหารราชการแผ่นดินของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นไปอย่างบูรณาการสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 มาตรา 11 (2) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2550 ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการมอบอำนาจ พ.ศ.2550 จึงให้ยกเลิกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 258/2564 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;(ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 28 กันยายน 2564 และให้นำความในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 238/2563 เรื่องมอบหมาย &amp;nbsp;และมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ &amp;nbsp;13 สิงหาคม 2563 มาใช้ ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ.2564. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118811</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 กรม, กระทรวงเกษตรฯ, จุรินทร์, บิ๊กตู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615be22e48e71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118532</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2021 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2021 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพนธ์&#039; ประกาศเลือกตั้งครั้งหน้า ปชป. ส่ง &#039;จุรินทร์&#039;  ชิงนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.64 - ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ นายนิพนธ์ บุญญามญี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงท่าทีพรรคพลังประชารัฐ และพรรคภูมิใจไทย ที่ออกมาประกาศชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า ว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ชัดเจนว่าคนที่เป็นหัวหน้าพรรค คือ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และ เชื่อว่า นายจุรินทร์ &amp;nbsp;ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประขาธิปัตย์ พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี หากได้รับเสียงเพียงพอในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เพราะมีประสบการณ์มากพอ จากการเป็นรัฐมนตรีมาแล้วเกือบทุกกระทรวง ปัจจุบันในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็ที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ โดยเฉพาะการประกันรายได้สินค้าเกษตร รวมถึงการส่งออก ที่ทำได้จริง ตามที่เคยแถลงไว้กับประชาชน และถือว่ากระทรวงพาณิชย์เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ กล่าวต่อว่า ขณะที่บุคลากรของพรรคประชาธิปัตย์ก็มีความพร้อม เพราะอดีตนายกรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับประเทศหลายคนที่ยังคงอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอด จึงยืนยันได้ว่านายจุรินทร์ มีความพร้อมในการเป็นนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนที่พรรคการเมืองเริ่มเดินสายประกาศเป้าจำนวนที่นั่ง ส.ส. นั้น ส่วนตัวมองว่ายังเร็วเกินไปที่จะบอกตัวเลข แต่ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อมในการส่งผู้สมัคร ทุกพื้นที่ โดยที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ยังคงส่งผู้สมัครเดิม คือ นายยุพราช บัวอินทร์ &amp;nbsp;และหวังว่าอดีต ส.ส. ภาคเหนือจะสามารถทวงที่นั่งคืนได้ทั้ง 13 ที่นั่ง และพื้นที่ใหม่ๆ ก็มั่นใจว่าจะได้รับเสียงตอบรับจากประชาชน&amp;quot; นายนิพนธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ ยังกล่าวถึงกระแสการปรับคณะคณะรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้ยังไม่มีอะไร และอำนาจการปรับคณะรัฐมนตรีเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี สำหรับสัดส่วนของพรรค ก็อยู่ที่แต่ละพรรคจะเป็นผู้ดำเนินการ แต่ย้ำว่าพันธสัญญาการร่วมคณะรัฐมนตรีและสัดส่วนต่างๆยังคงมีอยู่เหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายนิพนธ์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวนายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตอดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (WTO) ได้โควตามานั่งเก้าอี้รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ควบ รมว.พลังงาน ว่า ไม่ได้เป็นไปตามกระแสข่าว และเมื่อวานนี้ นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นบุตรชายของนายศุภชัย ยืนยันว่า กระแสข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด แต่เชื่อว่านายศุภชัยเป็นบุคลากรที่มีความสามารถและมีคุณค่าของพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118532</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์, นิพนธ์ บุญญามญี, ปชป., ประชาธิปัตย์, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211002/image_big_6157fac6552e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2021 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพนธ์&#039; ประกาศเลือกตั้งครั้งหน้า ปชป. ส่ง &#039;จุรินทร์&#039;  ชิงนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.64 - ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ นายนิพนธ์ บุญญามญี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงท่าทีพรรคพลังประชารัฐ และพรรคภูมิใจไทย ที่ออกมาประกาศชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า ว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ชัดเจนว่าคนที่เป็นหัวหน้าพรรค คือ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และ เชื่อว่า นายจุรินทร์ &amp;nbsp;ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประขาธิปัตย์ พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี หากได้รับเสียงเพียงพอในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เพราะมีประสบการณ์มากพอ จากการเป็นรัฐมนตรีมาแล้วเกือบทุกกระทรวง ปัจจุบันในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็ที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ โดยเฉพาะการประกันรายได้สินค้าเกษตร รวมถึงการส่งออก ที่ทำได้จริง ตามที่เคยแถลงไว้กับประชาชน และถือว่ากระทรวงพาณิชย์เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ กล่าวต่อว่า ขณะที่บุคลากรของพรรคประชาธิปัตย์ก็มีความพร้อม เพราะอดีตนายกรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับประเทศหลายคนที่ยังคงอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอด จึงยืนยันได้ว่านายจุรินทร์ มีความพร้อมในการเป็นนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนที่พรรคการเมืองเริ่มเดินสายประกาศเป้าจำนวนที่นั่ง ส.ส. นั้น ส่วนตัวมองว่ายังเร็วเกินไปที่จะบอกตัวเลข แต่ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อมในการส่งผู้สมัคร ทุกพื้นที่ โดยที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ยังคงส่งผู้สมัครเดิม คือ นายยุพราช บัวอินทร์ &amp;nbsp;และหวังว่าอดีต ส.ส. ภาคเหนือจะสามารถทวงที่นั่งคืนได้ทั้ง 13 ที่นั่ง และพื้นที่ใหม่ๆ ก็มั่นใจว่าจะได้รับเสียงตอบรับจากประชาชน&amp;quot; นายนิพนธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ ยังกล่าวถึงกระแสการปรับคณะคณะรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้ยังไม่มีอะไร และอำนาจการปรับคณะรัฐมนตรีเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี สำหรับสัดส่วนของพรรค ก็อยู่ที่แต่ละพรรคจะเป็นผู้ดำเนินการ แต่ย้ำว่าพันธสัญญาการร่วมคณะรัฐมนตรีและสัดส่วนต่างๆยังคงมีอยู่เหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายนิพนธ์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวนายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตอดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (WTO) ได้โควตามานั่งเก้าอี้รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ควบ รมว.พลังงาน ว่า ไม่ได้เป็นไปตามกระแสข่าว และเมื่อวานนี้ นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นบุตรชายของนายศุภชัย ยืนยันว่า กระแสข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด แต่เชื่อว่านายศุภชัยเป็นบุคลากรที่มีความสามารถและมีคุณค่าของพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118531</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์, นิพนธ์ บุญญามญี, ปชป., ประชาธิปัตย์, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211002/image_big_6157fac6552e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118361</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 17:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 17:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039; ลุยกำแพงเพชร เดินหน้าประกันรายได้เกษตรปี 3 เตรียมงบพร้อมรับเรื่องเกษตรกร &#039;แก้ทันที&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย.64 - นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ติดตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสําปะหลัง และมอบถุงน้ําใจบรรเทาทุกข์ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ผู้ประสบภัยน้ําท่วมในชุมชนต่างๆ ณ ลานมันยั่งยืนพืชผล อําเภอคลองลาน จังหวัดกําแพงเพชร นายเชาวลิตร แสงอุทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร นายสำราญ ศรีแปงวงศ์ อดีต ส.ส.จังหวัดกำแพงเพชร นายพลเดช ศรีแปงวงศ์ นายพรชัย อารยะทรงศักดิ์ นายสมพิศ สระทองอ้วน ร่วมด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตั้งใจมาเยี่ยมพวกเราที่นี่ เพราะทราบว่าเศรษฐกิจหลักขึ้นอยู่กับข้าวและมันสำปะหลังเป็นหลัก และตนรับผิดชอบดูแลนโยบายประกันรายได้เกษตรกร ซึ่งประกันรายได้พืชเกษตรสำคัญ 5 ชนิด คือ ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมันและข้าวโพด โดยประกันรายได้เป็นนโยบายสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ที่เจรจาก่อนเข้าร่วมรัฐบาล &amp;nbsp; กลายเป็นนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา และต้องเดินหน้าตราบเท่าที่มีรัฐบาลชุดนี้ เราเดินหน้ามาได้ขึ้นปีที่ 3 และ 2 ปีที่ผ่านมาถือว่าประสบความสำเร็จ ช่วยเหลือเกษตรกรได้มาก จะทำให้พี่น้องมีรายได้ 2 ทาง คือ 1.เอาไปขายในตลาด ใส่กระเป๋าซ้ายและ2.รัฐบาลจะโอนเงินส่วนต่างเข้าบัญชีพี่น้องโดยตรงใส่กระเป๋าขวา สุดท้ายจะมีรายได้กระเป๋าขวาและกระเป๋าซ้ายรวมเป็นรายได้ที่ประกัน &amp;nbsp;ตอนนี้ทำจนขึ้นปีที่ 3 แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประกันรายได้ข้าว ตนลงนามเข้า ครม.แล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงบกับกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาว่าจะนำเข้า ครม. วันไหนเพราะต้องผ่านส่วนราชการ แต่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติที่ท่านนายกฯเป็นประธานและตนเป็นรองประธาน มีมติเห็นชอบแล้วว่าจะประกันรายได้ข้าวเหมือนปีที่แล้วทุกอย่าง ปีนี้ราคาข้าวตก ทำให้มีส่วนต่างเยอะ รัฐบาลต้องใช้เงินมาชดเชยช่วยเยอะ ที่ข้าวราคาตกเพราะ 1.เราส่งออกได้น้อยเพราะเงินบาทแข็งมาก เมื่อช่วงต้นปีหรือปลายปีที่แล้ว ทำให้ราคาข้าวในตลาดโลกแพงกว่าประเทศอื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;2.ปกติประเทศเรามีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้ข้าวเราขายดีขึ้น เมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาน้อย คนช่วยกินข้าวน้อยลงทำให้ข้าวเหลือในประเทศสุดท้ายราคาก็ตกลงมา แต่ถัดจากนี้สถานการณ์มีแนวโน้มจะดีขึ้นเพราะค่าเงินบาทอ่อนลง เวลาขายข้าวในต่างประเทศรู้สึกว่าข้าวราคาใกล้เคียงกับเวียดนาม อินเดียที่เป็นคู่แข่งจึงซื้อข้าวเรามากขึ้น ตอนนี้มีผู้มาขอใบอนุญาตส่งออกข้าวเยอะขึ้น 3-4 เดือนที่แล้วประมาณเดือนละ 400,000 ตัน แต่เดือนนี้เดือนเดียว 7-8 แสนตัน โอกาสที่ข้าวส่งออกมีมากขึ้น ข้าวในประเทศเหลือน้อยลง คนต้องการเยอะราคาก็จะค่อยๆขึ้น เป็นสัญญาณที่ดี แต่ถ้าราคาตกจะมีเงินส่วนต่างตามนโยบายประกันรายได้เกษตรกร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ปีนี้ใช้งบเฉพาะค่าประกันรายได้ข้าว ปี 3 เตรียมงบ 89,000 ล้านบาท ใช้เงินมาช่วยชาวนามาก แต่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องทำเข้ามาช่วยดูแลพี่น้องชาวนา ส่วนเรื่องมันสำปะหลัง เตรียมงบประมาณไว้แล้วประมาณ 6,800 ล้านบาท และมีมาตรการคู่ขนานรวมแล้วประมาณ 7,000 ล้านบาทสำหรับมาช่วยชาวไร่มันสำปะหลัง &amp;quot; นายจุรินทร์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้ววันนี้มีถุงน้ำใจจากมูลนิธิหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมชที่ตนเป็นประธานมูลนิธิในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มามอบให้พี่น้องที่ประสบภัยและที่ต้องได้รับความอนุเคราะห์ตามกำลังที่ตนพอมี และสำหรับสถานการณ์น้ำท่วม จะยังคงได้รับเงินส่วนต่างเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีปุ๋ยที่ราคาแพงเพราะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ราคาน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนขนส่งจากต่างประเทศทุกประเทศที่ขึ้นสูงมาก ทำให้ต้นทุนปุ๋ยทั้งโลกแพงขึ้นและน้ำมันเป็นวัตถุดิบส่วนหนึ่งที่เอามาทำปุ๋ย ราคาต้นทุนปุ๋ยจะแปรผันโดยตรงกับราคาน้ำมันโลก หากน้ำมันแพงปุ๋ยก็จะมีแนวโน้มแพง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ประเทศผลิตปุ๋ยใหญ่ที่สุดในโลก ประเทศจีนไม่กี่เดือนมานี้เปิดให้มีการประมูลซื้อปุ๋ยและอินเดียซึ่งเป็นผู้ใช้รายใหญ่ประมูลปุ๋ยจากจีนประมาณปีละ 10,000,000 ตัน ทำให้จีนทำสัญญาขายปุ๋ยระยะยาวให้กับอินเดียปุ๋ยในตลาดโลกหายไปส่วนหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.จีนกำลังเข้าสู่ฤดูหว่านไถ จึงต้องเก็บสต๊อกปุ๋ยไว้ใช้ในประเทศ รวมทั้งค่าขนส่งจากจีนมาไทยและไปหลายประเทศแพงขึ้นทั้งค่าระวางเรือ ค่าขนส่งทางบก ทำให้ต้นทุนปุ๋ยนำเข้าแพงขึ้นมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กระทรวงพาณิชย์โดยอธิบดีกรมการค้าภายใน เรียกประชุมผู้นำเข้าปุ๋ย 19 บริษัท คุยหลายเดือนสุดท้ายได้ข้อสรุปให้ตรึงราคาปุ๋ย ขอความร่วมมือโดยวิธีให้ทุกบริษัทจัดปุ๋ยราคาพิเศษ มาขายให้กับเกษตรกรราคาพิเศษผ่านสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร เกษตรแปลงใหญ่วิสาหกิจชุมชน ยื่นขอซื้อปุ๋ยราคาพิเศษถูกกว่าท้องตลาดกระสอบละ 20 ถึง 50 บาทโดยประมาณ โดยให้ประสานงานผ่าน เกษตรจังหวัดหรือสหกรณ์จังหวัด&amp;nbsp;
โดยเตรียมไว้ 4,500,000 กระสอบ วันนี้ขายไปได้ 1,800,000 กระสอบ ยังเหลืออีก 2,700,000 กระสอบ ขอให้รวมตัวกันมาซื้อ&amp;quot; นายจุรินทร์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นบรรยากาศคือ นายจุรินทร์ รับเรื่องร้องทุกข์โดยให้เกษตรกรได้ร้องทุกข์ร้องเรียนต่อหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประกันรายได้เกษตรกร เรื่องการขึ้นทะเบียน เรื่องหนี้กองทุนฟื้นฟูเกษตรกร เรื่องราคาปุ๋ย และอื่นๆ และให้ผู้บริหารระดับต่างๆได้ตอบคำถามประชาชน บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักประชาชนกล้าแลกเปลี่ยนโดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร หัวหน้าส่วนราชการ ประสานงานรับเรื่องและแก้ไขทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118361</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์, ประกันรายได้, ประชาธิปัตย์, พาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210930/image_big_615596ca0486d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118239</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039; ถก &#039;รัฐมนตรีกัมพูชา&#039; ส่งเสริมการค้าระหว่างกัน ดันเรื่องด่าน-ความสะดวก และโปรโมทสินค้าไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.64 - เมื่อเวลา 11.00 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ต้อนรับ ดร.ซก ซกกรัดทะยา (H.E. Dr. Sok Sokrethya) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เป็นการเข้าเยี่ยมคารวะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ณ ห้องรับรอง ที่กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังการเข้าพบนายจุรินทร์ กล่าวว่าทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและที่ปรึกษาส่วนตัวของนายกรัฐมนตรี สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโซ ฮุนเซน ของกัมพูชาได้หารือกันในประเด็นสำคัญ 2-3 ประเด็น โดยประเด็นที่ฝั่งกัมพูชาอยากเห็น คือ ประเด็นที่1 ให้ฝั่งไทยช่วยเร่งรัดในการแก้ปัญหาการจราจรหน้าด่านที่ฝั่งไทยเพื่ออำนวยความสะดวกให้สินค้าจากไทยข้ามไปกัมพูชาได้โดยเร็วและสะดวกขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของระบบการจัดทำเอกสารที่กัมพูชาเห็นว่าอาจสามารถลดได้ เพื่อความสะดวก ประเด็นที่2 อยากให้ไทยเร่งรัดการเปิดด่านหนองเอี่ยน เพื่อถ่ายเทการจราจรอีกช่องทางหนึ่งให้สะดวกขึ้น ประเด็นที่3 ขอให้ฝั่งไทยอำนวยความสะดวกในเรื่องของการนำเข้าส่งออกสินค้าเกษตรระหว่างกันได้สะดวกขึ้นโดยเฉพาะข้อตกลงในมาตรการด้านสุขอนามัยระหว่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตนได้แจ้งให้ทางกัมพูชา ประเด็นที่1 การเปิดด่านหนองเอี่ยนมีความเห็นตรงกันและเมื่อครั้งที่ตนไปเยือนกัมพูชาก่อนเกิดโควิด ได้เจรจากับรัฐมนตรีการค้าท่านปาน สรศักดิ์ ที่พนมเปญและมีความเห็นตรงกัน ว่าจะใช้วิธีการเปิดด่านหนองเอี่ยน โดยไม่ต้องรอให้ด่านฝั่งไทยสร้างเสร็จแบบถาวรแต่จะใช้ตู้คอนเทนเนอร์ไปพลางก่อนเพื่อการค้าระหว่างกันจะได้เดินหน้าได้ ซึ่งจะมีการหารือเพื่อเร่งรัดการแก้ปัญหา เช่น การติดขัดในบางส่วนให้เสร็จโดยเร็ว ประเด็นที่2 ตนขอให้ท่านช่วยประชาสัมพันธ์สินค้าไทยที่ไปโพสต์ขายอยู่ใน klangthai.com ของกัมพูชาประมาณ 220 กว่ารายการ ให้ชาวกัมพูชาได้รับทราบเพิ่มเติม ประเด็นที่3 &amp;nbsp;ตนได้แจ้งให้ทางกัมพูชาทราบว่าใน 2 ปีหลังจากเลขาธิการอาเซียนของประเทศบรูไน หมดวาระจะเป็นคิวของกัมพูชา ประเทศไทยยินดีที่จะสนับสนุนชื่อที่กัมพูชาได้เสนอ และสุดท้ายประเด็นที่4 ตนประสงค์จะเห็นการประชุม JTC เพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างไทยกับกัมพูชามากขึ้นโดยในปี 2561 กัมพูชาเป็นเจ้าภาพ ปี 2562 เราเป็นเจ้าภาพแต่ติดโควิด เลยเรียนให้ท่านทราบว่าถ้าเป็นไปได้อยากเห็นการประชุม JTC ระหว่างไทยกับกัมพูชา เพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างกันในต้นปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หวังว่าจะช่วยเพิ่มการค้าระหว่างกันเพิ่มขึ้นเพราะกัมพูชาถือเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับ 6 ของไทยในอาเซียนและอันดับที่ 26 ของโลกสำหรับประเทศไทย โดยช่วง 8 เดือนไทยสามารถส่งออกไปกัมพูชาได้ 141,000 ล้านบาท +10.8% และไทยได้ดุล 120,000 ล้านบาท&amp;nbsp; สินค้าส่งออกของไทยที่ไปกัมพูชาสำคัญเช่นน้ำมันสำเร็จรูป +67.5% น้ำตาลทราย +63.6% ยานยนต์ +36.2% เคมีภัณฑ์ +34.1% ส่วนสินค้าที่นำเข้าเป็นหลัก เช่น ผักผลไม้ มันสำปะหลัง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ กล้วย พริก สินแร่และอัญมณี เป็นต้น&amp;quot; รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118239</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์, พาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_615430d0dc980.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
