<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96963</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2021 10:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2021 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039;ลั่น!จะใช้ความพยายามแก้รธน.ให้ได้ เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มี.ค.64-นายจุรินทร์​ ลักษณวิศิษฏ์​ รองนายกรัฐมนตรี​ และรมว.พาณิชย์​ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์​ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล​เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา​ จะต้องมีการพูดคุยพรรคพลังประชารัฐด้วยหรือไม่ ว่า ในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลคงต้องหารือด้วยกัน แต่บังเอิญว่าเริ่มต้นที่ได้คุยกันมี 3 พรรคการเมือง จึงทำให้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับพรรคพลังประชารัฐ แต่ถัดจากนี้ไปจะเป็นหน้าที่ของวิปรัฐบาลที่จะไปหารือเรื่องรัฐธรรมนูญที่ถือว่าเป็นกฎหมายสูงสุดในการที่จะเข้าสู่สภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะต้องขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญหรือไม่​ นายจุรินทร์ กล่าวว่า​ ในสมัยประชุมหน้าก็สามารถเสนอได้ ส่วนการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญขึ้นอยู่กับรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะสามารถทำได้ในรัฐบาลชุดนี้หรือไม่​ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ตอบว่า อย่างน้อยที่สุดในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์จะใช้ความพยายาม เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาสำคัญไม่แพ้ปัญหาการเมือง หากว่าการเมืองนิ่งการเมืองสงบ ทุกอย่างเดินหน้าไปด้วยความเรียบร้อย การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจก็จะราบรื่นขึ้น อันนี้คือหัวใจสำคัญ เพราะฉะนั้นถือว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสริมปัญหาการแก้ไขเศรษฐกิจด้วย และเป็นทางออกให้กับประเทศ ในสถานการณ์ที่ตนได้เรียงมาเป็นลำดับ​ รวมทั้งปัจจุบันด้วย​ จะได้ไม่​เป็นเหยื่อในทางการเมืองโดยไม่จำเป็น เพราะการที่จะพาประเทศไปสู่การเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น มันเป็นทิศทางที่ควรจะเป็นอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซักว่า จะพยายามผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญใน​ 2 ปีที่เหลืออยู่ใช่หรือไม่​ นายจุรินทร์​ กล่าวว่า อย่างน้อยที่สุดพรรคประชาธิปัตย์พยายามผลักดัน อันนี้ถือเป็นทิศทางที่ได้พุ่งไปตั้งแต่ต้น ที่ผ่านมาก็ได้พิสูจน์แล้วว่าได้ทำหน้าที่จนวาระสุดท้าย นั่นคือการลงมติเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราเป็นทางออกที่ดีที่สุดใช่หรือไม่ นายจุรินทร์​ กล่าวว่า ในสถานการณ์ขณะนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับมีเครื่องหมายคำถาม และดูเหมือนข้อถกเถียงยังไม่ได้ข้อยุติ ว่าสุดท้ายต้องไปทำประชามติก่อนวาระ 1 หรือไปทำประชามติหลังผ่านวาระ 3 ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ​ ยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีนายศรีสุวรรณ​ จรรยา​ เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยยื่น​ ป.ป.ช.เอาผิด​ ส.ส.และ​ ส.ว.ที่ลงมติวาระ​ 3​ จำนวน​ 208​ คน จะส่งผลต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่​ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์​ กล่าวว่า การลงมติให้ความเห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระที่ 3 เป็นไปตามมติของรัฐสภา เพราะก่อนที่ทุกคนจะลงมติเห็นชอบก็เป็นมติของที่ประชุมรัฐสภาว่าจะให้มีการลงมติในวาระที่ 3​ ตนถือว่าการลงมติในวาระที่ 3 เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ และเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบทุกประการ ไม่ได้มีปัญหาอะไร และถ้ามีปัญหาคงมีปัญหาทุกคน เพราะคนที่ไปร้องก็ถูกตั้งข้อสังเกตเหมือนกันว่า ทำไมจึงร้องเฉพาะคนที่ลงมติเห็นชอบ แต่ไม่ร้องคนที่ลงมติไม่เห็นชอบ หรือไม่ร้องคนที่มีมติให้รัฐสภาลงมติในวาระที่ 3 ทำไมถึงเว้นไว้ แต่ตนไม่ได้หมายความว่าให้ไปร้องทุกคน เพียงแต่มีข้อสังเกต เพราะไม่เช่นนั้นจะทำให้คนที่ลงมติเห็นชอบในวาระที่ 3 กลายเป็นเป้าหมายในการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้นายจุรินทร์เคยระบุว่าจะแก้อำนาจ​ ส.ว. และญัตตินี้เคยถูกตีตกไปแล้วครั้งหนึ่ง มั่นใจหรือไม่ว่าในการยื่นครั้งต่อไปจะได้เสียงสนับสนุนจากส.ว. นายจุรินทร์​ กล่าวว่า เราก็ต้องทำหน้าที่ของเรา​ ส่วนผลจะเป็นอย่างไรไม่ได้อยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์พรรคเดียวหรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่ขึ้นอยู่มติของที่ประชุมร่วมรัฐสภา และขึ้นอยู่กับสมาชิกวุมฒิสภาไม่น้อยกว่า 1 ใน 3​ และเสียงฝ่ายค้านไม่น้อยกว่า​ 20% อันนี้เป็นเงื่อนไขบังคับที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนเอาไว้ ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ยาก แต่เราก็ต้องฝ่าด่านนี้ไป ไม่เช่นนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะทำไม่ได้เลย ยืนยันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นทางออกของประเทศทางหนึ่ง และจะส่งผลดีต่อการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ประชาชนอยากเห็นอยู่ด้วย การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองต้องไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า​ เป็นไปได้หรือไม่ที่ 3 ฝ่ายคือฝ่ายรัฐบาล​ ฝ่ายค้านและสมาชิกวุฒิสภา จะจับมือกันแก้ไขรัฐธรรมนูญ​ นายจุรินทร์ กล่าวว่า​อยากให้เป็นอย่างนั้น อยากเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้น และตนเคยพูดมาแล้วว่าอยากให้ 3 ฝ่ายได้คุยกัน หาทางออกร่วมกันเพื่อนำไปสู่ข้อสรุป ซึ่งนำมาซึ่งข้อสรุปในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยไม่ตัดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96963</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์​ ลักษณวิศิษฏ์​, แก้รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_60595a9c4397e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2021 23:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วาง6ตัวจี๊ดประท้วงศึกซักฟอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลพร้อมลุยศึกซักฟอก หลังติวเข้มสองวัน คาดปมโควิดระบาดรอบสอง ฝ่ายค้านถล่มหนัก &amp;quot;ณัฏฐพล&amp;quot; เคลียร์ใจส.ส.พปชร.กลางงานเลี้ยง หลังมีข่าวโดนแซะเก้าอี้ วิปรัฐบาลตั้งทีมองครักษ์ หากฝ่ายค้านอภิปรายพาดพิงเรื่องสถาบัน​ประท้วงทันที พรรคเล็กไม่เลิกงอแง อ้างขอฟังก่อนโหวต เพื่อไทยขู่จัดหนัก รมว.ศึกษาธิการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนถึงศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลในสัปดาห์นี้ ระหว่างวันที่ 16-19 ก.พ. ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านได้มีการเตรียมความพร้อมกันอย่างคึกคัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค มีการประชุมเตรียมพร้อมรับมือการอภิปรายของพรรคร่วมรัฐบาล ภายใต้ชื่องาน &amp;ldquo;สามัคคีรวมใจ พรรคร่วมรัฐบาล&amp;rdquo; ที่มีรัฐมนตรีซึ่งถูกฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจและ ส.ส.รัฐบาลมาร่วมงานดังกล่าว เป็นวันที่ 2 ต่อจากวันเสาร์ที่ 13 ก.พ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบว่าภายในงานมีแกนนำรัฐบาลและ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล เข้าร่วม อาทิ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, นายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เป็นต้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์​ ลักษณวิศิษฏ์​ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์​ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์​ ให้สัมภาษณ์หลังเข้าร่วมงาน ถึงกรณีที่อาจมีพรรคเล็กไม่ลงมติให้กับรัฐมนตรีบางคนว่า​ ยืนยันว่าพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคยังมีความเป็นเอกภาพ ไม่มีการแบ่งพรรคใหญ่พรรคเล็ก ทุกพรรคมีความสำคัญเท่ากัน รัฐบาลให้ความสำคัญกับทุกพรรค และทุกพรรคก็มาร่วมหารือกัน พร้อมที่จะสนับสนุนรัฐบาล จึงไม่มีอะไรน่ากังวล​ และเชื่อว่าการลงมติครั้งนี้จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่ขอพูดถึงว่าโดยหลักรัฐมนตรีทุกคนจะต้องคะแนนเท่ากันหรือไม่ เพราะอยู่ที่การอภิปรายและการชี้แจง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า การสัมมนาทั้งสองวัน วิปรัฐบาลพยายามเก็บข้อมูลทั้งหมดเพื่อเตรียมใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะเดียวกันก็มีตัวแทนจากสำนักนายกรัฐมนตรีมาเก็บข้อมูลทุกอย่างเพื่อส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งการอภิปรายเชื่อว่าไม่น่ามีอะไร เพราะหากมีข้อมูลอะไร แค่ 10 ชั่วโมงก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องขออภิปรายถึง 42 ชั่วโมง
เตือนฝ่ายค้านอย่าแตะเรื่องสถาบัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์กรณียื่นญัตติให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาว่า ปัญหาเรื่องอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาญัตติที่พรรคฝ่ายค้านและพรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอข้อความที่นำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการเมืองว่าจะทำได้หรือไม่ ว่าสัปดาห์มีการพิจารณาเพียงญัตติเดียวคือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งต้องยอมให้มีการพิจารณาเรื่องนี้ไปก่อน แต่หากนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านได้มีการอ่านข้อความที่มีเนื้อหาต้องห้ามตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ยุบพรรคไทยรักษาชาติ จะลุกขึ้นทักท้วงขึ้นพอสมควร แต่ถ้านำเสนอและข้ามข้อความไปได้ก็จะไม่มีประเด็น แต่หากพูดถึงก็จะมี ส.ส.ทักท้วงจำนวนมาก ทำให้ใช้เวลานานพอสมควร และเรื่องนี้จะเป็นประวัติศาสตร์ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีการเสนอญัตติลักษณะแบบนี้ จึงหวังว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะหลีกเลี่ยง และถือเป็นเรื่องดีของพรรคร่วมฝ่ายค้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าเป็นการประท้วง ยังไม่นำไปสู่ยุบพรรคใช่หรือไม่ &amp;nbsp;นายไพบูลย์กล่าวว่า การประท้วงเป็นจุดแรก แต่ถ้ายังจะดำเนินการก็ถือว่าเป็นการกระทำอันต้องห้ามตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ก็เป็นห่วง เพราะนายสมพงษ์ก็เป็นหัวหน้าพรรค และเรื่องนี้เป็นมติของพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรค ดังนั้นการยุบพรรคไทยรักษาชาติก็เป็นอุทาหรณ์ที่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมขอเรียนก่อน ผมเป็นผู้ยื่นคำร้องพรรคไทยรักษาชาติไปที่กกต. โดยเหตุเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีขัดต่อระเบียบการหาเสียงของ กกต.เท่านั้น ยังเป็นเรื่องเลยมาถึงขนาดนี้ แต่กรณีนี้ผมท้วงว่าขัดต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2562 กรณี กกต.ยื่นยุบพรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งคำวินิจฉัยมีผลผูกพันทุกองค์กร ดังนั้นผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้าน รวมทั้งผู้อภิปราย หากนำประเด็นต้องห้ามมาอภิปราย ผมว่าเป็นผลที่ทำให้เรื่องไปศาล ซึ่งเรื่องไปได้หลายทาง ไม่จำเป็นต้องไปด้วยญัตติของผม หากมีการอภิปรายด้วยข้อความต้องห้าม มั่นใจว่าไปแน่&amp;quot; นายไพบูลย์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวเช่นกันว่า เรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่เป็นประเด็นในการปรับ ครม.ในอนาคต ขอย้ำว่าสัญญาณเรื่องการปรับ ครม.ไม่มีแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ที่ถูกยื่นอภิปรายเช่นกันกล่าวว่า คาดว่าประเด็นที่จะถูกอภิปรายน่าจะเป็นเรื่องเมืองอุตสาหกรรมต้นแบบแห่งอนาคต อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กำหนดไว้ตามกฎหมายปี 2553 มั่นใจว่าจะอธิบายทุกประเด็นได้แน่นอน&amp;nbsp;
ตั้งทีมตอบโต้-งัดฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า​ ภาพรวมการสัมมนา​ของวิปรัฐบาล​เพื่อเตรียมพร้อมรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค​ ตลอด​ 2​ วันที่ผ่านมา​ บรรดารัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจต่างยืนยันกับที่ประชุมว่ามีข้อมูลที่สามารถชี้แจงได้​ ขณะเดียวกัน​ที่ประชุมมีการประเมินกันว่าประเด็นที่จะฝ่ายค้านจะเน้นเป็นพิเศษคือเรื่องที่ส่งผลกระทบกับสังคม อย่าง​สาธารณสุข​ การศึกษา​ และกระทรวงมหาดไทยที่เกี่ยวกับชาวบ้าน​ โดยเรื่องโควิด-19​ น่าจะเป็นเรื่องที่น่ากังวลมากที่สุด​ ส่วนเรื่องของสถาบันนั้น​ จะรอดูฝ่ายค้านว่าจะอธิบายอย่างไรให้เกิดความแนบเนียน​ เป็นเรื่องที่ฝ่ายค้านต้องระมัดระวังเอง​ และถึงดึงดันจะพูดก็คงไปต่อไม่ได้​ เพราะถูกประท้วงอย่างหนัก​ โดยในวันที่​ 15​ ก.พ.​ ที่รัฐสภา วิปรัฐบาลจะมีการประชุมเพื่อแบ่งหน้าที่​ แบ่งกลุ่ม​ในการรับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน​ โดยเฉพาะเรื่องสถาบัน ที่เบื้องต้นเตรียมไว้​ 6​ คน​ ได้แก่​ นายไพบูลย์​ นิติตะวัน​ ส.ส.บัญชีรายชื่อ​ พรรคพลังประชารัฐ, นายสิระ​ เจนจาคะ​ ส.ส.กทม.​พรรคพลังประชารัฐ,​ นายนิโรธ​ สุนทรเลขา​ ส.ส.นครสวรรค์​ พรรคพลังประชารัฐ​ และ ส.ส.จากพรรคร่วมรัฐบาลอีก 3 คน​ ซึ่งทันทีที่มีการพูดถึงสถาบันจะลุกขึ้นประท้วงทันที​ นอกจากนี้จะมีการมอบหมายให้มี​ ส.ส.ทำหน้าที่หัวหน้ากลุ่มองครักษ์เข้าผลัดเวรยาม​ตลอดในช่วงที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ประเด็นของกระทรวงมหาดไทยซึ่งน่าจะถูกอภิปรายเรื่องสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว​ โดยที่ประชุมได้สอบถาม​ พล.อ.อนุพงษ์​ เผ่าจินดา​ รมว.มหาดไทย ​ว่าเหตุใดจึงไม่ทำให้แล้วเสร็จตั้งแต่สมัย​ คสช.​ ซึ่ง​ พล.อ.อนุพงษ์ชี้แจงว่า​ เพราะเป็นเรื่องที่ต้องดูให้ละเอียดรอบคอบ​ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน​ มีกฎหมายหลายตัว​ ส่วนกรณีที่กระทรวงคมนาคมคัดค้านการขยายสัมปทานให้เอกชนรายเดิมนั้น​ เป็นความเห็นต่างทางกฎหมาย​ ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน​ ส่วนเรื่องก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ​ ไม่กังวล​ เพราะยังไม่ได้มีการดำเนินการ​&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในส่วนรัฐมนตรีของพรรคร่วมรัฐบาล​คนอื่นๆ โดยเฉพาะนายจุรินทร์​ ลักษณวิศิษฏ์​ รองนายกรัฐมนตรี​และ รมว.พาณิชย์​​ ที่ประชุมพยายามซักถามเรื่องการทุจริตจัดซื้อถุงมือยางที่ฝ่ายค้านจะนำมาอภิปรายว่ามีรายละเอียด​อย่างไร โดยนายจุรินทร์ระบุว่ามีการเตรียมข้อมูลเอาไว้แล้ว​ สามารถชี้แจงได้​ แต่ขอไปตอบในสภา​ ไม่ขอให้รายละเอียดตรงนี้​ เพราะกลัวข้อมูลจะหลุดไปถึงฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม​ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า​ ภายหลังการสัมมนาเสร็จสิ้นเมื่อค่ำวันที่​ 13​ ก.พ.​ ในช่วงระหว่างการรับประทานอาหารค่ำ​ ซึ่งมี​ พล.อ.ประวิตร​ วงษ์สุวรรณ​ รองนายกรัฐมนตรี​และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ร่วมอยู่ด้วย​ นายณัฏฐพล​ ทีปสุวรรณ​ รมว.ศึกษาธิการ​ ได้เคลียร์ใจกับ​ ส.ส.ในพรรคพลังประชารัฐ​ ที่มีความไม่เข้าใจกันเรื่องงานในกระทรวงศึกษาธิการที่ว่า​ ส.ส.ของพรรคไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากนายณัฏฐพลได้เลย​ ซึ่งได้มีการอธิบายเหตุผลจนเข้าใจ​กัน ขณะที่เรื่องการลงมติ​นั้น​ คะแนนเสียงรัฐมนตรีจะได้ในจำนวนเท่าๆ​ กัน หรือใกล้เคียงกัน​ ไม่เหลื่อมกันมาก
พรรคเล็กทำงอแง ขอฟังก่อนโหวต &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท ที่เป็นพรรคเล็กในพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวถึงเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ต้องดูว่าที่เขาชี้แจงมามันส่งผลหรือไม่ และถ้าเกิดฝ่ายค้านเขามีหลักฐานชัดๆ หรือชัดเจน เราคงจะยกมือลำบาก ถ้ามันยังคลุมเครือ เพราะเราอยู่พรรครัฐบาล มันเป็นตามมารยาทอยู่แล้ว ซึ่งพรรคเล็กๆ รวมก็กว่า 20 เสียง ยืนยันว่าจะขอฟังการอภิปรายก่อน อย่างไรก็ตาม ถ้าหากว่าฝ่ายค้านเขามีหลักฐานชัดเจนเราก็จะมาหารือร่วมกันก่อน อย่างไรก็ตาม พูดถึงตอนนี้อายุรัฐบาลเหลือปีกว่าๆ ตนคิดว่าส่วนมากมันจะไม่ครบ 4 ปี ก็ตามระเบียบอยู่แล้ว ส่วนเรื่องการถึงเวลาของพรรคพลังท้องถิ่นไทที่จะเข้าไปร่วมบริหารเรื่องนี้ อยู่ที่ผู้นำรัฐบาลว่าจะเห็นสมควรหรือไม่ ส่วนอยากจะทำงานด้านไหนนั้น เราคนท้องถิ่นก็อยากทำให้ท้องถิ่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ที่เป็นพรรคเล็กในรัฐบาล กล่าวเช่นกันว่า ถ้าฝ่ายค้านมีเอกสารหลักฐานที่ปรากฏเป็นจริง หรือมีใบเสร็จว่ารัฐมนตรีผู้ถูกอภิปรายกระทำการทุจริตจริง การดำเนินการของพรรคการเมืองก็มีมาตรา 124 ของรัฐธรรมนูญคุ้มครองอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อเงินภาษีของประชาชนถูกนักการเมืองโกงนั้น จึงอยากรู้ว่าพรรคการเมืองต่างๆ จะกล้ายกมือไว้วางใจให้หรือไม่ ดังนั้นคาดว่าในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 ทางพรรคเล็กจะมีการแถลงข่าวถึงแนวทางการลงมติว่าเป็นไปในทิศทางใด แต่ยืนยันได้ว่าจะยึดถือผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส.ส.ของพรรคเล็กๆ 20 คน ได้มีการพูดคุยมาตลอด มีข้อสรุปว่าจะนั่งฟังการอภิปรายโดยตลอด พอถึงเวลาโหวตจะใช้วิจารณญาณของแต่ละคน ไม่ใช่ฟังคำสั่งจากวิปรัฐบาลหรือใครก็ตามที่บังคับให้เราโหวตไว้วางใจ เพราะผมยืนยันว่าพรรคการเมืองไม่ใช่บริษัทจำกัด ไม่ใช่ว่าฝ่ายค้านแสดงหลักฐานอย่างชัดเจน แต่กลับยกมือไว้วางใจ จะถูกประชาชนและสังคมครหาว่าไปรับกล้วยเขามาอย่างแน่นอน&amp;rdquo; นายพิเชษฐกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพรรคฝ่ายค้าน นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม &amp;nbsp;พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า การอภิปรายครั้งนี้คนที่จะพูดคนแรกคือนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ &amp;nbsp;ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร จากนั้นหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านอภิปรายสลับกันไปตามลำดับ การอภิปรายคราวนี้ไม่เหมือนทุกครั้ง เพราะผู้อภิปรายคือตัว ส.ส. สามารถลุกขึ้นอภิปรายได้หลายครั้ง อภิปรายรัฐมนตรีให้จบเป็นคนไป แต่ทุกคนสามารถเกี่ยวพันไปถึงนายกรัฐมนตรีได้ตลอด เพราะรับผิดชอบหลายอย่าง เช่น เป็น ผอ.ศบค. หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ส่วนความผิด เช่น การใช้ ม. 44 เอื้อประโยชน์ผูกขาดตัดตอน ปัญหาแรงงานข้ามชาติลักลอบเข้าประเทศ ต้องรับผิดชอบในฐานะ รมว.กลาโหม หรือปัญหาบ่อนการพนัน นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบในฐานะที่กำกับดูแล สตช. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพงศ์กล่าวว่า ขอให้กลุ่มนักเรียนเลว กลุ่มครูชุดดำเตรียมฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ เพราะมีข้อมูลว่าครูผู้หญิงที่โรงเรียนนานาชาติ Rugby School Thailand ซึ่งตั้งอยู่เขาไม้แก้ว บางละมุง ชลบุรี แต่กลับให้สามีมารับเงินเดือนที่กระทรวงศึกษาธิการเดือนละ 50,000 บาท พฤติกรรมดังกล่าวเป็นการฉ้อฉล ทุจริต ไร้สำนึก ไร้คุณธรรมหรือไม่ ขอให้ติดตามในการอภิปรายว่าโรงเรียนนี้เป็นของใคร เหตุใดจึงต้องมารับเงินเดือนที่กระทรวงศึกษาธิการ ส่วนเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียว หนักแน่ เพราะมีเรื่องผิดปกติความไม่ชอบมาพากล เพราะอาจมีการเอื้อประโยชน์การสมคบคิดกับเอกชน และข้อมูลที่ออกมาถือว่าน้อยยังมีทีเด็ดอีกมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวตอนหนึ่งระหว่างร่วมบรรยายกับกลุ่มแคร์ในงาน &amp;quot;คนไทย ไร้จน&amp;quot; ซึ่งจัดโดยกลุ่มแคร์ ที่ลิโด้ คอนเนค ถึงเรื่องรัฐธรรมนูญว่า โชคดีที่ได้ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ตอนมีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีมาก รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เขียนถึงภาวะผู้นำของนายกรัฐมนตรี ถ้านายกฯ ไม่มีภาวะผู้นำ ถูกต่อรองทางการเมืองตลอดก็ทำงานยาก รัฐธรรมนูญบางคนคิดว่าเป็นเพียงกฎหมาย โครงสร้างของการบริหารประเทศ แต่มันเป็นมากกว่านั้น รัฐธรรมนูญหมายถึงเศรษฐกิจ รัฐธรรมนูญที่มีกระบวนการทำให้หลักนิติธรรมถูกบังคับใช้อย่างเสมอภาค เป็นธรรม จะทำให้ทุกประเทศมีความเชื่อถือ และเคารพเรา ถ้าเมื่อไหร่หลักนิติธรรมไม่เป็นสากล คนจะไม่เคารพ ไม่เชื่อถือ ไม่เอาเงินมาไว้หรือลงทุนที่ประเทศไทย อย่าคิดว่ารัฐธรรมนูญเป็นเพียงกฎหมายเพื่อให้อำนาจและการปกครองเท่านั้น ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญเพื่อรัฐบาล ไม่ใช่เพื่อรัฐ ซึ่งรัฐธรรมนูญเพื่อรัฐหรือเพื่อประเทศและคนไทยทุกคน ต้องมีหลักการของประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมที่เป็นสากล ถึงจะทำให้คนเชื่อถือ และเศรษฐกิจจะดี แต่ถ้าไล่ดูรัฐธรรมนูญที่มีประชาธิปไตยมากเท่าไหร่เศรษฐกิจจะดี แต่รัฐธรรมนูญที่มีประชาธิปไตยแย่ เศรษฐกิจก็จะแย่ นอกเหนือจากคุณภาพด้านการบริหารจัดการ ตัวของรัฐธรรมนูญจะเป็นกุญแจ และการทุจริตคอร์รัปชัน รัฐธรรมนูญเป็นตัวบอกหมด ฉะนั้นเราต้องเอาจริง และต้องเอารัฐธรรมนูญที่ดี อย่างรัฐธรรมนูญที่เถียงกันในสภา ว่ารัฐบาลนี้ปฏิญาณตนไม่ครบ เพราะมุ่งที่จะยึดมั่นรักษาไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความจริงผมแอบอดพูดในใจไม่ได้ว่า ก็อย่าไปปกป้องเลยเพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่มีประชาธิปไตย เปลี่ยนรัฐธรรมนูญใหม่ดีกว่า ให้เป็นของประชาชน ที่มีประชาธิปไตย มีหลักนิติธรรมเป็นสากล เพื่อเศรษฐกิจ สังคมที่ดีขึ้น เพื่อคนไทยทุกคนจะได้มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน ฝากให้คิดด้วย&amp;quot; อดีตนายกรัฐมนตรีระบุ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93033</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์​ ลักษณวิศิษฏ์​, ชัชวาลล์ คงอุดม, ทักษิณ ชินวัตร, นิพนธ์ บุญญามณี, พิเชษฐ สถิรชวาล, วิรัช รัตนเศรษฐ, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210214/image_big_6029309fbee6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41660</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; นั่ง ปธ. &#039;ครม.เศรษฐกิจ&#039; ถ่วงดุลนโยบาย &#039;ปากท้อง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในสมัยรัฐบาล​ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ ยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ​ (คสช.)​ งานด้านเศรษฐกิจ​อยู่ในการดูแลของ &amp;quot;สมคิด​ จาตุศรีพิทักษ์&amp;quot;​ รองนายกรัฐมนตรี แบบเบ็ดเสร็จ!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าจะการคิดนโยบาย​ การกำกับดูแล​ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; มอบให้ &amp;quot;สมคิด&amp;quot; ดูแล​ โดยไม่เข้ามาก้าวก่ายหรือแทรกแซงใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะเรียกว่า​ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เชื่อมือหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ​ หรือถึงขั้นชื่นชมการทำงานก็ไม่แตกต่างกันนัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่รองนายกรัฐมนตรี​ ในรัฐบาล​ พล.อ.ประยุทธ์​ 2/1​ มีจำนวน​ 5​ คน​ ได้แก่​ พล.อ.ประวิตร​ วงษ์สุวรรณ, สมคิด​ จาตุศรีพิทักษ์, วิษณุ​ เครืองาม, จุรินทร์​ ลักษณวิศิษฏ์​ และ อนุทิน​ ชาญวีรกูล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยความเข้าใจกัน​ พล.อ.ประวิตร​ กำกับดูแลด้านความมั่นคง​ &amp;quot;สมคิด&amp;quot;​ กำกับดูแลด้านเศรษฐกิจ​ และ &amp;quot;วิษณุ&amp;quot;​ กำกับดูแลด้านกฎหมาย​ ซึ่งเป็นเนื้องานเดิมในยุค​ คสช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากแต่ในทางปฏิบัติ​ กรณีของนายสมคิดอาจมีปัญหา​ เพราะปัจจุบันกระทรวงเศรษฐกิจไม่ได้อยู่ในการดูแลของพรรคพลังประชารัฐทั้งหมด​ แต่กระจายอยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยกระทรวงพาณิชย์​ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ อยู่กับพรรคประชาธิปัตย์​ ขณะที่กระทรวงคมนาคม​ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา​ อยู่กับพรรคภูมิใจไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระทรวงเศรษฐกิจจริงๆ​ ที่ยังเหลืออยู่กับพรรคพลังประชารัฐ​ มีเพียงกระทรวงการคลัง​ กระทรวงพลังงาน​ กระทรวงอุตสาหกรรม​ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม​ (ดีอี)​&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การจะกำกับดูแลกระทรวงเศรษฐกิจทั้งหมดเฉกเช่นเดิม​ยังเป็นเรื่องยาก​ เพราะทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยต่างมีรองนายกรัฐมนตรีของตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะ &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot;​ ที่นอกจากเป็นรองนายกรัฐมนตรี​ ยังเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจอย่าง​ พาณิชย์อีกด้วย​ ดังนั้น​ จึงเป็นที่แน่นอนว่า​จะกำกับดูแลเอง​ ไม่ยอมอยู่ภายใต้นายสมคิด​ที่มีศักดิ์เท่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นเดียวกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ อีกหนึ่งกระทรวงของพรรคประชาธิปัตย์​ ที่ &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; จะกำกับเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สำคัญ​ แนวคิดของนายสมคิดกับแนวคิดของพรรคประชาธิปัตย์เรื่องนโยบายเป็นไปคนละทาง​ ชนิดตรงข้ามกัน​ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ต่างจากพรรคภูมิใจไทย​ แม้ &amp;quot;สมคิด&amp;quot; จะมีความสัมพันธ์อันดีมากกว่าพรรคประชาธิปัตย์​ เพราะเคยร่วมงานกันสมัยรัฐบาลไทยรักไทย​ แต่​ขึ้นชื่อ​ &amp;quot;เนวิน​ ชิดชอบ&amp;quot; ผู้มากบารมีในพรรค​ ย่อมไม่ต้องการให้ &amp;quot;สมคิด&amp;quot; มาจุ้นจ้านกับงานของพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น​ กระทรวงคมนาคม​ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา​ จึงจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ อนุทิน​ รองนายกรัฐมนตรี​และ รมว.สาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การจะเรียกว่า​ &amp;quot;สมคิด&amp;quot; ​เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลจึงอาจไม่ค่อยถูกนัก​ แม้แต่ &amp;quot;สมคิด&amp;quot; เองก็ยังไม่มั่นใจว่า​ตัวเองเป็นรองนายกรัฐมนตรีด้านนี้อยู่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งการไม่สามารถกำกับดูแลได้ทั้งหมด​ อาจส่งผลกระทบต่อนโยบายเศรษฐกิจ​ของพรรคพลังประชารัฐ​ ในส่วนงานที่อยู่ภายใต้การดูแลของพรรคร่วมรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเสนอตั้ง​ &amp;quot;ครม.เศรษฐกิจ&amp;quot; ของ สมคิด​ ที่มีไปถึง&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์​ ซึ่งระบุว่า​ เพื่อต้องการให้รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจที่มาจากคนละพรรคให้เป็นเนื้อเดียวกัน​ จริงแล้วคือ​การแก้เกม​&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะการให้​ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เป็นประธาน​ ครม.เศรษฐกิจ​แทนที่ &amp;quot;สมคิด&amp;quot; จะเป็นเอง​ นั่นเพราะ &amp;quot;สมคิด&amp;quot; รู้ว่าสถานะตอนนี้ตัวเขาไม่สามารถขอความร่วมมือพรรคร่วมรัฐบาลได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่การให้​ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; นั่งเป็นประธาน​ ครม.เศรษฐกิจนั้น​ ในฐานะผู้นำรัฐบาล​มีน้ำหนัก​และสามารถสั่งการได้แน่นอน​ โดยมีสมคิดเป็นมันสมอง​ เวลาคิดหรือจะดำเนินการอะไรเกี่ยวกับนโยบายด้านเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายกฯ​ จะเป็น​ดัง &amp;quot;ข้อต่อ&amp;quot; ให้นโยบายเศรษฐกิจ​ยังอยู่ในการคอนโทรลของแกนนำรัฐบาล​ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่ง​ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เองน่าจะรับข้อเสนอนี้​&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถือเป็นการปัดฝุ่น​ &amp;quot;ครม.เศรษฐกิจ&amp;quot; ที่หายไปนานในยุคของ​ คสช.​ ที่ไม่จำเป็นต้องมี​ เพราะอยู่ในการควบคุมของนายสมคิดทั้งหมด​ แต่ครั้งนี้ต้องทำ​&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะสำหรับ​ พล.อ.ประยุทธ์ยังคงเชื่อมือ​ &amp;quot;สมคิด&amp;quot; ที่ช่วยกันปลุกปั้นงานด้านนโยบายเศรษฐกิจมาตลอด​ 5​ ปี.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;การให้​บิ๊กตู่เป็นประธาน​ ครม.เศรษฐกิจ​แทนที่สมคิดจะเป็นเอง​ นั่นเพราะสมคิดรู้ว่าสถานะตอนนี้ตัวเขาไม่สามารถขอความร่วมมือพรรคร่วมรัฐบาลได้ แต่การให้​บิ๊กตู่นั่งเป็นประธาน​ ครม.เศรษฐกิจนั้น​ ในฐานะผู้นำรัฐบาล​มีน้ำหนัก​และสามารถสั่งการได้แน่นอน​ โดยมีสมคิดเป็นมันสมอง​ เวลาคิดหรือจะดำเนินการอะไรเกี่ยวกับนโยบายด้านเศรษฐกิจ นายกฯ​ จะเป็น​ดังข้อต่อให้นโยบายเศรษฐกิจ​ยังอยู่ในการคอนโทรลของแกนนำรัฐบาล​&amp;quot; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41660</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, จุรินทร์​ ลักษณวิศิษฏ์​, พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​, พล.อ.ประวิตร​ วงษ์สุวรรณ, วิษณุ​ เครืองาม, สมคิด​ จาตุศรีพิทักษ์, อนุทิน​ ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190722/image_big_5d35d1f281ab3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
