<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97171</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 21:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เนียนกริบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ควันหลงกลุ่มเครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม หรือ WE FAIR ออนทัวร์ 3 พรรคการเมือง เมื่อวานนี้ (24 มีนาคม) พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บ่ายโมงตรงเป๊ะ ก๊วน WE FAIR ประมาณ 13-14 คน เดินทางถึงลานแม่พระธรณีบีบมวยผม โดยมีพรรคประชาธิปัตย์แต่งตัวรอ เมื่อแขกมาถึงก็เดินออกมาต้อนรับ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นำโดย ชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp; และ ราเมศ รัตนะเชวง โฆษก ปชป.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับความเคลื่อนไหวของ กลุ่มวีแฟร์ ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ต้องการทวงถามความคืบหน้านโยบายรัฐสวัสดิการที่เคยหาเสียงไว้ในการเลือกตั้ง ส.ส.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บรรยากาศช่วงพิธีการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย กลุ่มได้ยื่นหนังสือ โดยมี ชินวรณ์ เป็นตัวแทนพรรครับเรื่องไว้ ระหว่างนั้นม็อบก็ชูป้ายฟิวเจอร์บอร์ดเป็นพร็อพประกอบ โดยมีเนื้อหาแสดงนโยบายของค่ายสะตอที่เคยหาเสียงไว้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาทิ ประกันรายได้แรงงาน 400 บาทต่อวัน, เบี้ยผู้สูงอายุ บำนาญถ้วนหน้า 1,000 บาทต่อเดือน, เบี้ยสวัสดิการ&amp;nbsp; 1,000 บาทต่อเดือน, เบี้ยสวัสดิการผู้ยากไร้ 800 บาทต่อเดือน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งโครงการโฉนดสีฟ้าธนาคารที่ดิน, เงินอุดหนุนเด็ก 0-8 ปี 1,000 บาทต่อเดือน, เรียนฟรีถึง ปวส. จบแล้วมีงานทำ, โครงการอาหารเช้า/กลางวันฟรี อนุบาลถึง ม.3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนท้าย ส.ส.ชินวรณ์ ระบุว่า ประชาธิปัตย์มีนโยบายที่เป็นรากฐานสังคมมาจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และเริ่มต้นนโยบายประกันสุขภาพที่ดูแลประชาชนมาถึงทุกวันนี้ ยืนยันว่านโยบายที่หาเสียงไว้มีความคืบหน้าไปมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้น WE FAIR ก็สลายตัวแยกย้ายกลับบ้านใครบ้านมัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน จุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รอง ผอ.พรรค ในฐานะผู้ยืนสังเกตการณ์อยู่ตลอดตั้งแต่เริ่มกระบวนการยื่นหนังสือ ออกปากชมพร็อพที่ม็อบทำมาโชว์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;สวย กราฟิกเขาทำดี เป๊ะมาก ตัดรูปหัวหน้าอภิสิทธิ์ (เวชชาชีวะ) ออก แล้วเอารูปหัวหน้าจุรินทร์ (ลักษณวิศิษฏ์) มาแทน ตัดต่ออย่างเนียน&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แถมตบท้ายว่า &amp;ldquo;แบบนี้ต้องส่งคนของพรรคเราไปเรียนรู้กับเขาซะแล้ว&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แหม...ก่อนจะส่งลูกน้องไปเรียน ถามเขาก่อนก็ดีนะรอง ผอ. อิอิ. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;มินนี่เมาธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97171</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, จุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์, มินนี่เมาธ์, เนียนกริบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f2ff6c243787.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37475</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนักกว่าพฤษภา35 อาทิตย์เทียบโหวตนายกฯ เพื่อไทยเล็งขยี้คุณสมบัติ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ดักทางรัฐบาลปริ่มน้ำไปไม่รอดเสี่ยงวิกฤติ ญาติวีรชนพฤษภา&amp;#39;35 ชี้โหวตเลือกนายกฯ หากเสียง ส.ส.ไม่ถึง 250 อาจขัด รธน. ขาดความชอบธรรม เตือนประธานรัฐสภานำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายอาจระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท ยุขั้วที่ 3 เดินหน้าต่อ &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; ย้ำคุณสมบัติต้องห้าม &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot;-ส.ว.ผลัดกันเกาหลัง ผิด รธน. ฟันธงงานนี้ไม่หมู รองโฆษก พปชร.หยัน พท.ไปเตรียมตัวเป็นค้านดีกว่า &amp;quot;สนธิรัตน์&amp;quot; รอคำตอบพรรคร่วม คาดประกาศตั้งรัฐบาลได้เร็วๆ นี้ ซูเปอร์โพลระบุประชาชน 71% ประเมิน 6 เดือนข้างหน้ายังไร้ทางสว่าง แต่ 62% ยังให้ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; เหมาะนั่งนายกฯ ต่อ สวนดุสิตโพลเผย ปชช.หน่ายจัดตั้งรัฐบาลอืดเหตุเพราะผลประโยชน์ไม่ลงตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;rsquo;35 ออกแถลงการณ์กรณีที่จะมีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 5 มิ.ย.นี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางการเมืองไทย และจะเป็นชนวนความขัดแย้งครั้งใหม่ ไม่อยากเห็นการเมืองเข้าสู่ทางตันสังคมไทยต้องเผชิญหน้าบาดเจ็บล้มตายกันอีก จึงมีข้อเสนอดังนี้ 1.ความพยายามจัดตั้งรัฐบาลเพื่อเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ อีกครั้ง จึงขอเรียกร้องให้ 250 ส.ว. ตัดสินใจด้วยความอิสระคำนึงถึงทางออกของชาติบ้านเมืองมากกว่าผลประโยชน์ต่างตอบแทน แต่หากโหวตเลือกนายกฯ ที่เป็นบุคคลนำประเทศไปสู่ความขัดแย้งจะต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ความจัดตั้งรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำไม่สามารถนำพาประเทศชาติออกจากวังวนความขัดแย้งได้ จะเป็นรัฐบาลที่ไร้เสถียรภาพส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทุกด้าน ขอเรียกร้องให้ทุกพรรคที่ทบทวนหาแนวทางใหม่ หากเป็นรัฐบาลได้ไม่กี่เดือนแล้วสะดุดล้มลงก็จะถูกตราหน้าจากสังคมว่าเป็นพรรคการเมืองที่ร่วมสร้างปัญหาให้กับชาติบ้านเมืองด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.แม้บทเฉพาะกาลมาตรา 272 ระบุให้การโหวตเลือกนายกฯ ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาหรือ 376 เสียง แต่ต้องยึดมาตรา 159 ที่ต้องใช้มติของสภาผู้แทนราษฎร และมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนฯ ซึ่งถือว่าเป็นบทบัญญัติหลัก หากฝ่าฝืนเจตนารมณ์ รธน.จะนำไปสู่การยื่นศาล รธน.ตีความและเกิดความวุ่นวายตามมาอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.หากที่ประชุมร่วมรัฐสภาโหวตเลือกนายกฯ โดยเสียง ส.ส.ไม่ถึง 250 เสียง จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ประธานรัฐสภา จะกล้านำรายชื่อบุคคลที่มีคะแนนเสียงสนับสนุนไม่มากกว่ากึ่งหนึ่งของ ส.ส.ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายหรือไม่ บุคคลที่ได้รับเลือกเป็นนายกฯเสียงข้างน้อย จะกล้านำ ครม.เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณหรือ เพราะอาจเป็นกระทำที่กระทบและระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท อาจขัด รธน.ขาดความชอบธรรม และสร้างความชอบธรรมให้เกิดการชุมนุมต่อต้านนำไปสู่ความขัดแย้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.ให้พรรคการเมืองขั้วที่ 3 ทำหน้าที่ให้ถึงที่สุดก่อน ซึ่งมี ส.ส.กว่า 320 เสียง โดยประกาศร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลขั้วที่ 3 อย่างเป็นทางการที่มีเสียงข้างมากในสภา เท่ากับประกาศความชอบธรรมทางการเมืองที่ไม่มีใครปฏิเสธได้แล้วหาบุคคลที่เป็นที่ยอมรับเป็นนายกฯ เชื่อว่าทุกภาคส่วนจะสนับสนุน ซึ่งจะทำให้ 250 ส.ว.ไม่กล้าฝืนเจตนารมณ์ของประชาชนและจะลงคะแนนเสียงเพิ่มเติมให้จนถึง 376 เสียงในที่สุด &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอวิงวอนให้ทุกภาคส่วนของสังคมร่วมกันสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลช่วยชาติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมทั้งเร่งปฏิรูปประเทศในเรื่องที่จำเป็นเร่งด่วนให้แล้วเสร็จก่อนคืนอำนาจให้ประชาชน&amp;quot; แถลงการณ์ ระบุ
ประเทศเสี่ยงวิกฤติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิศูนย์พัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม ระบุว่า การเลือกนายกฯ ในวันที่ 5 มิ.ย.นี้ จะเป็นเครื่องชี้สำคัญว่าอนาคตของประเทศไทยจะเป็นอย่างไร หาก ส.ส.ตัดสินใจเลือกนายกฯ โดยไม่ยึดหลักการประชาธิปไตยและหลักการที่ถูกต้องชอบธรรม ไม่สนใจต่อสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน และ ส.ว.เลือกเพื่อตอบแทนบุญคุณและไม่ได้เลือกอย่างเป็นอิสระ มีความเสี่ยงที่ประเทศไทยจะเกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองหลังจากนี้ไม่นานนัก และการเลือกหัวหน้าคณะรัฐประหารกลับมาเป็นนายกฯ อีก อาจทำให้เกิดการฟ้องร้องว่าขาดคุณสมบัติ เนื่องจากเคยทำรัฐประหารล้มล้างระบอบประชาธิปไตยและฉีกรัฐธรรมนูญมาก่อน นอกจากนี้ ส.ว.อาจถูกฟ้องร้องว่ากระทำการขัดกับรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ จึงขอร้องให้สมาชิกรัฐสภาทุกท่านคิดถึงประเทศของเราและประชาชนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ อดีตประธานรัฐสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เปรียบเทียบการตั้งนายกรัฐมนตรีปี 2535 และปี 2562 ว่า เมื่อปี 2535 ไม่ได้มีปัญหาเรื่องเสียงข้างมากในสภา เสียงข้างมากชัดเจนได้เสนอหัวหน้าพรรคเป็นนายกฯ แต่เนื่องจากการเสนอหัวหน้าพรรคเสียงข้างมากนั้นชัดเจน 195:165 ว่าเป็นการสืบทอดอำนาจของ รสช. ซึ่งประชาชนได้ออกมาคัดค้านประท้วงไม่เห็นด้วย และได้มีการปราบปรามประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ออกมาชุมนุมโดยสงบสันติและปราศจากอาวุธได้บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก ซึ่งคาดการณ์ได้ว่าหากแต่งตั้งนายกฯ จากพรรคเสียงข้างมากที่สภาเสนอ ประชาชนก็ย่อมต้องออกมาประท้วงอีก และรัฐบาลซึ่งมีทหารสนับสนุนก็จะต้องปราบปรามกวาดล้างตามแนวทางของทหารอีกเช่นเดิม จะเกิดการนองเลือดและประชาชนล้มตายอีกเป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ว่าประธานสภาฯ ซึ่งสังกัดพรรคเสียงข้างมากอยู่แล้ว และได้รับทั้งคำร้องขอ คำสั่ง คำขู่และอามิสสินจ้างทั้งตำแหน่งและเงินทอง ให้เสนอชื่อตามที่พรรคเสียงข้างมากเสนอ แต่ไม่อาจเสนอชื่อนายกฯตามที่พรรคเสียงข้างมากเสนอได้ จำเป็นต้องหาคนกลางเพื่อเข้ามายุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินต่อไปสถานการณ์ในปี 2562 มีทั้งเหมือนและแตกต่างจากปี 2535 ส่วนที่เหมือนนั้น ในลักษณะที่มีการสืบทอดอำนาจของ คสช.มีอยู่ชัดเจน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเขียนรัฐธรรมนูญและกติกาการเลือกตั้งใหม่ก็แสดงชัดเจนว่าตั้งใจจะสืบทอดอำนาจตั้งแต่ต้น และไม่เป็นธรรมประชาชนจึงไม่ยอมรับอยู่แล้วในส่วนที่แตกต่างจากปี 2535 ประการสำคัญ คือพรรคต่างๆ ที่สนับสนุนรัฐบาลปัจจุบันกระจัดกระจายและมีเสียงสนับสนุนจากประชาชนน้อยมาก ไม่เป็นปึกแผ่นเอกภาพ แม้จะรวมตัวได้มากที่สุด ก็ยังเป็นรัฐบาลเป็ดง่อยที่ไม่สามารถสร้างความมั่นคงในการบริหารประเทศนำรัฐนาวาไปสู่ความเป็นปึกแผ่น มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนได้ จึงใคร่ชี้ให้เห็นว่าสถานการณ์ปี 2562 นี้หนักหน่วงยิ่งกว่าปี 2535 มากนัก&amp;quot; นายอาทิตย์ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า การเลือกนายกฯ ครั้งนี้มีความแตกต่างไปจากอดีต ครั้งนี้ให้รัฐสภาต้องเลือกนายกฯ จากบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอตอนเลือกตั้งก่อน บุคคลที่รัฐสภาจะพิจารณามีมติให้เป็นนายกฯ นั้น ต้องพิจารณาเสียก่อนว่ามีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามที่จะเป็นนายกฯ ที่ผ่านมาปัญหาการดำรงตำแหน่งหัวหน้าคสช.ของ พล.อประยุทธ์ ถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐต้องห้ามมิให้เสนอให้เป็นนายกฯ เป็นลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ เป็นประเด็นปัญหาที่ยังไม่มีข้อยุติชัดเจน เรื่องนี้รัฐสภาเมื่อมีอำนาจพิจารณาก็ต้องมีอำนาจชี้วินิจฉัย และการที่ ส.ว.ชุดปัจจุบัน ที่จะไปใช้สิทธิเลือกนายกฯ ปัญหาการสรรหาที่ถูกกล่าวหาว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การที่หัวหน้า คสช.ซึ่งเป็นผู้ถูกเสนอชื่อให้เป็นนายกฯ โดยพรรคพลังประชารัฐ และเป็นผู้คัดเลือกส.ว.จากกรรมการสรรหาเสนอมา เป็นผู้ลงนามรับสนองฯ และแล้วในที่สุด ส.ว.ทั้งหลายจะเป็นผู้มาเลือกตนเองให้เป็นนายกฯ ตามบัญชีที่พรรคการเมืองเสนอ ทำนองผลัดกันเกาหลัง ชงเองกินเอง จึงมีปัญหาว่า ส.ว.ผู้โหวตได้กระทำการอันขัดกันแห่งผลประโยชน์ มีสิทธิถูกร้องว่ากระทำผิดทั้งรัฐธรรมนูญและมาตรฐานทางจริยธรรม มีผลร้ายอย่างไรก็ไปเปิดรัฐธรรมนูญดูกันเองยังมีอีกหลายประเด็น จึงฟันธงว่าไม่หมู งานยาก อย่าคิดว่าเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อสืบทอดอำนาจไว้ดีแล้ว อะไรที่มันผิดธรรมชาติ ดึงดันจะเอาแบบนี้ ที่สุดคืออวสาน เชื่อว่าเรื่องนี้ไม่จบแค่ใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี&amp;rdquo; นายชูศักดิ์กล่าว
พท.ดัน&amp;#39;หญิงหน่อย&amp;#39;ชิงนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า 7 พรรคการเมืองฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยซึ่งมี 246 เสียงประกาศย้ำจุดยืนอยู่เสมอว่าจะต่อต้านการสืบทอดอำนาจจะแก้ไขรัฐธรรมนูญนำประชาธิปไตยกลับคืนมา ส.ว.ต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชนจะให้สิทธิ์โหวตเลือกนายกฯ เฉพาะ ส.ส.เท่านั้น ต้องเร่งฟื้นฟูแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องโดยเร็ว ส่วนการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ จะได้ข้อสรุปว่าจะเสนอใครหลังจากการหารือร่วมกันของทั้ง 7 พรรค ซึ่งจะรู้ชื่อก่อน 5 มิ.ย.มติของทุกพรรควันที่ 4 มิ.ย.นี้จะเป็นการตอบประชาชนว่าจะมีพรรคใดบ้างที่จะร่วมสืบทอดอำนาจ คสช.อีก เพื่อประชาชนจะได้ให้บทเรียนในการเลือกตั้งครั้งหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การประชุม ส.ส.และคณะกรรมการบริหารพรรควันที่ 4 มิ.ย.นี้ ตนจะเสนอชื่อคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ หมายเลข 1 ของพรรค ชิงตำแหน่งนายกฯ กับ พล.อ.ประยุทธ์ โดยเหตุผลที่เป็นแคนดิเดตนายกฯ หมายเลข 1 ของพรรค ในฐานะ ส.ส.ภาคอีสานที่พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งมากที่สุดถึง 84 ที่นั่ง เพราะพรรคพท.ยืนยันบนเวทีหาเสียงมาตลอดว่าจะให้คุณหญิงสุดารัตน์เป็นนายกฯ คนอีสานถึงได้เทคะแนนให้ พท.อย่างถล่มทลาย สุดท้ายพรรค พท.ไม่เอาคุณหญิงสุดารัตน์ขึ้นชิงนายกฯ ผมคงกลับบ้านที่อีสานไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีต ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช.ภาคอีสาน &amp;nbsp;กล่าวว่า พรรคฝ่ายประชาธิปไตยทุกพรรคจะยังคงเหนียวแน่น ไม่มีงูเห่า และพร้อมที่จะลงมติหรือโหวตเลือกนายกฯ ตามมติที่ประชุมร่วมอย่างแน่นอน หากผลการลงมติของพรรคเพื่อไทยว่าบุคคลใดจะถูกเสนอชื่อให้เป็นแคนดิเตดนายกฯ มั่นใจว่าทุกคนยอมรับ อย่างไรก็ตามไม่เข้าใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ ที่ยังคงดื้อดึงไม่ฟังเสียงประชาชน และต้องการเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ไม่อายประชาชน ไม่อายระบอบประชาธิปไตยหรืออย่างไร อย่างไรก็ตาม ส.ว.ที่ได้รับการคัดเลือกมาแล้ว หากต้องการที่จะรักษาคำพูดที่ทุกคนล้วนบอกว่าต้องการทำงานเพื่อประเทศ การเลือกนายกฯ หากไม่กล้าที่จะลงคะแนนว่าไม่เลือก พล.อ.ประยุทธ์ ก็สามารถที่จะลาการประชุมได้เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายชำนาญ จันทร์เรือง รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวว่า แม้พรรค อนค.จะมีจุดยืนในการสนับสนุนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นนายกฯ แต่ระหว่าง 7 พรรคการเมือง คงต้องมีการเจรจา ดูข้อดี-ข้อเสียและจุดยืนของแต่ละพรรค โดยพรรคยืนยันเรื่องเป้าหมายสูงสุด คือการยุติการสืบทอดของ คสช. ลบล้างผลพวงรัฐประหาร และแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ หากการเจรจายึด 3 หลักเกณฑ์นี้ ทุกอย่างก็สามารถหารือกันได้ และคิดว่าหาก ส.ว.ไม่สะดวกใจที่จะโหวตสวนหรือโหวตไม่เห็นด้วย ก็ควรงดออกเสียง ตนไม่คิดว่า ส.ว. 250 คนจะโหวตไปในทิศทางเดียวกัน เพราะอย่างน้อยก็มี ส.ว. 50 คนที่ผ่านกระบวนการสรรหาจากระดับพื้นที่ขึ้นมา ซึ่งเชื่อว่าคนกลุ่มนี้จะมีจุดยืนของตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณี รศ.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี หัวหน้าภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เสนอให้แคนดิเดตนายกฯ แสดงวิสัยทัศน์ก่อนให้ที่ประชุมร่วมของรัฐสภาโหวตเลือก นายชำนาญกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีแน่นอน แต่เชื่อว่าเรื่องนี้จะถูกก่อกวนและประท้วงเช่นเดียวกับเมื่อครั้งที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค อนค. เสนอให้แคนดิเดตรองประธานสภาฯ คนที่ 1 แสดงวิสัยทัศน์ นอกจากนั้นยังเชื่อว่าจะมีผู้แสดงความเห็นสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์กันเต็มสภา จึงอยากแนะนำให้ ส.ส.เตรียมเครื่องดื่มแก้เลี่ยนมาด้วย
หยันพท.เตรียมเป็นฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ โพสต์ทวิตเตอร์ว่า หรือว่า พปชร.มั่นใจว่ามีงูเห่ามากพอแน่แล้ว เห็นข่าวว่ามีการติดต่อซื้องูเห่ากันด้วยราคาตั้งแต่ 20-40 ล้าน แถมเงินเดือน เดือนละ 2 แสน แต่เลือกนายกฯ งูเห่าจะต้องเปิดตัว เท่ากับฆ่าตัวตายทางการเมืองทันทีคาไมโครโฟน จะบ้าบิ่นกันขนาดนั้นหรือ? ที่แปลกมากๆ ก็คือ พปชร.ถือสิทธิ์อะไรถึงได้เที่ยวไปทาบทามพรรคต่างๆ ให้เข้าร่วมรัฐบาล พปชร.มีเสียงเกินครึ่งแล้วหรือ ถ้าไม่มีทำไมไปเชิญเหมือนตัวเองเป็นรัฐบาลแน่แล้ว หรือ ส.ว.ตกลงยกมือให้หมดทุกคนแล้ว ไหนว่า ส.ว.เป็นตัวของตัวเอง การเมืองมาถึงจุดที่เลอะเทอะเละเทะขนาดนี้ได้อย่างไร &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษก พปชร. กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยระบุ พล.อ.ประยุทธ์ อาจขัดคุณสมบัติการเป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ ว่าการกล่าวหาเช่นนี้ไม่เป็นธรรมกับ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะประเด็นคุณสมบัติของ พล.อ.ประยุทธ์ได้ผ่านการตรวจสอบจากพรรค กกต. รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งสรุปว่า พล.อ.ประยุทธ์สามารถเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคการเมืองได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ได้มีปัญหา ประเด็นนี้จึงเป็นการดิสเครดิตหรือหาเรื่องกันมากกว่า แต่ไม่มีผลกระทบต่อ พปชร.และ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะการโจมตีกันเช่นนี้เป็นการเล่นการเมืองแบบเก่า จึงอยากให้พรรคเพื่อไทยไปเตรียมตัวเป็นฝ่ายค้านที่ดี ซึ่งจะดีกว่ามัวมาเล่นการเมืองแบบไม่สร้างสรรค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์จะได้รับการโหวตให้เป็นนายกฯ ในวันที่ 5 มิ.ย.นี้แน่นอน ส่วนกระบวนการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลนั้น ทางพรรค พปชร.ได้มอบหมายให้นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค เป็นผู้เจรจากับพรรคร่วม โดยตลอดการเจรจาไม่พบว่ามีปัญหาแต่อย่างใด โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็ววันนี้ ทั้งนี้ ส่วนตัวมองว่าการเจรจาจะแล้วเสร็จก่อนวันที่ 5 มิถุนายน ที่จะมีการโหวตนายกรัฐมนตรี โดยเชื่อว่าเราจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากแน่นอน&amp;quot; นายธนกรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค พปชร.กล่าวว่า ขณะนี้ พปชร.กำลังพยายามเดินหน้าอย่างถึงที่สุดที่จะให้มีการตั้งรัฐบาลโดยเร็วตามที่พี่น้องประชาชนคาดหวัง ซึ่ง พปชร.ได้ประสานงานไปยังพรรคร่วมที่มีอุดมการณ์ในทิศทางเดียวกันหมดแล้ว อยู่ระหว่างรอการตัดสินใจของพรรคการเมืองเหล่านั้น ซึ่งหวังว่าจะได้รับคำตอบในเร็วๆ นี้ ก็ต้องขอขอบคุณบรรดาพรรคการเมืองที่ได้ประกาศร่วมตั้งรัฐบาลกับพปชร.มาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;พรรค พปชร.ดำเนินการเจรจาภายใต้ระบบพรรคการเมืองต่อพรรคการเมือง โดยให้ความสำคัญกับนโยบายของทุกพรรคการเมือง ซึ่งจะนำไปขับเคลื่อนสู่พี่น้องประชาชนและแก้ปัญหาของประเทศร่วมกัน อย่างไรก็ตาม คาดหวังว่าจะมีข้อยุติในการพูดคุย จนสามารถดำเนินการประกาศจัดตั้งรัฐบาลได้ในเร็ววันนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนสมาชิกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงการโหวตเลือกนายกฯ ในวันที่ 5 มิ.ย.ว่า ในส่วนพรรค ภท.ได้รับทราบกำหนดการประชุมรัฐสภาในวันดังกล่าวแล้ว ซึ่งตามปกติ ก่อนการประชุมสภาทุกครั้ง จะต้องมีการนัดประชุม ส.ส.ภายในพรรคก่อนเสมอ แต่จนถึงตอนนี้หัวหน้าพรรคหรือเลขาธิการพรรคยังไม่ได้แจ้ง ส.ส.พรรค ภท.ว่าจะต้องมีการประชุมก่อนวันที่ 5 มิ.ย.หรือไม่ จึงยังไม่มีความคืบหน้าอะไรเป็นพิเศษ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ปชป.รู้ดีว่ากำลังทำอะไร และยึดหลักความถูกต้องมาโดยตลอด การจะตัดสินใจแบบไหนก็ต้องยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก และรอมติพรรค เพราะ ปชป.ไม่มีเจ้าของพรรคเป็นของคนทุกคน การที่พรรคจะยกมือสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ หรือไม่ เป็นเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น วันที่ 5 มิ.ย.นี้ทุกฝ่ายจะเห็นคำตอบ แต่ไม่ว่าพรรคจะตัดสินใจอย่างไรก็พร้อมที่จะมีคำอธิบายให้กับประชาชน&amp;nbsp;
โพลชี้อนาคตมืดมน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล ได้เผยผลสำรวจภาคสนาม เรื่องประชาชนคิดอย่างไรต่อการเมือง โดยศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ &amp;nbsp;1,164 ตัวอย่าง พบว่า เกินครึ่งหรือ 51.81% ระบุบรรยากาศการเมืองวันนี้แย่ลงเมื่อเทียบกับ 5-6 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่ 33.16% ระบุว่าเหมือนเดิม และ 15.03% ระบุว่าดีขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นส่วนใหญ่หรือ 71.39% ระบุว่าบรรยากาศการเมืองในอีก 6 เดือนข้างหน้ามืดมน ในขณะที่ 28.61% ระบุเห็นแสงสว่างว่าทุกอย่างจะไปได้ดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือ 79.47% ระบุเชื่อมั่นน้อยถึงไม่เชื่อมั่นเลยต่อความเข้มแข็งของรัฐบาลใหม่ ในขณะที่ 20.53% เชื่อมั่นมากถึงมากที่สุด แต่เมื่อสอบถามถึงความเหมาะสมในการเป็นนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า ส่วนใหญ่หรือ 61.51% ระบุว่าเหมาะสม ในขณะที่ 38.49% ระบุว่าไม่เหมาะสม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวว่า ผลสำรวจครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลใหม่กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่กับกระแสความไม่เชื่อมั่นและอารมณ์ของประชาชนในเวลานี้ โดยต้องได้รับการบริหารจัดการที่ดี เพราะพวกเขารู้สึกว่าอนาคตการเมืองไทยข้างหน้ามืดมน ถ้าการเจรจาต่อรองตำแหน่งแบ่งเค้กออกมาไม่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในแต่ละกลุ่มผลประโยชน์ ก็น่าจะเตรียมพบกับความเปลี่ยนแปลงรอบใหม่ที่จะเกิดขึ้นอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ทางออกคือ ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองน่าจะทำการเมืองครั้งนี้ให้ดึงความเชื่อมั่นของสาธารณชนกลับคืนมา โดยคัดสรรคนดีมีฝีมือไม่มีประวัติด่างพร้อย ขาลุยทำงานได้ทันที เพราะข้อมูลเชิงลึกพบว่าใครก็ได้ที่มาเป็นนายกฯ และรัฐมนตรี ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้ยึดติดว่าจะต้องเป็นใครในเวลานี้ ประชาชนยอมรับได้ถ้าเป็นแล้วทำให้ประชาชนมีกินมีใช้ไม่ขัดสน บ้านเมืองไม่วุ่นวาย แต่ถ้าเล็งเห็นว่าใครเป็นแล้วบ้านเมืองจะวุ่นวาย ความขัดแย้งจะรุนแรงบานปลาย จึงควรดับไฟเสียแต่ต้นลม เพื่อความสงบสุขของบ้านเมืองและประชาชน&amp;rdquo; ผศ.ดร.นพดลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนในหัวข้อ ความอึดอัดของประชาชนในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งสอบถามประชาชน 1,137 คน โดยเมื่อถามว่าประชาชนคิดอย่างไร กับความไม่แน่นอนในการจับขั้วพรรคการเมืองเพื่อจัดตั้งรัฐบาล พบว่า 44.14% เป็นเรื่องผลประโยชน์ตอบแทน การยื่นข้อเสนอต่อกัน, 33.30% ภายในพรรคเสียงแตก ความคิดเห็นไม่ตรงกัน ตกลงกันไม่ได้, 17.86% ทุกพรรคอยากเป็นรัฐบาล มีการเลือกข้าง เลือกฝ่ายที่ได้เปรียบ, 12.74% พรรคขนาดกลางเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล และ 10.69% ยังจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ยังไม่ชัดเจน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่า ประชาชนคิดว่าปัญหาการจัดตั้งรัฐบาลที่ยืดเยื้อเกิดจากสาเหตุอะไร พบว่า 67.45% ผลประโยชน์ไม่ลงตัวแย่งเก้าอี้ ไม่ได้ตามข้อเสนอที่ต้องการ, 28.27% ผู้นำพรรคยังตัดสินใจไม่ได้ มีความขัดแย้งภายในพรรค และ 19.08% เป็นเกมการเมือง ยังจับขั้วพรรคการเมืองไม่สำเร็จ คะแนนเสียงไม่เพียงพอ&amp;nbsp;
สำหรับสิ่งที่ประชาชนอยากบอกพรรคการเมืองต่างๆ เกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งแบ่งเป็นพรรคขนาดใหญ่ (พลังประชารัฐ-เพื่อไทย) พบว่า 58.43% ให้นึกถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ หยุดเห็นแก่ตัว, 39.29% เคารพกฎหมาย เป็นประชาธิปไตย ฟังเสียงประชาชน และ 26.24% เร่งจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว ส่วนของพรรคขนาดกลาง (ภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์-อนาคตใหม่) พบว่า 47.75% รักษาสัญญา ทำตามที่หาเสียงไว้ ไม่โกหกประชาชน, 30.81% ปฏิบัติตามหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เคารพกฎหมาย และ 25.23% คำนึงถึงชื่อเสียง อุดมการณ์ของพรรค ส่วนพรรคขนาดเล็ก พบว่า 53.42% ทำตามหน้าที่ให้ดีที่สุด สร้างผลงานให้เห็นเป็นรูปธรรม, 34.70% ไม่สร้างความวุ่นวาย อยู่ในขอบเขต หยุดตอบโต้กันไปมา และ 18.72% ไม่ยอมเป็นเครื่องมือทางการเมือง เป็นตัวแทนของประชาชน &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ประชาชนมีข้อเสนอแนะอย่างไรที่จะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลรวดเร็วและประสบผลสำเร็จ พบว่า &amp;nbsp;43.73% ปฏิบัติตามหลักสากล เคารพเสียงส่วนใหญ่ เป็นประชาธิปไตย, 40.31% ลดการต่อรอง ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องมากเกินไป และ 31.77% ถอยคนละก้าว ลดทิฐิ ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน&amp;rdquo; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ท้ายที่สุดเมื่อถามว่า โดยภาพรวมแล้วการจัดตั้งรัฐบาลทำให้ประชาชนเบื่อหน่ายการเมืองมากน้อยเพียงใด พบว่า 76.29% เบื่อหน่ายมากขึ้น เพราะการเมืองไทยมีแต่ความขัดแย้ง แย่งชิงผลประโยชน์ ผ่านการเลือกตั้งมาแล้วแต่ยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เบื่อหน่ายเหมือนเดิม เพราะหากต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน ยังคงมีทิฐิด้วยกัน และ 4.26% เบื่อหน่ายน้อยลง เพราะอย่างน้อยก็ทำให้คนสนใจการเมืองมากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37475</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์ ฉายแสง, จุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์, ชำนาญ จันทร์เรือง, ชูศักดิ์ ศิรินิล, ดร.นพดล กรรณิกา, ธนกร วังบุญคงชนะ, นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์, พรรคเพื่อไทย, ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์, ศุภชัย ใจสมุทร, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดุลย์ เขียวบริบูรณ์, อนุสรณ์ ธรรมใจ, อาทิตย์ อุไรรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190602/image_big_5cf3d16a28255.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37378</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2019 13:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2019 13:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฉมใหม่!ปชป.ยุค&#039;อเวนเจอร์&#039;เปลี่ยนสีพื้นหลังพระแม่ธรณีบีบมวยผมจากขาวเป็นทอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิ.ย.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากที่นายจุรินทร์ &amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์ เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ &amp;nbsp;ทางทีมงานได้มีการปรับปรุงสถานที่ของพรรคทั้งห้องแถลงข่าว และสติ๊กเกอร์ที่ติดตามผนังกระจกของอาคาร รวมถึงจุดสำคัญ คือ ลานพระแม่ธรณีบีบมวยผม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำพรรคประชาธิปัตย์ โดยได้มีการทาสีพื้นหลังพระแม่ธรณี จากสีขาวเป็นสีทอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรค เปิดเผยว่าจากเดิมที่มีรอยแตกร้าวเนื่องจากเป็นไปตามอายุ จึงได้ให้ช่างมาแก้ไขโดยการโป้วสี ซึ่งทำให้สีไม่เท่ากัน ดังนั้น จึงถือโอกาสทาสีทองทับเพื่อความเป็นสิริมงคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ารูปหล่อพระแม่ฯ องค์ยืน ขนาด1ฟุตครึ่งโดยประมาณ ถูกอัญเชิญไปไว้ที่วัด เพื่อความเหมาะสม นอกจากนี้ยังเปลี่ยนกระเบื้องที่ร้าว และได้ขัดทำความสะอาดคราบดำที่บริเวณแท่นประดิษฐานองค์พระแม่ฯและบ่อน้ำพุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37378</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์, จุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์, ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์, พระแม่ธรณีบีบมวยผม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190601/image_big_5cf212e4525bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27635</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.ฟุ้งฟ้าเปิดชงเลือก&#039;ผู้ว่าฯ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กกต.ยันมีความพร้อมจัดการเลือกตั้งเต็มที่ คาด 1-2 วันชัดเจนเรื่องสถานที่ติดป้ายหาเสียง &amp;quot;ปชป.&amp;quot; บุกถิ่น &amp;quot;เสี่ยแม้ว&amp;quot; เปิดว่าที่ ส.ส. 62 เขตเลือกตั้ง ชูเชียงใหม่เป็นศูนย์อารยธรรมล้านนา หนุนผู้ว่าฯมาจากการเลือกตั้ง &amp;quot;หน่อย-ชัชชาติ&amp;quot; พบปะกลุ่มออกกำลังกายที่สวนลุมฯ ท่ามกลางเสียเชียร์สู้ๆ พปชร.เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครแม่ฮ่องสอน-เชียงใหม่ นัดเปิดตัวผู้สมัคร 30 เขต กทม. 30 ม.ค.นี้ นักการเมืองยังบี้ กกต.กำหนดกติกาหาเสียงให้ชัดเจน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ว่า ขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีว่าที่ผู้สมัครแบบแบ่งเขตหลายคน รวมทั้งพรรคการเมืองก็เริ่มทยอยแจ้งวิธีการ รายละเอียด ช่องทาง ระยะเวลาในการหาเสียงเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ต่อผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดทราบแล้วเกือบจะทุกจังหวัด แม้ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดรับสมัคร ไม่มีหมายเลข ก็สามารถแจ้งล่วงหน้าได้ ซึ่งเท่าที่ทราบ มีแจ้งความประสงค์เข้ามามาก ส่วนสถานที่ปิดป้ายประกาศโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.นั้น ภายใน 1-2 วันก็จะมีความชัดเจนเรื่องของสถานที่ปิดว่าสามารถติดป้ายที่จุดใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า ในวันที่ 28 ม.ค. จะเป็นวันแรกของการเปิดให้ผู้ประสงค์จะใช้สิทธิล่วงหน้าทั้งในเขตเลือกตั้ง นอกเขตเลือกตั้ง รวมถึงการใช้สิทธินอกราชอาณาจักร ได้ลงทะเบียน โดย กกต.จะเปิดให้ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 28 มกราคม-19 กุมภาพันธ์ สามารถยื่นคำขอผ่านนายทะเบียนอำเภอ นายทะเบียนท้องถิ่น สถานเอกอัครราชทูต รวมทั้งผ่านช่องทางไปรษณีย์หรืออินเทอร์เน็ตได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยืนยันว่าขณะนี้สำนักงาน กกต.มีความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งอย่างเต็มที่ การดำเนินงานทุกอย่างยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่พบความผิดปกติ นักการเมืองและพรรคการเมืองก็ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามกฎหมายเป็นอย่างดี&amp;rdquo; เลขาธิการ กกต. กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.วิชชุดา เมฆานุวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงการประกาศติดป้ายหาเสียงของ กทม.ว่า ในวันที่ 29 ม.ค. ตนจะไปหารือกับปลัด กทม.ถึงเรื่องนี้ เนื่องจากกทม.เป็นผู้รับผิดชอบในแต่ละเขตว่าจะให้ติดป้ายหาเสียงในจุดใดได้บ้าง คาดว่าสำนักงานเขตทยอยแจ้งมาที่ปลัด กทม.แล้ว จากนั้นปลัด กทม.จะเป็นผู้รวบรวมและส่งมาให้ตนประกาศรายละเอียด ซึ่งทั้งหมดต้องทำพร้อมๆ กัน ไม่อย่างนั้นจะทำให้เกิดความไม่เท่าเทียม ขอให้รอเป่านกหวีดพร้อมกัน จะได้ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ คาดว่า กกต.กทม.จะประกาศได้ไม่เกินสิ้นเดือนนี้ ยืนยันว่าไม่ได้ดำเนินการช้า เพราะว่าที่ผู้สมัครเองยังไม่ได้รับเบอร์ จะได้ตอนรับสมัครในวันที่ 4 ก.พ.-8 ก.พ. ขอให้อดใจรอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่พุทธสถานจังหวัดเชียงใหม่ &amp;nbsp;บรรยากาศการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร 62 เขต ใน 16 จังหวัดภาคเหนือของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางมวลชนสนับสนุนกว่าพันคน โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค พร้อมกรรมการบริหารพรรค เลือกพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เป็นพื้นที่เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครทั้ง 62 เขตใน 16 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อเป็นการแนะนำว่าที่ผู้สมัครพร้อมประกาศนโยบาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้ต่อสู้ลงแข่งขันหลายพรรค ดังนั้น คะแนนเสียงของแต่ละพรรคที่ได้จะไม่ต่างกันมาก แค่เขย่งเท้าก็อาจชนะ แม้จะเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ก็ตาม แต่ถ้าขยันทำพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนตลอดเวลา ก็ไม่ใช่คนหน้าใหม่ เที่ยวนี้ภาคเหนือพรรคประชาธิปัตย์จะไม่หนีไปจากยุคที่พรรคเคยมีรัฐมนตรีในภาคเหนือ วันนี้ฟ้าเปิดแล้ว สวรรค์เข้าข้างพวกเรา ทำงานหนักก็มีกุญแจ ขยันลงพื้นที่บ่อยๆ ไม่ต้องใช้เงินก็เป็นส.ส.ได้ ขอเพียงให้เข้าไปนั่งอยู่ในใจประชาชนเท่านั้น
หนุนเลือกตั้งผู้ว่าฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์กล่าวปราศรัยว่า ปชป.ผูกพันกับชาวเหนือมาตั้งแต่รุ่นผู้ก่อตั้งพรรคและผู้ใหญ่หลายคนในพรรคเราผูกพันกับพี่น้องชาวเหนือ การเลือกตั้งครั้งนี้หากเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราจะต้องทำให้ทุกคนหลุดพ้นจากความยากจนให้ได้ โดย ปชป.จะขอทำ 3 อย่างคือ แก้จน สร้างคน สร้างชาติ จะสานต่อบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อเพิ่มเงินจาก 500 บาทเป็น 800 บาท และสามารถกดเงินสดออกมาใช้จ่ายได้ มีโฉนดสีฟ้าต่อยอดจากนโยบายโฉนดชุมชน มีกองทุนน้ำชุมชน มีระบบประกันภัยพืชผลจากภัยธรรมชาติ ผู้ใช้แรงงานหรือกินเงินเดือนให้มีรายได้ต่อหัวมากกว่า 120,000 บาทต่อปี เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็น1,000 บาทต่อปี เพิ่มเงิน อสม. 1,000 บาทต่อปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในด้านการสร้างคน แรกเกิดก็รับสิทธิ์แสน ให้เงินเด็กแรกเกิด 5,000 บาท และจ่ายให้ทุกเดือนเดือนละ 1,000 บาท จนกว่าจะถึง 8 ขวบ เพิ่มสิทธิ์วันลาคลอดให้นานขึ้น มีอาหารเช้าและอาหารกลางวันฟรีจนถึงมัธยมศึกษา ให้เรียนฟรีจนถึงชั้น ปวส. ขณะที่การสร้างชาติ ต้องเร่งปราบปรามยาเสพติด หนุนให้มีจังหวัดจัดการตนเอง มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดได้เอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ในส่วนของภาคเหนือตอนบน จะต้องได้รับการพัฒนาให้เป็นอารยธรรมล้านนามหานคร เป็นช่องทางให้ประชาชนได้มีโอกาสสร้างรายได้ จากการท่องเที่ยว การสร้างเศรษฐกิจในชุมชน ตามแนวทางที่ประชาชนต้องการ ไม่ใช่สร้างให้คนข้างนอกหรือคนอื่นมาใช้ประโยชน์ ทั้งหมดนี้เราต้องมีพรรคการเมืองและรัฐบาลที่ให้ประชาชนเป็นใหญ่ประชาธิปไตยสุจริต มีนายกฯ ที่ฟังเสียง ส.ส. เคารพการตรวจสอบโดยประชาชน สื่อมวลชน องค์กรอิสระ และองค์กรตามกระบวนการยุติธรรม เพื่อจะได้ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต&amp;quot; นายอภิสิทธิ์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตลอดทั้งวัน นายอภิสิทธิ์พร้อมคณะได้ขึ้นขบวนรถแห่ไปรอบคูเมืองเชียงใหม่ จากนั้นพบปะประชาชนบริเวณถนนคนเดิน ข่วงท่าแพ ยาวไปตามถนนราชดำเนิน หลังจากที่ได้กราบสักการะศาลเจ้าปุงเถ่ากง ไปพบปะกับกลุ่มเยาวชนรุ่นใหม่ที่สนใจการเมือง และศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งของพรรคพื้นที่เขต 1 พร้อมพบปะประชาชน ที่ตลาดวโรรส ซึ่งนายอภิสิทธิ์ก็แสดงความพอใจกับการต้อนรับเป็นอย่างดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษก ปชป. กล่าวว่า กกต.ที่ต้องจัดการการเลือกตั้งให้เกิดความบริสุทธิ์ เที่ยงธรรม ปราศจากการซื้อสิทธิ์ขายเสียงให้ได้ ยังต้องจับตาการใช้อำนาจพิเศษ เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะในการเลือกตั้งด้วย ในส่วนของประชาชนก็ต้องช่วยกันสกัดกั้นนักการเมืองเหล่านี้ไม่ให้กลับเข้ามามีอำนาจได้เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สวนสาธารณะลุมพินี กทม. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมด้วยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์, นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรค สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 มีประชาชนที่มาออกกำลังกายที่สวนลุมฯ เป็นประจำ อาทิ กลุ่ม STONG 99 ซึ่งเป็นกลุ่มนักวิ่งที่นายชัชชาติร่วมวิ่งอยู่เป็นประจำ มารอต้อนรับ มอบดอกไม้และคล้องพวงมาลัยแก่คุณหญิงสุดารัตน์และนายชัชชาติ จากนั้นคณะได้ร่วมออกกำลังกายโดยเต้นแอโรบิก พร้อมพูดคุยกับกลุ่มเต้นแอโรบิก ก่อนเดินวิ่งพบปะพูดคุยกับกลุ่มต่างๆ บริเวณสวนลุมพินี ขณะที่นายชัชชาติเดินผ่านชมรมวิ่ง STONG 99 สมาชิกชมรมได้ชวนนายชัชชาติแวะเยี่ยมชมรม ซึ่งสมาชิกต่างตะโกน &amp;ldquo;ชัชชาติ สู้ๆ&amp;rdquo;, &amp;ldquo;คุณหญิงสู้ๆ&amp;rdquo;, &amp;ldquo;อาจารย์สู้ๆ&amp;rdquo; อย่างต่อเนื่อง
จี้ กกต.ทำกติกาชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวถึงกติกาการเลือกตั้งที่มีความยิบย่อยจะทำให้ผู้สมัครตกม้าตายหรือไม่ว่า กังวล แต่เราจะทำให้ดีที่สุด โดยจะทำให้ทุกคนรู้ข้อมูลอย่างเท่าเทียมกัน เราจะขี่ม้าให้เร็วโดยที่ไม่ตกลงมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลดาวัลลิ์กล่าวว่า กรณีนักวิชาการตั้งข้อสังเกตว่าจะไม่มีพรรคการเมืองใดร่วมลงสัตยาบันร่วมต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช.กับพรรคเพื่อไทยนั้นอย่าลืมว่าพลังที่ยิ่งใหญ่คือพลังของประชาชน เรายังเชื่อมั่นในความศรัทธาและความไว้วางใจของประชาชนทั่วประเทศที่มีต่อพรรคเพื่อไทยตลอด 17 ปีที่ผ่านมาจะยังคงเหนียวแน่นอยู่จนถึงวันเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยจะร่วมมือกับประชาชนในการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรค พท. กล่าวว่า พรรค พท.ร่างนโยบายเสร็จเกือบร้อยเปอร์เซนต์ มั่นใจว่าถ้ามีโอกาสเป็นรัฐบาล สิ่งแรกที่จะทำทันทีคือแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง เร่งสร้างรายได้ให้คนทั้งประเทศ และจะแก้ปัญหาได้จริง ไม่เพ้อฝัน และสามารถทำให้ประชาชนพ้นจากความทุกข์ยาก จะสามารถเปิดนโยบายได้ในเร็วๆ นี้ เชื่อว่าประชาชนจะชอบ และเชื่อมั่นว่าเพื่อไทยเป็นพรรคที่พูดแล้วทำได้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ กกต.ยังไม่ประกาศกฎกติกาการเลือกตั้งที่ชัดเจน ทั้งการแจ้งความจำนงการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ การใช้สื่อโซเชียล ทำให้ผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเกิดความกังวลสับสนวุ่นวายอย่างมาก จนถึงขั้นต้องประกาศปิดเฟซบุ๊กและสื่อโซเชียลมีเดียอื่นทั้งหมด กกต.ต้องสนับสนุน และอำนวยความสะดวกให้ผู้สมัครสามารถสื่อสารกับประชาชนได้ ไม่ใช่สร้างอุปสรรคสิ่งกีดขวาง ก่อนหน้านี้ โฆษณาไทยแลนด์ 4.0 แต่พอจะเลือกตั้งเหลือแค่ 0.4 หรือไม่ จึงขอเรียกร้องให้ กกต.เร่งประสานกับหน่วยงานต่างๆ และเร่งดำเนินการให้เกิดความชัดเจนโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เครือข่ายผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย กว่า 60 คัน นำโดยนายชุมพล กฤษณะพันธุ์ แกนนำกลุ่มปลดแอกชาวสองล้อเดินทางเข้ายื่นหนังสือข้อเรียกร้องกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค โดยนายอนุทินกล่าวว่า พรรคพยายามแก้กฎหมายต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ นอกจากจะเน้นเรื่องความปลอดภัยแล้วต้องแก้ปัญหาเรื่องการตั้งด่านและการตั้งข้อหาที่ไม่เป็นธรรม การจะทำให้แกร็บ (Grab) ถูกกฎหมาย และเป็นบริการสาธารณะนั้น เราต้องดำเนินการให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม และยานพาหนะทุกประเภท เพื่อให้เกิดรายได้แก่ประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษก ภท. ชี้แจงกรณีกระแสในโลกโซเชียลระบุว่า นโยบายพรรค ภท.ที่ให้ประชาชนทำงานเพียง 4 วันต่อสัปดาห์ อาจจะกระทบกับกำลังการผลิตของประเทศว่า ไม่ได้บอกให้ทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ แต่เราเสนอให้ทำงานตามปกติ เพียงแต่เราสนับสนุนให้จากวันทำงาน 5-6 วันตามแต่ละหน่วยงานขอให้มี 1 วัน ทำงานที่บ้านหรือที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องเข้าออฟฟิศ เพราะด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัย หลายตำแหน่งงานสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ หากทำได้ จะลดปริมาณรถบนท้องถนนได้ถึงร้อยละ 25
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า ในช่วง 17.00-18.30 น. ของวันพุธที่ 30 ม.ค. นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรรมการบริหารพรรค, นายสกลธี ภัททิยกุล สมาชิกพรรค จะได้ร่วมกันเปิดตัวทีมว่าที่ผู้สมัครของพรรค พปชร.สำหรับ กทม.พร้อมกันทั้ง 30 เขต ที่บริเวณพื้นที่หน้าสวนเบญจสิริ ใกล้ๆ กับสถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์
พปชร.เปิดตัวว่าที่ส.ส.คึกคัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกอบศักดิ์กล่าวว่า ว่าที่ผู้สมัครทั้ง 30 เขตในกทม.ของพรรค เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ ที่อาสาตนเองด้วยความมุ่งมั่นจะเข้ามาช่วยกันขับเคลื่อนนโยบายสำหรับคน กทม. และพร้อมจะเป็นกำลังสำคัญในการเปลี่ยนแปลงการเมืองของไทยในช่วงต่อไป โดยว่าที่ผู้สมัครเหล่านี้ เป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จจากวงการต่างๆ เช่น ธุรกิจ การศึกษา อสังหาฯ สตาร์ทอัพ ผังเมือง กฎหมาย ศิลปิน สื่อ กีฬา สิ่งแวดล้อม บริการชุมชน รวมทั้งผู้แทนท้องถิ่นจากพื้นที่ กทม. ซึ่งมั่นใจว่าจะเป็นความหวังให้กับหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่ให้กับคน กทม. และให้กับคนไทยทุกคน นอกจากนี้ ทางพปชร.จะประกาศนโยบาย &amp;ldquo;กรุงเทพ 5.0&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;BKK 5.0&amp;rdquo; เป็นครั้งแรก ซึ่งจะเป็นชุดนโยบายที่จะช่วยเปลี่ยนแปลง กทม.ของเรา ซึ่งเชื่อว่าจะโดนใจและตอบโจทย์ของคน กทม.ทุกระดับชั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงเรียนแม่สะเรียงบริพัตรศึกษา อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ร.อ.ดร.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคเหนือ พปชร., นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ กรรมการรณรงค์เลือกตั้งภาคเหนือ และนายปัญญา จีนาคำ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แม่ฮ่องสอน จัดปราศรัยหาเสียงและรับสมัครสมาชิกพรรค พปชร. โดยมีประชาชนร่วมรับฟังกว่า 1,500 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ห้องล้านตอง โรงแรมโลตัสปางสวนแก้ว จ.เชียงใหม่ ดร.ภาคิน สมมิตรธนกุล ผู้อำนวยการยุทธศาสตร์ภาคเหนือตอนบนพรรค พปชร. เปิดการปราศรัยหาเสียงและรับสมัครสมาชิกพรรค พร้อมเปิดตัวนายพจนารถ ศรียารัณย์ ผู้สมัคร ส.ส.พปชร.เขต 1 จ.เชียงใหม่ และนางศรีพรรณ เขียวทอง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2, นางกิ่งกาญจน์ ณ เชียงใหม่ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขต 4, ร.อ.หญิง ดร.เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5, นายนเรศ ธำรงธิพยคุณ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 8 และนายนรพล ตันติมนตรี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 9
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่บรรยากาศที่โรงเรียนแม่ผาแหน ต.ออนใต้ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ดร.ภาคิน สมมิตรธนกุล ผู้อำนวยการยุทธศาสตร์ภาคเหนือตอนบน พปชร. และทีมงาน เปิดการปราศรัยหาเสียง รับสมัครสมาชิกพรรค พร้อมเปิดตัวนายพรชัย อรรถปรียางกูร ผู้สมัคร ส.ส.พปชร.เขต 3 จ.เชียงใหม่ มีประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกว่า 2,000 คน เต็มความจุของห้องประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) นำโดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค, น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค พร้อมด้วยสมาชิก เดินทางไปยังพื้นที่ภาคใต้ เพื่อแนะนำพรรคและเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร โดยเปิดศูนย์ประสานงานพรรคประจำจังหวัดสตูล ประชาชนมารอต้อนรับเป็นจำนวนมาก ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังตลาดนัดเทศบาลตำบลฉลุง ขึ้นเวทีปราศรัยที่โรงเรียนสามัคคีอิสลามวิทยา เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดสตูล ช่วงบ่ายเดินทางไป จ.พัทลุง ปราศรัยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดพัทลุง ทั้ง 3 เขต ที่โรงแรมวังโนราห์ ก่อนเดินทางไปยังพื้นที่ จ.ตรัง เปิดเวทีปราศรัย เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครของจังหวัดตรัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนในภาคใต้ พี่น้องประชาชนได้สะท้อนถึงปัญหามากมายมายังตน เพื่อผ่านไปยังพรรค ทษช. นอกจากปัญหาเรื่องปากท้องแล้ว เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือประชาชนในหลายพื้นที่ยังมีความสับสนในเรื่องของกระบวนการเลือกตั้ง โดยเฉพาะเรื่องเบอร์ของผู้สมัคร ที่การเลือกตั้งครั้งนี้ พื้นที่แต่ละเขตจะคนเบอร์ แม้สังกัดพรรคเดียวกัน ประชาชนเห็นว่าจะเกิดความยุ่งยาก สับสนในการลงคะแนนอย่างแน่นอน เพราะยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว จึงอยากจะเรียกร้องไปยัง กกต. นอกจากมีหน้าจัดการเลือกตั้งให้เกิดบริสุทธิ์ ยุติธรรมแล้ว ยังต้องง่ายต่อประชาชนด้วย &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ประชาชาติส่ง 216 เขต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ(พพช.) กล่าวว่า ปัจจุบันโซเชียลมีเดียมีผลอย่างมากในสังคมไทย การเลือกตั้งครั้งนี้ สื่อโซเชียลมีเดีย จะเป็นช่องทางหนึ่งที่สำคัญที่พรรคการเมืองทั้งใหม่และเก่า ที่จะใช้สื่อสารกับประชาชน ทั้งเข้าถึงได้ง่าย ราคาถูก ขอเรียกร้องให้ กกต.ทำความชัดเจนในข้อกฎหมายมากกว่านี้ เพื่อให้เกิดบรรยากาศที่ดีในการเลือกตั้ง และเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพรรคการเมืองและประชาชน ว่าจะไม่ถูกเอากฎหมายมากลั่นแกล้งโดยไม่เป็นธรรม เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งที่ฟรี แฟร์อย่างที่ควรจะเป็น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเย็นวันเดียวกัน ภายในซอยสรงประภา 30 เขตดอนเมือง กกม. พรรคประชาชาติ นำโดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรค, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรค, นางณหทัย ทิวไผ่งาม รองหัวหน้าพรรค, นายวรวีร์ มะกูร์ดี รองหัวหน้าพรรค, ร.ต.อ.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ร่วมปราศรัยใหญ่ครั้งแรกในพื้นที่ กทม. พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม. โดยมีประชาชนเข้าร่วมกว่า 600 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า พรรคประชาชาติไม่ใช่พรรคของคนภาคใต้หรือพรรคของคนมุสลิม แต่เป็นพรรคของคนทั่วประเทศ แต่การเปิดตัวครั้งแรกที่ จ.ปัตตานีนั้น เพราะพรรคนี้เกิดที่นั่น โตที่นั่น เราพร้อมแล้วที่ลงเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค. โดยในวันที่ 4-8 มี.ค. สมาชิกจะเดินทางไปสมัครเป็นผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 216 เขต แบ่งเป็นภาคอีสาน 87 เขต ภาคใต้ 50 เขต ภาคเหนือ 28 เขต ภาคกลาง 23 เขต และ กทม. 30 เขต เช่นเดียวกับ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์อีก 68 คน โดยขณะนี้เรามีสมาชิกกว่า 18,000 คน ในจำนวนเหล่านี้ เป็นสมาชิกจากภาคใต้เพียง 5,000 คนเท่านั้น ส่วนที่เหลือ กระจายอยู่ทุกภาคทั่วประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า เรามีนโยบายที่ให้ความสำคัญของมนุษย์ คำว่าพหุวัฒนธรรม คือวัฒนธรรมแห่งความเท่าเทียม เราจะคืนสิทธิคืนอำนาจให้แก่ประชาชนได้ โดยนโยบาย 5 อ. ได้แก่ มีอาหาร มีอาชีพ มีอนามัย มีโอกาส และมีอัตลักษณ์ ส่วน 1 อ. ที่ไม่ต้องการให้มีคือ ความอยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ให้สัมภาษณ์ถึงระเบียบการเลือกตั้งที่มีออกมาว่า เป็นสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย เพราะจะทำอะไรต้องขออนุญาตทั้งหมด กกต.ควรเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้กับผู้สมัคร ยอมรับว่ากฎระเบียบต้องมี แต่ต้องเป็นการส่งเสริมประชาธิปไตย ให้ประชาชนรู้ข้อมูล นโยบายของแต่ละพรรคมากที่สุด ไม่ใช่กำหนดกฎเกณฑ์ให้ยากเช่นนี้ เราไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญปี 60 ที่มีบางส่วนเป็นประชาธิปไตย อาทิ ให้ ส.ว.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง มีส่วนในการเลือก นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง รัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตยต้องได้รับการแก้ไขโดยฝีมือของประชาชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27635</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอบศักดิ์ ภูตระกูล, จุติ ไกรฤกษ์, จุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นพดล ปัทมะ, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ, พรรณิการ์ วานิช, รยุศด์ บุญทัน, วิชชุดา เมฆานุวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190127/image_big_5c4db61cc12ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2026 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2019 11:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กปชป.ชู&#039;เกิดปั๊บรับสิทธิ์แสน&#039;ข่มแปลงสปก.4-01เป็นที่ดินทองคำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ม.ค.62 &amp;nbsp;- นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ กรรมการนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงนโยบายของหลายพรรคว่า วันนี้เรามีพระราชบัญญัติประกอบพรรคการเมือง ที่กำหนดเงื่อนไข 3 ประการ ในการทำนโยบายของพรรคการเมืองทุกพรรค คือ 1.วงเงินที่มาของเงินที่จะใช้ 2.ความคุ้มค่า 3.ผลกระทบและความเสี่ยง ซึ่งทั้งหมดก็เพื่อวินัยการเงินการคลังที่ดี และป้องกันนโยบายประชานิยมที่นำไปสู่การคอร์รัปชัน และนำพาประเทศไปสู่ความสูญเสียแบบในอดีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุฤทธิ์ กล่าวว่าวันนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องพิจารณาดูนโยบายของทุกพรรคการเมือง ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว เช่น การที่พรรคการเมืองบางพรรคคิดจะออกนโยบายนำที่ดิน ส.ป.ก.มาออกเป็นโฉนด ซึ่งทำให้หลายฝ่ายเป็นกังวลว่า ที่สุดนโยบายดังกล่าวจะทำให้ที่ดิน ส.ป.ก.ไปตกอยู่ในมือของนายทุน ผู้มีทุนซึ่งจะมากว้านซื้อที่ ส.ป.ก.ภายหลังจากออกเป็นโฉนดแล้ว&amp;nbsp;


แทงบอลวันนี้ และเกษตรกรก็จะไม่มีที่ทำกินเหมือนเดิม และจะต้องไปเช่าที่นายทุนเพื่อทำเกษตรกรต่อ หรือต้องไปบุกรุกป่าเพื่อหาที่ทำกินใหม่ แล้วป่าก็จะหมดประเทศ ดังนั้น การนำที่ ส.ป.ก.ไปออกโฉนดจึงน่าที่จะมีผลกระทบต่อประเทศในระยะยาว&amp;nbsp;


สล็อต789&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรรมการนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ทุกนโยบายที่เราคิด อยู่บนพื้นฐานของการแก้ปัญหาความจน ลดความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp;


เว็บแทงหวย และไม่ขัดต่อกรอบของกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นนโยบายเกิดปั๊บรับสิทธิ์แสน โฉนดสีฟ้า ประกันรายได้คนไทย เรียนฟรีถึง ปวส.หรือปะฉะดะ ยาเสพติด ทุก&amp;nbsp;


เว็บสล็อตเว็บทดลอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26130</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์, นโยบายพรรคประชาธิปัตย์, ปชป., พรรคประชาธิปัตย์, เกิดปั๊บรับสิทธิ์แสน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190109/image_big_5c35716227bad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24904</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพสต์แฉ&#039;พปชร.&#039; บีบเลือกแลกบัตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เข้าสู่โหมดเลือกตั้ง &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ขยันลงพื้นที่ถี่ยิบ 24 ธ.ค.ลุยสมุทรปราการ-นนทบุรี รับฟังเสียงสะท้อนการมอบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ &amp;quot;หนุ่มยโสธร&amp;quot; &amp;nbsp;โพสต์คลิปแฉ จนท.บีบให้ผู้รับบัตรคนจนเลือก พปชร. ขอแค่คะแนนเดียวพร้อมเก็บสำเนาทะเบียนบ้าน-บัตรประชาชน ใครไม่ให้อดรับบัตร &amp;quot;อนค.-ปชป.&amp;quot; ซัดตอกย้ำใช้อำนาจรัฐในทางมิชอบ &amp;quot;สมชัย&amp;quot; จัดหนักปมระดมทุน ชี้ 4 กรณี 10 คนเข้าข่ายความผิดใช้ตำแหน่งหน้าที่เรี่ยไร จี้ กกต.ตรวจสอบ ขู่เพิกเฉยเจอ ม.157 &amp;quot;ผู้กองมนัส&amp;quot; ฟุ้งระดมทุนเงินก้อนใหญ่แสดงความเชื่อมั่น พปชร. เป็นทางเลือกใหม่ของคนไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง &amp;nbsp;ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันที่ 24 ธ.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.สมุทรปราการและนนทบุรี โดยเน้นติดตามความสำเร็จของโครงการในแต่ละจังหวัด เพื่อขยายผลแก่พื้นที่อื่น และรับฟังปัญหาจากประชาชนและเจ้าหน้าที่โดยตรง สำหรับจุดแข็งของทั้ง 2 จังหวัดที่เหมือนกัน คือ การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เกษตร และวัฒนธรรม โดยเฉพาะที่คุ้งบางกะเจ้า จ.สมุทรปราการ &amp;nbsp;และเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถปั่นจักรยานเพื่อพักผ่อนหย่อนใจและศึกษาหาความรู้ได้ นอกจากนี้ที่สมุทรปราการยังมีเรื่องของการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และการแปรรูปขยะเป็นพลังงานไฟฟ้า ส่วนที่นนทบุรี มีเรื่องการอนุรักษ์สวนทุเรียนนนท์ และผลิตภัณฑ์ OTOP ของชุมชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ เน้นย้ำว่ารัฐบาลมีหน้าที่ส่งเสริมให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น ดังนั้นการลงพื้นที่ทุกครั้งจึงมีประโยชน์ เพราะทำให้เห็นสภาพความเป็นจริง ไม่ใช่บริหารงานอยู่ในที่ตั้งเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น การมอบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแก่ผู้มีรายได้น้อย ซึ่งมีรายงานว่า จ.สมุทรปราการ มีผู้รับสิทธิ์รวมทั้ง 2 รอบ 143,319 ราย และ จ.นนทบุรี มีผู้รับสิทธิ์ 131,523 ราย ซึ่งท่านนายกฯ ก็จะได้รับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนตามโครงการนี้ด้วย&amp;quot; นายพุทธิพงษ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ &amp;ldquo;จูเนียร์ผู้ที่เป็นชาวไซยา ถล่มดาวเบจิต้า และไปดาวนาเม็ก&amp;rdquo; ได้โพสต์วิดีโอขณะที่กำลังต่อว่าเจ้าหน้าที่ในจุดรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบเก็บตก โดยระบุว่า นายพิกิฏ ศรีชนะ ผู้แทนสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อยู่ในพื้นที่พร้อมกับเจ้าหน้าที่ ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน อสม.ในพื้นที่ และลูกทีมของนายพิกิฏ ที่บ้านหวาน ต.สามัคคี อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร โดยผู้รับต้องลงทะเบียนเป็นผู้สนับสนุนพรรค พปชร. มีการเรียกเก็บสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชน และปั๊มลายนิ้วมือ จึงจะสามารถรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในครั้งนี้ได้ ซึ่งรอบการรับบัตรปกติไม่ได้มีการขอข้อมูลลักษณะนี้แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว เขาเปิดเผยว่าชื่อ &amp;ldquo;เกียรติบุรุษ&amp;rdquo; เป็นชาวบ้านในพื้นที่ พร้อมระบุว่า เหตุเกิดเมื่อเวลา 09.00 น. ที่มีการตั้งจุดรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในพื้นที่ ต.สามัคคี โดยผู้ที่ทำตามขั้นตอนจะได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่สามารถกดเงินสด และได้รับค่าดำเนินการจากเจ้าหน้าที่อีก 100 บาท คุณยายที่รู้จักเดินทางมาคุยกับแม่ของตน ยืนยันจะขอรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพียงอย่างเดียว แต่ไม่ขอลงชื่อเป็นผู้สนับสนุนสมาชิกพรรค พปชร. ทางเจ้าหน้าที่จึงพยายามพูดโน้มน้าวและแจ้งว่าหากไม่ลงทะเบียนสนับสนุนก็จะไม่ได้รับบัตร ก่อนที่ผู้ใหญ่บ้านจะคุยกับคุณยายตัวต่อตัว และแจ้งว่าทางรัฐบาลขอแค่ 1 เสียง แค่คะแนนเดียว แค่ลงทะเบียนให้ยายก็จะได้บัตรฯ แต่ยายคนดังกล่าวก็ไม่ยอม และไม่ได้รับบัตรฯ ในท้ายที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่(อนค.) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ขอเรียกร้องให้ทางเจ้าหน้าที่รัฐ ตั้งแต่ระดับผู้ว่าราชการจังหวัดและตัวแทนของพปชร. ออกมาชี้แจงต่อกรณีดังกล่าวด้วย เนื่องจากในคลิปวิดีโอมีภาพของผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ปรากฏอยู่ด้วย กรณีดังกล่าวยังเป็นการตอกย้ำว่า พปชร.ใช้อำนาจรัฐส่อไปในทางที่มิชอบ โดยการใช้เงินภาษีของประชาชน เอื้อกับผลประโยชน์ทางการเมือง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุว่ารัฐบาลนี้จะมีอำนาจเต็มไปจนกว่าจะเกิดการเลือกตั้ง อาจเป็นช่องทางในการใช้อำนาจโดยมิชอบลักษณะนี้อีก เพื่อเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นๆ
ตอกย้ำใช้อำนาจมิชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการลงพื้นที่ต่างจังหวัดมีข้อร้องเรียนว่ามีพรรคการเมืองบางพรรคที่จ่ายเงินเพื่อให้ชาวบ้านสมัครเป็นสมาชิกพรรค รวมทั้งนำสำเนาบัตรประชาชนไปด้วย เช่นเดียวกับเหตุการณ์อื่นๆ ที่แสดงว่าพรรค พปชร.ได้เปรียบพรรคการเมืองอื่น อย่างการระดมทุน ที่ทางพรรคอนาคตใหม่วางแผนมานาน แต่ไม่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่เมื่อ กกต.ประกาศอนุญาตปุ๊บปั๊บ ทางเราไม่สามารถทำได้ แต่พรรค พปชร.กลับทำได้ จึงเกิดข้อสงสัยว่าคนในพรรค พปชร.รู้ตารางเวลาเหล่านี้ก่อนคนอื่นหรือไม่&amp;quot; โฆษกพรรคอนาคตใหม่ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า นอกจาก 4 รัฐมนตรีไม่ยอมลาออก นายอำเภอและเจ้าหน้าที่รัฐพาผู้สมัคร พปชร.ลงพื้นที่หาเสียง แล้วยังมีประเด็นสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายจากจัดโต๊ะจีนพรรค นี้เป็นการท้าทายประชาชนและเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นอย่างชัดเจนหรือไม่ พปชร.ต้องหันไปสำรวจตัวเองว่ามีพฤติกรรมที่จะเป็นเหตุแห่งความขัดแย้งหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงว่า มีหลายประเด็นที่ กกต.ยังไม่สามารถสร้างความชัดเจนหรือให้ความกระจ่างแก่สังคมได้ อาทิ ข่าวที่ว่ามีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคการเมืองที่ใกล้ชิดรัฐบาลเก็บบัตรประชาชนใน จ.สุโขทัย และสัญญาว่าจะนำไปทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อแลกกับโครงการลดแลกแจกแถมให้ผู้ถือบัตร รวมถึงมีข่าวการเก็บบัตรประชาชนใน จ.พัทลุง เมื่อมีผู้สื่อข่าวสอบถาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ถึงเรื่องดังกล่าว ขณะที่พล.อ.ประวิตรระบุว่า ให้ส่งหลักฐานมา ซึ่งเรื่องดังกล่าวมีหลักฐานอยู่แล้ว หาได้ไม่ยาก เพราะเป็นการเก็บบัตรประชาชนจำนวนมากนับพันใบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีมีข้าราชการนำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปแจกให้ประชาชนใน จ.ขอนแก่น โดยเชิญผู้สมัคร ส.ส.ของบางพรรคมาร่วมงานนี้ด้วย พร้อมกับกล่าวว่าถ้าอยากได้อีกต้องเลือกพรรคดังกล่าว เป็นสิ่งที่ กกต.ต้องไปติดตามตรวจสอบ โดยไม่ต้องรอให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้งหรือรอพึ่ง กกต.จังหวัด เพราะผู้ตรวจการเลือกตั้งจะเริ่มทำหน้าที่ได้ต่อเมื่อมีการประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งแล้ว ระหว่างที่ยังไม่มีกฤษฎีกาดังกล่าว บางพรรคอาศัยช่องโหว่ตรงนี้ในการนำนโยบายของรัฐมาอ้างผสมปนกันเพื่อลดแลกแจกแถม&amp;quot; นายจุฤทธิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. และสมาชิกพรรค ปชป. กล่าวถึงการจัดงานระดมทุนของพรรค พปชร.ว่า ในมาตรา 73 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ระบุไว้ว่า ห้ามมิให้ข้าราชการการเมืองใช้สถานะหรือตำแหน่งหน้าที่เรี่ยไรหรือชักชวนให้มีการบริจาคให้พรรคการเมืองหรือผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่การจัดงานระดมทุนของ พปชร. มีข้าราชการการเมืองที่เกี่ยวข้อง 4 รายการ ดังนี้ กรณีแรก เป็นโต๊ะจีนในนาม นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ มีจำนวน 4 โต๊ะ 12 ล้านบาท ต้องตรวจสอบว่าได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปเรี่ยไรหรือไม่ หรือหากตัวรัฐมนตรีเป็นผู้บริจาคเอง ตามกฎหมายระบุว่าจะบริจาคให้พรรคการเมืองได้ไม่เกิน 10 ล้านบาท ดังนั้น อีก 2 ล้านบาทเป็นเงินที่ได้มาจากไหน ต้องมีการตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีที่สอง เป็นโต๊ะจีนของนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค 1 โต๊ะ 3 ล้านบาท กรณีนี้ตรวจสอบไม่ยาก หากนายอุตตมเป็นผู้บริจาคเองก็จบ แต่หากเงิน 3 ล้านบาทไปเรี่ยไรจากคนอื่นก็จะผิดในฐานะใช้ตำแหน่ง รมว.อุตสาหกรรมไปเรี่ยไรเงิน ส่วนกรณีนายณพพงศ์ ธีระวร หรือ ดร.เอก ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ และ รมว.อุตสาหกรรม มีความลึกลับซับซ้อน มีการระบุจองโต๊ะถึง 24 โต๊ะ 72 ล้านบาท หาก ดร.เอกเป็นที่ปรึกษาของ 2 รัฐมนตรีจริง และจ่ายเงินของตนเองจริงจะได้ไม่เกิน 10 ล้านบาท จึงเป็นภาระที่ต้องพิสูจน์ว่าเกิดจากการเรี่ยไรหรือไม่ &amp;nbsp;รายการที่ 4 คือกรรมการบริหารพรรค 3 โต๊ะ 9 ล้านบาท ซึ่งมี 7 คนใน 26 คนที่เป็นข้าราชการการเมือง จึงต้องไปตรวจสอบว่าทั้ง 7 คนนี้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปชักชวนเรี่ยไรหรือไม่ ต้องมีส่วนรับผิดชอบในฐานะกรรมการบริหารพรรคด้วยในมาตราที่ 27 กำหนดโทษไว้ชัดว่า ใครทำผิดมาตรา 73 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สี่หมื่นถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี
เตือน กกต.เพิกเฉยโดน 157
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมชัยกล่าวว่า เรื่องนี้จึงต้องเดินหน้าต่อ และทั้ง 10 คน ต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาความผิด เพราะเป็นเรื่องใหญ่และท้าทาย กกต.ว่าจะจัดการอย่างไร เพราะเป็นผู้รักษาการตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง เพราะในกฎหมาย กกต.มาตรา 22 วรรครองสุดท้าย ระบุไว้ชัดเจนว่า ในการควบคุม กำกับ ดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ให้ถือเป็นหน้าที่และอำนาจของ กกต.ที่จะดำเนินการสอดส่อง สืบสวน หรือไต่สวน เพื่อป้องกันและขจัดการกระทำหรืองดเว้นการกระทำอันใดที่อาจก่อให้เกิดความไม่สุจริตหรือไม่เที่ยงธรรมในการเลือกตั้งได้ ไม่ว่าจะเป็นเวลาในระหว่างประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งหรือไม่ก็ตาม มาตรานี้เป็นไม้เด็ดของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่ให้อำนาจ กกต.ไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จะให้เวลา กกต.ในการรวบรวมข้อมูล 1 สัปดาห์ ถ้ายังไม่คิดทำอะไร อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ผิดมาตรา 157เพราะสังคมอยากการทำงานเชิงรุก&amp;rdquo; นายสมชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคปชป. กล่าวว่า การจัดระดมทุนพรรคต้องดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย คือไม่รับการซื้อโต๊ะจากหน่วยงานราชการ และตรวจสอบคุณสมบัติบุคคล หน่วยงานที่มาชื้อโต๊ะว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ ทั้งนี้ หากเงินระดมทุนกรณีคนที่ขาดคุณสมบัติก็ต้องคืน และควรจะต้องเปิดเผยว่าจะมีส่วนราชการเกี่ยวข้องหรือไม่ เมื่อปฏิเสธต้องอยู่ที่ กกต.ในการไต่สวนตรวจสอบข้อเท็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า กฎหมายกำหนดให้พรรคการเมืองทำรายงานแจ้งต่อ กกต.ภายใน 30 วัน และการชี้แจงต้องระบุอย่างละเอียดแบบรายบุคคลด้วย ซึ่งมีความแตกต่างจากกฎหมายเดิม คงใช้ระยะเวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ก็เห็นชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า พรรค พปชร.เป็นพรรคที่ต้องการแสดงศักยภาพ ฟอร์มยักษ์ ฟอร์มใหญ่พอสมควร ซึ่งก็ไม่ว่ากัน แต่ในข้อกฎหมาย ผู้ที่มีคุณสมบัติที่จะบริจาคเงินในการระดมทุนนั้น ทาง กกต.ต้องไปตรวจสอบให้ชัดเจน เพราะมีข่าวว่าใช้หน่วยงานของรัฐไปบริจาคเงินร่วมโต๊ะจีน โดยเข้าใจว่าน่าจะผิดกฎหมายอย่างชัดเจน จึงเรียกร้อง กกต.ให้คืนความหวังให้กับประชาชนทำงานอย่างตรงไปตรงมา อย่าไปเกรงกลัวอำนาจ เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปอย่างเป็นธรรมโปร่งใส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคเหนือ พปชร. กล่าวว่า ไม่มั่นใจว่าเงินที่ได้จากการระดมเป็นจำนวนเท่าไร แต่ทราบว่าเป็นเงินก้อนใหญ่ ที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้สนับสนุนที่มองว่าพรรค พปชร.เป็นทางเลือกใหม่ของคนไทย ซึ่งหากพรรคไม่ชนะการเลือกตั้งก็คงไม่กล้ามาลงทุน วาทกรรมว่าอาหารคำละ 3,000 บาท หรือมื้อละ 300,000 บาท ไม่ใช่เป็นการเอาอาหารมาขาย เราก็รู้อยู่ว่าอาหารไม่ได้ราคาแพงอย่างนั้น ที่ผู้สนับสนุนระดมทุนเข้าพรรค ไม่ใช่การซื้ออาหาร กระแสที่ถูกโจมตีในการเวลานี้ เชื่อว่าไม่มีผลกระทบต่อกระแสความนิยมของประชาชน มั่นใจว่าพรรคชี้แจงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากพรรค พท. เปิดเผยว่า ขณะนี้พรรควางตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งระบบเขตเลือกตั้งไว้แล้วเกือบ 250 เขตเลือกตั้ง ซึ่งลงตัวแล้วเกือบทั้งหมด เหลือประมาณ 10 เขตเท่านั้นที่ต้องหาข้อสรุปขั้นสุดท้ายอีกครั้ง โดยพื้นที่ กทม.จะส่งประมาณ 20 เขตขณะที่ ทษช.จะส่งผู้สมัครระบบเขต 150 เขต บวกอีกเล็กน้อย กทม.เบื้องต้นจะส่ง 10 เขต แต่สุดท้ายอาจเพิ่มเติมเป็น 15 เขตได้ การวางตัวผู้สมัครของ พท.และ ทษช.จะทับซ้อนกันประมาณ 50 เขต ซึ่งเป็นเขตที่ผู้สมัคร พท.แพ้เลือกตั้งแต่ยังยืนยันจะลงสมัคร ทางทษช.ก็ต้องการคะแนนทุกคะแนนเพื่อเปลี่ยนเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ จึงต้องส่งชนกัน และเป็นการหลบเลี่ยงข้อครหาการฮั้วกันไปในตัวด้วย
&amp;quot;หน่อย&amp;quot;เคลียร์&amp;quot;เหลิม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานอีกว่า ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปีก่อนเทศกาลปีใหม่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะทำงานปราศรัยหาเสียง พท. วางโปรแกรมประเดิมเดินสายปราศรัยหาเสียงในพื้นที่ภาคอีสาน เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 ธ.ค. ที่ จ.อุดรธานี เป็นแห่งแรก, 25 ธ.ค. จ.หนองคาย, 26 ธ.ค. จ.บึงกาฬ, 27-28 ธ.ค. ที่ จ.สกลนคร, 29 ธ.ค. ที่ จ.นครพนม และปิดท้ายวันที่ 30 ธ.ค.ที่ จ.ศรีสะเกษ โดยพยายามไปให้ทั่วถึงราว 250 เขตที่พื้นที่จะส่งผู้สมัคร จะเน้นพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือ รวมกับภาคกลางบางส่วน เว้นภาคใต้ที่ยอมรับว่าอิทธิพลของ ปชป.ยังคงเหนียวแน่น ช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนเลือกตั้งจะอยู่บัญชาการที่ กทม.เพื่อช่วงชิงที่นั่ง ส.ส.กทม.ให้ได้มากที่สุด เนื่องจากมองว่าคะแนนนิยมของ ปชป.ใน กทม.เสื่อมลงมากแล้วยังหมายมั่นปั้นมือว่านายวัน อยู่บำรุง บุตรชาย ที่คาดว่าจะลงสมัคร ส.ส.เขตบางบอน-หนองแขม เข้าสภาในฐานะ ส.ส.เป็นครั้งแรกในการเลือกตั้งครั้งนี้ให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกระแสข่าวที่ว่าคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ อาจเสนอให้ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค ปลด ร.ต.อ.เฉลิมออกจากประธานคณะทำงานปราศรัยหาเสียง คุณหญิงสุดารัตน์ได้มอบหมายให้ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.ไอซีที โทรศัพท์สายตรงไปชี้แจงกับ ร.ต.อ.เฉลิมทันทีว่ากระแสข่าวไม่ได้ออกมาจากคุณหญิงสุดารัตน์ อีกทั้งยังย้ำว่าการได้ ร.ต.อ.เฉลิมมาช่วยงานพรรคอีกครั้ง สามารถช่วยลดภาระได้มาก รวมทั้งยืนยันสิทธิ์ในการเสนอผู้สมัคร ส.ส.กทม.ฝั่งธนบุรีให้กับ ร.ต.อ.เฉลิมเช่นเดิมด้วย นอกจากนี้ยังมอบหมายให้ น.ต.ศิธา ทิวารี ผอ.พท. ส่งข้อความแจ้งไปยังนายวัน อยู่บำรุง เพื่อให้ช่วยทำความเข้าใจ พร้อมยืนยันว่าพรรคจะส่งนายวันลงสมัคร ส.ส.ในพื้นที่บางบอน-หนองแขมอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พรรคการเมืองต่างลงพื้นที่กันอย่างคึกคัก ที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จ.นครราชสีมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นำผู้สมัครทั้งแบบปาร์ตี้ลิสต์และแบบแบ่งเขตในพื้นที่นครราชสีมาทั้ง 14 เขต เดินทางได้เข้ากราบสักการะขอพรย่าโมเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีบรรดากองเชียร์จากหลายอำเภอได้นำดอกกุหลาบสีแดงมอบให้เป็นกำลังใจกว่า 1,000 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่การเคหะธนบุรี 2 พรรคไทยรักษาชาติ นำโดย ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นและรับสมัครสมาชิกที่พร้อมแจกเอกสารแนะนำตัว น.ส.กมลพัฒน์ ปุงบางกะดี่ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขต 25 บางขุนเทียน ของ ทษช.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่โรงละครและศาลาประชาคม องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคอนาคตใหม่นำโดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค จัดกิจกรรมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครทั้ง 14 จังหวัดในภาคใต้ แสดงวิสัยทัศน์และเปิดนโยบายพรรค ท่ามกลางประชาชนและสมาชิกที่เข้าร่วมอย่างเนืองแน่น ซึ่งล่าสุดได้ว่าที่ผู้สมัครครบทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พรรค พปชร. โดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง กล่าวว่า ในวันนี้ได้จัดเวทีภาคเหนือ 5 จังหวัด เพื่อหาสมาชิกทำความเข้าใจกับประชาชนในบทบาทของ พปชร.และรับฟังปัญหาความต้องการของประชาชน โดยที่ จ.เชียงใหม่ มีนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค, &amp;nbsp; นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รับผิดชอบ ส่วนเวที จ.พิษณุโลก ตน นายอนุชา นาคาศัย นายภิรมย์ พลวิเศษ และนายธนกร วังบุญคงชนะ ดูแล ส่วนเวที จ.เพชรบูรณ์ นำโดยนายสันติ พร้อมพัฒน์ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ นายเอกภาพ พลซื่อ, เวที จ.กำแพงเพชร นำโดย พ.ต.อ.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ นายไผ่ ลิกค์ และเวทีที่ จ.นครสวรรค์ มีนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค และ นายวีระกร คำประกอบ โดยทั้ง 5 เวทีมีการไลฟ์สดผ่านเพจหลักของพรรค และวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ผ่านยูทูบแชนแนลของ พปชร.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานนายเจือ ราชสีห์ อดีต ส.ส.สงขลา ปชป. อ.เมืองฯ จ.สงขลา นายเจือ ราชสีห์, นายถาวร เสนเนียม, นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว อดีต ส.ส.สงขลา ร่วมแถลงข่าวและพบประชาชนที่มาให้กำลังใจประมาณ 200 คน คัดค้านและขอให้ตรวจสอบการลงคะแนนเลือกตัวแทนผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.เขตเลือกตั้งที่ 1 จ.สงขลา ปชป. และแจกหนังสือคัดค้านฯ ถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค, นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้า และนายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค และขอให้ยกเลิกการประชุมจัดตั้งสาขาพรรค ปชป.จ.สงขลา จากกรณีจัดการลงคะแนนเลือกนายสรรเชญ บุญญามณี เป็นตัวแทนผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.เขตเลือกตั้งที่ 1 จ.สงขลา ซึ่งเป็นกลุ่มนายนิพนธ์ บุญญามณี และพวกได้จัดตั้งมา ขาดความโปร่งใส รวบรัดจัดฉาก ไม่อาจยอมรับได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24904</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์, นิกร จำนง, พรรณิการ์ วานิช, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า, สมชัย ศรีสุทธิยากร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องอาจ คล้ามไพบูลย์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181223/image_big_5c1f8495c3a6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24377</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขายฝันคนกรุงเทพ &#039;อนค.-ภท.&#039;แห่ชู&#039;นโยบาย&#039; โพลหนุนบัตรติดชื่อ-โลโก้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สวนดุสิตโพลระบุ ปชช.ส่วนใหญ่อยากได้บัตรเลือกตั้งที่มีชื่อโลโก้และชื่อพรรคครบถ้วน ชี้ถ้ามีแต่เบอร์ทำให้สับสน อาจเกิดการทุจริตโกงเลือกตั้งได้ง่าย เลขาธิการ กกต.เผยทุกพรรคตอบรับหารือ 19 ธ.ค.นี้ ปชป.ข้องใจทำไมไม่ให้ใช้ภาพผู้สมัครบัญชีรายชื่อหาเสียง ซัด 4 รมต.ไม่ลาออกไม่ต่างคนหนีคดี &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; หนุนแก้ กม.ให้ผู้สมัครจากพรรคเดียวใช้เบอร์เดียวกันทั้งประเทศ &amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot; โวยลงพื้นที่โดนขวางไม่ให้พบชาวบ้าน ภท.ยก &amp;quot;บุรีรัมย์โมเดล&amp;quot; ขายฝันคนกรุง &amp;quot;อนค.&amp;quot; คึกชูนโยบาย 12 วาระ ลั่นลดขนาดกองทัพให้เล็กลงพร้อมเช็กบิล คสช. แต่ไม่แก้ ม.112
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ สวนดุสิตโพลเปิดเผยผลสำรวจเรื่อง &amp;quot;บัตรเลือกตั้งแบบไหนที่ผู้ใช้สิทธิ์ต้องการ&amp;quot; โดยสำรวจความคิดเห็นของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ จำนวน 1,139 คน ระหว่างวันที่ 12-15 ธันวาคม 256 สรุปผลได้ดังนี้ 1.ปัญหาที่ประชาชนพบจาก &amp;ldquo;การไปเลือกตั้ง&amp;rdquo; ครั้งที่ผ่านมาคือ อันดับ 1 ไม่ทราบขั้นตอนวิธีการใช้สิทธิเลือกตั้ง ต้องค้นหารายชื่อ คิวยาว 32.55%, อันดับ 2 หน่วยเลือกตั้งอยู่ไกล ไปผิดหน่วย เสียเวลา 30.35%, อันดับ 3 ต้องกลับไปเลือกที่บ้านเกิด เดินทางลำบาก ต้องเสียค่าใช้จ่าย 24.11%, อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กาผิด ลืมชื่อ ลืมเบอร์ จำรายชื่อผู้สมัครไม่ได้ 21.59%, อันดับ 5 พบเห็นการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ถูกบังคับ ถูกสวมสิทธิ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;10.29% &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ปัญหาที่ประชาชนพบจาก &amp;ldquo;บัตรเลือกตั้ง&amp;rdquo; ที่ผ่านมาคือ อันดับ 1 ตัวหนังสือแน่น รายละเอียดเยอะ ลายตา 38.79%, อันดับ 2 ชื่อพรรคและโลโก้พรรคไม่ชัด ทำให้ดูลำบาก 34.54%, อันดับ 3 มีบัตรหลายใบ จำไม่ได้ว่าต้องกาใบไหนแบบไหน 19.09%, อันดับ 4กาผิด ไม่รู้ว่าต้องแก้ไขอย่างไร ทำให้บัตรเสีย 14.85%, อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัตรเลือกตั้งปลอม 6.90%
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.ประชาชนคิดอย่างไร? กับ &amp;ldquo;บัตรเลือกตั้ง&amp;rdquo; ที่เป็นแบบมีแต่เบอร์เท่านั้น (ไม่มีโลโก้และชื่อพรรค)อันดับ 1 ทำให้สับสน จำชื่อและหมายเลขพรรคไม่ได้ 40.55%, อันดับ 2 อาจเกิดการทุจริต โกงเลือกตั้งได้ง่าย 24.62%, อันดับ 3 ไม่เป็นมาตรฐาน ไม่เป็นสากล 20.74%, อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กกต.ควรพิจารณาให้เหมาะสม เป็นธรรมกับทุกฝ่าย 14.61%, อันดับ 5 อาจช่วยให้ตอบง่าย โล่ง สบายตา 12.97%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ประชาชนอยากให้บัตรเลือกตั้ง ในวันที่ 24 ก.พ.62 นี้เป็นอย่างไร? อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีชื่อผู้สมัคร โลโก้ ชื่อพรรคครบถ้วน ชัดเจน 48.13%, อันดับ 2 กระดาษดี สีสด ตัวหนังสือชัด 22.70%, อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีช่องให้กากบาทสะดวก ตัวเลือกไม่สับสน เข้าใจง่าย 21.11%, อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นสากล มีมาตรฐานเหมือนกับต่างประเทศ 11.92%, อันดับ 5 มีการชี้แจงบอกวิธีการเลือก และรายละเอียดครบถ้วน 7.72%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวถึงผลสำรวจ &amp;ldquo;สวนดุสิตโพล&amp;rdquo;ว่า อยากฝากเรื่องนี้ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งกำกับดูแลเรื่องบัตรเลือกตั้งโดยตรง ให้รับฟังความต้องการของประชาชนที่สะท้อนออกมาตามโพลต่างๆ เพราะการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือการเลือกตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่แทนพี่น้องประชาชน จึงต้องสร้างวิธีการให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย นอกจากนี้ นานาประเทศกำลังจับตามองเกี่ยวกับการเลือกตั้งในบ้านเรา พร้อมแสดงความกังวลเรื่องปัญหาการทุจริต โดยการทำบัตรเลือกตั้งให้มีความชัดเจน จึงถือเป็นแนวทางหนึ่งในการแสดงความบริสุทธิ์ใจที่จะจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ให้มีความโปร่งใสและยุติธรรมมากที่สุด อีกทั้งยังช่วยลบข้อครหาต่างๆ อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า ทุกพรรคการเมืองตอบรับที่จะมารับฟังการชี้แจง และหารือรายละเอียดเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ระหว่าง กกต.และพรรคการเมือง ในวันที่ 19 ธันวาคมนี้ โดย กกต.จะรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกพรรคการเมือง ขณะเดียวกัน กกต.จะชี้แจงเรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งหาเสียงว่าจะสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง ที่ผ่านมาได้พิจารณาเรื่องการทำป้ายหาเสียงที่อยู่ในระหว่างการรับฟังความเห็นจากแต่ละพรรคการเมือง และทางโซเชียลฯ ด้วย คาดว่าจะได้ข้อสรุปในวันที่ 19 ธันวาคมนี้ ก่อนที่ กกต.จะออกระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า ในส่วนของ กกต.จะช่วยพรรคการเมืองจัดทำป้ายหาเสียงไวนิลให้ทุกพรรคการเมือง เพื่อความเท่าเทียมกันและเป็นการลดค่าใช้จ่ายให้พรรคการเมืองด้วย อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ปฏิเสธให้ความเห็นกรณีการขึ้นป้ายผู้สมัครคู่กับบุคคลทางการเมือง เช่น นายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยระบุเพียงว่า ต้องรอตัวแทนจากพรรคการเมืองในวันที่ 19 ธันวาคมนี้&amp;nbsp;
หนุนบัตรเดียวเบอร์เดียวทั้ง ปท.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กกต.กำหนด 3 ประเด็น ในการประชุมร่วมระหว่างพรรคการเมืองและ กกต.ในวันที่ 19 ธ.ค.นี้ ประกอบด้วย เรื่องค่าใช้จ่ายของผู้สมัครและพรรคการเมืองในการหาเสียงเลือกตั้ง การหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ และการสนับสนุนการโฆษณาหาเสียง เพื่อที่จะนำความเห็นของพรรคการเมืองไปพิจารณาปรับปรุงร่างระเบียบ กกต. เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ส.ส.และร่างระเบียบ กกต.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสนับสนุนการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. ก่อนเสนอที่ประชุม กกต. ให้ความเห็นชอบและบังคับใช้ เมื่อ พ.ร.ฎ.การเลือกตั้ง ส.ส.มีผลใช้บังคับแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ระเบียบ กกต.ในเรื่องการจัดทำแผ่นป้ายที่ กกต.กำหนดบางเรื่องไม่มีความชัดเจน อาทิ สาระหรือภาพในป้ายที่มีข่าวว่าจะกำหนดให้มีรูปเฉพาะผู้สมัคร ส.ส.เขต หัวหน้าพรรค และว่าที่นายกรัฐมนตรี ตามที่พรรคการเมืองเสนอเท่านั้น แต่ห้ามใช้รูปบุคคลอื่นจึงมีคำถามว่า ทำไมไม่อนุญาตให้ใส่ภาพผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อทั้ง 150 คน ของแต่ละพรรคด้วย เพราะคะแนนที่ประชาชนเลือกจะนำไปสู่การคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคด้วย การที่พรรคใดจะใช้ภาพใครนั้น เป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรค ไม่ใช่ย้อนยุคที่ปิดบังบัญชีรายชื่อ เป็นระบบอีแอบ ประชาชนไม่รู้ว่ามีใครแอบอยู่ในบัญชีรายชื่อแต่ละพรรคบ้าง และตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการเลือก 1 ใบ 2 ระบบ ประชาชนจึงควรทราบข้อมูลทุกด้านอย่างครบถ้วน เช่นเดียวกับใบลงคะแนนที่ควรมีชื่อ ผู้สมัครเขต โลโก้พรรค และชื่อพรรค เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวถึงกรณี กกต.ห้ามใช้รูปนายทักษิณ ชินวัตร, น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ปชป. ขึ้นป้ายหาเสียง ว่า กกต.จะนัดหารือกับพรรคการเมืองต่างๆ ในวันที่ 19 ธ.ค.นี้ เพื่อพูดคุยถึงกฎกติกาและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงว่าจะทำอะไรได้บ้าง คาดว่าจะมีความชัดเจนได้ในวันดังกล่าว แต่กรณีของนายชวนนั้น ถือเป็นผู้สมัคร ส.ส.และเป็นสมาชิกพรรค ปชป.ด้วย คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา กกต.ควรต้องไปดูว่าภาพของบุคคลที่จะเอามาใช้ในป้ายหาเสียงนั้น เขาเป็นผู้สมัครส.ส. เป็นสมาชิกพรรคนั้นๆ ด้วยหรือไม่ ทั้งนี้ เราต้องการให้การปฏิบัติมีความง่ายและชัดเจน รวมถึงทำอย่างไรให้ประชาชนมีความตื่นตัว และได้รับรู้ รับทราบเกี่ยวกับการเลือกตั้งให้ได้มากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ขณะนี้พรรครอให้ กกต.พิจารณาว่าจะใส่โลโก้และชื่อพรรคในบัตรเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งบัตรเลือกตั้งเช่นนี้ กกต.ก็เคยทำมา ครั้งนี้ก็ควรทำเช่นเดิม เพื่อให้ผู้ไปเลือกตั้งมีข้อมูลเลือกคนและพรรคถูกต้องตรงใจ ไม่สับสน ในการเลือกตั้งครั้งหน้าในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้านี้ ผู้สมัครจากพรรคเดียวกันในแต่ละเขตจะมีเบอร์แตกต่างกันไป ซึ่งเห็นว่าควรแก้กฎหมายให้ผู้สมัครจากพรรคเดียวกันในทุกเขตเลือกตั้งใช้เบอร์เดียวกันทั้งประเทศ จะทำให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการใช้สิทธิ เลือกพรรคถูกต้องตรงใจ จำง่าย ไม่สับสน ลดบัตรเสีย และทุกพรรคไม่ได้เปรียบเสียเปรียบ ทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยเฉพาะการเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนจะกาบัตรเพียงใบเดียว ไม่ใช่สองใบเช่นที่ผ่านมา ดังนั้นคนจะเลือกทั้งคนทั้งพรรค จึงควรให้พรรคเดียวกันใช้เบอร์เดียวกันทั้งประเทศ เมื่อเกือบ 20 ปีก่อนเราเคยเขียนกฎหมายให้พรรคเดียวใช้เบอร์เดียวกัน ซึ่งมีเหตุผล และสังคมขานรับ ไม่มีปัญหาใดๆ ประชาชนคุ้นเคยกับวิธีการ จึงเสนอให้ทุกภาคส่วนได้พิจารณาและช่วยกันผลักดัน เพราะทุกฝ่ายได้ประโยชน์ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่จะออกไปใช้สิทธิ์&amp;quot; นายนพดลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรค พท. กล่าวภึงกรณี กกต.ออกระเบียบกำหนดให้ใช้เฉพาะรูปผู้สมัคร ส.ส.เขตแต่ละเขต หัวหน้าพรรค และว่าที่นายกฯ ตามที่พรรคการเมืองเสนอ โดยไม่สามารถใช้รูปบุคคลอื่นหรือผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อในการหาเสียงได้ ซึ่งจะส่งผลให้พรรคเพื่อไทยและพรรคไทยรักษาชาติไม่สามารถใช้ภาพนายทักษิณ ชินวัตร และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในการหาเสียงได้ ว่าผลงานที่นายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ทำไว้อยู่ในใจคนไทยตลอด จะลบอย่างไรก็ไม่ออก ดังนั้นระเบียบของ กกต.ในเรื่องนี้จึงไม่ส่งผลกระทบต่อพรรค พท. ที่สำคัญทั้งสองท่านไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบริหารงานของพรรคอยู่แล้ว ทุกวันนี้กระแสความนิยมและเชื่อมั่นในผลงานของอดีตนายกฯ ทักษิณยิ่งเพิ่มมากขึ้น เพราะรัฐบาล คสช. แม้จะบริหารประเทศมานานถึง 4 ปีแล้ว แต่เศรษฐกิจยังตกต่ำ ผู้คนอดอยากปากแห้ง หันไปทางไหนมีแต่ความทุกข์ ไม่เหมือนสมัยรัฐบาลอดีตนายกฯ ทักษิณ หันไปทางไหนมีแต่คนยิ้ม มีความสุขเพราะเศรษฐกิจดี
จี้รัฐบาลหยุดเอาเปรียบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากขอร้องให้ กกต.เข้มงวดเรื่องการใช้อำนาจรัฐหาเสียงหรือเอื้อประโยชน์ทางการเมืองให้พรรคใดพรรคหนึ่ง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคงจะไม่มีอำนาจพิเศษมากดดัน แทรกแซงจนทำให้ กกต.สูญเสียความเป็นกลางในการทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม กกต.ต้องอำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิ์ของประชาชน และไม่ให้เกิดความสับสน ความผิดพลาดในการกาบัตรเลือกตั้ง ซึ่งควรใส่โลโก้พรรคและชื่อพรรคในบัตรเลือกตั้ง และทุกพรรคควรใช้เบอร์เดียวกันทั่วประเทศ&amp;quot; นางลดาวัลลิ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ได้โพสต์ข้อความว่า เพื่อให้การเลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม ผมได้รวบรวมปัญหาที่หลายคนวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ และขอเสนอดังนี้ 1.ยุติการแจกจ่ายงบประมาณในโครงการต่างๆ และในพื้นที่ต่างๆ ยกเว้นกรณีฉุกเฉินจำเป็นจริงๆ 2.ไม่อนุมัติงบประมาณผูกพันข้ามปี 3.การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการต้องได้รับการเห็นชอบจาก กกต.เสียก่อน 4.ยกเลิกคำสั่งที่ให้ทหารจับกุมตรวจค้นโดยไม่ต้องขออนุญาตศาล 5.หยุดใช้อำนาจตามมาตรา 44 ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งทุกกรณี 6.อนุญาตและสนับสนุนให้ตัวแทนรัฐบาลนานาชาติและองค์กรระหว่างประเทศเข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้งตามมาตรฐานสากลที่ใช้กับประเทศที่กำลังคืนอำนาจให้ประชาชน &amp;nbsp;7.หยุดจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน หยุดการเซ็นเซอร์รายการต่างๆ เพื่อประโยชน์ทางการเมืองทั้งโดยรัฐบาล คสช.และ กสทช.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า เมื่อรวบรวมข้อเสนอได้แล้ว ถ้าจะให้เป็นตามนี้ คงหลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรีหรือหัวหน้า คสช. หรือทั้งสองตำแหน่ง&amp;quot; นายจาตุรนต์ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล รองโฆษกพรรค ทษช.กล่าวว่า ที่ผ่านมาฝ่ายการเมืองเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่ง ตั้งแต่ทราบว่าจะถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดต ยิ่งตอนนี้ พล.อ.ประยุทธ์ก็ยอมรับแล้วว่าเป็นนักการเมืองเต็มตัว ทั้งนี้ การลงพื้นที่แต่ละครั้งทำให้ทุกคนคิดได้ว่ามีวัตถุประสงค์แอบแฝงในการสร้างคะแนนนิยมให้กับพรรคการเมืองที่มีชื่อเดียวกันกับโครงการของรัฐ แบบนี้การเลือกตั้งจะเกิดความเป็นธรรมหรือไม่ ด้วยสภาวะที่รัฐบาลยังออกมาตรการต่างๆ โดยใช้งบประมาณของรัฐแก้ปัญหาปากท้องที่ปลายเหตุเช่นนี้ การเลือกตั้งครั้งนี้อาจเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ซื่อสัตย์และไม่จริงใจต่อประชาชน เราจึงต้องร่วมกันป้องกันตรวจสอบไม่ให้มีกลโกงเกิดขึ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรพรหม พรหมชาติ รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงกรณีเพจทีมลุงตู่โพสต์ผังรวมของขวัญปีใหม่ 2562 ว่า กรณีดังกล่าวถือว่าผิด พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 มาตรา 73 ข้อ 1 หรือไม่ ตามที่มีผลบังคับใช้ 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2561 โดยในมาตรา 73 ได้ระบุไว้ว่า ไม่ให้กระทำการสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่จูงใจผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไปลงคะแนนให้ตนเองหรือผู้อื่นด้วยวิธีการต่อไปนี้ ในข้อหนึ่งระบุว่า การจัดทำเสนอสัญญาว่าจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นได้อันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด เป็นการกระทำผิดกฎหมายฉบับนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การโพสต์ผังรวมของขวัญปีใหม่ 2562 จากภาครัฐของเพจทีมลุงตู่น่าจะเข้าข่ายเสนอจะให้ผลประโยชน์อันอาจคำนวณเป็นเงินได้ ขอถามว่ากรณีนี้ลุงตู่ที่จัดเป็นผู้รักษากฎหมายเอง ควรกำชับทีมไม่ให้ทำอะไรที่เข้าข่ายต่อการผิดกฎหมายหรือไม่&amp;quot; น.ส.พรพรหมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุฤทธิ์กล่าวถึงกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ชี้แจงว่ารัฐบาลจะทำอะไรก็ได้ระหว่างการเลือกตั้งที่จะถึง ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์และรัฐมนตรี 4 คน ยังทำงานได้ปกติว่า อยากให้นายวิษณุกลับไปดูคำแนะนำที่ตัวเองพูดไว้เมื่อวันที่ 1 ต.ค.2561 ว่าเมื่อรัฐมนตรีสังกัดพรรคการเมืองแล้ว ถ้าจะทำงานการเมือง ก็ให้ลาออกไป และห้ามทำ 3 ข้อ 1.ใช้เวลาราชการ 2.ใช้ของราชการ 3.ใช้คนของราชการ แต่วันนี้กลับมาพูดใหม่ว่าคนของรัฐบาลมีโอกาสได้เปรียบยังสามารถทำทุกเรื่องได้ตามปกติ ทำไมมาตรฐานในการปฏิบัติตามกฎหมายจึงกลับไปกลับมาได้ ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับรัฐบาลนี้ ถ้าต้องการลดเสียงครหา จะต้องประกาศที่จะปฏิบัติตัวให้เหมือนกับรัฐบาลรักษาการในภาวะการเมืองปกติ ซึ่งมีตัวอย่างที่ปรากฏอยู่ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ
โวยโดนขวางไม่ให้พบ ปชช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวถึงการเดินสาย ครม.สัญจรของรัฐบาลว่า ทราบว่า กำลังจะมีรัฐมนตรีในรัฐบาล คสช.มาเดินสายที่ จ.ระยอง ก็อยากให้พรรคการเมืองบางพรรคมีสำนึกถึงการแก้ปัญหาประเทศในระยะยาว โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของชาวบ้านที่ลำบาก ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำบอบช้ำมามาก ร้านอาหารรายใหม่ต้องปิดตัวลงเพราะขาดทุน คนแก้ปัญหาต้องเป็นรัฐบาล แต่กลับไม่แก้ปัญหาระยะยาว และมีพฤติกรรมที่มองเห็นแต่ประโยชน์ส่วนตน ใช้วิธีอะไรก็ได้เพื่อให้มีคะเเนนชนะเลือกตั้งหวังกลับมามีอำนาจอีกครั้ง เป็นแนวคิดหว่านงบซ้ำเติมสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศตกต่ำหนักกว่าเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยังไม่นับรวมถึงพฤติกรรมที่รัฐมนตรีไม่ยอมลาออกจากตำแหน่งนั้น ไม่มีจริยธรรม ธรรมาภิบาล ซึ่งคนที่ไม่มีคุณสมบัติดังกล่าว ที่ใช้อำนาจเพื่อตัวเอง พิสูจน์แล้วว่าไม่มีความเหมาะสมจะเข้ามาบริหารประเทศ พฤติกรรมเเทบไม่เเตกต่างกับบุคคลที่เคยถูกศาลพิพากษาแล้วหนีคดีไปกบดานอยู่ต่างประเทศเลย จึงอยากฝากให้สงสารประเทศและประชาชนเถิด อย่านึกถึงแต่ประโยชน์ส่วนตนเลย&amp;quot; นายสาธิตกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่รับสมัครสมาชิกพรรค และรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่คลองจั่น เขตบางกะปิ และละแวกใกล้เคียง บรรยากาศโดยรวมเป็นไปอย่างคึกคัก โดยคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ยังพบการปิดกั้นไม่ให้ประชาชนมาพูดคุย โดยข้าราชการคนมีสีได้ข่มขู่ว่าจะตัดงบประมาณในส่วนต่างๆ รวมถึงการลงพื้นที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก มีทหาร ตำรวจติดตามอยู่ แม้จะปลดล็อกให้พรรคทำกิจกรรมแล้วก็ตาม ยังมีการพยายามขัดขวางไม่ให้ชาวบ้านมาพบปะกับพรรค และไม่ให้พรรคไปพบปะรับฟังปัญหาของชาวบ้าน แต่ไม่เป็นไร แม้จะถูกใช้อำนาจมากกว่าคนอื่น แต่ต้องอดทนและเดินหน้าทำงานต่อไปอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพท. กล่าวถึงกรณีนายภิรมย์ พลวิเศษ เลขานุการนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรค พปชร. ระบุว่านายสมศักดิ์จองซื้อเฮลิคอปเตอร์เพื่อตรวจงานในตำแหน่ง รมว.เกษตรและสหกรณ์ ว่าฝีมือการเป็นรัฐมนตรีในอดีตของนายสมศักดิ์ คนไทยต่างรู้ดีว่าเป็นคนอย่างไร นายสมศักดิ์ ไม่เคยเป็นฝ่ายค้าน ยืนข้างผู้ชนะตลอด ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีนักการเมืองคนไหนกระสันอยากเป็นรัฐมนตรีจนตัวสั่นถึงขั้นออกมาประกาศว่าเตรียมซื้อเฮลิคอปเตอร์ใช้ในการทำหน้าที่ล่วงหน้าเช่นนี้ และ รมว.เกษตรฯ ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครใช้เฮลิคอปเตอร์ตรวจราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การประกาศเช่นนี้ ท่านมีการตกลงแบ่งตำแหน่งรัฐมนตรีในกลุ่มของท่านทั้งที่การเลือกตั้งยังไม่เกิดขึ้นใช่หรือไม่ และรู้ได้อย่างไรว่าประชาชนจะเลือกพรรคพลังประชารัฐมาบริหารประเทศต่อ หรือท่านเตรียมทำอะไรไว้ระหว่างการเลือกตั้งจนมั่นใจว่าชนะการเลือกตั้งแน่นอนใช่หรือไม่&amp;quot; นายวรชัยกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวถึงเรื่องเดียวกันนี้ว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถามว่าจะได้เป็นรัฐบาลหรือเปล่า จองไว้แล้วหรือ จองกับใครล่ะ อย่าลืมว่าประชาชนเป็นผู้เลือก&amp;rdquo; เมื่อถามว่าการพูดเช่นนี้จะทำให้เกิดกระแสตีกลับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ทราบ อาจจะได้เป็นรัฐมนตรีเงาก็ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงเรียนลานข่อย ต.ลานข่อย อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง &amp;nbsp;นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกพรรค พปชร., นายทวี สุระบาล อดีต ส.ส.ตรัง และคณะ เดินทางไปเยี่ยมชมกลุ่มทอผ้าลานข่อย และขึ้นเวทีปราศรัยบนเวทีที่ผู้สมัคร ส.ส.พัทลุง จัดเตรียมไว้ พบปะประชาชนประมาณ 300 คนที่เดินทางไปรอรับและแนะนำตัวผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค พปชร. จ.พัทลุง 3 คน เขตที่ 1 นายสมคิด โสมณะ อดีตข้าราชการครู, เขตที่ 2 ดร.พลกฤษณ์ &amp;nbsp;คล้ายวิตภัทร และเขตที่ 3 นายปรัชชา นวลเปียน หลานชายของนายสมคิด นวลเปียน อดีต ส.ส.พัทลุง
พปชร.ลั่นเจาะพัทลุง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกอบศักดิ์กล่าวว่า ใช้เวลาช่วงวันหยุดเดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ใน จ.สงขลา พัทลุง และตรัง เพื่อรับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่ และจะได้นำข้อเสนอของประชาชนที่แต่ละพื้นที่ ไปดูในรายละเอียด &amp;nbsp;เพื่อจะได้กำหนดเป็นนโยบายของพรรคต่อไป อย่างไรก็ตาม เขตเลือกตั้งที่ 2 จ.พัทลุง มีรองหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่ เป็นอดีต ส.ส. แต่พรรค พปชร.ก็จะส่ง แจ็กมาฆ่ายักษ์ให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพปชร. นำคณะทำงานของพรรคเดินทางไปพบประชาชนในพื้นที่ จ.สงขลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตลาดประปา ตลาดหัวรถไฟ และตลาดแม่กิมเฮง เขตเทศบาลนครนครราชสีมา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) และคณะ เดินคารวะแผ่นดินเพื่อหาเสียงกับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้า โดยมีประชาชนมาขอถ่ายภาพและถ่ายเซลฟีคู่กับนายสุเทพเป็นที่ระลึกคึกคัก ในโอกาสนี้ นายสุเทพได้แนะนำว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต 1 คือ นายสมชาย พงษ์พินิจกุล นักธุรกิจ เจ้าของ บจก.โคราช ฟูดส์ โปรดักศ์ ให้กับประชาชนได้รับทราบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างที่นายสุเทพเดินมาถึงแผงขายผัก มะนาว มะเขือ ของนายคณิศ จริยะประพร อายุ 63 ปี นายสุเทพได้ยกมือไหว้ทักทาย แต่นายคณิศได้โบกมือไม่ยอมรับไหว้ และกล่าวสวนออกไปว่า ประเทศชาติยังพังไม่พออีกเหรอ ที่ผ่านมาพวกคุณบอกว่าทำเพื่อประชาชนและประเทศชาตินั้นไม่จริง มีแต่ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองทั้งนั้น หยุดได้แล้ว ในขณะที่นายสุเทพไม่ได้ตอบโต้อะไร พูดแต่เพียง ครับ ครับ แล้วก็เดินต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายสุเทพและคณะได้เดินทางไปที่ตลาดหัวรถไฟ ถนนมุขมนตรี เขตเทศบาลนครราชสีมา มีประชาชนมาขอถ่ายรูปด้วยจำนวนมาก และบางคนก็วิ่งเข้ามากอดหอมแก้มอย่างชื่นมื่น นางอรุณรัตน์ กุยกระโทก หมอเพลงโคราชหลานสาวของ &amp;quot;กำปั่น บ้านแท่น&amp;quot; ศิลปินเพลงโคราชชื่อดัง ได้เข้ามาร้องเพลงโคราชอวยพรให้กับนายสุเทพโชคดี มีสุขภาพแข็งแรงและมีความสุข ทำเอานายสุเทพยิ้มแก้มปริด้วยความพึงพอใจ และควักเงินใบละ 1,000 บาท เป็นน้ำใจตอบแทนแก่นางอรุณรัตน์อีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรค รปช.จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ต่ออีกสมัยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ได้ยึดที่ตัวบุคคล ยึดหลักการมากกว่าว่า 1.คนที่จะให้สนับสนุนในการขึ้นเป็นนายกฯ จะต้องเอาจริงเอาจังในเรื่องของการปฏิรูป 2.ต้องเอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของชาวบ้าน และที่สำคัญ จะต้องเข้ากันได้กับอุดมการณ์ของพรรค รปช.คือ จงรักภักดีเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ส่วนบุคคลที่จะมาเป็นนายกฯ จะต้องลงสมัคร ส.ส.ใช่หรือไม่นั้น ต้องว่าไปตามกฎหมาย ใครอยากเสนอตัวเป็นนายกฯ ก็ให้พรรคการเมืองเสนอเข้ามา หรือถ้าไม่อยากจะเสนอตัว ก็ต้องรอรอบสอง รอบสาม ซึ่งถ้าปฏิบัติตามกฎหมาย พรรคเราก็ไม่ขัดข้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า การเลือกตั้งในพื้นที่ กทม.ครั้งนี้มีเซอร์ไพรส์แน่ จะเป็นครั้งแรกที่พรรค ภท.ได้ ส.ส.เขตใน กทม. เพราะทันทีที่มีการประกาศแนวคิด &amp;ldquo;กรุงเทพ สะดวก สบาย&amp;rdquo; ก็มีเสียงตอบรับที่ดีประชาชนให้ความสนใจในแนวคิดของพรรคเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนรุ่นใหม่และผู้บริหารองค์กร พรรคขอประกาศตัวเป็นทางเลือกของประชาชนใน กทม. เราได้ศึกษาเชิงลึก และมองเห็นปัญหาของคน กทม.ที่พรรคการเมืองอื่นไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริง และไม่ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตคน กทม. ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมาเราแก้ปัญหาให้กับ จ.บุรีรัมย์ จนมีความเจริญรุ่งเรือง เกิดเป็นบุรีรัมย์โมเดล และเมื่อเราได้หันมามองปัญหาของ กทม. ซึ่งเป็นปัญหาที่เหมือนเส้นผมบังภูเขา ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมีความมั่นใจอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาให้คน กทม.ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;quot; โฆษกพรรค ภท.กล่าว
อนค.ขู่เช็กบิล คสช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) นำทีมงานประกาศนโยบาย 12 วาระ ในงาน &amp;ldquo;เปิดวิสัยทัศน์ เปลี่ยนอนาคต&amp;rdquo; ได้แก่ 1.ยุติระบบราชการรวมศูนย์ กระจายอำนาจ กระจายคน กระจายงบ 2.ไทยเท่าเทียมสวัสดิการถ้วนหน้าครบวงจร 3.ปฏิวัติการศึกษา ลงทุนให้ถูกจุด ลดความเหลื่อมล้ำ 4.ทลายเศรษฐกิจผูกขาด ล้างระบบเส้นสาย หยุดทุนใหญ่กินรวบประเทศ 5.ขนส่งสาธารณะเพื่อทุกคน เดินทางได้โดยไม่ต้องซื้อรถ สร้างเศรษฐกิจด้วยอุตสาหกรรมรถไฟ &amp;nbsp;6.เกษตรก้าวหน้า ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากด้วยเทคโนโลยี แก้ปัญหาเอกสารสิทธิ ปลดหนี้เกษตรกร 7.เศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อประชาชน พัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยเทคโนโลยี ส่งเสริมธุรกิจยุคใหม่ 8.เปิดข้อมูลรัฐกำจัดการทุจริต สร้างรัฐโปร่งใส ให้อำนาจตรวจสอบในมือประชาชน 9.โอบรับความหลากหลาย เคารพความแตกต่าง ศักดิ์ศรีคนต้องเท่าเทียม 10.สิ่งแวดล้อมยั่งยืน ลดใช้พลาสติก สร้างเศรษฐกิจจากขยะ &amp;nbsp;11.ปฏิรูปกองทัพ ลดนายพล ละอาวุธ เลิกเกณฑ์ทหาร 12.ปักธงประชาธิปไตย ล้างมรดกรัฐประหาร สร้างการเมืองแบบใหม่ เจ้านายคือประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีนโยบายที่น่าสนใจ อาทิ ปฏิวัติการศึกษา โดยนางสาวกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ รองหัวหน้าพรรคอนค. ระบุว่า ขอเสนอ 4 ภารกิจเพื่อยกระดับการศึกษา ภายใต้งบประมาณ 100,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค กล่าวว่า พรรคขอเสนอ 4 แนวทางทำลายการผูกขาด คือ 1.การผูกขาดสัปทานของรัฐต่างๆ ถ้าพรรคได้เข้าไปมีอำนาจจะจัดการประมูลให้โปร่งใส เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่ได้เข้ามา เช่น ดิวตี้ฟรีในสนามบิน พรรคจะแบ่งพื้นที่โดยให้บริษัทเล็กเข้ามามีส่วนร่วม 2.กลุ่มทุนผูกขาดความมั่งคั่งจากกฎหมายบางฉบับที่เอื้อกีดกันการแข่งขันทางการค้า เช่น การผลิตเหล้าและเบียร์ ที่กำหนดให้ผลิต 10 ล้านลิตรต่อปี 3.การเข้าถึงแหล่งทุนต้องถูกปลดปล่อย คนจำนวนมากเข้าไม่ถึงแหล่งทุน และ 4.การบังคับใช้กฎหมายการค้าอย่างจริงจัง ป้องกันการฮั้วราคา กีดกันผู้แข่งรายใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวยืนยันหลักการกองทัพต้องอยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือน เปลี่ยนมาใช้ระบบเสนาธิการร่วม ลดขนาดกองทัพให้เล็กลง และทันสมัยขึ้น โดยลดกำลังพลลง 40% ลดอัตรานายพลเหลือ 1 ใน 4 เปิดเผยงบประมาณของกองทัพ อย่างการซื้ออาวุธ ที่ให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการซื้ออาวุธ ยกเลิกการเกณฑ์ทหารเปลี่ยนเป็นระบบสมัครใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนค. กล่าวว่า พรรคมีนโยบายปักธงประชาธิปไตย ล้างมรดกรัฐบาล 3 เรื่อง 1.ล้างมรดกบาปที่คณะรัฐประหารสร้าง จะนำคำสั่ง คสช.มาทบทวนทั้งหมด 2.ทวงสิทธิเสรีภาพของประชาชนคืนมา จะทบทวนกฎหมายที่มีผลกระทบต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นใหม่ 3.ป้องกันไม่ให้มีการรัฐประหารซ้ำอีก พรรคอนาคตใหม่อาสาเป็นกองหน้าประชาธิปไตยตัวจริง เพื่อยุติวงจรรัฐประหาร ไม่ให้เกิดขึ้นอีกในประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเข้าสู่ช่วงถาม-ตอบของสื่อมวลชน ได้ถามว่า ทางพรรคมีแนวทางอย่างไรกับประมวลกฎหมายอาญา ม.112 น.ส.พรรณิการ์ตอบว่า แม้เราจะพยายามแก้ไขเกี่ยวกับกฎหมายหมิ่นประมาทอื่นๆ แต่สำหรับ ม.112 ยังไม่ใช่แนวนโยบายของพรรคในการดำเนินการต่อข้อกฎหมายดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า การลบล้างผลพวงรัฐประหาร จะพยายามดำเนินคดีกับ คสช.หรือไม่ ข้อหาอะไร นายปิยบุตรกล่าวว่า คสช.ได้รับผลประโยชน์จากนิรโทษกรรม ในรัฐธรรมนูญปี 2557 โดยวิธีการแก้ปัญหาคือ ทำให้กฎหมายนิรโทษดังกล่าวเป็นโมฆะก่อนเป็นอันดับแรก จึงสามารถดำเนินคดีกับทาง คสช.ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากมีโอกาสจะร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า พรรคอนาคตใหม่พร้อมร่วมมือกับทุกพรรคที่มีจุดยืนหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. และแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อาจารย์ประจำศูนย์วิจัยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ซึ่งเคยสนับสนุนพรรค อนค. ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า ปัญหาของอนาคตใหม่คือ คนพวกนี้คือ debutants ทางการเมือง มือใหม่ ไม่มีประสบการณ์ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ถ้ารู้จักเรียนรู้จากความผิดพลาด แต่ดังที่ปรากฏ คนในอนาคตใหม่มีความโอหัง คิดว่ารู้ดีทุกเรื่อง เมื่อผิดแล้วไม่ยอมรับ แต่แถไปเรื่อย บางคนใช้ยุทธศาสตร์ลอยตัว อันนี้เป็นทั้งธนาธรและปิยบุตร ที่น่าเศร้าก็คือ ผมเคยเชื่อว่าพรรคนี้มีอุดมการณ์ แต่คนในพรรคนี้กลายเป็น &amp;quot;นักการเมือง&amp;quot; เต็มตัว ฟังแล้วอาจดูตลก อ้าวก็เค้าเป็นนักการเมืองนิ ที่ผมหมายถึงก็คือ เค้าคำนึงถึงผลลัพธ์มากกว่าอุดมการณ์ที่เค้าหลอกขายแฟนคลับเค้า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24377</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัตติยา สวัสดิผล, จาตุรนต์ ฉายแสง, จุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์, น.ส.พรพรหม พรหมชาติ, นพดล ปัทมะ, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181216/image_big_5c1659f46c72a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
