<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115413</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2021 17:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2021 17:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาร้อน! &#039;พท.&#039; อ้างมือมืดจ้องลบหลักฐานแจก 5 ล้าน &#039;พปชร.&#039; ซัดกลับเลวทราม &#039;ชวน&#039; ให้ฟังนายกฯแจง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย.64 - เวลา 15.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย อภิปรายเสร็จเรียบร้อย&amp;nbsp;นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอหารือกรณีที่นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่านายกฯแจกเงินให้ส.ส. 5 ล้าน&amp;nbsp;เป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรง และขณะนี้กำลังมีบุคคลเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับห้องโสตทัศนูปกรณ์ ตนกลัวว่ากล้องวงจรปิดของสภาจะกลายเป็นกล้องดัมมี่ไป จึงขอให้ให้ประธานสภาฯช่วยดูแลด้วย หากหลักฐานโดนลบไป เกรงว่าประธานสภาฯ และสภาฯของพวกเราจะเป็นจำเลยไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชวน วินิจฉัยให้ดำเนินการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามระเบียบวาระการประชุมต่อไป ส่วนประเด็นที่มีการกล่าวหานั้น ได้รับแจ้งว่านายกฯจะมาชี้แจงในสภาฯต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ตนเป็นหนึ่งคนที่เข้าไปพบนายกฯ พร้อมๆกับเพื่อนส.ส.พรรคเดียวกัน ได้แก่ นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายสันติ พร้อมพัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ น.ส.จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรสาคร และนายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราช ไม่ได้มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเงินทอง การที่ฝ่ายค้านกล่าวหาเพื่อนสมาชิกด้วยกัน มันเลวทรามต่ำช้า และถ้าหากจะไปเปิดกล้องวงจรปิดก็เชิญ แต่ต้องให้ฝ่ายค้านถอนคำพูด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน กล่าวว่า สาเหตุที่ตนบอกว่าไม่ให้ถอน เพราะเป็นเรื่องที่พาดหัวไปแล้ว หากจะขจัดข้อสงสัยต้องชี้แจง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115413</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, พรรคเพื่อไทย, วิสาร เตชะธีราวัฒน์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210902/image_big_6130a77339282.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104067</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2021 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2021 09:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขยันปั่น! ส.ส.เพื่อแม้ว จับผิด &#039;บิ๊กตู่&#039; ฉีดวัคซีนแอสตร้าฯเข็ม 2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25&amp;nbsp;พ.ค. 64 - นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย โพสต์รูปภาพ พลงอ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรรี ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เข็มที่ 2 ฉีด เมื่อ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา พร้อมแคปชั่นว่า &amp;quot;อ้างว่าแอสตราไม่ขาด แต่ปรับรอบการฉีดเพราะมีประสิทธิภาพกว่า แต่คนในรูปฉีดเมื่อวาน ห่าง 10 สัปดาห์ คืออะไร??? คนนี้ไม่ต้องปรับรอบงั้นหรือ #ไม่เนียนไปเรียนมาใหม่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;



&lt;p dir=&quot;ltr&quot; lang=&quot;th&quot;&gt;อ้างว่าแอสตราไม่ขาด แต่ปรับรอบการฉีดเพราะมีประสิทธิภาพกว่า

แต่คนในรูปฉีดเมื่อวาน ห่าง 10 สัปดาห์ คืออะไร??? คนนี้ไม่ต้องปรับรอบงั้นหรือ#ไม่เนียนไปเรียนมาใหม่ pic.twitter.com/laffPxtAhh&lt;/p&gt;
&amp;mdash; ส.ส.จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (@jamornvivat) May 25, 2021


&amp;nbsp;

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104067</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, พรรคเพื่อไทย, วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า, วัคซีนโควิด, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210525/image_big_60ac5ee327d48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93285</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2021 23:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2021 23:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; ถึงกับอึ้ง! ส.ส.เพื่อไทย จิตใจทำด้วยอะไร กล่าวหานายกฯแอบมีความสุขกับการระบาดไวรัสโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.พ.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานเวลาประมาณ 21.35 น. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวอภิปรายโจมตีพล.อ.ประยุทธ์ ในหัวข้อ ผู้นำเหลวไหล ประเทศล้มเหลว โดยเน้นโจมตีไปที่ประเด็นการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ช่วงหนึ่งว่า &amp;nbsp;&amp;quot;ผมขอกล่าวหาว่า พล.อ.ประยุทธ์ แอบมีความสุข กับการระบาดไวรัสโควิด เพราะใช้โควิด เป็นข้ออ้างในการไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ตลอด อัตราการเติบโตเศรษฐกิจไทย เติบโตต่ำมาตลอด&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดีหลังนายจุลพันธ์ อภิปรายจบ พล.อ.ประยุทธ์ ลุกขึ้นกล่าวช่วงหนึ่งว่า &amp;quot;ที่ท่านกล่าวหาผมมีความสุขกับโควิด ท่านพูดได้อย่างไร จิตใจท่านทำด้วยอะไร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวด้วยว่า ที่บอกว่าไม่มีความรู้ มีความรู้ ไม่เท่าท่าน เพราะให้เกียรติท่าน การลงทุนในประเทศ ต่างประเทศ กำลังเดินหน้า หลายประเทศก็มาติดต่อ ที่ทำให้เศรษฐกิจตก เพราะเราพึ่งพาการท่องเที่ยว การบริการ เมื่อเป็นอย่างนี้ คงไม่มีใครมาเที่ยว ปัญหาของเราคือ การดิสรัปชั่น เราก็ได้เตรียมความพร้อมตลอด เราต้องทำทุกอย่างให้อยู่ภายใต้กติกาสากล การกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็กำลังดำเนินการหลายอย่าง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93285</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, ซักฟอก, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210216/image_big_602bf478bac06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72273</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2020 10:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2020 10:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาคืน!&#039;เรืองไกร&#039;เล่นแล้ว ยื่นป.ป.ช.สอบทรัพย์สิน 2 บิ๊กส.ส.เพื่อไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.63- &amp;nbsp;นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;เผยว่า จากการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของ ส.ส. ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. ครั้งล่าสุด เปรียบเทียบกับครั้งก่อนๆที่เคยยื่นไว้นั้น &amp;nbsp;ในส่วนของพรรคเพื่อไทยก็ตรวจสอบเช่นกัน โดยเบื้องต้นพบว่า มี ส.ส. เพื่อไทย 2 คนที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินไว้แตกต่างกัน อ้นเป็นเหตุอันควรสงสัยที่ต้องขอให้ ป.ป.ช. ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวว่า โดย ส.ส. พรรคเพื่อไทย ทั้ง 2 คน คือ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ซึ่งยื่นบัญชีบ้านและที่ดินไม่สอดคล้องกัน และนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ยื่นบัญชีทรัพย์สินอื่นของคู่สมรส ไว้ไม่สอดคล้องกัน &amp;nbsp;ตนตั้งใจจะไป ป.ป.ช. เพื่อขอตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อยู่แล้ว ประกอบกับพบข้อมูลของ ส.ส. ทั้ง 2 คน ที่มีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับบัญชีบ้านและที่ดิน กับบัญชีทรัพย์สินอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้น ในวันที่ 24 กรกฎาคม เวลาประมาณ 10.30 น. ผมจะไปที่สำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อยื่นหนังสือขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของ ส.ส. ทั้ง 2 คน พร้อมทั้งจะขอตรวจดูบัญชีทรัพย์สินของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ด้วย&amp;quot;นายเรืองไกรกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ก่อนนี้นายเรืองไกร พลาดหวังจากเก้าอี้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญตึงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 พร้อมได้ทำหนังสือให้พรรคชี้แจงถึงการสลับชื่อแต่ไม่ได้รับคำตอบ &amp;nbsp;นายเรืองไกรจึงตรวจสอบอดีตเพื่อนร่วมพรรคเสียเอง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72273</URL_LINK>
                <HASHTAG>2 ส.ส.เพื่อไทย, จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, บัญชีทรัพย์สิน, ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200723/image_big_5f18ff2d1a5ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67576</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว.นัดเคาะ3พรก.กู้เงิน ยอมถอยตั้งกมธ.วิสามัญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาสูงทำงานด่วนจี๋เคาะ พ.ร.ก. 3 ฉบับภายในวันเดียว &amp;ldquo;พรเพชร&amp;rdquo; แบะท่าไม่เอา กมธ.ส.ว. แต่บรรดาสมาชิกแนะต้องมี &amp;ldquo;คำนูณ&amp;rdquo; ชี้มี 2 กรรมการกลั่นกรองส่อหมิ่นเหม่ขัดกฎหมาย &amp;ldquo;พปชร.&amp;rdquo; หมดแรงต้านพลิกให้ตั้งกรรมาธิการตรวจสอบแล้ว สุดอึ้ง! รองหัวหน้าก้าวไกลอภิปรายเรื่องใช้เงิน 80 ล้านบาทซื้อตัว ส.ส.ผ่านพระราชกำหนดแค่ฟังข่าวเมาธ์มอยมาไม่มีหลักฐาน สภาวางไทม์ไลน์ 4 มิ.ย. ถกกฎหมายโอนงบ 8 หมื่นล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน ที่ประชุมวุฒิสภา (ส.ว.) ได้นัดพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) จำนวน 3 ฉบับ ประกอบด้วย &amp;nbsp;พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563, พ.ร.ก.ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 และ 3.พ.ร.ก.รักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ.2563 ภายหลังสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาเสร็จแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยก่อนประชุม นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ว่า วุฒิสภาวางกรอบการอภิปราย พ.ร.ก.ไว้ 2 วัน โดยวันแรกจะพิจารณาทั้ง 3 ฉบับ โดยมี ส.ว.ขอใช้สิทธิอภิปราย 48 คน รวมเวลาประมาณ 9 ชั่วโมง จากนั้นจะลงมติทีละฉบับ ส่วนในวันที่ 2 จะพิจารณา พ.ร.ก.ว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2563 คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงเที่ยง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อตรวจสอบการใช้เงินตาม พ.ร.ก.นั้น ต้องรอการอภิปรายของ ส.ว.ก่อน แต่คิดว่ารัฐบาลดำเนินการตรวจสอบตามกลไกของรัฐบาล ขณะเดียวกันได้รับทราบมาว่าสภาผู้แทนราษฎรกำลังพิจารณาตั้งคณะ กมธ.วิสามัญเช่นกัน&amp;rdquo; นายพรเพชรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อเวลา 09.30 น. วุฒิสภาได้เปิดประชุมเรื่องดังกล่าว โดยนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวเสนอหลักการและเหตุผลต่อที่ประชุม และมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ มาร่วมรับฟังด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. อภิปรายว่า เข้าใจว่าในการแก้ไขปัญหานั้น ในรัฐธรรมนูญให้อำนาจฝ่ายบริหารออก พ.ร.ก. ซึ่งไม่ได้ติดใจ แต่ห่วงใยเรื่องความโปร่งใสที่จะต้องทำอย่างไรให้ประชาชนได้รู้ว่าเป็นการทำเพื่อส่วนรวม จึงอยากเสนอว่าหากกระทรวงการคลังจะมารายงานต่อสภาต้องมีรายละเอียดของการใช้เงินกู้ด้วย เพราะหากรัฐบาลเปิดเผยความชัดเจน จะทำให้เกิดความเบาใจว่ารัฐบาลได้ใช้เงินตามความจำเป็น ถ้ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เชื่อว่าคนจะไม่กล้าทำผิดและฉวยโอกาสหาประโยชน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การตั้ง กมธ.วิสามัญของสภาอาจยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ เพราะฝ่ายที่เข้าไปตรวจสอบก็มี ส.ส.รัฐบาลด้วย ดังนั้นเห็นว่าควรเป็นหน้าที่ของ ส.ว.เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้ โดยให้คณะ กมธ.ของ ส.ว.เข้ามาตรวจสอบเพื่อช่วยรัฐบาล&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว. อภิปรายถึงคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ตาม พ.ร.ก.ว่า องค์ประกอบของคณะกรรมการส่วนใหญ่มาจากส่วนราชการ ส่วนที่เหลือจะมาจากผู้ทรงคุณวุฒิ ดังนั้นเพื่อให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการกลั่นกรอง ผู้ทรงคุณวุฒิที่จะเป็นกรรมการควรมาจากภาคประชาชนหรือภาคประชาสังคม ส่วนกรณีปัญหาเกี่ยวกับความโปร่งใสของการใช้จ่ายเงินกู้นั้น ต้องยึดหลักการ 3 ประการ 1.หลักการเศรษฐกิจพอเพียง 2.หลักการความโปร่งใส คุ้มค่าและตรวจสอบได้ 3.หลักการให้ประชาชนร่วมตรวจสอบและกลั่นกรองแผนก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี ที่สำคัญต้องยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง
ชี้2กรรมการขัดคุณสมบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.อภิปรายว่าถึง พ.ร.ก.หุ้นกู้ที่มีอายุ 5 ปีว่า มีคำถามที่สำคัญ คือขณะนี้มีปัญหากับผู้ทรงคุณวุฒิ 2 คน ได้แก่คนที่ 1 เป็นอดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่เพิ่งพ้นจากตำแหน่งเมื่อปี 2562 แม้พระราชกำหนดจะไม่ได้กำหนดลักษณะต้องห้ามเอาไว้ แต่ พ.ร.ก.นี้จะไปยกเว้นลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากอดีตเลขาธิการ ก.ล.ต.ยังพ้นจากตำแหน่งไม่ครบ 2 ปีเต็ม ซึ่งมาตรา 22/1, 22/2 และ &amp;nbsp;267/1 ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ว่าด้วยการกำหนดให้ภายใน 2 ปีนับแต่วันพ้นจากตำแหน่ง เลขาธิการจะประกอบธุรกิจไม่ได้ หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รมว.การคลังในฐานะผู้รักษาการตามกฎหมาย มั่นใจหรือไม่ว่าได้ทำถูกกฎหมายแล้ว ซึ่งเคยมีกรณีเทียบเคียงมาแล้วจากกรณีบอร์ดการบินไทยคนหนึ่งได้ลาออกจากตำแหน่ง เพราะพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีมาไม่ถึง 2 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คนที่ 2 เป็นกรรมการกำกับตลาดทุนตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ซึ่งกฎหมายกำหนดให้กรรมการกำกับตลาดทุนต้องไม่ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บุคคลผู้มีอำนาจในการจัดการในธุรกิจหลักทรัพย์ตลาดหลักทรัพย์ ดังนั้นเรื่องนี้สมควรคลายปมสงสัย ถ้ารัฐบาลมั่นใจว่าไม่ขัดต่อกฎหมายต้องตอบคำถามนี้ เพราะมิเช่นนั้นจะเสี่ยงต่อการดำเนินการต่อไปของคณะกรรมการกำกับกองทุน และคณะกรรมการกำกับตลาดทุน จึงขอทักท้วงเอาไว้&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำนูณยังกล่าวถึงผู้ทรงคุณวุฒิใน พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ว่าอยากเสนอเพื่อสร้างความมั่นใจ โดยให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แต่งตั้งบุคคลจากภาคประชาชนที่ทำงานต่อต้านทุจริตและเศรษฐกิจชุมชนเข้ามาเป็นคณะกรรมการ เพราะจุดอ่อนที่สำคัญของกฎหมายกู้เงิน คือ เป็นการกู้เงินนอกงบประมาณและจ่ายเงินตามกระบวนการที่รัฐบาลออกระเบียบ ซึ่งไม่ได้ผ่านนิติบัญญัติตามหลักการใช้จ่ายเงินแผ่นดินตามระบบงบประมาณปกติ ดังนั้น เพื่อให้เกิดความมั่นใจ รัฐบาลจะต้องตั้งภาคประชาชนเข้ามา และเห็นด้วยกับการให้มีการตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาเพื่อตรวจสอบและเสนอแนะมาตรการแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอุตตมกล่าวถึงการใช้เงินกู้ตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ในส่วนของการใช้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท ว่าจะไม่ล่าช้า เพราะหน่วยงานต่างๆ ได้เตรียมโครงการตามกรอบที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กำหนดไว้ และต้องส่งแผนโครงการกลับมาที่คณะกรรมการกลั่นกรองโครงการพิจารณาก่อนเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สำหรับการลงมติอนุมัติหรือไม่อนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงินทั้ง 3 ดังกล่าวของวุฒิสภา จะมีขึ้นในวันที่ 2 มิ.ย.นี้ ก่อนที่จะพิจารณา พ.ร.ก.ประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2563 อีก 1 ฉบับต่อไป
พปชร.ไฟเขียวตั้ง กมธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความคืบหน้าของการตั้ง กมธ.ตรวจสอบการใช้เงินในส่วนของ ส.ส.นั้น ล่าสุด นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า จะหารือในที่ประชุมวิปครั้งหน้า ซึ่งมีแนวโน้มที่จะให้ตั้ง กมธ.ชุดนี้ หลังจาก 2 พรรคได้ยื่นญัตติไปแล้วคือ ภูมิใจไทย (ภท.) กับประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรค พปชร.ก็ไม่ขัดข้อง ส่วนที่ให้สัมภาษณ์คัดค้านก่อนหน้านี้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวเท่านั้น โดยเชื่อว่าจะตั้ง กมธ.ได้ในวันที่ 10 หรือ 11 มิ.ย. คงไม่ทันในการประชุมสภาสัปดาห์นี้ เนื่องจากมีวาระที่ต้องพิจารณาเรื่องด่วนของรัฐบาลคือ พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 วงเงิน 8.8 หมื่นล้านบาทก่อน และยืนยันว่าไม่มีปัญหาภายในพรรคร่วมรัฐบาล ดังจะเห็นได้จากการลงมติที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และเสียงของรัฐบาลก็มีความเข้มแข็งขึ้น อีกทั้งไม่เชื่อว่าจะเกิดปัญหาภายในจนทำให้รัฐบาลระส่ำระสาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงภาพรวมการอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงินว่า ประชาชนที่ติดตามการอภิปรายจะเห็นว่า ส.ส.พรรค พท.และพรรคร่วมฝ่ายค้านทำหน้าที่ได้อย่างดี ในขณะที่รัฐบาลไม่มีรายละเอียด แม้ ส.ส.รัฐบาลจะลุกขึ้นมาช่วยก็มีข้อจำกัด สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือ รัฐบาลจะฟื้นฟูเยียวยาเศรษฐกิจที่จีดีพีมีโอกาสติดลบ 6-9% คนตกงาน 10 ล้านคนอย่างไร เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลสารภาพว่าไม่เก่งเศรษฐกิจ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ตัดพ้อว่าเบื่อเต็มทน ซึ่งหนี้เงินกู้ ภาระคนทั้งชาติ รัฐบาลผิดพลาดเศรษฐกิจ แต่โยนโควิดรับบาป จบอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ ต้องส่งคำตอบว่าต่อจากนี้จะตัดสินใจโดยยึดเอาผลประโยชน์ของใครเป็นสำคัญ ถ้าเลือกเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ เมื่อรู้ตัวว่าไม่มีความสามารถในการบริหารจัดการฟื้นฟูเยียวยาแก้ไขเศรษฐกิจได้ ต้องลาออกไป เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่มีความเหมาะสมเข้ามาทำหน้าที่แทน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายการุณ โหสกุล ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรค พท. กล่าวว่า ในการประชุมสภาที่ผ่านมา พรรคฝ่ายค้านได้ท้วงติง และมีข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ในการใช้เงินกู้จำนวน 1.9 ล้านล้านบาท แต่รัฐบาลไม่ตั้งใจฟัง การพิจารณาจึงเป็นเพียงพิธีกรรมเท่านั้น รวมทั้งยังไม่มีรายละเอียดการใช้เงิน ไม่มีแผนงานรองรับ เชื่อขนมกินได้ว่าอาจแก้ปัญหาไม่ถูกจุด และทำประเทศทรุดหนักกว่าเดิม ทางออกที่ดีที่สุดคือให้สภาผู้แทนราษฎรที่เป็นตัวแทนของประชาชนตั้ง กมธ.ติดตามและตรวจสอบการใช้เงินของประชาชน
รับแค่ฟังเขาเมาธ์มา
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะรองหัวหน้าพรรค กล่าวถึงกรณีการออกมาแฉมีการแบ่งงบประมาณจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาทให้ ส.ส. คนละ 80 ล้านบาท ว่าได้ยินมาเมื่อช่วงเช้าวันที่ 31 พ.ค. โดยเป็นการพูดคุยระหว่าง ส.ส.ด้วยกัน ทั้งในพรรคฝ่ายค้านและรัฐบาลว่าจะมีการจัดสรรงบประมาณให้ 80 ล้านบาทสำหรับ ส.ส.แต่ละคน ซึ่งตรงนี้ไม่ใช่ไม่มี แต่มีมานานแล้วที่เรียกว่างบ ส.ส. ซึ่งเมื่อครั้งที่เป็น กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 ประเด็นนี้ก็มีเรื่องเข้าหูเหมือนกัน ในครั้งนั้นมีการพูดคุยในลักษณะนี้ว่ามีการแบ่งปันงบ ส.ส.ตัวเลขอยู่ที่ 20-30 ล้านบาท แต่ตอนนั้นเราทำอะไรไม่ได้ เพราะขณะนั้นพรรคอนาคตใหม่ไม่มีส่วนร่วมในการพูดคุยเกี่ยวกับงบ ส.ส.ดังกล่าว แต่ครั้งนี้เมื่อได้ยินก็คิดว่าจำเป็นที่จะต้องลุกขึ้นพูดประเด็นนี้กลางสภา เพราะอย่างน้อยให้ประชาชนได้รับรู้ว่ามีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิจารณ์กล่าวว่า จริงๆ แล้วงบลักษณะนี้เคยมีมาอยู่แล้ว เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดเอาไว้ แต่สำหรับรัฐธรรมนูญปี 2560 มีการบัญญัติในมาตรา 144 ว่าการที่ ส.ส.จะผันงบลงพื้นที่ตนเองทำไม่ได้ ถือว่าผิดรัฐธรรมนูญและผิดกฎหมาย เมื่อมีงบลงไปแล้วทำให้ ส.ส.สามารถเลือกใช้ได้ว่าจะใช้อย่างไรกับโครงการไหน มีโอกาสสูงมากว่าโครงการที่ดีๆ มาจากหน่วยงานข้าราชการ และโครงการที่ตอบสนองท้องถิ่นจริงอาจไม่เกิดขึ้น เพราะไม่ตรงกับผลประโยชน์นักการเมืองบางคนบางกลุ่มในท้องถิ่น โดยงบเหล่านี้จะไปถึงตัว ส.ส.โดยผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด ดังนั้น เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องพูด และ ส.ส.พรรคอื่นหลายคนก็อยากพูดตีแผ่ในเรื่องนี้ แต่พูดไม่ได้ เพราะเป็นการขัดผลประโยชน์กับเพื่อน ส.ส.ด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แม้สิ่งที่ผมพูดไปจะไม่มีหลักฐาน แต่เชื่อว่าการที่ออกมาพูดลักษณะนี้ อย่างน้อยจะเป็นการป้องปรามหยุดยั้งสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น สำคัญที่สุดคือเราต้องตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อตรวจสอบเงินกู้เหล่านี้&amp;rdquo; นายพิจารณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า หากสามารถสาวไปถึงตัวบุคคลได้ พรรคจะดำเนินการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ถอดถอนหรือไม่ นายพิจารณ์กล่าวว่า เราจะดำเนินการให้ถึงที่สุด แต่ตอนนี้ขอใช้กลไกจาก กมธ.วิสามัญก่อน จึงขอให้ประชาชนที่พบเห็นพฤติกรรมเหล่านี้ส่งข้อมูลมายังพรรค เรายินดีนำไปดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;อย่าหนีการตรวจสอบ! ตั้ง กมธ.วิสามัญตรวจใช้งบประมาณและมาตรการสู้โควิด ป้องกันทุจริตคอร์รัปชัน-ปกป้องผลประโยชน์ประชาชน&amp;rdquo; โดยมีเนื้อหาเรียกร้องให้ ส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาล ร่วมสนับสนุนให้ตั้ง กมธ.วิสามัญตรวจสอบการใช้งบประมาณและมาตรการแก้ไขปัญหาภายใต้วิกฤติโควิด-19 จะเป็นบทพิสูจน์ความโปร่งใสของรัฐบาลชุดนี้ที่สำคัญยิ่ง ซึ่งคงต้องขอความร่วมไม้ร่วมมือ ส.ส.ซึ่งเป็นตัวแทนประชาชน ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านร่วมกันลงมติให้เกิดขึ้น เพราะท้ายที่สุดแล้ว หากญัตติด่วนนี้ถูกตีตกไป ไม่มีการตั้งขึ้น ก็คงต้องขอเดาเอาไว้ก่อนเลยว่าจะมีการทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้นแน่ๆ
4 มิ.ย.ถกโอนงบฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ในการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ที่มีนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน มีวาระพิจารณาเตรียมความพร้อมประชุมสภาในวันที่ 4 มิ.ย. เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ.2563 พ.ศ.... วงเงิน 8.8 หมื่นล้านบาท โดยได้เชิญเจ้าหน้าที่จากสำนักงานกฤษฎีกาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจง โดยเฉพาะกรณีที่องค์กรอิสระ ศาล รวมถึงรัฐสภาที่ไม่ถูกตัดงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ซึ่งผู้ชี้แจงจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีการะบุว่า องค์กรอิสระที่ได้รับจัดสรรงบประมาณแล้ว ถือว่าเป็นหน่วยงานอิสระที่สำนักงบประมาณไม่สามารถลดงบที่ได้รับจัดสรรระหว่างปีงบประมาณได้ เช่นเดียวกับเงินนอกงบประมาณ ก็ไม่สามารถเรียกคืนได้เช่นกัน ยกเว้นแต่งบประมาณที่ขอจัดสรรไม่ถูกนำไปใช้จ่ายหรือเบิกแล้วไม่ได้ใช้จริง และวิธีที่จะให้หน่วยงานส่งคืนเงินได้นอกจากสิ้นปีงบประมาณคือ ทำเรื่องว่าเป็นเงินเบิกเกินและส่งคืนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรค พท. ในฐานะวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ กำหนดพิจารณาเรื่องดังกล่าวในวันที่ 4 มิ.ย. หากไม่แล้วเสร็จจะต่อเนื่องวันที่ 5 มิ.ย. ซึ่งการพิจารณาจะรับหลักการ และตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ​โดยใช้เวลาพิจารณา 7 วัน ส่วนก่อนหน้านี้ที่วิปฝ่ายรัฐบาลต้องการเร่งพิจารณาและให้ตั้ง กมธ.เต็มสภานั้น ได้หารือและทำความเข้าใจแล้วว่า หากพรรคฝ่ายค้านไม่ยกมือให้กรณีเร่งรัด ด้วยตั้งกรรมาธิการเต็มสภาไม่สามารถเกิดขึ้นได้แน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกวิปรัฐบาล กล่าวว่า วิปรัฐบาลมีข้อสรุปเรื่องเวลาอภิปรายทั้งสิ้น 10 ชั่วโมง แบ่งเป็นของ ส.ส.ฝ่ายค้าน 6 ชั่วโมง และ ส.ส.รัฐบาลรวมกับ ครม. 4 ชั่วโมง และจะเริ่มพิจารณา วันที่ 4 มิ.ย. เวลา 09.30-20.00 น. โดยจะพิจารณารับหลักการในวันเดียวกัน จากนั้นให้ตั้ง กมธ.วิสามัญ มีกรอบพิจารณา 7 วัน จากนั้นจะนำกลับเข้าสู่ที่ประชุมสภาอีกครั้ง เพื่อพิจารณาวาระสองและวาระสามในวันที่ 11 มิ.ย.นี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67576</URL_LINK>
                <HASHTAG>การุณ โหสกุล, จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, พรรคประชาธิปัตย์, พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ, พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200601/image_big_5ed4fcc499159.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66922</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่นำทีมแจงกู้เงิน รมว.คลังติวเข้ม40สส.พปชร./ฝ่ายค้านระดม65ขุนพลถล่มตีเช็คเปล่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สมคิด-อุตตม&amp;quot; หลบไป &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; นำทัพเอง เตรียมปักหลักชนฝ่ายค้านกลางสภา แจง 4 พ.ร.ก.สู้โควิด 5 วันติด หลังโดนปั่นกระแส &amp;ldquo;ตีเช็คเปล่า-1 ล้านล้านบาท&amp;rdquo; ฝ่ายแค้นจองกฐิน ขอพ่นน้ำลายร่วม 65 ชื่อ แต่ยังกั๊กจะลงมติแบบไหน อ้างขอฟังคำชี้แจงก่อน &amp;ldquo;ขุนคลัง&amp;rdquo; เปิดวอร์รูม ติวเข้ม 40 ส.ส.พปชร.รับมือ หลังประเมินงานนี้เดือด &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเคลื่อนไหวทางการเมืองก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรจะมีการประชุมสภา 5 วัน 4 คืน ตั้งแต่วันพุธที่ 27 พ.ค. ถึงวันอาทิตย์ที่ 31 พ.ค. เพื่อพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) สำคัญ 4 ฉบับ ที่รัฐบาลออกมาเพื่อแก้ปัญหาวิกฤติไวรัสโควิด-19 เช่น พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน จำนวน 1 ล้านล้านบาท, พ.ร.ก.การรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในส่วนของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้มีการประชุมเพื่อเตรียมพร้อมก่อนการประชุมสภาดังกล่าว จากนั้น นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) แถลงถึงผลการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน 6 พรรคว่า การพิจารณาพระราชกำหนดจะพิจารณาเป็นรายละฉบับ แต่สามารถอภิปรายโยงไปถึงพระราชกำหนดฉบับอื่นได้เท่าที่จำเป็น โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านใช้สิทธิอภิปรายทุกพรรค ประมาณ 60-65 คน แบ่งเป็นพรรคเพื่อไทย 35 คน พรรคก้าวไกล 15 คน ส่วนที่เหลือลดหลั่นไปตามสัดส่วนของ ส.ส.ฝ่ายค้านแต่ละพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินย้ำว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านยังคงยืนยันว่าหากจะให้ฝ่ายค้านให้ความเห็นชอบกับพระราชกำหนดดังกล่าว จะต้องมีเงื่อนไขบางประการ โดยเมื่อรัฐบาลไม่ได้มีรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้เงินมาเสนอต่อสภา จึงจำเป็นต้องขอให้รัฐบาลรับปากต่อสภาได้หรือไม่ ว่าจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาและตรวจสอบการใช้เงิน พร้อมกับการที่รัฐบาลจะรับปากว่าจะทำรายงานการใช้เงินกู้เสนอมายังสภาเดือนละครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราไม่ยอมให้ พ.ร.ก.ผ่านแบบไม่มีเงื่อนไขอย่างแน่นอน รัฐบาลต้องตอบรายละเอียดต่อสภาว่าเอาเงินไปใช้อะไรบ้าง ถ้าตอบและให้สัญญาต่อสภาก็ถือว่าเป็นคำมั่นอย่างหนึ่ง เบื้องต้นยังไม่มีรายละเอียด เหมือนกับการตีเช็คเปล่า แต่ต้องดูการชี้แจงรัฐบาลว่าจะมีรูปเล่มหรือคำอธิบายหรือไม่ หากไม่มีรูปเล่มรายละเอียด จะต้องมีการบันทึกในสภาไว้เป็นหลักฐานที่สามารถไว้วางใจและเห็นชอบได้หรือไม่&amp;quot; ประธานวิปฝ่ายค้านระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การบริหารเวลาฝ่ายค้านในครั้งนี้ จะไม่ซ้ำรอยกับเมื่อครั้งการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ทำให้ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่บางคนไม่ได้อภิปราย นายสุทินกล่าวว่า เราเอาบทเรียนในอดีตมาแก้ไข เราจัดสรรเวลาแบบวิทยาศาสตร์ ทั้งนี้ การประชุมสภามีปัจจัยหลายเรื่อง แต่เราจะให้เกิดความคลาดเคลื่อนน้อยที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามขั้นตอน ถ้าสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาอนุมัติ พ.ร.ก. หรือถ้าวุฒิสภาไม่อนุมัติ และสภาผู้แทนราษฎรยืนยันการอนุมัติด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนฯ ให้ พ.ร.ก.นั้นมีผลใช้บังคับเป็นพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะเลขานุการวิปพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงินของรัฐบาล รวมทั้งกรณีที่รัฐบาลให้อำนาจธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติ ออกตราสารหนี้เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ภาคเอกชนนั้น มีความจำเป็นแค่ไหน เพราะในความเป็นจริงธนาคารพาณิชย์ก็มีเพียงพออยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นที่แบงก์ชาติต้องเข้ามาบริหารจัดการ แต่เมื่อแบงก์ชาติเข้ามาเป็นผู้เล่น จะส่งผลให้ขาดความเป็นกลาง และเกรงจะกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบการเงินการคลังของประเทศในระยะยาว
รัฐบาล-พรรคร่วมฯได้ 22 ชม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุลพงษ์กล่าวอีกว่า สำหรับ พ.ร.ก.กู้เงินจำนวน 1 ล้านล้านบาท ที่เม็ดเงินส่วนหนึ่งนำมาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน มีความจำเป็นเพียงไรที่จะต้องกู้เงินมาลงทุน เพราะหลายโครงการไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนถึงต้องกู้เงิน รัฐบาลสามารถเสนอโครงการมารอในงบประมาณรายจ่ายประจำปีได้ ไม่จำเป็นต้องมากู้นอกงบประมาณ การดำเนินการของรัฐส่อเจตนาที่จะหลีกเลี่ยงการตรวจสอบหรือไม่ ในการพิจารณาเงินกู้ของรัฐ สมาชิกสภามีอำนาจแค่อนุมัติหรือไม่เท่านั้น ไม่สามารถตรวจสอบได้ เหมือนงบประมาณรายจ่ายประจำปี รัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้เงินครั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบใช่หรือไม่ และเกรงว่าจะมีการเปิดช่องโหว่ให้มีการทุจริตในโครงการที่เสนอขอใช้งบประมาณจากการกู้เงินของรัฐ เพราะใน พ.ร.ก.กู้เงินครั้งนี่เขียนไว้เพียงแค่การกู้เงินมาเพื่อประโยชน์ใดเท่านั้น แต่ไม่มีการลงรายละเอียดโครงการ และในหลายโครงการก็ซ้ำซ้อนกับการใช้งบประมาณประจำปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การอภิปรายพระราชกำหนดกู้เงินในสัปดาห์นี้ อยากให้รัฐบาลเปิดใจรับฟังการอภิปรายของพรรคร่วมฝ่ายค้าน แม้การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะเบาบางลง แต่ระบบเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากมาตรการรัฐกลับทวีความรุนแรงขึ้น&amp;rdquo; นายจุลพันธ์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ ฝ่ายรัฐบาลก็ได้มีการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ด้วยเช่นกัน โดยมีนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล เป็นประธานที่ประชุม ที่ได้เชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง อาทิ นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ ตาม พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อแก้ปัญหา เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ, นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา, นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายวิรัชเปิดเผยว่า สำหรับการจัดเวลาให้พรรคร่วมรัฐบาลจำนวน 20 พรรค รวมถึงพรรคเศรษฐกิจใหม่ 5 คนที่ตกลงเข้าสังกัดเป็นพรรคร่วมรัฐบาล​ ในการอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน จะแบ่งให้รัฐมนตรีเพื่อชี้แจงและตอบคำถามของ ส.ส. จำนวน 11 ชั่วโมง และ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล 11 ชั่วโมง ส่วนสัดส่วนที่พรรคจะได้รับนั้นอยู่ระหว่างการคำนวณอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม จากการคุยมีความเห็นร่วมกัน ให้ ส.ส.อภิปรายเพื่อสะท้อนถึงปัญหาความเดือดร้อน การเยียวยาในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ขณะที่รัฐบาลสามารถชี้แจงและตอบคำถามได้เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพรรคเศรษฐกิจใหม่ที่ส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมวิปรัฐบาลเป็นครั้งแรก คือ นายศุภดิช อากาศฤกษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรักษาการหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ และนายภาสกร เงินเจริญกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคเศรษฐกิจใหม่ ทั้งนี้ พรรคเศรษฐกิจใหม่มี ส.ส.ทั้งสิ้น 6 คน และได้ย้ายไปอยู่กับฝั่งรัฐบาลจำนวน 5 คน ยกเว้นนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับการจัดสรรเวลาอภิปรายให้ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลจำนวน 20 พรรคนั้น เบื้องต้นมีสูตรคำนวณ คือ จัดสรรเวลา 11 ชั่วโมง หรือคิดเป็น 660 นาที จากนั้นจะนำไปหาร ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลที่มีทั้งหมดคือ 276 คน ทำให้ ส.ส.ได้รับเวลาอภิปรายประมาณ 2 นาที โดยเวลาเฉลี่ยที่ได้จะแบ่งให้กับส.ส.ของแต่ละพรรคตามสัดส่วนจำนวน ส.ส.ที่แต่ละพรรคมี เพื่อให้ทราบถึงเวลาที่แต่ละพรรคจะได้รับ อาทิ พรรคพลังประชารัฐ มี ส.ส. ​118 คน จะได้รับเวลาทั้งสิ้น 236 นาที จากนั้นจะนำไปจัดสรรให้กับ ส.ส.ที่ยื่นเจตจำนงขออภิปราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับจำนวนของ ส.ส.ในปัจจุบัน ล่าสุด พรรคร่วมรัฐบาลมี 276 คน ขณะที่ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านมียอดรวม 211 คน รวมเป็น 487 คน โดยจำนวนที่หายไปคือ 13 คน แบ่งเป็น ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ที่ถูกตัดสิทธิเลือกตั้งจำนวน 11 คน นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ อดีต ส.ส.ลำปาง พรรคเพื่อไทย ที่เสียชีวิต และนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือน ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ที่ถูกให้หยุดปฏิบัติหน้าที่
&amp;quot;อุตตม&amp;quot;เปิดวอร์รูมชนไร้เงา&amp;quot;สันติ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเตรียมพร้อมของรัฐบาลยังมีอีกจุดหนึ่ง คือที่กระทรวงการคลัง โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ ที่กระทรวงการคลัง นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้เรียก ส.ส.สมาชิกพรรคพลังประชารัฐกว่า 40 คน มาประชุมซักซ้อมการอภิปรายพระราชกำหนดต่างๆ โดยเฉพาะเรื่อง พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายอุตตมกล่าวว่า มีกลุ่ม ส.ส.พรรคพลังประชารัฐกว่า 30 คน แจ้งความประสงค์ต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับ พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท, พ.ร.ก.ซอฟต์โลน 5 แสนล้านบาท และ พ.ร.ก.รักษาเสถียรภาพระบบการเงิน 4 แสนล้านบาท ก่อนที่จะมีการอภิปรายในสภา เพราะมีความตั้งใจในการทำงานสภา ในฐานะ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ซึ่งมีการเปิดให้ซักถาม และมีการซักซ้อม อยากถามอะไรเกี่ยวกับกฎหมาย เพื่อให้กระทรวงการคลังชี้แจง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตมกล่าวว่า รัฐบาลสามารถชี้แจงประเด็นที่ฝ่ายค้านอภิปรายซักถามประเด็นต่างๆ ได้ทุกประเด็น รวมทั้งกรณีเงินกู้ 4 แสนล้านบาทเพื่อใช้ฟื้นฟู ที่ฝ่ายค้านมองว่าเป็นการตีเช็คเปล่า เพราะไม่มีโครงการนั้น ยืนยันว่าการดำเนินการมีกรอบใช้งบประมาณที่ชัดเจน โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นผู้ยกร่างกรอบการใช้งบ มีระเบียบสำนักนายก คณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ และจัดซื้อจัดจ้างตามวิธีการปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กรอบการใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท มีแนวทางดำเนินการหมดแล้ว ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีเสนอโครงการมา เพราะยังไม่ได้เริ่ม ไม่ใช่เรื่องเร่งรัดอะไร สามารถชี้แจงได้ และก็จะมีการตรวจสอบการใช้งบประมาณแน่นอน มีคณะกรรมการกลั่นกรองติดตามใกล้ชิด หน่วยงานที่ได้รับงบประมาณไป ก็ต้องรายงานความคืบหน้าให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เพราะเป็นการใช้เงินกู้ และโครงการเมื่อสิ้นสุดแล้ว ก็ต้องรายงานคลัง เพื่อรายงานสภาใน 60 วัน&amp;rdquo; นายอุตตมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการ รมว.การคลังและโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ประเมินหลังการร่วมประชุมดังกล่าวว่า มิติทางการเมืองคาดว่าจะมีการอภิปรายพระราชกำหนดอย่างดุเดือดในสภา ดังนั้น ส.ส.จึงจำเป็นต้องทราบรายละเอียดของ พ.ร.ก.กู้เงินทั้ง 3 ฉบับ เพื่อจะได้ช่วยรัฐบาลชี้แจงในสภาให้ถูกต้อง โดยมั่นใจว่า พ.ร.ก.กู้เงินทั้ง 3 ฉบับจะผ่านความเห็นชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการหารือครั้งนี้ พบว่ามี ส.ส.กลุ่มของนายอุตตมเท่านั้น และมีนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน เข้าร่วมการหารือด้วย แต่ไม่มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม และ ส.ส.จากกลุ่มสามมิตรเข้าร่วมด้วย ซึ่งรวมถึงนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง ก็ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วย แม้ว่าจะเป็นการประชุมที่กระทรวงการคลังก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ส.ส.ที่เข้าร่วมประชุมส่วนหนึ่งให้เหตุผลว่า ที่ไม่ได้มีการเรียกประชุมที่พรรค พปชร. และมาประชุมที่กระทรวงการคลังแทนนั้น เนื่องจากกระทรวงการคลังเป็นฝ่ายดำเนินการกฎหมายกู้เงินดังกล่าว และมีผู้บริหารธนาคารแห่งประเทศไทยคือ นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และนางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เข้าร่วมให้ความรู้ด้วย
&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;นำทัพเองชนฝ่ายค้าน5วันติด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เพื่อหารือเรื่อง พ.ร.ก. 4 ฉบับ ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาตลอดสัปดาห์นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายวิษณุกล่าวตอบคำถามสื่อมวลชนที่ถามว่า นายกฯ เป็นห่วงอะไรจึงต้องเรียกไปหารือ นายวิษณุกล่าวว่า เพราะมีปัญหา เนื่องจากช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร แจ้งมาว่าจะต้องมีการตกลงกันให้ดีว่าจะเสนอทีเดียว 5 ฉบับแล้วโหวต หรือจะโหวตทีละฉบับ ซึ่งนายกฯเห็นว่าอย่างไรก็ได้ แต่ถ้าให้ดีก็ควรจะอภิปรายรวม แล้วแยกโหวตจะดีกว่า ทั้งหมดแล้วแต่ที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วม 3 ฝ่าย ทางรัฐบาลไม่ขัดข้อง แต่วิธีปฏิบัติเคยมีถ้ากฎหมายเกี่ยวข้องกันก็เสนอเสียทีเดียว และอภิปรายรวมกันไปเลยก็ได้แล้วจึงมาโหวต ทั้งนี้ นายกฯ เป็นห่วงเรื่องกรอบเวลาที่จะใช้ในการอภิปราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เชื่อว่าการประชุมทั้งหมดจะราบรื่น ไม่มีปัญหา เนื่องจาก นายชวนสามารถควบคุมบรรยากาศการประชุมได้ เพราะเวลาที่จะใช้ในการประชุมต้องคำนึงถึงการประกาศเคอร์ฟิว ที่ไม่ควรจะให้เกินเวลาที่กำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม นายกฯ จะเดินทางไปสภา เพื่อชี้แจงด้วยตนเองทั้งหมด&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ ในช่วงเช้าได้เป็นประธาน​การประชุมสภากลาโหม โดยนายกรัฐมนตรีกำชับเหล่าทัพติดตามดูภาพรวมกรณีที่สภาจะมีการอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ และพ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ของทุกกระทรวง เพื่อนำมาใช้ในการแก้ปัญหาโควิด-19 กว่า 1 แสนล้านบาท ที่ในส่วนของกระทรวงกลาโหมมีมติให้แต่ละเหล่าทัพตัดงบประมาณของตนเองอย่างน้อย 20 เปอร์เซ็นต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า วันเดียวกันนี้ (25 พ.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ได้บันทึกเทปเพื่อกล่าวขอบคุณบรรดาเจ้าสัวและภาคเอกชนกลุ่มต่างๆ ที่ได้ตอบจดหมายและให้คำเสนอแนะกับรัฐบาล โดยจะออกอากาศผ่านทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ (ทรท.) ในวันที่​ 26 พ.ค. ซึ่งถือเป็นการเสร็จสิ้นภารกิจในการเดินสายพบกับบรรดาเจ้าสัวและภาคเอกชนกลุ่มต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า การพิจารณา พ.ร.ก.ทั้งหมด หากในวันที่ 31 พ.ค. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบ พ.ร.ก. ก็จะนำวาระพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงินทั้ง 3 ฉบับมาพิจารณาในที่ประชุมวุฒิสภาได้ทันที ในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ ส่วนข้อเสนอของ ส.ว.บางคนที่เสนอให้ตั้งคณะกรรมการอิสระมาตรวจสอบการใช้งบประมาณจาก พ.ร.ก.กู้เงินนั้น การตั้งคณะกรรมการอิสระไม่ใช่อำนาจของ ส.ว. แต่เป็นหน้าที่ของรัฐบาล แต่ ส.ว.สามารถอภิปรายให้ความเห็นข้อเสนอต่างๆ ได้ หากรัฐบาลเห็นด้วยก็จะนำไปพิจารณา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์)รายงานกรณี ผบ.เหล่าทัพที่เป็น ส.ว.ขาดการลงมติในการประชุมมาก 143-144 ครั้ง จากการลงมติทั้งหมด 145 ครั้งนั้น นายพรเพชรกล่าวว่า ในสมัยประชุมวุฒิสภาที่ผ่านมา มีการลงมติในเรื่องกฎหมายสำคัญ 7 ครั้ง ส่วนที่เหลือเป็นเรื่องร่างข้อบังคับการประชุมของวุฒิสภา ที่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเล็กน้อยจำนวนมากในรายมาตรา สมาชิกอาจมองว่าไม่ค่อยสำคัญจึงไม่มาลงมติ เพราะถึงอย่างไรก็ต้องทำตามมติที่กรรมาธิการเสนอมา ต้องขออภัยหากสมัยประชุมที่ผ่านมา ส.ว.ไม่ได้อยู่ลงมติในเรื่องข้อบังคับการประชุม แต่หลังจากนี้จะเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้นในการให้ส.ว.อยู่ลงมติ โดยเฉพาะถ้าเป็นกฎหมายสำคัญ รวมถึงการลงมติในที่ประชุมร่วมรัฐสภา ถือเป็นบทเรียนที่ ส.ว.จะต้องเรียนรู้
ไม่ตัดงบรัฐสภา ช่วยวิกฤติโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีรัฐสภาไม่ถูกตัดงบประมาณตามร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... ว่าฝ่ายที่ไม่ตัดงบประมาณรัฐสภาคือรัฐบาล ไม่ได้เกี่ยวกับทางรัฐสภา ในทางกลับกัน ทางเรายินดีที่จะถูกตัดงบ 10เปอร์เซ็นต์เพื่อช่วยเยียวยาและฟื้นฟูวิกฤติโควิด-19 เพียงแต่ตรงนี้เป็นปัญหาทางกฎหมาย จากเดิมรัฐสภาตัดงบประมาณไปกว่า 300 ล้าน แต่ตอนนี้ได้มีหนังสือแจ้งมาแล้วว่าตัดไม่ได้ ไม่ใช่ว่ารัฐสภาไม่ให้ตัด และถึงอย่างไรถ้างบประมาณก้อนดังกล่าวไม่ได้ใช้ สุดท้ายก็ต้องคืนให้คลังอยู่ดี โดยอะไรประหยัดได้ก็ต้องประหยัด ประเทศชาติไม่ได้ร่ำรวยอะไร ถ้าใช้อย่างมีเหตุมีผลก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าฟุ่มเฟือยไม่มีเหตุผล ก็เป็นความฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น ไม่ใช่เฉพาะช่วงวิกฤติ ช่วงปกติก็ถือแบบนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาฯ กล่าวเสริมว่า ทางฝ่ายสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่าเนื่องจากงบประมาณที่โอนมาให้สภาถือเป็นทรัพย์สินของสภาแล้ว จึงไม่สามารถตัดงบได้ ทั้งนี้ ยังพบว่าหน่วยงานของศาลก็ไม่สามารถตัดงบประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ได้เช่นกัน เพราะเป็นหน่วยงานอิสระ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66922</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, ชวน หลีกภัย, ธนกร วังบุญคงชนะ, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, พรเพชร วิชิตชลชัย, วิษณุ เครืองาม, สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล, สุทิน คลังแสง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200525/image_big_5ecbc9c1645ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2วันเห็นโฉมรัฐบาล ธรรมนัสผงาดนั่งแรงงาน/วิษณุห่วงสนิมในกัดกินครม.ตู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ยืนยันได้รัฐบาลใหม่ในเดือนก.ค.แน่นอน ดีใจได้ทำเพื่อประเทศ-เป็นนายกฯ รอบ 2 ด้วยวิธีการที่ถูกต้อง &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เตือนเรือแป๊ะลำใหญ่เกิดสนิมเนื้อใน โผ ครม.รอบสุดท้ายพลิกอีก &amp;quot;ผู้กองมนัส&amp;quot; &amp;nbsp;กลับมาผงาดนั่ง รมว.แรงงาน &amp;quot;หม่อมเต่า-เทวัญ&amp;quot; รมต.ประจำสำนักนายกฯ &amp;quot;พุทธิพงษ์&amp;quot; รมว.ดีอี &amp;quot;ณัฏฐพล&amp;rdquo;แย้ม 2-3 วันเห็นหน้ารัฐบาลใหม่ ยันปัญหาภายในสงบแล้ว ส.ส.ส้มหวานโวย &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; หนีกระทู้ถาม 100 วันหลังเลือกตั้งยังตั้ง ครม.ไม่ได้ แถมข่มขู่จะปฏิวัติ &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; จองกฐิน &amp;quot;อุตตม&amp;quot; หากได้นั่ง รมว.คลัง เจอซักฟอกกรณีปล่อยกู้ ธ.กรุงไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เวลา 09.30 น.วันที่ 3 กรกฎาคม นายมังกร ประทุมแก้ว กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแองเจลิส นำคณะเยาวชนไทยและผู้เข้าร่วมโครงการเยาวชนไทยในสหรัฐอเมริกาเยือนแผ่นดินแม่ ครั้งที่ 12 รวม 200 คน เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวให้โอวาทตอนหนึ่งว่า วันนี้แม้ตนจะมีภารกิจหลายอย่าง แต่เห็นว่าการพบปะกับคณะเยาวชนก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะเยาวชนไทยและชาวไทยในสหรัฐอเมริกานั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย เราสามารถช่วยกันส่งเสริม สนับสนุนประเทศไทยให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไปได้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไทยและสหรัฐมีความสัมพันธ์ยาวนานมาถึง 286 &amp;nbsp;ปี เป็นมิตรที่ดีกันมาตลอด ความเชื่อมโยงกับประชาชนวันนี้ ย่อมจะดีไปสู่วันข้างหน้าด้วย รัฐบาลยินดี เราอยู่ประเทศเดียวในโลกนี้ไม่ได้อยู่แล้ว ขอบคุณคนไทยและเยาวชนไทย ที่ให้ความร่วมมือสนับสนุนงานของรัฐบาลที่ผ่านมา และรัฐบาลก็ต้องดูแลทั้งหมด ไม่ว่าอยู่ไหนเราก็คือคนไทย การที่คณะเยาวชนไทยและผู้ปกครองกลับมาเยือนไทยครั้งนี้ ตนถือเป็นโอกาสพิเศษด้วย เพราะปีนี้เป็นปีมหามงคลของประเทศไทย ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาได้จัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งประกอบพระราชพิธีอย่างสมบูรณ์ตามโบราณราชประเพณีที่เรายึดถือปฏิบัติมายาวนาน และถือเป็นพระราชพิธีครั้งประวัติศาสตร์ ยังเป็นโอกาสดีที่จะได้ร่วมกันเฉลิมฉลอง ร่วมกันถวายพระพรในโอกาสมหามงคลนี้ โดยเฉพาะเดือนนี้ถือเป็นเดือนของวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 ก.ค.นี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในเรื่องของการเมือง ประเทศไทยปีนี้ได้จัดการเลือกตั้งเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ทุกอย่างยังเป็นไปตามโรดแมปทุกประการ และมีพระราชพิธีในช่วงดังกล่าวด้วย เชื่อว่าทุกคนได้ติดตามข่าวสารอยู่เป็นระยะเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และผมยืนยันว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน ก.ค.นี้แน่นอนตามโรดแมป คือพิธีเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งจะถือเป็นการทำงานของรัฐบาลโดยสมบูรณ์&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า เราจะสานต่อนโยบายสำคัญที่ดำเนินมาให้ลุล่วง และปีนี้ไทยเป็นประธานอาเซียนด้วย จึงต้องส่งเสริมให้อาเซียนก้าวไปด้วยกันสู่อนาคต ทุกประเทศเราต้องอยู่ร่วมกันอย่างพหุสังคม ไม่ว่าศาสนาใดก็ตาม ต้องอยู่ให้ได้ โดยปราศจากความขัดแย้ง และเป็นภารกิจสำคัญของรัฐบาล ในการทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ เพื่อเกียรติภูมิของประเทศไทย และเพื่อคนไทย เพื่อประโยชน์ของประเทศไทย ไม่ว่าอยู่ในประเทศไทย อยู่ในสหรัฐอเมริกา หรืออยู่ส่วนใดของโลกก็ตาม ทุกคนจะได้มีที่ยืนอย่างมีศักดิ์ศรี สง่างาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลายอย่างมีการเปลี่ยนแปลงไปมากพอสมควร วันนี้ประเทศไทยก็เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของโลกเช่นกัน ปีที่แล้วมีคนมาเที่ยวประเทศไทย 38 ล้านคน ไม่เคยสูงเท่านั้นมาก่อน และปีนี้ก็คาดว่าจะสูงถึง 40 ล้านคนในอนาคต และหวังว่าการมาดูงานของพวกเราครั้งนี้ จะทำให้เกิดความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ก็ขอให้รักษาความสัมพันธ์นี้ไว้ สร้างความคุ้นเคยกับแผ่นดินแม่มากๆ เราจะต้องไม่ลืมแผ่นดินเกิด ไม่ลืมหัวใจความเป็นไทย เหมือนคนไทยต้องไม่ลืมแผ่นดินไทยที่อยู่อาศัยมายาวนานหลายร้อยปี ต้องรักษาประเทศของเรา แกนหลักของเรา ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ให้ยั่งยืน ยาวนานตลอดไป&amp;quot;
&amp;quot;มนัส&amp;quot;นั่งรมว.แรงงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์สอบถามสภาพอากาศที่สหรัฐว่าเป็นอย่างไร ซึ่งคณะคนไทยตอบว่าอากาศดี จากนั้นนายกฯ ถามว่า &amp;ldquo;มีอะไรอีกไหม&amp;rdquo; โดยหญิงคนหนึ่งกล่าวขึ้นว่า ดีใจที่ท่านได้กลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง พล.อ.ประยุทธ์จึงกล่าวตอบว่า &amp;ldquo;เหรอ ไม่ถามผมบ้างว่าดีใจไหม ก็ดีใจที่ได้ทำเพื่อประเทศไทย ด้วยกลไกต่างๆ ที่มันมาอย่างที่เขาต้องการ ไม่ได้มีวิธีการอย่างอื่นที่มันไม่ถูกต้อง โอเคนะครับ ขอบคุณนะจ๊ะ เดี๋ยวคงได้คุยทักทายกัน สวัสดีนะจ๊ะ&amp;rdquo; จากนั้นนายกฯเดินทักทายคณะคนไทยและเปิดโอกาสให้ทุกคนถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความคืบหน้าการจัดโผ ครม.นั้น มีรายงานว่า ชื่อของ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรค รปช. ที่เดิมมีชื่อนั่ง รมว.การต่างประเทศ แต่มีการชี้แจงออกมาว่าไม่ถนัด ก่อนที่ต่อมาจะมีชื่อนั่ง รมว.แรงงาน ล่าสุดจะมานั่ง รมต.ประจำสำนักนายกฯ ส่วน รมว.แรงงาน เป็นชื่อของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่เคยมีชื่อตั้งแต่โผแรก แต่ต่อมาเกิดกระแสวิจารณ์เรื่องภาพลักษณ์ จึงให้นายอัครา พรหมเผ่า น้องชายมานั่ง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในโควตาตัวเอง ก่อนที่นายอัคราจะออกมาประกาศถอนตัวในช่วงของการกรอกประวัติ ขณะที่นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ยังมีชื่อเป็น รมต.ประจำสำนักนายกฯ ส่วนนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ จะไปเป็น รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรายชื่อโผ ครม.ตอนนี้ 36 คน ประกอบด้วย 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ควบ รมว.กลาโหม 2.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี 3.นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ 4.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย 5.นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ ควบ รมว.พาณิชย์ 6.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ ควบ รมว.กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย 8.นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย 9.นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย 10.พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม 11.นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง 12.นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง 13.หม่อมราชวงศ์ จัตุมงคล โสณกุล ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 14.นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 15.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ 16.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ 17.น.ส.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;18.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม 19.นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษาวิจัยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม 20.นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน 21.นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม 22.นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 23.นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม 24.นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;25.นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม 26.นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม 27.นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม 28.ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.แรงงาน 29.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ 30.น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ 31.นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ 32.นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข 33.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา 34.นายวีระศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ 35.นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 36.นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ
เตือนเรือแป๊ะขึ้นสนิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายว่า ไม่ทราบ และไม่มีกรอบเวลาว่ารัฐบาลต้องนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายในช่วงเวลาใด แต่เรารู้ว่าดำเนินการเร็วหน่อยจะเป็นเรื่องดี เพราะมีหลายอย่างต้องเร่งดำเนินการ ในส่วนของตน ได้กรอกประวัติและส่งไปแล้ว จากที่คุยกับเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทราบว่าเขาตรวจประวัติเรียบร้อยแล้ว ไม่รู้ว่าเสนอไปถึงนายกรัฐมนตรีหรือยัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวว่า ในชั้นการยกร่างนโยบายได้มีการพิจารณากันไปแล้ว จะนำให้ที่ประชุมพรรคร่วมรัฐบาลได้พิจารณาอีกครั้งเพื่อให้โอกาสแต่ละพรรคได้ปรับ เติม แก้ไข และตัดทอนในสิ่งที่ไม่ตรงกับความประสงค์ ทุกพรรคต้องมีโอกาส โดยกรอบนโยบายตามรัฐธรรมนูญมาตรา 162 กำหนดว่ารัฐบาลต้องแถลงนโยบาย และนโยบายนั้นต้องสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ สอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐในรัฐธรรมนูญ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และสอดคล้องกับสิ่งที่รัฐบาลตั้งใจว่าจะทำในเวลาที่เหลือต่อจากนี้ไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ไปปาฐกถาพิเศษเรื่อง บทบาทของสมาชิกวุฒิสภาตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ โดยเปรียบเปรยเรือแป๊ะได้จอดเทียบท่าและเปลี่ยนเป็นเรือลำใหม่แล้ว ถ้าไม่ช่วยพาก็อย่าเอาเท้าราน้ำ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณไปถึงคนในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เท่านั้น แต่ส่งสัญญาณให้หมดทั้งประเทศ ส่วนที่เปรียบเทียบว่าหากเรือล่ม ส.ว.จะได้รับผลกระทบด้วยนั้น ต้องดูว่าเรือล่มลักษณะไหน ไม่มีอะไร อย่าไปคิดมาก พูดให้มันขบขันบ้าง ขนาดนายกฯ ส่งสารคุณยังหาว่าจะรัฐประหาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่มีเรือแป๊ะแล้ว จบ บัดนี้เรือลำใหญ่มาก เพราะบรรทุกคนก็เยอะกว่า สินค้าก็เยอะกว่า ความรับผิดชอบก็มากกว่า แต่ว่าบังเอิญเรือมันใหญ่ยังไม่รู้ ยังตั้งไม่ออก มันใหญ่กว่าเรือแป๊ะ เพราะเรือแป๊ะมันเป็นไม้ เรือลำนี้พื้นมันเป็นเหล็ก ดังนั้น เมื่อเป็นเหล็กสนิมมันเกิดได้ และปกติสนิมเกิดแต่เนื้อในเหล็ก อะไรก็ตามที่เป็นเหล็กสนิมมันเกิดได้ทั้งนั้น อะไรก็ตามที่เป็นแผล บาดทะยักก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น อะไรที่ป่วย โลหิตก็เป็นพิษได้ทั้งนั้น ส่วนวิธีป้องกันก็ต้องหามา ซึ่งทุกคนจะเป็นคนป้องกัน&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุการณ์เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ทำให้เห็นความสงบเกิดขึ้นแล้ว ทั้งในพรรคพปชร.และพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้นายกรัฐมนตรีตัดสินใจเพื่อเดินหน้าบริหารประเทศต่อไป โดยส่วนตัวคิดว่าอีก 2-3 วันการตั้งรัฐบาลจะเรียบร้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่หากภายหลังโปรดเกล้าฯแล้วตำแหน่งไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันจะเกิดความวุ่นวายอีก นายณัฏฐพลกล่าวว่า จากเมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่หลายฝ่ายออกมาแสดงจุดยืน ทำให้เห็นว่าทุกคนเห็นประโยชน์ประเทศเป็นหลัก ซึ่งคงรับในการตัดสินใจของนายกฯ และมั่นใจว่านายกฯ จะนำพาบริหารประเทศในแนวทางที่เหมาะสมได้ เชื่อมั่นว่า เหตุการณ์ขณะนี้ไม่ได้เป็นความสงบชั่วคราว เพราะในการประชุม ส.ส.ได้เปิดให้แสดงความเห็น และปรับการทำงานในบางส่วน โดยทางกรรมการบริหารพรรค ก็มานั่งวิเคราะห์ว่าอะไรสามารถปรับปรุงได้ ซึ่งมีหลายอย่างที่สามารถทำให้สถานการณ์น่าจะดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐพลกล่าวถึงกรณีที่รัฐมนตรีสังกัดพรรคพปชร. ต้องลาออกจาก ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อหรือไม่ ว่า เป็นเรื่องที่พรรคได้มีการหารือกันมาระยะหนึ่ง และอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียด เพราะการทำงานในสภาก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ต้องดูว่าใครสามารถบริหารเวลาในการทำหน้าที่ได้ทั้ง 2 ส่วน ใครที่ต้องลาออกจากการเป็น ส.ส.หรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาเป็นรายบุคคลไป
อนค.โวยลุงตู่หนีกระทู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หอประชุมใหญ่ทีโอที นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) แถลงแนวทางการทำงานในการประชุมสภาสัปดาห์นี้ว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 3 ก.ค. นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ รองโฆษกพรรค อนค. ขอยื่นกระทู้ถามสดถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. และนายกฯ เพื่อถามถึงความคืบหน้าการจัดตั้ง ครม.ที่มีความล่าช้า แต่นายกฯ ไม่มาตอบ จึงทำให้กระทู้ตกไป จึงหวังว่าสักวันนายกฯ จะต้องมาชี้แจงตอบข้อสงสัยที่สภาบ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวว่า สำหรับการทำงานของพรรคอนค. ในการประชุมสภาวันที่ 3-4 ก.ค.นี้ จะยื่นญัตติ 5 เรื่องคือ 1.ญัตติขอให้ตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาข้อเท็จจริงจากการที่นักกิจกรรมถูกคุกคามทำร้าย 2.ญัตติขอให้ตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาโครงการการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี 3.ญัตติขอให้ตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาการทำเหมืองแร่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย &amp;nbsp;4.ญัตติขอให้ตั้ง กมธ.วิสามัญช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการทวงคืนผืนป่าที่มีประชาชนติดคุกไปแล้ว 6 ราย และ 5.ญัตติขอให้ตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ปัญหาสำหรับสังคมไทยหากเกิดการรัฐประหารขึ้นอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐชากล่าวว่า วันนี้ตนตั้งใจกระทู้สดถามพล.อ.ประยุทธ์เรื่องปัญหาการจัดตั้ง ครม.ล่าช้าว่า ขณะนี้ผ่านการเลือกตั้งกว่า 100 วันเรายังไม่มี ครม.มาบริหารประเทศ ตอนนี้ประชาชนกำลังรอคอยความหวัง และความช่วยเหลือจากรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาแก้ปัญหาต่างๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนค. กล่าวเสริมว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าเข้ามาแก้ปัญหาโดยใช้วิธีเดิมๆ นั้น เราก็รู้กันว่าหมายถึงรัฐประหาร เพื่อไม่ให้สภาผู้แทนฯ ต้องถูกกระทำโดยวิธีการที่ผิดกฎหมาย ตนและสมาชิกพรรคอนาคตใหม่จึงขอตั้งญัตติด่วนให้สภาตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดรัฐประหารขึ้นอีกในอนาคต &amp;nbsp;ซึ่งไม่รู้ว่าสุดท้ายจะตั้งคณะกรรมการได้หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อเวลา 13.00 น. มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อรับฟังข้อปรึกษาของสมาชิก ส.ส. โดย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นหารือว่า วันนี้ (3 ก.ค.) เมื่อ 8 ปีที่แล้ว เป็นวันที่พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก และใช้เวลาไม่ถึง 1 เดือนจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ แต่ปัจจุบันผ่านมา 3 เดือนแล้วยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ จึงขอให้ประธานสภาฯ ส่งหนังสือไปยังนายกฯ ขอให้เร่งรัดการจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จโดยเร็ว เพราะมีปัญหาของประชาชนที่คั่งค้างรอให้แก้ไขจำนวนมาก
พท.จองกฐินอุตตม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นหารือกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้ออกสารขอโทษประชาชนกรณีความขัดแย้งภายในพรรค พปชร.ว่า ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะการเริ่มต้นแก้ไขปัญหา ต้องยอมรับต่อปัญหาที่เกิดขึ้นก่อน แต่ตนไม่อยากเห็นการผลักภาระภายในพรรค พปชร.มาเป็นปัญหาของประเทศชาติและประชาชน โดยเฉพาะคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้ตนไม่หลับ สงสัยเช่นเดียวกับพี่น้องประชาชนว่าการแก้ไขปัญหาแบบเดิมหมายถึงอะไร จะใช้มาตรา 44 คุกคามคนเห็นต่าง จะสืบทอดอำนาจ หรือข่มขู่เพื่อจะปฏิวัติรัฐประหารอีกหรือไม่ จึงอยากฝากประธานสภาฯ ไปถาม พล.อ.ประยุทธ์ให้หน่อย เพราะถ้าต้องการปฏิวัติจริงๆ ถือว่า มีความผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (5) เกี่ยวกับจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และขอให้ประธานทำเรื่องถอดถอน แล้วตนร่วมจะลงชื่อด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 17.50 น. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังที่ถูกเลื่อนกระทู้ถามสดการแต่งตั้งบุคคลที่มีคุณสมบัติขัดรัฐธรรมนูญมาเป็นรัฐมนตรีว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์แต่งตั้งนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พปชร. ซึ่งคาดว่าเป็นรมว.การคลัง ถือว่ากระทำความผิดรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 160 (4) ว่าด้วยเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ สืบเนื่องจากวันที่ 9 ธ.ค.2546 นายอุตตม ในฐานะกรรมการบริหารธนาคารกรุงไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการทั้ง 4 คน ได้ลงนามอนุมัติสินเชื่อให้กับบริษัทในกลุ่มเครือกฤษดานคร จำนวน 9,900 ล้านบาท จากนั้นได้มีการฟ้องร้องว่าเป็นการอนุมัติโดยมิชอบด้วยกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ซึ่งนายอุตตมถือเป็นหนึ่งในผู้ต้องหา แต่เมื่อถึงขั้นตอนของ คตส. กลับไม่มีชื่อของนายอุตตม แต่เหลือคณะกรรมการ 3 คนที่ถูกส่งชื่อไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จนถูกตัดสินว่ามีความผิด แต่นายอุตตมกลับรอด หากพล.อ.ประยุทธ์ตั้งนายอุตตมเป็นรัฐมนตรี ก็จะเป็นรัฐมนตรีที่ไม่ชอบโดยรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะติดตามต่อไป และทำหน้าที่ตรวจสอบในสภา อีกทั้งจะดำเนินการอภิปรายไม่ไว้วางใจ&amp;quot; นพ.ชลน่านกล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน กกต. นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ เข้ายื่นคำร้องถึงนายทะเบียนพรรคการเมือง หลังจากที่มีหนังสือแจ้งกลับข้อร้องเรียนใน 5 คำร้องว่า บางส่วนเห็นด้วย และมีบางส่วนที่ไม่เห็นด้วย เพราะในบางคำตอบยังไม่สะเด็ดน้ำ โดยเฉพาะใน 2 เรื่องคือกรณีโต๊ะจีนและเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ จึงขอให้นายอุตตมและนายสนธิรัตน์ เลขาธิการพรรค ชี้แจงข้อมูล และให้ส่งเอกสารตั้งแต่การตั้งพรรคจนปิดบัญชีว่ามีค่าใช้จ่ายเท่าใด รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ส่วนเรื่องการเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐของ พล.อ.ประยุทธ์ตนจะนำข้อมูลของศาลปกครอง กกต. และศาลรัฐธรรมนูญมาประมวล โดยเฉพาะคำวินิจฉัยของเจ้าหน้าที่รัฐคดีอื่นๆ. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40125</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, ชวน หลีกภัย, ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, มังกร ประทุมแก้ว, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า, รังสิมันต์ โรม, วิษณุ เครืองาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190703/image_big_5d1cc0f2202c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
