<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2020 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2020 07:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แก้วสรร&#039;ออกบทความด่วน&#039;อย่าทำตัวไม่เป็นกลางเข้าข้างในหลวง!&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ย.2563 - &amp;nbsp;อาจารย์แก้วสรร อติโพธิ เผยแพร่บทความในรูปถาม-ตอบเรื่อง &amp;ldquo;อย่าทำตัวไม่เป็นกลางเข้าข้างในหลวง!&amp;rdquo; ผ่าน www.thaipost.net มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;เรียน ท่านจุฬาราชมนตรี ผมไม่ติติง หรือขัดแย้งในเรื่องความคิดทางการเมืองส่วนบุคคล แต่ท่านคือผู้นำศาสนา ท่านคือสาธารณชน ท่านคือผู้แทนของพระศาสดาเจ้า ท่านควรวางตัวเป็นกลาง ไม่ควรแสดงชี้ชัดว่าอยู่ฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง&amp;rdquo;ไมค์ จาดนอก ทวิตท้วงติงจุฬาราชมนตรี จัดงาน&amp;rdquo;รวมพลังมุสลิม ปกป้องสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านจุฬาราชมนตรี &amp;nbsp;จัดงานนี้ด้วยคำอธิบายอย่างไร
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมว่าท่านคิดแบบ &amp;ldquo;สถาบัน&amp;rdquo; ว่าการที่บ้านเมืองเราจะอยู่ด้วยกันโดยสงบสันติมีถูกมีผิดมีส่วนรวมรู้จักรับฟังประนีประนอมกันได้นั้น &amp;nbsp; ทั้งสถาบันศาสนาและสถาบันกษัตริย์ล้วนเป็นองค์คุณที่เกื้อหนุนให้เราอยู่ด้วยกันได้อย่างสงบสุขเป็นภราดรภาพ&amp;nbsp;
เมื่อมา พ.ศ.นี้ &amp;nbsp;มีผู้เอาความจงเกลียดจงชังสถาบันกษัตริย์ปลุกปั่นลงไปในสังคม ท่านจุฬาฯจึงเห็นว่า นี่คือภัยที่พี่น้องมุสลิมไทยต้องช่วยกันปกป้องร่วมกับศาสนิกอื่น &amp;nbsp;นี่ไม่ใช่การเลือกข้างทางการเมือง &amp;nbsp;ในหลวงไม่ได้ตั้งพรรคการเมือง หรือทะเลาะกับใคร แต่เป็นการนำสถาบันศาสนามาช่วยสมทบรักษาชาติบ้านเมือง สมทบทางสติปัญญาและจิตใจให้หลุดพ้นจากความโฉดเขลาจงเกลียดจงชัง ด้วยองค์คุณของสถาบันศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไมค์ บอกว่า ท่านคือสาธารณชน คือผู้แทนศาสดาเจ้า จะทำตัวไม่เป็นกลางไม่ได้
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ชี้ไปนั้นมีนิ้วชี้นิ้วเดียว อีก 3 นี้วชี้มาที่ตัวเองทั้งนั้น &amp;nbsp;มวลชนพวกนี้ปฏิเสธประโยชน์สาธารณะ ไม่เห็นหัวคนอื่น เหยียบหัวใจคนอื่น หูเบา ปฏิเสธความถูกผิดมาตั้งแต่เริ่มถือกำเนิดด้วยความเกลียดชังแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานนี้มองมุมหนึ่งก็เปรียบได้เหมือนหมางี่เง่า มาจาบจ้วงวิ่งเห่าเยี่ยวรดศาลพระภูมิกลางบ้านทั้งวันทั้งคืน &amp;nbsp;พอเราไปไล่ มันก็บอกให้เราอยู่สงบๆ เป็นกลาง อย่าเข้าข้างศาล &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอตำรวจไปจับหมา &amp;nbsp;เจ้าฮิวแมนไรท์ก็จะว่าเป็นคดีการเมือง ละเมิดสิทธิเสรีภาพทางความคิดความเชื่ออีกอยู่ดี
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามมันดู &amp;nbsp;ว่าฮิตเลอร์ควรมีสิทธิเสรีภาพปลุกปั่นมวลชนนาซีขึ้นมาทำลายโลกปรกติไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปมคิดแบบนี้ นิสิตคณะสถาปัตย์ มช. ก็เคยเวียนหนังสือให้รื้อประติมากรรมในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ตั้งอยู่หน้าคณะ โดยอ้างว่าทำให้คณะดู &amp;ldquo;ไม่เป็นกลาง&amp;rdquo; มาแล้ว
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันชัดว่า โดยรากฐานความคิดนั้น เขาปักใจไม่ยอมรับว่ากษัตริย์เป็นสถาบันส่วนรวมไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นพอเห็นสำนักพระราชวัง ได้งบประมาณแผ่นดินจากสภาไปใช้ในราชการของสถาบันไม่ต่างจากกระทรวงทบวงกรมทั้งหลาย &amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาก็ไม่เห็นว่างานสำนักพระราชวังเป็นราชการบ้านเมือง &amp;nbsp;กลับเห็นเป็นการเบียดบัง จนต้องเดินร้อง ภาษีกู ภาษีกู ภาษีกู อยู่อย่างนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำอธิบายทั้งหมดจึงฝังปมอยู่ที่ ความจงเกลียดจงชังสถาบันกษัตริย์ที่ได้ปลุกปั่นจัดตั้งกันเป็นมวลชนเรียบร้อยแล้ว
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ ถ้าเข้าใจแล้ว ก็จะเห็นหางยาวๆที่ซ่อนไว้ใต้วาทะกรรมอำพรางที่ออกจากปากคนพวกนี้หมดเปลือกเลย อันที่จริงมันอยู่คนละโลกไปแล้ว &amp;nbsp;
เราอยู่เป็นคนๆในชีวิตปรกติ ส่วนเขาอยู่เป็นมวลๆในชีวิตปฏิวัติ คุยกันลำบาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วทำไมตูนีเซียถึงคุยกันจนสมานฉันท์กันได้
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ้านเมืองเขาโดน &amp;ldquo;อาหรับสปริง&amp;rdquo; จนลุกฮือชิบหายแตกแยก ฟัดกันเป็น 10 ปีถึงมาได้คิดว่า เวลาเราหายไปไหน ทำไมเราพูดกันไม่รู้เรื่อง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้างั้นบ้านเราคงต้องผ่าน &amp;ldquo;ไทยสปริง&amp;rdquo;ก่อน &amp;nbsp;
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอบได้เลยว่าไม่สำเร็จ &amp;nbsp;ปริมาณและคุณภาพความเลวของผู้ปกครองยังมีระดับธรรมดาไม่เพียงพอต่อการปลุกระดมให้ได้ความจงเกลียดจงชังที่ได้ทั้งคุณภาพและปริมาณ จนต้องจัดอีเวนต์ มุ้งๆมิ้งๆ ขนลุกขนชันกันเองอยู่อย่างนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัญหาทางคุณภาพแบบนี้ วางแผนให้ประทะแล้วบานปลายไปถึง 6 ตุลาสอง ได้ยากมาก&lt;/p&gt;


	&amp;#39;อดิศักดิ์&amp;#39;ตอบรับกลับบ้านเก่า ยกระดับเนชั่นทำหน้าที่หมาเฝ้าบ้าน
	&amp;#39;บุญยอด&amp;#39; ข้องใจจุดยืน ว่าที่ &amp;#39;ซีอีโอ&amp;#39; เนชั่นทีวี
	ลูกอีช่างโหนซวยแล้ว &amp;#39;ปารีณา&amp;#39; เตือนลั่นจะยกระดับเชือด!
	เดือดแล้ว! คนคอนฮือล้อมรถ &amp;#39;ธนาธร&amp;#39; ขณะลงพื้นที่หาเสียงนายกอบจ.
	&amp;#39;ช่อ&amp;#39; เผยคณะก้าวหน้าลงพื้นที่เมืองคอน อบอุ่นมากไม่ต่างจากจังหวัดอื่นๆที่เราไป
	&amp;#39;สมชัย&amp;#39; ดูคลิป &amp;#39;ธนาธร&amp;#39; แล้วเดือด&amp;nbsp;

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83442</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฬาราชมนตรี, บทความ, แก้วสรร อติโพธิ, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200911/image_big_5f5b4e5f2a1d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83434</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมช.เช็กมวลชน3นิ้วลดฮวบ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ปรามกลุ่มหนุนอย่าจัดม็อบชนม็อบกระทบกระทั่งเด็ดขาด ประณามทำร้ายชาวต่างชาติเสียภาพลักษณ์ทั้งประเทศ สมช.ประเมินผู้ชุมนุมแนวโน้มลดลงต่อเนื่องทั่วประเทศไม่เกิน 5 หมื่นคน นายกฯ สั่งสื่อสารเรื่องดีๆ ของบ้านเมืองให้ ปชช.เข้าใจ &amp;quot;จุฬาราชมนตรี&amp;quot; นำชาวมุสลิมร่วมพลังปกป้องสถาบันขอพร &amp;quot;ดุอาอ์&amp;quot; ให้ชาติร่มเย็น &amp;quot;ชวน&amp;quot; เผยโทร.คุย &amp;quot;สุรยุทธ์&amp;quot; แล้วแต่ไม่สามารถให้ความเห็นทางการเมือง แนะให้ทุกฝ่ายเห็นแก่ส่วนรวม ยันเดินหน้าตั้ง กก.สมานฉันท์แม้ไม่ครบ 7 ฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 10 พฤศจิกายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อวันที่ 9 พ.ย.ประกาศพร้อมชนกับผู้ชุมนุมที่เห็นต่างว่า การประกาศพร้อมชนตนไม่รู้ว่าคืออะไร แต่ถ้าชนหมายถึงการเผชิญหน้า กระทบกระทั่งกัน ตนคิดว่ามันไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา ซึ่งต่างคนต่างแสดงความคิดเห็นได้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ไม่ละเมิดกฎหมาย และจะเห็นว่ารัฐบาลไม่ได้เข้าข้างใคร แม้กระทั่งทำผิดกฎหมายรัฐบาลยังต้องดูแล เพราะไม่ต้องการให้ทุกคนเกิดผลกระทบซึ่งกันและกัน หรือ เกิดความรุนแรงเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่เรื่องสำคัญที่สุดต้องมองอีกแง่หนึ่งด้วย การที่ชาวต่างชาติถูกทำร้ายร่างกาย ผมเห็นว่าไม่สมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไทยด้วยกัน และยิ่งเป็นคนต่างชาติ เขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร แม้จะด้วยวาจาหรืออะไรกันบ้าง แต่ไม่ใช่เข้าไปทำร้ายเขาแบบนี้ ทำให้เสียภาพลักษณ์ของประเทศไทย ของคนไทยทั้งหมด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เราเคยพูดไว้แล้วว่าความคิดเห็นที่แตกต่างทางการเมืองถือเป็นเรื่องปกติของวิถีทางประชาธิปไตย ต้องอยู่ร่วมกันให้ได้ เราต้องอยู่ตรงกลางให้ได้ รัฐบาล ฝ่ายกฎหมาย เราพยายามอดทนอดกลั้นมาหลายๆ เรื่องมาแล้ว ขอให้เห็นใจเจ้าหน้าที่ด้วย เขาเหนื่อยเขาเครียดเหมือนกัน เขาอดทน อดกลั้นเท่าไหร่ แต่เขาทำเพื่อใคร เขาทำเพื่อประชาชนส่วนใหญ่หรือเปล่า ขอยืนยันว่าอย่าให้เกิดการกระทบกระทั่งกันโดยเด็ดขาด และพยายามอย่าฝ่าฝืนกฎหมายกันจนเกินเลยหรือเลยเถิด แต่หากเจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติก็ถือว่าเป็นความผิด ซึ่งตอนนี้เราก็พยายามใช้ทุกมาตรการอยู่แล้ว หลายอย่างอยู่ในกระบวนการรัฐสภา หลายอย่างอยู่ในกลไกการแก้ปัญหา ถ้าทุกคนไม่รับอะไรกันเลยแล้วมันจะไปทางไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า พร้อมจะทำตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์หรือไม่ หากมีข้อเสนอมา พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เขายังไม่ตั้งคณะกรรมการเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวแกนนำราษฎรขอลี้ภัยไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาว่า เรื่องนี้ตนยังไม่รู้เรื่อง ไม่มี ฝ่ายความมั่นคงยังไม่มีรายงานมา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในส่วนพรรค พปชร.และพรรคร่วมรัฐบาลจะมีการหารือร่วมกันเพื่อหาทางให้การเมืองสงบ โดยเฉพาะการชุมนุมในเวลานี้ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เขาทำอยู่แล้ว ให้เป็นเรื่องของประธานวิปรัฐบาล โดยมี ส.ส.ร่วมด้วยอยู่แล้ว ทางสภาเอาอย่างไรก็เอาอย่างนั้น ส่วนจะต้องให้ ส.ส.แต่ละพื้นที่ทำความเข้าใจประชาชนในพื้นที่กับสถานการณ์ในตอนนี้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ต้องทำทุกพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม ครม. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; เป็นประธาน พล.อ.ประยุทธ์มีหน้ายิ้มแย้ม ไม่มีสีหน้าเคร่งเครียด ขณะที่ช่วงหนึ่ง พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้รายงานถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มราษฎรว่า ก่อนหน้านี้ที่จำนวนผู้ชุมนุมเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากไม่พอใจเจ้าหน้าที่ที่สลายการชุมนุมโดยใช้รดฉีดน้ำความดันสูงที่แยกปทุมวันในที่ 16 ต.ค. แต่หลังจากวันที่ 24 ต.ค. ปรากฏว่า จำนวนผู้ชุมนุมเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากการจัดชุมนุมแต่ละครั้งจะมีประชาชนมาร่วมประมาณ 10,000-15,000 คน เฉลี่ยอยู่ที่ 12,000 คน ส่วนการชุมนุมทั่วประเทศจะอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 50,000 คน แบ่งเป็นใน กทม.ประมาณ 17,000 คน โดยแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีการเคลื่อนไหวในโซเชียลมีเดีย โดยอาศัยประเด็นทางการเมือง อย่างเช่นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในการเคลื่อนไหว แต่สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังคือเรื่องมือที่สาม ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่าเราต้องเน้นช่วยกันสื่อสารเรื่องดีๆ ของบ้านเมืองให้ประชาชนเข้าใจ
ม็อบ 3 นิ้วทำผิด พรบ.คอมพ์อื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในช่วงท้ายการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวถึงเรื่องส่วนตัว กรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัย เรื่องพักอาศัยอยู่ในบ้านพักทหารหลังเกษียณอายุราชการแล้ว ถือเป็นการจงใจไม่ทำตามรัฐธรรมนูญมาตรา 184 (3) หรือไม่ ว่าเป็นเรื่องของศาล ศาลจะว่าอย่างไรก็อยู่ที่ศาลตัดสิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มราษฎรวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่อาจมีเนื้อหาในลักษณะสุ่มเสี่ยงต่อการผิดกฎหมายว่า จากการตรวจสอบการใช้งานทางโซเชียล พบว่ามีผู้เข้าข่ายกระทำผิดมากขึ้น โดยนับตั้งแต่วันที่ 8-9 พ.ย.นี้ที่ผ่านมา ได้มีการตรวจสอบการเข้าใช้งานของทุกฝ่าย พบมีจำนวนโพสต์และแชร์ข้อความรวมประมาณ 5 แสนโพสต์ ซึ่งทางกระทรวงดีอีเอสต้องไปตรวจสอบแยกแยะว่าโพสต์หรือแชร์ใดที่เข้าข่ายผิดกฎหมายบ้าง หากพบว่ากระทำผิดจริงก็จะต้องดำเนินคดีต่อไป ทั้งนี้ เราปฏิบัติลักษณะนี้มาโดยตลอด ไม่ได้เลือกปฏิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นายสนธิญา สวัสดี ที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อพนักงานสอบสวน บก.ปอท. เพื่อแจ้งความให้ปิดเฟซบุ๊กนายสุนัย จุลพงศธร ผิด พ.ร.บ.คอมพ์ และหมิ่นสถาบันฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสนธิญากล่าวว่า มาแจ้งความ ปอท. 3 ประเด็น คือ 1.ให้ปิดกั้นระงับยุติการเผยแพร่สื่อออนไลน์ทั้งหมด อาทิ เพจเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ยูทูบ เป็นต้น ที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสถาบัน 2.เอาผิดเพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;สุนัย จุลพงศธร&amp;quot; นักโทษหนีคดี ตาม ม.112 หลังมีการไลฟ์สดจากต่างประเทศ ช่วงประมาณ 19.00 น. ทุกวัน ซึ่งจาบจ้วงสถาบันมาโดยตลอด และ 3.ตรวจสอบบุคคลโพสต์แสดงความคิดเห็นที่จาบจ้วงสถาบันในเพจเฟซบุ๊กของสุนัยประมาณ 1,500-2,000 ราย เพราะที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปล่อยให้มีข้อมูลจาบจ้วงสถาบันมาตลอด จึงอยากให้ ปอท.ดำเนินการตรวจสอบและเอาผิดให้ถึงที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสนธิญากล่าวด้วยว่า อีกประมาณ 2 สัปดาห์ ตนจะไปทวงถามความคืบหน้าที่ สน.ชนะสงคราม กรณีแจ้งความเอาผิด น.ส.อินทิรา หรือทราย เจริญปุระ ฐานเป็นผู้สนับสนุนม็อบกระทำความผิดตามกฎหมายและจาบจ้วงสถาบัน เมื่อช่วงปลายเดือน ก.ย.63 ว่ามีความคืบหน้าอย่างไรแล้วบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเช้าวันเดียวกัน นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน &amp;ldquo;รวมพลังมุสลิม ปกป้องสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์&amp;rdquo; โดยมีชาวไทยมุสลิมจำนวนมากเข้าร่วมกิจกรรม ณ หอประชุมศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ เขตหนองจอก กทม.
รวมพลังมุสลิมปกป้องสถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ สำนักจุฬาราชมนตรี สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร และสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ออกแถลงการณ์ชี้แจงการจัดงาน &amp;ldquo;รวมพลังมุสลิม ปกป้องสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์&amp;rdquo; เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ในสังคมไทย ที่สำคัญยิ่ง พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก ศาสนาอิสลามจึงส่งเสริมให้แสดงความกตัญญูและสำนึกในบุญคุณของผู้มีพระคุณ โดยเฉพาะผู้ที่ช่วยทำนุบำรุงความเจริญของศาสนา และเพื่อให้พี่น้องมุสลิมได้ร่วมกันขอพร (ดุอาอ์) ให้สังคมและประเทศชาติมีความร่มเย็นเป็นสุข สำนักจุฬาราชมนตรีตระหนักดีว่าปัจจุบันสังคมไทยมีความขัดแย้งและความเห็นต่างทางการเมืองสูง สำนักจุฬาราชมนตรีและองค์กรศาสนาอิสลามทุกระดับเป็นองค์กรศาสนาที่ต้องดำรงความเป็นกลางทางการเมือง จึงขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเปิดพื้นที่เพื่อการพูดคุยหาทางออกให้สังคมอย่างมีไมตรีจิตเพื่อสร้างความสงบสันติให้เกิดขึ้นในสังคมไทยโดยเร็ววัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.หัวหมาก นายวันธงชัย ชำนาญกิจ ทนายความ พานายธนวินท์ ฟักสุขจิตต์ อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ทำร้ายร่างกายบุคคลอื่น และนายศราวุธ ประยูร อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นคนที่ทุ่มลำโพง ซึ่งเป็น 2 ใน 9 ของกลุ่มภาคีเครือข่ายเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ถูกออกหมายเรียกพบ พ.ต.ท.นพพร ศรีสุชาติ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.หัวหมาก เพื่อรับทราบข้อหาตามหมายเรียก ในคดีเหตุทำร้าย นศ.รามคำแหง น.ส.ฐิติมา บุตรดี หรือแบม อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยรามคำแหง บาดเจ็บจากเหตุการณ์กลุ่มคนสวมเสื้อเหลืองที่จัดชุมนุมชนกับกลุ่มนักศึกษาเผชิญหน้ากัน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทินกร ปลอดภัย แกนนำกลุ่มภาคีเครือข่ายปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เปิดเผยว่า ได้นำพยานหลักฐาน โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดที่รวบรวมไว้ได้มามอบให้กับตำรวจ ซึ่งคนที่โดนกล่าวหาว่าต่อยบุคคลอื่นนั้นมีหลักฐานมายืนยันว่าชายชุดดำเป็นผู้ลงมือทำร้ายก่อน นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่าเวลาที่คนตกใจจะต้องทิ้งสิ่งของ เช่นในกรณีนี้ น.ส.ฐิติมาผู้ได้รับบาดเจ็บยังคงถือไมค์ยืนพูดอยู่บนรถ ซึ่งเป็นการผิดธรรมชาติที่ควรจะเป็น เรายืนยันที่จะต้องสู้โดยใช้กฎหมายเช่นเดียวกัน เพื่อให้ปรากฏความจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวันธงชัยเปิดเผยว่า นายธนวินท์และนายศราวุธมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อหาตามหมายเรียก ซึ่งทั้งสองคนให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตาม อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะแจ้งความกลับคู่กรณีในข้อหาแจ้งความเท็จหรือไม่
องคมนตรีแนะเห็นแก่ส่วนรวม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ หัวหน้าการ์ดม็อบคณะราษฎร 63 โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า จำไว้ ! อย่าขวางประชาชน อย่าถ่วงรั้งสายธารการเปลี่ยนแปลง ค่ำคืนวันที่ 8 พ.ย.63 มีแนวรถเมล์ร้อน ขสมก ซึ่งสิริรวมอายุรถน่าจะมากกว่าอายุเฉลี่ยของผู้ชุมนุมด้วยซ้ำ จอดขวางอยู่ 3 คัน ถัดจากรถเมล์ไป เป็นลวดหนามหีบเพลงยาว และซ้อนกันหลายชั้น ผูกยึดด้วยลวดโลหะอีกหลายตลบ ยังมีแผงเหล็กที่นำมากั้น และผูกยึดบนล่างด้วยโซ่และสลิงขนาดใหญ่ แนวถัดไปถึงจะเป็นแนวของรถตู้ตำรวจ ซึ่งจอดขวางเป็นแนวอยู่ 4-5 คัน และหลังแนวรถตู้ตำรวจไป ก็จะเป็นแนวโล่มนุษย์ ตำรวจควบคุมฝูงชน และหลังแนวตำรวจไปก็คือแนวของทหารที่ใส่เสื้อเหลือง ในเวลาอันรวดเร็วหลังเจ้าหน้าที่ ตัดสินใจใช้น้ำฉีด พวกเขา ผมไม่เชื่อว่า ตร.มือลั่นในการฉีดน้ำ ตรงกันข้ามคือ ผู้ชุมนุมแนวหน้ากลับวิ่งเข้าใส่แนวกีดขวางของ จนท.ทุกทิศทาง และทุกอย่างก็สงบลงเมื่อ ตร.ยุติการใช้แรงดันน้ำเหตุผลที่เขาสั่งให้หยุดการฉีดน้ำ เพราะเขารู้ว่าเอาไม่อยู่ เพราะคนไม่กลัว เป็นสาเหตุหลักที่ตำรวจหยุด และยอมถอย ยอมขอโทษ และยอมให้เราทำกิจกรรมจนจบภารกิจยื่นจดหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ว่า ได้คุยกับ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ทางโทรศัพท์ ซึ่งได้ให้ความเห็นในฐานะองคมนตรีว่า ไม่สามารถให้ความเห็นทางการเมืองได้ แต่พล.อ.สุรยุทธ์ก็ขอให้ทุกฝ่ายเห็นแก่ส่วนรวม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวว่า ขอประชาชนอย่าเป็นกังวล งานที่รับมาก็ต้องทำ ส่วนความเห็นที่ขัดแย้งไม่เห็นด้วยก็เป็นเรื่องธรรมดา หากไม่มีคงเป็นเรื่องไม่ปกติ ซึ่งกรณี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐบางคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ จนทำให้นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ต้องออกมาขอโทษนั้น ยืนยันว่าไม่ได้มีอะไรไปโกรธใคร แต่เมื่อมีการพาดพิงถึงบุคคลภายนอก ก็จำเป็นต้องปกป้อง ไม่เช่นนั้นอาจจะไปทาบทามบุคคลใดก็จะลำบาก ซึ่งผู้ใหญ่อดีตนายกรัฐมนตรีทุกคนให้ความเห็นที่ดี โดยเมื่อเช้านี้ได้พูดคุยกับนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ให้ความเห็นว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ก็ยินดีอย่างยิ่ง และจะให้ความร่วมมือในการคลี่คลายปัญหาบ้านเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงโครงสร้างของคณะกรรมการสมานฉันท์ นายชวน กล่าวว่า สถาบันพระปกเกล้าจะส่งโครงสร้างมาที่สภาผู้แทนราษฎรภายในวันนี้ ซึ่งช่วงเวลาที่ผ่านมามีความพยายามทำให้โครงสร้างรูปแบบที่ 1 คือการหารือฝ่ายต่างๆ รวม 7 ฝ่ายเกิดขึ้นไม่ได้ ซึ่งหากต้องการจะทำให้ครบทุกฝ่าย ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นได้เมื่อไหร่ จึงมีความเห็นร่วมกันว่าได้เท่าไหร่เอาเท่านั้นไปก่อน และคณะที่ได้มาก็ทำงานไป ส่วนโครงสร้างรูปแบบที่ 2 ก็จะเป็นโครงสร้างที่ไม่ใช่นักการเมือง แต่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์รอบรู้ เพื่อป้องกันปัญหาระยะยาวข้างหน้าต่อไป และขอให้อดทน ค่อยๆ เจรจาให้ทุกฝ่ายมาร่วมงานกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83434</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฬาราชมนตรี, ชาวมุสลิมร่วมพลังปกป้องสถาบัน, ทำร้ายชาวต่างชาติ, ประณามทำร้ายชาวต่างชาติ, ม็อบชนม็อบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201110/image_big_5faaa4d0851ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66772</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2020 13:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2020 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮารีรายอแบบNew Normal มุสลิมเมืองคอนหันมาละหมาดที่บ้านป้องกันโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค.63 - วันที่ 24 พ.ค.63 ซึ่งเป็นวันตรุษอิดิ้ลฟิตรี ปีฮิจเราะห์ศักราช1441 หรือวันฮารีรายอของชาวมุสลิมทั่วโลก หลังจากสิ้นสุดเดือนรอมฎอนแล้ว ปกติทุกปีที่ผ่านมาพี่น้องมุสลิมจะไปรวมตัวละหมาดอิดิ้ลฟิตรีหรือฮารีรายอกันตามมัสยิดต่างๆใกล้บ้านและมีพบปะญาติพี่น้องกันจำนวนมาก &amp;nbsp;ปรากฏว่าปีนี้ทางสำนักจุฬาราชมนตรีได้ประกาศขอความร่วมมือไปยังมัสยิดทั่วประเทศงดกิจกรรมละหมาดตรุษอิดิ้ลฟิตรีที่มัสยิดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เนื่องจากจะมีผู้คนไปรวมตัวที่มัสยิดจำนวนมาก แต่ไม่เป็นการบังคับแค่ขอความรวมมือ หากมัสยิดไหนจัดละหมาดก็ขอให้มีมาตรการความปลอดภัยเข้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้ชาวมุสลิมแต่ละบ้านจัดละหมาดกันเองภายในครอบครัว โดยมุสลิมส่วนใหญ่ในจ.นครศรีธรรมราชประกาศงดละหมาดอิดิ้ลฟิตรีที่มัสยิด ทำให้พี่น้องมุสลิมแต่ละครอบครัวจัดละหมาดกันเองที่บ้านกันอย่างคักคักและอบอุ่นก่อนรับประทานอาหารร่วมกันและพบปะสังสรรค์กันในญาติพี่น้องเนื่องในเทศกาลฮารีรายอดังกล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66772</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฬาราชมนตรี, มัสยิด, ละหมาด, ฮารีรายอ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200524/image_big_5eca0f95a5c1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65003</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2020 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2020 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จุฬาราชมนตรีให้คกก.อิสลามปฏิบัติตามมาตรการ หลังผ่อนปรนละหมาดวันศุกร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค. 63 - ที่ จ.ปัตตานี จากกรณีสมาพันธ์คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีข้อเรียกร้องให้จุฬาราชมนตรีได้พิจารณาอนุญาตผ่อนผันให้มีการละหมาดวันศุกร์ ต่อมาสำนักจุฬาราชมนตรีได้รับทราบข้อเรียกร้องดังกล่าวจากทางสมาพันธ์ฯ ทำให้จุฬาราชมนตรีจึงได้มีหนังสือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาการกำหนดแนวทางปฏิบัติให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในลำตับต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา จุฬาราชมนตรีได้ออกประกาศผ่อนปรนให้มีการปฏิบัติศาสนกิจละหมาดวันศุกร์ (ญุมอะห์) โดยให้ปฏิบัติตามมาตรการดำเนินการและแนวทางปฏิบัติ ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.มาตรการตำเนินการ ให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดใช้ดุลพินิจร่วมกับคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด โดยขอคำปรึกษาจากผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธานกรรมการโรคติดต่อจังหวัดและผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัด ในการปฏิบัติศาสนกิจละหมาดวันศุกร์ (ญุมอะห์) เพื่อให้เป็นไปตามประกาศจุฬาราชมนตรี ฉบับนี้ (ฉบับที่ 5/2563) และมาตรการหรือคำแนะนำของทางราชการเกี่ยวกับการป้องกันโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.แนวทางการปฏิบัติศาสนกิจละหมาควันศุกร์ สำหรับมัสยิด ให้กรรมการอิสลามประจำมัสยอด หรือหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้ามัสยิด ให้จัดวางเจลล้างงมือแอลกฮอล์ไว้บริเวณประตูทางเข้ามัสยิดงดใช้บ่อทำน้ำละหมาดร่วมกัน ให้ทำความสะอาดพื้นมัสยิดก่อนและหลังการละมาดวันศุกร์ และไม่เปิดเครื่องปรับอากาศ ต้องเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ให้เว้นระยะห่างขณะทำการละหมาด&amp;nbsp; 1.50 - 2 เมตร และจัดระเบียบระยะห่างขณะเดินเข้าออกมัสยิดหลังเสร็จสิ้นการละหมาด ให้อาบน้ำละหมาดจากที่บ้าน ใช้ผ้าปูละหมาดของตนเอง ให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดระยะเวลาของการปฏิบัติศาสนกิจ งดการสลามด้วยการสัมผัสมือ การสวมกอด และการสัมผัสแก้ม โดยให้ยกมือพร้อมกล่าวสลามเท่านั้น เด็กและสตรีให้งดการร่วมละหมาดวันศุกร์ ที่มัสยิด หากมีอาการไอ เจ็บคอมีน้ำมูก หรือไม่สบาย ให้งดการไปร่วมละหมาควันศุกร์ที่มัสยิด ให้กระชับเวลาในการละหมาดวันศุกร์ นับตั้งแต่อาซาน บรรยายธรรม (คุตบะห์) และละหมาด ไม่เกิน 20 นาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สำหรับกิจกรรมอื่นๆ ที่ร่วมตัวเป็นกลุ่ม ตลอดการเลี้ยงอาหารละศีลอด ยังคงให้งดปฏิบัติ ทั้งนี้ในการรักษาความปลอดภัยต่อชีวิตมนุษย์และไม่ก่อให้เกิดวามเสียหายกับสังคมทุกภาคส่วน จึงใคร่ขอความร่วมมือมายังประธานกรมการอิสลามประจำจังหวัดให้แจ้งไปยังอิหม่ามทุกมัสยิดในสังกัด เช่นเดียวกันแจ้งให้ประชาชนทราบ ให้ปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ตามประกาศจุฬาราชมนตรีต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65003</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฬาราชมนตรี, ชายแดนภาคใต้, ปัตตานี, ละหมาดวันศุกร์, สมาพันธ์คณะกรรมการอิสลาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200424/image_big_5ea2ac5c8f3ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64162</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2020 20:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หลายจังหวัดขยับคลายล็อก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ภูเก็ตยังลามพื้นที่บางเทาติดเชื้อเพิ่ม 4 ราย ปัตตานีตั้งโรงครัวพระราชทาน 3 จุดช่วยชาวบ้านยะรัง-ทุ่งยางแดง มุสลิมชายแดนใต้ร้องจุฬาราชมนตรีผ่อนปรนให้ละหมาดวันศุกร์ บุรีรัมย์ขยับคลายล็อก ลุยมาตรการเปิดบ้าน-ปิดเมือง 1 พ.ค. น่านไฟเขียวห้างขายเครื่องใช้ไฟฟ้าได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2563 คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต แจ้งสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ว่า มีผู้ติดเชื้อยืนยันโรคโควิด-19 แล้วจำนวน 201 ราย รายใหม่ 4 ราย ทั้งหมดเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงสูง เช่น พักอาศัยในบ้านเดียวกัน ทำงานในที่เดียวกันกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้ในพื้นที่บางเทา ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง โดยรายที่ 198 เด็กชายไทย อายุ 2 ขวบ เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดของผู้ป่วยยืนยันรายที่ 194, 195 และ 196 ส่วนรายที่ 199 หญิงไทย อายุ 41 ปี อาชีพขายของตามตลาดนัด เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดของผู้ป่วยยืนยันรายที่ 171 และ 183 สำหรับรายที่ 200 หญิงไทย อายุ 26 ปี อาชีพครู เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดและทำงานที่เดียวกับของผู้ป่วยยืนยันรายที่ 195 และรายที่ 201 ชายไทย อายุ 40 ปี อาชีพขายของตลาดนัด เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันรายที่ 171 และ 183 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ด่านพรมแดนเบตง จ.ยะลา แรงงานไทยต้มยำกุ้งจากประเทศมาเลเซียเดินทางกลับเข้าประเทศไทย จำนวน 46 คน เพื่อมาร่วมถือศีลอดในเดือนรอมฎอน ซึ่งวันนี้เป็นวันแรกในการถือศีลอดด้วย โดยนายเกิด ขันน้อย ชาวจังหวัดบึงกาฬ แรงงานที่เดินทางกลับไทย กล่าวด้วยความดีใจที่ได้เดินทางกลับประเทศไทยว่า เมื่อมาถึงแผ่นดินไทยจะขอกราบแผ่นดินไทยก่อน ซึ่งรู้สึกดีใจมากที่ได้กลับแผ่นดินเกิด โดยตนเองเดินทางไปมาเลเซียกับแม่ชีจากจังหวัดบึงกาฬเมื่อต้นเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อไปเยี่ยมพระที่วัดถ้ำเปรัคอยู่ได้เกือบ 2 เดือนก็มีโรคโควิด-19 ระบาดจนทางการมาเลเซียต้องปิดเมือง จึงเดินทางกลับจนได้กลับมาในวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.รอซาลี ปัตยบุตร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามัน เปิดเผยว่า ทีมช่างเทคนิคของโรงพยาบาลได้ร่วมกับโปรแกรมเมอร์ของโรงพยาบาล นำรถบังคับวิทยุธรรมดาราคากว่าพันบาท ไอแพด มาประยุกต์ใช้กับโปรแกรม Zoom ทำเป็นหุ่นยนต์ เพื่อที่จะช่วยส่งอาหาร ส่งยา ส่งเสื้อผ้า หน้ากากอนามัย รวมถึงสามารถที่จะพูดคุยโต้ตอบกับผู้ป่วยได้ด้วย ใช้งบประมาณกว่า 13,000 บาท สามารถคลายกังวลของเจ้าหน้าที่ไม่ต้องสัมผัสผู้ป่วยโดยตรง ช่วยป้องกันการติดเชื้อโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ด่านพรมแดนปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งเปิดให้คนไทยที่ตกค้างอยู่ในประเทศมาเลเซียเดินทางกลับเข้ามาเป็นวันที่สอง แทนการเข้ามาทางด่านพรมแดนสะเดาที่ถูกปิดชั่วคราว 7 วัน จนถึงวันที่ 29 เม.ย. หลังพบเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสะเดา และผู้ใกล้ชิดติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 7 คน ทั้งนี้ คนไทยทยอยเดินทางกลับเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมียอดผู้ลงทะเบียนไว้ 106 คน ท่ามกลางระบบคัดกรองเข้มงวดทุกคน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดทุกขั้นตอน งดการสัมผัสตัว หากอาการไม่เข้าข่ายเฝ้าระวังจะถูกส่งกักตัว 14 วัน ที่ศูนย์กักตัวที่เตรียมไว้ แต่หากมีอาการผิดปกติจะถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลปาดังเบซาร์และโรงพยาบาลสะเดาทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจำนวนผู้ที่เข้ารับการกักตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสะเดา ซึ่งเป็นผลพวงมาจากเจ้าหน้าที่ ตม.สะเดาติดเชื้อโควิด-19 ขณะนี้มีทั้งหมด 90 ราย แยกเป็นเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา 81 ราย และผู้เข้าข่ายเฝ้าระวังอีก 9 ราย ซึ่งเป็นคนไทยที่เดินทางกลับจากประเทศมาเลเซีย ขณะที่คนไทยที่เดินทางกลับจากประเทศมาเลเซียยังไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของความคืบหน้าอาการป่วยของกลุ่มดาวะห์ที่เดินทางกลับจากประเทศอินโดนีเซียและติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 19 คน ที่รักษาหายแล้ว 9 คน และยังเหลือรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอีกจำนวน 10 คนนั้น ล่าสุดแพทย์ได้ทำการรักษาจนหายเป็นปกติทั้งหมดแล้ว และให้ทั้ง 10 คนกลับบ้านได้ โดยให้ไปพักที่บ้านต่ออีก 14 วัน เพื่อความสบายใจของคนในชุมชน จากนั้นสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ
ขอละหมาดวันศุกร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ปัตตานี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้มีการจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่มีความยากลำบากในการดำรงชีพ ในพื้นที่อำเภอทุ่งยางแดงและอำเภอยะรัง ซึ่งมีการล็อกดาวน์จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นเวลา 7 วัน ระหว่างวันที่ 24-30 เม.ย.2563&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า ได้มีการจัดตั้งโรงครัวพระราชทานรวม 3 จุด คือที่หมู่ที่ 1 บ้านนัดกูร์โบร์ ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง หน้าที่ว่าการอำเภอยะรัง และหมู่ที่ 6 บ้านโต๊ะชูด ตำบลพิเทน อำเภอทุ่งยางแดง เพื่อใช้รับประทาน หลังการถือศีลอดประจำวัน ของอำเภอทุ่งยางแดง 3 หมู่บ้าน และอำเภอยะรัง 8 หมู่บ้าน รวมประชากรทั้งสิ้น 7,758 คน ยังความปลาบปลื้มแก่ประชาชนชาวจังหวัดปัตตานีอย่างหาที่สุดมิได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านสมาพันธ์คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และสงขลา นำโดยนายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานสำนักงานคณะกรรมการอิสลามปัตตานี &amp;nbsp;ได้จัดให้มีประชุมเรื่องรับข้อเสนอเรียกร้องจากประชาชน ขอให้สำนักจุฬาราชมนตรีผ่อนปรนเรื่องการขอละหมาดยุมอัต หรือละหมาดรวมวันศุกร์ในมัสยิด ในเดือนรอมฎอนนี้ให้เร็วที่สุด โดยมีการกำหนดมาตรการตามกฎกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.มัสยิดที่ทำการละหมาดวันศุกร์ต้องไม่อยู่ในพื้นที่ที่มีการปิดหมู่บ้านหรือหมู่บ้านที่มีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมาก 2.มีการทำความสะอาดมัสยิดตามหลักอนามัย 3.ให้มีการละหมาดวันศุกร์อย่างเดียวเท่านั้น 4.ผู้ที่ป่วยไม่อนุญาตให้ละหมาดวันศุกร์ 5.ทุกมัสยิดต้องมีการเตรียมเจลล้างมือ 6.ให้ทุกคนตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้ามัสยิด 7.ให้ทุกคนอาบน้ำละหมาดจากที่บ้านก่อนไปมัสยิด 8.ให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา
9.จัดให้มีการเว้นช่วงระยะห่าง 1-2 เมตรในการทำละหมาด 10.อ่านคุตบะห์สั้นๆ โดยเน้นเรื่องเกี่ยวกับการทำความสะอาด และโทษของเชื้อไวรัส 11.หลีกเลี่ยงการให้สลามด้วยการสัมผัสมือหรือ สวมกอด แต่ให้ยกมือแทน 12.เมื่อละหมาดวันศุกร์เสร็จแล้ว ทุกคนจะต้องรีบกลับบ้านทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จะทำหนังสือเสนอต่อจุฬาราชมนตรีต่อไป เพื่อขอผ่อนปรนให้ทุกคนมีโอกาสกลับมาละหมาดยุมอัตอีกครั้งหลังจากหยุดมา 4 สัปดาห์ด้วย หากจุฬาฯ มีความเห็นชอบแล้ว คณะกรรมการจะดูแลอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้ละเมิดมาตรการให้อยู่ในกรอบในการปฏิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นราธิวาส พล.ต.ศานติ ศกุนตนาค ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารจำนวนหนึ่ง เดินทางไปยังช่องทางข้ามธรรมชาติชุมชนหัวสะพาน เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก หลังรับแจ้งมีกลุ่มคนไทยที่ตกค้างอยู่ในประเทศมาเลเซียลักลอบเดินทางข้ามแดนด้วยเรือพายจากใต้สะพานด่านพรมแดนเมืองรันตูปันยัง รัฐกลันตัน จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารชุดควบคุมป้องกันชายแดนที่ 3 นำกำลังเข้าควบคุมคนไทยกลุ่มดังกล่าว พบกลุ่มคนไทยชายและหญิงจำนวน 10 คน ซึ่งมีข้าวของสัมภาระต่างๆ เต็มกระเป๋า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ศานติได้สอบถาม พบว่ากลุ่มคนไทยดังกล่าวแอบลักลอบเดินทางมาจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ในช่วงคืนวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยเสียค่าใช้จ่ายเป็นค่าพาหนะต่อหัวคนละ 1,500 บาท มาถึงด่านพรมแดนเมืองรันตูปันยังในช่วงใกล้สว่าง และทราบว่าไม่สามารถที่จะเดินทางข้ามด่านพรมแดนสุไหงโก-ลกได้ จึงได้ตัดสินใจพากันลักลอบเข้าแดนที่ช่องทางข้ามธรรมชาติ ทั้งนี้ พล.ต.ศานติได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่กองอำนวยการรับคนไทยกลับบ้าน นำรถยนต์โดยสารรับจ้างมารับกลุ่มคนไทยเหล่านี้ เข้าสู่กระบวนการคัดกรองเช็กประวัติ และเปรียบเทียบปรับ ก่อนที่จะแยกส่งตัวกลับภูมิลำเนาของแต่ละคน เพื่อกักตัวดูอาการ 14 วัน
บุรีรัมย์เปิดบ้าน 1 พ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.บุรีรัมย์ นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฯ ประชุมติดตามสถานการณ์โควิด-19 รวมถึงแนวทางคลายล็อกมาตรการต่างๆ หลังจากสถานการณ์ในจังหวัดดีขึ้น พบผู้ป่วยสะสม 13 คน และมีผู้รักษาตัวในโรงพยาบาล 2 คน ทั้งนี้ นายเนวิน ชิดชอบ ในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อจังหวัดฯ ได้เปิดพื้นที่บริเวณตลาดเซราะกราว และลานด้านหน้าสนามช้าง อารีนา จำลองตลาดและร้านจำหน่ายอาหาร-เครื่องดื่มที่ถูกต้องตามประกาศของคณะกรรมการโรคติดต่อฯ เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่จะกลับมาเปิดทำการค้าขายอีกครั้งในวันที่ 1 พ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ จ.บุรีรัมย์ ยังเดินหน้ามาตรการ &amp;ldquo;เปิดบ้าน-ปิดเมือง&amp;rdquo; โดยการ &amp;ldquo;เปิดบ้าน&amp;rdquo; คือ อนุญาตให้เปิดตลาดนัด ถนนคนเดิน เฉพาะอาหารสด อาหารแห้ง อาหารปรุงสำเร็จ และผลิตผลทางการเกษตร รวมถึงให้เปิดบริการร้านอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่ใช่แอลกอฮอล์ หรือมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ผู้ประกอบกิจการรถเร่ ซึ่งจำหน่ายอาหารแห้ง อาหารปรุงสำเร็จ กลับมาเปิดบริการได้อีกครั้ง ส่วนมาตรการ &amp;ldquo;ปิดเมือง&amp;rdquo; คือตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.เป็นต้นไป บุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ที่พักอาศัยอยู่ใน จ.บุรีรัมย์ หรือผู้ที่มีใบยืนยันจากห้องตรวจเชื้อว่าพ้นระยะติดต่อของโรคแล้ว จะได้รับสติกเกอร์ &amp;ldquo;Buriram Healthy&amp;rdquo; และต้องติดบนบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งจะสามารถดำรงชีวิตใน จ.บุรีรัมย์ได้ตามปกติ แต่หากเดินทางออกจากจังหวัดจะถูกดึงสติกเกอร์ออก จากนั้นเมื่อกลับเข้ามายังเมืองบุรีรัมย์ จะต้องเข้าสู่กระบวนการกักตัวอีกครั้ง ก่อนจะได้รับสติกเกอร์ใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.อุบลราชธานี นายสนอง มาลัยขวัญ นายอำเภอสิรินธร พร้อมเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง เปิดด่านชายแดนถาวรช่องเม็ก ต.ช่องเม็ก อ.สิรินธร รับคนไทย 2 ราย ที่ตกค้างใน สปป.ลาว กลับประเทศ พร้อมนำตัวไปศูนย์พักสังเกตอาการ 14 วัน ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี วิทยาเขตยางน้อย ทั้งนี้ นายสนองระบุด้วยว่า หากแรงงานสัญชาติลาวที่อยู่ในประเทศไทย หากประสงค์ที่จะต้องเดินทางกลับ สปป.ลาว สามารถดำเนินการได้ด้วยเช่นกัน โดยลงทะเบียนที่สถานกงสุลใหญ่ สปป.ลาว ประจำประเทศไทยที่ จ.ขอนแก่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.น่าน นายวรกิตติ ศรีทิพากร ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ออกประกาศจังหวัดให้ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่เปิดจำหน่ายสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนด ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย.เป็นต้นไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้เป็นประธานในพิธีรับมอบเวชภัณฑ์พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประกอบด้วย หน้ากากอนามัย 10,000 ชิ้น, หน้ากากเลนส์ใส 120 ชิ้น และชุด Cover all 50 ชุด เพื่อนำไปมอบให้แก่ 8 โรงพยาบาลในจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ท.ฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า ในพื้นที่ภาคเหนือ มีผู้ติดเชื้อเพียง 94 คน ถือว่าน้อย มีหลายจังหวัดที่เป็นเขียว ซึ่งผู้ว่าฯ บริหารจัดการได้ดี แต่มีข้อห่วงใยตามแนวชายแดนหลายจุดที่เป็นด่านถาวร เช่นที่แม่สอด ปัจจุบันมีปริมาณรถขนส่งสินค้าวันละเกือบ 1,000 คัน หากมีการปลดล็อกหรืออนุญาตให้แรงงานเหล่านี้กลับเข้ามาทำงานต่อ จะมีแรงงานต่างด้าวที่อยู่ประเทศเมียนมาหลักหมื่นกลับเข้ามา ซึ่งกองทัพภาคที่ 3 จะเข้ามาดูแลอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันโรคโควิดกลับมาแพร่ระบาดหนักอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ชลบุรี จากกรณีที่มีผู้เผยแพร่ภาพผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นบรรยากาศที่มีประชาชนจำนวนมากไปต่อแถวยาวจนล้นออกมาที่ถนนเพื่อรับเงิน 200 บาท ข้างสำนักงานเทศบาลเมืองศรีราชา ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าการที่ประชาชนออกมารวมตัวกันหนาแน่นอาจเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของโรคโควิด-19 นั้น ผู้สื่อข่าวตรวจสอบพบว่า นายธานี รัตนานนท์ นายกเทศมนตรีเมืองศรีราชา พร้อมด้วยตัวแทนบริษัท ศรีราชากิจการยาง จำกัด และบริษัท แหลมฉบังอินเตอร์ออโต้ไทร์ จำกัด คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ได้ร่วมกันแจกเงินให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 คนละ 200 บาท ซึ่งมีประชาชนต่อแถวจำนวนมากจนเบียดเสียด ก่อนที่เจ้าหน้าที่อำเภอศรีราชาและตำรวจ สภ.ศรีราชา เข้ามาจัดระเบียบความเรียบร้อย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64162</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, จุฬาราชมนตรี, ผ่อนปรนให้ละหมาดวันศุกร์, ภูเก็ต, มุสลิมชายแดนใต้, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หลายจังหวัดคลายล็อก, โควิด 19, โควิด-19, โรงครัวพระราชทาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200424/image_big_5ea2d4ca71a37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64133</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2020 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2020 16:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มุสลิมชายแดนภาคใต้ร้องจุฬาราชมนตรี ผ่อนปรนให้ละหมาดวันศุกร์ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย. 63 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดปัตตานีรายงานว่า สมาพันธ์คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดชายแดนภาคใต้ประกอบด้วย จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และสงขลา นำโดยนายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้จัดให้มีประชุมเรื่องรับข้อเสนอเรียกร้องจากประชาชน ขอให้สำนักจุฬาราชมนตรี ผ่อนปรนเรื่องการขอละหมาดยุมอัติ หรือละหมาดรวมวันศุกร์ในมัสยิด ในเดือนรอมฏอนนี้ให้เร็วที่สุดโดยมีการกำหนดมาตรการตามกฏกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส COVD-19 ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.มัสยิดที่ทำการละหมาดวันศุกร์ต้องไม่อยู่ในพื้นที่ที่มีการปิดหมู่บ้านหรือหมู่บ้านที่มีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมาก 2.มีการทำความสะอาดมัสยิดตามหลักอนามัย 3.ให้มีการละหมาดวันศุกร์อย่างเดียวเท่านั้น 4.ผู้ที่ป่วยไม่อนุญาติให้ละหมาดวันศุกร์ 5.ทุกมัสยิดต้องมีการเตรียมเจลล้างมือ 6.ให้ทุกคนตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้ามัสยิด 7.ให้ทุกคนอาบน้ำละหมาดจากที่บ้านก่อนไปมัสยิด 8.ให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา 9.จัดให้มีการเว้นช่วงระยะหาง1-2เมตรในการทำละหมาด 10.ต้องมีการคุตบะสั้นๆ ดดยเน้นเรื่องเกี่ยวกับการทำความสะอาด และโทษของเชื้อไวรัส 11.หลีกเลี่ยงการให้สลามด้วยการสัมผัสมือหรือ สวมกอด แต่ให้ยกมือแทน 12.เมื่อละหมาดวันศุกร์เสร็จแล้ว ทุกคนจะต้องรีบกลับบ้านทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ได้รับความเห็นชอบจากประธานคณะกรรมการอิสลาม 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเสนอจุฬาราชมนตรี ต่อไป เพื่อขอผ่อนปรนให้ทุกคนมีโอกาสกลับมาละหมาดยุมอัติอีกครั้ง หลังจากหยุดมา 4 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี เปิดเผยว่า กรณีประชาชนขอเรียกร้องผ่อนผันให้มีการละหมาดวันศุกร์ได้ ซึ่งประชาชนต้องการให้ทางจุฬาฯ ผ่อนปรนเกี่ยวกับจุฬาฯ ได้ออกประกาศมาตรการต่างๆ โดยผ่อนปรนบางประเด็นหรือบางข้อ ในช่วงของเดือนรอมฏอน ซึ่งคณะกรรมการอิสลามจังหวัดปัตตานีได้ประชุมและขอความเห็นชอบจากประธาน 5 จังหวัด ในนามของสมาพันธ์ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีความเห็นชอบตรงกันในการผ่อนปรนให้มีการอนุญาติทำการละหมาดวันศุกร์ได้ หากจุฬาฯ มีความเห็นชอบแล้ว คณะกรรมการจะดูแลอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้ละเมิดมาตรการให้อยู่ในกรอบในการปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผู้นำทางศาสนาขอให้มีการละหมาดวันศุกร์เพียงอย่างเดี่ยว เพราะเว้นช่วงงดละหมาดนานพอสมควรแล้ว ไม่อยากปล่อยให้มัสยิดต้องเงียบโดยไม่มีการปฏิบัติศาสนกิจ ทั้งนี้เรื่องต่างๆ นั้นต้องมอบให้ทางจุฬาฯ ดำเนินการ ขอให้พี่น้องประชาชนชาวไทยมุสลิมใจเย็นๆ โอกาสอาจจะมีการพิจารณาตามที่ขอไว้ อย่างไรก็ตามถ้าจุฬาฯได้อนุญาตให้มีการละหมาดวันศุกร์ได้ แต่ทว่ามาตรการอื่นๆ หากประชาชนละเมิดจะต้องมีมาตรการขั้นเด็ดขาด อาจจะมีการให้งดละหมาดในอีกครั้ง&amp;quot; ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64133</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฬาราชมนตรี, ปัตตานี, มุสลิมชายแดนภาคใต้, ละหมาดวันศุกร์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200424/image_big_5ea2ac5c8f3ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61381</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2020 20:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2020 20:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยะลาสังเวยโควิดรายแรก จุฬาราชมนตรีออกแนวป้องกันพิธีศพห้ามญาติสัมผัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค.63- นายแพทย์สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา เปิดเผยสถานการณ์โควิด-19 จังหวัดยะลา ว่า ผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันสะสม 35 ราย รายใหม่ 7ราย รักษาหายสะสม 3 ราย เสียชีวิต 1 ราย นอนรักษาที่โรงพยาบาลจำนวน 31 ราย (รพ.ยะลา 16 ราย, บันนังสตา 11 ราย, รามัน 3 ราย,รพร.ยะหา 1 ราย)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีผู้ป่วย COVID-19 จังหวัดยะลาที่มีรายงานเสียชีวิต 1 รายในวันนี้ นับเป็นการเสียชีวิตของผู้ป่วยรายแรกของจังหวัดยะลา ผู้เสียชีวิต เป็นเพศชาย อายุ 54 ปี อาชีพ ค้าขาย สัญชาติไทย นับถือศาสนาอิสลาม อาศัยอยู่ใน อ.เมืองยะลา จ.ยะลา ผู้ป่วยมีประวัติเดินทางไปประเทศมาเลเซียเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2563 เพื่อส่งบุตรสาวที่เมืองโกตาบารู รัฐกลันตัน และเดินทางกลับ วันที่ 13 มีนาคม 2563 เริ่มป่วยวันที่ 15 มีนาคม 2563 และไปพบแพทย์ในวันที่ 16 มีนาคม 2563 ด้วยอาการไข้ 37.6 องศาเซียลเซียส ไอเจ็บคอ หายใจ ลำบาก อาการปอดอักเสบระยะรุนแรง ผู้ป่วยมีโรคประจำตัวเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง โดยผลตรวจยืนยันเป็นผู้ติดเชื้อ COVD-19 เมื่อวันที่ 18มีนาคม 2563 ทีมแพทย์ให้การรักษาอย่างเต็มที่ ดูแลอย่างต่อเนื่อง รักษาด้วยยาต้านไวรัสและยาปฏิชีวนะ ใส่เครื่องช่วยหายใจ อาการไม่ดีขึ้นและเสียชีวิต สำหรับผู้สัมผัสร่วมบ้าน มีจำนวน 5 คน พบ 2 ราย เป็นผู้ป่วยยืนยันนอนพักรักษาตัวใน รพ.อีก 3 รายไม่พบเชื้อและแยกกักตัวเองอยู่ที่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของข้อแนะนำจากสำนักจุฬาราชมนตรีถึงแนวทางการป้องกันในช่วงการระบาดของโรค COVD-19 ในการปฏิบัติศาสนกิจ รวมถึงข้อปฏิบัติในพีธีทางศาสนา กรณีมุสลิมเสียชีวิตจากการติดเชื้อCOVID-19 ให้ประสานกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ในการจัดการมัยยิตและให้บุคคลที่เป็นมุสลิมทำการ ตะยัมมุม แทนการอาบน้ำมัยยิต ในห้องปลอดเชื้อ และผู้มีหน้าที่ตะยัมมุมต้องสวมชุดป้องกันการติดเชื้อ(ขั้นตอนที่1:ตบฝุ่น ลูบใบหน้ามัยยิต ขั้นตอนที่ 2:ตบฝุ่น ลูบมือจนถึงข้อศอกทั้งสองข้าง) แล้วทำการปิดถุงบรรจุศพ ถือเป็นการแทนการกะฝิ่น ย้ำ ห้ามญาติหรือผู้มาเยี่ยมสัมผัสหรือจูบมัยยิต .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61381</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฬาราชมนตรี, ยะลา, เสียชีวิตโควิด-19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200329/image_big_5e80a52be0f95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
