<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2019 21:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2019 21:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยูเนสโกมอบรางวัลเสรีภาพสื่อแก่ 2 นักข่าวรอยเตอร์โดนพม่าขังคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์การยูเนสโกประกาศมอบรางวัลเสรีภาพสื่อประจำปีนี้แด่ 2 นักข่าวชาวเมียนมาของรอยเตอร์ ที่โดนขังคุกเพราะสืบสวนเหตุการณ์ฆ่าหมู่ชาวโรฮีนจารัฐยะไข่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ จ่อ โซ อู (ซ้าย) และวา โลน ขณะถูกนำตัวออกจากศาลภายหลังโดนตัดสินจำคุก เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 10 เมษายน 2562 กล่าวว่า คณะกรรมการพิจารณามอบรางวัลเสรีภาพสื่อมวลชนขององค์การยูเนสโกแห่งสหประชาชาติ ตัดสินมอบรางวัลกีเยร์โม กาโน ประจำปีนี้ แก่วา โลน และจ่อ โซ อู สองนักข่าวชาวเมียนมาซึ่งถูกคุมขังตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วอยเช็ค ต็อกมาน นักข่าวชาวโปแลนด์ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะกรรมการ กล่าวว่า ทั้งสองโดนจับกุมเพราะบันทึกข้อมูลเรื่องต้องห้ามที่เกี่ยวข้องกับการก่ออาชญากรรมต่อชาวโรฮีนจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รางวัลนี้ตั้งชื่อตามกีเยร์โม กาโน นักข่าวชาวโคลอมเบียที่โดนยิงเสียชีวิตที่กรุงโบโกตาเมื่อปี 2529 พิธีมอบรางวัลจะจัดที่เอธิโอเปีย วันที่ 2 พฤษภาคม หนึ่งวันก่อนวันเสรีภาพสื่อโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเวลาที่โดนตำรวจเมียนมาจับกุม นักข่าวของรอยเตอร์ 2 คนนี้กำลังสืบสวนเหตุการณ์ฆ่าหมู่ชายชาวโรฮีนจา 10 คนที่หมู่บ้านอินดินในรัฐยะไข่ พวกเขาถูกกล่าวหาว่าครอบครองข้อมูลที่เป็นความลับทางราชการและถูกศาลตัดสินจำคุก 7 ปี ทนายความของพวกเขายื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาของเมียนมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33397</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่อ โซ อู, นักข่าวรอยเตอร์, มอบรางวัล, ยูเนสโก, รางวัลกีเยร์โม กาโน, วา โลน, เมียนมา, เสรีภาพสื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190410/image_big_5cadfa69c5b36.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26337</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2019 21:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2019 21:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นอนคุกต่อ ศาลเมียนมายกคำร้องอุทธรณ์ 2 นักข่าวรอยเตอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์ของเมียนมาตัดสินเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ยกคำร้องอุทธรณ์ของนักข่าวรอยเตอร์ชาวเมียนมา 2 คนที่โดนศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 7 ปี ฐานทำผิดกฎหมายความลับทางราชการ จากการสืบสวนเหตุการณ์ฆ่าหมู่ชาวโรฮีนจา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถั่น ซอ อ่อง (กลาง) ทนายความของนักข่าวทั้งสองคนกล่าวกับสื่อมวลชนภายหลังคำตัดสินของศาลที่นครย่างกุ้ง เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2561 กล่าวว่า วา โลน อายุ 32 ปี และจ่อ โซ อู อายุ 28 ปี สองนักข่าวของรอยเตอร์ชาวเมียนมา โดนจับกุมที่นครย่างกุ้งเมื่อเดือนธันวาคม 2560 แล้วต่อมาโดนตัดสินจำคุกในความผิดฐานละเมิดกฎหมายความลับของทางราชการ ซึ่งสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่าเป็นการจัดฉากขึ้นเพื่อปกปิดการสอบสวนของนักข่าวทั้งสอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการกล่าวหาว่า ทั้งคู่มีข้อมูลลับเกี่ยวกับปฏิบัติการของฝ่ายความมั่นคงในรัฐยะไข่ ที่กองทัพเปิดการกวาดล้างกองกำลังติดอาวุธที่โจมตีตำรวจรักษาชายแดน อันส่งผลให้ชาวมุสลิมโรฮีนจาอพยพหนีภัยข้ามชายแดนเข้าบังกลาเทศมากกว่า 720,000 คน พร้อมกับคำบอกเล่าพฤติการณ์โหดร้ายของกองทัพเมียนมาที่องค์การสหประชาชาติระบุว่าเป็น &amp;quot;การล้างเผ่าพันธุ์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้พิพากษาอ่อง หน่าย แห่งศาลอุทธรณ์ภูมิภาคย่างกุ้งตัดสินว่า คำพิพากษาเดิมนั้นเป็น &amp;quot;การตัดสินที่สมเหตุสมผล&amp;quot; ตามกฎหมาย &amp;quot;ศาลจึงตัดสินใจยกคำร้องอุทธรณ์นี้&amp;quot; ผู้พิพากษาท่านนี้กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักข่าวทั้งสองถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำอินเส่งของนครย่างกุ้งมานาน 13 เดือนแล้ว และไม่ได้มาฟังคำตัดสินเมื่อวันศุกร์ด้วย แต่ภรรยาของทั้งคู่ซึ่งมารอฟังคำตัดสินด้วยความหวังเลือนราง ต่างร่ำไห้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังถูกจับกุม นักข่าวคู่นี้ยืนกรานว่าพวกเขาเป็นเหยื่อของการจัดฉากของตำรวจ โดยพวกเขาอ้างคำให้การของตำรวจนายหนึ่งที่กล่าวว่า ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้ตำรวจคนอื่นๆ วางกับดักพวกเขา ขณะถูกจับนั้นทั้งคู่กำลังสืบข่าวการวิสามัญฆาตกรรมชาวโรฮีนจา 10 คนที่หมู่บ้านอินดินในรัฐยะไข่ การดำเนินคดีกับพวกเขาถูกมองว่าเป็นการลงโทษเรื่องการสืบข่าวนี้ และเป็นคำเตือนถึงนักข่าวคนอื่นๆ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมทนายความของพวกเขายังสามารถยื่นฎีกาต่อศาลสูงสุดของเมียนมา แต่มีบางฝ่ายชี้ว่า มีอีกทางเลือกคือการขออภัยโทษจากประธานาธิบดี ถึงแม้ว่าประธานาธิบดีวิน มินต์ จะภักดีต่อนางอองซาน ซูจี ผู้นำโดยพฤตินัยของรัฐบาลพลเรือนชุดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คริสเตียน ชมิดต์ เอกอัครราชทูตของสหภาพยุโรปประจำเมียนมา กล่าวด้านนอกศาลหลังคำตัดสินว่า เขาหวังพึ่งประธานาธิบดีเมียนมาเพื่อแก้ไขความอยุติธรรมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเจเรมี ฮันต์ รัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษกล่าวกับบีบีซี เรียกร้องให้นางซูจีตรวจดูว่ากระบวนการนี้ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และขอให้นางถือเสียว่า อนาคตของนักข่าวผู้กล้าหาญทั้งสองเป็นประโยชน์ส่วนตัวของนางเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26337</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่อ โซ อู, นักข่าวรอยเตอร์, พม่า, พิพากษายืน, ยกคำร้องอุทธรณ์, วา โลน, ศาลอุทธรณ์เมียนมา, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190111/image_big_5c38a225b7481.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุก7ปี2นักข่าวเมียนมาคุ้ยฆ่าโรฮีนจา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลเมียนมาสั่งจำคุกคนละ 7 ปีสองนักข่าวรอยเตอร์ขุดคุ้ยฆ่าหมู่ &amp;quot;โรฮีนจา&amp;quot; ระบุมีความผิดฐานฝ่าฝืนกฎหมายความลับทางราชการ เรียกเสียงประณามจากนานาชาติ-แอมเนสตี้ ชี้เป็นการแทรกแซงและบั่นทอนเสรีภาพสื่อมวลชน จี้ปล่อยตัวอย่างไม่มีเงื่อนไข ขณะที่ 2 นักข่าวหัวเห็ดลั่น! ไม่ได้ทำผิด-ไม่กลัว จับเข้าคุกได้แต่อย่าปิดหูปิดตาประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 3 กันยายน 2561 ศาลแขวงซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของนครย่างกุ้งมีคำพิพากษาคดีที่ได้รับการจับตามองจากทั่วโลก โดยผู้พิพากษา เย ลวิน &amp;nbsp;ตัดสินว่า วา โลน อายุ 32 ปี และจ่อ โซ อู อายุ 28 ปี มีความผิดฐานฝ่าฝืนกฎหมายความลับของทางราชการ มาตรา 3.1 ซี และตัดสินจำคุกจำเลยทั้งสองรายละ 7 ปี โดยโทษจำคุกจะหักจำนวนวันที่ทั้งคู่โดนคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2561 และจำเลยสามารถอุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลระดับภาคและศาลฎีกาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นักข่าวรอยเตอร์ชาวเมียนมา 2 รายนี้ปฏิเสธความผิด โดยให้การต่อศาลว่าพวกเขาโดนจัดฉากจับกุม เนื่องจากพวกเขากำลังสืบเหตุการณ์ฆ่าชาวมุสลิมโรฮีนจา 10 คนในหมู่บ้านอินดิน รัฐยะไข่ เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้วพวกเขาเดินทางไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในนครย่างกุ้ง เพื่อรับประกันอาหารค่ำตามคำเชิญของตำรวจ 2 นาย จากนั้นก็ได้รับมอบเอกสารเหล่านี้ เมื่อพวกเขาออกจากร้านอาหารก็โดนตำรวจเข้าจับกุมทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตำรวจนายหนึ่งเคยให้การในฐานะพยานว่า การพบกันที่ร้านอาหารนั้นเป็นการจัดฉากเพื่อวางกับดักนักข่าวคู่นี้ เพื่อขัดขวางหรือลงโทษที่พวกเขารายงานข่าวการฆ่าหมู่ชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รอยเตอร์เปิดเผยว่า ภายในห้องพิจารณาคดีเมื่อวันจันทร์ มีผู้เข้าฟังการอ่านคำพิพากษาไม่ต่ำกว่า 50 คน และอีกจำนวนมากรออยู่ด้านนอก ผู้พิพากษาใช้เวลาอ่านสำนวนคำให้การฉบับย่อของพยานเป็นเวลาราว 1 ชั่วโมง ก่อนจะมีคำพิพากษาว่า &amp;quot;เอกสารลับ&amp;quot; ที่พบอยู่กับจำเลยทั้งสองนั้นเป็นประโยชน์ต่อรัฐข้าศึกศัตรูและองค์กรก่อการร้าย เอกสารที่ทั้งคู่ครอบครองไว้และที่พบในโทรศัพท์ของพวกเขานั้นไม่ใช่ข้อมูลของสาธารณะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างที่ผู้พิพากษาอ่านคำตัดสินนั้น นักข่าวหลายคนจดบันทึกทั้งน้ำตา ส่วนนางชิต ซู วิน &amp;nbsp;ภรรยาของจ่อ โซ อู ร้องไห้โฮหลังฟังคำตัดสิน คนในครอบครัวต้องช่วยพยุงเธอตอนออกจากศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถูกนำตัวออกจากศาล จ่อ โซ อู กล่าวกับกองทัพนักข่าวที่รอด้านนอกว่า เขาไม่ได้ทำผิดกฎหมาย และพวกเขาจะต่อสู้เพื่อเสรีภาพต่อไป &amp;quot;สิ่งที่ผมอยากบอกต่อรัฐบาลนี้คือ คุณจับพวกเราขังคุกได้ แต่อย่าได้ปิดหูปิดตาประชาชน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านวา โลน ได้จับมือกับผู้สนับสนุนหลายคนและบอกพวกเขาว่าไม่ต้องเป็นห่วง &amp;quot;เรารู้ว่าเราทำอะไรลงไป เรารู้ว่าเราไม่ได้ทำผิด เราไม่กลัว เราเชื่อในความยุติธรรม ประชาธิปไตย และเสรีภาพ&amp;quot; เขากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; กลุ่มปกป้องเสรีภาพสื่อ, องค์การสหประชาชาติ, สหภาพยุโรป และอีกหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และออสเตรเลีย ต่างเรียกร้องให้พวกเขาพ้นจากข้อกล่าวหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วคณะกรรมการค้นหาข้อเท็จจริงขององค์การสหประชาชาติเพิ่งออกรายงานระบุว่า กองทัพเมียนมาและพวกผู้บัญชาการทหาร ซึ่งรวมถึงพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้รณรงค์ &amp;quot;ล้างเผ่าพันธุ์&amp;quot; และ &amp;quot;ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ&amp;quot; ต่อชนกลุ่มน้อยชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศนำตัวพวกเขามาดำเนินคดีในศาลอาญาระหว่างประเทศ รายงานนี้ยังโจมตีนางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐซึ่งเป็นผู้นำรัฐบาลพลเรือนเมียนมาโดยพฤตินัยด้วยว่า ไม่ใช้อำนาจทางศีลธรรมที่มีในการยืนหยัดต่อสู้เพื่อชนกลุ่มน้อยที่มีสถานะไร้รัฐเหล่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังคำตัดสินดังกล่าว นายสตีเฟน เจ. แอดเลอร์ บรรณาธิการสำนักข่าวรอยเตอร์ ต้นสังกัดของนายวา โลน และนายจ่อ โซ อู ออกแถลงการณ์ว่า วันนี้เป็นวันที่น่าเศร้าสำหรับเมียนมา สำหรับนักข่าวรอยเตอร์ทั้งสอง และสำหรับเสรีภาพสื่อทุกๆ ที่ ซึ่งข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นเท็จ มีเจตนาเพื่อปกปิดการรายงานข่าวสารและข่มขู่สื่อมวลชน ดังนั้นรัฐบาลเมียนมาควรจะเร่งแก้ไขความผิดพลาดดังกล่าวโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สหภาพยุโรป หรืออียู ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมาปล่อยตัวผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวรอยเตอร์ 2 คน ซึ่งเพิ่งถูกตัดสินจำคุกคนละ 7 ปี โดยชี้ว่าคำตัดสินดังกล่าวเป็นการบั่นทอนเสรีภาพสื่อ ปิดกั้นสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลของประชาชน อีกทั้งยังขัดต่อหลักนิติธรรม โดยทางการเมียนมาควรทบทวนคำตัดสินจำคุกใหม่ และปล่อยตัวนักข่าวทั้ง 2 ทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่โฆษกประจำนายกรัฐมนตรี นางเทเรซา เมย์ ได้แสดงจุดยืนในเรื่องนี้ของนายกรัฐมนตรีอังกฤษต่อสื่อมวลชนว่า เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำเมียนมาซึ่งร่วมรับฟังคำพิพากษารู้สึกผิดหวังอย่างยิ่งต่อคำตัดสิน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;พวกเราจึงขอเรียกร้องให้ทางการเมียนมาปล่อยตัวนักข่าวรอยเตอร์ทั้งสองคนทันที ผู้สื่อข่าวต้องได้รับเสรีภาพในการทำงานโดยไม่มีความหวาดกลัวหรือถูกข่มขู่ ในขณะที่คำตัดสินดังกล่าวถือเป็นการแทรกแซงเสรีภาพของสื่อในเมียนมา&amp;quot; โฆษกนายกฯ อังกฤษกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน ทีรานา ฮัสซัน ผู้อำนวยการฝ่ายรับมือภาวะวิกฤติ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยหลังจากที่ศาลกรุงย่างกุ้งพิพากษาว่าสองนักข่าวรอยเตอร์มีความผิด ฐานละเมิดกฎหมายความลับทางราชการของเมียนมา และต้องถูกจำคุกเป็นเวลา 7 ปี ว่า เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจมากจากคำพิพากษาที่เป็นเหตุให้ &amp;quot;วา โลน&amp;quot; และ &amp;quot;จ่อ โซ อู&amp;quot; ผู้บริสุทธิ์ทั้งสองคนต้องรับโทษจำคุกเป็นเวลาหลายปี เพียงเพราะเขากล้าตั้งคำถามท้าทายเกี่ยวกับความทารุณโหดร้ายของกองทัพในรัฐยะไข่ แอมเนสตี้เรียกร้องให้ยกเลิกคำตัดสินนี้ และต้องปล่อยตัวนักข่าวทั้งสองคนโดยทันทีและอย่างไม่มีเงื่อนไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คำพิพากษาที่มีแรงจูงใจทางการเมืองส่งผลกระทบอย่างมากต่อเสรีภาพสื่อในเมียนมา เป็นการส่งสัญญาณเตือนอย่างหนักหน่วงต่อผู้สื่อข่าวคนอื่นๆ ในประเทศว่า พวกเขาอาจต้องได้รับผลกรรมร้ายแรงหากให้ความสนใจมากเกินไปกับการปฏิบัติมิชอบของกองทัพ ถือเป็นการทำให้นักข่าวหวาดกลัวและเซ็นเซอร์โดยบังคับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำพิพากษาในวันนี้ไม่สามารถปกปิดความจริงที่เกิดขึ้นในรัฐยะไข่ได้ ต้องขอบคุณการทำงานที่กล้าหาญของนักข่าวอย่างวา โลน และ จ่อ โซ อู ที่ทำให้โลกได้รับรู้ถึงความทารุณโหดร้ายของกองทัพ &amp;nbsp;แทนที่จะพุ่งเป้าโจมตีผู้สื่อข่าวทั้งสองคน ทางการเมียนมาควรเดินหน้าสอบสวนหาผู้รับผิดชอบต่อการสังหาร การข่มขืนกระทำชำเรา การทรมาน และการเผาบ้านเรือนหลายร้อยหมู่บ้านของชาวโรฮีนจา&amp;quot; ทีรานากล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ วา โลน และ จ่อ โซ อู ถูกจับที่กรุงย่างกุ้ง เมืองเอกของเมียนมา เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2560 &amp;nbsp;โดยพวกเขาอยู่ระหว่างการทำข่าวเชิงสืบสวนปฏิบัติการทางทหารทางตอนเหนือของรัฐยะไข่ ซึ่งเป็นปฏิบัติการที่ถือเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติตามองค์ประกอบกฎหมายระหว่างประเทศ ที่กระทำต่อชาวโรฮีนจา ทั้งการเนรเทศ การสังหารโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย การข่มขืนกระทำชำเรา การทรมาน &amp;nbsp;การเผาบ้านเรือนและหมู่บ้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวทั้งสองคนถูกควบคุมตัวโดยไม่ให้ติดต่อกับโลกภายนอกเป็นเวลาสองสัปดาห์ ก่อนจะถูกส่งตัวมาฝากขังที่เรือนจำอินเส่งในกรุงย่างกุ้ง พระราชบัญญัติความลับทางราชการเป็นหนึ่งในกฎหมายเผด็จการของเมียนมา ซึ่งกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 14 ปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16747</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่อ โซ อู, รอยเตอร์, รานา ฮัสซัน, วา โลน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อองซาน ซูจี, อียู, เอเอฟพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180903/image_big_5b8d450981057.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
