<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 15:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 15:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ศาลปกครองสูงสุดสั่งกองสลากจ่าย &#039;LOXLEY&#039; 1,654 ล้านบาท ผิดสัญญาหวยออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค. 2564 รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) (LOXLEY) แจ้งว่า ในวันนี้ศาลปกครองสูงสุดได้อ่านคำพิพากษาว่าให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ชำระเงินให้แก่บริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเท็ค เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมของ LOXLEY ที่บริษัทถือหุ้นทางตรงและทางอ้อมรวมเป็น 35% เป็นเงินจำนวน 1,654,604,540 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา 7.5%ต่อปี นับจากวันฟ้องจนถึง 10 เมษายน 2564 ต่อจากนั้น อัตราดอกเบี้ยจะเป็น 3% บวกเงินเพิ่มอีก 2% จนถึงวันชำระเสร็จ โดยให้ชำระเสร็จภายใน 60 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ล็อกซเล่ย์ จีเท็ค ได้เข้าทำสัญญาจ้างบริการ ระบบเกมสลากกับสำนักงานสลาก เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2548 เพื่อให้บริการระบบเกมสลากแก่สำนักงานสลาก แต่สำนักงานสลากเป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่ให้ ล็อกซเล่ย์ จีเท็ค ดำเนินการตามสัญญา ดังนั้น ในวันที่ 7 เมษายน 2554 ล็อกซเล่ย์ จีเท็ค จึงได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เป็นคดีหมายเลขดำที่ 774/2554 เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาให้สำนักงานสลากปฏิบัติตามสัญญาหรือชดใช้ค่าเสียหายแก่ ล็อกซเล่ย์ จีเท็ค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2561 ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาให้สัญญาจ้างบริการระบบเกมสลากเป็นอันเลิกกัน และให้สำนักงานสลากชดใช้เงินให้แก่ ล็อกซเล่ย์ จีเท็ค เป็นเงิน 945,649,656 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา 7.5% ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวจนกว่าจะชำระเสร็จ ต่อมา ล็อกซเล่ย์ จีเท็ค และสำนักงานสลากต่างได้ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลปกครองกลางต่อศาลปกครองสูงสุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104362</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองสลาก, จ่ายชดเชย, บริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเท็ค เทคโนโลยี จำกัด, ผิดสัญญา, หวยออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af52e885b35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101476</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2021 11:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2021 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลเร่งช่วยเหลือผู้ประกันตน ม.33  จ่ายชดเชยกรณีว่างงาน 50%ค่าจ้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2​ พ.ค.2564 นายอนุชา บูรพชัยศรี &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำชับให้กระทรวงแรงงานดูแลความปลอดภัยด้านสุขภาพของพี่น้องแรงงาน พร้อมให้ดูแลผู้ประกันตนที่มีกว่า 16.5 ล้านคน โดยผู้ประกันตนมาตรา 33 &amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการสั่งปิดสถานที่ และสถานประกอบกิจการเป็นการชั่วคราว จะได้รับสิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน ตามประกาศ &amp;ldquo;กฎกระทรวงการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยอันเกิดจากการระบาดของโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมาย ว่าด้วยโรคติดต่อ พ.ศ. 2563&amp;rdquo; &amp;nbsp; และลูกจ้างไม่ได้รับค่าจ้างหรือถูกสั่งให้กักตัว มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายวัน แต่ไม่เกิน 90 วัน &amp;nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการของรัฐบาลที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานได้ดำเนินการตรวจคัดกรองเชิงรุก ผู้ประกันตนทั้งแรงงานไทยและแรงงานต่างชาติ ในพื้นที่ที่มีกลุ่มเสี่ยงจำนวนมากทั้ง 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นนทบุรี ชลบุรี และเชียงใหม่ ตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด พร้อมประสานกับโรงพยาบาลเครือข่ายประกันสังคมในการเตรียมแผนรองรับผู้ประกันตนที่อาจติดโควิด-19 สำหรับผู้ที่ยังไม่แสดงอาการ ซึ่งจะประสานให้ส่งตัวไปยัง Hospitel &amp;nbsp;รวมทั้งกำชับให้ทุกสถานประกอบการทุกแห่ง เฝ้าระวัง ตรวจสอบ คัดกรองโรคโควิด-19 &amp;nbsp;เพื่อร่วมกันป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งนี้ ผู้ประกันตนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่ไม่สามารถหาสถานที่ตรวจโควิด-19 &amp;nbsp;หรือสถานพยาบาล &amp;nbsp;สามารถติดต่อสายด่วนได้ที่ 1506 กด 6&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101476</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่ายชดเชย, ทดแทนกรณีว่างงาน, พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา, อนุชา บูรพชัยศรี, โดยผู้ประกันตนมาตรา 33</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608bb56d33221.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65852</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2020 19:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2020 19:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฟซบุ๊กจ่าย1.1หมื่นล้าน ชดเชยผู้คัดกรองเนื้อหาต้องทนดูภาพอุจาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เฟซบุ๊กตกลงจ่ายชดเชย 52 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 11,666 ล้านบาท ให้กับลูกจ้างตรวจสอบคัดกรองเนื้อหาของเฟซบุ๊ก ที่ได้รับความบอบช้ำทางจิตใจหรือเป็นโรคพีทีเอสดีเพราะต้องทนดูภาพที่มีความรุนแรงและอุจาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมทนายความที่ยื่นฟ้องเรื่องนี้เผยเมื่อวันอังคารที่ 12 พฤษภาคมว่า ในข้อตกลงไกล่เกลี่ยที่ส่งมอบต่อศาลรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เฟซบุ๊กตกลงจ่ายชดเชยให้กับผู้ตรวจสอบคัดกรองเนื้อหาของเฟซบุ๊กราว 11,250 คน ที่ทำงานกับบริษัทรับเหมาตามสัญญาจ้างตั้งแต่ปี 2558 ถึงปัจจุบัน ในรัฐแคลิฟอร์เนีย, รัฐแอริโซนา, รัฐเทกซัส และรัฐฟลอริดา ทั้งที่ทำงานอยู่และไม่ได้ทำแล้ว ทุกคนจะได้เงินชดเชยขั้นต่ำ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 32,060 บาท แต่ถ้าแพทย์วินิจฉัยว่าลูกจ้างผู้นั้นป่วยเป็นโรคเครียดและเจ็บป่วยหลังเหตุการณ์ที่มีผลกระทบต่อจิตใจอย่างรุนแรง (พีทีเอสดี) จะได้เงินชดเชยเพิ่มอีก 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.60 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการยื่นฟ้องคดีในนามกลุ่มบุคคลต่อเฟซบุ๊กเมื่อปี 2561 อ้างว่าลูกจ้างที่ทำหน้าที่ตรวจสอบคัดกรองเนื้อหาของเฟซบุ๊ก ได้รับความบอบช้ำทางจิตใจ เนื่องจากต้องดูเนื้อหาที่มีความรุนแรงและอุจาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เช่น การล่วงละเมิดทางเพศเด็ก, การตัดศีรษะ, การก่อการร้าย, การทารุณกรรมสัตว์, การข่มขืนและฆาตกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้เฟซบุ๊กตกลงจะมีมาตรการช่วยเหลือผู้ตรวจสอบคัดกรองเนื้อหาของเฟซบุ๊กที่เป็นลูกจ้างของบริษัทรับเหมาในสหรัฐ โดยให้การช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตและการให้คำปรึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้เกิดขึ้นหลังจากหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียนและเว็บไซต์ข่าว The Verge รายงานเรื่องความเครียดและความยากลำบากในการทำงานของลูกจ้างที่ทำหน้าที่ตรวจสอบคัดกรองเนื้อหาของเฟซบุ๊ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซเลนา สโกลา หนึ่งในโจทก์ที่ยื่นฟ้องเผยกับเดอะการ์เดียนว่า คุณต้องเข้างานเวลา 09.00 น. ทุกวัน เปิดคอมพิวเตอร์แล้วดูภาพของคนโดนตัดศีรษะทุกวัน ทุกนาที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65852</URL_LINK>
                <HASHTAG>คัดกรองเนื้อหา, จ่ายชดเชย, ภาพอุจาด, เฟซบุ๊ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200513/image_big_5ebbeb2f828f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58802</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2020 21:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2020 21:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอปเปิลยอมจ่ายชดเชย500ล้าน$ จงใจหน่วงไอโฟนเก่าให้ทำงานช้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บริษัทแอปเปิลตกลงจ่ายชดเชย 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อยุติการฟ้องคดีแบบกลุ่มในสหรัฐที่กล่าวหาแอปเปิลแอบทำให้ให้ไอโฟนรุ่นเก่าทำงานช้าลง เพื่อให้ผู้บริโภคซื้อไอโฟนรุ่นใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้พิพากษารัฐบาลกลางสหรัฐที่พิจารณาคดีการฟ้องแบบกลุ่มที่ยื่นฟ้องแอปเปิลในเรื่องนี้ จะเป็นผู้ตัดสินอนุมัติข้อตกลงที่จะจ่ายเงินชดเชยของแอปเปิลในการไต่สวนคดีนี้ช่วงต้นเดือนเมษายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การฟ้องคดีนี้เกิดขึ้นเนื่องจากมีข้อกล่าวหาว่าแอปเปิลแอบเปลี่ยนซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการของไอโฟนที่แอปเปิลอ้างว่าเพื่อป้องกันไม่ให้โทรศัพท์เครื่องดับไปเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนธันวาคม 2560 แอปเปิลยอมรับว่า ซอฟต์แวร์ของระบบปฏิบัติการไอโอเอสของไอโฟนมีการปรับแต่งให้ทำงานช้าลงสำหรับไอโฟนรุ่นเก่าที่แบตเตอรี่ของเครื่องเสื่อม เพื่อป้องกันไม่ให้โทรศัพท์เครื่องดับไปเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่นักวิจารณ์กล่าวหาว่าแอปเปิลทำให้ไอโฟนรุ่นเก่าทำงานช้าลงเพื่อบังคับอย่างซ่อนเร้นให้ผู้บริโภคซื้อไอโฟนรุ่นใหม่เร็วขึ้นกว่าความจำเป็น ความไม่พอใจในเรื่องนี้ส่งผลให้แอปเปิลอัพเกรดซอฟต์แวร์ของไอโฟนและลดราคาแบตเตอรี่ลงมามาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังการยื่นฟ้องคดีมาเกือบ 2 ปี แอปเปิลยอมจ่ายเงินชดเชยระหว่าง 310-500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเจ้าของไอโฟนในสหรัฐ ได้แก่ ไอโฟนรุ่น 6, 6 พลัส, 6 เอส, 6 เอส พลัส และไอโฟน 7, 7 พลัสและไอโฟนเอสอีจะได้รับเงินชดเชยเครื่องละ 25 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนโจทก์ที่ลงชื่อฟ้องแอปเปิลในการฟ้องคดีแบบกลุ่มในนามเจ้าของไอโฟนทั้งหมด จะได้รับเงินชดเชยคนละ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐ และผู้ให้หลักฐานในคดีจะได้รับเงิน 3,500 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนทีมทนายความในคดีนี้เรียกร้องเงิน 93 ล้านดอลลาร์สหัฐ และเงินค่าใช้จ่ายในการยื่นฟ้องอีก 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนที่แล้ว กลุ่มคุ้มครองผู้บริโภคของฝรั่งเศสเผยว่า แอปเปิลตกลงจ่ายชดเชย 25 ล้านยูโร จากกรณีที่อัยการเปิดไต่สวนคดีเมื่อเดือนมกราคม 2561 ในข้อกล่าวหาว่าแอปเปิลทำให้ไอโฟนรุ่นเก่าทำงานช้าลง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58802</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่ายชดเชย, บริษัทแอปเปิล, หน่วงเครื่อง, ไอโฟน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200303/image_big_5e5e6e911eab0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56306</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2020 21:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2020 21:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลเกาหลีใต้สั่งผู้จัดจ่ายชดเชยแฟนบอลอดดู&#039;โรนัลโด&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลเกาหลีใต้สั่งบริษัทจัดการแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตรที่คริสเตียโน โรนัลโด ไม่ได้ลงสนามที่กรุงโซลเมื่อปีที่แล้ว จ่ายเงินชดเชยให้แฟนบอล 2 คนที่ยื่นฟ้อง คนละ 371,000 วอน หรือราว 9,660 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรนัลโด (กลาง) นั่งเก้าอี้ตัวสำรองข้างสนามก่อนเกมกระชับมิตรที่กรุงโซล เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในการแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตรก่อนเปิดฤดูกาลระหว่างทีมยูเวนตุสกับทีมรวมดาราเคลีกเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ที่สนามโซลเวิร์ดคัพ ผลการแข่งขันเสมอกันไป 3-3 โดยตั๋วเข้าชมการแข่งขันราคา 30,000-400,000 วอน ขายหมดเต็มความจุสนาม 65,000 ที่นั่ง แต่แฟนบอลเกาหลีใต้ต่างผิดหวัง เนื่องจากคริสเตียโน โรนัลโด ศูนย์หน้าชาวโปรตุเกส ดาราดังของทีมไม่ได้ลงสนามแม้แต่นาทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนการแข่งขัน เดอะฟาสตา บริษัทการตลาดที่จัดการแข่งขัน โหมโฆษณาว่าโรนัลโดจะลงสนามอย่างน้อย 45 นาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แฟนฟุตบอล 2 คนที่ผิดหวังไม่ได้ดูโรนัลโดโชว์ลีลาการเล่นในสนามที่กรุงโซล ยื่นฟ้องเดอะฟาสตา กล่าวหาว่าบริษัทโฆษณาเกินจริงและหลอกลวง และเรียกร้องให้จ่ายเงินชดเชย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวยอนฮับรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ ศาลเขตอินชอนทางตะวันตกกรุงโซล สั่งให้บริษัท เดอะฟาสตา จ่ายเงินชดเชยให้กับแฟนบอลทั้ง 2 คน คนละ 371,000 วอน หรือราว 9,660 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิม มินกิ ทนายความที่ยื่นฟ้องคดีนี้ให้แฟนบอลทั้ง 2 คนเผยว่า จำนวนเงิน 371,000 วอน ที่ศาลสั่งให้เดอะฟาสตาจ่ายให้แฟนบอลทั้ง 2 คน ได้แก่ ค่าตั๋วเข้าชมการแข่งขัน 70,000 วอน, อีก 1,000 วอนเป็นค่าธรรมเนียมที่จ่ายในการซื้อตั๋ว และ 300,000 วอน เป็นค่า &amp;quot;ความเจ็บปวดทางจิตใจ&amp;quot; ที่แฟนบอล 2 คนได้รับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิมเผยด้วยว่า เขาเป็นทนายความยื่นฟ้องให้กับแฟนบอลอีก 87 คน ในอีกหลายคดีที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลนัดกระชับมิตรในกรุงโซลที่โรนัลโดไม่ได้ลงสนาม โดยแฟนบอลเรียกร้องเงินชดเชยคนละ 950,000 วอน หรือราว 24,740 บาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56306</URL_LINK>
                <HASHTAG>คริสเตียโน โรนัลโด, จ่ายชดเชย, บอลกระชับมิตร, ศาลเกาหลีใต้, อดดูโรนัลโด, แฟนบอลเกาหลีใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200204/image_big_5e39821686fb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35872</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2019 21:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2019 21:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสหรัฐสั่งมอนซานโตจ่ายเหยื่อมะเร็ง 64,740 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะลูกขุนในศาลแคลิฟอร์เนียของสหรัฐมีคำสั่งให้บริษัทมอนซานโต ซึ่งเป็นของบริษัทไบเออร์จากเยอรมนี จ่ายเงินชดเชย 2,055 ล้านดอลลาร์ (64,740 ล้านบาท) แก่สามีภรรยาชาวอเมริกันที่ป่วยเป็นมะเร็งโดยกล่าวโทษยาฆ่าหญ้าราวด์อัพเป็นต้นเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผลิตภัณฑ์ราวด์อัพของมอนซานโตวางขายที่ร้านค้าในเมืองซานราฟาเอล รัฐแคลิฟอร์เนีย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การพ่ายแพ้คดีของมอนซานโตครั้งนี้เป็นคดีที่ 3 ในสหรัฐ ที่บริษัทถูกสั่งให้จ่ายเงินชดเชยก้อนโตแก่ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดวัชพืชของบริษัท ถึงแม้มอนซานโตจะยืนกรานว่า สารไกลโฟเสตที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ไม่ได้เกี่ยวโยงกับการก่อมะเร็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2562 กล่าวว่า ทีมทนายความของสามีภรรยาชาวอเมริกันรายนี้กล่าวว่า คณะลูกขุนของศาลโอ๊กแลนด์พิจารณาจากเอกสารภายในของบริษัทที่แสดงให้เห็นว่า มอนซานโตไม่เคยให้ความสนใจค้นหาว่าผลิตภัณฑ์ราวด์อัพปลอดภัยหรือไม่ และแทนที่จะลงทุนกับการค้นคว้าวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือ บริษัทกลับใช้เงินหลายล้านดอลลาร์โจมตีวิทยาศาสตร์ที่คุกคามธุรกิจของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะลูกขุนตัดสินให้มอนซานโตจ่ายชดเชยแก่โจทก์ทั้งสองเป็นเงินรวม 2,055 ล้านดอลลาร์ (ราว 64,740 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตัดสินนี้ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทไบเออร์ดิ่งลง 2.55% มาอยู่ที่หุ้นละ 55 ยูโร ในการซื้อขายที่ตลาดหุ้นแฟรงก์เฟิร์ตช่วงสายของวันอังคาร นับแต่ไบเออร์ซื้อกิจการมอนซานโตเมื่อเดือนมิถุนายน 2561 ด้วยมูลค่า 63,000 ล้านดอลลาร์ มูลค่าตลาดของบริษัทเคมีภัณฑ์ยักษ์ใหญ่ของเยอรมนีแห่งนี้ตกลงถึง 45%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเออร์ออกแถลงการณ์แสดงความผิดหวังกับคำตัดสินของคณะลูกขุน และว่าบริษัทจะอุทธรณ์ โดยโต้แย้งว่าคำตัดสินนี้ขัดแย้งกับทัศนะของสำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมสหรัฐที่ตรวจสอบสารกำจัดวัชพืชไกลโฟเสตเมื่อไม่นานมานี้ &amp;quot;ฉันทมติในหมู่เจ้าหน้าที่กำกับดูแลด้านสาธารณสุขชั้นนำทั่วโลกเห็นว่า ผลิตภัณฑ์จากสารไกลโฟเสตสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย และไกลโฟเสตไม่ได้เป็นสารก่อมะเร็ง&amp;quot; แถลงการณ์ของไบเออร์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปี 2561 คณะลูกขุนสหรัฐเคยสั่งให้มอนซานโตจ่ายเงินชดเชย 289 ล้านดอลลาร์ แก่คนสวนของโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน โดยเขากล่าวโทษว่าเป็นเพราะใช้ยาราวด์อัพและแรนเจอร์โปร แต่ต่อมาศาลลดค่าเสียหายลงเหลือ 78.5 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนมีนาคมปีนี้ มอนซานโตก็เพิ่งพ่ายแพ้อีกคดีที่ชายอเมริกันวัยเกษียณโทษว่าเขาเป็นมะเร็งเพราะใช้ยาฆ่าหญ้าของบริษัท ศาลสั่งให้บริษัทจ่ายชดเชยแก่โจทก์รายนี้ 80 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนที่แล้ว ไบเออร์ประกาศว่า บริษัทโดนฟ้องร้องมากกว่า 13,000 คดีในสหรัฐเกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์กำจัดวัชพืชของมอนซานโต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35872</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อมะเร็ง, จ่ายชดเชย, มอสซานโต, ยากำจัดวัชพืช, ยาฆ่าหญ้า, ราวด์อัพ, ศาลแคลิฟอร์เนีย, ไบเออร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190514/image_big_5cdacdc9ace21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32471</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2019 21:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2019 21:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกขุนสหรัฐสั่ง &#039;มอนซานโต&#039; ชดใช้เหยื่อมะเร็ง 80 ล้าน$</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะลูกขุนศาลซานฟรานซิสโกสั่งให้ &amp;quot;มอนซานโต&amp;quot; จ่ายเงิน 80 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 2,540 ล้านบาท ชดเชยแก่ชายอเมริกันวัยเกษียณ ที่โทษว่ายากำจัดวัชพืช &amp;quot;ราวด์อัพ&amp;quot; ของบริษัทเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาป่วยเป็นมะเร็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ลูกค้าเลือกซื้อยากำจัดวัชพืช ราวด์อัพ ในร้านค้าที่เมืองซานราฟาเอล รัฐแคลิฟอร์เนีย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำตัดสินของคณะลูกขุน 6 คนของศาลรัฐบาลกลางในนครซานฟรานซิสโกเมื่อวันพุธที่ 27 มีนาคม 2562 เป็นการพ่ายแพ้คดีหนล่าสุดของมอนซานโต บริษัทธุรกิจการเกษตรยักษ์ใหญ่จากสหรัฐ ซึ่งเพิ่งขายกิจการให้บริษัทไบเออร์จากเยอรมนีที่มูลค่า 6.3 หมื่นล้านดอลลาร์ เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว และอาจส่งอิทธิพลต่อคดีความคล้ายกันที่มีผู้ฟ้องร้องอยู่มากกว่า 11,200 คดีเฉพาะในสหรัฐ กล่าวหายาราวด์อัพว่าเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 28 มีนาคมว่า คณะลูกขุนระบุว่า บริษัท มอนซานโต ละเลยโดยประมาทที่ไม่ให้ความเอาใจใส่อย่างสมเหตุสมผล ในการเตือนถึงความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ของบริษัท และสั่งให้มอนซานโตจ่ายเงินค่าเสียหายเชิงลงโทษ 75 ล้านดอลลาร์, เงินชดเชยอีก 5 ล้านดอลลาร์ และค่ารักษาอีก 200,000 ดอลลาร์ แก่เอ็ดวิน ฮาร์ดแมน ชายวัย 70 ปี ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะลูกขุนชี้ด้วยว่า การออกแบบของราวด์อัพมีความบกพร่อง และผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีคำเตือนอย่างเพียงพอเรื่องความเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงแรกๆ ของการพิจารณาคดีนี้ คณะลูกขุนชุดเดียวกันเคยลงความเห็นไว้ว่า การใช้ผลิตภัณฑ์ราวด์อัพนาน 25 ปี เป็นปัจจัยที่มีนัยสำคัญที่ทำให้ฮาร์ดแมนป่วยเป็นมะเร็ง ยากำจัดวัชพืชชนิดนี้มีส่วนประกอบหลักคือ สารไกลโฟเซต ที่สำนักงานวิจัยมะเร็งนานาชาติซึ่งเป็นหน่วยงานขององค์การอนามัยโลก จัดจำแนกไว้เมื่อปี 2558 ว่าอาจเป็นสารก่อมะเร็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอ็ดวิน ฮาร์ดแมน แถลงข่าวภายหลังชนะคดี เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว มอนซานโตก็เพิ่งแพ้คดีที่ดเวย์น จอห์นสัน คนดูแลสวนของโรงเรียนแห่งหนึ่งในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งป่วยเป็นโรคเดียวกัน ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายโดยเขาโทษว่าการใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดวัชพืช &amp;quot;ราวด์อัพ&amp;quot; และ &amp;quot;เรนเจอร์โปร&amp;quot; ที่มีสารไกลโฟเซต เป็นสาเหตุที่ทำให้ล้มป่วย คณะลูกขุนสั่งให้มอนซานโตชดเชยแก่จอห์นสัน 289 ล้านดอลลาร์ แต่ต่อมาศาลได้ลดวงเงินลงเหลือ 78.5 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราคาหุ้นของไบเออร์ในตลาดแฟรงก์เฟิร์ตเมื่อเช้าวันพฤหัสบดีตกลง 1.14% มาอยู่ที่ 55.69 ยูโร ขยายการสูญเสียมูลค่าการตลาดของบริษัทลงไปเป็น 46% แล้วนับแต่ไบเออร์ซื้อกิจการมอนซานโต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเออร์ประกาศจะอุทธรณ์คำตัดสินนี้ แม้พวกเขาจะอ้างว่าเห็นใจชะตากรรมของฮาร์ดแมน พร้อมกับยืนยันด้วยว่าคำตัดสินล่าสุดไม่ส่งผลต่อคดีอื่นๆ และการพิจารณาคดีในอนาคต เนื่องจากแต่ละคดีมีบริบทแวดล้อมทางข้อเท็จจริงและกฎหมายแตกต่างกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32471</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่ายชดเชย, มอนซานโต, มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน, ยากำจัดวัชพืช, ราวด์อัพ, ไบเออร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190328/image_big_5c9cd5174a9e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
