<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118573</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 07:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 07:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าลืมเช็กบัญชี  ประกันสังคมเตรียมโอนเงินเยียวยารอบเก็บตก 7-8 ต.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.64 &amp;nbsp;รายงานข่าวความคืบหน้ากรณีสำนักงานประกันสังคมจ่ายเงินเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 33 39 40 ที่ได้รับผลกระทบจากมาตราการคุมโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเพจ แจ้งข่าวประกันสังคม ประกาศว่า สำหรับผู้ได้รับสิทธิเยียวยา แต่ยังไม่ได้รับการโอนเงินเยียวยาเข้าบัญชี ทางประกันสังคมจะโอนให้อีกครั้งรอบเก็บตกในวันที่ 7-8 ตุลาคมนี้ อย่าลืมตรวจเช็กบัญชีพร้อมเพย์ให้พร้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรวจสอบสิทธิประกันสังคม ม.40 ใช้บัตรประชาชนคลิก www.sso.go.th&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118573</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่ายเงินเยียวยา, มาตรา 33 39 40, สำนักงานประกันสังคม, โอนเงินรอบเก็บตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211003/image_big_6158f866608f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115851</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 08:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 07:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาครม.เคาะเยียวยาม.33 พื้นที่แดงเข้ม 13 จังหวัดรอบ 2  อีกคนละ 2,500 บาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ย.64-น.ส.ลัดดา แซ่ลี้ โฆษกสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวถึงความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้ประกันตน มาตรา 33 ในพื้นที่สีแดงเข้ม 13 จังหวัด ในรอบที่ 2 ว่าภายในวันที่ 7 กันยายนนี้ กระทรวงแรงงานจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขอพิจารณาอนุมัติกรอบวงเงินให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 อีกคนละ 2,500 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อรวมกับเงินที่จ่ายงวดแรกไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา คนละ 2,500 บาท ผู้ประกันตน มาตรา 33 จะได้เงินเยียวยารวมเป็นเงิน 5,000 บาท โดยคาดว่าจะได้รับเงินเยียวยาหลังจากประชุม ครม.เสร็จสิ้น หรือภายในเดือนกันยายนนี้แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเยียวยาผู้ประกันตน มาตรา 33 คนละ 2,500 บาท ในรอบที่ 2 นั้น จะได้รับเฉพาะ 13 จังหวัดพื้นที่สีแดงเข้มตามประกาศ ศบค.เท่านั้น เนื่องจากทั้ง 13 จังหวัด ถูกสั่งปิดกิจการ/กิจกรรม หรือล็อกดาวน์ อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม เป็นเวลาประมาณ 2 เดือน ดังนั้น ในส่วนของผู้ประกันตน มาตรา 33 ในพื้นที่ 16 จังหวัดสีแดงเข้ม ที่เพิ่งถูกสั่งปิดกิจการ ทีหลังในช่วงเดือนสิงหาคม จึงไม่ได้สิทธิรับเงินเยียวยาในรอบที่ 2&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจ่ายเยียวยาให้กับผู้ประกันตน มาตรา 39 และมาตรา 40 คนละ 5,000 บาท ก็จะใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าวเช่นเดียวกัน คือ หากผู้ประกันตน มาตรา 39 และมาตรา 40 ใน 13 จังหวัดสีแดงเข้ม จะได้รับเงินคนละ 5,000 บาท ครั้งที่ 2 ส่วนผู้ประกันตน มาตรา 39 และมาตรา 40 ใน 16 จังหวัด จะไม่ได้สิทธิดังกล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115851</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่ายเงินเยียวยา, น.ส.ลัดดา แซ่ลี้, ม.33, โฆษกสำนักงานประกันสังคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210814/image_big_61171dc8d7ce7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115294</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 15:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 15:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตรีนุช&#039; ไม่ได้นิ่งนอนใจมอบ&#039;ปลัด ศธ.&#039;ประสานขยายกรอบเยียวยาป.ตรี อาชีวะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1ก.ย.64-นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) กล่าวว่า ตามที่มีผู้สงสัย ว่า เหตุใดนักศึกษาระดับปริญญาตรีในสถาบันการอาชีวศึกษาทั้ง 23 แห่ง จึงไม่ได้รับความช่วยเหลือตามมาตรการของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่ให้ความช่วยเหลือผู้ปกครอง นักเรียน และนักศึกษา ในด้านค่าใช้จ่ายทางการศึกษา จำนวน 2,000 บาทต่อนักเรียน 1 คนนั้น ตนขอชี้แจงว่าในการจัดทำตัวเลขข้อมูลผู้ที่จะได้รับการเยียวยาเพื่อเสนอให้กับสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้พิจารณา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้จัดทำข้อมูลตัวเลขนักเรียน นักศึกษาในสังกัดทุกระดับ ตั้งแต่ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จำนวน 662,389 คน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จำนวน 356,757 คน และระดับปริญญาตรี จำนวน 10,538 คน รวมทุกระดับจำนวน 1,029,684 คน ซึ่งในการประชุมร่วมกับนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) และนายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ. เพื่อเคาะตัวเลขก่อนเสนอสภาพัฒน์ นางสาวตรีนุช และนายสุภัทร ก็ยืนยันตัวเลขตามที่ สอศ.เสนอ แต่เมื่อสภาพัฒน์พิจารณาและส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรีพิจารณากลับตัดกลุ่มนักศึกษาระดับปริญญาตรีของ สอศ.ออกไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลังจากที่ นางสาวตรีนุช ทราบเรื่องดังกล่าวก็ได้นิ่งนอนใจ โดยได้มอบหมายให้ ปลัด ศธ.ประสานไปยังสภาพัฒน์เพื่อทบทวนและขยายเพดานการเยียวยาให้ถึงกลุ่มนักศึกษาปริญญาตรี และตามขั้นตอนเมื่อสภาพัฒน์พิจารณาแล้วก็ต้องเสนอให้ ครม.ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป ซึ่งหากผ่านมติ ครม.แล้ว สอศ.จะเร่งดำเนินการจัดโอนงบประมาณให้กับสถาบันการอาชีวศึกษาเพื่อจ่ายเยียวยาตามมาตรการของ ศธ.ได้ทันที เพราะขณะนี้ สอศ.ได้เตรียมงบประมาณเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ไว้อยู่แล้ว&amp;quot;เลขาฯ กอศ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีการพูดถึงว่านักศึกษาระดับปริญญาตรีของ สอศ.ทำไมจึงไม่ได้รับการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา เหมือนนิสิต นักศึกษาสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่ได้รับส่วนลดเป็นลักษณะร่วมจ่าย ระหว่างรัฐและสถาบันอุดมศึกษาในอัตราส่วน 60:40 โดยค่าเล่าเรียน/ค่าธรรมเนียมการศึกษาส่วนที่ไม่เกิน 50,000 บาท ลดร้อยละ 50 นั้น มาตรการช่วยเหลือของ อว.และ ศธ.มีหลักคิดคนละกรอบแนวทาง ซึ่ง สอศ.ได้สอบถามไปยังสถาบันการอาชีวศึกษาทั้ง 23 แห่งแล้วว่าหากจะดำเนินการตามกรอบของ อว.สามารถทำได้หรือไม่ โดยได้รับคำตอบจากทุกสถาบันว่าไม่สามารถทำได้เพราะไม่มีงบประมาณที่จะนำไปร่วมจ่าย ร้อยละ 40 ประกอบกับทาง อว.เองก็ไม่ได้ดึงปริญญาตรีของ สอศ.เข้าไปร่วมในมาตรการเยียวยาดังกล่าวด้วย ดังนั้น สอศ.จึงเสนอเยียวยานักศึกษาระดับปริญญาตรีตามกรอบแนวทางที่ ศธ.กำหนด ซึ่งทั้ง 23 สถาบันการอาชีวศึกษาต่างก็เห็นด้วย และทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดี เพราะ สอศ.ได้หารือ และแจ้งความคืบหน้าให้ทราบตลอด เรื่องนี้ ศธ. โดย สอศ.ไม่ได้นิ่งนอนใจที่จะหาทางช่วยเหลือแน่นอน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115294</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, จ่ายเงินเยียวยา, ปริญญาตรีอาชีวะ, สุเทพ แก่งสันเทียะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_61010b3501f46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112234</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 19:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 19:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกันสังคมเตือนระวัง ‘มิจฉาชีพ’ หลอกขอข้อมูลรับเงินเยียวยา ผ่าน google form และ sms ปลอม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 สิงหาคม 2564 ​นางสาวลัดดา แซ่ลี้ รองโฆษกสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงการรับสิทธิรับเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งล็อกดาวน์พื้นที่สีแดงเข้ม รวม 13 จังหวัด 9 ประเภทกิจการ ว่า ขณะนี้มีผู้ประกันตนมาตรา 33 จำนวนกว่า 3.1 ล้านคน ที่มีสัญชาติไทย จะได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาลคนละ 2,500 บาท สำนักงานประกันสังคมจะจ่ายครั้งเดียวโดยโอนผ่านบัญชีพร้อมเพย์เลขบัตรประชาชนเท่านั้น ซึ่งเงินเยียวยาจะเริ่มโอนรอบแรกในวันที่ 4 - 6 ส.ค. 2564 นี้ ส่วนที่เหลือจะทยอยโอนให้ทุกวันศุกร์ ของสัปดาห์ถัดไป โดยผู้ประกันตนมาตรา 33 สามารถตรวจสอบสิทธิรับเงินเยียวยา ผ่านเว็บไซต์ www.sso.go.th&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกสำนักงานประกันสังคม กล่าวต่อว่า ขอเตือนไปยังผู้ประกันตนมาตรา 33 ว่า ขณะนี้พบพวกมิฉาชีพได้จัดทำ google form และส่งข้อความผ่าน SMS ปลอม ไปสอบถามข้อมูล ส่วนตัว เพื่อหลวกลวงให้ผู้ประกันตนแจ้งความประสงค์รับเงินเยียวยา 2,500 บาท และให้กรอกเลขบัตรประจําตัวประชาชน เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ และข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ จนนำไปกดลิงค์เพื่อยืนยัน ซึ่งเป็นการใช้ความสับสนของผู้ประกันตนมาเป็นกลลวง ที่อาจนำมาซึ่งความเสียหาย ทั้งทรัพย์สิน และการโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคล ของพวกมิฉาชีพจะนำไปใช้ประโยชน์ในทางมิชอบ สำนักงานประกันสังคมจึงขอเตือนให้ผู้ประกันตน โปรดระมัดระวังอย่าหลงเชื่อเป็นอันขาด ด้วยความห่วงใยจากสำนักงานประกันสังคม หากผู้ประกันตนมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามที่สายด่วนสำนักงานประกันสังคม 1506&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112234</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่ายเงินเยียวยา, ประกันสังคม, มิจฉาชีพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610a856bafc8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91975</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2021 15:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2021 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แรงงานจ่อถกคลัง-สภาพัฒน์จ่ายเงินเยียวยาม.33เรารักกัน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ. 2564 นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน กล่าวว่า ในวันที่ 5 ก.พ. นี้ จะมีการหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ถึงแนวทางในการจ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ในโครงการ ม.33 เรารักกัน โดยหลักเกณฑ์เบื้องต้น คือ ผู้ที่ได้รับสิทธิ์จะต้องมีรายได้ไม่เกิน 3 แสนบาทต่อปี และต้องมีเงินฝากไม่เกิน 5 แสนบาท ครอบคลุม 9 ล้านคน ซึ่งหากได้ข้อสรุปชัดเจนจะมีการเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายใน 1-2 สัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม สรุปเกี่ยวกับหลักการในการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประกันตนตามมาตรา 33 แล้วว่า จะต้องได้รับการชดเชยทั้งหมดทุกคน ที่ 3,500-4,000 บาทต่อคน เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อล้ำ และเป็นการนช่วยเหลือทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยยืนยันว่าเม็ดเงินดังกล่าวจะถึงมือผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ภายในเดือน มี.ค. 2564&amp;rdquo; นายสุชาติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานเตรียมปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้สามารถนำเงินกองทุนชราภาพราว 30% จากที่มีอยู่ 1.8 ล้านล้านบาท ออกมาให้ผู้ประกันตนได้นำไปใช้จ่ายก่อนครบกำหนดเกษียณ โดยกำลังพิจารณารูปแบบและวิธีการที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อระบบการเงินในประเทศ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ผู้ประกันตนกำลังประสบอยู่ หรืออาจนำออกมาปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำให้กับผู้ประกันตน เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ประกันตนไปกู้ยืมเงินนอกระบบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91975</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่ายเงินเยียวยา, ประกันสังคมมาตรา 33, สุชาติ ชมกลิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201231/image_big_5fed53b8b4ddc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2021 11:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2021 11:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.ยุติธรรม แจงเหตุบางคดีจ่ายเงินเยียวยาไม่ได้ เพราะอยู่ระหว่างสืบสวนหาคนร้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ม.ค.64 - นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า การช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายจากคดีอาญา ที่หลายคดีอาจจะเกิดความล่าช้าหรือยังไม่สามารถช่วยเหลือเยียวยาได้ เพราะตามข้อกำหนดของ พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จําเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 ได้กําหนดความหมายของคําว่า ผู้เสียหายว่าหมายถึง บุคคลซึ่งได้รับความเสียหาย ถึงแก่ชีวิตหรือร่างกาย หรือจิตใจเนื่องจากการกระทําความผิดอาญาของผู้อื่น โดยตนมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทําความผิดน้ัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นในบางคดีที่อยู่ในระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ยังไม่ปรากฏว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำความผิด อยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวน เราจึงยังไม่สามารถจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้เสียหายหรือครอบครัวได้ ซึ่งตรงนี้ไม่ได้เกิดจากความล่าช้าในการทำงาน แต่เป็นเรื่องของกระบวนการทางกฎหมาย เช่น คดีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ บ้านกกกอก จ.มุกดาหาร คดีคนงานสวนยางพารา ถูกคนร้ายทำร้ายร่างกายและชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์ ที่ อ.เมือง จ.เลย คดีครูทำอนาจารเด็กหญิง 9 ขวบ ที่จ.ขอนแก่น และคดีเด็กหนุ่มอายุ 16 ปีถูกฟันทั่วร่างจนเสียชีวิตแล้วทิ้งกลางนาข้าวที่ จ.เพชรบูรณ์ คดีเหล่านี้อยู่ระหว่างการสอบสวน ทำให้คดีนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการพิจารณาการจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหายฯไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ในส่วนของคดีที่อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน แม้ว่าจะยังไม่สามารถจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้เสียหายและครอบครัวได้ แต่ทางเจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดในพื้นที่ต่างๆได้ติดตามให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นอย่างเต็มที่ ทั้งการแจ้งสิทธิต่างๆที่จะได้รับ ให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย และประสานกับทางเจ้าหน้าที่เพื่อติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และเมื่อมีการสืบสวนหาคนร้ายได้แล้ว กระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จะเร่งเยียวยาผู้เสียหายและครอบครัวอย่างเร่งด่วน ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่ได้เน้นย้ำการช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของตน คือ ยุติธรรมเชิงรุก เดินหน้าทำงานให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90742</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงยุติธรรม, จ่ายเงินเยียวยา, สมศักดิ์ เทพสุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210123/image_big_600ba724ee619.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67434</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2020 12:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2020 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ชาดา&#039;อัด&#039;คลัง&#039;ล้มเหลวที่สุดในโลกจ่ายเงิน 5 พันแต่ถูกด่ายับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.63- นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี &amp;nbsp;และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า กระทรวงการคลังสอบตกคณิตศาสตร์ชั้นประถม ท่านเอาอะไรมาคิดจะให้คนนู้นคนนี้ วันนี้คนไทย 60 ล้านคน &amp;nbsp; แต่มีข้อยกเว้นบางคนได้ไม่ได้ โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร ให้10 ล้านครอบครัวไม่รู้ว่าจะได้กี่คนเพราะครอบครัวหนึ่งมีหลายคน ระวังจะจ่ายเงินเกินจำนวนประชากรของประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ท่านมีสิทธิ์อะไรจะไม่ให้ผู้ประกันตน มีสิทธิอะไรให้คนพิการ 1 พันบาท คนไทยต้องได้ถ้วนหน้าคนละ 5 พันบาท เพราะทุกคนเดือดร้อน นายกฯยังเดือดร้อนแล้วคนทั่วไปจะไม่เดือดร้อนหรืออย่างไร ตนคิดว่ามี 4-5 คนข้างนายกฯที่ไม่เดือดร้อน &amp;nbsp; อีกทั้งการจ่ายเงินยังตกหล่นมากมาย&amp;quot;
&amp;nbsp;
นายชาดา กล่าวว่า กระทรวงการคลังเขียนเรื่องกฎหมายเงินกู้ตลกมาก ไม่เปลี่ยนแปลงมาตลอด 10ปี อยากเรียกนายกฯอย่าเป็นจำเลย เบี่ยงตัวออกมา และดูลูกน้องท่านทำถูกหรือไม่ เพระปัญหาการกู้เงินที่มีปัญหาไม่เกี่ยวกับนายกฯ แต่เป็นกระทรวงการคลังทำงานล้มเหลว ดูถูกประชาชน &amp;nbsp; แจกเงินเหมือนเป็นเจ้าของและเป็นที่เดียวในโลกที่แจกเงินแล้วถูกด่า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67434</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคภูมิใจไทย, กระทรวงการคลัง, จ่ายเงินเยียวยา, ชาดา ไทยเศรษฐ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200531/image_big_5ed3409959c33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
