<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64322</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2020 17:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2020 17:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดเศร้าหนุ่มก่อสร้างผูกคอดับขอนแก่นเป็นเสาหลักครอบครัวญาติหมดทางไม่มีเงินจัดงานศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.63 - เมื่อเวลา 15.30 น.ที่ฌาปนสถาน ภายในวัดโชติการาม บ.สว่าง ม.9 ต.โจดหนองแก อ.พล จ.ขอนแก่น นางอำพร โพธิ์ชา อายุ 52 ปี พร้อมญาติพี่น้องได้นำศพของนายพิฑูรย์ สีชา อายุ 31 ปี บุตรชายซึ่งผูกคอเสียชีวิตเหตุเกิดภายในห้องน้ำของบ้านพักที่บ้านเลขที่ 154 ม.9 ต.โจดหนองแก อ.พล จ.ขอนแก่น มาตั้งบำเพ็ญกุศลตามประเพณี ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยเพื่อนบ้านที่ทราบข่าว ต่างนำเงินมาบริจาคเพื่อใช้ในการจัดงานศพ ทั้งยังคงมีการ นำข้าวสาร อาหาร และสิ่งของที่จำเป็นมาช่วยในการจัดงานศพ &amp;nbsp;เนื่องจากมารดาผู้ตายยากจนไม่มีเงินจัดงานศพให้กับลูกชายของตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุนทร สีจุลลา อายุ40 ปี เจ้าของร้านหม่ำคุณทร ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 350 ม.12 ต.โจดหนองแก อ.พล จ.ขอนแก่น ได้เดินทางไปมอบเงินในการจัดงานศพ และเนื้อหมูสด และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ ช่วยในงานศพด้วย พร้อมกับมอบหน้ากากอนามัย &amp;nbsp;เจลล้างมือ ไปให้ผู้ที่เดินทางไปร่วมในพิธีบำเพ็ญกุศลผู้ตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุนทร กล่าวว่า เป็นพ่อค้าขายหม่ำ และทำงานด้านจิตอาสา พอทราบว่ามีคนผูกคอตายที่บ้านสว่าง ม.9 ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้าน จึงเดินทางไปดูทำให้ทราบว่า มารดาและลูกชายอยู่กันเพียง 2 คน ลูกชายที่ผูกคอตาย เป็นคนขยัน หาเลี้ยงมารดามาตลอด เมื่อลูกชายตาย แม่ไม่มีเงินจัดงานศพให้ลูก จึงได้เดินทางเข้ามอบเงินและนำเนื้อหมูมามอบให้ เพื่อให้มารดา จัดพิธีบำเพ็ญกุศลลูกชายตามประเพณี ให้ผ่านไปได้ด้วยดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นางรัตนา อุปแก้ว ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบ้านสว่าง กล่าวว่า &amp;nbsp;ผู้เสียชีวิตเป็นคนไม่ค่อยพูดแต่ขยันทำมาหากิน เป็นคนหาเลี้ยงแม่มาตลอด &amp;nbsp;เมื่อคิดสั้นผูกคอตาย แม่ซึ่งมีฐานะยากจนก็ไม่มีเงินจัดงานศพให้ลูก ในฐานะผู้นำชุมชนก็หารือกับผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้านในการที่จะช่วยเหลือให้แม่ได้จัดงานศพลูกชายได้ตามประเพณี จึงได้เรี่ยรายเงินจากเพื่อนบ้าน และขอบริจาคน้ำดื่มสิ่งของจำเป็นจากผู้มีจิตศรัทธาในอำเภอพล มาให้แม่คนตาย &amp;nbsp;อีกทั้งพระสงฆ์ที่วัดก็สวดอภิธรรมศพให้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ทำให้ขณะนี้สามารถตั้งสวดอภิธรรมศพคนตายแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางรัตนา ระบุว่าผู้ตายเป็นช่างก่อสร้าง บริษัทรับเหมาที่เคยทำงานด้วย หยุดงานเพราะไม่มีงาน คนตายจึงตกงานมานานเเกือบ 2 เดือนแล้วและทราบว่า ลงชื่อรับเงินเยียวยาแต่ยังไม่ได้ ในขณะที่มารดาคนตายนั้น ได้ให้ลูกหลานลงทะเบียนรับเงินเยียวยา5,000บาท เช่นกัน การลงทะเบียน ตอบกลับว่าผ่าน แต่เงินไม่เข้าบัญชี เนื่องจากไม่มีการเดินบัญชี จึงยังไมได้รับเงินเยียวยา เชื่อว่าด้วยปัญหาหลายๆอย่างทำให้ผู้ตายคิดสั้นก็เป็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นางอำพร กล่าวว่า ตนเองมีลูก2คน ลูกสาวมีครอบครัวแล้ว ที่บ้านจึงเหลือเพียงลูกชาย ที่เลี้ยงดูแม่มาตลอด ส่วนสามีหรือพ่อของผู้ตายนั้น เลิกกันไปนานแล้ว เมื่อลูกชายตายก็ไม่รู้จะพึ่งพาใคร เพราะบ้านที่อาศัยอยู่นั้น เป็นบ้านที่สร้างขึ้นบนที่ดินเป็นของคนอื่นที่ใจดีให้ปลูกบ้านอาศัยอยู่ ซึ่งศพลูกชายคงตั้งไว้ที่วัดวันเดียวและจะเผาในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากไม่มีเงินที่จะจัดงานให้กับบุตรชาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามผู้มีจิตศรัทธา อยากช่วยเหลือมารดาผู้ตาย สามารถบริจาคเข้าบัญชีของมารดาผู้ตาย ธนาคาร ธกส. สาขาเมืองพล หมายเลขบัญชี 020176169052 ชื่อบัญชี น.ส.อำพร โพธิ์ชา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64322</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่ายเงินเยียวยา5พัน, วัดโชติการาม อ.พล จ.ขอนแก่น, หนุ่มก่อสร้างขอนแก่นผูกคอดับ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200426/image_big_5ea566f19c574.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64117</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2020 13:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2020 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คนพิการ&quot;บุกคลังโวยถูกทิ้งไว้ข้างหลัง จี้จ่ายเยียวยา5พันบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย. 63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2563 เวลา 08.30 น. ณ กระทรวงการคลัง ประตู 4 ซอยอารีย์คณะกรรมการบริหารสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ได้เข้ายื่นหนังสือที่กระทรวงการคลังขอให้รัฐบาลจ่ายเงิน 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน ที่อยู่ในฐานข้อมูลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จำนวน 2 ล้านคน โดยกลุ่มคนพิการได้ยื่นหนังสือที่กระทรวงการคลัง ถึงนายกรัฐมนตรีด้วย

สำหรับหนังสือที่ยื่นถึงกระทรวงการคลัง เรื่องขอให้คนพิการเข้าถึงมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยเฉพาะเงินชดเชยรายได้ 5,000 บาท 3 เดือน มีรายละเอียด ดังนี้ ตามที่รัฐบาลออกมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ต่อเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงและทางอ้อมระยะที่สอง แต่คนพิการส่วนใหญ่จากจำนวนคนพิการทั้งหมด 2 ล้านคน ไม่สามารถเข้าถึงมาตรการเงินเยียวยา 5,000 บาทได้ เช่น กรณีกลุ่มคนพิการผู้ค้าสลากจริง แต่ไม่มีรายชื่ออยู่ในระบบโควตาของรัฐบาล หรือ กลุ่มหมอนวดคนพิการ ที่มีชื่ออยู่ในมาตรา 33 ของกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม แต่ปัจจุบันไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ไปจนถึงครอบครัวผู้พิการที่ต้องดูแลผู้พิการที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีแต่ไม่เข้าเกณฑ์เยียวยา เป็นต้น

อีกทั้งมาตรการระยะที่ 3 และ พ.ร.ก.กู้เงินฉุกเฉิน 1 ล้านล้านบาท ไม่ปรากฏถึงคนพิการแม้แต่ตัวอักษรเดียวและไม่มีถ้อยคำใด ที่จะทำให้เชื่อได้ว่า คนพิการสามารถเข้าถึงมาตรการเยียวยาได้ยืนยันได้ชัดเจนว่าคนพิการและครอบครัวถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ดังนั้น สภาคนพิการและภาคีเครือข่ายคนพิการจึงเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการ 5 ข้อ ดังนี้ 1. จ่ายเงินเยียวยา 5,000 บาทต่อเนื่อง 3 เดือนให้ผู้พิการจำนวน 2 ล้านคนคนเป็นงบประมาณ 30,000 ล้านบาท 2.ขอให้รัฐบาลสร้างหลักว่ามาตรการดูแลและเยียวยาระยะที่สาม และจาก พ.ร.ก.ทั้งสามฉบับรวมถึงแผนงานและโครงการตามบัญชีท้ายพระราชกำหนดจะต้องมีการวางแผนใช้งบประมาณเหล่านั้นให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด โปร่งใสที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มคนพิการ ต้องสามารถเข้าถึงได้อย่างถ้วนหน้าทั่วถึง สะดวก รวดเร็ว และต่อเนื่อง รวมทั้งให้องค์กรคนพิการมีส่วนร่วมในการออกแบบมาตรการเยียวยาด้วย

3. ขอให้รัฐบาลออกมาตรการช่วยค่าไฟฟ้า 3 เดือนให้คนพิการทุกครัวเรือนทั้งกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้ามิเตอร์ขนาดไม่เกิน 5 แอมป์ และเกิน 5 แอมป์ หากใช้ไม่เกิน 3,000 หน่วยให้ใช้ไฟฟ้าฟรี 4.ขอให้รัฐบาลออกมาตรการ รับเบี้ยคนพิการล่วงหน้าได้จำนวน 10 เดือนตามความสมัครใจ และ 5.ให้รัฐบาลโดยกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เร่งปฏิบัติตามมติคณะกรรมการคนพิการแห่งชาติโดยการโอนเงินจากกองทุนคนพิการให้คนพิการที่มีบัตรทุกคนคนละ 1,000 บาทโดยเร็ว

ต่อมาในเวลา 09.30 น.นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ลงมารับหนังสือดังกล่าว พร้อมแจงว่า กลุ่มผู้พิการ อยู่ในกลุ่มเปราะบาง ที่ขณะนี้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดมาตรการทั้งหมด เพื่อเตรียมเสนอคณะกรรมการเยียวยา

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64117</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนพิการ, จ่ายเงินเยียวยา5พัน, เราไม่ทิ้งกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200424/image_big_5ea2802bea3c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63438</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2020 14:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2020 14:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039;ย้ำคนนับล้านรอทบทวนสิทธิ์เยียวยาเปิดช่องร้องเรียนศูนย์พท.ทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17 เม.ย.63 - น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีรัฐบาลจะเปิดให้ประชาชนผู้เดือดร้อนสามารถอุทธรณ์สิทธิ์เงินเยียวยา 5,000 บาทได้ในวันที่ 20 เม.ย.ว่า จากการลงพื้นที่ของ ส.ส.พรรคเพื่อไทย พบว่ายังมีผู้เดือดร้อนจำนวนมากยังไม่ได้รับเงินเยียวยา และเฝ้าคอยการขอทบทวนสิทธิ์ในครั้งนี้ ดังนั้นเมื่อกระทรวงการคลังเปิดให้ดำเนินการ หวังว่าผู้รับผิดชอบจะได้เตรียมระบบต่างๆไว้อย่างรอบคอบรัดกุม ให้ผู้เดือดร้อนสามารถอุทธรณ์สิทธิ์ได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น เพราะใช้เวลาเตรียมการมานานพอสมควร โดยเรื่องนี้พรรคเพื่อไทยได้แจ้งให้ศูนย์ประสานงานของพรรคทั่วประเทศคอยสนับสนุนช่วยเหลือและให้คำปรึกษาแก่ผู้เดือดร้อนที่พบข้อขัดข้องหรือไม่สามารถดำเนินการด้วยตัวเองได้ เพื่อลดปัญหาอุปสรรคลงไปให้เหลือน้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยังมีผู้เดือดร้อนนับล้านที่ยังไม่ได้รับเงินเยียวยา ดังนั้นการขอทบทวนสิทธิ์ในวันจันทร์นี้ต้องรัดกุมแต่ไม่ยุ่งยาก เชื่อว่ารัฐน่าจะทำได้ดีเพราะเตรียมการมานาน ขออย่าให้ผิดหวัง อย่างไรก็ตาม หากผู้เดือดร้อนมีข้อขัดข้องหรือคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถใช้ช่องทางร้องเรียนผ่านมาทางศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทยทั่วประเทศ โดยพรรคเพื่อไทยยินดีรวบรวมข้อขัดข้อง ข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อเสนอรัฐบาลดำเนินการแก้ไขต่อไป&amp;rdquo;น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวอีกว่า เงินเยียวยา 5,000 บาทถือเป็นเงินก้อนสำคัญในการต่ออายุผู้เดือดร้อนในช่วงขาดรายได้ เพราะทุกคนต่างมีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น หากผู้ยื่นอุทธรณ์สามารถแสดงหลักฐานต่างๆ เพื่อยืนยันได้ว่ามีสิทธิ์จริง ก็จะได้รับเงินเยียวยาทันที ดังนั้นจึงขอให้ผู้มีสิทธิ์ทุกคนเตรียมข้อมูลเบื้องต้นให้พร้อม และขอเรียกร้องรัฐบาลได้ประชาสัมพันธ์วิธีการขั้นตอนและหลักฐานในการทบทวนสิทธิ์ให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้เดือดร้อนทำความเข้าใจและเตรียมการล่วงหน้า เมื่อรัฐเปิดดำเนินการจะได้ลื่นไหลได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทราบว่ารัฐบาลแนะนำให้ผู้เดือดร้อนทำการอุทธรณ์ด้วยตนเองผ่านระบบ online จะถูกต้อง และรวดเร็วที่สุด โดยให้ดำเนินการผ่าน www.เราไม่ทิ้งกัน.com ซึ่งจะมีการเพิ่มปุ่ม อุทธรณ์ เพื่อให้ผู้ที่ต้องการยื่นอุทธรณ์เข้าไปกรอกข้อมูลโดยรัฐยืนยันว่า ไม่มีความซับซ้อน หรือยุ่งยาก เพราะข้อมูลส่วนใหญ่มีการลงทะเบียนเอาไว้แล้ว ดังนั้นจึงขอให้ทุกฝ่ายเตรียมพร้อม และเมื่อเพิ่มปุ่มอุทธรณ์เมื่อใด ขอให้รัฐประชาสัมพันธ์วิธีการกรอกข้อมูลที่ถูกต้องให้ประชาชนทราบด้วย&amp;rdquo; น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63438</URL_LINK>
                <HASHTAG>www.เราไม่ทิ้งกัน.com, การระบาดของไวรัสโควิด-19, จ่ายเงินเยียวยา5พัน, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190627/image_big_5d148eaeb86bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
