<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108356</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 07:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 07:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไพศาล&#039;ชี้ช่องผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากประกาศฉุกเฉินหากรัฐไม่จ่ายเยียวยาก็ฟ้องศาลได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.64 - นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
ผู้ประกอบการทุกประเภท และประชาชนทุกคน
ที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศใช้สถานการณ์ฉุกเฉินตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 ถึงปัจจุบันนี้!!!
มีสิทธิตามกฎหมายฉุกเฉินที่บัญญัติว่า ให้รัฐต้องจ่ายค่าเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการประกาศใช้สถานการณ์ฉุกเฉิน!
ดังนั้นผู้ได้รับผลกระทบทุกคน ทุกราย จึงมีสิทธิตามกฎหมายในการขอรับการเยียวยาจากรัฐ ตามจำนวนที่ได้รับผลกระทบหรือความเสียหาย!!!
ถ้าหากรัฐไม่ยอมจ่ายเงินค่าเยียวยาหรือจ่ายน้อยกว่าความเสียหาย ก็สามารถนำคดีขึ้นฟ้องต่อศาลแพ่งหรือศาลจังหวัดทั่วประเทศได้
สำหรับกรณีที่ ผลกระทบหรือความเสียหายเกิดขึ้น เพราะ การออกมาตรการใดๆ
โดยทุจริต
โดยไม่สุจริต
โดยเลือกปฏิบัติ
โดยไม่ชอบ หรือ
โดยเกินความจำเป็น!!!
&amp;nbsp;การออกมาตรการนั้นเป็นความผิดทางอาญา อีกด้วย
&amp;nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบสามารถนำคดีขึ้นฟ้องร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตได้!&amp;quot;! และถ้ามีความเสียหายด้วยก็มีสิทธิ์เรียกค่าเสียหายไปพร้อมกันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108356</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่ายเยียวยา, นายไพศาล พืชมงคล, ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_606414cb52dc2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98553</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เร่งรัดจ่ายเยียวยา ฮีโร่ดับเพลิงไฟไหม้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; คปภ.ลงพื้นที่ช่วยเหลือด้านประกันภัยจากกรณีบ้าน 3 ชั้นไฟไหม้พังถล่มที่กฤษดานคร 31 เขตทวีวัฒนา ตรวจสอบข้อมูลบ้านเกิดเหตุ บรรเทาความเดือดร้อนครอบครัว เร่งรัดจ่ายเยียวยาฮีโร่ดับเพลิง ผู้เสียชีวิต กว่า 2.5 ล้านบาท ด้านตำรวจธรรมศาลาเร่งหาหลักฐานที่เกิดเหตุ ห้ามคนไม่เกี่ยวข้องเข้าเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 6 เม.ย. ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) กล่าวว่า จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเลขที่ 138/12 หมู่บ้านกฤษดานคร 31 เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2564 เป็นเหตุให้บ้านลักษณะอาคาร 3 ชั้น เกิดพังถล่มได้รับความเสียหายทั้งหลัง และมีผู้เสียชีวิต 5 ราย ในจำนวนนั้นเป็นอาสาสมัครของสมาคมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งอยู่ระหว่างเข้าช่วยเหลือดับเพลิง 4 ราย ได้แก่ นายธนภพ ประไพ อายุ 44 ปี, นายสมัญญา นิลธง อายุ 48 ปี, นายอรรถพล ท้วมทอง อายุ 26 ปี และนายสุทัศน์ เปลี่ยนกลัด อายุ 38 ปี อีก 1 รายคือ นายเกียรติ แพ้ตเตอร์สัน อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นเลขานุการเจ้าของบ้าน และผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.สุทธิพลกล่าวว่า เบื้องต้นได้สั่งการให้สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ และสำนักงาน คปภ.เขตท่าพระ เร่งช่วยเหลือและสำรวจความเสียหายอย่างเร่งด่วนผ่านแพลตฟอร์ม การรายงานข้อมูลกรณีอุบัติภัยกลุ่มหรือรายใหญ่ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยสำนักงาน คปภ.เขตท่าพระได้ลงพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการประกันภัยให้กับผู้ได้รับความเสียหายและได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เพลิงไหม้อย่างใกล้ชิดแล้ว โดยติดตามและตรวจสอบข้อมูลการทำประกันภัยของบ้านหลังดังกล่าว รวมทั้งผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ เพื่อให้ระบบประกันภัยช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้รับรายงานจากสำนักงาน คปภ.เขตท่าพระว่า บ้านหลังดังกล่าวได้ทำประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยไว้กับบริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กรมธรรม์เลขที่ FA050127-21RBK เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 29 มีนาคม 2564 สิ้นสุดวันที่ 29 มีนาคม 2565 จำนวนเงินเอาประกันภัย 7,920,000 บาท ทรัพย์สินที่เอาประกันภัย เฉพาะสิ่งปลูกสร้างตัวอาคาร (ไม่รวมฐานราก) ซึ่งบริษัทประกันภัยได้เข้าสำรวจภัยเพื่อตรวจสอบความเสียหายของทรัพย์สินแล้ว และพร้อมจ่ายค่าสินไหมทดแทนทันทีหากหลักฐานครบถ้วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ในครั้งนี้
จากการตรวจสอบข้อมูลการทำประกันภัยพบว่า ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ได้ทำประกันภัยประเภทต่างๆ ไว้ ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.นายสมัญญา นิลธง ได้ทำประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลไว้กับบริษัท เอไอเอ จำกัด กรมธรรม์เลขที่ P31559955-2 เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 26 มิถุนายน 2563 สิ้นสุดวันที่ 26 มิถุนายน 2564 โดยคุ้มครองการเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง 625,000 บาท และประกันชีวิตแบบเอไอเอ สะสมทรัพย์ 25/15 พิเศษ (มีเงินปันผล) ไว้กับบริษัท เอไอเอ จำกัด กรมธรรม์เลขที่ T208878704 เริ่มสัญญาวันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 ครบสัญญาวันที่ 15 พฤศจิกายน 2585 จำนวนเงินเอาประกันภัย 204,048.60 บาท และสัญญาเพิ่มเติมแนบท้ายกรมธรรม์ประกันชีวิต จำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.นายอรรถพล ท้วมทอง ได้ทำประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลไว้กับบริษัท เอไอเอ จำกัด กรมธรรม์เลขที่ P10337228-2 เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 สิ้นสุดวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 โดยคุ้มครองกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง 375,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.นายสุทัศน์ เปลี่ยนกลัด ได้ทำประกันชีวิต คุ้มครองโควิด-19 ไว้กับบริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กรมธรรม์เลขที่ 630013734 เริ่มสัญญาวันที่ 20 มีนาคม 2563 ครบสัญญาวันที่ 20 มีนาคม 2564 จำนวนเงินเอาประกันภัยกรณีเสียชีวิตทุกกรณี 10,000 บาท ทั้งนี้อยู่ในช่วงระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัย คงเหลือจำนวนเงินเอาประกันภัย 9,550 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.นายเกียรติ แพ้ตเตอร์สัน ได้ทำประกันชีวิตแบบเอไอเอ ตลอดชีพ ชำระเบี้ยประกันภัย 20 ปีไว้กับบริษัท เอไอเอ จำกัด กรมธรรม์เลขที่ T300117075 เริ่มสัญญาวันที่ 2 ธันวาคม 2559 สิ้นสุดวันที่ 2 ธันวาคม 2576 จำนวนเงินเอาประกันภัย 200,000 บาท และสัญญาเพิ่มเติมอุบัติเหตุ (เอ.ดี.ดี.) จำนวนเงินเอาประกันภัย 1,000,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.นายสุรศักดิ์ เปลี่ยนกลัด (ผู้บาดเจ็บ) ได้ทำประกันชีวิตแบบเอไอเอ ตลอดชีพ ชำระเบี้ยประกันภัย 20 ปี (ไม่มีเงินปันผล) ไว้กับบริษัท เอไอเอ จำกัด กรมธรรม์เลขที่ T218150849 เริ่มสัญญาวันที่ 24 ธันวาคม 2562 สิ้นสุดวันที่ 24 ธันวาคม 2631 จำนวนเงินเอาประกันภัย 200,000 บาท และสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ เอไอเอ เอช แอนด์ เอส พลัส โกลด์ จำนวนเงินเอาประกันภัย 1,000,000 บาท โดยการพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่งไม่เกิน 500,000 บาท และเงินชดเชยรายได้การเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลวันละ 3,000 บาท ไม่เกิน 365 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตซึ่งได้ทำประกันภัยไว้ทั้ง 4 ราย ได้สั่งการให้ประสานบริษัทประกันภัยดังกล่าวเร่งจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตโดยเร็ว เบื้องต้นจากกรณีอุบัติเหตุครั้งนี้ ครอบครัวของฮีโร่ดับเพลิง ผู้เสียสละชีวิต และเลขานุการเจ้าของบ้าน ผู้เสียชีวิต ได้รับเงินเยียวยาจากระบบประกันภัย รวมทั้งสิ้น 2,513,598.60 บาท จากการประกันภัยอุบัติเหตุ 2,000,000 บาท และการประกันชีวิต 513,598.60 บาท อย่างไรก็ตาม หากตรวจสอบพบภายหลังว่าผู้ประสบภัยมีการทำประกันภัยประเภทอื่นๆ เพิ่มเติม จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมตามสัญญาประกันภัยที่ระบุไว้อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายว่า วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ธรรมศาลาลงพื้นที่เร่งหาหลักฐานบ้านที่เกิดเหตุไฟไหม้พังถล่ม โดยประกาศห้ามผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าบริเวณพื้นที่เกิดเหตุโดยเด็ดขาด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98553</URL_LINK>
                <HASHTAG>คปภ., จ่ายเยียวยา, ตรวจสอบข้อมูลบ้านเกิดเหตุ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เร่งรัดจ่ายเยียวยาฮีโร่ดับเพลิง, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210406/image_big_606c5d09bfe68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90638</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2021 12:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2021 12:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมาคมนักร้องลูกทุ่งฯร้องนายกฯพักชำระหนี้6เดือน-เยียวยา3เดือนบรรเทาเดือดร้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 ม.ค.64 -&amp;nbsp; เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์รัฐบาล สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ฝั่งก.พ.) นายสมบูรณ์ จุลมุสิก นายกสมาคมนักร้องลูกทุ่งแห่งประเทศไทย ยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์​โอชา​ นายก​รัฐมนตรีและรมว.กลาโหม​ เพื่อขอความช่วยเหลือจากวิกฤตสถานการณ์โควิด 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายสมบูรณ์ กล่าวว่า สมาคมนักร้องลูกทุ่งแห่งประเทศไทยในฐานะตัวแทนศิลปิน ศิลปินขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล จากสถานการณ์โควิด-19 ในครั้งนี้ โดยขอให้ภาครัฐและเอกชนพิจารณาการพักชำระหนี้ ค่าสาธารณูปโภค เช่น การชำระค่าน้ำประปา การชำระค่าไฟฟ้า การชำระหนี้จากการทำนิติกรรมการเช่าทรัพย์ และการเช่าซื้อ ตลอดจนการผ่อนการชำระหนี้จากการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินประเภทต่างๆ เช่น บ้านและรถยนต์ โดยขอความช่วยเหลือให้มีการพักชำระหนี้เป็นเวลา 6 เดือน ระหว่างเดือนม.ค.-มิ.ย.64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอให้รัฐบาลพิจารณาจ่ายเงินให้กับผู้มีอาชีพศิลปินนักร้อง จำนวน 3 เดือน เพื่อเป็นมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90638</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่ายเยียวยา, สมาคมนักร้องลูกทุ่งแห่งประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210122/image_big_600a61f436a4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46389</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2019 10:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2019 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อุตตม&#039;ย้ำรัฐบาลทุ่ม 24,810 ล้านเยียวยาภัยแล้ง-น้ำท่วมผ่านธ.ก.ส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.62- นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่องการ ช่วยเหลือเยียวยา และหาทางป้องกันภัยธรรมชาติในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปีนี้สภาพอากาศบ้านเราแปรปรวนมาก มีทั้งภัยแล้งและน้ำท่วม ได้สร้างผลกระทบกับพี่น้องเกษตรกรอย่างมาก โดยเฉพาะชาวนา ซึ่งรัฐบาลมีความห่วงใยพี่น้องเกษตรกรที่ประสบภัยอย่างยิ่ง และพยายามช่วยเหลือเยียวยาอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานนี้ (22 ก.ย.) ผมได้เดินทางไปที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อติดตามมาตรการฟื้นฟูเยียวยาเกษตรกร ทั้งในส่วนที่ประสบปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รัฐบาลได้กำหนดมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ผ่าน ธ.ก.ส. เช่น โครงการสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2562/63 โดยมอบเงินช่วยเหลือค่าต้นทุนการผลิต ในอัตราไร่ละ 500 บาท ตามพื้นที่ที่ปลูกข้าวจริง แต่ไม่เกินครัวเรือนละ 20 ไร่ วงเงิน 24,810 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายเกษตรกรที่จะได้รับประโยชน์ 4.31 ล้านครัวเรือน ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยแล้งและน้ำท่วมที่ส่งผลให้เกษตรกรมีภาระต้นทุนการผลิตข้าวสูงขึ้น และยังเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ได้มอบหมาย ธ.ก.ส. พิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบปัญหาอุทกภัยอย่างเต็มที่ โดยเบื้องต้นได้จัดหาถุงยังชีพ และสนับสนุนศูนย์อพยพหรือจุดรวมพล โดยเมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ ก็จะพิจารณามอบเงินช่วยเหลือ ทั้งในเรื่องของการซ่อมแซมบ้าน ของใช้จำเป็นในครัวเรือน การซ่อมแซมเครื่องมือ เครื่องจักรกลทางการเกษตร เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านภาระหนี้สินที่มีอยู่กับ ธ.ก.ส. ก็ได้มีมาตรการขยายระยะเวลาชำระหนี้ และพิจารณาให้สินเชื่อ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินที่จำเป็นในครัวเรือน เพื่อป้องกันการก่อหนี้นอกระบบ ไม่เกินรายละ 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 ในช่วง 6 เดือนแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูการผลิตและพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่น ค่าลงทุนสร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โรงเรือนการเกษตร เครื่องมือเครื่องจักรกลที่จะนำมาใช้ในการฟื้นฟูอาชีพ เป็นต้น ไม่เกินรายละ 500,000 บาท ชำระคืนไม่เกิน 15 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4.875 ต่อปี รวมวงเงินสินเชื่อเพื่อรองรับมาตรการต่าง ๆ ดังกล่าว จำนวน 65,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการลงพื้นที่ดังกล่าว นอกจากจะเพื่อติดตามความช่วยเหลือเกษตรกรแล้ว ผมยังพยายามมองหาแนวทางการลดผลกระทบภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย ผมคิดว่าเราควรจัดการกับปัญหาเหล่านี้อย่างเต็มรูปแบบ เพราะการเกิดภัยธรรมชาติแต่ละครั้งได้สร้างความลำบากให้พี่น้องประชาชนอย่างหนัก สูญเสียโอกาส และงบประมาณมหาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นเราจึงควรป้องกันมากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งรัฐบาลจะมีแนวทางในการบริหารจัดการเรื่องนี้โดยเร็วต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46389</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่ายเยียวยา, นายอุตตม สาวนายน, น้ำท่วม-ภัยแล้ง, รมว.คลัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d8834643526c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34907</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฎีกาสั่ง6ประกันจ่ายเผาตลท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ฎีกาพิพากษากลับ 6 บริษัทประกันภัย จ่ายเยียวยา &amp;quot;ตลาดหลักทรัพย์&amp;quot; ร่วม 100 &amp;nbsp;ล้าน หลังถูกวางเพลิงเหตุการณ์เผาเมืองปี 2553 &amp;nbsp; ศาลระบุเพลิงไหม้เพราะกลุ่มบุคคล 10 คนอำพรางใบหน้า จึงไม่มีน้ำหนักว่าเกิดจากการลุกฮือต้านรัฐบาล หรือก่อการร้าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา หมายเลขดำ 8132/2561 ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, บริษัทศูนย์รับฝากทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท แฟมิลี่ โนฮาว จำกัด โจทก์ที่ 1-3 ยื่นฟ้อง บริษัท นิวแฮมพ์เชอร์อินชัวรันส์, บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท ฟอลคอลประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลยที่ 1-6 ในเรื่องประกันภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยทั้งหกให้การทำนองเดียวกันว่า จำเลยทั้งหกไม่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพราะความเสียหายจากการวางเพลิงเผาอาคารของโจทก์ที่ 1 และทรัพย์สินของโจทก์ทั้งสามที่อยู่ในอาคารของโจทก์ที่ 1 เกิดจากการก่อความไม่สงบของประชาชนที่ถึงขนาดลุกฮือต่อต้านรัฐบาล และเป็นการก่อการร้าย เข้าข้อยกเว้นความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัย จำเลยทั้งหกไม่ต้องรับผิดทั้งความเสียหายจากการทุบทำลาย เพลิงไหม้ น้ำที่ใช้ดับเพลิงจากอุปกรณ์ดับเพลิงอัตโนมัติ และควันไฟมิใช่ภัยเนื่องจากการกระทำอันป่าเถื่อน และกระทำด้วยเจตนาร้ายมุ่งหวังเพื่อทำลายตัวทรัพย์ที่เอาประกันเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นการกระทำของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่กระทำโดยมุ่งหวังให้เกิดความไม่สงบขึ้นในบ้านเมือง และเป็นการกระทำโดยมีจุดมุ่งหมายทางการเมืองเป็นสำคัญ และโจทก์ทั้งสามเรียกค่าเสียหายสูงเกินส่วน ขอให้ยกฟ้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีผู้บริโภค พิพากษายืน โจทก์ทั้งสามฎีกา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์ที่ 1 เป็นนิติบุคคลตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ประกอบกิจการตลาดหลักทรัพย์โดยไม่นำผลกำไรมาแบ่งปันกัน จัดให้มีการให้บริการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียน จัดระบบและวิธีการซื้อขายหลักทรัพย์โจทก์ที่ 2 และที่ 3 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด โดยโจทก์ที่ 2 ประกอบกิจการรับฝากหลักทรัพย์ส่วนโจทก์ที่ 3 ประกอบกิจการจัดการงานนิทรรศการ การแสดงสินค้า การฝึกอบรม และประชุมสัมมนา จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลจดทะเบียน ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รับหนังสือรับรองให้ประกอบธุรกิจรับประกันวินาศภัย จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด ประกอบธุรกิจรับประกันวินาศภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 31 ม.ค.2553 โจทก์ทั้งสามร่วมกับผู้เอาประกันรายอื่นทำสัญญาประกันภัยสิ่งปลูกสร้างเป็นอาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เลขที่ 26 ถนนรัชดาภิเษก แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร (รวมฐานราก) ที่จอดรถ สิ่งต่อเติมต่างๆ กำแพงประตู รั้วตลอดแนว เฟอร์นิเจอร์สิ่งตกแต่งต่างๆ อุปกรณ์สำนักงาน เครื่องใช้ไฟฟ้าและระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ทุกชนิดระบบปรับอากาศและระบบอื่นๆ เครื่องจักร และอุปกรณ์ทุกชนิด ระบบลิฟต์ เสาอากาศ และระบบสัญญาณวิทยุ ระบบโทรทัศน์วงจรปิดพร้อมอุปกรณ์ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และทรัพย์สินต่างๆ ภายในสถานที่เอาประกันภัย รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆ และทรัพย์สินอื่นๆ ทุกชนิดในอาคารดังกล่าวไว้ต่อจำเลยทั้งหก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคุ้มครองการเสี่ยงภัยทุกชนิดระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.2553 ถึงวันที่ 31 ม.ค.2554 จำนวนเงินเอาประกันภัย 3,474,408,510.33 บาท จำเลยทั้งหกแบ่งสัดส่วนการรับประกันภัยตามลำดับ โดยกรมธรรม์ประกันภัยมีข้อยกเว้นความรับผิดว่า การประกันภัยไม่คุ้มครองความเสียหายอันเป็นผลโดยตรงหรือโดยอ้อมมาจาก หรือสืบเนื่องมาจากการก่อความไม่สงบของประชาชนถึงขนาดลุกฮือต่อต้านรัฐบาล การกบฏ การปฏิวัติ การยึดอำนาจการปกครองโดยทหาร หรือการก่อการร้ายโดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคล ซึ่งเกี่ยวข้องกับขบวนการผู้ก่อการร้ายที่ใช้กำลังอย่างรุนแรงเพื่อผลทางการเมือง และรวมถึงการใช้กำลังอย่างรุนแรงเพื่อสร้างความหวาดกลัวแก่สาธารณชนตามกรมธรรม์ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างวันที่ 12 มี.ค.2553 ถึงวันที่ 19 มี.ค. 2553 มีเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่ม นปช. เพื่อประท้วงรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น โดยเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ลาออกจากตำแหน่งหรือยุบสภา และให้มีการเลือกตั้งใหม่ มีการตั้งเวทีใหญ่บริเวณแยกราชประสงค์ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าหลายแห่ง และมีการตั้งเวทีย่อยบริเวณแยกคลองเตย ใกล้อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีการปิดการจราจรบนถนนรอบพื้นที่การชุมนุมทุกแห่ง การชุมนุมมีการใช้ความรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553 รัฐบาลส่งกำลังทหารสลายการชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์ และได้เกิดเหตุเพลิงไหม้สถานที่หลายแห่ง รวมทั้งอาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทำให้ทรัพย์สินของโจทก์ทั้งสามได้รับความเสียหายโจทก์ทั้งสาม จึงได้แจ้งเหตุความเสียหายต่อจำเลยทั้งหก ซึ่งจำเลยทั้งหกมอบให้บริษัทแม็คลาเรนส์ (ประเทศไทย) จำกัด สำรวจความเสียหายจากเหตุดังกล่าว แล้วปฏิเสธความรับผิด อ้างว่าเหตุความเสียหายเข้าข้อยกเว้นความรับผิดตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย โจทก์ทั้งสามบอกกล่าวทวงถามให้จำเลยทั้งหกรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน แต่จำเลยทั้งหกเพิกเฉยไม่ชำระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ทั้งสามได้รับอนุญาตให้ฎีกาในประการแรกว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ทรัพย์สินที่เอาประกันภัยเกิดจากภัยประเภทใดและเป็นภัยที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยตามฟ้องหรือไม่ เมื่อปรากฏว่าเหตุความเสียหายต่อทรัพย์สินตามฟ้องเป็นผลมาจากมีกลุ่มบุคคลบุกรุกเข้าไปในอาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และก่อให้เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารจนทำให้ทรัพย์สินของโจทก์ทั้งสามที่อยู่ภายในอาคารและตัวอาคารดังกล่าวได้รับความเสียหาย ความเสียหายดังกล่าวจึงเป็นภัยที่เกิดจากเหตุเพลิงไหม้และการกระทำด้วยเจตนาร้าย ซึ่งเป็นภัยที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ทางนำสืบของคู่ความทั้งสองฝ่ายไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าเหตุเพลิงไหม้อาคารเกิดขึ้นตอน 15.00 น. ภายหลังแกนนำประกาศยุติชุมนุมตอน 13.00 น. ตลอดจนผู้ก่อเหตุทุบทำลายและเผาอาคาร ก็มีประมาณ 10 คน ทั้งเป็นกลุ่มบุคคลที่ปิดบังอำพรางใบหน้า และกลุ่มที่ทำในลักษณะมีเจตนาก่อเหตุร้ายแล้วหลบหนีไปทันที โดยไม่มีประชาชนอื่นใดร่วมกระทำการ พยานหลักฐานของจำเลยทั้งหกไม่มีน้ำหนักที่จะรับฟังว่าเหตุเพลิงไหม้ตามฟ้องเป็นผลมาจากการก่อความไม่สงบของประชาชนที่ลุกฮือต่อต้านรัฐบาล และเป็นการก่อการร้ายเพื่อหวังผลทางการเมืองตามข้อต่อสู้ของจำเลยทั้งหก ดังนั้นจำเลยทั้งหกจึงไม่อาจอ้างข้อยกเว้นความรับผิดชอบตามกรมธรรม์ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาว่าจำเลยทั้งหกต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ทั้งสามเพียงใด ข้อนี้โจทก์ทั้งสามนำสืบความเสียหายของโจทก์แต่ละรายไว้แล้ว พร้อมตารางสรุปจำนวน โดยโจทก์มิได้นำสืบแสดง รายละเอียดความเสียหายตามที่กล่าวอ้างในแต่ละรายการ แต่กลับปรากฏความเสียหายบางรายการที่มิใช่ความเสียหายอันเกิดจากวินาศภัยภายใต้ความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย ยังได้คำเบิกความของเจ้าหน้าที่วิศวะอาคารและหัวหน้าช่างซ่อมบำรุงอาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พยานโจทก์ทั้งสามว่า ทรัพย์สินบางรายการ เช่น พรมหรือเฟอร์นิเจอร์ อาจไม่ต้องซ่อมแซม เพียงแต่ทำความสะอาดก็สามารถใช้งานได้ดังเดิม เมื่อจำเลยทั้งหกปฏิเสธโต้เถียงว่าโจทก์ทั้งสามเรียกค่าเสียหายสูงเกิน กรณีจึงไม่อาจรับฟังว่าโจทก์ทั้งสามต้องเสียหายตามจำนวนที่กล่าวอ้าง แต่แม้โจทก์ทั้งสามจะนำสืบความเสียหายได้ ไม่สมข้ออ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคมีอำนาจกำหนดให้ตามควรแก่พฤติการณ์ จึงเห็นควรกำหนดค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 89 ล้านบาท ส่วนโจทก์ที่ 2 ที่เรียกร้องค่าเสียหายเป็นค่าซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ 8 ชุด ซึ่งเป็นความเสียหายที่ไม่อยู่ในความคุ้มครองตามกรมธรรม์ฯ ส่วนค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนผ้าหุ้มเก้าอี้พนักงาน จำนวน 13,209 บาท ก็ไม่มีหลักฐานการชำระเงิน คงมีเฉพาะส่วนที่จำเลยทั้งหกได้นำสืบยอมรับค่าเสียหายของโจทก์ที่ 2 มีเพียง 50,414 บาท ดังนั้นศาลจึงเห็นควรกำหนดค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 57,500 บาท ส่วนโจทก์ที่ 3 ศาลเห็นควรกำหนดค่าเสียหายจำนวน 9 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อปรากฏว่าหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคาร พวกโจทก์ได้มีหนังสือเรียกร้องค่าสินไหม และหนังสือแจ้งปรับปรุงข้อมูลความเสียหายให้จำเลยทั้งหกชำระ แต่พวกจำเลยมีหนังสือแจ้งปฏิเสธความรับผิด โจทก์ทั้งสามขอให้บังคับจำเลยทั้งหกรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย มิใช่ผู้กระทำละเมิด เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2554 จึงถือว่าจำเลยทั้งหกผิดนัดชำระตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค.2554 จึงต้องได้รับดอกเบี้ยตั้งแต่วันดังกล่าว ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสามมานั้น ศาลฎีกาฯ ไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทั้งสามฟังขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าสินไหมทดแทน 26,700,000 บาท จำเลยที่ 2 ใช้ค่าสินไหมทดแทน 17,800,000 บาท จำเลยที่ 3 ใช้ค่าสินไหมทดแทน 13,350,000 บาท จำเลยที่ 4 ใช้ค่าสินไหมทดแทน 13,350,000 บาท จำเลยที่ 5 ใช้ค่าสินไหมทดแทน 8,9000,000 บาท และจำเลยที่ 6 ใช้ค่าสินไหมทดแทน 8,900,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 4 ม.ค.2554 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าสินไหมทดแทน 17,250 บาท จำเลยที่ 2 ใช้ค่าสินไหมทดแทน 11,500 บาท จำเลยที่ 3 ใช้ค่าสินไหมทดแทน 8,625 บาท จำเลยที่ 4 ใช้ค่าสินไหมทดแทน 8,625 บาท จำเลยที่ 5 ใช้ค่าสินไหมทดแทน 5,750 บาท และจำเลยที่ 6 ใช้ค่าสินไหมทดแทน 5,750 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 4 ม.ค. 2554 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 2&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าสินไหมทดแทน 2,700,000 บาท จำเลยที่ 2 ใช้ค่าสินไหมทดแทน 1,800,000 บาท จำเลยที่ 3 ใช้ค่าสินไหมทดแทน 1,350,000 บาท จำเลยที่ 4 ใช้ค่าสินไหมทดแทน 1,350,000 บาท จำเลยที่ 5 ใช้ค่าสินไหมทดแทน 900,000 บาท และจำเลยที่ 6 ใช้ค่าสินไหมทดแทน 900,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 4 ม.ค. 2554 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 3.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34907</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่ายเยียวยา, ตลาดหลักทรัพย์, ถูกวางเพลิงเหตุการณ์เผาเมืองปี 2553, ศาลฎีกาพิพากษา, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190501/image_big_5cc9bb320c7f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
