<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105825</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 17:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 17:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ‘หมอวรงค์’ แฉอีกวงการรถไฟเน่า ผู้รับเหมาต้องจ่าย ‘ฝิ่น’ ค่าอำนวยความสะดวก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย. 2564 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม&amp;nbsp; รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom มีเนื้อหาดังนี้ ผมได้รับการร้องเรียน จากผู้รับเหมาในวงการรถไฟ ยืนยันถึงการต้องจ่ายเงินค่าซื้อ&amp;rdquo;ฝิ่น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ฝิ่น&amp;quot;หมายถึง การซื้อแบบก่อนกำหนดเวลา และมีค่าใช้จ่ายอื่นๆในการอำนวยความสะดวก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รับร้องเรียนมาเพื่อพิจารณาครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ นพ.วรงค์&amp;nbsp; โพสต์คลิปวิดีโอผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ในหัวเรื่อง&amp;quot;saveเงินประชาชน 7,000 ล้านบาท&amp;quot; เกี่ยวกับการประมูลรถไฟทางคู่ 2 สาย สายเหนือ และสายอีสาน ว่า&amp;nbsp; &amp;quot;มีกระแสข่าวไม่ดี มีกลิ่นตุๆ ว่า อาจจะมีการเอาเงินของประชาชนไปมากกว่า 7,000 ล้านบาท ถ้าพี่น้องทุกคนช่วยกันเราจะสามารถประหยัดได้ถึง 7,000 ล้านบาท ช่วงนี้มีการประมูลแล้ว ซึ่งการจะปกป้องทุจริตคอร์รัปชัน เราต้องมีเจตจำนงทางการเมืองที่สูงมาก ใช้หัวจิตหัวใจร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกัน เชิญชวนทุกคนร่วมกันปกป้องงบประมาณพี่น้อง 7,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้รถไฟทางคู่สายเหนือ ช่วง เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 323 กิโลเมตร วงเงิน 72,920 ล้านบาท และสายอีสาน ช่วงบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กิโลเมตร วงเงิน 55,458 ล้านบาท วงเงินรวม 2 เส้นทาง 128,000 ล้านบาท ได้มีการประมูลเสร็จสิ้นไปแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเงื่อนไขสายเหนือ ได้แบ่งสัญญาออกเป็น 3 สัญญา ราคากลางเฉลี่ย สัญญาละ 24,306 ล้านบาท รวมอาณัติสัญญาณ และบริษัทที่จะเข้าประมูลต้องมีผลงานก่อสร้างทางรถไฟในประเทศ 15 % ของวงเงินแต่ละสัญญา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเงื่อนไขสายอีสาน ได้แบ่งสัญญาออกเป็น 2 สัญญา ราคากลางเฉลี่ยสัญญาละ 27,728 ล้านบาท รวมอาณัติสัญญาณ ต้องมีผลงานก่อสร้างทางรถไฟในประเทศ 15 % ของวงเงินแต่ละสัญญา ซึ่งการกำหนดเงื่อนไขสัญญารถไฟทางคู่ทั้ง 2 สาย ในลักษณะนี้ทำให้มีเอกชนทั้งประเทศเพียง 5 ราย ที่เข้าเงื่อนไขไปประมูลได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ทั้ง 2 สาย ได้ซอยย่อยสัญญาออกเป็น 5 สัญญาพอดี อีกทั้งผลการประมูลสายเหนือ 3 สัญญา ราคาที่ประมูลได้เฉลี่ย 24,286 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง สัญญาละ 20 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.08% ประหยัดไป 60 ล้านบาท ส่วนผลประมูลสายอีสาน ทั้ง 2 สัญญา ราคาที่ประมูลได้เฉลี่ย 27,705 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง สัญญาละ 23 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.08% เช่นเดียวกับสายเหนือ ประหยัดไป 46 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หากนำไปเปรียบเทียบการประมูลรถไฟทางคู่สายใต้ ปี 2560 ยุครัฐบาล คสช. เส้นทางนครปฐม-หัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร ระยะทาง 420 กิโลเมตร วงเงิน 3.6 หมื่นล้านบาท ได้ซอยเป็น 5 สัญญา ราคากลางเฉลี่ยสัญญาละ 7,200 ล้านบาท และไม่รวมอาณัติสัญญาณ ที่สำคัญคือ เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันมากขึ้น ด้วยการกำหนดให้บริษัทที่จะเข้าร่วมประมูลต้องมีผลงานก่อสร้างทางรถไฟไม่น้อยกว่า 10% ของแต่ละสัญญา ทำให้มีการแข่งขันกันมากขึ้น และส่งผลให้เปลี่ยนแปลงเรื่องราคา ซึ่งผลการประมูลสามารถประหยัดงบประมาณเฉลี่ยสัญญาละ 408 ล้านบาท หรือประเทศประหยัดภาษีคิดเป็น 5.56%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมแล้วการประมูลรถไฟทางคู่สายใต้ ประหยัดงบประมาณไปกว่า 2,040 ล้านบาท จากยอดวงเงิน 36,000 ล้านบาท ขณะที่การประมูลรถไฟทางคู่สายเหนือ ประหยัดงบไปเพียง 60 ล้านบาท จากยอด 72,920 ล้านบาท สายอีสาน ประหยัดงบ 46 ล้านบาท จากยอด 55,458 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากการประมูลรถไฟทางคู่สายเหนือและสายอีสาน ใช้เงื่อนไขแบบเดียวกับการประมูลรถไฟทางคู่สายใต้ ประเทศจะประหยัดเงินภาษีประชาชนถึง 7,000 ล้านบาท ถามว่า ถ้าเราจะประหยัดเงิน 7,000 ล้านบาท ทำไมการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ไม่ทำ แล้วเงิน 7,000 ล้านบาทนี้ไปอยู่ที่ไหน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งผมไม่ทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทราบเรื่องนี้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ควรจะทราบว่ามันเกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ทราบว่าจะมีการเซ็นสัญญาประมาณเดือนกรกฎาคมนี้ จึงอยากให้พี่น้องประชาชนทุกคนช่วยกันปกป้องการทุจริตคอร์รัปชัน และถือโอกาสนี้เรียนท่านนายกรัฐมนตรีโปรดดำเนินการด้วยครับ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105825</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่ายฝิ่น, จ่ายใต้โต๊ะ, ทุจริต, น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, ผู้รับเหมา, รถไฟ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210509/image_big_6097449c0500b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16900</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2018 18:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2018 18:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉขบวนค้าของเถื่อนขน &#039;หัวหอม-กระเทียม&#039; เข้าไทยวันละ100คัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฉขบวนการค้าของเถื่อนขนส่ง &amp;quot;หัวหอม-กระเทียม&amp;quot; ราคาถูกจากตลาดปาดังเบซาร์ ประเทศมาเลเซีย ผ่านด่านชายแดนวังประจัน จ.สตูล ส่งขายถึงกรุงเทพฯ เผยนายทุนใหญ่เลี่ยงภาษี บรรทุก 10 คันแต่จ่ายภาษีแค่คันเดียว อีก 9 คันจ่ายใต้โต๊ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย. 61 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ชายแดนวังประจัน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล ว่า ในช่วงเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาได้พบความเคลื่อนไหวผิดปกติบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย โดยมีขบวนรถกระบะและรถสิบล้อวิ่งผ่านเข้า-ออกชายแดนวังประจัน เป็นจำนวนมาก โดยบรรทุกหัวหอม-กระเทียมจากประเทศมาเลเซียผ่านด่านศุลกากรวังประจันเข้ามายังประเทศไทย จึงขอให้ช่วยตรวจสอบเรื่องดังกล่าวเชื่อว่าเป็นเรื่องที่ไม่ชอบมาพากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการลงพื้นที่พบว่า รถบรรทุกและรถกระบะจำนวนมากเหล่านั้น บรรทุกหัวหอมและกระเทียม โดยไปรับจากโกดังที่เป็นเอเย่นต์จำหน่ายสินค้าหนีภาษีให้กับขบวนการค้าหัวหอมและกระเทียมจาก จ.สตูล โดยโกดังตั้งอยู่ที่ตลาดปาดังเบซาร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งติดต่อกับชายแดน อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งในแต่ละวันจะมีรถบรรทุกหัวหอมและกระเทียมจากโกดังแห่งนี้วิ่งเข้าสู่ประเทศไทยมากกว่า 100 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหัวหอมและกระเทียม ที่นำจากโกดังในตลาดปาดังเบซาร์ ผ่านเข้าสู่ จ.สตูล ทางด่านศุลกากรวังประจัน อ.ควนโดน เป็นของเจ๊รายหนึ่ง&amp;nbsp;ซึ่งรู้จักกันในวงการค้าของเถื่อนได้เปิดบริษัทนำเข้าสินค้าจากประเทศมาเลเซีย โดยในอดีตจะใช้วิธีหลบหนีภาษี 100% แต่หลังจากที่ศุลกากรมีมาตรการให้จ่ายภาษีปากระวาง ก็จะใช้วิธีจดทะเบียนตั้งเป็นบริษัท จำกัด เพื่อเสียภาษีนำเข้าบางส่วน แต่ส่วนใหญ่ยังคงใช้วิธีเลี่ยงภาษีด้วยการจ่ายเงินใต้โต๊ะให้กับเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการลงพื้นที่หาข้อมูลในการนำเข้าหัวหอมและกระเทียม ทางด่านศุลกากรวังประจัน พบว่า ผู้นำเข้าร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ โดยเสียภาษี 1 คัน แถม 10 คัน หมายความว่าอีก 9 คันถูกปล่อยเข้ามา โดยใช้วิธีการพิเศษระหว่างเจ้าของสินค้ากับเจ้าหน้าที่ ซึ่งในแต่ละวัน จะมีการเสียภาษี 10 คัน แต่ได้รับการแถม 90 คันด้วยการเสียภาษีวิธีพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากที่มีการนำสินค้าเถื่อนขึ้นรถกระบะจากตลาดปาดังเบซาร์ วิ่งผ่านด่านศุลกากรวังประจันแล้ว ก็จะนำมาส่งไปยังจุดหมายปลายทาง ซึ่งเป็นเอเย่นต์ที่รับซื้อในไทย โดยเฉพาะที่กรุงเทพฯ เนื่องจากราคาหัวหอมและกระเทียมจากประเทศมาเลเซียมีราคาถูกกว่าไทยครึ่งต่อครึ่ง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ราคาหัวหอมและกระเทียมของเกษตรกรผู้ปลูกในไทยได้รับผลกระทบถูกกดราคามาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ประชาชนผู้ร้องเรียนยังแจ้งอีกว่า การตรวจสอบการนำเข้าหัวหอมและกระเทียมผ่านทางด่านวังประจันว่ามีความโปร่งใสหรือไม่ สามารถตรวจสอบเอกสารเสียภาษีในแต่ละวันว่า มีการเสียภาษีปากระวางกี่คันรถ และที่ขนออกมาโดยไม่มีการเสียภาษีหรือเสียภาษีด้วยวิธีการใต้โต๊ะมีจำนวนเท่าไหร่ สามารถดูได้จากกล้องวงจรปิดที่รถผ่านเข้า-ออก รวมทั้งหลักฐานอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตคือ จ.สตูล มีชุดภัยแทรกซ้อนของ กอ.รมน.ตั้งอยู่ ซึ่งมีผลงานในการจับบ่อนการพนัน จับน้ำมันเถื่อน แต่เหตุใดจึงไม่มีการตรวจสอบขบวนลักลอบนำเข้าหัวหอมและกระเทียมรายใหญ่ที่สุดของจังหวัดชายแดนภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16900</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้าของเถื่อน, จ่ายใต้โต๊ะ, ชายแดนวังประจัน, ด่านศุลกากร, ตลาดปาดังเบซาร์, สตูล, หัวหอม-กระเทียมมาเลเซีย, เจ้าแม่วังประจัน, เลี่ยงภาษี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180905/image_big_5b8fb0761b447.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
