<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>7733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2018 12:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2018 11:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลไม่รับฟ้องคดี&#039;จ่าโอ๋&#039;ฟ้อง2สารวัตรหักเบี้ยเลี้ยงซื้อแอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24&amp;nbsp;เม.ย. 61 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลอ่านคำสั่งชั้นตรวจคำฟ้องในคดีที่ จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด หรือจ่าโอ๋ อดีต ผบ.หมู่ สส.สน.พหลโยธิน เดินทางมาเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ต.ชลากร ปานแดง และ พ.ต.ต.เอกราช โอมาก อดีต สว.สส.สน.พหลโยธิน ที่ปัจจุบันถูกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่ สน.ดอนเมือง และ สน.สายไหม เป็นจำเลยที่ 1-2 ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจข่มขืนใจหรือจูงใจให้ผู้อื่นมอบทรัพย์สินให้ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต และปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ หรือโดยทุจริตฯ ตามมาตรา 157 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับ 2,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันนี้ทนายโจทก์ผู้รับมอบอำนาจเดินทางมาฟังคำสั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์คำฟ้องโจทก์ประกอบรายงานชั้นตรวจคำฟ้องแล้ว ที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นสารวัตรสืบสวนและเป็นผู้บังคับบัญชาของโจทก์ กับตำรวจชั้นประทวน สน.พหลโยธิน จึงเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ได้ร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต โดยร่วมกันออกคำสั่งข่มขู่บังคับให้หักเบี้ยเลี้ยงของโจทก์กับพวกอีก&amp;nbsp;11&amp;nbsp;คน โดยให้โจทก์ได้รับเบี้ยเลี้ยงคนละ&amp;nbsp;2,500&amp;nbsp;บาท จากที่โจทก์มีสิทธิได้รับเงินจำนวน&amp;nbsp;5,720&amp;nbsp;บาท และให้ไปถอนเงินเบี้ยเลี้ยงส่วนเกินมามอบให้จำเลยทั้งสอง หากไม่ทำจะถูกจำเลยทั้งสองกลั่นแกล้งหรือโดนโยกย้าย อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการจ่ายเบี้ยเลี้ยงของทางราชการ โดยเจตนาให้โจทก์และผู้ใต้บังคับบัญชาได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ ซึ่งโจทก์กับพวกไม่ยินยอมและไม่พอใจ แต่ต้องจำยอม ซึ่งจำเลยทั้งสองได้เบี้ยเลี้ยงจากโจทก์และตำรวจชั้นประทวนอีก&amp;nbsp;11&amp;nbsp;คน รวมเป็นเงิน&amp;nbsp;25,300&amp;nbsp;บาท และจำเลยทั้งสองนำเงินไปซื้อเครื่องปรับอากาศเพื่อประโยชน์แก่จำเลยทั้งสองและผู้อื่น การกระทำของจำเลยจึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบให้เกิดความเสียหาย มีเจตนาทุจริต นำเงินไปซื้อเครื่องปรับอากาศโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย และข่มขืนใจโจทก์ให้ส่งมอบทรัพย์สินแก่จำเลยทั้งสอง ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้รับความเดือดร้อนเสียหาย ขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา&amp;nbsp;83, 90, 148, 157&amp;nbsp;นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลเห็นว่า การกระทำที่จะผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา&amp;nbsp;148&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;157&amp;nbsp;ต้องเป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งของเจ้าพนักงานนั้นเองโดยมิชอบ และปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติสิ่งที่อยู่ในหน้าที่ของเจ้าพนักงานนั้นเองโดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดโดยทุจริต ตามคำฟ้องโจทก์ฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองดำรงตำแหน่งสารวัตรสืบสวน มีหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เป็นเจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน เกี่ยวกับการจับกุม ปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมาย และเกี่ยวกับการสืบสวนนั้น หมายถึงการแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐาน ซึ่งพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจได้ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน และเพื่อจะทราบรายละเอียดแห่งความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตั้งด่านตรวจของโจทก์กับพวกซึ่งเป็นตำรวจชั้นประทวน แม้อยู่ใต้การบังคับบัญชาของจำเลยทั้งสอง ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา แต่การที่โจทก์กับพวกจะได้รับค่าตอบแทน เบี้ยเลี้ยงจากการปฏิบัติหน้าที่ก็เป็นกรณีที่ทางราชการได้วางระเบียบหรือหลักเกณฑ์ไว้ในทางบริหารต่างหาก และตามเอกสารท้ายฟ้องของโจทก์ก็ได้ระบุว่า สน.พหลโยธิน ยังต้องส่งหลักฐานขอเบิกเบี้ยเลี้ยงต่อผู้บังคับบัญชาระดับสูงขึ้นไป เพื่อพิจารณาอนุมัติ ตามฟ้องก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการจ่ายเงินค่าเบี้ยเลี้ยงให้แก่โจทก์กับพวก ที่จะถือได้ว่าจำเลยทั้งสองเป็นเจ้าพนักงาน มีอำนาจหน้าที่จะออกคำสั่งหักเงินเบี้ยเลี้ยงของโจทก์กับพวกหรือข่มขู่บังคับโจทก์กับพวกให้นำเงินเบี้ยเลี้ยงส่วนเกินมามอบให้โจทก์ทั้งสอง ที่จะถือได้ว่าเป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งของจำเลยทั้งสองโดยมิชอบฯ การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงไม่อาจเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา&amp;nbsp;148&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;157&amp;nbsp;ไม่ใช่คดีทุจริตและประพฤติมิชอบตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ที่จะรับไว้พิจารณาพิพากษาได้ จึงมีคำสั่งไม่รับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณา ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7733</URL_LINK>
                <HASHTAG>2สารวัตรสน.พลโยธิน, จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด, จ่าโอ๋, สน.พลโยธิน, หักเบี้ยเลี้ยงซื้อแอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5adeb5e82b724.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6734</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2018 12:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2018 12:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จ่าโอ๋&#039;ขอโทษเป็นต้นเหตุตร.โดนห้ามแต่งเครื่องแบบถ่ายรูปออกโซเชียล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.61-จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด หรือ จ่าโอ๋ ผู้บังคับหมู่งานสืบสวน สน.พหลโยธิน ช่วยราชการฝ่ายสืบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ซึ่งเคยออกมาร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ถูกผู้บังคับบัญชาเรี่ยไรเงินร่วมกับตำรวจชั้นประทวนรวม 11 นาย เพื่อนำไปซื้อเครื่องปรับอากาศติดตั้งในห้องสืบสวน สน.พหลโยธิน อย่างไม่เป็นธรรม ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว &amp;quot;จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด&amp;quot; แชร์ข่าว https://www.thaipost.net/main/detail/6687 เรื่อง &amp;quot;ห้ามตร.แต่งเครื่องแบบถ่ายรูปออกสื่อโซเชียล&amp;quot; พร้อมระบุข้อความ &amp;quot;#ผมต้องขอโทษทุกๆท่านด้วยครับผมคือต้นเหตุ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจาก จ.ส.ต.เลอศักดิ์ แชร์ข่าวและโพสต์ข้อความดังกล่าว ได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ให้กำลังใจ จ่าโอ๋ ในการปฎิบัติหน้าที่ และตั้งข้อสังเกตุในคำสั่งดังกล่าว หากมีการห้ามถ่ายภาพออกสื่อโซเชียลต่อไปเวลาตำรวจจับกุมผู้ต้องหาจะสามารถถ่ายภาพแถลงข่าวเผยแพร่ได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ข่าว&amp;quot;ห้ามตร.แต่งเครื่องแบบถ่ายรูปออกสื่อโซเชียล&amp;quot; เนื้อหาเป็นหนังสือคำสั่งของ พล.ต.ต.วิวัฒน์ ลีลาเขตต์ ผู้บังคับการกองทะเบียนพล (ผบก.ทพ.) กำชับการปฏิบัติราชการของข้าราชการในสังกัดทะเบียนพล อ้างถึงการประชุมบริหารครั้งที่ 6 /2561 ที่ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2561 กำชับการปฏิบัติของข้าราชการในสังกัดเกี่ยวกับการแต่งเครื่องแบบปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้น ให้การปฏิบัติราชการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยจึงกำชับให้ถือปฏิบัติตามหนังสือ สำนักงานกำลังพล ที่ 0009.09/8988 ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 โดยท้ายหนังสือดังกล่าว ผบก.ทพ.ระบุ ห้ามมิให้ข้าราชการตำรวจถ่ายภาพขณะแต่งเครื่องแบบตำรวจเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ทุกกรณี จึงแจ้งมาเพื่อทราบและถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาพล.ต.ต.วิวัฒน์ ออกมาระบุว่า &amp;nbsp;ได้ออกหนังสือคำสั่งดังกล่าวเพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติเฉพาะในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองทะเบียนพล เพราะถ้าตำรวจแต่งกายไม่เรียบร้อย ผมยาว สีเครื่องแต่งกายไม่ถูกต้อง หากนำไปลงสังคมออนไลน์จะไม่ดีต่อตัวของผู้ใต้บังคับบัญชาเอง และอาจถูกจเรตำรวจลงโทษทางวินัยได้ จึงต้องกำชับป้องกันไว้ก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6734</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด, จเรตำรวจ, จ่าโอ๋, ตำรวจ, พล.ต.ต.วิวัฒน์ ลีลาเขตต์, โซเชียล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acaf2a6bd010.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2018 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2018 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จ่าโอ๋&#039; เปิดแล้วแซทไลน์ &#039;ซื้อแอร์&#039; ตร.ชั้นผู้น้อยโวลั่นลูกน้องใกล้จะตายอยู่แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย. 61 - จากกรณี หน้ากรณี จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด หรือ &amp;quot;จ่าโอ๋&amp;quot; ผบ.หมู่ สส.สน.พหลโยธิน นำเอกสารร้องเรียนขอความเป็นธรรม สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) หลัง พ.ต.ต.ชลากร ปานแดง สว.สส.สน.พหลโยธิน และ พ.ต.ต.เอกราช โอมาก สว.สส.สน.พหลโยธิน ใช้อำนาจหน้าที่สั่งการขอหักเงินเบี้ยเลี้ยงจากตำรวจชั้นผู้น้อย 11 นาย เพื่อใช้จัดซื้อเครื่องปรับอากาศ ติดตั้งในห้องสืบสวน สน.พหลโยธิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าวทำให้ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้ลงนามหนังสือบันทึกข้อความ ที่ 0015.112/4246 วันที่ 31 มีนาคม 2561 เรื่อง ข้าราชการตำรวจปฏิบัติหน้าที่ ตามหนังสือ บก.น.2 ที่ 0015.(บก.น.2) 12/921 ลงวันที่ 31 มี.ค.61 เสนอ บช.น.อนุมัติให้ข้าราชการตำรวจในสังกัด ไปปฏิบัติราชการนอกเขตพื้นที่รับผิดชอบ &amp;nbsp;โดยให้พ.ต.ต.ชลากร ปานแดง สว.สส.สน.พหลโยธิน ไปปฏิบัติราชการในตำแหน่ง สว.สส.สน.ดอนเมือง และ พ.ต.ต.เอกราช โอมาก สว.สส.สน.พหลโยธิน ไปปฏิบัติราชการในตำแหน่ง สว.สส.สน.สายไหม &amp;nbsp;ส่วน&amp;quot;จ่าโอ&amp;quot; ให้ไปปฏิบัติราชการในตำแหน่ง ผบ.หมู่ (สส.) สน.ทุ่งสองห้อง &amp;nbsp;เนื่องจากทั้งสามเป็นคู่กรณีอยู่ระหว่างการสอบสวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวานนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ ได้รับมอบอำนาจจาก จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด หรือจ่าโอ๋ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ต.ชลากร ปานแดง และ พ.ต.ต.เอกราช โอมาก อดีต สว.สส.สน.พหลโยธิน ที่ปัจจุบันถูกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่ สน.ดอนเมือง และ สน.สายไหม เป็นจำเลยที่ 1-2 ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจข่มขืนใจหรือจูงใจให้ผู้อื่นมอบทรัพย์สินให้ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต และปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ หรือโดยทุจริตฯ ตามมาตรา 157 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับ 2,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดวันนี้ จ.ส.ต.เลอศักดิ์ ได้เผยแพร่บทสนทนาผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ผ่าน&amp;nbsp;ผู้จัดการออนไลน์&amp;nbsp;โดยนายตำรวจชั้นประทวนแสดงความไม่พอใจที่ถูกเอาเงินจากการตั้งด่านความมั่นคงไปซื้อเครื่องปรับอากาศ ทั้งๆ ที่ลูกน้องใกล้จะอดตายอยู่แล้ว พร้อมทั้งสนับสนุน จ.ส.ต.เลอศักดิ์ ให้เอาผิดกับสารวัตรทั้งสองนายด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6510</URL_LINK>
                <HASHTAG>2สารวัตรสน.พลโยธิน, จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด, จ่าโอ๋, ซื้อแอร์, สน.พลโยธิน, แซทไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180405/image_big_5ac58d26bd877.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6477</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2018 20:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่าโอ๋ส่งทนายฟ้อง 2สารวัตร&#039;ขืนใจ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จ่าโอ๋ลุยแหลก ส่งทนายยื่นฟ้องศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เอาผิด 2 สว.คู่กัด ใน 2 ข้อหาโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต ศาลนัดฟังคำสั่ง 24 เม.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 4 เมษายนนี้ ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนนครไชยศรี นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ ได้รับมอบอำนาจจาก จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด หรือจ่าโอ๋ อดีต ผบ.หมู่ สส.สน.พหลโยธิน เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ต.ชลากร ปานแดง และ พ.ต.ต.เอกราช โอมาก อดีต สว.สส.สน.พหลโยธิน ที่ปัจจุบันถูกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่ สน.ดอนเมือง และ สน.สายไหม เป็นจำเลยที่ 1-2 ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจข่มขืนใจหรือจูงใจให้ผู้อื่นมอบทรัพย์สินให้ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต และปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ หรือโดยทุจริตฯ ตามมาตรา 157 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับ 2,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 28 ก.พ.-5 มี.ค.2561 เวลากลางวัน ต่อเนื่องกัน จำเลยทั้งสองในฐานะผู้บังคับบัญชาของโจทก์ ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบโดยกระทำต่อโจทก์ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ และร่วมกันกระทำโดยทุจริตทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ รวมทั้งตำรวจชั้นประทวนอีกหลายนาย โดยอาศัยอำนาจจากการดำรงตำแหน่ง สว.สืบสวน สน.พหลโยธิน ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของโจทก์และตำรวจชั้นประทวนในฝ่ายสืบสวนของ สน.พหลโยธิน ได้ร่วมกันออกคำสั่ง ข่มขู่บังคับให้หักเบี้ยเลี้ยงของโจทก์และผู้ใต้บังคับบัญชาคนอื่นจำนวน 11 คน โดยให้ไปถอนเงินเบี้ยเลี้ยงมาส่งมอบให้กับจำเลยทั้งสอง อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการจ่ายเบี้ยเลี้ยงของทางราชการ โดยมีเจตนาเพื่อให้โจทก์และผู้ใต้บังคับบัญชาได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ ไม่ได้รับเงินเบี้ยเลี้ยงตามระเบียบของทางราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ จำเลยทั้งสองยังมีเจตนาร่วมกันที่จะนำเอาเงินเบี้ยเลี้ยงของโจทก์และผู้ใต้บังคับบัญชาไปซื้อเครื่องปรับอากาศเพื่อประโยชน์ของจำเลยทั้งสองและบุคคลอื่น ซึ่งจำเลยทั้งสองไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะกระทำได้ โดยจำเลยทั้งสองร่วมกันมีคำสั่งให้โจทก์และตำรวจชั้นประทวนทุกนายได้รับเบี้ยเลี้ยงเท่ากันทุกนายเพียงคนละ 2,500 บาท ส่วนที่เกินให้ไปถอนเงินมาส่งมอบให้กับ ร.ต.อ.สุนทร ไตรเวช และ ร.ต.อ.สัญญลักษ์ สังขะภักดี ซึ่งดำรงตำแหน่ง รอง สว.สืบสวน เพื่อรวบรวมเงินไปส่งมอบให้กับจำเลยทั้งสอง หากโจทก์และผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ทำตามจะถูกจำเลยทั้งสองกลั่นแกล้งหรือโดนโยกย้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อโจทก์และตำรวจชั้นประทวน 11 คนได้รับทราบคำสั่ง ทุกคนต่างไม่ยินยอมและไม่พอใจ แต่โจทก์และตำรวจชั้นประทวนทุกนายจำยอมต้องไปถอนเงินของตนจากบัญชีของแต่ละคนมาส่งมอบให้กับจำเลยทั้งสองในจำนวนที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ 140 บาท-6,300 บาท โดยผลของการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของจำเลยทั้งสองได้ไป ซึ่งเงินสดจากโจทก์จำนวน 3,220 บาท และเมื่อรวมเงินทั้งหมดที่จำเลยทั้งสองได้ไปจากโจทก์และตำรวจชั้นประทวนรวม 11 คน รวมเป็นเงิน 25,300 บาท รายละเอียดปรากฏตามสำเนาเอกสารการสนทนาในกลุ่มไลน์ของฝ่ายสืบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากที่โจทก์และตำรวจชั้นประทวนรวม 11 นาย ถูกบังคับให้หักเบี้ยเลี้ยงตามฟ้อง โจทก์และตำรวจชั้นประทวนทั้ง 11 นาย ได้รับความเสียหาย ตำรวจฝ่ายสืบสวนชั้นประทวนทั้งหมดจึงมอบหมายให้โจทก์ไปดำเนินคดีกับจำเลยทั้งสอง โดยเมื่อวันที่ 27 มี.ค.2561 โจทก์จึงร้องทุกข์ต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริตอันเป็นความผิดต่อตำแหน่งของเจ้าพนักงาน และกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ซึ่งเป็นต้นสังกัดของโจทก์ แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 29 มี.ค.2561 เวลากลางคืน โจทก์ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับคดีนี้ ต่อมา บช.น.ได้แถลงข่าวว่าจะสอบสวนทางวินัยกับโจทก์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การกระทำดังกล่าวของจำเลยทั้งสอง จึงเป็นการร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มีเจตนาเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ และเป็นการแสวงหาประโยชน์จากเงินของโจทก์และผู้ใต้บังคับบัญชา โดยมีเจตนาทุจริตเพื่อนำเงินไปซื้อเครื่องปรับอากาศเพื่อประโยชน์ของจำเลยทั้งสองและบุคคลอื่นโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่กระทำได้ และเป็นการข่มขืนใจโจทก์ให้ส่งมอบทรัพย์สินให้กับจำเลยทั้งสอง การกระทำของจำเลยทั้งสองไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของทางราชการแต่อย่างใด เพราะหากจะมีการซื้อเครื่องปรับอากาศมาติดในห้องทำงานหรือห้องสืบสวนจะต้องผ่านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของทางราชการ ไม่ใช่มาบีบบังคับโจทก์ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาให้นำเงินเบี้ยเลี้ยงมาชำระค่าเครื่องปรับอากาศ อันเป็นการสร้างความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสกับโจทก์และตำรวจชั้นประทวน การกระทำของจำเลยทั้งสองมีเจตนาเพื่อให้เกิดความเสียหายเป็นพิเศษแก่โจทก์และผู้ใต้บังคับบัญชา เหตุเกิดที่แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเดชากล่าวว่า มาฟ้องกรณีเรื่องเงินเบี้ยเลี้ยง ไม่มีเรื่องส่วยหรือความขัดแย้งอื่นมาเกี่ยวข้อง ซึ่งในส่วนของจ่าโอ๋ โดนหักเงินจำนวน 3,220 บาท ส่วนตำรวจชั้นประทวนอีก 10 คน โดนหักไม่เท่ากัน รวมเป็นเงิน 25,300 บาท ยืนยันได้รับแจ้งจากจ่าโอ๋ว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด โดยมีหลักฐานเป็นการคุยแช้ตไลน์ และการนำคดีมาฟ้องไม่ใช่เพื่อจะไปการเจรจาต่อรองกับผู้บังคับบัญชา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังยื่นฟ้องแล้ว นายเดชาเปิดเผยว่า ศาลรับไว้เป็นคดีดำ อท.81/2561 โดยศาลนัดฟังคำสั่งวันที่ 24 เม.ย.นี้ เวลา 09.00 น. เพื่อจะมีคำสั่งว่าจะรับคดีไว้ไต่สวนมูลฟ้องหรือไม่รับฟ้อง หรือยังต้องแก้ไขคำฟ้องเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ จ.ส.ต.เลอศักดิ์ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) รวมทั้งร้องเรียนต่อกองบัญชาการตำรวจนครบาล ถึงกรณีที่ 2 สารวัตรสืบสวนหักเงินเบี้ยเลี้ยงไปซื้อเครื่องปรับอากาศดังกล่าว กระทั่ง พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. มีคำสั่งย้าย พ.ต.ต.ชลากร ปานแดง สว.สส.สน.พหลโยธิน ไปเป็น สว.สส.สน.ดอนเมือง พ.ต.ต.เอกราช โอมาก สว.สส.สน.พหลโยธิน ไปเป็น สว.สส.สน.สายไหม และย้าย จ.ส.ต.เลอศักดิ์ไปเป็น ผบ.หมู่ (สส.) สน.ทุ่งสองห้อง ระหว่างรอผลการสอบสวน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6477</URL_LINK>
                <HASHTAG>2 สว.คู่กัด, ข่มขู่บังคับ, จ่าโอ๋, ตำรวจชั้นประทวน, ทุจริต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หักเบี้ยเลี้ยง, โทษสูงสุดถึงประหารชีวิต, ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180404/image_big_5ac4d8648fe62.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2018 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2018 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จ่าโอ๋&#039;ลุยต่อส่งทนายฟ้องข้อหาหนัก2สารวัตรหักเบี้ยเลี้ยงซื้อแอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 เม.ย.61 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความได้รับมอบอำนาจจาก จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด หรือจ่าโอ๋ อดีต ผบ.หมู่ สส.สน.พหลโยธิน เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ต.ชลากร ปานแดง และ พ.ต.ต.เอกราช โอมาก สว.สส.สน.พหลโยธิน ซึ่งปัจจุบันถูกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่ สน.ดอนเมือง และ สน.สายไหม เป็นจำเลยที่ 1-2 ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจข่มขืนใจหรือจูงใจให้ผู้อื่นมอบทรัพย์สินให้ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต และปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ หรือโดยทุจริตฯ ตามมาตรา 157 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับ 2,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีที่บังคับให้ตำรวจชั้นประทวน 11 นาย สังกัด สน.พหลโยธิน ผู้ใต้บังคับบัญชา นำเงินเบี้ยเลี้ยงจากการปฏิบัติหน้าที่ตั้งด่านความมั่นคงบริเวณปากซอยลาดพร้าว 1 รวม 25,300 บาท มาใช้ซื้อเครื่องปรับอากาศติดตั้งในห้องสอบสวน เหตุเกิดระหว่างเดือน พ.ค.-มิ.ย. 2560&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายเดชา กล่าวว่า มาฟ้องกรณีเรื่องเงินเบี้ยเลี้ยง ไม่มีเรื่องส่วยหรือความขัดแย้งอื่นมาเกี่ยวข้อง ซึ่งในส่วนของจ่าโอ๋ โดนหักเงินจำนวน 3,220 บาท ส่วนตำรวจชั้นประทวน 10 คน โดนหักไม่เท่ากัน รวมเป็นเงิน 25,300 บาท ยืนยันได้รับแจ้งจากจ่าโอ๋ว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด โดยมีหลักฐานเป็นการคุยแชทไลน์ และการนำคดีมาฟ้องไม่ใช่เพื่อจะไปการเจรจาต่อรองกับผู้บังคับบัญชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังยื่นฟ้องแล้ว นายเดชา เปิดเผยว่า ศาลรับไว้เป็นคดีดำ อท.81/2561 โดยศาลนัดฟังคำสั่งวันที่ 24 เม.ย. นี้ เวลา 9.00 น. เพื่อจะมีคำสั่งว่าจะรับคดีไว้ไต่สวนมูลฟ้องหรือไม่รับฟ้อง หรือยังต้องแก้ไขคำฟ้องเพิ่มเติม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6449</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด, จ่าโอ๋, ซื้อแอร์, ตำรวจ, ผบ.หมู่ สส.สน.พหลโยธิน, สน.พลโยธิน, เบี้ยเลี้ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180404/image_big_5ac47b3e5f663.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
