<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120288</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชัยวุฒิ&#039;ชู 5G จิ๊กซอว์สำคัญดันจีดีพีโต คาดหนุนจ้างงานเพิ่ม 1.3 แสนตำแหน่งในอีก 10ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20 ต.ค. 2564 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า เทคโนโลยี 5G จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในเวทีโลก โดยจะเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นจากการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม การค้าการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยคาดว่า 5G จะช่วยเพิ่มมูลค่า GDP ให้กับประเทศไทย ได้ไม่ต่ำกว่า 5.5 เท่าภายในปี 2578&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การประยุกต์ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G จะถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ มีการใช้ IOT ต่างๆ &amp;nbsp;ในระบบเกษตรอ้จฉริยะ (สมาร์ทฟาร์ม) เป็นต้น โดยคาดว่าภายในปี 2573 ตลาด 5G ในประเทศจะมีมูลค่ากว่า 6.5 แสนล้านบาท และสร้างการจ้างงานใหม่ด้านดิจิทัลกว่า 130,000 ตำแหน่ง เนื่องจากการใช้งานสมาร์ทโฟนที่มากขึ้น และการใช้งานอุปกรณ์อัจฉริยะที่ต้องอาศัย 5G ในภาคอุตสาหกรรม มีการใช้โดรนเชิงพาณิชย์ และสื่อบันเทิงต่างๆ จะมาใช้การสตรีมมิ่งผ่าน 5G&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นี่เป็นเรื่องสำคัญ เราเชื่อว่าการขับเคลื่อน GDP ของประเทศต้องเกิดจากเทคโนโลยี &amp;nbsp;5G และการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ ถ้าเราไม่ทำ สิ่งต่างๆ จะเกิดขึ้นไม่ได้ และทำให้เกิดการเสียโอกาสไปหลายแสนล้านบาท &amp;nbsp;ถ้าเราไม่ขับเคลื่อน 5G ให้พร้อมกับการแข่งขันเวทีโลก&amp;rdquo; นายชัยวุฒิกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ในส่วนของภาคของประชาชนซึ่งเป็นผู้ใช้งาน ก็จะได้รับประโยชน์จากการที่ภาครัฐเดินหน้าลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการผลักดันให้ขยายเครือข่าย 5G ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้มีแบนด์วิธที่เพิ่มขึ้น มีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการใช้บริการสื่อสารข้อมูล (ดาต้า) ที่ต่ำลง และรองรับการใช้งานรูปแบบใหม่ๆ ได้มากขึ้น ทำให้คนไทยสะดวกสบายขึ้น ในการติดต่อสื่อสาร รวมถึง 5G ที่ทำให้ผู้ใช้บริการเข้ามาในระบบได้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวุฒิ กล่าวย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยี 5G และนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับประชาชน เพราะเชื่อว่าสิ่งนี้เป็นหัวใจในการพัฒนาประเทศ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ในการขับเคลื่อนการเติบโตเศรษฐกิจภายในประเทศให้ GDP ก้าวไปข้างหน้าได้ และที่สำคัญเป้าหมายสูงสุดไม่ได้มีแค่เศรษฐกิจเติบโต แต่ยังคาดหวังว่าประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางของเมืองอัจฉริยะในภูมิภาคอาเซียนนี้ให้ได้อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120288</URL_LINK>
                <HASHTAG>5G, จีดีพี, จ้างงาน, ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, ดีอีเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616f9f12ac5f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 16:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 16:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. เห็นชอบโครงการส่งเสริมและรักษาระดับจ้างงานในธุรกิจเอสเอ็มอี จำนวนกว่า 5 ล้านคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี​ (ครม.)​ว่า ที่ประชุมครม.มีมติเห็นชอบหลักการโครงการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงานในธุรกิจ SMEs เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงาน ตลอดจนสร้างความแข็งแรงให้แก่ธุรกิจ โดยมอบหมายให้กระทรวงแรงงานประสานกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาแนวการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้กับผู้ประกอบการในส่วนของรายได้จากเงินอุดหนุนดังกล่าว พร้อมให้กระทรวงแรงงานจัดทำรายละเอียดข้อเสนอต่อคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ พิจารณา ก่อนเสนอ ครม. พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายละเอียดที่สำคัญ ดังนี้&amp;nbsp;1.คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการฯ จะต้องเป็นนายจ้างภาคเอกชนที่อยู่ในระบบประกันสังคม มีการจ้างงานลูกจ้างสัญชาติไทยไม่เกิน 200 คน โดยลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการในเดือนตุลาคม 2564 และรับเงินอุดหนุนในเดือนที่ 1 - 3 (ตั้งแต่พฤศจิกายน 2564 ถึงมกราคม 2565)&amp;nbsp;2.​เงื่อนไขการจ่ายเงินอุดหนุน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยรัฐจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อส่งเสริมและรักษาการจ้างงานให้แก่นายจ้าง ให้กับลูกจ้างสัญชาติไทย จำนวนไม่เกิน 200 คน ในอัตรา 3,000 บาท/คน/เดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน,&amp;nbsp;เงินอุดหนุนคำนวณตามยอดการจ้างจริงทุกเดือน โดยพิจารณาจากจำนวนลูกจ้างที่นำส่งเงินสมทบประกันสังคม,&amp;nbsp;นายจ้างจะต้องรักษาการจ้างงานไม่ต่ำกว่าร้อยละ 95 ในระหว่างร่วมโครงการ โดย (หากต่ำกว่าร้อยละ 95 จะไม่ได้รับเงินอุดหนุนในเดือนนั้น) ในกรณีนายจ้างมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น จะได้รับเงินอุดหนุนเพิ่มตามจำนวนการจ้างงานจริง ไม่เกินร้อยละ 5 ของจำนวนลูกจ้างสัญชาติไทย ณ วันเริ่มโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มาตรการนี้คาดว่าจะรักษาระดับการจ้างงานลูกจ้างสัญชาติไทยในธุรกิจ SMEs ที่มีลูกจ้างไม่เกิน 200 ราย ที่มีสถานประกอบการจํานวน 480,122แห่งและจะสามารถรักษาการจ้างงานลูกจ้างได้จำนวน 5,040,176 คน&amp;rdquo; นาย ธนกร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118848</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, กระทรวงแรงงาน, คณะรัฐมนตรี, จ้างงาน, ศบศ., เอสเอ็มอี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615c106148a8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116806</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 19:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลเตรียมพิจารณาต่ออายุโครงการจ้างงาน ป.ตรี 14,510 คน ใน 7,255 ตำบล บรรเทาเดือดร้อนจากโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.64 - น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รัฐบาลได้ผลักดันหลายโครงการที่เป็นการจ้างงานเพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบยังมีรายได้ ซึ่งรวมถึงโครงการพัฒนาตำบลแบบบูรณาการ (Tambon Smart Team) โดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นการจ้างงานเพื่อจัดเก็บข้อมูลและบันทึกข้อมูลในระดับตำบลในทุกมิติทั้ง 12 ด้าน เพื่อนำข้อมูลมาประมวลผลและสร้างแพลตฟอร์มให้หลายภาคส่วนสามารถเข้ามาดูข้อมูลแต่ละพื้นที่ เช่น แต่ละตำบลมีพืชเศรษฐกิจอะไรบ้าง มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจยังไงบ้าง ซึ่งมีการประมวลผลทุกเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีกรอบระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ 1 ต.ค.2563 - 30 ก.ย. 2564 โดยได้จ้างงานประชาชนที่จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี หรือเทียบเท่า จำนวน 7,255 ตำบล ตำบลละ 2 อัตรา รวม 14,510 อัตรา (ครอบคลุม 878 อำเภอ ในพื้นที่ 76 จังหวัด) อัตราจ้างเหมา 15,000 บาทต่อเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวได้ช่วยบรรเทาความเดือนร้อนให้กับประชาชนที่หางานทำได้ยากในช่วงที่โควิด-19 แพร่ระบาด รวมถึงได้เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นการบริโภคภาคครัวเรือนผ่านมาตรการการจ้างงาน ผู้ร่วมโครงการเกิดสร้างทักษะ ประสบการณ์การทำงาน ที่สามารถนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์ในชีวิต กระทรวงมหาดไทยจึงได้พิจารณาต่อโครงการฯ จากที่จะสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 2564 นี้ ออกไปอีกเพื่อให้ประชาชนยังมีงานทำ และสานต่อการจัดทำฐานข้อมูลระดับตำบลให้เสร็จสมบูรณ์ เป็นกลไกสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากผลกระทบของโควิด-19 ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกฯ กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าล่าสุดนั้นกระทรวงมหาดไทยได้เสนอเรื่องการต่ออายุโครงการไปยังสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) หรือสภาพัฒน์ ในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ โดยสภาพัฒน์อยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียด เร็วๆนี้คาดว่าจะได้เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาอนุมัติต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า โครงการพัฒนาตำบลแบบบูรณาการ ซึ่งดำเนินการในปีงบประมาณ 2564(ต.ค.63-ก.ย.64) จ้างประชาชนเก็บข้อมูลระดับตำบล 12 ด้าน เช่น โครงสร้างพื้นฐานและกายภาพ ,การปกครองและความมั่นคง,สาธารณภัย,สาธารณสุข,ที่ดิน,การผังเมือง,ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม,เศรษฐกิจ,เกษตรกรรม,อุตสาหกรรม,การบริการและการท่องเที่ยว และสังคมและการศึกษา รวมเป็นฐานข้อมูลแบบบูรณาการ (Data Base) สามารถใช้สำหรับการวางแผนพัฒนาพื้นที่ในทุกระดับ และเป็นฐานข้อมูลกลางที่เปิดเผยต่อสาธารณชน (Single opened-data system) ให้ทุกภาคส่วนของรัฐ เอกชน ภาคประชาสังคมต่างๆ สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ร่วมกันในข้อมูลชุดเดียวกัน การจ้างแรงงาน 14,510 อัตรา ใช้จ่ายงบประมาณจาก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 อยู่ภายใต้ภายใต้แผนงานส่งเสริมและกระตุ้นการบริโภคภาคครัวเรือนและเอกชน งบประมาณ 2,701.87 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116806</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ้างงาน, ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210914/image_big_61407470a5b46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114501</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 14:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 14:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ มอบทุกหน่วยงานร่วมหามาตรการจ้างงาน ทั้งผู้ว่างงานและนศ.จบใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.64 -&amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้รับรายงานสถานการณ์ภาวะสังคมประจำไตรมาสที่2/64 จากสำนักงานคณะกรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) หรือสภาพัฒน์ ที่ระบุถึงแนวโน้มการจ้างงานเพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะการจ้างงานในภาคการผลิตอุตสาหกรรมที่ดีขึ้นตามแนวโน้มการส่งออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีเห็นว่าสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังทำให้แรงงานมีความเปราะบาง จึงมอบหมายให้ทุกหน่วยงานร่วมกันพิจารณามาตรการการจ้างงาน มาตรการพยุงการจ้างงาน ช่วยเหลือให้แรงงานยังมีรายได้เพราะในช่วงโควิด-19แพร่ระบาด ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างน้อย 3 ปีตั้งแต่ปี 2563-65 สร้างจุดเปราะบางหลายจุด เกิดทั้งผู้ว่างงาน ผู้เสมือนว่างงานคือทำงานไม่ถึง 24 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ที่พบว่ามีจำนวนเพิ่มมากขึ้น รวมถึงต้องมีมาตรการรองรับสำหรับผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อนคือกลุ่มผู้จบการศึกษาใหม่ที่มีแนวโน้มต้องใช้เวลาหางานยาวนานขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ที่รัฐบาลจะดำเนินการคือการควบคุมการแพร่ระบาดให้เร็ว พยุงการจ้างงานและดูแลรายได้ของประชาชน โดยการเร่งการใช้จ่ายภาครัฐให้เกิดผลอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้จีดีพีฟื้นตัวได้เร็วขึ้น&amp;rdquo; น.ส.ไตรศุลี กล่าว

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรียังได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณามาตรการที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินหน้าได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการลักษณะร่วมจ่าย หรือ co-pay การดึงเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม ทุกมาตรการและโครงการสามารถตรวจสอบการใช้จ่ายที่โปร่งใส ปรับแผนงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ได้ รวมถึงพิจารณามาตรการบรรเทาภาระหนี้สิน เนื่องจากรายงานของ สศช. ระบุให้เห็นภาวะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง โดยขอให้มาตรการต่างๆ การดำเนินการอย่างระมัดระวัง เข้าถึงลูกหนี้จริง ชั่งน้ำหนักผลได้ผลเสียทั้งต่อตัวลูกหนี้เองกับผู้ประกอบการ ไม่ให้มีการออกไปใช้หนี้นอกระบบ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ให้ผู้ประกอบการต้องขาดทุนจนเกิดผลกระทบเชิงระบบการเงินในภาพรวม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114501</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ้างงาน, นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210825/image_big_6125ee7b130de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106415</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 11:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2021 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บัณฑิตจบใหม่เช็กด่วน &#039;รัฐบาล&#039; เปิดจ้างงาน 10,000 อัตรา เงินเดือน 18,000 บาท มีที่ไหนบ้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย. 2564&amp;nbsp; หลังจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันเดียวกันนี้ได้มีมติเห็นชอบให้มีการจ้างพนักงานราชการเฉพาะกิจจำนวน 10,000 อัตรา เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เป็นวงเงินจำนวนกว่า 2,200 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจะเปิดรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีที่จบใหม่ จัดสรรอัตราเข้าสู่หน่วยงานราชการที่มีภารกิจสำคัญและเร่งด่วนทั่วประเทศ โดยเฉพาะในส่วนภูมิภาค ซึ่งจะได้รับค่าตอบแทน 18,000 บาทต่อเดือน มีสัญญาการจ้างงานไม่เกิน 1 ปี และได้รับสิทธิประโยชน์เทียบเท่าพนักงานราชการปกติ รวมถึงเงินประกันสังคมด้วย ถือเป็นมาตรการหนึ่งที่รัฐบาลต้องการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เรียกว่าได้เข้าเป็นพนักงานราชการเฉพาะกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด &amp;nbsp;ไตรศุลี ไตรสรณกุล &amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;โพสต์แจ้งข่าวว่า มีการเปิดจ้างงาน 10,000 อัตรา เงินเดือน 18,000 บาท ที่ไหนบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป.ตรี เป็นพนักงานราชการเฉพาะกิจ ระยะเวลาจ้าง 1 ปี สามารถติดตามประกาศ จาก 28 ส่วนราชการ 14 กระทรวง ทั้งส่วนกลาง ภูมิภาค จังหวัด ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.กระทรวงการคลัง 1,045 อัตรา&amp;nbsp;
สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ 380 อัตรา สำนักงานสรรพสามิตภาค 70 อัตรา สำนักงานสรรพากรพื้นที่ 595 อัตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 406 อัตรา โดยสำนักงานปลัดกระทรวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 406 อัตรา โดยสำนักงานปลัดกระทรวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. กระทรวงเกษตรและหกรณ์ 1,664 อัตรา
สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด 406 อัตรา สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ 60 อัตรา สำนักงานประมงจังหวัด 406 อัตรา สำนักงานเกษตรจังหวัด 406 อัตรา สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม 386 อัตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. กระทรวงคมนาคม 546 อัตรา &amp;nbsp; สำนักงานขนส่งจังหวัด 406 อัตรา ท่าอากาศยาน 140 อัตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 406 อัตรา &amp;nbsp;โดยสำนักงานสถิติจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 406 อัตรา &amp;nbsp;โดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. กระทรวงพลังงาน 406 อัตรา โดยสำนักงานพลังงานจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. กระทรวงมหาดไทย 1,218 อัตรา &amp;nbsp;สำนักงานจังหวัด 406 อัตรา สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด จำนวน 406 อัตรา สำนักงาน ปภ.จังหวัด 406 อัตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. กระทรวงยุติธรรม 505 อัตรา &amp;nbsp;สำนักงานยุติธรรมจังหวัด 99 อัตรา สำนักงานคุมประพฤติจังหวัด 406 อัตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11. กระทรวงแรงงาน 1,774 อัตรา &amp;nbsp;สำนักงานแรงงานจังหวัด 406 อัตรา สำนักงานจัดหางานจังหวัด 406 อัตรา กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 150 อัตรา กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน 406 อัตรา สำนักงานประกันสังคมจังหวัด 406 อัตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12. กระทรวงวัฒนธรรม 406 อัตรา โดยสำนักงานปลัดกระทรวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13. กระทรวงสาธารณสุข 406 อัตรา โดยสำนักงานปลัดกระทรวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14. กระทรวงอุตสาหกรรม 406 อัตรา โดย สำนักงานปลัดกระทรวง สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106415</URL_LINK>
                <HASHTAG>000 อัตรา, 10000อัตรา, จ้างงาน, บัณฑิตจบใหม่, รัฐบาล เปิดจ้างงาน 10, หน่วยงานราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210615/image_big_60c82cce5fb07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105692</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2021 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2021 18:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.เห็นชอบจ้างนักศึกษาจบใหม่ เงินเดือน 1.8 หมื่น เป็นพนง.ราชการเฉพาะกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.64 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า​ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี​ (ครม.)​มีมติเห็นชอบข้อเสนอแนวทางการจัดสรรกรอบอัตรากำลังและกลไกการบริหารจัดการพนักงานราชการเฉพาะกิจ และผลการจัดสรรกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการเฉพาะกิจ จำนวน 10,000 อัตรา พร้อมอนุมัติ วงเงิน 2,254.32 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานราชการเฉพาะกิจ ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID - 19 ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อเพิ่มโอกาสการจ้างงานผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID - 19 ด้วยระบบพนักงานราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยรายละเอียดดังนี้&amp;nbsp;กรอบอัตรากำลัง : 10,000 &amp;nbsp;อัตรา เฉพาะในกลุ่มงานบริหารทั่วไป,&amp;nbsp;กลุ่มเป้าหมาย : ผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี,&amp;nbsp;หน่วยงานที่ขอรับจัดสรรอัตรากำลัง : &amp;nbsp;28 &amp;nbsp;ส่วนราชการ ได้แก่ &amp;nbsp;หน่วยงานในราชการบริหารส่วนภูมิภาค ระดับจังหวัด หรือหน่วยงานในราชการบริหารส่วนกลางที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคที่เป็นหน่วยปฏิบัติ &amp;nbsp;โดยเป็นส่วนราชการที่มีภารกิจสำคัญและเร่งด่วน,&amp;nbsp;ระยะเวลาการจ้างงาน : ไม่เกิน 1 ปี &amp;nbsp;นับตั้งแต่วันที่ทำสัญญาจ้างหรือไม่เกิน 30 กันยายน 2565 และไม่มีการต่อสัญญา,&amp;nbsp;อัตราค่าตอบแทน/สิทธิประโยชน์ : &amp;nbsp; 18,000 บาท/เดือน ตลอดสัญญาการจ้างงาน โดยได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับพนักงานราชการปกติ ยกเว้นเฉพาะในส่วนของสิทธิการลงเพื่อไปอุปสมบท หรือประกอบพิธีฮัจญ์ ซึ่งกำหนดไว้ไม่เกิน 120 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ประชุมครม.ยังย้ำให้หน่วยรับงบประมาณที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอน วิธีดำเนินการจ้างพนักงานราชการ และแผนการดำเนินงาน รวมทั้ง เร่งดำเนินการจ้างพนักงานราชการเฉพาะกิจให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2564 โดยคำนึงประโยชน์สูงสุดของทางราชการและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ ซึ่งสำนักงาน ก.พ. จะได้ติดตามประเมินผลการดำเนินการรวมถึงผลสัมฤทธิ์จากการจ้าง เพื่อรายงานคณะรัฐมนตรีทราบต่อไปด้วย&amp;rdquo;นายอนุชา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105692</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ้างงาน, นักศึกษาจบใหม่, พนักงานราชการ, อนุชา บูรพชัยศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bf4fc538a8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87231</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2020 11:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2020 11:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BLCP  ลุยจ้างงานผู้สำเร็จการศึกษาใหม่เน้นมีภูมิลำเนา จ. ระยอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามนโยบายรัฐบาล ที่ให้ความสำคัญกับการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังสถานการณ์โควิด -19 คลี่คลายลง ด้วยการสนับสนุนการจ้างงานระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้จบการศึกษาใหม่ มุ่งเน้นให้คนไทยต้องมีงานทำในทุกพื้นที่ สนับสนุนการจ้างงานที่มั่นคงและต่อเนื่อง เน้นเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ เพิ่มศักยภาพแรงงานและผู้ประกอบการในการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและแข่งขันได้อย่างยั่งยืนเพื่ออนาคตของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธนา เจริญวงศ์ กรรมการบริษัท บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (BLCP) เปิดเผยว่า โครงการส่งเสริมการจ้างงานใหม่สำหรับผู้จบการศึกษาใหม่ รัฐช่วยเสริม เอกชนช่วยสร้าง (Co &amp;ndash; payment) เป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์ ให้เกิดการจ้างงานใหม่ ผู้ที่จบการศึกษาใหม่แต่ยังไร้ประสบการณ์ทำงาน ได้รับการบรรจุงานเพิ่มขึ้น โดยรัฐจะจ่ายเงินอุดหนุนในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างตามระดับการศึกษา เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กลับมาขยายตัวได้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้มุ่งแก้ไขปัญหาการว่างงาน ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 ตามนโยบายรัฐบาล พร้อมส่งเสริมให้เด็กจบใหม่ในพื้นที่มีสำนึกรักบ้านเกิด และได้กลับมาทำงานใน จ. ระยอง รวมจำนวน 20 อัตรา อาทิ ช่างเทคนิค พนักงานปฏิบัติการเคมี พนักงานปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อม ผู้ช่วยวิศวกรฝ่ายปฏิบัติการ/ฝ่ายธุรกิจ และเจ้าหน้าที่ชุมชนสัมพันธ์ ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 &amp;ndash; 30 กันยายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเงื่อนไขผู้จบการศึกษาใหม่ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ
&amp;bull; ต้องมีสัญชาติไทย
&amp;bull; ไม่เคยอยู่ในระบบประกันสังคม
&amp;bull; ยกเว้นกรณีผู้จบการศึกษาใหม่ที่อยู่ในระบบประกันสังคม เนื่องจากทำงานนอกเวลา (Part time) ในระหว่างที่กำลังศึกษา ซึ่งใช้เกณฑ์พิจารณาจากวันที่จบการศึกษา
&amp;bull; ผู้จบการศึกษาใหม่ยังเป็นผู้ว่างงาน
&amp;bull; เป็นผู้สำเร็จการศึกษาในปริญญาตรี และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) ต้องจบการศึกษาในปีการศึกษา 2562 หรือปี 2563
&amp;bull; ผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ใน จ. ระยอง จะได้รับการพิจารณาเป็นอันดับแรก เพื่อส่งเสริมนโยบายสำนึกรักบ้านเกิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้นนี้ บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นตั้งใจจริงที่จะช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ลดปัญหาการว่างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพ มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในชุมชนให้มีความเข้มแข็ง ส่งเสริมนโยบายสำนึกรักบ้านเกิด รวมถึงตระหนัก รู้ถึงคุณค่าและความสำคัญของการพัฒนา จ. ระยองให้เติบโตเคียงคู่ไปกับอุตสาหกรรม ดังคำขวัญที่ว่า &amp;ldquo;ผลไม้รสล้ำ อุตสาหกรรมก้าวหน้า น้ำปลารสเด็ด เกาะเสม็ดสวยหรู สุนทรภู่กวีเอก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87231</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดระยอง, จ้างงาน, นักศึกษาจบใหม่, บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (BLCP)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201218/image_big_5fdc36d5b3cb1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
