<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2021 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2021 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมรับลูกมติครม. เปิดตำแหน่งงาน 546 อัตรารับบัณฑิตจบใหม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;14 มิ.ย.2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่าจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบข้อเสนอแนวทางการจัดสรรกรอบอัตรากำลังและกลไกการบริหารจัดการพนักงานราชการเฉพาะกิจ และผลการจัดสรรกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการเฉพาะกิจ จำนวน 10,000 อัตรา เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจาก โควิด-19 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เสนอ โดยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาการว่างงานของบัณฑิตจบใหม่ในระยะสั้น 1 ปี ได้รับค่าตอบแทน 18,000 บาทต่อเดือน ตลอดสัญญาการจ้างงาน หรือสิ้นสุดสัญญาไม่เกินวันที่ 30 ก.ย. 2565 นั้น ในส่วนของกระทรวงคมนาคมมีการจัดสรรกรอบอัตราพนักงานราชการเฉพาะกิจจำนวน 546 อัตรา ใน 105 หน่วยงาน
ทั้งนี้ แบ่งเป็น ส่วนกลางที่ตั้งในภูมิภาค 29 หน่วยงาน และส่วนราชการในภูมิภาคระดับจังหวัด 76 หน่งยงาน ทั้งนี้ ตนได้สั่งการให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) และกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ไปดำเนินการจัดสรร และพิจารณาพนักงานราชการเฉพาะกิจ เพื่อให้เกิดการจ้างงานอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นการจ้างงานระยะสั้น 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก ขบ. ระบุว่า ขบ. ได้มีการจัดสรรอัตรากำลัง เพื่อรับบัณฑิตจบใหม่เข้าเป็นพนักงานราชการเฉพาะกิจ ระยะสั้น 1 ปี ตามมติ ครม. จำนวน 406 อัตรา โดยจะปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงานขนส่งจังหวัดในภูมิภาคต่างๆ ส่วนตำแหน่งที่จะเปิดรับมีตำแหน่งใดบ้างนั้น อยู่ระหว่างการพิจารณา ขณะเดียวกัน ขั้นตอนและกระบวนการสรรหาหลังจากนี้ ขบ. จะดำเนินการตามเกณฑ์ที่ ก.พ. กำหนด และจะเป็นไปตามกำหนดการที่จะต้องประกาศรายงานผลการจ้างงาน ภายในวันที่ 16 ก.ค. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน(ทย.) กล่าวว่า ทย. ได้มีการจัดสรรเพื่อรับบัณฑิตจบใหม่เป็นพนักงานราชการเฉพาะกิจ จำนวน 140 อัตรา โดยตำแหน่งที่จะเปิดรับ คือ เจ้าหน้าที่ภายในท่าอากาศยาน เช่น เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เป็นต้น เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในท่าอากาศยานภูมิภาคขนาดใหญ่ อาทิ ท่าอากาศยานกระบี่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช อุดรธานี และขอนแก่น แต่ยอมรับว่า เนื่องจากเป็นการจ้างงานในระยะสั้นเพียง 1 ปีเท่านั้น ประกอบกับขณะนี้อยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทย. จึงอยู่ระหว่างการพิจารณาขั้นตอนการเปิดรับว่า จะดำเนินการอย่างไร เนื่องจากหากต้องเปิดสอบ อาจจะใช้ระยะเวลานาน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106338</URL_LINK>
                <HASHTAG>คมนาคม, จ้างงานนักศึกษาจบใหม่, บัณฑิตจบใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_608022a71ff65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77113</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2020 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2020 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฟผ.ลุยวางแผนจ้างงานเด็กจบใหม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ย. 2563 นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เปิดเผยภายหลังร่วมแถลงความร่วมมือในโครงการ&amp;rdquo;ลงงานสร้างไทย กฟผ. สร้างพลังชุมชน&amp;rdquo; เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากว่า ความคืบหน้าของการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล ที่ส่งเสริมให้มีการจ้างงานโดยเฉพาะนักศึกษาจบใหม่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ปัญหาของสังคนหลังเกิดผลกระทบจากโควิด-19&amp;nbsp;ว่าปัจจุบันได้หารือร่วมกับกระทรวงพลังงานถือแนวทางการสนับสนุนตามนโยบายดังกล่าว โดยจะต้องมีการวางแผนให้มีผลต่อเนื่องไม่ใช่เพียงจ้างแล้วจบไป โดยจะต้องดูงานที่เหมาะสมและขนาดของแต่ละพื้นที่เพื่อกำหนดความต้องการอัตราแรงงานได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;ldquo;เรากำลังวางแผนร่วมกับกระทรวงพลังงานอยู่ ซึ่งตอนนี้สิ่งที่ต้องคิดอันดับแรกคือให้นักศึกษาหรือแรงงานนั้น ๆ เข้ามาทำอะไร และต้องมีผลต่อเนื่องไม่ได้จ้างแล้วจบในปีเดียวหรือไม่กี่เดือน ถึงจะแก้ปัญหาได้อย่างเต็มที่ ส่วนจำนวนนั้นก็ต้องไปศึกษาอีกทีว่าแต่ละพื้นที่หน่วยงานของ กฟผ. มีความต้องการกำลังคนแค่ไหน แต่โจทย์ที่ได้มาคือ&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ราย ก็พยายามทำให้ได้ตามเป้าที่กำหนด&amp;rdquo;นายวิบูลย์ กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นายวิบูลย์ กล่าวว่าการดำเนินงานของ กฟผ. ในปีนี้ก็จะทำงานอย่างเต็มที่แม้ว่าปัจจุบันความต้องการใช้ไฟฟ้าจะลดลง แต่ กฟผ. ก็ยังต้องมีการเตรียมสำรองให้เหมาะสม ขณะเดียวกันก็ยังสามารถที่จะส่งเงินที่เป็นรายได้ให้กับภาครัฐได้ตามที่กำหนด&amp;nbsp;45%&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าในปีนี้กำลังการใช้ไฟฟ้าคาดว่าจะลดลงประมาณ&amp;nbsp;3%&amp;nbsp;จากผลกระทบโควิดทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจที่ลดลง โดย กฟผ. ก็ได้คาดการณ์ผลประกอบการว่าจะลดลงใกล้เคียงกับปริมาณการใช้ไฟ ซึ่งก็จะทำให้กำไรนั้นลดลงไปด้วย จากปีก่อนที่สามารถดำเนินการและมีผลกำไรอยู่ที่&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ขณะที่การเปิดโครงการสนับสนุนการท่องเที่ยวนั้น กฟผ. ได้ร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)โดยมุ่งเน้นการสร้างความเข็มแข็งให้ชุมชนผ่านการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชนรอบเขตเขื่อนและโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ทั่วประเทศ สร้างรายได้เพิ่มให้กับชุมชนจากการท่องเที่ยวและการจำหน่ายสินค้าชุมชน ซึ่งในปีนี้ กฟผ. จะจัดทริปนำร่องเส้นทางท่องเที่ยวใน 4 เส้นทาง ได้แก่ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก,&amp;nbsp;เขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนวชิราลงกรณ ใน จ.กาญจนบุรี และโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จ.นครราชสีมา ควบคู่กับการจัดหาช่องทางจำหน่ายสินค้าชุมชนทั้งในส่วนของร้านค้าภายในเขตเขื่อน โรงไฟฟ้า โดยคาดว่าการส่งเสริมการท่องเที่ยวรอบโรงไฟฟ้าและสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชนผ่านช่องทางต่าง ๆ จะก่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 100 ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ด้านนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า ในปัจจุบันนั้นได้มีข้อเสนอมาจากหลายภาคส่วนในการที่จะเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ โดยทางภาคเอกชนเองก็ได้เสนอขอสนับสนุนมาตรการลดหย่อนภาษีท่องเที่ยว ตามโซนพื้นที่ สูงสุด 50,000&amp;nbsp;บาท หวังได้ยาแรงกระตุ้นโครง การ &amp;ldquo;เที่ยวทั่วไทยไปถึงถิ่น&amp;rdquo; โดยเบื้องต้นยังต้องมีการหารือกับกระทรวงการคลังเพิ่มเติม ขณะที่กรณีสเปเชียล ทัวร์ริสต์ วีซ่า ที่หลายฝ่ายกังวลในการเปิดประเทศนั้นยืนยันว่าผู้ที่มีสิทธิ์ดังกล่าวจะไม่ได้รับยกเว้นในการตรวจหรือกักกันโรคโควิด-19&amp;nbsp;ซึ่งเมื่อเดินทางเข้ามาในประเทศจะต้องมีการกักตัวเพื่อตรวจสอบอาการป่วยในระยะเวลา&amp;nbsp;14&amp;nbsp;วันเหมือนกันทุกราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77113</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฟผ., จ้างงานนักศึกษาจบใหม่, เด็กจบใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200911/image_big_5f5ae6cd2daf4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟเขียวจ้างงาน นักศึกษาจบใหม่ 2.6แสนราย1ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯ ย้ำยังไม่แจกเงิน 3 พัน เหตุข้อมูลยังไม่พร้อม เล็งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ สนใจสร้างแลนด์บริดจ์ เชื่อมอ่าวไทย-อันดามัน หวังกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว เผย ครม.อนุมัติจ้างงานนักศึกษาจบใหม่ 2.6 แสนราย พร้อมลุยจัด &amp;quot;เอ็กซ์โปจัดหางาน&amp;quot; แจงจ่ายเงินประกันสังคมกลุ่มตกค้างในเดือน ต.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ถึงโครงการแจกเงิน 3,000 บาท ให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่ากรณีที่มีข่าวว่าจะแจกเงิน 3,000 บาทนั้น ยังไม่มีการพิจารณาในที่ประชุม ครม.เลย ข่าวออกไปโดยที่ยังไม่มีรายละเอียดอะไร วันนี้รัฐบาลมุ่งเน้นว่าเงินถ้ามีตรงนี้ก็คงจะดูแลผู้ประกอบการรายย่อย ค้าปลีก พ่อค้าแม่ค้าระดับล่างที่ได้รับความเดือดร้อนก่อน ซึ่งกำลังพิจารณากลไกที่จะนำมาใช้ในการดูแลอยู่ ทั้งนี้เรามีข้อมูลไม่พร้อม ระบบการจ่ายเงินโดยตรงก็ไม่พร้อม ซึ่งต้องใช้เวลา แต่ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจในการที่จะให้ผู้บริโภคมีโอกาสซื้อของจากร้านค้าปลีกระดับล่าง ไม่ใช่ผู้ประกอบการรายใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขณะนี้เรามุ่งเน้นไปถึงกรณีที่เราจะมีการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ ที่ต้องพึ่งพาการส่งออกกับการท่องเที่ยว ซึ่งพอมันเกิดปัญหาขึ้นมาทั้ง 2 อย่าง ทำให้เศรษฐกิจเราตกต่ำมาก เพราะรายได้ของประเทศลดลง เราจำเป็นต้องสร้างเศรษฐกิจใหม่ และเรากำลังจะทำให้เกิดขึ้น ถึงแม้เราจะมีแผนงาน อีอีซีแล้วก็ตาม วันหน้าเราก็ต้องหาโครงการขนาดใหญ่ ในการที่จะลงทุนในประเทศไทยให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มรายได้ ซึ่งตรงนี้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของเรา ทุกอย่างต้องใช้เวลาในการก่อสร้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นอีอีซีก็เริ่มมา 5 ปีแล้ว ก็ไปได้ระยะหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราต้องหาโครงการใหม่ กำลังดูว่าเราจะเชื่อมการไปมาทั้ง 2 ฝั่ง ทั้งตะวันตกและตะวันออกได้อย่างไร มันควรจะมีหรือไม่ เกี่ยวกับการศึกษาทางด้านแลนด์บริดจ์ ซึ่งกำลังให้แนวทางไปศึกษากันอยู่ แต่ตนคิดว่าจะช่วยในเรื่องของเศรษฐกิจระยะยาวได้ในโอกาสต่อไป โดยเฉพาะการขนส่งข้ามตะวันตกและตะวันออก หรืออ่าวไทยกับอันดามัน โดยเฉพาะท่าเรือต่างๆ ต้องมีการพัฒนาทั้งหมด ซึ่งก็ถือว่าอยู่ในยุทธศาสตร์ชาติที่จะต้องเดินต่อไป ขั้นตอนการศึกษา ขั้นตอนการลงทุน สิ่งเหล่านี้เป็นผลดีในระยะยาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องของเศรษฐกิจโดยรวม สถานการณ์หลายๆ อย่างเราปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ จากสถานการณ์ภายในของเรา ในเรื่องของการผ่อนคลายมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาด แม้ว่าจะมีการตรวจพบ เราก็สามารถติดตามได้ทั้งหมดและตรวจสอบ ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยอยู่ ก็ขอให้ทุกคนอย่าตื่นตระหนก และถือว่าเป็นการทดสอบระบบของเราว่าระบบเราทำได้ดีในระดับที่น่าพอใจ&amp;quot; นายกฯ กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนในบริเวณชายแดนนั้น ตนได้กำชับตลอดเวลา ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการเพิ่มกำลังทั้งทหารตำรวจในบริเวณชายแดน ซึ่งเจ้าหน้าที่เหล่านี้เขาไม่ได้พักที่บ้าน ต้องลดอัตราการลาพักตามวงรอบลง ซึ่งก็ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่เหล่านี้ด้วย ในเรื่องของความเสียสละ รวมถึงเจ้าหน้าที่ในการดูแลการจราจรในช่วงของการหยุดยาวที่ผ่านมาด้วย อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของวันหยุดยาวตนได้หารือในครม.แล้วว่าจะพิจารณาหาวันหยุดให้มากขึ้นในระยะต่อไป เพราะเห็นว่ามีการท่องเที่ยว มีการหมุนเวียนใช้จ่ายเงินในการท่องเที่ยวมากขึ้นทำให้ธุรกิจหลายๆ อย่างดีขึ้น จึงขอให้ทุกคนได้ช่วยกันท่องเที่ยวในประเทศ เพราะจะทำให้ห่วงโซ่ต่างๆ ในประเทศขับเคลื่อนไปได้ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ดีเท่าเดิม อย่างน้อยก็ต่อลมหายใจกันและกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ยังกล่าวถึงสถานการณ์เศรษฐกิจของต่างประเทศ โดยเฉพาะกรณีรัฐบาลสหรัฐปฏิเสธการเข้าร่วมโครงการพัฒนา covid 19 กับนานาชาติ แต่ของไทยได้ร่วมกับหลายๆ ชาติอยู่ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ สนับสนุนในหลายหน่วยงาน โดยใช้กองทุนวัคซีนแห่งชาติ และดูแลในกลุ่มที่มีความก้าวหน้าซึ่งเป็นการบริหารงานของหลายหน่วยงาน เช่น รพ.จุฬาฯ และ รพ.ศิริราช รัฐบาลดูแลหมด ซึ่งมีเงินอยู่แล้วพันล้านบาทในขั้นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าภูเก็ตโมเดลและการเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย เดือน ต.ค. นายกฯ กล่าวว่า เรื่องการท่องเที่ยวให้คนไทยท่องเที่ยวภายในประเทศไปก่อน ส่วนการเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยนั้น คงจะต้องมีการพิจารณากันอีกครั้ง และยังไม่ได้พับโครงการนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบให้มีการจ้างงานนิสิตนักศึกษาผู้จบการศึกษาใหม่จำนวน 260,000 ราย เป็นเวลา 12 เดือน ทั้งในส่วนของผู้ที่จบ ปวช., ปวส. และปริญญาตรีรวมถึงการจ้างงานอื่นๆ รวมประมาณ 1 ล้านคน ซึ่งจะเป็นงบประมาณของแต่ละกระทรวง ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานจะมีการเปิด เอ็กซ์โปจัดหางานในเร็วๆ นี้ ส่วนกรณีประกันสังคมที่มีคนตกค้างไม่ได้รับเงินในช่วงที่ 1 ที่ผ่านมา คือผู้ที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ ไม่ครบ 6 เดือน ยังติดค้างเรื่องการแจ้งบัญชีธนาคารต่างๆ ประมาณกว่า 50,000 ราย ขณะนี้กระทรวงแรงงานกำลังดำเนินการอยู่ โดยจะขอเลื่อนจ่ายไปเดือน ต.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76866</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นเศรษฐกิจ, กระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว, จ้างงานนักศึกษาจบใหม่, ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์โปจัดหางาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200908/image_big_5f578ea5cfbcf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76744</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2020 17:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2020 17:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.หนุนโครงการ &#039;Restart Thailand&#039; ลุยจ้างแรงงานและนักศึกษาจบใหม่ 25,000 อัตรา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 กันยายน 2563 - นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่า กลุ่ม ปตท. พร้อมเร่งเดินหน้าการลงทุนในธุรกิจต่างๆ ทุกโครงการตามแผนงาน &amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการจ้างงานในประเทศอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;และ เตรียมจ้างแรงงานและนักศึกษาจบใหม่รวมกว่า 25,000 อัตราระหว่างปี 2563 - 2564 ภายใต้ โครงการ &amp;ldquo;Restart Thailand&amp;rdquo; &amp;nbsp;เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างทักษะอาชีพให้กับคนรุ่นใหม่ในทุกภูมิภาค พร้อมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนท้องถิ่นและระบบเศรษฐกิจไทย สอดคล้องกับนโยบายของ กลุ่ม ปตท. ในการพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิตของคนไทยให้เติบโตไปด้วยกัน &amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจ้างแรงงานผ่านเครือข่ายกลุ่ม ปตท. เพื่อการขยายธุรกิจและโครงการก่อสร้างต่างๆ กว่า 22,000 อัตรา &amp;nbsp;จากปัจจุบันที่มีการจ้างแรงงานผ่านผู้รับเหมาในโครงการก่อสร้างอยู่แล้ว 30,000 อัตรา &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดจ้างนักศึกษาจบใหม่ ระดับ &amp;nbsp;ปวช. ปวส. อาชีวศึกษา และปริญญาตรี ที่ผ่านเกณฑ์คัดเลือกและ &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีภูมิลำเนาในพื้นที่ปฏิบัติงาน จำนวน 2,630 อัตรา ให้มีรายได้และโอกาสในการฝึกฝนทักษะอาชีพ ภายใต้สัญญาจ้างระยะเวลา 12 เดือน &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเปิดรับพนักงานเพิ่มเติมในตำแหน่งที่ว่างในช่วงปี 2563 - 2564 ประมาณ 1,000 อัตรา เพื่อผลักดันการดำเนินธุรกิจให้เดินหน้าตามเป้าหมาย &amp;nbsp;&amp;nbsp;ในส่วนของการจัดจ้างนักศึกษาจบใหม่เข้าทำงานเสริมทักษะอาชีพในปี 2564 นั้น &amp;nbsp;กลุ่ม ปตท.จะจัดการอบรมเพื่อเสริมทักษะความรู้ให้กับน้องๆ นักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือก ก่อนลงพื้นที่ปฏิบัติงานตามภูมิลำเนาของตน ผ่านโครงการพัฒนาสังคมชุมชนท้องถิ่นรวม 3 ด้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพัฒนาคุณภาพการศึกษาสำหรับเยาวชน &amp;nbsp;ผ่านงานครูผู้ช่วยสอน เพื่อยกระดับการเรียนรู้วิชาสามัญพื้นฐาน ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม คณิตศาสตร์ รวมถึงวิชาภาษาอังกฤษและเทคโนโลยีสารสนเทศ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพัฒนาศักยภาพชุมชนท้องถิ่น โดยฝึกอบรมผู้เข้าร่วมโครงการ ให้มีความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมพลังงานเพื่อการเกษตร (SMART Farming) และฝึกอบรมทักษะการพัฒนายกระดับเศรษฐกิจชุมชน (SMART Marketing) อาทิ สินค้า แหล่งท่องเที่ยวและการบริการ ผ่านการสำรวจและเก็บข้อมูลศักยภาพพื้นที่และความพร้อมของชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านการพัฒนาสิ่งแวดล้อม เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลในโครงการ Ocean for Life ของ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) อาทิ การสร้างศูนย์เพาะพันธุ์ลูกปู การจัดตั้งศูนย์เพื่ออนุรักษ์และเพาะพันธุ์เต่าทะเล รวมทั้ง โครงการเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ประเทศ ผ่านงานพัฒนาและการวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ &amp;nbsp;โครงการวิจัยป่าไม้และระบบนิเวศ &amp;nbsp;โครงการพัฒนาสวนป่าครัวเรือน &amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น โครงการ &amp;ldquo;Restart Thailand&amp;rdquo; ยังมีโปรแกรมส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยให้หน่วยงานภายในองค์กรจัดกิจกรรมสัมมนานอกสถานที่สำหรับพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า เพื่อสนับสนุนให้เกิดการกระจายเม็ดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้ง กำลังจัดทำโครงการให้ ปตท. และพนักงาน ร่วมกันกระตุ้นการท่องเที่ยว เพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศอีกทางหนึ่ง โดยจะแจ้งรายละเอียดของโปรแกรมให้ทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่ม ปตท. ขอเป็นอีกหนึ่งพลังสนับสนุนการจ้างงาน ในการช่วยสร้างโอกาส สร้างอาชีพ และเพิ่มรายได้ให้กับคนไทย ที่จะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและสังคม เพื่อให้เราทุกคนสามารถข้ามผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76744</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจ้างงาน, จ้างงานนักศึกษาจบใหม่, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.), อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200907/image_big_5f5607ee5952c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76335</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจก3พันกระตุ้นใช้จ่าย จ้างงานใหม่2.6แสนคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; นั่งหัวโต๊ะ ศบศ. ไฟเขียว 4.5 หมื่นล้านกระตุ้นใช้จ่าย ผุดโครงการ &amp;quot;คนละครึ่ง&amp;quot; แจก 3 พัน คล้ายชิมช้อปใช้ เน้นร้านค้าย่อย-หาบเร่-แผงลอย ตั้งแต่ ต.ค.-ธ.ค. ทุ่มอีก 2.3 หมื่นล้านจ้างงาน นศ.จบใหม่ 2.6 แสนคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 2 กันยายน เวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (ศบศ.) โดยมีรัฐมนตรี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง รวมถึงนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ซึ่งมีกระแสข่าวว่าจะเป็นหนึ่งในแคนดิเดตที่จะมาทำหน้าที่ รมว.การคลังคนใหม่แทนนายปรีดี ดาวฉาย อดีต รมว.การคลังที่ได้ยื่นใบลาออกไปก่อนหน้านี้ เข้าร่วมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.00 น. พล.อ.ประยุทธ์เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า มีการพิจารณาหลายเรื่องที่สำคัญ เรื่องของมาตรการต่างๆ ในการช่วยเหลือประชาชน มีการพูดถึงใช้งบประมาณ 4 แสนล้านบาทที่อยู่ในแผนฟื้นฟู ซึ่งระยะแรกใช้ไปเกือบแสนล้านบาทแล้ว และเราจะใช้อย่างไรต่อไป ต้องไปพูดคุยกัน และยังได้หารือถึงการช่วยเหลือซอฟต์โลน ช่วยเหลือภาคธุรกิจ เอสเอ็มอีขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก และพูดถึงการจ้างงาน ทั้งนิสิตนักศึกษาที่จะจบในปีนี้ รวมถึงคนที่ตกงานอยู่เดิมของปี 62 ปี 63 ซึ่งนอกจากงบในการจ้างงานของกระทรวงแรงงานแล้ว ยังมีงบจ้างงานของกระทรวงอื่นๆ อีกหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นประชาชนที่มีรายได้น้อยก็ตาม งบตรงนี้จะลงไปถึงท้องถิ่นและในพื้นที่ด้วย ขอให้เข้าใจว่าทุกอย่างที่รัฐบาลใช้งบ มีการใช้อย่างระมัดระวัง และมีมาตรการที่เหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการส่งเสริมการท่องเที่ยว วันนี้เราเน้นการท่องเที่ยวในประเทศ จะเห็นว่าเศรษฐกิจท่องเที่ยวในประเทศมีมากขึ้น จะเห็นได้ว่าโรงแรมต่างๆ มีการจองกันมากขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอที่จะทดแทนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ แต่รัฐบาลยืนยันว่าเพียงแค่ศึกษาไว้ก่อนเท่านั้น ในการเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ยังไม่มีการดำเนินการในเรื่องเหล่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบตามที่ตนได้นำเสนอโครงการส่งเสริมการจ้างงานใหม่สำหรับผู้จบการศึกษาใหม่โดยภาครัฐและภาคเอกชน และส่งเรื่องดังกล่าวให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ไปดำเนินการต่อ เพราะโครงการนี้ต้องใช้งบประมาณจากเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ 400,000 ล้านบาท ทั้งนี้ เมื่อ? สศช.พิจารณาดำเนินการเรื่องดังกล่าวเสร็จแล้ว จะนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม ครม.ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติกล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงเป้าต่อกรณีการว่างงานของผู้ที่เพิ่งจบการศึกษา ประกอบด้วย 1.มาตรการจ่ายเงินอุดหนุนสมทบเงินเดือนค่าจ้างแรงงานใหม่ให้กับลูกจ้างที่เพิ่งจบการศึกษา ด้วยการโอนเงินตรงเข้าบัญชีของลูกจ้างในธนาคารกรุงไทย ซึ่งรัฐบาลจะจ่ายเงินสมทบ 50 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้างแต่ละเดือนตามวุฒิการศึกษา ซึ่งต้องไม่เกิน 7,500 บาทต่อราย โดยมีระยะเวลาดำเนินงาน 12 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2563-30 ก.ย.2564 กรอบวงเงินงบประมาณที่จะใช้ 23,476.4 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายจ้างงานผู้จบการศึกษาใหม่ทั่วประเทศ จำนวน 260,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.การจัดงาน &amp;ldquo;ไทยแลนด์ จ๊อบ เอ็กซ์โป (Thailand Job Expo 2020)&amp;rdquo; ที่จะรวมตำแหน่งงานของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ประมาณ 1 ล้านตำแหน่ง เพื่อจับคู่ตำแหน่งงานกับตัวบุคคล และ 3.การใช้แพลตฟอร์มที่ชื่อ &amp;ldquo;ไทยมีงานทำ&amp;rdquo; ซึ่งกระทรวงแรงงานจะนำมาใช้เป็นฐานข้อมูลใหญ่ (บิ๊กดาต้า) สำหรับการจัดงาน &amp;ldquo;ไทยแลนด์ จ๊อบ เอ็กซ์โป&amp;rdquo; ซึ่งได้เชิญปลัดกระทรวงทุกกระทรวงมาประชุมที่กระทรวงแรงงานในช่วงบ่ายวันที่ 3 ก.ย.นี้ เพื่อให้นำฐานข้อมูลตัวเลขการจ้างงานของปี 2564 ของแต่ละกระทรวงมาพิจารณาว่ามีจำนวนเท่าไหร่ ส่วนเรื่องสถานที่จัดงานเรากำลังพิจารณาอยู่ โดยจะจัดช่วงปลายเดือน ก.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการ สศช. เปิดเผยว่า ศบศ.เห็นชอบมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย วงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท โดยรัฐจะให้เงินสนับสนุนการใช้จ่ายคนละไม่เกิน 3,000 บาท เพื่อเอาไปใช้จ่ายซื้อของในร้านค้า หาบเร่ แผงลอยที่เป็นรายย่อย ซึ่งผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการต้องมาลงทะเบียนรับสิทธิ์ในลักษณะเดียวกับชิมช้อปใช้ คาดว่าโครงการนี้จะเริ่มภายในเดือน ต.ค.นี้ โดยมาตรการนี้มีชื่อว่า โครงการคนละครึ่ง ดำเนินการผ่าน www.คนละครึ่ง.com กลุ่มเป้าหมายคือ ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป จำกัดไว้ 15 ล้านคน ส่วนกลุ่มร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการจะมุ่งเน้นไปที่ร้านค้ารายย่อยทั่วไปครอบคลุมไปถึงผู้ประกอบการหาบเร่ แผงลอย ประมาณ 80,000 ร้านค้า ครอบคลุมอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้า ยกเว้นเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และบุหรี่ มีระยะเวลาดำเนินการ 3 เดือน ตั้งแต่เดือน ต.ค.-ธ.ค.63&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดนุชากล่าวว่า สิทธิประโยชน์ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ ต้องจ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ของธนาคารกรุงไทย โดยรัฐบาลจะช่วยค่าใช้จ่าย 50% ของเงินที่ใช้ซื้อสินค้า เบื้องต้นจำกัดไว้ว่า จะให้ใช้จ่ายได้ไม่เกินวันละ 100-250 บาท ภายใต้วงเงินที่ได้รับคนละไม่เกิน 3,000 บาท ซึ่งวงเงินที่ประชาชนจ่ายไปให้ร้านค้านั้นจะจ่ายเพียง 50% ส่วนที่เหลือ 50% ร้านค้าจะได้รับจากรัฐในวันถัดไป คาดว่าจะมีเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจ 9 หมื่นล้านบาท กระตุ้นจีดีพีได้ 0.25% ขั้นตอนจากนี้ กระทรวงการคลังจะไปจัดทำรายละเอียดเสนอ ศบศ.ครั้งหน้า เพื่อให้เริ่มโครงการได้ภายในเดือน ต.ค.นี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองเลขาธิการ สศช.กล่าวว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบมาตรการส่งเสริมการจ้างงานใหม่สำหรับผู้จบการศึกษาใน 3 กลุ่ม คือ ปริญญาตรี ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จำนวน 260,000 อัตรา ซึ่งรัฐบาลจะจ่ายเงินสมทบเงินค่าจ้าง 50% ของเงินเดือนตามวุฒิการศึกษา คือ ปริญญาตรี ไม่เกิน 7,500 บาท, ปวส.ไม่เกิน 5,750 บาท และ ปวช.ไม่เกิน 4,700 บาท มีระยะเวลาการจ้างงานทั้งสิ้น 12 เดือน ตั้งแต่ 1 ต.ค.63-30 ก.ย.64 โดยจะเสนอ ครม.ในการประชุมครั้งหน้า ซึ่งการดำเนินการครั้งนี้อยู่ภายใต้เงื่อนไขสำคัญคือ นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการจะต้องอยู่ในระบบประกันสังคม มีการยืนยันตัวตนผ่านกระทรวงแรงงาน และต้องมีเงื่อนไขเลิกจ้างลูกจ้างเดิมไม่เกินกว่า 15% ภายในระยะเวลา 1 ปี (กรณีที่ลูกจ้างลาออกในระหว่างโครงการ นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการสามารถหาลูกจ้างใหม่ทดแทนได้) ขณะที่ลูกจ้างที่จะเข้าร่วมโครงการต้องมีคุณสมบัติ คือ มีสัญชาติไทย อายุไม่เกิน 25 ปี หรืออายุเกินกว่า 25 ปี ซึ่งสำเร็จการศึกษาในปี 62 หรือปี 63&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้เพิ่มสิทธิในโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ให้ผู้ลงทะเบียน 3 สิทธิ คือ เพิ่มส่วนลดค่าที่พัก 40% จำนวน 10 คืนต่อคน, เพิ่มคูปองอาหารต่อการท่องเที่ยว โดยหากท่องเที่ยวในวันจันทร์-พฤหัสบดี จะอุดหนุน 900 บาท ขณะที่วันศุกร์-อาทิตย์ จะอุดหนุน 600 บาท และให้เงินคืนค่าตั๋วเครื่องบิน 2,000 บาทต่อที่นั่ง เริ่มตั้งแต่ 1 ก.ย.63 และยังเห็นชอบให้ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง และพนักงานรัฐวิสาหกิจ สามารถลาพักผ่อนในวันธรรมดาเพิ่มได้ 2 วัน โดยไม่ถือเป็นวันลาเมื่อลงทะเบียนและใช้สิทธิ์ในแพ็กเกจเราเที่ยวด้วยกัน ทั้งนี้นายกฯ ยังสั่งให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ไปหาแนวทางให้กลุ่มคนสูงวัย หรือคนที่มีกำลังซื้อสูงสามารถเข้าถึงโครงการเราเที่ยวด้วยกันสะดวกมากขึ้น เพราะโครงการนี้เดิมใช้งานในระบบอิเล็กทรอนิกส์ มีแอปเป๋าตัง อาจทำให้บางกลุ่มเข้ามาไม่ได้ เพราะล่าสุดมีการเข้ามาใช้สิทธิ์เพียง 7 แสนสิทธิ์เท่านั้น จากที่มี 5 ล้านสิทธิ์ ดังนั้น อาจมีมาตรการเพิ่มเติมทำเป็นคูปอง หรือบัตรสมาร์ทการ์ดขึ้นมาให้ขยายกลุ่มเป้าหมายให้สะดวกมากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76335</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นเศรษฐกิจ, กระตุ้นใช้จ่าย, คนละครึ่ง, จ้างงานนักศึกษาจบใหม่, ศบศ., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แจก 3 พัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4fba5c04a25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
