<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85998</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ฝ่ายค้านอ้างเด็ก ไม่ร่วมสังฆกรรม นั่งกก.สมานฉันท์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แก้ไขรัฐธรรมนูญอืดเป็นเรือเกลือ เพิ่งขยับ 2 มาตรา แต่ที่ชัดคือร่างฉบับไอลอว์ถูกถีบตกแน่นอน &amp;ldquo;วันชัย&amp;rdquo; เผย กม.ประชามติฉบับใหม่จะเปิดกว้างให้ 2 ฝ่ายรณรงค์ได้ เพื่อไทยอ้างเด็กเมินร่วมสังฆกรรม กก.สมานฉันท์ ผุดคณะกรรมการการเมือง-คณะกรรมการพัฒนาพื้นที่เลือกตั้ง หวังส่งชิงเก้าอี้ทั้ง 350 เขต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) แถลงว่า การประชุม กมธ.ได้เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา 1 ว่าด้วยชื่อรัฐธรรมนูญ และมาตรา 2 ว่าด้วยการกำหนดให้รัฐธรรมนูญใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา นอกจากนี้ มีสมาชิกรัฐสภาเสนอคำแปรญัตติเพื่อขอแก้ไขเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 106 ฉบับ มีผู้แปรญัตติทั้งสิ้น 109 คน แบ่งเป็น ส.ว. 8 คน และ ส.ส. 101 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะนำเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญของโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) เข้ามาอยู่ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายสิระกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตัวแทนของไอลอว์ได้มาชี้แจงต่อ กมธ. แต่ไม่สามารถโน้มน้าว กมธ.ได้ เช่น การใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง และการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) แบบกลุ่ม จึงทำให้เหลือเฉพาะแค่การพิจารณาเนื้อหาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเฉพาะของรัฐบาลและฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคได้ติดตามอย่างใกล้ชิด โดยมี ส.ส.แปรญัตติ 37 คน รวมถึงกฎหมายประชามติที่จะติดตามให้กฎหมายออกมาใช้ ไม่เหมือนการทำประชามติเหมือนครั้งที่ทำกับรัฐธรรมนูญ 2560 ที่มีการจำกัดสิทธิ์
ขณะที่นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.... รัฐสภา กล่าวว่า ในที่ประชุม กมธ.นัดแรก ได้วางเป้าหมายทำเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.ประชามติเพื่อขจัดข้อครหาและข้อกังวลตามที่สมาชิกรัฐสภาได้อภิปรายไว้ในวันรับหลักการ ซึ่ง กมธ.ต้องทำกฎหมายเพื่อให้การออกเสียงประชามติที่จะเกิดขึ้นเป็นบรรยากาศของความเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยได้รณรงค์ความคิดอย่างเปิดเผย และทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจ ไม่ใช่เหมารวม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ร่าง พ.ร.บ.ประชามติถือเป็นกฎหมายคู่ขนานกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงมีความสำคัญ เบื้องต้น กมธ.คาดว่าการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะอยู่ในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. 2564 ดังนั้น กมธ.ต้องเร่งทำกฎหมายให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน&amp;rdquo;นายวันชัยกล่าว และว่า ในการประชุมนัดหน้า กมธ.จะเชิญคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), สถาบันพระปกเกล้า, นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านการทำประชามติให้ความเห็น ก่อนที่จะลงรายละเอียดของเนื้อหาร่างกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสติธร ธนานิธิโชติ นักวิชาการผู้ชำนาญการ สถาบันพระปกเกล้า กล่าวในเรื่องนี้ว่า ยังไม่ทราบอย่างเป็นทางการ แต่ถ้าสถาบันได้รับการประสานมา ก็จะเตรียมข้อมูลทางวิชาการ และอาจมีความเห็นประกอบว่าสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในแง่ของขั้นตอนกระบวนการควรเป็นอย่างไร ซึ่งตามหลักการกระทำประชามติที่มีความสำคัญ จำเป็นต้องมีกระบวนการที่เปิดกว้างเสมือนให้ความรู้ ข้อมูลประกอบการตัดสินใจกับประชาชนทั้งด้านดีและไม่ดี และยังเป็นกระบวนการมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้เป็นหัวใจสำคัญของประชามติ&amp;nbsp; ถ้าไม่ทำ 2 เรื่องนี้โอกาสที่ทำประชามติไปแล้วประชาชนไม่ยอมรับมีสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ถ้าประชาชนไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญที่ ส.ส.ร.ยกร่างขึ้น จะสามารถรณรงค์ได้หรือไม่ นายสติธรกล่าวว่า ถ้ากฎหมายไม่ได้ห้ามไว้ก็ควรเป็นสิ่งที่ทำได้ เวลานี้สิ่งที่เราจะนำไปให้ประชาชนตัดสินใจผ่านการทำประชามติคือวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และรูปแบบของ ส.ส.ร. ซึ่งย่อมต้องมีคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย น่าจะเป็นเวทีที่ทุกคนมีโอกาสจะมาพูดคุยกันว่าที่เห็นด้วยเพราะอะไร มีข้อดีอย่างไร หรือมีรูปแบบอื่นที่ดีกว่า แต่สุดท้ายวันที่ลงประชามติจริงๆ ก็จะเป็นตัวตัดสินเองว่าแบบไหนที่คนส่วนใหญ่ยอมรับได้ ก็จะทำให้กระบวนการที่จะนำไปสู่การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญต่อไปในอนาคตสามารถเดินหน้าต่อไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์นั้น นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ กล่าวถึงโควตาพรรคร่วมฝ่ายค้าน 2 คนว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ปรึกษาหารือกันแล้ว มีมติไม่ส่งตัวแทนเข้าไปร่วม เพราะได้ดูองค์ประกอบของคณะกรรมการแล้ว เห็นว่ายังไม่มีความเป็นกลางเพียงพอ อีกทั้งคู่ขัดแย้งหลักปฏิเสธเข้าร่วม ทำให้ไม่เห็นว่าเรื่องนี้จะจบได้ หรือจบลงอย่างไร ทำให้พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติไม่ร่วมสังฆกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายสมพงษ์ยังนัดประชุมแกนนำพรรคก่อนแถลงผลประชุมว่า เพื่อให้การทำงานการเมืองตามทันสถานการณ์ จึงตั้งคณะกรรมการด้านการเมืองที่มีนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ ในบัญชีพรรคเป็นประธาน นายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรค และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานกิจการพิเศษพรรคเป็นที่ปรึกษา รวมทั้งนายประเสริฐเป็นเลขานุการ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติให้ตั้งคณะกรรมการพัฒนาพื้นที่เลือกตั้ง เนื่องจากที่ผ่านมามีการเข้าและออกของสมาชิกจำนวนมาก จึงต้องทำให้เกิดความชัดเจนในเรื่องพื้นที่ เพราะในการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคจะส่งครบทั้ง 350 เขต
นายประเสริฐกล่าวว่า ภารกิจของคณะกรรมการการเมืองจะทำหน้าที่ในการประเมิน วิเคราะห์สถานการณ์การเมือง เพื่อที่จะได้กำหนดท่าที บทบาทของพรรคให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง และเป็นไปในแนวเดียวกัน ซึ่งจะมีความต่างจากคณะกรรมการยุทธศาสตร์เดิม เพราะจะเป็นการรวบรวมคนรุ่นเก่ารุ่นใหม่เข้ามาทำงานร่วมกัน และมีการกระจายอำนาจไปในส่วนต่างๆ เชื่อว่าการทำงานจะออกมาดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกัน ยังคงมีความเคลื่อนไหวในพรรค พท. เมื่อนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม ได้ส่งจดหมายลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคตั้งแต่ 4 ธ.ค. ซึ่งนายรัฐภูมิได้เข้าสมัครสมาชิกพรรค พท. เมื่อวันที่ 19 ส.ค.2562 ผ่านการชักชวนของนายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส แกนนำกลุ่มคนรุ่นใหม่พรรคเพื่อไทย
ต่อมานายรัฐภูมิโพสต์เฟซบุ๊กว่า การทำงานด้านการเมืองมีจุดยืนของตัวเองชัดเจนเสมอคืออุดมการณ์ ซึ่งคุณหญิงสุดารัตน์คือผู้ใหญ่ที่เห็นอุดมการณ์ชัดเจน และเป็นผู้ให้โอกาสได้เรียนรู้งานต่างๆ มากมาย วันนี้ถ้ามีใครถามถึงจุดยืน ก็จะขอยืนยันอุดมการณ์เดิม และขอเลือกทำงานเคียงข้างผู้ใหญ่ที่ตนเองเลือกว่าท่านคือผู้ที่เป็นต้นแบบอุดมการณ์ในการทำงานด้านการเมือง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85998</URL_LINK>
                <HASHTAG>กม.ประชามติ, ฉบับไอลอว์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201204/image_big_5fca47b7e7a1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83923</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2020 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2020 19:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไพบูลย์&#039;ลั่น​ไม่เอาร่างไอลอว์เหตุเสียงทักท้วงเรื่องหลักการเยอะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ย.63-นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการพิจารณาญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 17-18 พ.ย.ว่า &amp;nbsp;เท่าที่ฟังเสียงสมาชิก ร่างที่ 1 และร่างที่ 2 น่าจะได้เสียงสนับสนุนเพียงพอ ส่วนร่างที่เหลือเสียงสนับสนุนน่าไม่พอ ส่วนตัวมองร่าง 3-6 ย้อนแย้งร่างที่ 1 ที่พรรคฝ่ายค้านเสนอ​ เพราะเมื่อเสนอว่าจะให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งหมด แต่กลับมาเสนอแก้ไขเป็นรายมาตราอีก มันจึงย้อนแย้งและขัดกัน ถ้ารับร่างที่ 1 ไปแล้วก็ไม่จำเป็นต้องรับร่างที่ 3-6 ทั้งนี้ ส่วนตัวจะโหวตรับหลักการเห็นชอบกับร่างที่ 1 และ 2 คือร่างของฝ่ายค้านและรัฐบาลแน่นอน ส่วนร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน หรือฉบับไอลอว์ มีเสียงทักท้วงมากตั้งแต่หลักการ เนื่องจากไม่ได้มีเหมือนกับร่างที่ 1 และร่างที่ 2 จะมีเหมือนอยู่บ้างเรื่องจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 แต่การแก้ไขจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ก็เขียนให้แก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 ส่วนตัวตีความว่าขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 255 ประกอบ มาตรา 256 วรรค1(1)ซึ่งห้ามไว้ตั้งแต่ชั้นยื่นญัตติ เท่ากับต้องห้ามไปแล้ว ไม่สามารถนำมารับหลักการในวาระที่ 1
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;quot;รัฐธรรมนูญมาตรา 255 บัญญัติไว้&amp;rdquo;การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ จะกระทํามิได้&amp;rdquo;เมื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์ให้แก้ไขหมวด1 หมวด2 ได้ จึงต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 255 ดังนั้นญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของไอลอว์ จึงเป็นญัตติต้องห้ามรับหลักการเข้าพิจารณาในรัฐสภา&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83923</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉบับไอลอว์, นายไพบูลย์ นิติตะวัน, ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200703/image_big_5eff28961b907.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
