<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 21:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 21:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศาลฎีกา&#039; สั่ง 2 ส.ส.ภูมิใจไทย หยุดปฏิบัติหน้าที่กรณีเสียบบัตรแทนกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 ก.ย.2564 ที่ผ่านมาศาลฎีกาได้มีคำสั่งคดีหมายเลขดำที่ คมจ. 3/2564 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ยื่นร้อง นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ และนายภูมิศิษฏ์&amp;nbsp;คงมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคภูมิใจไทยเรื่องการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง (ชั้นรับคำร้อง) ในคดีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดมาตรฐานจริยธรรมฯอย่างร้ายแรง จากการเสียบบัตรแทนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกามีคำพิพากษาหรือคำสั่งว่าผู้คัดค้านฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงให้ผู้คัดค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่นับ แต่วันที่ศาลฎีการับคำร้องจนกว่าจะมีคำพิพากษาให้ผู้คัดค้านพ้นจากตำแหน่งนับ แต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้านและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลาไม่เกิน10 ปีตามรธน. 2560 มาตรา 235 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 87 และมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระรวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 6-8,11,17 และ 27&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่าคำร้องของผู้ร้องบรรยายพฤติการณ์ที่กล่าวหาพร้อมทั้งชี้ช่องพยานหลักฐานชัดเจนเพียงพอที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาไต่สวนข้อเท็จจริงต่อไปได้และผู้ร้องดำเนินการตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ. 2561 ครบถ้วนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลฎีกาจึงมีคำสั่งให้รับคำร้องของผู้ร้องเเละสั่งผู้คัดค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษาตาม รธน.60 มาตรา 235 วรรคสาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ให้มีผลตั้งแต่วันที่รับคำร้อง 3 ก.ย. 2564 โดยศาลมีเอกสารแจ้งไปยังรัฐสภาแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115968</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉลอง เทอดวีระพงศ์, ผิดจริยธรรมร้ายแรง, พรรคภูมิใจไทย, ภูมิศิษฎ์ คงมี, ศาลฎีกา, เสียบบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_61377221e78dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68700</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วัส&#039;โผล่ฟันธง สนช.หมดสิทธิ์ &#039;องค์กรอิสระ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน กสม.เขย่าคุณสมบัติต้องห้ามอดีต สนช. นั่งเก้าอี้ในกรรมการอิสระ ชี้ประธานวุฒิสภาต้องรอข้อยุติสรรหา กสม.ก่อนนำชื่อว่าที่ ป.ป.ช.ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ขณะที่โฆษก ป.ป.ช.ปัดชี้มูลเสียบบัตรแทน 2 ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ กรณีที่คณะกรรมการสรรหาบุคคลมาดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (กรรมการ ป.ป.ช.) มีมติเลือกบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในระยะ 10 ปี ก่อนเข้ารับการสรรหา และวุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบไปแล้วนั้น ล่าสุด นายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวผ่านสถานีวิทยุแห่งจุฬาฯ ในรายการสำนึกของสังคม ระบุใจความช่วงหนึ่งว่า ตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ 2560 การสรรหาและแต่งตั้งบุคคลมาเป็น ส.ว. จำนวน 196 คน มีลักษณะต้องห้ามประการหนึ่งที่ยกเว้นไว้ว่าไม่ให้นำมาใช้บังคับคือ คนที่เป็นรัฐมนตรีมาก่อนสามารถได้รับการสรรหาและแต่งตั้งให้เป็น ส.ว. ได้โดยไม่ต้องเว้นวรรค 5 ปี (มาตรา 369 (2))
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัสกล่าวต่อว่า แต่คนที่เป็นสมาชิก สนช. ในฐานะ ส.ส.มาก่อน รัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ได้บัญญัติให้แต่งตั้งได้โดยไม่ต้องเว้นวรรคดังกรณีที่รัฐมนตรีมาเป็น ส.ว. ดังนั้นสมาชิก สนช. ในฐานะ ส.ส. จึงน่าจะไม่สามารถได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ส.ว. โดยยังเว้นวรรคไม่ถึง 5 ปี &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในส่วนของกรรมการ ป.ป.ช.นั้น มีลักษณะต้องห้ามอยู่ 24 ข้อ ข้อที่เป็นปัญหาคือ เป็นหรือเคยเป็น ส.ส.หรือ ส.ว. ในระยะ 10 ปี ก่อนเข้ารับการสรรหา (พ.ร.ป. ป.ป.ช. 2561 มาตรา 11 (18)) อดีตสมาชิก สนช. ในระบบสภาเดียว ย่อมมีสถานะเป็นทั้ง ส.ส.และ ส.ว. จึงมีลักษณะต้องห้ามในการเป็นกรรมการ ป.ป.ช. หากเว้นวรรคไม่เกิน 10 ปี&amp;rdquo; ประธาน กสม.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประธาน กสม.กล่าวอีกว่า ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญขององค์กรอิสระทุกองค์กร ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครหรือผู้ได้รับการสรรหา เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสรรหาเป็นผู้วินิจฉัย แม้กฎหมายจะบัญญัติต่อไปว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาให้เป็นที่สุด ก็ไม่ตัดอำนาจขององค์กรตุลาการที่จะเข้ามาตรวจความถูกต้อง องค์กรตุลาการดังกล่าวคือศาลปกครอง เพราะกรรมการสรรหาเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และคณะกรรมการสรรหาถือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามกฎหมายจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง ผู้เดือดร้อนหรือเสียหายมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองให้เพิกถอนคำสั่งหรือมติที่คณะกรรมการสรรหาเลือกอดีตสมาชิก สนช. มาเป็นกรรมการในองค์กรอิสระได้ภายใน 90 วัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในกรณีที่วุฒิสภาให้ความเห็นชอบอดีตสมาชิก สนช. เป็นกรรมการ ป.ป.ช. &amp;nbsp;และพ้นกำหนดเวลา 90 วันไปแล้ว ประธานวุฒิสภาควรรอข้อยุติจากการสรรหา กสม. อีก 3 คน ที่ยังดำเนินการอยู่ ก่อนนำความขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ส่วนกรณีการสรรหา กสม.อีก 3 คนที่กำลังดำเนินการอยู่นั้น หากคณะกรรมการสรรหาประกาศรายชื่อผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามแล้ว ผู้ที่ถูกตัดรายชื่อออกไปเพราะขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม สามารถนำคดีไปฟ้องต่อศาลปกครองกลางภายใน 90 วัน เพื่อขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา&amp;quot; ประธาน กสม.ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน กสม.ระบุด้วยว่า เมื่อมีการฟ้องคดีดังกล่าว กระบวนการสรรหาของคณะกรรมการสรรหาและการพิจารณาให้ความเห็นชอบของวุฒิสภายังคงเดินหน้าต่อไป เพราะกฎหมายบัญญัติว่า ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา และมิให้นำบทบัญญัติว่าด้วยมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองมาใช้บังคับ (พ.ร.ป.กสม. 2560 มาตรา 18)&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า &amp;ldquo;ข่าวล่ามาเร็ว....มี ส.ส. 2 คน ถูกชี้มูลคดีอาญา ม.157 เรื่องกดบัตรแทนกัน จบข่าว!!&amp;rdquo; ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่พิจารณา เพื่อเสนอตั้งคณะกรรมการไต่สวนเต็มองค์คณะ หรือตั้งคณะกรรมการไต่สวน ตอนนี้ยังไม่ไปถึงขั้นตอนดังกล่าว ดังนั้น เรื่องนี้จึงยังไม่มีการชี้มูลความผิดแต่อย่างใด ยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง หากมีความคืบหน้าอย่างไรจะได้แถลงข่าวให้ทราบ เพราะถือว่าเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชนพอสมควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณีที่มีการยื่นนั้นคือกรณีกล่าวหา 3 ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ได้แก่ นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง, &amp;nbsp;นางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายสมบูรณ์ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ และ 1 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ คือ น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ เสียบบัตรลงคะแนนแทนกันในพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนิพิฏฐ์กล่าวสั้นๆ กับผู้สื่อข่าวที่ได้โทรศัพท์ไปสอบถามข้อเท็จจริงว่า ขอไม่เปิดเผยรายชื่อ และให้ไปตามเรื่องจาก ป.ป.ช. ซึ่งคดีเสียบบัตรแทนกัน ผลคดีมีให้เห็นเป็นตัวอย่างแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68700</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉลอง เทอดวีระพงศ์, นาที รัชกิจประการ, นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, นิวัติไชย เกษมมงคล, ภริม พูลเจริญ, สมบูรณ์ ซารัมย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200614/image_big_5ee61d13ea8e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63681</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2020 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2020 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฎฐ์&#039;โวย&#039;ส.ส.ภท.พัทลุง&#039;อย่ามายุ่งเฟซบุ๊กส่วนตัว ลั่นทำหน้าที่ส.ส.สอบตก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย. 63 - นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ทีมงานพรรคภูมิใจไทย ของ ส.ส.ฉลอง เทอดวีระพงศ์ ออกมาถล่มผมกันอย่างพร้อมเพรียง เรื่องที่ผมออกมาพูดว่า สินค้าเกษตรของชาวบ้านพัทลุงและจังหวัดใกล้เคียง ผ่านจังหวัดตรังยากมาก ผมก็บอกแล้วไงว่าผมทำในฐานะส.ส.สอบตก ในฐานะประชาชน 100% อย่ามายุ่งกับผมเลย ถ้าท่านส.ส.และพรรคภูมิใจไทยเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อย ชาวบ้านอยู่อย่างสุขสบาย ก็ไม่เป็นไร ต่างคนต่างอยู่ แต่ผมเห็นตรงกันข้าม ผมเห็นว่าชาวบ้านเดือดร้อนแล้วท่านอย่าเข้ามายุ่งกับเฟสผมเลย ผมก็ไม่เคยแม้ไปอ่านเฟสของท่านและทีมงานของท่าน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา นายนิพิฎฐ์โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีที่มีชาวบ้านโทรมาร้องเรียนว่า จะไปส่งสินค้าเกษตรที่ จ.กระบี่ แต่ไม่สามารถผ่านจังหวัดตรังได้ ต้องขับรถกลับอ้อมไปทางจ.สุราษฎร์ธานี อ้อมไปประมาณ 300 กม.(ไป-กลับก็ 600 กม.).&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63681</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉลอง เทอดวีระพงศ์, นิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ, ส.ส.ภูมิใจไทย, สินค้าเกษตร, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200420/image_big_5e9d10a31472b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57090</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2020 13:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2020 13:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาแล้ว! &#039;ชวน&#039; เปิดผลสอบส.ส.เสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ.63 - ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าผลสอบ ส.ส.เสียบบัตรแทนกันว่า เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ส่งผลสอบกรณีนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง &amp;nbsp;และนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย มาให้เมื่อวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งตนก็บอกแล้วว่า เราต้องสอบส.ส.คนอื่นที่มีข่าวด้วย เพราะข้อมูลนี้อยู่ที่สภาจึงไม่มีใครอยากเปลืองตัวเรื่องนี้ แม้แต่ประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาฯ ก็ไม่อยากทำ แต่อย่างน้อยสภาฯต้องรับผิดชอบ เพราะทั้งวงจรปิดและเรื่องบัตร เจ้าหน้าที่สภาฯเป็นผู้เก็บรักษา ดังนั้นสภาฯจึงเป็นผู้ที่น่าจะสอบได้ดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน กล่าวต่อว่า ในรายงานในส่วนของนายฉลอง ไม่มีปัญหา เพราะยอมรับว่าไม่อยู่ในห้องประชุม ส่วนนางนาที ยังไม่ปรากฏในข้อมูล แต่ทางสภาฯก็ส่งเรื่องไปยังการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ว่าขึ้นเครื่องบินตอนกี่โมง แล้วเอามาเทียบเวลาในสภาฯว่าลงคะแนนตอนกี่โมง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57090</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉลอง เทอดวีระพงศ์, ชวน หลีกภัย, นาที รัชกิจประการ, สภา, เสียบบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200213/image_big_5e44eac6618d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งบ63สะดุดเสียบบัตรแทนกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; ย้ำต้องยึดความถูกต้องไม่ใช่ภาพลักษณ์เรื่องเสียบบัตร ลั่นมีการสมคบกันทำเป็นขบวนการ &amp;ldquo;สรศักดิ์&amp;rdquo; เผยผลสอบแล้วพบลงคะแนนแทนตั้งแต่มาตรา 31-55 เล็งชงสภาให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างงบประมาณโมฆะหรือไม่ &amp;ldquo;นิพิฏฐ์&amp;rdquo; แฉซ้ำอีกราย &amp;ldquo;นาที&amp;rdquo; อยู่แดนมังกรวันลงมติ &amp;ldquo;เสี่ยหนู&amp;rdquo; ขึงขังตั้งคณะกรรมการสอบ โวไม่เลี้ยงแน่หากผิดจริง &amp;ldquo;สภาสูง&amp;rdquo; ชี้ไม่มีหน้าที่ตีความลุยโหวตผ่านกฎหมายงบฉลุย 255 เสียง &amp;ldquo;เหลิม&amp;rdquo; แช่งพวกจัญอัปปล่อยข่าวซูเอี๋ยอภิปราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันอังคารที่ 21 มกราคม ยังคงมีความต่อเนื่องในกรณีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พบนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้ลงมติในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท เมื่อวันที่ 11 ม.ค.2563 ทั้งที่ไม่อยู่ในห้องประชุม&amp;nbsp;
โดยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ต้องให้เวลาเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลังว่ามีการเสียบบัตรแทนกันจริงหรือไม่ ใครเป็นผู้กระทำ แต่ไม่ได้กำหนดกรอบเวลา ต้องตรวจสอบให้เสร็จภายในกี่วัน ซึ่งปกติบัตรลงคะแนนมักอยู่ที่ ส.ส.แต่ละคน แต่ ส.ส.ส่วนหนึ่งมักทิ้งบัตรคาเครื่องลงคะแนนไว้จริงๆ เมื่อเลิกประชุมแล้วเจ้าหน้าที่จะไปดึงบัตรเหล่านี้ออกจากเครื่องในทุกที่นั่งแล้วนำมาเก็บไว้ พอตอนเช้ามา ส.ส.จะมาขอบัตรลงคะแนนจากเจ้าหน้าที่ที่เก็บไว้
&amp;ldquo;ก่อนหน้านี้เคยสั่งให้ตรวจสอบกรณีนายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในลักษณะเดียวกัน แต่สุดท้ายแล้วไม่สามารถชี้ได้ว่าใครเป็นคนกดบัตรให้ ที่ผ่านมาเตือนตลอดเวลาว่าอย่าไปลงมติซ้ำหรือไปทำอะไรผิด เพราะนิติบัญญัติต้องเป็นแบบอย่างในการเคารพเสียงประชาชนและกติกาบ้านเมือง อะไรที่ไม่ถูกต้องก็ต้องไม่ทำ ได้เตือนตลอดเวลาให้ระมัดระวังเรื่องเหล่านี้&amp;rdquo;นายชวนกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การเสียบบัตรคาไว้บนเครื่องอาจเปิดโอกาสให้เกิดการเสียบบัตรแทนกันได้หรือไม่ นายชวนตอบว่า ทั่วไปถ้าไม่สมคบกันคงไม่มี อยู่ดีๆ จะไปกดบัตรแทนคนอื่นได้อย่างไร การเสียบบัตรคาไว้เป็นเรื่องปกติ เพราะบางเรื่องต้องลงมติหลายครั้ง เช่น เรื่องงบประมาณ แต่ถ้าเสียบคาไว้แล้วคนอื่นมากดแทนให้ไม่ค่อยมี ยกเว้นแต่ฝากให้เพื่อนมากดแทนก็เป็นอีกเรื่อง ทำไม่ได้ หากพบว่ามีการเสียบบัตรแทนกันก็ต้องมีมาตรการบางอย่าง ต้องดูเจตนารมณ์ เรื่องนี้อยู่ที่ความรับผิดชอบแต่ละคน ขอรอดูผลสอบก่อนแล้วค่อยมาว่ากันอีกทีจะดำเนินการอย่างไร
&amp;ldquo;อย่าไปห่วงภาพลักษณ์ ให้ห่วงความชอบธรรม ความถูกต้องดีกว่า เมื่อสภาเป็นสถาบันหลัก ต้องสร้างมาตรฐาน ไม่ใช่ไปปกปิดความจริงกัน ต้องให้โอกาสความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย&amp;rdquo; นายชวนตอบกรณีดังกล่าวจะกระทบต่อภาพลักษณ์การทำงานของสภาหรือไม่
เมื่อสอบถามอีกว่า การเสียบบัตรแทนกันจะมีผลกระทบต่อร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ที่ผ่านความเห็นชอบไปแล้วต้องโมฆะหรือไม่ นายชวนตอบว่า เป็นคนละเรื่องกัน สภาทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องการเสียบบัตรแทนกัน แต่โดยหลักแล้ว บัตรของใครถือว่าเป็นของคนนั้นเป็นผู้ทำหน้าที่ แต่ในทางปฏิบัติอาจเป็นไปได้ที่มีคนแอบฝากกัน แต่ไม่สามารถเป็นเหตุที่อ้างได้
เสียบบัตรแทนกันจริง!
ต่อมาในช่วงบ่าย นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงผลตรวจสอบดังกล่าวว่า ได้ประชุมร่วมกับทีมกฎหมายแล้วพบว่า 1.ข้อกล่าวหาของนายนิพิฏฐ์เป็นความจริง โดยได้เชิญเจ้าหน้าที่จากสำนักชวเลขมาตรวจสอบ ซึ่งพบว่าในมาตรา 31-55 มีชื่อนายฉลองร่วมลงมติจริง 2.ได้เรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวกับการเก็บรักษาบัตรลงคะแนนในห้องประชุมมาให้ข้อมูล ปรากฏว่าบัตรนายฉลองเบิกไปใช้จริง และลงมติในวันที่ 8-11 ม.ค. โดยไม่ได้ส่งบัตรคืนเจ้าหน้าที่ และพบอีกครั้งว่าบัตรเสียบค้างไว้ที่เครื่องลงคะแนนในวันที่ 11 ม.ค. และ 3.ได้เรียกฝ่ายเทคนิคมาช่วยตรวจสอบช่องเสียบบัตรลงคะแนน แต่ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเสียบบัตรในตำแหน่งใด อีกทั้งกล้องของฝ่ายเทคนิคไม่ได้จับภาพบุคคล&amp;nbsp;
&amp;ldquo;คณะกรรมการฯ จึงมีความเห็นว่าข้อกล่าวหาเป็นจริง ทำให้ผลการลงมติตั้งแต่มาตรา 31-55 และข้อสังเกต ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้นกระบวนการที่จะทำให้ถูกต้องคือ ต้องทำตามรัฐธรรมนูญมาตรา 139 ที่ให้สมาชิกของรัฐสภาไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 หรือ 75 คน เสนอประธานสภาฯ ให้ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าเป็นร่างกฎหมายที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่&amp;rdquo; นายสรศักดิ์กล่าว และว่า ได้แจ้งผลให้นายชวนทราบแล้ว โดยจะนำเรื่องดังกล่าวไปหารือในที่ประชุมสภาในวันที่ 22 ม.ค. เพื่อดูว่าที่ประชุมสภาจะเห็นเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่า มีการเสียบบัตรและกดลงมติแทนนายฉลองจริงใช่หรือไม่ นายสรศักดิ์กล่าวว่า ถูกต้อง แต่พิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นบุคคลใดที่นำบัตรไปเสียบไว้ในช่องไหน เพราะที่นั่งมีเป็นจำนวนมาก
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่ จ.นราธิวาส กล่าวในเรื่องนี้ว่า การที่ ส.ส.จะเข้าหรือไม่เข้าประชุมสภา เป็นเรื่องของสภา เป็นเรื่องของการเมือง อย่าเอาปัญหานั้นปัญหานี้มาถาม เพราะเป็นรัฐบาลมีหน้าที่เป็นฝ่ายบริหาร บางเรื่องเป็นเรื่องของสภา บางเรื่องเป็นเรื่องของคนอื่น ก็ขอให้ไปถามคนที่พูดหรือคนที่ทำเรื่องนั้น รัฐบาลมีหน้าที่รับผิดชอบในฐานะฝ่ายบริหาร แต่สภาอยู่ฝ่ายนิติบัญญัติ อย่าเอาเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติมาถามฝ่ายบริหาร เพียงแต่ฝ่ายนิติบัญญัติสามารถตรวจสอบฝ่ายบริหารได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่คนยอมรับกติกาอยู่แล้ว
&amp;quot;เรื่องที่ว่ามีเสียบบัตรแทนกันอย่ามาถามผม ทุกคนทราบดี ขอให้ไปตรวจสอบกันมาว่าทำถูกหรือไม่ถูก&amp;quot; นายกฯ กล่าว และว่า ส่วนกรณีร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ จะเป็นโมฆะหรือไม่นั้น ตอนนี้ก็อยู่ในกระบวนการตรวจสอบ ถ้ามีการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาก็ดำเนินการไป สิ่งสำคัญที่สุดคือตนเองต้องแก้ปัญหาอย่างไรให้การใช้จ่ายงบประมาณมีเงินเพียงพอ&amp;nbsp;
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ปฏิเสธตอบคำถามว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณจะเป็นโมฆะหรือไม่ โดยระบุสั้นๆ ว่ายังไม่ทราบรายละเอียด
นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง กล่าวในเรื่องนี้ว่า ไม่รู้สึกกังวลอะไร เพราะต้องรอดูข้อกฎหมายให้ชัดเจน&amp;nbsp;
ส่วนนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป. ระบุว่า เพิ่งเดินทางกลับจากอินเดียเมื่อวันที่ 20 ม.ค. จึงยังไม่ได้คุยกับนายนิพิฏฐ์&amp;nbsp;
แฉเพิ่ม&amp;quot;นาที&amp;quot;ไม่อยู่
ด้านนายนิพิฏฐ์โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้กรณีนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. ที่ระบุว่าเหมือนสุนัขพันธุ์บูลด็อกที่กัดไม่ปล่อย ว่าไม่สุภาพ พูดไม่ให้เกียรติกัน แต่ไม่เป็นไร สันดานท่านอาจเป็นคนอย่างนั้น ซึ่งไหนๆ ก็ว่ากัดไม่ปล่อยแล้ว จึงขอนายศุภชัยช่วยตรวจสอบการกดบัตรของ ส.ส.อีกราย โดยเมื่อวันที่ 11 ม.ค.2563 ขณะมีการประชุมงบประมาณ นางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. เดินทางไปประเทศจีน
&amp;ldquo;ลองตรวจดูหน่อยสิครับว่าหลังจากเช็กอินที่สนามบินสุวรรณภูมิแล้วบัตรของคุณนาทียังมีการกดโหวตอยู่ที่สภาหรือเปล่า อย่าว่าใครผิดใครถูกเลย ถือว่างานนี้ผมท้าให้ท่านเปิดเผยข้อมูลก็แล้วกันครับ แล้วมาดูกันว่าข้อมูลในมือของท่านกับข้อมูลในมือของผมตรงกันหรือเปล่า&amp;rdquo; นายนิพิฏฐ์โพสต์
ทั้งนี้ นายนิพิฏฐ์ยังได้โพสต์ภาพหมู่ของกรุ๊ปทัวร์ดูงานตามโครงการพัฒนาความสัมพันธ์ด้านการศึกษา การท่องเที่ยว การค้า และการลงทุนระหว่างจังหวัดระนองกับเมืองซานเหมินเซียะ มณฑลเหอหนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 11-15 มกราคม 2563 อีกรวม 3 ภาพ
นายนิพิฏฐ์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ข้อมูลที่ได้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ชาวบ้านในพื้นที่ส่งมาให้ และฝากให้ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำหน้าที่ของ ส.ส. ส่วนกรณีของนายฉลองที่เจ้าตัวออกมายอมรับว่าขาดการประชุมสภาจริง โดยเสียบบัตรทิ้งไว้ที่เครื่องลงคะแนนนั้น ต้องแยกเป็น 2 ส่วนคือ 1.กรณีความไม่สมบูรณ์ของร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ตั้งแต่มาตรา 31 จนถึงปิดการประชุมในวาระที่ 3 ถ้ามีคนไปร้องศาลรัฐธรรมนูญก็อาจขัดรัฐธรรมนูญตามแนวทางคำวินิจฉัยคดีที่ 3-4/2557 ในคดีร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท และ 2.นายฉลองจะมีความผิดทางอาญาหรือไม่นั้น ต้องดูว่าเจ้าตัวรู้เห็นเป็นใจหรือไม่ในการให้ผู้อื่นเสียบบัตรลงคะแนนแทน
&amp;ldquo;ยืนยันว่าส่วนตัวไม่ได้มีเจตนาให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณเป็นโมฆะ ซึ่งอาจทำได้โดยการให้หักมติที่นายฉลองลงออก และยืนยันว่าผมไม่ได้เอาคืนพรรคภูมิใจไทยหลังแพ้เลือกตั้งเขต 2 พัทลุง&amp;rdquo;นายนิพิฏฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรค ภท. ระบุว่า ในวันประชุมดังกล่าวเห็นนายฉลองมาร่วมประชุมด้วย แต่ไม่ทราบว่ามีช่วงไหนบ้างที่นายฉลองไม่อยู่ ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของสภาจะตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร ซึ่งก็ต้องว่าไปตามนั้น และพรรคเองก็มีประมวลจริยธรรมนักการเมืองอยู่ เรื่องนี้ต้องให้สภาเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบเป็นหลัก หากผิดจริงทางพรรคก็จะดำเนินการต่อไป
นายศุภชัยกล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. จะมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการในการปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมของพรรค โดยมีนายสิรภพ ดวงสอดศรี ผู้อำนวยการพรรค เป็นประธาน โดยมีบทลงโทษหากผิดจริงคือ หากไม่ร้ายแรงก็ตักเตือน และหากผิดร้ายแรงก็ให้พ้นจากสมาชิกภาพ ซึ่งจะใช้เวลาพิจารณาตรวจสอบให้เร็วสุด
นายศุภชัยกล่าวว่า ได้ถามเรื่องดังกล่าวแก่นายฉลอง โดยนายฉลองชี้แจงดังนี้ 1.ยอมรับว่าไม่ได้ลงมติ 2.ยอมรับว่าลืมบัตรไว้ 3.ไม่ทราบว่ามีการกดบัตรลงคะแนน 4.มีเพื่อน ส.ส.นำบัตรมามอบให้อีก 2-3 วันต่อมา 5.ยอมรับผิดที่ลืมบัตร และขอโทษต่อชาวพัทลุง ขอโทษต่อพรรค ขอโทษต่อสภา 6.พร้อมชี้แจงต่อกรรมการสอบสวนของพรรคและสภา และ 7.เป็นบทเรียนของ ส.ส.ใหม่ ที่จะจดจำและนำไปเตือนใจทุกครั้งในการปฏิบัติหน้าที่&amp;nbsp;
เสี่ยหนูลั่นไม่เลี้ยงแน่
ขณะที่นายอนุทินระบุว่า ต้องรอผลการสอบก่อน ขอย้ำว่ากฎระเบียบของพรรคชัดเจนว่าหาก ส.ส.คนใดทำผิดกฎระเบียบของพรรคก็จะมีมาตรการลงโทษ ดังนั้นหากนายฉลองทำผิดจริง ยืนยันไม่เลี้ยงเอาไว้แน่นอน โดยเบื้องต้นทราบว่านายฉลองลืมบัตรไว้ที่สภา ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่มีคนลืมไว้ แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไร ถ้าในวันที่ 22 ม.ค. ที่จะมีการประชุมพรรค หากเจอตัวต้องตำหนิอย่างรุนแรง ต้องหวดกันบ้าง เพราะการประชุมสภาเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งต้องขออภัยด้วย ดังนั้นในฐานะหัวหน้าพรรคจะกำชับ ส.ส.และเข้มงวดให้มากกว่านี้ เพราะการอยู่ในห้องประชุมถือเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่สิ่งสำคัญคือต้องไม่ให้ใครมากดบัตรแทน ซึ่งเชื่อว่าเจ้าตัวก็ไม่ได้สั่งให้ใครมากดแทน เพราะต้องทราบดีถึงโทษและระเบียบอยู่แล้ว ทั้งนี้ ขอรอผลการสอบ เพราะทราบว่าสภาก็ตั้งกรรมการตรวจสอบเรื่องนี้อยู่เช่นกัน
&amp;ldquo;กรณีนางนาทีอยู่ รูปปรากฏตัวอยู่ที่จีน แต่กลับมีชื่อเป็นองค์ประชุมในการโหวตนั้น ยังไม่ทราบในรายละเอียด แต่การที่นางนาทีเดินทางไปครั้งนี้ดูเหมือนว่าแจ้งให้ทราบ ต้องกลับไปดูอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ เวลาประชุมพรรคก็บอกตลอดว่าต้องใส่ใจ ถ้าไม่มีธุระอะไรสำคัญก็ต้องอยู่ประชุม&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;เมื่อถามว่า การเลือกตั้งครั้งล่าสุดนายนิพิฏฐ์แพ้ให้นายฉลอง แล้วออกมาแฉในเรื่องนี้จะทำให้กระทบความสัมพันธ์หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เป็นเรื่องส่วนตัว ความจริงทุกคนควรมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย การแข่งขันเป็นเรื่องปกติ ถ้าชนะก็ต้องไม่ประมาท ถ้าแพ้ก็ต้องปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น ไม่ใช่ใช้อารมณ์ส่วนตัว มาหาวิธีแก้มือกัน ซึ่งคิดว่าคงไม่กระทบ เพราะทุกอย่างก็ต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง และอยากให้ยึดถือผลประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นที่ตั้ง อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาทำให้บ้านเมืองเสียหาย ถ้าผิดก็ว่าตามผิด พูดได้คำเดียวถ้าเขาผิดก็ไม่เลี้ยง
สำหรับความเคลื่อนไหวของฝ่ายค้าน นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน กล่าวหลังประชุมวิปฝ่ายค้านว่า พรรคร่วมฝ่ายค้าน 7 พรรคจะติดตามการกดบัตรแทนกัน เพราะเป็นเรื่องสำคัญมาก ที่นอกจากกระทบต่อมาตรฐานจริยธรรมของ ส.ส.แล้ว ยังมีผลอาจทำให้กฎหมายหลายฉบับถูกตีความว่าเป็นโมฆะหรือไม่ โดยเฉพาะ พ.ร.บ.งบประมาณฯ หากเทียบเคียงกับกรณีการเสียบบัตรแทนกันในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ทำให้กฎหมายดังกล่าวเป็นโมฆะ&amp;nbsp;
&amp;ldquo;อยากให้รัฐบาลเคลียร์เรื่องเหล่านี้ให้จบ ไม่อยากให้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายทำให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท เพราะวันนี้มีทั้งเรื่องสมาชิกภาพพรรคอนาคตใหม่จะหาทางออกอย่างไร เรื่องนายฉลองกับนายขจิตรเกี่ยวกับการกดบัตร ซึ่งเป็นเรื่องที่ประธานสภาฯ ต้องสะสางหาคำตอบ&amp;rdquo; นายสุทินกล่าว
ส.ว.ลุยลงมติเห็นชอบงบ
ส่วนในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานก่อนเข้าสู่การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ได้มีการหารือถึงกรณีดังกล่าว ซึ่งนายพรเพชรวินิจฉัยว่า ผู้รับผิดชอบโดยตรงคือสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ ร่างกฎหมายนี้ส่งมาอย่างเป็นทางการยังวุฒิสภา ก็ต้องถือว่าร่างที่ส่งมาถูกต้อง อีกทั้งวุฒิสภาคงไม่มีอำนาจวินิจฉัยหรือดำเนินการว่าร่างกฎหมายนี้ถูกหรือผิด&amp;nbsp;
นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) กล่าวว่า ส.ว.มีหน้าที่ให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างในส่วนเนื้อหาเท่านั้น แต่กรณีที่เกิดขึ้นอยู่นี้ไม่เกี่ยวกับเนื้อหา แต่เป็นเพียงกระบวนการกล่าวหาในชั้นของสภา องค์กรที่มีหน้าที่วินิจฉัยชี้ขาดคือศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน แต่หากยังไม่มีคำตัดสิน ถือว่ายังเป็นความถูกต้อง
จากนั้นเวลา 16.15 น. ภายหลังสมาชิกอภิปรายเสร็จสิ้น นายพรเพชรสั่งให้สมาชิกแสดงตนเพื่อเช็กองค์ประชุม และลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ด้วยคะแนน 225 ต่อ 0 งดออกเสียง 8 เสียง ไม่ออกเสียงไม่มี
วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมชั้น 8 พรรค พท. มีการประชุมร่วม 3 ฝ่าย ประกอบด้วย คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย, คณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย และคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค โดย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ กล่าวว่า ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมามีข่าวสับสน ซึ่งคนปล่อยข่าวบัดซบ เป็นพวกจัญอัป ปล่อยข่าวว่าไปกินข้าว ไปพูดคุย ตกลงรับเงินจากบางคนเพื่อไม่อภิปรายรัฐมนตรีบางคน ขอสาปแช่งคนที่เอาข่าวไปพูดและคนออกข่าวให้พบกับความวิบัติ และถ้าคณะตนเองทำเช่นนั้น ขอให้เกิดความวิบัติเช่นกัน
&amp;ldquo;การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ไม่มีซูเอี๋ย ไม่มีดีล มีแต่การเอาข้อเท็จจริงมาบอกประชาชน บอกกับสื่อมวลชนว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่เหมาะที่จะบริหารประเทศชาติอีกต่อไปนี้ จนถึงขณะนี้ยังไม่รู้ว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านจะอภิปรายใครบ้าง แต่ส่วนของกิจการพิเศษวางไว้ 5 คน วันนี้พรรคเพื่อไทยยังไม่ไฟนอล แล้วจะมาดีลอะไรกับผม ไม่เคยเล่นการเมืองอะไรเลวๆ แบบนั้น ต้องด่ารัฐบาลชุดนี้มันกลัวเงาผม เลยต้องมาขย่ม เสียดายรอบนี้ไม่ได้เข้าสภาเลยออกไม่เต็มหมัด แต่ถึงออกได้แค่ครึ่งหมัดก็ล้มรัฐบาลได้&amp;rdquo; ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว
นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ กล่าวว่า 7 พรรคฝ่ายค้านมีมติยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในวันที่ 29 ม.ค.นี้ โดยหัวหน้าแต่ละพรรคจะเป็นผู้สรุปรายชื่อผู้ที่จะถูกอภิปรายร่วมกัน ก่อนยื่นญัตติอภิปราย ซึ่งตัวเลขผู้ที่จะถูกอภิปรายเบื้องต้นคือ 7 บวกๆ เราจะคุยกันเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงวันที่ 29 ม.ค.
นายสุทินกล่าวว่า รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายจากเดิม 5 คน อาจเป็น 7 คนหรือไปถึง 8-9 คนได้ ซึ่งรายชื่อที่อยู่ในข่ายประกอบด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ, นายอุตตม, นายศักดิ์สยาม, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ซึ่งอยู่ที่ข้อมูลหลักฐาน.
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55180</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉลอง เทอดวีระพงศ์, นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563, ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสียบบัตรแทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200121/image_big_5e270074bcaeb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55116</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2020 13:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2020 13:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ภูมิใจหนู&#039;ตั้งกรรมการสอบ&#039;หลองพัทลุง&#039; ยอมรับผิด ขอโทษ แต่ไม่มีเจตนาเสียบบัตรแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.63- นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ อ้างว่านายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง เขต 2 พรรคภูมิใจไทยให้คนอื่นเสียบบัตรแทนระหว่างการลงมติพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ในวันที่ 10 มกราคม ว่า ในวันนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะมีคำสั่งแต่งตั้งตั้งคณะกรรมการในการปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมของพรรค โดยมีนายสิรภพ ดวงสอดศรี ผอ.พรรค เป็นประธานกรรมการฯ นายสุริยงค์ หุณฑสาร และนายธนิศร์ ศรีประเทศ เป็นกรรมการฯ เพื่อดำเนินการสอบสวนกรณีของนายฉลอง ให้ผู้อื่นเสียบบัตรแทนจริงหรือไม่ โดยมีบทลงโทษหากผิดจริงคือ หากไม่ร้ายแรงก็ตักเตือนและหากผิดร้ายแรงก็ให้พ้นจากสมาชิกภาพสมาชิกพรรค ซึ่งจะใช้เวลาพิจารณาตรวจสอบให้เร็วสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวว่าเบื้องต้นได้มีการสอบถามเรื่องดังกล่าวแก่นายฉลอง โดยสส.ฉลองได้ชี้แจงดังนี้ 1. ยอมรับว่าไม่ได้ลงมติ 2. ยอมรับว่าลืมบัตรไว้ในที่ประชุม 3. ไม่ทราบว่ามีการกดบัตรลงคะแนน 4. มีเพื่อนส.ส.นำบัตร มามอบให้ อีก 2-3 วันต่อมา 5. ยอมรับผิด ที่ลืมบัตร และ ขอโทษต่อ ประชาชนชาวพัทลุง ขอโทษต่อพรรค ขอโทษต่อสภาผู้แทนราษฎร ที่ เป็นเหตุให้เกิดกรณีเช่นนี้ขึ้น แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนา ที่จะปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และไม่ได้ใช้ หรือ วานให้ใคร กดบัตรลงคะแนนให้ แต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. พร้อมที่จะชี้แจงต่อกรรมการสอบสวนของพรรค และ ของสภาฯ เพื่อยืนยันความบรสุทธิ์ใจในการทำหน้าที่ส.ส. 7. เป็นบทเรียนของส.ส.ใหม่ ที่จะจดจำ และนำไปเตือนใจทุกครั้งในการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชนในจังหวัดพัทลุง โดยไม่ให้มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสภาผู้แทนราษฎร ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55116</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉลอง เทอดวีระพงศ์, นายศุภชัย ใจสมุทร, ภูมิใจไทย, ส.ส.พัทลุง, เสียบบัตรแทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200120/image_big_5e25438aa7eac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55022</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2020 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2020 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยโฉมส.ส.เสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน ที่แท้ชนะเลือกตั้ง&#039;นิพิฏฐ์&#039;  - เจ้าตัวปัดพัลวันไม่ได้ฝากใครเสียบแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค.63 - นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย ยอมรับว่าไม่ได้อยู่ในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร บางช่วงของการลงมติร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ระหว่างวันที่ 10-11 มกราคม 2563 จริง เนื่องจากญาติเสียชิวิต5ศพจึงต้องไปจัดการเรื่องศพ และในวันเสาร์ที่ 11 มกราคม ได้เดินทางไปร่วมงานวันเด็กที่ตำบลอ่างทอง อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริง ว่าไม่ได้เอาบัตรลงคะแนนกลับมาจากสภาผู้แทนราษฎร โดยปกติจะวางไว้หรือเสียบค้างไว้ในห้องประชุม และตอนเย็นจะมีเจ้าหน้าที่มาเก็บ หลายครั้งที่ตนได้ไปเอาบัตรคืนจากหน้าที่ ส่วนใครจะเสียบบัตรแทนหรือไม่ตนไม่ทราบ แต่ยืนยันว่าไม่ได้ฝากใคร หรือให้ใครเสียบบัตรกดลงคะแนนแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฉลอง &amp;nbsp;กล่าวว่าพร้อมรับการตรวจสอบจากกรณีดังกล่าวตามที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเปิดเผย เพราะข้อเท็จจริงเป็นเช่นนั้น และยืนยันว่าบริสุทธ์ใจ อย่างไรก็ตามจะปรึกษาหารือกับผู้ใหญ่ในพรรคภูมิใจไทยถึงประเด็นดังกล่าวอีกครั้งก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายฉลอง &amp;nbsp;เทอดวีระพงศ์ ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค.62 ได้ลงสมัครส.ส. เขต 2 จังหวัดพัทลุง พรรคภูมิใจไทย และชนะเลือกตั้งโดยได้ &amp;nbsp;45,231 คะแนน ขณะที่ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ผู้สมัคร จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้ 20,091 คะแนน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55022</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉลอง เทอดวีระพงศ์, นิพิฏฐ์ อินทรสมบัตร, เสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200120/image_big_5e25438aa7eac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
