<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106902</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2021 16:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2021 16:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ทร. สั่ง ศรชล.หามาตรการด่วนปมพบซากฉลามหูดำวางขายเกลื่อนตลาดปลาภูเก็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มิ.ย.64 -&amp;nbsp;เวลา 15.00 น. พลเรือตรี ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีการเผยแพร่ภาพข่าวผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง กรณีมีการนำซากฉลามหูดำเป็นจำนวนมาก มาวางขายในตลาดปลาแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp; ทำให้มีการแสดงความเป็นห่วงจากกลุ่มผู้อนุรักษ์เป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกี่ยวกับเรื่องนี้ พลเรือเอกชาติชาย&amp;nbsp; ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ได้รับรายงานในเรื่องดังกล่าวแล้ว พร้อมทั้งแสดงความเป็นห่วง และได้สั่งการให้ พลเรือเอกธีรกุล&amp;nbsp;กาญจนะ เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะเลขาธิการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใน ศรชล. บูรณาการเพื่อที่จะดำเนินการตามมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106902</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดภูเก็ต, ฉลาม, ฉลามหูดำ, ผบ.ทร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210619/image_big_60cdbb3a7af8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106854</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2021 21:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 21:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.ธรณ์&#039; เผยภาพฉลามเกลื่อนตลาด เร่งดันเข้าสัตว์คุ้มครอง-ปรับขนาดจับได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มิ.ย.64 -&amp;nbsp;ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กเผยแพร่ภาพฉลามในตลาดปลาจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;พร้อมระบุว่า เพื่อนธรณ์ระดมส่งภาพนี้มาให้ผมจากทั่วสารทิศ คงต้องบอกว่าจะพยายามเท่าที่ทำได้ หากมันง่ายคงสำเร็จไปนานแล้ว แต่เชื่อเสมอว่ากระแสรักโลกจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้มากขึ้นครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้คณะสัตว์หายากที่ปรกติตามระเบียบประชุมทุก 3 เดือน กลายเป็นเดือนละ 2 หนแล้วครับพี่น้อง (ไม่ต้องถามถึงเบี้ยนะครับ ไม่มี มาด้วยใจล้วนๆ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัปดาห์หน้าจะนำเรื่องฉลามเข้าอีกครั้ง ทั้ง 4-5 ชนิดที่จ่อเข้าคณะกรรมการสัตว์สงวนคุ้มครอง การปรับขนาดฉลามในพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม และการอนุรักษ์ในแบบต่างๆ (อ่านในโพสต์เก่านะครับ) จะพยายามต่อไปครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ ดร.ธรณ์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ท่านรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา ออกมาชัดเจนแบบนี้ คนรักทะเลยินดีแน่ครับ เพราะฉะนั้น เราไปต่ออย่างเร็วได้
1) ฉลามหัวค้อน/เสือดาว ค้างรอเข้ากรรมการสงวนคุ้มครองฯ นำเข้าได้เลยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) ฉลามอื่นๆ เร่งพิจารณาและนำเสนอรายชนิด โดยดูจากสถานภาพ/คุกคามที่เรามีข้อมูลอยู่แล้ว คณะสัตว์ทะเลหายากพร้อมเสมอ จะประชุมกันต่อเนื่องก็พร้อมครับ ชงเรื่องได้ตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) แก้บัญชีแนบท้ายรายชื่อปลาในพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดต่างๆ&amp;nbsp;ระบุเพิ่มชนิดฉลาม ตัดเรื่องขนาดออกไป ฯลฯ อันนี้ทำได้ทันทีเพราะอยู่ในอำนาจกระทรวงทรัพยากรฯ เพื่อส่งไปฝ่ายกฏหมายต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4) เร่งรัดประกาศพื้นที่คุ้มครองทางทะเลใหม่ๆ โดยเน้นสัตว์หายาก ทั้งเพื่ออนุรักษ์และเพื่อให้เราส่งออกต่อไปได้ คณะสัตว์หายากเสนอพื้นที่อันดามันเหนือไปแล้ว ยังมีอีกที่พอเป็นไปได้ โดยไม่ส่งผลกระทบมากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5) เร่งรัดให้อุทยานทางทะเลทุกแห่ง ให้ความสำคัญกับฉลามและสัตว์หายากทางทะเล มีการสำรวจร่วมกับฝ่ายวิชาการ&amp;nbsp; ระบุพื้นที่สำคัญ เช่น อ่าวที่ฉลามอาศัย/ออกลูก จำนวนเท่าที่สำรวจได้ การติดตามความเปลี่ยนแปลง ฯลฯ ที่ทำงานร่วมกันกับหลายฝ่าย เป็นไปได้ครับ เมืองนอกตอนนี้ถึงขั้นใช้โดรนสำรวจฉลาม/สัตว์หายากเป็นประจำแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฐานข้อมูลส่วนนี้สำคัญมาก เพราะเราจะวางแผนถูก เน้นพื้นที่ต้องดูแลลาดตระเวน ฯลฯ อันนี้ทำได้ทันทีเช่นกัน เพราะเรามีความรู้พอสมควรเรื่องเสือหรือสัตว์ป่า แต่เราแทบไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับฉลามในอุทยาน ยังรวมถึงฉลามที่อยู่ข้างนอกพื้นที่ มีอีกเยอะ กรมทะเลฯ สามารถเริ่มต้นสำรวจ/หาข้อมูลได้
ขอบคุณที่ท่านรักทะเล และโกรธเมื่อฉลามถูกทำร้าย เรายังมีความหวังใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นได้จากความสูญเสียในครั้งนี้
ขอเพียงเอาจริงและต่อเนื่อง อย่าทำๆ หยุดๆ อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้นครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106854</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดภูเก็ต, ฉลาม, ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์, พื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม, สัตว์สงวน, เลิกกินหูฉลาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210618/image_big_60cca53cbbcb7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103203</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2021 16:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2021 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮือฮา! ชาวบ้านตกปลาเจอ &#039;ฉลาม&#039; ในแม่น้ำตรังเป็นครั้งแรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค.64 - ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบนายกล้อย เกื้อนะ อายุ&amp;nbsp;48&amp;nbsp;ปีอยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;196/2&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ต.บางรัก อ.เมือง จ.ตรัง หลังมีข่าวว่านายกล้อย&amp;nbsp;เป็นคนตกปลาฉลามในแม่น้ำตรังได้เป็นตัวแรกและคนแรกในจ.ตรัง โดยเมื่อวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมา นายกล้อยฯ ได้ไปตกปลาในแม่น้ำตรัง บริเวณบ้านหนองบัว ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง โดยใช้ลูกปลาดุกเป็นเหยื่อล่อ ทิ้งไว้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คืนก่อนที่รุ่งเช้าจะไปดูเบ็ดที่ปักไว้ และพบว่าเป็นปลาตัวใหญ่ ตอนแรกคิดว่าเป็นปลาสวาย แต่เมื่อจับขึ้นมาได้กลับพบว่าเป็นปลาฉลามที่ยังมีชีวิตอยู่ ชั่งน้ำหนักได้&amp;nbsp;3.9&amp;nbsp;กิโลกรัม ความยาวประมาณ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;ซึ่งก็ได้สร้างความฮือฮาให้กับชาวบ้านที่พบเห็นเป็นอย่างมาก เนื่องจากในแม่น้ำตรังยังไม่เคยมีใครตกได้ปลาฉลามแม้แต่คนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยปลาฉลามที่ได้คาดว่าจะเป็นฉลามทรายหรือฉลามหัวบาตร ที่สามารถอาศัยอยู่ในน้ำจืดได้ ประกอบกับแม่น้ำตรังเป็นแม่น้ำที่เชื่อมติดกับทะเลบริเวณปากอ่าวในอำเภอกันตัง จ.ตรัง ทำให้มีน้ำทะเลหนุนสูงและบางช่วงจะเป็นน้ำกร่อย จึงเป็นไปได้กว่าลูกฉลามตัวนี้อาจจะว่ายน้ำพลัดหลงเข้ามา จนกระทั่งมาติดเบ็ดของชาวบ้าน ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายว่าในเวลาต่อมานายกล้อย&amp;nbsp;ได้เอาไปให้น้องสาวทำเป็นอาหารไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กระแสข่าวการพบปลาฉลามในแม่น้ำตรัง ทำให้สองฝั่งแม่น้ำตรังเกิดความตื่นกลัวเป็นอย่างมากว่า จะยังมีฉลามอาศัยอยู่อีกหรือไม่ หรือมีตัวแม่เข้ามาด้วยหรือไม่ ชาวบ้านจึงงดลงเล่นน้ำในแม่น้ำตรังตลอดสายเป็นการชั่วคราว&amp;nbsp;ขณะที่นายกล้อยยังเชื่อว่าจะยังมีฉลามอยู่ในพื้นที่ คาดหากได้กลิ่นเลือดก็กลัวว่าจะเข้ามาทำร้ายคนได้ ล่าสุด นายโกวิทย์ เก้าเอี้ยน ประมงจ.ตรังระบุว่าน่าจะเป็นฉลามหัวบาตร ซึ่งจะลงตรวจสอบแหล่งที่พบอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายกล้อย เกื้อนะ ชาวบ้านที่ตกได้ฉลามตัวดังกล่าวเล่าว่า วันเกิดเหตุตนได้เอาลูกปลาดุกไปเป็นเหยื่อล่อทิ้งไว้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คืนก่อนที่จะมาดูในตอนเช้า ซึ่งตอนแรกคิดว่าเป็นปลากดหรือปลาสวาย แต่เมื่อเอามาดูใกล้ๆกลับพบว่าเป็นปลาฉลาม ซึ่งในชีวิตตกปลามาเกือบ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปีแล้วยังไม่เคยพบเห็น ทำให้รู้สึกแปลกใจและยืนงงอยู่พักใหญ่ เพราะไม่เชื่อว่าบริเวณบ้านป่าหมาก-หนองบัว ต.นาตาล่วง จะมีฉลามอาศัยอยู่ได้ โดยมีชาวบ้านสนใจมาดูเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103203</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตรัง, ฉลาม, ปลาฉลาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a233499e9fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2020 16:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2020 16:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วราวุธ&#039; ชี้ &#039;นายกเล็กเจ๊ะบิลัง&#039; ตั้งค่าหัวล่าฉลามแก้ปัญหาไม่ถูกจุด เล็งดันกม.คุ้มครองสัตว์ทะเลหายาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.63 - กรณีนายกเทศมนตรีตำบลเจ๊ะบิลัง จ.สตูล ประกาศตั้งค่าล่าหัวฉลาม 1,000 บาท หากใครจับได้ในเขตคลองเจ๊ะบิลง ตั้งแต่จุดท่าเรือโลมาจนถึงท่าเรือ อบจ. สตูล หลังเกิดเหตุฉลามกัดเด็กชายวัย 12 ปี จนต้องเย็บกว่า 50 เข็ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; (รมว.ทส.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่าแม้ยังไม่มีกฎหมายกำหนดโทษในการล่าฉลาม แต่ฉลามนับเป็นสัตว์ทะเลที่หายากและเป็นสัตว์ที่ควบคุมสมดุลระบบนิเวศทางทะเล ขออย่าล่าเพื่อเงินรางวัล วอนให้ประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนจะดีกว่า เน้นย้ำห่วงใยเด็ก ๆ และประชาชนในพื้นที่ ให้เล่นน้ำอย่างระมัดระวังและอยู่ในความดูแลของผู้ใหญ่ พร้อมเสนอคุ้มครองฉลามเป็นสัตว์สงวนคุ้มครองตามกฎหมาย ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ กล่าวว่า ตามที่ตนได้รับข่าวกรณีมีการตั้งค่าหัวล่าฉลามในพื้นที่ตำบลเจ๊ะบิลัง จังหวัดสตูล ตนขอตำหนิการกระทำดังกล่าว เนื่องจากฉลามเป็นสัตว์ทะเลที่หายากในปัจจุบัน อีกทั้ง นับเป็นสัตว์ที่เป็นผู้ควบคุมความสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล นอกจากนี้ ช่วงหลายปีที่ผ่านมากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้พยายามรณรงค์เลิกการล่าฉลามเพื่อการบริโภค เพื่อให้จำนวนประชากรฉลามเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับเต่าทะเล วาฬ โลมา และพะยูน การกำหนดค่าหัวฉลาม เปรียบเสมือนสนับสนุนให้ออกล่าเพื่อเงินรางวัล ซึ่งหากเทียบประโยชน์ที่ฉลามเป็นสัตว์ที่ควบคุมสมดุลของระบบนิเวศแล้ว ก็ไม่อาจประเมินเป็นจำนวนเงินได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.ทส. กล่าวว่า ตนอยากจะฝากถึงท่านนายกเทศมนตรีตำบลเจ๊ะบิลัง อย่าได้ตั้งค่าหัวฉลามหรือสนับสนุนให้พี่น้องประชาชนออกไล่ล่าฉลามเพื่อเงินรางวัล แต่อยากให้ประกาศหรือติดป้ายแจ้งเตือนแทนจะดีกว่า สำหรับตนจะขอบันทึกไว้ว่าตำบลเจ๊ะบิลัง คือ พื้นที่ที่มีระบบนิเวศทางทะเลสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่ง ในประเทศไทย ซึ่งความสมบูรณ์แบบนี้นับวันยิ่งหาได้น้อยลง อย่างไรก็ตาม ตนก็ยังคงเป็นห่วงเด็ก ๆ ที่ลงเล่นน้ำในบริเวณดังกล่าว อาจจะต้องเล่นน้ำด้วยความระมัดระวัง และควรอยู่ในความดูแลของผู้ใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ย่อมมีพฤติกรรมการป้องกันตัวเองโดยธรรมชาติ แต่เพียงเพื่อการอยู่รอดและการดำรงชีวิต การสั่งล่าไม่ใช่เป็นการป้องกันตัวตามธรรมชาติ แม้อาจจะยังไม่ผิดกฎหมาย แต่นับว่าเป็นพฤติกรรมที่ผิดจากที่ธรรมชาติกำหนด ธรรมชาติสร้างสิ่งต่าง ๆ บนพื้นฐานความสมเหตุสมผล โดยทุกอย่างจะสร้างสมดุลกันเองตามธรรมชาติ การล่าไม่ใช่การลงโทษสัตว์ทะเล แต่เป็นการทำลายสมบัติที่จะต้องตกเป็นของลูกหลานในอนาคต&amp;quot;นายวราวุธ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยว่า ตนได้ให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ พร้อมนักวิชาการลงตรวจสอบทันที ทราบว่า ฉลามดังกล่าวเป็นฉลามหัวบาตรซึ่งโดยธรรมชาติมีนิสัยรักสงบ ไม่ดุร้าย ซึ่งจากกรณีดังกล่าวน่าจะเกิดจากการตกใจหรืออาจจะเข้าใกล้ตัวฉลามมากเกินไปซึ่งอาจคิดว่าศัตรูจึงป้องกันตัว อย่างไรก็ตาม แม้ว่าฉลามจะยังไม่ถูกกำหนดเป็นสัตว์คุ้มครองหรือมีกฎหมายคุ้มครอง แต่ในปัจจุบันจำนวนประชากรฉลามในประเทศไทยก็พบไม่มากและจัดอยู่ในประเภทสัตว์ทะเลใกล้ที่จะหายาก ซึ่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งสมัยที่ท่านปลัดจตุพร บุรุษพัฒน์ดำรงตำแหน่งอธิบดี ได้มีนโยบายการผลักดันให้ฉลามในประเทศไทยได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย เช่นเดียวกับฉลามวาฬ วาฬโอมุระ เต่ามะเฟือง และพะยูน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมได้สานงานต่อและได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่และนักวิชาการติดตามพฤติกรรมฉลามหัวบาตรในพื้นที่ดังกล่าวเป็นพิเศษ รวมทั้งสำรวจจำนวนฉลามในพื้นที่และรายงานให้ตนทราบ เพื่อจะได้กำหนดมาตรการในการคุ้มครองและป้องกัน ต่อไป สุดท้ายตนก็อยากย้ำกับพี่น้องประชาชน สำหรับประชาชนที่พบเห็นฉลามหัวบาตรในพื้นที่ ขออย่าล่าแต่ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อจะได้ส่งทีมเจ้าหน้าดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนและหลักวิชาการที่ถูกต้องต่อไป&amp;quot; นายโสภณ ทองดี อธิบดี ทช.กล่าวถึงแนวทางทิ้งท้าย
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67460</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.สตูล, ฉลาม, วราวุธ ศิลปอาชา, โสภณ ทองดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200531/image_big_5ed374469931a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลา...ต้องเลือกกิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขึ้นชื่อว่า..ปลา ดูเหมือนว่าคุณหมอทุกคนจะแนะนำว่าเป็นโปรตีนที่เหมาะสำหรับคนที่มีอายุมากขึ้นๆ ทุกวัน แต่ใช่ว่าปลาทุกชนิดจะบริโภคได้นะคะ ทั้งนี้ มีข้อแนะนำว่าปลาที่ควรหลีกเลี่ยงมากที่สุด เห็นจะเป็น &amp;quot;ฉลาม&amp;quot; ค่ะ เนื้อปลาฉลามอร่อยและมัน ถ้าหากรู้จักปรุงให้กลิ่นคาวนั้นหมดไป แต่เลี่ยงได้ควรเลี่ยงเลย เพราะความที่มันเป็นเจ้าแห่งทะเล มันก็กินปลาเล็กปลาใหญ่สารพัด ที่เราไม่รู้ว่าสิ่งที่มันกินเข้าไปนั้นสะสมสารพิษอะไรเข้าไปบ้าง เมื่อเรากินเนื้อมันก็เท่ากับกินสารพิษเข้าไปโดยไม่รู้ตัวนั่นแหละ โดยเฉพาะสารปรอทต่างๆ ค่ะ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18848</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉลาม, เล็กๆน้อยๆ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a3767e7341e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
