<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114408</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยก‘ฉลามวาฬ’ เป็นสัตว์สงวน เสี่ยงสูญพันธุ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ไทยโพสต์ 0 ทส.เตรียมเสนอร่างกฎกระทรวงฯ ยกสถานะฉลามวาฬ-เต่ามะฟือง-วาฬบรูด้า เป็นสัตว์ป่าสงวน เพิ่มสัตว์ป่าคุ้มครองอีก 7 รายการ มีฉลามหัวค้อน 4 ชนิดด้วย ชี้ให้สอดคล้องความเสี่ยงสูญพันธุ์ ระบุกรมอุทยานฯ จัดรับฟังความเห็นออนไลน์แล้ว
วันที่ 24 ส.ค. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) มอบหมายให้นายพงศ์บุณย์ ปองทอง รองปลัดกระทรวงฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนากฎหมายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 2/2564 ร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงฯ ผ่านระบบการประชุมทางไกล (VDO Conference) โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. .... และให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช รับข้อคิดเห็นและข้อสังเกตของที่ประชุมไปประกอบการพิจารณา และนำเสนอต่อคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองแห่งชาติตามขั้นตอนต่อไป
การพิจารณาร่างกฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. .... เป็นการดำเนินการตามมาตรา 5 และมาตรา 7 ของ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ที่ได้มีการปรับปรุงจากบัญชีท้ายกฎกระทรวงที่ออกตามความใน พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 โดยมีการปรับสถานะรายการสัตว์ป่าคุ้มครองเป็นสัตว์ป่าสงวน จำนวน 3 รายการ ได้แก่ ฉลามวาฬ เต่ามะเฟือง และวาฬบรูด้า
นอกจากนี้มีการเพิ่มรายการสัตว์ป่าคุ้มครอง จำนวน 7 รายการ ได้แก่ ค่างตะนาวศรี งูหางแฮ่มกาญจน์ ปลากระเบนปีศาจหางเคียว ฉลามหัวค้อนยาว ฉลามหัวค้อนสีน้ำเงิน ฉลามหัวค้อนใหญ่ และฉลามหัวค้อนเรียบ และการปรับลดรายการสัตว์ป่าคุ้มครอง จำนวน 20 รายการ เช่น ค้างคาวกินแมลงนิ้วสั้น ค้างคาวปีกขนเหนือ พญากระรอกบินหูขาว นกกระเต็นน้อยหลังแดง ตะพาบพม่า และปลาฉนากฟันเล็ก เป็นต้น เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของสัตว์ป่าและสัตว์น้ำในปัจจุบัน
รวมถึงมีการปรับเปลี่ยนชื่อภาษาไทยและชื่อวิทยาศาสตร์ในลำดับชั้นสกุลหรือในลำดับชั้นชนิดในบางรายการ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อมูลทางอนุกรมวิธานปัจจุบัน ซึ่งร่างกฎกระทรวงฯ ดังกล่าว กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ดำเนินการจัดรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของกรมมาแล้ว ระหว่างวันที่ 1-15 สิงหาคม 2564 โดยมีผู้มีส่วนได้เสีย ผู้เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วน และประชาชน เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เห็นชอบผลการดำเนินการตามแผนพัฒนากฎหมาย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปี พ.ศ.2562-2564 จำนวน 245 ฉบับ โดยให้ฝ่ายเลขานุการตรวจสอบและแก้ไขความคืบหน้าร่างกฎหมาย พร้อมรายงานปัญหาอุปสรรคที่พบรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อโปรดทราบต่อไป ตลอดจนเห็นชอบให้มีการจัดทำแผนพัฒนากฎหมาย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในช่วงปี พ.ศ.2565-2567 โดยขอให้แต่ละหน่วยงานจัดทำระยะเวลาการดำเนินงานของการพัฒนากฎหมายแต่ละฉบับให้ชัดเจน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114408</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉลามวาฬ, วาฬบรูด้า, สัตว์ป่าสงวน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เต่ามะฟือง, เป็นสัตว์ป่าสงวน, เสี่ยงสูญพันธุ์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_6124e42fb4e42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104899</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2021 12:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2021 12:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชื่นชมไต๋ก๋งเรือช่วยฉลามวาฬยักษ์ติดอวนล้อมจับ ปล่อยคืนสู่ทะเลกระบี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิ.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุการณ์น่าประทับใจจากกรณีลูกเรืออวนล้อมจับ ป. โชคประพาภรณ์ 1&amp;nbsp;โดยมีนายนาวิน มานะกิจสมบูรณ์ อายุ 38 ปี หรือไต๋บอล เป็นไต๋ก๋งเรือ กำลังช่วยชีวิตฉลามวาฬขนาดใหญ่ยาวประมาณ 5 เมตร หลังว่ายเข้ามาติดอวนล้อมจับ โดยลูกเรือต้องกระโดดลงไปกดอวนให้ต่ำลงแล้วปล่อยให้ฉลามวาฬว่ายออกไปอย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุเกิดที่บริเวณทางทิศตะวันตกของเกาะรอก&amp;nbsp;อ.เกาะลันตา จ.กระบี่&amp;nbsp;เมื่อคืนวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ก่อนที่จะมีการแชร์ในโลกออนไลน์&amp;nbsp;และได้รับการชื่นชมกันเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;โดย เพจเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;ReReef&amp;nbsp;ได้นำมาแชร์พร้อมชื่นชมต้องปล่อยปลาแบบนี้ถึงจะได้บุญ&amp;nbsp; โชคดีของฉลามวาฬที่หลงเข้ามาติดอวนล้อมจับและได้รับการปล่อยคืนสู่ท้องทะเลอย่างปลอดภัยในทะเลกระบี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนาวิน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า เป็นไต๋ก๋งเรือชาวสตูล ได้มาทำประมงในน่านน้ำกระบี่และพบฉลามวาฬสองคืนติดกันที่บริเวณเกาะรอก&amp;nbsp;อ.เกาะลันตา&amp;nbsp;จ.กระบี่&amp;nbsp;หลังจากที่ไม่ได้พบเห็นฉลามวาฬมานานหลายเดือน คาดว่าจะมากับลมตะวันตก&amp;nbsp;และตามจับปลาเล็กๆกินเป็นอาหารและเข้ามาติดอวนล้อมจับ&amp;nbsp;โดยจุดที่พบอยู่ด้านตะวันออกของเกาะรอก อ.เกาะลันตา ห่างออกมาประมาณ 7 ไมล์ทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อกลางปี 2563&amp;nbsp; มีเรือประมงอวนล้อมจับ พบฉลามวาฬติดอวน 6&amp;nbsp;ตัวในบริเวณใกล้เคียงกัน และปล่อยไปทุกตัว เพื่อเป็นการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายาก&amp;nbsp;และเป็นความเชื่อของชาวประมงที่เจอสัตว์ใหญ่แล้วปล่อยไป เป็นการทำบุญ และครั้งต่อไปก็จะสามารถจับปลาได้จำนวนมาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104899</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, ฉลามวาฬ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b5c2f891095.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68789</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2020 20:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2020 20:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วราวุธ&#039; ชื่นชม &#039;ครูดำน้ำ&#039; ช่วยฉลามวาฬเกาะเต่า เชือกรัดหางบาดเจ็บ สั่งกรมทะเลฯเร่งติดตาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย.63 - จากกรณี นางพรรณี แมคคาที หรือคุณครูพรรณี ครูสอนดำน้ำได้ลงดำน้ำบริเวณเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา&amp;nbsp;และพบฉลามวาฬมีเชือกป่านพันบริเวณหาง คาดว่าเชือกพันมานานแล้ว จนเกิดบาดแผลลึกบริเวณที่เชือกพัน ทั้งนี้ นางพรรณีได้พยายามตัดเชือกแต่ยังไม่สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รู้สึกขอบคุณและชื่นชมคุณครูพรรณี ที่พยายามช่วยเหลือฉลามวาฬดังกล่าว พร้อมสั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เร่งติดตาม และให้การช่วยเหลือโดย ตนทราบข่าวคุณครูพรรณีดำน้ำบริเวณเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี พบฉลามวาฬมีเชือกพันหาง คาดว่าจะถูกพันมานานแล้ว จนเกิดบาดแผลลึก&amp;nbsp;คุณครูพรรณีได้พยายามว่ายเข้าใกล้อย่างระมัดระวังและใช้อุปกรณ์ตัดเชือก แต่ยังไม่สามารถตัดเชือกออกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ กล่าวว่า ตนได้สั่งให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ติดตามและสำรวจหาฉลามวาฬตัวดังกล่าว เพื่อช่วยตัดเชือกออกจากหางและรักษาบาดแผล&amp;nbsp;พร้อมให้รายงานให้ตนทราบเป็นระยะ จากเหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงผลทั้งในเชิงบวกและในเชิงลบ ในเชิงบวกคือ ความสมบูรณ์ของธรรมชาติใต้ท้องทะเลเพิ่มมากขึ้น สัตว์ทะเลหายากพบเห็นได้บ่อยครั้งขึ้น แต่ในทางกลับกันก็ยังสะท้อนถึงปัญหาขยะทะเลที่ยังคงวนเวียนสร้าง ความเสียหายและความสูญเสียต่อสัตว์ทะเลในท้องมหาสมุทรทั่วโลก สิ่งนี้ยิ่งเป็นการตอกย้ำเราทุกคนถึงผลจากการกระทำอย่างขาดจิตสำนึก สัตว์ทะเลป้องกันตัวเองจากขยะทะเลไม่ได้ สัตว์ทะเลไม่สามารถบอกหรือขอร้องให้เราหยุดทำร้ายพวกเขาเหล่านั้น แต่เราทุกคนสามารถคิดใหม่เพื่อลดปัญหาขยะล้นทะเล และช่วยชีวิตสัตว์ทะเลให้รอดพ้นจากวิกฤติปัญหาดังกล่าวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวเสริมว่า ตนได้สั่งการให้สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 4 พร้อมด้วยทีมดำน้ำนักวิชาการ และสัตวแพทย์ ลงพื้นที่สำรวจและติดตามฉลามวาฬดังกล่าว พร้อมทั้งให้ประสานนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อสนธิกำลังในการติดตามและให้การช่วยเหลือ นับตั้งแต่ช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดโรคโควิด 19 ซึ่งเป็นช่วงที่เราปล่อยให้ธรรมชาติได้พักฟื้น&amp;nbsp;ทำให้มีการพบสัตว์ทะเลหายากมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ว่าจะเป็นฝูงพะยูนกว่า 20 ตัว บริเวณใกล้เกาะลิบง จังหวัดตรัง ฝูงวาฬเพชฌฆาตดำกว่า 30 ตัว ใกล้เกาะรอก นอกจากนี้ ยังพบฝูงฉลามวาฬ บริเวณหมู่เกาะลันตา และฝูงฉลามหูดำ&amp;nbsp;บริเวณหมู่เกาะพีพีและเกาะห้อง จังหวัดกระบี่ สุดท้ายนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเห็น ฉลามวาฬตัวที่มีเชือกพันดังกล่าว หรือสัตว์ทะเลอื่นที่ได้รับผลกระทบจากขยะทะเล สามารถแจ้งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หรือหน่วยงานในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทางกรมจะเร่งจัดส่งเจ้าหน้าที่และทีมนักวิชาการผู้ชำนาญลงตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ ซึ่งกรมมีความพร้อมทั้งบุคลากรและศูนย์ช่วยชีวิต สัตว์ทะเลหายากที่พร้อมให้การดูแลและรักษาเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68789</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, ครูสอนดำน้ำ, ฉลามวาฬ, วราวุธ ศิลปอาชา, เกาะเต่า, โสภณ ทองดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200615/image_big_5ee7733061298.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57410</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2020 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2020 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ฉลามวาฬ&#039; ยักษ์ใหญ่ใจดีโผล่ว่ายน้ำอวดโฉมใกล้เรือนักท่องเที่ยวหมู่เกาะลันตา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบฉลามวาฬขนาดใหญ่ลำตัวยาวกว่า 4&amp;nbsp;เมตรกำลังเวียนว่ายหากินบริเวณเกาะห้า&amp;nbsp;ต.เกาะลันตาใหญ่&amp;nbsp;อ.เกาะลันตา จ.กระบี่&amp;nbsp;ขณะที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา กำลังดำน้ำสำรวจความสมบูรณ์ทรัพยากรทางทะเลในเขตอุทยานหมู่เกาะลันตา&amp;nbsp;โดยฉลามวาฬตัวดังกล่าวโผล่ขึ้นมาใกล้เรือให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯและนักท่องเที่ยวได้เห็นในระยะใกล้&amp;nbsp;โดยไม่มีอาการตื่นกลัวแต่อย่างใด หลังจากเวียนว่ายอยู่ประมาณ 10 นาทีก็ดำน้ำหายไปในทะเลลึก&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงบันทึกภาพไว้ก่อนแชร์ในโลกออนไลน์&amp;nbsp;สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ผู้ที่ได้พบเห็น เพราะการที่ฉลามวาฬจะปรากฎตัวให้เห็นในระยะใกล้นั้นมีไม่บ่อยนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระศักดิ์ ศรีสัจจัง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่อุทยานฯหมู่เกาะลันตานำเรือตรวจขนาดเล็กออกลาดตระเวนบริเวณเกาะห้า ซึ่งเป็นแหล่งดำน้ำที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของ จ.กระบี่&amp;nbsp;เพื่อดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ก็พบกับฉลามวาฬยาวประมาณ 4 เมตรเวียนว่ายหากินอยู่รอบๆ ลำเรือ เจ้าหน้าที่จึงได้บันทึกภาพไว้เพื่อเก็บข้อมูลการอาศัยของฉลามวาฬในพื้นที่เกาะลันตา&amp;nbsp;ขณะที่นักประดาน้ำว่ายไปใกล้ๆ ฉลามวาฬก็ไม่ได้ทำร้ายหรือมีอาการตื่นกลัวแต่อย่างใด&amp;nbsp;เนื่องจากฉลามวาฬไม่มีนิสัยดุร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การที่ฉลามวาฬหากินบริเวณเกาะห้า&amp;nbsp;เนื่องจากทรัพยากรยังมีความสมบูรณ์ มีแพลงก์ตอน แหล่งอาหารของฉลามวาฬ&amp;nbsp;หลังจากนี้ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการให้คอยเตือนนักท่องเที่ยวหากพบเห็นฉลามวาฬ สามารถบันทึกภาพได้ แต่ห้ามใช้แฟลชอย่างเด็ดขาด เพราะอาจจะทำฉลามวาฬตกใจ และอาจทำอันตรายโดยไม่ได้ตั้งใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57410</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, ฉลามวาฬ, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200217/image_big_5e4a32aa68e60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55624</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2020 18:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2020 18:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โผล่ถี่! ฉลามวาฬทะเลกระบี่ว่ายอวดโฉมนักท่องเที่ยวอีกแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ม.ค.63 - ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายสมศักดิ์ เตบบุตร ผู้ใหญ่บ้าน ม.3 ต.หนองทะเล อ.เมือง จ.กระบี่ ว่าได้มีหลานชาย ซึ่งเป็นไกด์นำเที่ยวชื่อ นายอาคม รักโอ่ ได้ถ่ายคลิปฉลามวาฬแหวกว่ายโผล่เหนือผืนน้ำทะเล&amp;nbsp;ความยาวประมาณ 1 นาทีเศษ ส่งมาให้ดู โดยทราบว่าขณะที่นายอาคมได้นำนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางไปเกาะพีพี ระหว่างทางบริเวณแหลมหางนาค ห่างจากหาดทับแขก ประมาณ 2 ไมล์ทะเล ซึ่งเป็นร่องน้ำลึก ได้พบกับฉลามวาฬเล่นน้ำอยู่บนผิวน้ำ จึงได้จอดเรือให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ท่ามกลางความตื่นเต้น เพราะไม่คาดคิดว่าจะเจอปลาตัวขนาดใหญ่ว่ายขึ้นมาบนผิวน้ำอวดโฉมให้ดู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาบริเวณดังกล่าวมีการพบเจอฉลามวาฬอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากเป็นร่องน้ำลึก อยู่ไม่ห่างจากฝั่ง และมีความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำ รวมถึงแพลงก์ตอน ซึ่งเป็นอาหารของฉลามวาฬ ทำให้ฉลามว่ายเวียนเข้ามาหากินอยู่บ่อยครั้ง สำหรับฉลามตัวดังกล่าวคาดว่า ยาวไม่ต่ำกว่า 5 เมตร หนักไม่ต่ำกว่า 1 ตัน จึงขอฝากประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ที่ใช้เรือขับผ่านบริเวณดังกล่าวก็ให้ขับด้วยความระมัดระวัง เพราะอาจจะไปชนตัวฉลามวาฬที่โผล่ขึ้นมาหายใจและอาบแดดเหนือผิวน้ำได้ และหากว่าพบเห็นก็อย่าเข้าไปรบกวน ก็ให้ถ่ายรูปแค่เพียงห่างๆก็พอ เพราะฉลามวาฬที่เจอส่วนใหญ่จะคุ้นกับคน โดยก่อนหน้านี้ ก็มีนักท่องเที่ยวเจอแล้ว ที่เกาะหมา ห่างจากแหลมหางนาคประมาณ 20 ไมล์ทะเล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55624</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, ฉลามวาฬ, เกาะพีพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200127/image_big_5e2ec7fc01e7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2019 18:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2019 18:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศร้า!พบซาก &#039;ฉลามวาฬ&#039; ยักษ์ใหญ่ใกล้สูญพันธุ์ลอยตายริมทะเลสตูล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ.62 - นายวิทยา ขุนสัน หัวหน้าชุดปฏิบัติงานทางทะเล (ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล) สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 10 (สบทช.10) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล มีผู้พบซากสัตว์ทะเลหายากที่นอนตายอยู่ระหว่างอ่าวพังกาใหญ่ กับ เกาะบุโหลนเล จึงไปตรวจสอบพร้อมนำซากสัตว์หายากดังกล่าวมาที่บนเกาะบุโหลนไม้ไผ่ หมู่ 3 ต.ปากน้ำ อ.ละงู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติงานตรวจตราทางทะเลพื้นที่สตูล และ สอท.สบทช.10 ได้นำเรือทรัพยากรฯ 306 ลงไปตรวจสอบ ปรากฏว่า เป็นซากปลาฉลามวาฬยักษ์ สภาพลำตัวดำ ตามลำตัวมีจุดขาว-ท้องขาว ความยาว 8.80 เมตร รอบลำตัว 4 เมตร เพศผู้ น้ำหนัก 2 ตัน นอนหงายในสภาพเป็นซากเน่า
จากการตรวจสอบตามลำตัวยังไม่พบว่ามีร่องรอยบาดแผลแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นจึงได้ประสานกับศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งทะเลอันดามัน จ.ภูเก็ต มาทำการตัดชิ้นเนื้อนำไปพิสูจน์ดีเอ็นเอเพื่อวิเคราะห์สาเหตุการตาย ในส่วนซากสัตยว์ปลาฉลามยักษ์นี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการขุดหลุมฝังกลบในพื้นที่ดังกล่าวแล้วได้นำเอากระดูกเพื่อไปทำการศึกษาทางวิชาการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิทยา กล่าวว่า การตายของฉลามวาฬครั้งนี้คาดว่า จะตายมาแล้วไม่น้อยกว่า 3-5 วันน่าจะตายนอกทะเลแล้วถูกคลื่นซัดลอยเข้ามาใกล้เกาะของพื้นที่ จ.สตูล ลักษณะของฉลามวาฬตัวนี้กำลังอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ จัดอยู่ในตระกูลปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเป็นสัตว์เลือดเย็นมักจะหากินในทะเลนอก สำหรับสาเหตุการตายนั้นยังไม่สามารถฟันธงได้เกิดจากอะไร เนื่องจากตรวจสอบแล้วยังไม่พบว่า มีบาดแผลตามตัวแต่ประการใด อย่างไรก็ตามคงจะต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอภายหลังจากตัดชิ้นเนื้อนำส่งให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน จ.ภูเก็ตเพื่อทำการพิสูจน์แล้ว
หัวหน้าชุดปฏิบัติงานทางทะเล ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล สบทช.10 ยังฝากประชาสัมพันธ์ไปยังกลุ่มเรือประมง นักท่องเที่ยวให้ช่วยกันดูแลปกป้องฉลามวาฬที่เป็นสัตว์สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ถ้าหากพบเจออย่าไล่ต้อน ให้ชมห่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉลามวาฬมีสมญานามว่า &amp;quot;ยักษ์ใหญ่ใจดีแห่งท้องทะเล&amp;quot; ที่นักดำน้ำทุกคนอยากเจอและว่ายน้ำเล่นด้วย เพราะไม่มีนิสัยดุร้าย แล้วยังไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ เคลื่อนไหวช้า อายุขัยยืนยาว น้ำหนักตัวเฉลี่ย 12 ตัน และตัวโตเต็มที่อาจยาวถึง 15 เมตร นับเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก วัยเจริญพันธุ์ ของฉลามวาฬคือ ช่วงอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป มันจะออกลูกเป็นตัว สัตว์ชนิดนี้มีอายุยืนยาวถึง 60-120 ปีทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สามารถพบปลาฉลามวาฬได้ที่ทะเลเขตร้อน ส่วนใหญ่บริเวณที่จะพบเจอเป็นทะเลเปิดในเขตร้อนหรืออบอุ่น เช่น มัลดีฟส์ หมู่เกาะกาลาปากอส อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ฯลฯ และในทะเลไทยก็สามารถพบเห็นได้ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามันในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ภูเก็ตและสตูล เรียกว่า ถ้าใครไปเที่ยวทะเลภาคใต้แล้วเจอถือว่าโชคดี เนื่องจากหลายประเทศเชื่อว่า ฉลามวาฬเป็นสัตว์นำโชค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28482</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสตูล, ฉลามวาฬ, ฉลามวาฬยักษ์แห่งท้องทะเล, ฉลามวาฬยักษ์ใหญ่ถูกคุกคาม, ฉลามวาฬยักษ์ใหญ่ใกล้สูญพันธุ์, ฉลามวาฬยักษ์ใหญ่ใจดี, พบซากฉลามวาฬ, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190206/image_big_5c5ac018e960a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21142</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2018 10:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2018 10:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักดำน้ำเฮ! พบฉลามวาฬโชว์ตัวแหวกว่ายหากินนอกชายฝั่งหาดเขาหลัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ย.61 - นายบรรจบ จ้าวชวนชม&amp;nbsp;กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา เปิดเผยว่า เมื่อประมาณอาทิตย์ที่ผ่านมาได้รับแจ้งว่า&amp;nbsp;Mr..Bjorn Despont&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ของบริษัท IQ-Dive Khaolak&amp;nbsp;ได้นำคณะนักท่องเที่ยวประเภทดำน้ำลึกออกทริปดำน้ำที่บริเวณซากเรือขุดแร่ &amp;ldquo;บุญสูง&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;แพดูดแร่บุญสูง&amp;rdquo; ซึ่งจมอยู่ใต้ท้องทะเลนอกชายฝั่งบริเวณชายหาดเขาหลัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ห่างจากแหลมปะการังไปประมาณ 10 กิโลเมตร ในขณะที่นักท่องเที่ยวกำลังดำน้ำชมความงามของโลกใต้ท้องทะเลอยู่นั้น ได้พบกับฉลามวาฬขนาดใหญ่มีความยาวไม่น้อยกว่า 7 เมตร กำลังว่ายน้ำหากินแพลงก์ตอนอยู่ท่ามกลางฝูงปลา ซึ่งได้สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ร่วมทริปเป็นอย่างมาก บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลอันดามันได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉลามวาฬ (Whale Shark)&amp;nbsp;มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า&amp;nbsp;Rhincodon typus&amp;nbsp;เป็นสัตว์เลือดเย็นเหมือนกับปลาทั่วไปคือ มีอุณหภูมิร่างกายใกล้เคียงกับอุณหภูมิของสิ่งแวดล้อมที่มันอาศัยอยู่และเป็นปลากระดูกอ่อนคือกระดูกทั้งตัวยกเว้นขากรรไกรและฟันเป็นกระดูกแข็ง กระดูกอ่อนเป็นกระดูกอ่อนแบบเดียวกับกระดูกใบหูของคน ถูกจัดอันดับให้เป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โตเต็มที่มีขนาดความยาวประมาณ 12.5 เมตร และมีน้ำหนักประมาณ 21.5 ตัน พบแพร่กระจายในทะเลในเขตร้อนและเขตอุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยของเราพบฉลามวาฬได้ทั้งฝั่งทะเลอันดามันและฝั่งอ่าวไทย ฉลามวาฬแม้ว่าเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกแต่อาหารที่มันกินนับได้เป็นอาหารเกือบจะมีขนาดเล็กที่สุดคือมันกินแพลงก์ตอนเป็นอาหาร ฉลามวาฬจะกินอาหารโดยการว่ายน้ำอ้าปากให้น้ำไหลเข้าปากแล้วใช้ซี่เหงือกกรองแพลงก์ตอนจำพวก โคพีปอด (copepods)คริลล์ (krill)&amp;nbsp;ไข่ปลา ตัวอ่อนสัตว์น้ำ ละลุกหมึกและปลาขนาดเล็ก ปัจจุบันสถานภาพฉลามวาฬได้รับการประเมินสถานภาพเป็นสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ (Red List of Threatened Species)&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;IUCN&amp;nbsp;ล่าสุดได้ปรับให้ฉลามวาฬซึ่งมีสถานภาพเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ (Vulnerable)และได้ขยับเป็น ใกล้สูญพันธุ์ (Endangered)&amp;nbsp;แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเรือขุดแร่บุญสูง หรือแพบุญสูงนั้น เป็นเรือขุดแร่หรือแพสำหรับดูดแร่ดีบุกในท้องทะเลขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 50 เมตร หลังจากหมดยุคเหมืองแร่ดีบุกเฟื่องฟูเมื่อ 30-40 ปีที่ผ่านมา เรือก็ได้จมอยู่ในระดับความลึกบนพื้นทรายประมาณ 20 เมตรจากผิวน้ำ ทำหน้าที่เป็นเสมือนแนวปะการังเทียม เป็นบ้านของฝูงปลา เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำขนาดเล็กแทนแนวปะการัง ปัจจุบันเป็นจุดดำน้ำลึกใกล้ชายหาดเขาหลักที่ได้รับความนิยมอีกจุดหนึ่งในจังหวัดพังงา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21142</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพังงา, ฉลามวาฬ, ดำน้ำทะเลพังงา, ทะเลพังงาอุดมสมบูรณ์, นอกชายฝั่งหาดเขาหลัก, พบฉลามวาฬ, อ.ตะกั่วป่า, เรือขุดแร่บุญสูง, แนวปะการังเทียม, แหล่งดำน้ำลึกชายหาดเขาหลัก, แหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181101/image_big_5bda75ebb37c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
