<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2019 18:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2019 18:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศร้า!พบซาก &#039;ฉลามวาฬ&#039; ยักษ์ใหญ่ใกล้สูญพันธุ์ลอยตายริมทะเลสตูล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ.62 - นายวิทยา ขุนสัน หัวหน้าชุดปฏิบัติงานทางทะเล (ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล) สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 10 (สบทช.10) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล มีผู้พบซากสัตว์ทะเลหายากที่นอนตายอยู่ระหว่างอ่าวพังกาใหญ่ กับ เกาะบุโหลนเล จึงไปตรวจสอบพร้อมนำซากสัตว์หายากดังกล่าวมาที่บนเกาะบุโหลนไม้ไผ่ หมู่ 3 ต.ปากน้ำ อ.ละงู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติงานตรวจตราทางทะเลพื้นที่สตูล และ สอท.สบทช.10 ได้นำเรือทรัพยากรฯ 306 ลงไปตรวจสอบ ปรากฏว่า เป็นซากปลาฉลามวาฬยักษ์ สภาพลำตัวดำ ตามลำตัวมีจุดขาว-ท้องขาว ความยาว 8.80 เมตร รอบลำตัว 4 เมตร เพศผู้ น้ำหนัก 2 ตัน นอนหงายในสภาพเป็นซากเน่า
จากการตรวจสอบตามลำตัวยังไม่พบว่ามีร่องรอยบาดแผลแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นจึงได้ประสานกับศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งทะเลอันดามัน จ.ภูเก็ต มาทำการตัดชิ้นเนื้อนำไปพิสูจน์ดีเอ็นเอเพื่อวิเคราะห์สาเหตุการตาย ในส่วนซากสัตยว์ปลาฉลามยักษ์นี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการขุดหลุมฝังกลบในพื้นที่ดังกล่าวแล้วได้นำเอากระดูกเพื่อไปทำการศึกษาทางวิชาการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิทยา กล่าวว่า การตายของฉลามวาฬครั้งนี้คาดว่า จะตายมาแล้วไม่น้อยกว่า 3-5 วันน่าจะตายนอกทะเลแล้วถูกคลื่นซัดลอยเข้ามาใกล้เกาะของพื้นที่ จ.สตูล ลักษณะของฉลามวาฬตัวนี้กำลังอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ จัดอยู่ในตระกูลปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเป็นสัตว์เลือดเย็นมักจะหากินในทะเลนอก สำหรับสาเหตุการตายนั้นยังไม่สามารถฟันธงได้เกิดจากอะไร เนื่องจากตรวจสอบแล้วยังไม่พบว่า มีบาดแผลตามตัวแต่ประการใด อย่างไรก็ตามคงจะต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอภายหลังจากตัดชิ้นเนื้อนำส่งให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน จ.ภูเก็ตเพื่อทำการพิสูจน์แล้ว
หัวหน้าชุดปฏิบัติงานทางทะเล ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล สบทช.10 ยังฝากประชาสัมพันธ์ไปยังกลุ่มเรือประมง นักท่องเที่ยวให้ช่วยกันดูแลปกป้องฉลามวาฬที่เป็นสัตว์สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ถ้าหากพบเจออย่าไล่ต้อน ให้ชมห่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉลามวาฬมีสมญานามว่า &amp;quot;ยักษ์ใหญ่ใจดีแห่งท้องทะเล&amp;quot; ที่นักดำน้ำทุกคนอยากเจอและว่ายน้ำเล่นด้วย เพราะไม่มีนิสัยดุร้าย แล้วยังไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ เคลื่อนไหวช้า อายุขัยยืนยาว น้ำหนักตัวเฉลี่ย 12 ตัน และตัวโตเต็มที่อาจยาวถึง 15 เมตร นับเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก วัยเจริญพันธุ์ ของฉลามวาฬคือ ช่วงอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป มันจะออกลูกเป็นตัว สัตว์ชนิดนี้มีอายุยืนยาวถึง 60-120 ปีทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สามารถพบปลาฉลามวาฬได้ที่ทะเลเขตร้อน ส่วนใหญ่บริเวณที่จะพบเจอเป็นทะเลเปิดในเขตร้อนหรืออบอุ่น เช่น มัลดีฟส์ หมู่เกาะกาลาปากอส อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ฯลฯ และในทะเลไทยก็สามารถพบเห็นได้ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามันในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ภูเก็ตและสตูล เรียกว่า ถ้าใครไปเที่ยวทะเลภาคใต้แล้วเจอถือว่าโชคดี เนื่องจากหลายประเทศเชื่อว่า ฉลามวาฬเป็นสัตว์นำโชค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28482</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสตูล, ฉลามวาฬ, ฉลามวาฬยักษ์แห่งท้องทะเล, ฉลามวาฬยักษ์ใหญ่ถูกคุกคาม, ฉลามวาฬยักษ์ใหญ่ใกล้สูญพันธุ์, ฉลามวาฬยักษ์ใหญ่ใจดี, พบซากฉลามวาฬ, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190206/image_big_5c5ac018e960a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
