<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106902</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2021 16:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2021 16:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ทร. สั่ง ศรชล.หามาตรการด่วนปมพบซากฉลามหูดำวางขายเกลื่อนตลาดปลาภูเก็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มิ.ย.64 -&amp;nbsp;เวลา 15.00 น. พลเรือตรี ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีการเผยแพร่ภาพข่าวผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง กรณีมีการนำซากฉลามหูดำเป็นจำนวนมาก มาวางขายในตลาดปลาแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp; ทำให้มีการแสดงความเป็นห่วงจากกลุ่มผู้อนุรักษ์เป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกี่ยวกับเรื่องนี้ พลเรือเอกชาติชาย&amp;nbsp; ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ได้รับรายงานในเรื่องดังกล่าวแล้ว พร้อมทั้งแสดงความเป็นห่วง และได้สั่งการให้ พลเรือเอกธีรกุล&amp;nbsp;กาญจนะ เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะเลขาธิการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใน ศรชล. บูรณาการเพื่อที่จะดำเนินการตามมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106902</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดภูเก็ต, ฉลาม, ฉลามหูดำ, ผบ.ทร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210619/image_big_60cdbb3a7af8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106499</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 22:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งฟันแก๊งยิงฉลาม ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;#39;วราวุธ&amp;#39; ลั่นพวกหนักแผ่นดิน สั่งกรมทะเล-อุทยานฯ ใช้ กม.ทุกฉบับเอาผิดแก๊งยิงฉลามหูดำถึงที่สุด อธิบดี ทช.เผยดำเนินคดีข้อหาใช้เรือโดยไม่ได้รับอนุญาต สั่งปรับแล้ว เร่งผลักดันขึ้นบัญชีสัตว์คุ้มครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีการเผยแพร่คลิปบนโลกโซเชียล มีกลุ่มชายหลายคนใช้เรือสปีดโบ๊ตออกไปตกปลาในทะเล แล้วตกฉลามขึ้นมา จากนั้นมีการใช้อาวุธยิงฉลามที่ว่ายเข้ามาใกล้กับเรือจำนวนหลายนัด ก่อนจะลากขึ้นมาบนเรือ และมีการโพสต์เฟซบุ๊ก ด้วยการลงภาพฉลาม 3 ตัว นอนตายเรียงกันอยู่ ซึ่งเป็นภาพที่สะเทือนใจของผู้ที่ได้เห็น? ขณะที่สถานีตำรวจน้ำกระบี่นำกำลังตรวจสอบคาดว่าอยู่ในเขตน่านน้ำของ จ.กระบี่ ระหว่างเกาะพีพี กับเกาะห้า ส่วนผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นกลุ่มชายวัยรุ่นในพื้นที่ตัวเมืองกระบี่นั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 15 มิ.ย. นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ว่า ได้เห็นคลิปและอ่านข่าวแล้วยอมรับว่า รู้สึกเสียใจ พร้อมกับรู้สึกโมโหและรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น และต้องขอบอกว่าในวันนี้ประเทศไทยกำลังจะโดนสหรัฐแบน สินค้าประมงทุกชนิดอยู่ เพราะว่าเรามีอัตราการตายของสัตว์น้ำหายากมากขึ้นทุกวันๆ และคนจำพวกนี้เป็นคนที่ทำให้ประเทศไทยของเรามีปัญหา คนพวกนี้เป็นคนที่กำลังจะฆ่าระบบการประมงของประเทศไทยด้วยความเห็นแก่ตัว การยิงฉลาม 3 ตัวไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ จากในคลิปที่เห็นฉลามไม่ได้มาจู่โจม หรือมาจ้องทำร้ายเขา และแถมเขาอยู่บนสปีดโบ๊ต ฉลามตัวแค่นั้นจะมาทำอะไรได้ ถ้าตัวเขาอยู่ในน้ำแล้ว ไม่มีทางสู้ฉลามกำลังเข้ามาทำร้ายก็พอมีเหตุผล แต่นี่คุณอยู่บนเรือแล้วคุณก็ยิงไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอสัญญาว่า จะใช้กฎหมายทุกฉบับที่อยู่ในอำนาจดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนที่อยู่บนเรือนั้น รวมทั้งเจ้าของเรือด้วย โดยจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะตั้งแต่ผมมารับตำแหน่ง ผมไม่เคยยอมในกรณีอย่างนี้ คดีเช่นนี้ผมจะทำให้ทุกคนเห็นว่า ประเทศไทยเอาจริงกับเรื่องแบบนี้ อย่าง 2 ปีก่อน ผมเคยเนรเทศต่างชาติ 2 คน เพราะมาทำร้ายปะการังของประเทศไทย แต่วันนี้สิ่งที่ผมเสียใจคือ คนที่ก่อเหตุครั้งนี้เป็นคนไทย มาทำลายทรัพยากร มาทำร้ายสัตว์น้ำของคนไทยเราเอง ถ้าเป็นต่างชาติผมจะเนรเทศออกไปแล้ว แต่ผมเสียดายที่พวกคุณไม่ใช่คนต่างชาติ จึงเนรเทศพวกคุณออกจากแผ่นดินไทยไม่ได้ พวกนี้ต้องถือว่าหนักแผ่นดิน&amp;quot; นายวราวุธกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธกล่าวว่า เบื้องต้นเมื่อทราบเรื่องตนได้แจ้งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชแล้ว เพื่อให้ตรวจสอบว่าจุดที่เกิดเหตุนั้นอยู่ในพื้นที่การดูแลของใคร ได้กำชับทั้ง 2 กรมให้ลงไปดูแลเรื่องนี้ทั้งคู่ และขอให้ตรวจสอบด้วยว่ามีกฎหมายฉบับใดสามารถดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ รวมถึงเจ้าของเรือ เช่น มีใบอนุญาตหรือไม่ เข้าพื้นที่โดยถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และจะเร่งดำเนินการขึ้นบัญชีสัตว์ทะเลหายากอีกหลายชนิด เพื่ออนาคตที่มั่นคงของพี่น้องชาวประมงของไทย และปกป้องความอุดมสมบูรณ์ของทะเลไทยไว้ให้ลูกหลานของเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวว่า ทันทีที่ตนได้รับรายงานดังกล่าว ได้สั่งการให้สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 10 ลงพื้นที่ตรวจสอบ และประสาน สภ.เมืองกระบี่ ภายหลังที่ได้ทราบว่า สำนักงานตำรวจน้ำกระบี่เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีในข้อหาใช้เรือโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมเปรียบเทียบปรับเป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท นายอลงกรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ชาว จ.กระบี่ ได้ออกไปตกปลากับพวกรวม 5 คน จากท่าเรือเกาะพีพี ไปยังจุดตกปลา ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอยู่นอกเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี โดยห่างออกไปราว 96 กิโลเมตร และห่างจากฝั่งประมาณ 42 กิโลเมตร และไม่อยู่ในพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโสภณกล่าวอีกว่า สำหรับฉลามจำพวกฉลามหูดำ พบมากตามกองหินห่างจากฝั่ง พบได้ทั้งอ่าวไทยและอันดามัน ที่สำคัญยังไม่พบว่าเคยทำอันตรายกับมนุษย์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ฉลามหูดำไม่ได้บรรจุอยู่ในบัญชีสัตว์คุ้มครองตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 โดยกรมจะได้สำรวจและผลักดันสัตว์ทะเลชนิดสำคัญ รวมถึงฉลามหูดำเพื่อบรรจุในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองและสัตว์คุ้มครองตาม พ.ร.บ.ป้องกันและทารุณกรรมสัตว์ และผลักดันให้ฉลามหูดำเข้าสู่บัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106499</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉลามหูดำ, ยิงฉลามหูดำ, วราวุธ ศิลปอาชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แก๊งยิงฉลาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210615/image_big_60c8b03f48beb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74682</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2020 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2020 12:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลื่นลมสงบ! &#039;ฉลามหูดำ&#039; ฝูงใหญ่กลับเข้าหากินหน้าชายหาดเกาะห้องทะเลกระบี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.63 - นายทีฆาวุฒิ ศรีบุรินทร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณีจังหวัดกระบี่ ได้รับรายงานจากนายจำเป็น ผอมภักดี หัวหน้าหน่วยพิทักษ์หมู่เกาะห้อง อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี หมู่ที่ 3 บ้านท่าเลน ตำบลเขาทอง อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ว่าขณะที่เจ้าหน้าที่ออกเดินตรวจความเรียบร้อยตามแนวชายหาดของเกาะห้อง ได้พบฝูงฉลามหูดำฝูงใหญ่ จำนวน 30 ตัว หลังจากทะเลอันดามันของน่านน้ำจังหวัดกระบี่ สภาพอากาศปลอดโปร่งไม่มีฝนตกลงมา ทำให้ท้องทะเลไม่มีคลื่นลมแรง สร้างความฮือฮาและตื่นเต้นให้กับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่หาดูได้ยาก นานๆครั้งจะมีฝูงฉลามหูดำจำนวนมากเข้ามาหากินลูกปลาถึงหน้าชายหาดเกาะห้อง ที่มีระดับน้ำตื้นเพียง 30 เซนติเมตร โดยฉลามหูดำแต่ละตัวมีความยาวตั้งแต่ 50 เซ็นติเมตร ถึง 1.50 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฑีฆาวุฒิ กล่าวว่า ฝูงฉลามหูดำฝูงนี้เข้ามาหากินหน้าชายหาดเกาะห้องนานหลายชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 06.15-08.20 น.&amp;nbsp;ก่อนว่ายออกไปที่แนวปะการังน้ำลึกซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นหลายครั้งในรอบปีนี้ เป็นผลมาจากมาตรการปิดเกาะห้อง เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2561 และปิดในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ถือว่าในช่วงนั้นได้มีการฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อมใต้ทะเลและบนบกให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ จนทำให้สัตว์น้ำหายากและใกล้จะสูญพันธุ์หวนกลับคืนสู่ถิ่นเดิม และหลังจากที่เปิดให้มีการท่องเที่ยวได้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ฉลามหูดำเข้ามาหากินอีกครั้ง ฉลามหูดำเป็นสัตว์ทะเลที่หาดูได้ยากทั้งเป็นสัตว์สงวนหวงห้าม มาแหวกว่ายริมชายหาดของเกาะห้องเป็นตัวบ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์ทางระบบนิเวศวิทยาใต้ทะเลบริเวณดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74682</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, ฉลามหูดำ, อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200817/image_big_5f3a0ce9b446b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48082</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2019 14:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2019 14:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮือฮา!ฉลามหูดำกว่า 50 ตัว ว่ายน้ำที่เกาะไม้ไผ่หลังไม่เจอมานาน(มีคลิป)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.62- &amp;nbsp; คลิปจากอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ ที่เจ้าหน้าที่ประจำเกาะไม้ไผ่ ที่ตั้งอยู่ระหว่างเกาะพีพี และหมู่เกาะปอดะ บันทึกภาพฉลามหูดำขณะที่กำลังว่ายน้ำหากินอยู่ใกล้ชายฝั่งจำนวนมากกว่า 50 ตัว โผล่ขึ้นมาให้เห็นครีบขณะว่ายน้ำได้อย่างชัดเจน ซึ่งสร้างความตื่นเต้นแก่เจ้าหน้าที่ประจำเกาะแห่งนี้ เนื่องจากไม่บ่อยนักที่จะเห็นฉลามหูดำที่เกาะดังกล่าว เพราะส่วนใหญ่ จะพบที่เกาะพีพี และหมู่เกาะปอดะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรพจน์ ล้อมลิ้ม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เปิดเผยว่า วันนี้ประมาณช่วงเช้าฝูงฉลามหูดำประมาณ 50 ตัวได้มาแหวกว่ายหน้าบริเวณเกาะไม้ไผ่อย่างเป็นธรรมชาติในเขตอุทยานฯหาดนพรัตน์ธาราฯ ซึ่งแสดงให้เห็นความอุดมสมบูรณ์ทางงทรัพยากรธรรมชาติ โดยที่เกาะแห่งนี้จะไม่พบบ่อยนักนานๆ จะเจอสักครั้งถือเป็นความสมบูณ์อย่างแม้จริง ส่วนบรรยากาศการท่องเที่ยววันนี้ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ เป็นชาวยุโรปเดินทางมาท่องเที่ยว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;





&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48082</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบี่, ฉลามหูดำ, อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191015/image_big_5da57af2c0d7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19344</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2018 11:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2018 11:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดอ่าวมาหยาเห็นผล ปะการังฟื้น -ฉลามหูดำโผล่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปะการังอ่าวมาหยาเริ่มฟื้น พบฉลามหูดำเล็กเข้ามาหากิน ส่วนชายหาดพังเตรียมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างช่วยเติมทรายตามธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.61- นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ พร้อมทั้งนายทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ นายดำรัส โพธิ์ประสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรพจน์ ล้อมลิ้ม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี พร้อมคณะสื่อมวลชนร่วมติดตามความคืบหน้าการฟื้นฟูระบบนิเวศชายหาดและระบบนิเวศแนวปะการังบริเวณอ่าวมาหยา และการปลูกฟื้นฟูปะการังที่เสื่อมโทรมในพื้นที่บริเวณอ่าวมาหยา ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจงคล้าย กล่าวว่า อ่าวมาหยาเป็นสถานที่ที่สวยงามและได้รับความนิยมอย่างยิ่งจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ แต่ก็พบปัญหาเกิดขึ้นเมื่อมีจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติ ฯ ได้มีประกาศปิดอ่าวมาหยา ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน &amp;ndash; 30 กันยายน 2561 เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรและบริหารจัดการพื้นที่อ่าวมาหยา ให้มีประสิทธิภาพ ลดความแออัดของนักท่องเที่ยว ตลอดจนให้ธรรมชาติได้เกิดการฟื้นตัว
&amp;nbsp;
นายจงคล้าย ระบุด้วยว่า พบว่าปะการังมีเพิ่มมากขึ้น ระบบนิเวศมีการฟื้นตัว &amp;nbsp;แต่ปัญหาที่พบก่อนจะมีประกาศปิดอ่าวมาหยานั้น คือ หาดทรายบริเวณหน้าหาดของอ่าวมาหยา ไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้ามาเหยียบย่ำบนหาดทรายตลอดทั้งปี ทำให้ทรายไหลลงสู่ทะเลขัดขวางกระบวนการเพิ่มทรายหน้าหาดตามธรรมชาติ จากคลื่นที่พัดเข้าชายหาด ส่งผลให้เนินทรายหน้าชายหาดเกิดการทรุดตัวและพังทลาย นอกจากนี้สารเคมีบางชนิดที่อยู่ในครีมกันแดด เมื่อนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำจะกระจายสู่ทะเลส่งผลทำให้ปะการังพิการหรือตาย เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดปะการังฟอกขาว ส่วนปัญหาที่เกิดจากเรือรับส่งนักท่องเที่ยวที่จอดบริเวณหน้าหาดเพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวนั้นจะมีการกวนทราย ซึ่งตะกอนเหล่านี้จะตกทับถมบนก้อนปะการัง รวมถึงการทิ้งสมอเรือเพื่อถอยท้ายเรือเข้ามายังชายหาด หรือการนำเรือเข้ามาเทียบ ชายหาดช่วงน้ำลง ส่งผลให้ปะการังได้รับความเสียหาย จากการสำรวจพบร่องรอยความเสื่อมโทรมของแนวปะการังในบริเวณกลางอ่าวมาหยา เป็นบริเวณที่เรือท่องเที่ยววิ่งผ่านด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วิธีการดำเนินการฟื้นฟูบริเวณรอบอ่าวมาหยา ได้แก่ การปรับสภาพภูมิทัศน์ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเพื่อให้ชายหาดได้มีการเติมทรายตามธรรมชาติ การปลูกไม้ป่าชายหาดเพื่อช่วยลดการพังทลายของสันทราย ปลูกไม้ป่าชายหาดเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ สำรวจการกัดเซาะชายหาด สำรวจปะการังน้ำตื้นและน้ำลึกบริเวณรอบอ่าวมาหยา ซึ่งปะการังมีแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้นตั้งแต่ช่วงที่ได้มีการประกาศปิดอ่าวมาหยา นอกจากนี้ ยังพบการเข้ามาหากินของฉลามหูดำขนาดเล็กบ่อยขึ้น จำนวนมากขึ้น บ่งชี้ว่าระบบนิเวศในอ่าวมาหยากำลังเริ่มฟื้นตัว มีความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำขนาดเล็กที่เข้ามาอาศัยเพิ่มขึ้น เนื่องจากไม่มีการรบกวนจากกิจกรรมการท่องเที่ยว&amp;rdquo; นายจงคล้าย กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19344</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉลามหูดำ, นายจงคล้าย วรพงศธร, ปะการัง, ฟื้นฟู, อ่าวมาหยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181008/image_big_5bbae0ec3ac9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
