<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28142</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2019 12:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2019 12:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรรมการสิทธิฯห่วงวิกฤติฝุ่นละออง กระทบต่อสิทธิในการมีสุขภาพและสุขลักษณะทางสิ่งแวดล้อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.พ. 62 - นางฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏวิกฤตการณ์ปัญหาฝุ่นละอองในอากาศขนาดเล็ก 2.5 ไมครอน หรือ ฝุ่น PM 2.5 ในหลายจังหวัด โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพและปริมณฑล มาชั่วระยะเวลาหนึ่งจนถึงปัจจุบันนั้น ตนในฐานะประธานคณะทำงานด้านสิทธิผู้สูงอายุ ผู้พิการ เด็ก การศึกษา และการสาธารณสุข มีความห่วงใยต่อวิกฤตการณ์ฝุ่นละอองดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง เนื่องด้วยวิกฤตการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม วิถีการดำรงชีวิต และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิทธิในการมีสุขภาพที่ดีของประชาชนจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี แม้ว่ารัฐบาลและหน่วยงานต่าง ๆ จะได้ดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองเป็นการเร่งด่วนในหลายมาตรการแล้ว แต่เพื่อให้สิทธิในการมีสุขภาพและสุขลักษณะทางสิ่งแวดล้อมที่ดีของประชาชน ได้รับการคุ้มครองอย่างแท้จริงตามหลักกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (ICESCR) ที่ประเทศไทยเป็นภาคีและรัฐมีพันธกรณีต้องปฏิบัติตาม โดยที่ข้อ 12 (1) และ (2) แห่งกติกาดังกล่าวระบุไว้ว่า &amp;ldquo;รัฐภาคีแห่งกติกานี้รับรองสิทธิของทุกคนที่จะมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตตามมาตรฐานสูงสุดเท่าที่เป็นไปได้ โดยกำหนดขั้นตอนในการดำเนินการโดยรัฐภาคีแห่งกติกา เพื่อบรรลุในการทำให้สิทธินี้เป็นจริงอย่างสมบูรณ์จะต้องรวมถึงสิ่งต่าง ๆ ที่จำเป็นเพื่อการปรับปรุงในทุกด้านของสุขลักษณะทางสิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรม&amp;rdquo; นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตนจึงขอให้รัฐบาลและภาคส่วนต่าง ๆ ร่วมกันแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์ฝุ่นละอองที่เกิดขึ้น เพื่อคุ้มครองสิทธิในการมีสุขภาพและสุขลักษณะทางสิ่งแวดล้อมที่ดีของประชาชน ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ขอให้รัฐบาลพิจารณายกวิกฤตการณ์ฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาสำคัญระดับชาติ และเร่งดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยควรกำหนดแผนการต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เช่น แผนการควบคุมมลพิษทางการจราจร แผนการเตือนภัยและป้องกันวิกฤตการณ์ฝุ่นละออง แผนการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน ตลอดจนแผนการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ โดยบูรณาการการทำงานและองค์ความรู้ร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ขอให้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาออกมาตรการในการดูแลสุขภาพของประชาชนโดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวที่สำคัญ ตลอดจนให้ความรู้ในการปฏิบัติตัวเพื่อดูแลสุขภาพของตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ขอให้ประชาชน ร่วมกันติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์และแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองร่วมกับหน่วยงานของรัฐ โดยป้องกันตนเองจากมลพิษที่เกิดขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วิกฤตฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นปัญหาใกล้ตัวที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ตลอดจนสิทธิในความเป็นอยู่ที่ดี มีอากาศที่บริสุทธิ์หายใจ และได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย จึงขอให้รัฐบาลให้ความสำคัญและเร่งแก้ปัญหาโดยเร็ว รวมทั้งวางแผนระยะยาวเพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าวต่อไปในอนาคต&amp;rdquo; นางฉัตรสุดา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28142</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, ฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง, ฝุ่นพิษ, ฝุ่นละออง, ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190202/image_big_5c55305270ffc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
