<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88172</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2020 09:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2020 09:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทพไท&#039;แย้ง3ฉายารัฐสภา ขอเปลี่ยนสมพงษ์&#039;ผู้นำฝ่ายค้านที่โลกลืม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ธ.ค. 63 - นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการตั้งฉายาให้กับรัฐสภาของสื่อมวลชนประจำรัฐสภาในปีนี้ว่า ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของทุกปี ที่สื่อมวลชนประจำรัฐสภา จะมีฉายาให้กับสมาชิกรัฐสภา ซึ่งถือว่าเป็นกระจกเงา ที่สะท้อนภาพการทำงานของสมาชิกรัฐสภาในรอบปีที่ผ่านมา ฉายาทั้งหมดอาจจะมีถูกใจ หรือไม่ถูกใจของใครบางคนบ้างก็ตาม ในฐานะสมาชิกรัฐสภาคนหนึ่ง ที่ไม่ได้โดนตั้งฉายา แต่เคารพและยอมรับการตั้งฉายาประจำปีนี้ทั้งหมด แม้ว่าจะเห็นด้วยกับบางฉายา เช่น ฉายาของรัฐสภา ฉายาของประธานวุฒิสภา ฉายาของสมาชิกวุฒิสภา และฉายาของเหตุการณ์แห่งปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่เห็นว่าเป็นฉายาที่ไม่ตรงข้อเท็จจริง เช่น ฉายาของประธานสภาผู้แทนราษฎร ฉายาของผู้นำฝ่ายค้าน และฉายาดาวดับแห่งปี เพราะเห็นว่าฉายาครูใหญ่ไม้เรียวหัก อาจจะไม่ตรงกับบทบาทของการทำหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพราะเป็นการทำหน้าที่เพื่อขอความร่วมมือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีบทลงโทษเป็นจิตสำนึกส่วนบุคคล และสภาชุดนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็มีความหลากหลายมากกว่าสภาทุกสมัย ส่วนฉายาของผู้นำฝ่ายค้านนั้นเห็นว่าควรจะตั้งฉายาให้ตรงกับบทบาท ถ้าเห็นว่ามีบทบาทไม่โดดเด่นเท่าที่ควร ก็อาจจะตั้งเป็นฉายาผู้นำฝ่ายค้านที่โลกลืม หรือผู้นำฝ่ายค้านไร้น้ำยาก็ได้ ไม่ควรจะไปเปรียบเทียบกับชื่อของนายสุทิน คลังแสง ส่วนฉายาดาวดับ ก็เห็นว่าเป็นการแสดงออกทางการเมือง และไม่มีผลกระทบในทางลบที่รุนแรงจนถึงขั้นเป็นดาวดับได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทพไท กล่าวด้วยว่า การเกิดขึ้นของฉายาทั้งหมดนี้ ก็มาจากบริบททางการเมืองที่เกิดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2560 ทั้งสิ้น ที่เป็นรัฐธรรมนูญ ที่มาจากการเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อสืบทอดอำนาจ จึงทำให้องค์ประกอบทางการเมืองทุกภาคส่วน มีข้อจำกัดและเกิดอาการบิดเบี้ยวอย่างที่เห็นกันอยู่ จึงจำเป็นต้องเร่งผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้เป็นประชาธิปไตย และยึดโยงกับประชาชนอย่างแท้จริง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88172</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉายารัฐสภา, ประธานสภา, ผู้นำฝ่ายค้าน, เทพไท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201228/image_big_5fe942692ab74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88080</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2020 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2020 10:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิด&#039;ฉายาสภา&#039;ปี63 ปธ.ชวน &#039;ครูใหญ่ไม้เรียวหัก&#039;ด้าน&#039;สิระ-เต้&#039;ยกเป็นคู่กัดแห่งปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27 ธ.ค. 2563 ที่ประชุมร่วมกันของผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา ได้มีความเห็นร่วมกันในการตั้งฉายาของรัฐสภา เพื่อเป็นการเป็นการสะท้อนการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ โดยมีข้อสรุปดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.สภาผู้แทนราษฎร : ปลวกจมปลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลวกเป็นสัตว์ที่มีการแบ่งงานกันทำเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด สำหรับสภาผู้แทนราษฎรแล้วมีส.ส.ที่ทำงานดุจปลวกที่ทำเพื่อความอยู่รอดของตัวเองด้วยการใช้สภาเป็นเครื่องมือเพื่อชิงอำนาจและทำลายล้างฝั่งตรงข้าม ยิ่งนานวันก็จมปลักกลับการทำงานแบบเดิม ไม่ใช้สภาเพื่อประโยชน์ในการระดมสมองและแก้ปัญหาให้กับประชาชน หนำซ้ำตลอดปีมานี้การประชุมสภาฯล่มกลางคันหลายครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าส.ส.ชุดนี้ไม่ให้ความสำคัญกับการประชุมสภาฯทั้งที่เป็นหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ เช่นนี้ ส.ส.ในฐานะคนทำงานจึงเปรียบเป็นปลวกที่จมปลักไม่พัฒนาและจะยิ่งกัดกินหลักการของประชาธิปไตยให้พุกร่อนเข้าไปทุกที &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.วุฒิสภา : สภาปรสิต
ในทางวิทยาศาสตร์มีคำอธิบายถึง &amp;#39;ปรสิต&amp;#39; ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยผู้อื่นหรือเซลล์ชนิดอื่นเป็นที่พักอาศัยและแหล่งอาหาร และบางครั้งทำร้ายสิ่งมีชีวิตที่ใช้ประโยชน์นั้นหรือเซลล์ภายในจนเจ็บป่วยหรือถึงกับเสียชีวิต เมื่อกลับมามองในมิติทางการเมืองแล้วจะพบว่าวุฒิสภาชุดนี้ก็มีสภาพไม่ต่างปรสิตที่อาศัยอยู่ในรัฐสภา นอกจากไม่มีผลงานที่เห็นด้วยตาเปล่าเหมือนปรสิตแล้วยังนำมาซึ่งพิษภัยแก่การทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติด้วย โดยเฉพาะการพยายามใช้เงื่อนไขในรัฐธรรมนูญมาเป็นข้ออ้างเพื่อชะลอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จนทำให้เกิดการตั้งคณะกรรมาธิการรัฐสภาพิจารณาก่อนรับหลักการไปจนถึงการลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอำนาจของรัฐสภาในการแก้ไขแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ฉายา &amp;#39;ปรสิต&amp;#39; จึงเหมาะกับวุฒิสภาชุดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. &amp;lsquo;ชวน หลีกภัย&amp;#39; ประธานสภาผู้แทนราษฎร: ครูใหญ่ไม้เรียวหัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกครั้งที่ &amp;#39;ชวน หลีกภัย&amp;#39; ขึ้นทำหน้าที่ประธานการประชุมสภาไม่เคยถูกกังขาถึงความเป็นกลางแม้แต่ครั้งเดียว และตลอดปีที่ผ่านมาก็ยังยึดแนวทางดังกล่าวไว้ได้อย่างมั่นคง นอกเหนือไปจากการพยายามควบคุมการประชุมสภาแล้ว ประธานสภายังสวมบท &amp;#39;ครูใหญ่&amp;#39; ที่ถือไม้เรียวคอยกวดขันวินัยของส.ส.ที่หย่อนยานอีกด้วย เช่น การตักเตือนส.ส.ให้สวมหน้ากากในห้องประชุมสภา เพื่อคุมการระบาดของโควิด 19 หรือการขอความร่วมมือส.ส.ให้ความสำคัญกับการประชุมสภา เป็นต้น แต่ปรากฎว่าส.ส.การ์ดตกทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นการละเลยการสวมหน้ากากอนามัย หรือแม้แต่อเรื่องเล็กๆอย่างขอความร่วมมือส.ส.งดนำอาหารและเครื่องดื่มเข้ามารับประทานในห้องประชุมก็ไม่เป็นผล และที่ร้ายแรงที่สุด คือ เหตุการณ์สภาล่ม ซึ่งเป็นตัวสะท้อนให้เห็นว่าต่อให้ประธานสภาจะยึดมั่นหลักการแค่ไหน แต่ก็ไม่อาจสร้างเปลี่ยนแปลงได้เพราะส.ส.ส่วนใหญ่ไม่ให้ความสำคัญ เหมือนกับครูใหญ่ที่มีไม้เรียวและต่อให้ฟาดแรงจนไม้เรียวหักคามือ ส.ส.ก็ไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. &amp;#39;พรเพชร วิชิตชลชัย&amp;#39; ประธานวุฒิสภา: &amp;quot;หัวตอ รอออเดอร์&amp;quot;
ถ้าเทียบบารมีทางการเมืองระหว่างเมื่อครั้งเป็นประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติกับประธานวุฒิสภา ถือว่านับตั้งแต่มาเป็นประมุขสภาสูงบารมีของ &amp;#39;พรเพชร&amp;#39; ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งตอกย้ำด้วยทุกครั้งที่ขึ้นทำหน้าที่ประธานการประชุมร่วมกันของรัฐสภาในฐานะรองประธานรัฐสภา พบว่าไม่สามารถควบคุมการประชุมให้เป็นที่เรียบร้อยได้เมื่อเทียบกับ &amp;#39;ชวน หลีกภัย&amp;#39; หลายครั้งที่รับมือกับความเขี้ยวทางการเมืองของส.ส.ฝ่ายค้านไม่ไหว ทำให้การประชุมเกิดความปั่นป่วนเป็นระยะ กลายเป็นหัวหลักหัวตอที่สมาชิกรัฐสภาไม่ค่อยให้ความยำเกรง ไม่เพียงเท่านี้ การทำหน้าที่ของประธานวุฒิสภายังไม่สามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเองเพราะหลายเรื่องในวุฒิสภากลับปล่อยให้ส.ว.เป็นผู้ชี้นำประธานวุฒิสภาแทน ภาพรวมแบบนี้ทำให้ประธานวุฒิสภาเสมือนหัวหลักหัวตอที่ไม่มีใครสนใจแต่มีหน้าที่แค่รับคำสั่งทำงานเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร : สุทิน คลังแสง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนอื่นต้องบอกว่าฉายาของผู้นำฝ่ายค้านฯที่ปรากฎออกมานั้นเป็นฉายาที่สื่อมวลชนประจำรัฐสภาตั้งขึ้นมาจริงๆ ไม่ได้เขียนผิดแต่อย่างใด เนื่องจากต่างเห็นตรงกันว่าบทบาทการเป็นผู้นำฝ่ายค้านฯนั้น &amp;#39;สมพงษ์&amp;#39; ไม่ได้โดดเด่นสมกับตำแหน่งเท่าใดนัก ตรงกันข้ามกลับเป็น &amp;#39;สุทิน คลังแสง&amp;#39; ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่ได้อย่างโดดเด่น หลายต่อหลายครั้งเป็นตัวแทนของฝ่ายค้านไปร่วมประชุมกับฝ่ายรัฐบาลจนทำให้ฝ่ายค้านได้เวลาอภิปรายในสภาอย่างสมน้ำสมเนื้อและสามารถชี้นำสภาในที่ประชุมได้ ผิดกับผู้นำฝ่ายค้านฯตัวจริงที่ยังไม่ทำงานเชิงรุกมากนัก ด้วยเหตุนี้ทำให้อดไม่ได้ว่า &amp;#39;สุทิน คลังแสง&amp;#39; คือ ผู้นำฝ่ายค้าน ไม่ใช่ &amp;#39;สมพงษ์ อมรวิวัฒน์&amp;#39;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ดาวเด่นแห่งปี : สุทิน คลังแสง
ปฏิเสธไม่ได้ว่าปี 2563 ตลอดทั้งปี &amp;#39;สุทิน คลังแสง&amp;#39; ในฐานประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ได้อย่างท็อปฟอร์ม หลายครั้งที่สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเรื่องสำคัญและส.ส.ฝ่ายค้านจำนวนไม่น้อยที่อภิปรายนอกประเด็นไปไกลและใช้แต่วาทะศิลป์ในการโจมตี แต่ทุกอย่างก็กลับเข้ารูปเข้ารอยเมื่อ &amp;#39;สุทิน&amp;#39; ได้ขึ้นอภิปรายสรุปประเด็น การอภิปรายสรุปของประธานวิปฝ่ายค้านไม่ใช่แค่การอภิปรายสรุปเพื่อให้จบตามหน้าที่เท่านั้น เพรายังหยิบจับประเด็นสำคัญบางเรืองที่ส.ส.ฝ่ายค้านอาจไม่ได้พูดถึงหรือพูดถึงแต่ยังไม่มีความชัดเจน มาขยายความเพื่อให้สภาได้ข้อเท็จจริงเพิ่มมากขึ้น ตำแหน่งดาวสภาประจำปี 2563 &amp;nbsp;จึงตกเป็นของ &amp;#39;สุทิน คลังแสง&amp;#39; ไปอย่างเอกฉันท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.ดาวดับแห่งปี : วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตัดสินตำแหน่งดาวดับแห่งปีในครั้งนี้ถือว่ามีความลำบากเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีข้อเสนอควรให้ &amp;#39;มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์&amp;#39; ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ สมควรได้รับตำแหน่งนี้ด้วยเช่นกัน ภายหลังมงคลกิตติ์แสดงจุดยืนทางการเมืองที่กลับไปกลับมา นึกอยากจะร่วมรัฐบาลก็ประกาศสนับสนุน แต่วันใดไม่อยากสนับสนุนก็ประกาศขอเป็นฝ่ายค้านอิสระ ซึ่งอาจบอกว่าเป็นส.ส.ไร้จุดยืนก็คงไม่ผิดนัก แต่ถึงที่สุดแล้วสื่อมวลชนรัฐสภามีความเห็นว่าควรให้ตำแหน่งดาวดับเพียงคนเดียว และตำแหน่งนั้นเป็นของ &amp;#39;วิสาร เตชะธีราวัฒน์&amp;#39; ซึ่งเป็นผลมาจากเหตุการณ์ใช้มีดปลอกผลไม้กรีดแขนกลางที่ประชุมสภา เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาทางกาเมือง ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเพราะเป็นการชี้นำให้ใช้ความรุนแรงแก้ไขปัญหา อีกทั้งยังเป็นส.ส.หลายสมัยและดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาก่อนที่สมควรเป็นแบบอย่างที่ดี แต่กลับแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเพื่อหวังผลทางการเมือง จึงหวังว่าตำแหน่งดาวดับที่สื่อมวลชนมอบให้จะทำให้ไม่เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.คู่กัดแห่งปี : &amp;#39;สิระ เจนจาคะ&amp;#39; และ &amp;#39;มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์&amp;#39;
เกือบได้เห็นการวางมวยกลางสภา ภายหลังปฐมบทแห่งความเดือดมาจากกรณีที่ &amp;#39;มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์&amp;#39; ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยศรีวิไลย์ เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่งเพราะไม่สามารถควบคุมความสงบได้ ต่อมา &amp;#39;สิระ เจนจาคะ&amp;#39; ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ แถลงข่าวตอบโต้ว่า &amp;quot;การออกมาเรียกร้องเช่นนี้ต้องการผลประโยชน์อะไรหรือไม่ หรือเงินหมด เพราะบริจาคเงินเดือนส.ส.ให้ในสถานการณ์โควิดไปแล้ว ซึ่งหากเงินหมดจริงติดต่อผมได้&amp;quot; เรื่องไม่ได้จบแค่นั้นเพราะ &amp;#39;มงคลลกิตติ์&amp;#39; โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;เจอสิระที่ไหนจะเอาให้ฟันร่วงหมดปาก&amp;quot; และในที่สุดทั้งสองคนก็ได้เจอหน้ากันจริง โดยเป็นเหตุการณ์ระหว่างที่ &amp;#39;มงคลกิตติ์&amp;#39; กำลังให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวบริเวณรัฐสภา และได้พบกับ &amp;#39;สิระ&amp;#39; ทำให้เดินเข้าไปจับแขนสิระแต่สิระสะบัดออก ปรากฎว่า &amp;#39;มงคลกิตติ์&amp;#39; พยายามเดินตามแต่สิระเดินหนี ที่สุดแล้วต้องถึงมือ &amp;#39;ชวน หลีกภัย&amp;#39; ที่ต้องออกมาให้สัมภาษณ์ปรามทั้งสองฝ่ายว่าต้องคำนึงถึงภาพลักษณ์ของสภาด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9.เหตุการณ์แห่งปี : การแก้ไขรัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 ได้รับการขนานนามว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่แก้ยากที่สุด โดยเฉพาะการต้องมีเสียงส.ว.สนับสนุนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 เป็นผลให้การประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในเดือนก.ย.ไม่สามารถลงมติได้ แต่กลับต้องมาตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนรับหลักการ และเมื่อกลับมาประชุมรัฐสภาอีกครั้งในเดือนพ.ย. ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาชนนำโดยกลุ่มไอลอว์ได้เข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา ซึ่งเป็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาชนครั้งแรก การประชุมรัฐสภาเวลานั้นไม่ได้เข้มข้นเฉพาะในสภาเท่านั้น แต่นอกสภาก็เดือดไม่แพ้กัน ภายหลังกลุ่มสนับสนุนและคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาชุมนุมบริเวณหน้ารัฐสภา และเกิดการปะทะกันเป็นระยะ อีกด้านหนึ่งตำรวจใช้น้ำผสมสารเคมีควบคุมการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร จนกระทั่งที่สุดแล้วเหตุการณ์นอกสภาสงบลงพร้อมด้วยการลงมติของรัฐสภาที่ไม่เห็นด้วยกับการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขต่อไป ด้วยเหตุนี้การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภาจึงเป็นเหตุการณ์แห่งปีไปอย่างไม่ต้องสงสัย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10.วาทะแห่งปี : &amp;quot;มันคือแป้ง&amp;quot;
&amp;quot;สิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดของรัฐนิวเซาท์เวลส์ อ้างว่าเป็นเฮโรอีน 3.2กิโลกรัม มันคือแป้ง&amp;quot; เป็นการชี้แจงของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อวันที่ 27 ก.พ. เวลานั้นร.อ.ธรรมนัส ถูกกังขาถึงความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่งว่ามีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ จนนำมาสู่การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่าการดำรงตำแหน่งของตนเองถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ อย่างไรก็ตาม ร.อ.ธรรมนัส กลับเป็นรัฐมนตรีที่ได้รับความไว้วางใจจากสภาฯน้อยที่สุดเพียง 269 เสียง โดยที่ร.อ.ธรรมนัส ได้ลงคะแนนไว้วางใจตัวเอง จากเหตุการณ์นี้เองทำให้คะแนนความนิยมของรัฐบาลลดลงและสื่อต่างประเทศก็ได้มีการเปิดเผยข้อมูลการจับกุมร.อ.ธรรมนัสในอดีตด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11.คนดีศรีสภา : ยกเลิกตำแหน่งนี้ถาวร
เป็นเวลาหลายปีแล้วที่สื่อมวลชนประจำรัฐสภาไม่ได้มอบตำแหน่งคนดีศรีสภาให้กับสมาชิกรัฐสภา เนื่องจากท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองและปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ปรากฎว่ามีสมาชิกรัฐสภาคนใดที่จะเป็นแบบตัวอย่างที่ดีในการทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ดังนั้น สื่อมวลชนประจำรัฐสภา จึงมีความเห็นร่วมกันว่าสมควรยกเลิกตำแหน่งนี้เป็นการถาวร จนกว่าในอนาคตจะมีสมาชิกรัฐสภาที่มีความประพฤติที่เหมาะสมกับตำแหน่งดังกล่าวต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88080</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูใหญ่ไม้เรียวหัก, ฉายารัฐสภา, ฉายารัฐสภา ปี 2563, ปี2563, วุฒิสภา : สภาปรสิต, สภาผู้แทนราษฎร : ปลวกจมปลัก, หัวตอ รอออเดอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201217/image_big_5fdb3288071f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
