<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2021 10:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2021 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.รายงานผลการให้บริการวัคซีน ฉีดแล้ว 7,222,620 โดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.64 - กรุงเทพมหานคร รายงานผลการให้บริการวัคซีน COVID-19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ข้อมูล ณ วันที่ 14 ส.ค.64 เวลา 08.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยอดผู้รับวัคซีนเพิ่ม 87,373 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยอดผู้รับวัคซีนสะสม 7,222,620 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 รวม 5,849,159 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 รวม 1,263,164 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 รวม 110,297 ราย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113237</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพมหานคร, ฉีควัคซีน, วัคซีนโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210814/image_big_61173786b73ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109336</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 13:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 13:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไอเดียสีกากี!จัดพิธีประดับสติกเกอร์ให้ตำรวจฉีดวัคซีนครบ2เข็ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.64-มีรายงานว่า ในการประชุมศูนย์ปฎิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ครั้งที่ 41/2564 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เป็นประธานการประชุม มีข้อสั่งการทุกหน่วยทั่วประเทศระบุว่า นรม.ได้กำหนดให้การฉีดวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ จึงขอกำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกหน่วยให้ความสำคัญในการเข้ารับการฉีดวัคซีนของข้าราชการตำรวจในสังกัดและให้ผู้บังคับบัญชาจัดพิธีประดับสติกเกอร์ให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัดที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) ครบทั้ง 2 เข็ม เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ข้าราชการตำรวจ แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อต้นเองและสังคม ตลอดจนให้ความสำคัญและตอบสนองนโยบายของ นรม.และให้ทุกหน่วยรายงานผลการดำเนินการให้คณะทำงานฯ(ผ่าน สยศ.(ผค.))ทราบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109336</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีควัคซีน, ตำรวจ, ประดับสติกเกอร์ฉีดวัคซีน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210711/image_big_60ea8d362060b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103291</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2021 12:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2021 12:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อ่านเลย  ข้อควรปฏิบัติสำหรับ &#039;ผู้ป่วยโรคโลหิตจาง&#039; กับการฉีดวัคซีนโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อมูลคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ภาวะโลหิตจางหรืออาจเรียกกันโดยทั่วไปว่าภาวะซีด เป็นภาวะที่เกิดจากร่างกายมีเม็ดเลือดแดงน้อยกว่าปกติ &amp;nbsp;ภาวะนี้พบได้บ่อยในประชากรทั่วไป &amp;nbsp;การจะบอกว่าใครมีภาวะโลหิตจางหรือไม่นั้นอาจดูได้จากอาการที่เกิดขึ้น เช่น &amp;nbsp;เหนื่อยง่ายเวลาออกแรง อ่อนเพลีย หงุดหงิด หน้ามืด เวียนศีรษะ ใจสั่น หรือมีคนทักว่าซีด เหลือง เป็นต้น โดยทั่วไปการรักษาภาวะโลหิตจางจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการที่เป็น &amp;nbsp;หากอาการรุนแรงมาก ผู้ป่วยควรได้รับการรักษาในโรงพยาบาล &amp;nbsp;ให้นอนพัก ไม่ออกแรงใดๆ &amp;nbsp;ให้ออกซิเจน &amp;nbsp;และอาจต้องให้เลือดแดงทดแทนไปด้วย หลักการรักษาภาวะโลหิตจางที่สำคัญที่สุด คือ การหาสาเหตุและรักษาที่สาเหตุนั้นๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สำหรับผู้ที่มีภาวะโลหิตจาง ในการเตรียมตัวรับวัคซีนโควิด-19 &amp;nbsp;นพ.เฉวตสรร นามวาท รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กล่าวว่า ภาวะโลหิตจาง ที่มีสาเหตุมาจากเม็ดเลือดต่ำกว่าเกณฑ์ ผู้ที่มีภาวะนี้หากสุขภาพร่างกายแข็งแรงปกติ ไม่มีการเจ็บป่วยแทรกซ้อน โดยมีการเข้ารับการตรวจจากแพทย์อย่างต่อเนื่อง แพทย์ไม่มีข้อกำหนดในการรักษาเป็นพิเศษก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ทั้งนี้ภาวะโลหิตจางอาจจะพบในผู้ป่วยธาลัสซีเมีย หรือผู้ป่วยโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก หากมีการพบรักษาแพทย์และกินยาต่อเนื่อง ร่างกายก็สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ปกติ ก็สามารถเข้ารับวัคซีนโควิด-19ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โดยในวันที่จะเข้ารับวัคซีนควรจะมีการพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำให้เยอะๆ ทำจิตใจให้สบาย จะมีการตรวจวัดความดันโลหิต แต่หากมีความกังวลเกี่ยวกับอาการโลหิตจางควรแจ้งแพทย์ทันที &amp;nbsp; ก็สามารถเข้ารับวัคซีนโควิด-19 ได้ปกติ และเมื่อได้รับวัคซีนแล้ว ก็ต้องคอยสังเกตอาการ 30 นาทีก่อนกลับบ้าน เมื่อกลับบ้านแล้วยังต้องสังเกตอาการของตัวท่านเองต่ออีก 48-72 ชั่วโมง หากพบอาการผิดปกติที่รุนแรง เช่น ชาครึ่งซีก แขนขาอ่อนแรง ปากเบี้ยว ให้รีบไปพบแพทย์ทันที&amp;rdquo; &amp;nbsp;นพ.เฉวตสรร ให้ความรู้ก่อน-หลัง เข้ารับวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ (11 )&amp;nbsp;มีประจำเดือนฉีควัคซีนได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ (10 ) ผู้ป่วยเบาหวาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ (9&amp;nbsp;) ผู้่ป่วยโรคมะเร็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไขข้อข้องใจ &amp;#39;ผู้ป่วยโรคหอบหืด&amp;#39; ฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้หรือไม่??&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ (7 ) ข้อปฏิบัติก่อนระหว่างและหลังการรับวัคซีน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103291</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีควัคซีน, ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ, ฉีดวัคซีนโควิด, โควิด-19, โลหิตจาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210510/image_big_60990a8a387b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102636</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2021 11:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2021 11:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ttb แนะรัฐเร่งสปีดการฉีดวัคซีนกลุ่ม High Mobility จำนวน 20.2 ล้านคน ช่วยลดศก.เสียหาย 5.7 หมื่นล้านบาท  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชงแนวทางการกระจายวัคซีนใหม่ &amp;ldquo;ฉีดวัคซีนเชิงรุก&amp;rdquo; เพื่อตอบโจทย์ทั้งด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยังมีความเสี่ยงจากจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น แม้เริ่มมีการทยอยฉีดวัคซีนป้องกันตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ในเบื้องต้นมีประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้ว 1.2 ล้านคน หรือร้อยละ 1.8 ของประชากร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มมีความเสี่ยงสูงที่มีโอกาสติดเชื้อ อาทิ บุคลากรทางการแพทย์ ผู้อยู่ในพื้นที่แพร่ระบาดสูง เช่น คลัสเตอร์ตามชุมชน โดยศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี (ttb analytics) มองโจทย์ท้าทายในขณะนี้คือ ทำอย่างไรให้ยอดผู้ติดเชื้อลดลงได้เร็ว ขณะเดียวกันสามารถทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจฟื้นกลับสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว เพื่อช่วยลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่งในแนวทางที่น่าสนใจในการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ให้ดียิ่งขึ้นคือ แนวทางการกระจายวัคซีนเชิงรุก (Targeted Approach) แก่ประชากรที่เหมาะสม โดยอาศัยปัจจัยการเคลื่อนไหว (Mobility) ทั้งนี้ เนื่องจากแต่ละกลุ่มประชากรในประเทศ ล้วนต่างมีพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับอาชีพและช่วงอายุ จึงทำให้แต่ละกลุ่มประชากรมีโอกาสในการแพร่กระจายเชื้อและมีความสัมพันธ์ต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกันไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประเมินรูปแบบการกระจายวัคซีนเชิงรุก โดยอาศัยเกณฑ์การเคลื่อนไหว (Mobility) สามารถแบ่งกลุ่มผู้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;ตามลักษณะพฤติกรรมการพบปะผู้คนและการเดินทาง ออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) กลุ่ม High Mobility จำนวน 20.2 ล้านคน ประกอบไปด้วยบุคลากรทางการแพทย์ พนักงานขาย พนักงานขนส่ง พนักงานบริการ และพนักงานโรงงาน จัดเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงและโอกาสที่จะติดเชื้อหรือแพร่เชื้อสูง เนื่องจากมีความจำเป็นต้องพบปะผู้คนจำนวนมาก และเป็นกลุ่มที่มีส่วนในกิจกรรมเศรษฐกิจ ซึ่งหลัก ๆ เป็นภาคการค้าและบริการคิดเป็นสัดส่วนกว่า 62% ของจีดีพี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) กลุ่ม Medium Mobility จำนวน 6.9 ล้านคน เป็นกลุ่มของพนักงานออฟฟิศ ซึ่งปัจจุบันบริษัทให้พนักงานส่วนหนึ่งทำงานที่บ้าน (Work from home) สามารถลดความหนาแน่นในที่ทำงานได้ จัดเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงและโอกาสที่จะติดเชื้อหรือแพร่เชื้อได้น้อยกว่ากลุ่มแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) กลุ่ม Low Mobility จำนวน 39.3 ล้านคน ได้แก่ ผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี รวมถึงแรงงานในกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ และเกษตรกร จัดเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงและโอกาสสัมผัสผู้ติดเชื้อค่อนข้างต่ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการแบ่งกลุ่มผู้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อนำมาสู่แผนการกระจายวัคซีนใน 3 แนวทาง คือ 1.เน้นฉีดกลุ่ม Low Mobility เป็นแนวทางที่สอดคล้องกับแผนการกระจายวัคซีนของภาครัฐในบางส่วน ที่มีการเน้นฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้สูงอายุ &amp;nbsp;2. เน้นฉีดกระจายทุกกลุ่ม (ปูพรม) ซึ่งเป็นแนวทางล่าสุดที่ภาครัฐมีแนวโน้มจะปรับใช้ 3. เน้นฉีดกลุ่ม High Mobility ควบคู่ไปกับกลุ่มเสี่ยงสูงและผู้สูงอายุ โดยการกระจายการฉีดวัคซีนแบบเชิงรุกให้กับผู้ที่ทำงานในสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงและโอกาสที่จะติดเชื้อหรือแพร่เชื้อสูง เช่น สถานที่ทำงาน โรงงาน ห้างสรรพสินค้า ตลาด ร้านค้า และงานบริการต่าง ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
หนุนฉีดวัคซีนเชิงรุก &amp;ldquo;กลุ่ม High Mobility ควบคู่ไปกับกลุ่มเสี่ยงสูงและผู้สูงอายุ&amp;rdquo; ส่งผลให้ปลดล็อคเศรษฐกิจเร็วขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายใต้กรอบแผนการกระจายฉีดวัคซีน 300,000 โดสต่อวัน ผลของการวิเคราะห์ที่ประยุกต์แบบจำลองทางระบาดวิทยา (SIR) แสดงให้เห็นว่าการกระจายวัคซีน สามารถทำให้ยอดผู้ติดเชื้อมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องได้ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาแนวทางการกระจายวัคซีนในแต่ละกลุ่ม พบว่ามีความแตกต่างของจำนวนผู้ติดเชื้อ โดยพบว่า แนวทางที่เน้นการฉีดกลุ่ม Low Mobility ยังคงมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึงเดือนธันวาคม 2564 อยู่ที่ 3,600 คนต่อวัน &amp;nbsp;หลังจากนั้นในไตรมาสแรกปี 2565 ถึงจะเริ่มเห็นตัวเลขลดลงอย่างชัดเจน อีกทั้งจำนวนผู้ได้รับวัคซีนสะสมในกลุ่ม Low Mobility ณ สิ้นปี 2564 จะอยู่ที่ 26.3 ล้านคนจากจำนวนประชากรในกลุ่มนี้ที่มีถึง 39 ล้านคน และที่น่าสนใจคือการฉีดนำร่องด้วยกลุ่ม Low Mobility ส่งผลให้ประชากรในกลุ่ม High Mobility ที่ได้รับวัคซีนจะมีเพียง 13.9 ล้านคนเท่านั้น เทียบกับประชากรที่มีอยู่ถึง 20.3 ล้านคนในกลุ่มนี้ ในขณะที่แนวทางเน้นฉีดแบบปูพรม พบว่า ยอดผู้ติดเชื้อ ณ ธันวาคม 2564 จะอยู่ที่ 1,600 คนต่อวัน น้อยกว่าการฉีดเน้นกลุ่ม Low Mobility ถึงกว่าร้อยละ 50&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวิเคราะห์เพิ่มเติม พบว่าหากใช้แนวทางเน้นฉีดวัคซีนเชิงรุก กล่าวคือ การฉีดกลุ่ม High Mobility ควบคู่กับกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง (รวมผู้มีโรคประจำตัว) ซึ่งเป็นแนวทางการฉีดวัคซีนของภาครัฐในขณะนี้ จะทำให้แนวโน้มยอดผู้ติดเชื้อทยอยลดลงได้มากเช่นกัน ซึ่งคาดว่ายอดผู้ติดเชื้อจะอยู่ที่ 600 คนต่อวัน ในเดือนธันวาคม 2564 &amp;nbsp;ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนเชิงรุกดังกล่าวในภาพรวมจะทำให้ประชากรในแต่ละกลุ่มได้รับวัคซีนมากกว่า โดยกลุ่ม High Mobility ที่มีจำนวนประชากร 20.3 ล้านคน และกลุ่ม Medium Mobility จำนวน 6.6 ล้านคนจะได้รับวัคซีนครอบคลุมประชากรทั้งหมด ภายในสิ้นปี 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ แนวทางเลือกฉีดวัคซีนในแต่ละกลุ่ม ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน กล่าวคือ &amp;nbsp;หากใช้แนวทางการฉีดให้กลุ่ม Low Mobility ก่อน จะส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาฟื้นตัวในเดือนธันวาคม 2564 และจะก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจในภาคการค้าและบริการราว 8.96 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นระดับสูงกว่ากลุ่มอื่น อย่างไรก็ดี หากใช้แนวทางฉีดเชิงรุกตามกลุ่มเป้าหมาย (Targeted Approach) คาดว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจจะกลับมาเริ่มฟื้นตัวเร็วขึ้นประมาณเดือนตุลาคม 2564 และความสูญเสียทางเศรษฐกิจในภาคการค้าและบริการจะลดลงอยู่ที่ 6.46 หมื่นล้านบาท &amp;nbsp;หรืออาจกล่าวได้ว่าการใช้แนวทางการฉีดเชิงรุกจะทำให้ความสูญเสียน้อยลงกว่าฉีดกลุ่ม Low Mobility ถึง 2.5 หมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เร่งสปีดฉีดวัคซีนวันละ 5 แสนโดส ช่วยลดยอดผู้ติดเชื้อได้มาก และลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจได้เพิ่มขึ้นหากเร่งปริมาณการฉีดวัคซีนโดยเพิ่มจาก 3 แสนโดสต่อวัน เป็น 5 แสนโดสต่อวัน ซึ่งสอดคล้องกับแผนการฉีดวัคซีนของภาครัฐล่าสุดกำหนดเป้าหมายอยู่ที่ 15 ล้านโดสต่อเดือน จะทำให้แนวโน้มยอดผู้ติดเชื้อลดลงในอัตราเร่ง และเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้ โดยยอดผู้ติดเชื้อ ณ เดือนธันวาคม มีจำนวนต่ำกว่า 100 คนต่อวัน ซึ่งส่งผลให้ความสูญเสียทางเศรษฐกิจในภาคการค้าและบริการอยู่ที่ 5.63 หมื่นล้านบาท สำหรับกรณีเลือกฉีดกลุ่ม Low mobility ก่อน ซึ่งจะเริ่มทยอยฟื้นตัวในช่วงเดือนตุลาคม 2564 เป็นต้นไป แต่หากเลือกใช้การฉีดเชิงรุกแก่กลุ่ม High Mobility ควบคู่กับฉีดกลุ่มเสี่ยง ความสูญเสียจะน้อยกว่า โดยอยู่ที่ 3.22 หมื่นล้านบาท และกิจกรรมทางเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเทียบกับกรณีการเร่งฉีดวัคซีนเร็วขึ้น 5 แสนโดสต่อวัน ในกลุ่มเชิงรุก กับการฉีดตามแผน 3 แสนโดสต่อวัน ในกลุ่ม Low Mobility พบว่า จะช่วยลดความสูญเสียได้เพิ่มขึ้นถึง 5.7 หมื่นล้านบาท และเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวได้เร็วขึ้นในเดือนสิงหาคม 2564 ดังนั้น แนวทางการฉีดเชิงรุก (Targeted Approach) พร้อมทั้งเร่งสปีดการฉีด 5 แสนโดสต่อวัน จะส่งผลทำให้ความสูญเสียทางเศรษฐกิจลดลง และช่วยเร่งระยะเวลาการฟื้นตัวได้เร็วขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ การวิเคราะห์ข้างต้นอยู่บนสมมุติฐานว่า มีการระบาดระลอกใหม่เกิดขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 3 อันเป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการทางสังคม ภายหลังจากที่จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศปรับตัวลดลง ยิ่งไปกว่านั้น การฉีดวัคซีนจะดำเนินเป็นไปตามแผนที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งมีการวางแผนให้ครอบคลุมทั้งบุคลากรทางแพทย์ที่อยู่ในกลุ่ม High Mobility และผู้สูงอายุที่อยู่ในกลุ่ม Low Mobility ตลอดจนผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวซึ่งกระจายอยู่ทั้ง 3 กลุ่มแล้ว ในช่วงเดือนมิถุนายน และในเดือนกรกฎาคม การฉีดวัคซีนจะเริ่มกระจายสู่ประชากรทั่วประเทศ โดยจะเริ่มเห็นผลต่อการควบคุมการระบาดได้ในเดือนสิงหาคม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การเร่งฉีดวัคซีนจะทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาเร็วขึ้น โดยพิจารณาจากความสัมพันธ์ระหว่างความคืบหน้าในการฉีดวัคซีน กับ Mobility โดยประเทศที่มีสัดส่วนการฉีดวัคซีนต่อประชากรยิ่งมาก Mobility จะยิ่งสูงขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนฉีดวัคซีน เช่น อิสราเอล สหรัฐอเมริกา อังกฤษ เป็นต้น ซึ่งสะท้อนถึงกิจกรรมเศรษฐกิจที่เริ่มกลับมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสรุป การควบคุมการแพร่ระบาดไม่สามารถกระทำได้จากภาคส่วนใดส่วนหนึ่ง แต่ต้องเป็นการร่วมมือกันในทุกภาคส่วนในด้านต่าง ๆ ไปพร้อม ๆ กัน &amp;nbsp;ตั้งแต่การดูแลป้องกันตัวเองลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดเชิงรุก &amp;nbsp;การแก้ไขดูแลปัญหาผู้ติดเชื้อตามโรงพยาบาลและสถานที่จัดไว้ &amp;nbsp;รวมไปถึงการกระจายและจัดการวัคซีนได้อย่างรวดเร็วและเป็นไปในเชิงรุกให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ย่อมช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ &amp;nbsp;และยังช่วยลดความเสียหายทางเศรษฐกิจให้น้อยลง ทำให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ภาคธุรกิจฟื้นได้เร็วขึ้น และรัฐสามารถใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฟื้นฟูประเทศให้กลับสู่ภาวะปกติได้อย่างมีประสิทธิผลมากขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102636</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่ม High Mobility จำนวน 20.2 ล้านคน, ฉีควัคซีน, ทีเอ็มบีธนชาต (ttb)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210508/image_big_60960729b9fad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102253</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2021 07:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2021 07:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครูทอม  ติวเตอร์ดังถ่าย VLOG  เล่าประสบการณ์บินไปฉีดวัคซีนที่อเมริกา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 พ.ค. 2564 &amp;nbsp;กระแสการบินไปฉีดวัคซีนที่สหรัฐอเมริกา มีมาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดก็เป็นคิวของ &amp;ldquo;จักรกฤต โยมพยอม&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ครูทอม จักรกฤต&amp;rdquo; ติวเตอร์สอนภาษาไทยชื่อดัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;พิธีกรและยูทูบเปอร์ดัง ที่ล่าสุดได้ถ่าย VLOG &amp;nbsp;ถึงการบินไปฉีดวัคซีน พร้อมเกริ่นนำดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมอยากฉีดวัคซีนไฟเซอร์ครับ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลยตัดสินใจซื้อตั๋วเครื่องบินมาฉีดที่อเมริกาซะเลย เพราะไม่รู้ว่าที่ไทยจะได้ฉีดเมื่อไหร่ พูดกันตรง ๆ ว่าไม่ค่อยเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของวัคซีนบางยี่ห้อ เลยขอบินมาที่อเมริกา และเลือกวัคซีนด้วยตัวเอง อย่างน้อยถ้าเป็นอะไร มีผลข้างเคียงใด ๆ ก็เพราะมาจากการตัดสินใจของเรา ไม่ต้องมัวลุ้นแบบที่รัฐบาลบางประเทศทำมาโดยตลอด ลุ้นรับเงินเยียวยาบ้าง ลุ้นรับวัคซีนบ้าง บลา ๆ ทำงานอย่างกับประชาชนเป็นของเล่น ให้ลุ้นอยู่นั่นแหละ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอดีผมมีแผนจะมาเก็บข้อมูลทำวิทยานิพนธ์อยู่แล้วด้วย ก็ถือว่าสบโอกาสได้มาฉีดวัคซีนที่อเมริกาครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนมา ผมจองจากในเว็บ Walmart เรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินทางเข้ามาอเมริกาทีเมืองบอสตัน ตม.ถามไถ่พูดคุยปกติ เหมือนทุกครั้งที่มาเที่ยวอเมริกา ไม่ได้ขอดูหลักฐานการตรวจโควิดก่อนขึ้นเครื่องด้วย (หลักฐานนี้ใช้แค่ตอนขึ้นเครื่องบินระหว่างประเทศ) แต่ก็ไม่รู้ว่าตม.ที่อื่น (หรือคนอื่น)จะดูเอกสารแค่ไหนยังไงนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาถึงกลางคืน สาย ๆ อีกวันก็จัดไฟเซอร์ตามนัดเลยครับ เชิญชมเชิญแชร์กันได้เลย สงสัยตรงไหนถามได้นะครับ :)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;FAQ:
1. เข้าอเมริกาต้องกักตัวไหม
ตอบ: ไม่ต้องกักตัวครับ ออกไปข้างนอกได้ตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. สถานการณ์ที่อเมริกาน่ากลัวไหม
ตอบ: ไม่ได้รู้สึกว่าน่ากลัวนะครับ ทุกที่มีการรณรงค์ให้สวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง และคนอเมริกันเกือบ 100% ที่เจอ ก็คือใส่หน้ากากตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ถ้าไม่จอง ฉีดได้ไหม
ตอบ: แล้วแต่จุดบริการครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ที่จุดบริการฉีดวัคซีน ดูเอกสารอะไรบ้าง
ตอบ: แล้วแต่จุดบริการครับ ของผมดูแค่พาสปอร์ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ฉีดแล้วต้องกักตัวไหม
ตอบ: ไม่มีการกักตัวทั้งนั้นครับ แต่ว่าถ้าฉีดไฟเซอร์ต้องรอฉีดเข็ม 2 อีก 3 สัปดาห์ ถ้าฉีดโมเดอร์นา รอ 4 สัปดาห์ ระหว่าวรออยากทำอะไรก็ทำ อยากไปไหนก็ไป แต่ถ้าฉีก J&amp;amp;J ฉีดแค่ 1 โดสเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ฉีดเสร็จแล้วกลับไทยได้เลยไหม
ตอบ: ได้เลยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. กลับไทยต้องกักตัวไหม
ตอบ: ต้องกักตัว 14 วัน และต้องมีเอกสาร COE จากสถานกงสุลไทยในประเทศสหรัฐอมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. ตั๋วเครื่องบินแพงไหม
ตอบ: ราคาปกติ เหมือนช่วงอื่น ๆ ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102253</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูทอม, ฉีควัคซีน, อเมริกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210509/image_big_6097306005913.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97502</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2021 09:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2021 09:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;แจงทุกประเทศเจอการตายหลังการให้วัคซีนแต่เกิดจากโรคพื้นฐานเดิม วอนอย่าแพร่กระจายเรื่องในแง่ลบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค. 2564 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความว่า &amp;quot; โควิด-19 วัคซีน อาการหรือโรคที่พบร่วมด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการให้วัคซีนหมู่มาก เป็นแสนเป็นล้านโดส ต้องเจอกับอาการที่พบร่วมด้วยอย่างแน่นอน และต่อไปจะเป็นข่าวทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั่วโลกขณะนี้มีการให้วัคซีนไปแล้ว 500 ล้านโดส &amp;nbsp;เราจะได้ยินว่าหลังให้วัคซีนแล้วมีการเสียชีวิตบ้าง มีโรคต่างๆที่เป็นอยู่แล้ว หรือโรคที่ยังไม่ได้วินิจฉัยมาก่อน มาวินิจฉัยหลังการให้วัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในทุกประเทศ จะเจอการตายหลังการให้วัคซีน และเมื่อมีการพิสูจน์ ก็ยอมรับความจริง ว่าเกิดจากโรคพื้นฐานหรือที่เป็นอยู่ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเทศไทยในประชากรหนึ่งล้านคน ใน 1 อาทิตย์ ก็จะต้องมีคนเสียชีวิตอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การให้วัคซีนในกลุ่มแรกของประชากรไทยที่ตั้งไว้ รองลงมาจากบุคลากรทางการแพทย์ คือกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เพื่อป้องกัน เพราะรู้ว่าถ้าเป็น covid 19 จะมีอาการรุนแรงถึงเสียชีวิตได้ จึงกำหนดให้เป็นประชากรกลุ่มแรกๆที่ควรได้รับวัคซีน เพราะวัคซีนมีปริมาณจำกัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การให้ในกลุ่มเสี่ยงดังกล่าว เป็นกลุ่มที่เปราะบาง และมีอัตราการเสียชีวิตในภาวะปกติได้อยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นการเสียชีวิตหลังการให้วัคซีนก็พบได้เช่นกัน จึงจำเป็นที่จะต้องมีการพิสูจน์ทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข่าวดังกล่าวสำหรับประเทศไทย ได้มีการแพร่กระจายเร็วมากโดยเฉพาะทางด้านลบ ผู้รับจะต้องพิจารณาด้วยเหตุและผล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทย ควรมีการเสนอตัวเลขอัตราการเสียชีวิตจากโรคต่างๆในภาวะปกติ และเมื่อเกิดขึ้นหลังการให้วัคซีน ตัวเลขก็ไม่ควรจะมากกว่าในภาวะปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การให้วัคซีนเพื่อป้องกันโรค และเราคำนึงถึงผลประโยชน์ที่ได้ กับความเสี่ยงของวัคซีน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนได้ผ่านการศึกษามา 3 ระยะ &amp;nbsp;ตามกฎเกณฑ์ต่างๆ และยอมให้ใช้ในภาวะฉุกเฉินโรคระบาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเราจะรับวัคซีน เราไม่ใช่ประชากรหมื่นแรก แสนแรก หรือล้านแรก ที่ได้รับวัคซีน เพราะวัคซีนแต่ละชนิดใช้กันเป็นสิบเป็นร้อยล้านแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การให้วัคซีนในครั้งนี้ไม่ได้เป็นการบังคับ เป็นไปด้วยความสมัครใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาการข้างเคียงของวัคซีนที่พบได้ส่วนใหญ่จะมี อาการน้อย เช่นปวดเมื่อยเหมือนเป็นไข้หวัดใหญ่ มีไข้เจ็บบริเวณที่ ฉีด มีบวมแดง พบได้บ้าง และก็จะหายไปในที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประโยชน์ของวัคซีนในครั้งนี้เพื่อป้องกัน เมื่อเราติดเชื้ออาการของโรคจะได้ไม่รุนแรง หรือเสียชีวิต ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ เราก็เชื่อว่าจะลดการระบาดของโรคได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิกฤตการณ์ครั้งนี้จะสงบลงได้ในอนาคตด้วยวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97502</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเสียชีวิต, ฉีควัคซีน, ฉีดวัคซีนโควิด-19, นพ.ยง ภู่วรวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_604993d5c5cdf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94474</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2021 09:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2021 09:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สาธิต&#039;เผย​&#039;บิ๊กตู่&#039;ฉีดวัคซีนแอสตราเซเนก้าเข็มแรกกลางมี.ค.แน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.พ.2564 &amp;nbsp;เมื่อเวลา​ 08.10​ น.​สถาบันบำราศนราดูร​ นายสาธิต​ ปิตุเตชะ​ รมช.สาธารณสุข กล่าวภายหลังเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19​ ว่า​ หลังได้รับวัคซีนเข็มนี้จะรับเข็มต่อไปในวันที่ 22 มี.ค.​ อย่างไรก็ตาม​ หลังได้รับวัคซีนขณะนี้ตนยังไม่มีอาการข้างเคียงใดๆ อาจจะมีอาการตึงที่แขนเล็กน้อย แต่โดยหลักวิชาการต้องรอดูอาการอีกพักนึง แต่ยืนยันว่าเวลานี้ไม่มีปัญหาอะไร ทั้งนี้​ ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.เป็นต้นไปจะขอให้บุคลากรทางการแพทย์เป็นกลุ่มแรกที่จะได้รับการฉีดวัคซีน โดยทุกคนได้มีการลงทะเบียนไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนการจัดการจะมีการกระจายให้ไปฉีดใน 13 จังหวัดแรก เป็นไปตามหลักของคณะอนุกรรมการวัคซีนแห่งชาติที่กำหนดว่าจะกระจายให้พื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดอยู่ โดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 08.30 น.ของวันที่​ 1​ มี.ค. ขณะที่ในวันดังกล่าวตนจะเดินทางไปเป็นประธานการฉีดวัคซีนที่​ จ.ชลบุรี จึงขอให้บุคลากรทางการแพทย์ที่มีการลงทะเบียนแล้วไปดำเนินการฉีดวัคซีน​ และหลังจากนี้เมื่อวัคซีนทยอยเข้ามาจะมีประชาชนทั่วไป​ &amp;nbsp;โดยจะมีการแบ่งกลุ่มทยอยทะเบียนเข้ามาฉีด ซึ่งจะเป็นไปอย่างทั่วถึง จะได้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ และเดินหน้าไปสู่การฟื้นฟูทางเศรษฐกิจ​ และนอกเหนือจากบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับวัคซีนแล้วจะมีผู้ที่จะเดินทางไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิก กลุ่มนี้จะได้รับการฉีดก่อน แม้จะไม่ได้อยู่ในผู้เป็นกลุ่มเสี่ยงก็ตาม แต่ถือเป็นตัวแทนของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงความชัดเจนเรื่องวัคซีนแอสตราเซเนกา ล็อตแรกที่จะเข้ามา​ นายสาธิต​ กล่าวว่า แอสตราเซเนก้าล็อตแรกเข้ามาแล้ว​ แต่มีปัญหาเรื่องของเทคนิคนิดหน่อย เพราะการที่จะขึ้นทะเบียนและผ่านการรับรอง ต้องใช้เวลาเล็กน้อย ซึ่งที่รับปากเราคือไม่เกินวันที่ 15 มี.ค.นี้ และมั่นใจว่าอายุการใช้งานของวัคซีนดังกล่าวที่นำมาจากเกาหลีใต้จะทันอย่างแน่นอน เพราะมีการเก็บไว้ในอุณหภูมิที่เหมาะสม อายุของวัคซีนมีระยะเวลา 6 เดือน เพียงแต่ขนาดนี้เรารอเวลา ทำขั้นตอนให้ถูกต้อง ทั้งในส่วนของบริษัทและบุคลากรทางการแพทย์ของเรา ทั้งนี้​ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี​ และรมว.กลาโหม​ จะได้ฉีดประมาณกลางเดือน​ มี.ค.นี้ ซึ่งเป็นวัคซีนของแอสตราเซเนก้าที่มีการทดลองกับกลุ่มผู้สูงอายุจำนวนมากแล้ว โดยเป็นล็อตที่มีการนำเข้ามาประเทศไทยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การฉีดวัคซีนวันนี้รู้สึกเจ็บน้อยกว่าการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทั่วไปด้วย เพราะพยาบาลมีความเชี่ยววชาญในการฉีดมาก ซึ่งไม่มีปัญหาอะไร และใครที่เป็นกลุ่มเสี่ยงก็ขอให้เร่งไปลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่นหมอพร้อม&amp;quot;
นายสาธิต​ ยังกล่าวถึงกรณีชาวระยองไม่พอใจที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนในรอบแรกว่า ไม่ได้มีปัญหาอะไร เป็นไปตามขั้นตอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94474</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีควัคซีน, ฉีดประมาณกลางเดือน​ มี.ค., พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​, แอสตราเซเนก้า, ​สาธิต​ ปิตุเตชะ​</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210228/image_big_603afa1ce1656.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
