<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83618</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 15:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 15:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กมธ.ตำรวจ&#039; อบรมวิธีควบคุมม็อบ 3 นิ้วจากเบาไปหาหนักยึดหลักละมุมละม่อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.​ย.63 - เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานกมธ. เป็นประธานในการประชุม&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยได้เชิญ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปะชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และพล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 เข้าร่วมชี้แจง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 13.40 น. นายณัฏฐ์ชนน&amp;nbsp;ศรีก่อเกื้อ โฆษกคณะกรรมาธิการการตำรวจ แถลงข่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณา และสามารถสรุปสาระสำคัญได้ว่าการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นการปฎิบัติภายใต้กฎหมายที่บัญญัติ โดยได้คำนึงถึงหลักเกณฑ์ มีการบังคับใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก เป็นไปตามสากล การดำเนินการในแต่ละขั้นตอนมีการประกาศแจ้งเตือนผู้ชุมนุมให้ทราบทุกครั้ง เริ่มจากการแจ้งเตือนว่า การชุมนุมผิดกฎหมาย ขอความร่วมมือให้เลิกการชุมนุม หากไม่ได้รับความร่วมมือและผู้ชุมนุมมีพฤติการณ์ที่จะใช้ความรุนแรงเพิ่มขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความจำเป็นที่ต้องใช้อุปกรณ์ที่จัดเตรียมมา ในการควบคุมผู้ชุมนุม ซึ่งจะมีหลักเกณฑ์ในการปฎิบัติแต่ละขั้นตอนอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามที่ประชุมกมธ. ได้มีข้อเสนอเกี่ยวกับการดำเนินการควบคุมการชุมนุม ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1.กรณีที่ผู้ชุมนุมและบุคคลที่มีความเห็นต่างกับผู้ชุมนุม เข้าไปอยู่กลุ่มชุมนุม ตำรวจควรมีแนวทางในการระงับเหตุเพื่อไม่ให้เหตุการณ์มีการใช้ความรุนแรง 2. สำนักงานตำรวจแห่งชาติควรมีการสาธิต หรือประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับขั้นตอนในการปฎิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ประชาชนได้รับทราบ 3. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรใช้วิธีการที่ละมุนละม่อมต่อผู้ชุมนุม เพื่อไม่ให้เหตุการณ์มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรองประธานกรรมาธิการตำรวจคนที่ 2&amp;nbsp;กล่าวว่า กมธ.ได้รับคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงขั้นตอนต่างๆในการควบคุมการชุมนุมว่าเป็นไปตามขั้นตอนหลักสากล โดยเฉพาะสารเคมีที่ใช้ผสมน้ำฉีดใช้ผู้ชุมนุมคือ สารเมทิลไวโอเลตทูบี ไม่มีอันตราย เพราะใช้อย่างเจือจางเพียงแค่ 3% เพื่อให้ระบุตัวตนว่า เป็นผู้มาร่วมการชุมนุม แต่เมื่อไม่สามารถหยุดผู้ชุมนุมได้ จึงเปลี่ยนมาใช้เป็นน้ำผสมแก๊สน้ำตาฉีดใส่ผู้ชุมนุม ซึ่งใช้ในปริมาณเจือจาง 3% เช่นกัน เป็นไปตามมาตรการควบคุมการชุมนุมของยูเอ็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามกมธ.ให้ข้อสังเกตตำรวจไปว่า ถึงแม้จะสารเคมีที่ใช้จะเป็นปริมาณเจือจาง แต่อยากให้คำนึงถึงผลกระทบจากการใช้สารเคมี เพราะถ้าเกิดเข้าปากอาจสร้างผลกระทบได้ ส่วนสาเหตุที่ต้องฉีดน้ำใช้สลายการชุมนุมนั้น ได้รับคำชี้แจงจากตำรวจว่า เหตุการณ์ที่แยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 16 ต.ค.2563 เนื่องจากเริ่มมีความรุนแรงที่ส่อไปในทางควบคุมไม่ได้ เริ่มมีการปะทะระหว่างการ์ดกับเจ้าหน้าที่ จึงเริ่มมีการใช้น้ำฉีดสกัด แต่เมื่อไม่ได้ผลจึงเพิ่มระดับมากขึ้น ส่วนเหตุการณ์ที่สนามหลวง เพราะผู้ชุมนุมเริ่มตัดรั้วลวดหนาม ขยับการชุมนุมเข้าไปใกล้พื้นที่ควบคุม ถ้าปล่อยให้เข้าไปอาจจะควบคุมไม่ได้ จึงฉีดน้ำสกัด เป็นการฉีดในวิถีโค้ง เมื่อฉีดไปแล้ว ผู้ชุมนุมก็ไม่ได้รุกคืบเข้าไป ยืนยันว่า ถ้าไม่มีการลุกลามข้อกฎหมายชัดเจนก็ไม่มีการฉีดน้ำสลายชุมนุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83618</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ตำรวจ, ฉีดน้ำสี, แยกปทุมวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201112/image_big_5face8e220f33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2019 20:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2019 19:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำฮ่องกงขอโทษมัสยิด ตำรวจพลาดฉีดน้ำสีเปรอะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แคร์รี แลม ผู้บริหารฮ่องกง นำผู้บัญชาการตำรวจเดินทางไปมัสยิดเกาลูนเมื่อวันจันทร์ เพื่อขอโทษที่ตำรวจปราบจลาจลฉีดน้ำผสมสีเปรอะเปื้อนทางเข้าและบันไดของมัสยิดระหว่างปะทะกับผู้ประท้วงเมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง (กลาง) เดินออกจากมัสยิดเกาลูน ในเขต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การชุมนุมประท้วงในฝั่งเกาลูนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมามีการปะทะกันหลายจุดระหว่างผู้ประท้วงชุดดำคลุมหน้ากับตำรวจปราบจลาจลที่ใช้แก๊สน้ำตาและน้ำแรงดันสูงขับไล่ จุดปะทะจุดหนึ่งเกิดใกล้กับมัสยิดเกาลูน ซึ่งตำรวจฉีดน้ำผสมสีย้อมสีฟ้าเปรอะเปื้อนบริเวณทางเข้าและบันไดของมัสยิด ทำให้ชาวมุสลิมและผู้ประท้วงโกรธเคือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ว่า วิดีโอที่ถ่ายภาพเหตุการณ์ไว้ได้เผยให้เห็นรถฉีดน้ำคันนี้หยุดอยู่ด้านนอกมัสยิด แล้วฉีดน้ำสีใส่นักข่าวที่มีกันราว 6 คนและผู้คนสัญจรที่รวมตัวกันอยู่บนถนนด้านนอก คนกลุ่มนี้ซึ่งไม่ได้ร่วมประท้วงด้วย โดนฉีดน้ำใส่ 2 ครั้ง น้ำสีจำนวนมากเปรอะบริเวณทางเข้าและบันไดมัสยิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจออกแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ ชี้แจงว่าตำรวจฉีดน้ำใส่มัสยิดด้วยความผิดพลาด แต่คำแถลงไม่ได้ขอโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาช่วงเช้าวันจันทร์ แคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดของเขตปกครองพิเศษฮ่องกง พร้อมด้วยสตีเฟน โล ผู้บัญชาการตำรวจฮ่องกง ไปยังมัสยิดเกาลูนแห่งนี้ โดยมีเจ้าหน้าที่อารักขาแน่นหนา สำนักงานของแลมแถลงว่า แลมขอโทษผู้นำมัสยิดที่โดนน้ำสีฉีดพ่นใส่ทางเข้าและบันไดแบบไม่ได้ตั้งใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจก็แถลงขอโทษเช่นกัน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ตำรวจฮ่องกงขอโทษต่อพฤติกรรมของตำรวจนับแต่มีการประท้วงเกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนมิถุนายน คำแถลงของตำรวจกล่าวว่า ตำรวจฉีดน้ำโดนมัสยิดโดยบังเอิญ และตำรวจเคารพเสรีภาพในการนับถือศาสนาและจะพยายามปกป้องศาสนสถานทุกแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวแทนของมัสยิดกล่าวว่า มัสยิด &amp;quot;ยอมรับ&amp;quot; คำขอโทษ พร้อมกันนั้นยังขอบคุณชาวมุสลิมและชาวฮ่องกงที่ออกมาช่วยกันทำความสะอาดมัสยิดทันทีหลังเกิดเหตุด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มัสยิดเกาลูนแห่งนี้เดิมสร้างเมื่อปลายศตวรรษที่ 19 เพื่อเป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาของทหารมุสลิมจากอินเดียที่อยู่ภายใต้อาณานิคมอังกฤษ ต้นทศวรรษ 1980 มัสยิดแห่งนี้ถูกสร้างใหม่และปัจจุบันเป็นศูนย์รวมของชาวมุสลิมในฮ่องกงที่มีราว 300,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงค่ำวันจันทร์ ผู้ประท้วงวางแผนจัดชุมนุมกันที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่งในเขตหยุนหลง ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เนื่องในวันครบรอบ 3 เดือนที่เกิดเหตุกลุ่มอันธพาลมากกว่า 100 คน ไล่ทำร้ายนักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย, นักข่าว และผู้ที่ผ่านไปมา ที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินหยุนหลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทเอ็มทีอาร์ ผู้ดำเนินการรถไฟฟ้าใต้ดิน ประกาศปิดบริการที่สถานีหยุนหลงตั้งแต่เวลา 14.00 น. นอกจากนี้ ทางเข้า-ออกสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินหลายแห่งก็ถูกปิดด้วย และเครือข่ายรถไฟฟ้าใต้ดินทั้งหมดจะปิดบริการก่อนกำหนด 2 ชั่วโมง หรือในเวลา 22.00 น. โดยบริษัทอ้างว่าเพื่อซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48542</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอโทษมัสยิด, ฉีดน้ำสี, ประท้วง, ฮ่องกง, แคร์รี แลม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191021/image_big_5dada3ceee311.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
