<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 21:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 21:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิงคโปร์เตรียมฉีดวัคซีนบูสเตอร์ให้ผู้สูงอายุเดือนนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการสิงคโปร์เตรียมจะฉีดวัคซีนกระตุ้นโดสที่ 3 เพื่อป้องกันโควิด-19 ในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ คาดกลุ่มแรกจะเริ่มฉีดโดสบูสเตอร์ได้ภายในเดือนนี้ รัฐมนตรีสาธารณสุขระบุเป็นการป้องกันล่วงหน้าก่อนภูมิต้านทานลดลงอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้สิงคโปร์จะมีอัตราการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 สูงที่สุดในโลก แต่หลายสัปดาห์มานี้จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสรายใหม่ยังคงมีมากกว่าวันละ 100 ราย โดยเฉพาะจากสายพันธุ์เดลตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีอ้างคำแถลงของกระทรวงสาธารณสุขเมื่อวันศุกร์ที่ 3 กันยายน ว่าคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญของสิงคโปร์แนะนำให้ฉีดโดสที่ 3 ให้ผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ออง ยี คัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการตัดสินใจดังกล่าวว่าเป็นการดำเนินการล่วงหน้าก่อนที่สารภูมิต้านทานจะลดน้อยลงไปอีก สำหรับกลุ่มคนที่อายุ 60 ปีขึ้นไป จะได้รับโดสบูสเตอร์หลังฉีดโดสที่ 2 แล้ว 6-9 เดือน ซึ่งหมายความว่าจะมีบางคนได้ฉีดบูสเตอร์อย่างเร็วในเดือนนี้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกลุ่มที่ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ควรได้รับหลังฉีดวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว 2 เดือน โรคบางอย่างทำให้ระบบภูมิคุ้มกันลดลงได้ หรือจากการรักษาอาการป่วยเช่นโรคมะเร็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า การฉีดโดสที่ 3 ให้กลุ่มที่มีความเสี่ยงที่สุดนั้นสอดคล้องกับมาตรการที่หลายประเทศนำมาใช้แล้ว เช่น อิสราเอลและเยอรมนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐ (เอฟดีเอ) ก็อนุมัติการฉีดโดสกระตุ้นแล้วเช่นกันสำหรับกลุ่มที่ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และกำลังพิจารณาจะฉีดให้กลุ่มสูงอายุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า สิงคโปร์เปลี่ยนมาใช้ยุทธศาสตร์อยู่กับไวรัสให้ได้ แทนที่จะใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อกำจัดไวรัส เนื่องจากอัตราการฉีดวัคซีนของประเทศเพิ่มสูงขึ้นแล้ว โดยขณะนี้มากกว่า 80% ของประชากรสิงคโปร์ฉีดวัคซีนครบแล้ว กระนั้น เจ้าหน้าที่กล่าวกันว่า การผ่อนคลายข้อจำกัดในประเทศและการเปิดพรมแดนนั้นจะทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนี้สิงคโปร์มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยืนยันสะสมราว 68,000 คน และมีผู้ป่วยเสียชีวิต 55 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115552</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดบูสเตอร์, ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป, วัคซีนโควิด-19, สิงคโปร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_61322fa6bf1fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
