<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104324</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 09:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 09:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข้อปฏิบัติสำหรับผู้ป่วย’ โรคความดันโลหิต’กับการฉีดวัคซีนโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เมื่อ 20 มีนาคม 2564 ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการว่า ความดันโลหิตสูง ห้ามฉีดวัคซีน ยกเว้นกรณีความดันโลหิตสูงวิกฤต มากกว่าเท่ากับ 180/110 mmHg ที่ต้องเข้าพักรักษาในโรงพยาบาล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเตรียมตัว ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม ผู้อำนวยการบริหารโครงการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ที่ไม่มีโรคแทรกซ้อน อาทิ โรคหัวใจร่วมด้วย ก่อนฉีดวัคซีนโควิด-19 จะต้องควบคุมความดันให้ไม่เกิน 140 มม.ปรอท หรือหากมีโรคความดันโลหิตสูงอยู่แล้ว อาทิ ในกลุ่มผู้สูงอายุ ต้องมีการทานยาสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ หากมีความดันโลหิตสูงเกินกว่าปกติจะต้องได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลังจากฉีดเรียบร้อยแล้วภายใน 2-4 ชั่วโมง ไม่ควรทำกิจกรรมอะไร เพื่อให้วัคซีนได้ทำงานอย่างเต็มที อีกทั้งยังสามารถทานยาประจำโรคได้ปกติ เว้นแต่ว่าจะมีการทานยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาละลายลิ้มเลือด จะต้องมีการแจ้งแพทย์ทันที เพราะอาจจะผลข้างเคียง คือ เลือดออกในกล้ามเนื้อตรงจุดที่ฉีดยา โดยมีลักษณะการบวม หรือช้ำเลือด&amp;rdquo; นพ.เกียรติ ให้ข้อมูลหลังจากได้รับวัคซีนโควิด-19 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ไม่ควรหยุดทานยาเพื่อฉีดวัคซีน ยกเว้นกรณีที่แพทย์แนะนำให้หยุดยาชั่วคราว เพื่อให้ผลลัพธ์ของวัคซีนมีความแม่นยำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มที่ต้องควรอยู่ในดุลพินิจของแพทย์อย่างใกล้ชิด ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่อาการยังไม่คงที่ และอาการเข้าขั้นวิกฤต, ผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกันขนาดสูง และผู้ที่ได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด (warfarin)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104324</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ, ฉีดวัคซีนโควิด, โรคความดันโลหิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60aefec5f3717.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103675</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2021 14:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2021 11:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่านเลยข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ป่วย&#039;โรคหัวใจ&#039;และ &#039;หลอดเลือด&#039;กับการฉีดวัคซีนโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ (13 ) กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรคหัวใจและหลอดเลือด ในผู้สูงอายุที่อายุ 60 ปีขึ้นไป เป็น 1 ใน กลุ่มโรค เป้าหมายที่ควรได้รับวัคซีนโควิด-19 เป็นกลุ่มแรก ถัดจากกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ด่านหน้า ซึ่งยังมีโรคทางเดินหายใจเรื้อยัง โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคอ้วน (ค่าดัชนีมวลกายมากกว่า 30) โรคมะเร็ง และเบาหวาน ที่ต้องได้รับวัคซีนก่อนด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.อชิรวินทร์ จิรกมลชัยสิริ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านอายุรศาสตร์โรคหัวใจ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ระบุว่า โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นกลุ่มที่มีข้อมูลทางคลินิกยืนยันแล้วว่ามีโอกาสเสียชีวิตหรือเป็นอาการรุนแรงถ้าติดเชื้อโควิด-19 สูงกว่าประชากรทั่วไป สำหรับผู้ป่วยกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด มีข้อแนะนำพิเศษ คือ ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดทุกคนควรเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตและโอกาสการเป็นโรคโควิด-19 รุนแรง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงสูงที่สุด คือ กลุ่มที่เพิ่งเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยปัญหาโรคหัวใจ, โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ, ความดันของหลอดเลือดแดงปอดสูง, ภาวะหัวใจล้มเหลว หรือมีโรคร่วมอื่นๆ เช่น เบาหวาน, อ้วน (ค่าดัชนีมวลกายมากกว่า 30), ความดันโลหิตสูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากข้อมูลทั้งหมดจากการวิจัยเฟส 3 ยังยืนยันความปลอดภัยและไม่มีผลข้างเคียงที่จะทำให้โรคหัวใจแย่ลงแต่อย่างใด มีรายงานการแพ้ยารุนแรงแต่ก็ไม่ได้มากกว่าวัคซีนชนิดอื่นๆ ที่มีใช้ที่ผ่านมา และจากรายงานวัคซีนโควิด-19 ยังไม่พบว่ามีการเกิดปฏิกิริยาระหว่างวัคซีนกับกลุ่มยารักษาโรคหัวใจจากข้อมูลทั้งหมด ในกลุ่มที่ทานยาต้านเกล็ดเลือดและ/หรือยาละลายลิ่มเลือด มีเพียงรายงานการเกิดอาการช้ำหรือปวดบริเวณที่ฉีดเพิ่มขึ้นเล็กน้อ&amp;rdquo; นพ. อชิรวินทร์ อ้างอิงข้อมูลการวิจัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อปฏิบัติตัวสำหรับกลุ่มที่รับประทานยาต้านเกล็ดเลือดและ/หรือกลุ่มยาละลายลิ่มเลือดก่อนและหลังรับวัคซีน คือ 1.กลุ่มที่ทานยาดังกล่าวก็ยังจำเป็นที่ต้องฉีดวัคซีนและสามารถรับประทานยาโดยไม่ต้องหยุดก่อนรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยแจ้งทีมแพทย์พยาบาลว่าทานยากลุ่มดังกล่าว 2.การฉีดวัคซีนจะใช้เข็มที่เล็กกว่าปกติและกดบริเวณที่ฉีดนานกว่าปกติ เนื่องจากมีโอกาสการเกิดรอยฟกช้ำหรือห้อเลือดได้สูงกว่าคนทั่วไปแต่มักจะหายได้เอง (ขอเรียนให้ทราบว่าวัคซีนโควิด-19 นั้นปัจจุบันยังไม่สามารถบริหารยาแบบฉีดใต้ผิวหนังได้เหมือนวัคซีนไข้หวัดใหญ่บางชนิด ต้องฉีดเข้ากล้ามอย่างเดียวเท่านั้น)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ. อชิรวินทร์ เพิ่มเติมว่า ในส่วนความกังวลเรื่องลิ่มเลือดที่เกิดในวัคซีนบางประเภท สามารถทานยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือดก่อนการฉีดวัคซีนโควิด-19 นั้น ไม่แนะนำอย่างยิ่งและมีโอกาสเกิดอันตรายจากการใช้ยากลุ่มดังกล่าวโดยไม่จำเป็น และข้อมูลกลไกการเกิดลิ่มเลือดหลังจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ก็ไม่สามารถป้องกันด้วยการทานยากลุ่มดังกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103675</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ, โรคหัวใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a738ab79a86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103674</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่านเลย ข้อควรปฏิบัติสำหรับ สำหรับผู้ป่วยกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดกับการฉีดวัคซีนโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ (13 ) กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรคหัวใจและหลอดเลือด ในผู้สูงอายุที่อายุ 60 ปีขึ้นไป เป็น 1 ใน กลุ่มโรค เป้าหมายที่ควรได้รับวัคซีนโควิด-19 เป็นกลุ่มแรก ถัดจากกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ด่านหน้า ซึ่งยังมีโรคทางเดินหายใจเรื้อยัง โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคอ้วน (ค่าดัชนีมวลกายมากกว่า 30) โรคมะเร็ง และเบาหวาน ที่ต้องได้รับวัคซีนก่อนด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ. อชิรวินทร์ จิรกมลชัยสิริ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านอายุรศาสตร์โรคหัวใจ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ระบุว่า โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นกลุ่มที่มีข้อมูลทางคลินิกยืนยันแล้วว่ามีโอกาสเสียชีวิตหรือเป็นอาการรุนแรงถ้าติดเชื้อโควิด-19 สูงกว่าประชากรทั่วไป สำหรับผู้ป่วยกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด มีข้อแนะนำพิเศษ คือ ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดทุกคนควรเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตและโอกาสการเป็นโรคโควิด-19 รุนแรง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงสูงที่สุด คือ กลุ่มที่เพิ่งเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยปัญหาโรคหัวใจ, โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ, ความดันของหลอดเลือดแดงปอดสูง, ภาวะหัวใจล้มเหลว หรือมีโรคร่วมอื่นๆ เช่น เบาหวาน, อ้วน (ค่าดัชนีมวลกายมากกว่า 30), ความดันโลหิตสูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากข้อมูลทั้งหมดจากการวิจัยเฟส 3 ยังยืนยันความปลอดภัยและไม่มีผลข้างเคียงที่จะทำให้โรคหัวใจแย่ลงแต่อย่างใด มีรายงานการแพ้ยารุนแรงแต่ก็ไม่ได้มากกว่าวัคซีนชนิดอื่นๆ ที่มีใช้ที่ผ่านมา และจากรายงานวัคซีนโควิด-19 ยังไม่พบว่ามีการเกิดปฏิกิริยาระหว่างวัคซีนกับกลุ่มยารักษาโรคหัวใจจากข้อมูลทั้งหมด ในกลุ่มที่ทานยาต้านเกล็ดเลือดและ/หรือยาละลายลิ่มเลือด มีเพียงรายงานการเกิดอาการช้ำหรือปวดบริเวณที่ฉีดเพิ่มขึ้นเล็กน้อ&amp;rdquo; นพ. อชิรวินทร์ อ้างอิงข้อมูลการวิจัย&amp;nbsp;
สำหรับข้อปฏิบัติตัวสำหรับกลุ่มที่รับประทานยาต้านเกล็ดเลือดและ/หรือกลุ่มยาละลายลิ่มเลือดก่อนและหลังรับวัคซีน คือ 1.กลุ่มที่ทานยาดังกล่าวก็ยังจำเป็นที่ต้องฉีดวัคซีนและสามารถรับประทานยาโดยไม่ต้องหยุดก่อนรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยแจ้งทีมแพทย์พยาบาลว่าทานยากลุ่มดังกล่าว 2.การฉีดวัคซีนจะใช้เข็มที่เล็กกว่าปกติและกดบริเวณที่ฉีดนานกว่าปกติ เนื่องจากมีโอกาสการเกิดรอยฟกช้ำหรือห้อเลือดได้สูงกว่าคนทั่วไปแต่มักจะหายได้เอง (ขอเรียนให้ทราบว่าวัคซีนโควิด-19 นั้นปัจจุบันยังไม่สามารถบริหารยาแบบฉีดใต้ผิวหนังได้เหมือนวัคซีนไข้หวัดใหญ่บางชนิด ต้องฉีดเข้ากล้ามอย่างเดียวเท่านั้น)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ. อชิรวินทร์ เพิ่มเติมว่า ในส่วนความกังวลเรื่องลิ่มเลือดที่เกิดในวัคซีนบางประเภท สามารถทานยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือดก่อนการฉีดวัคซีนโควิด-19 นั้น ไม่แนะนำอย่างยิ่งและมีโอกาสเกิดอันตรายจากการใช้ยากลุ่มดังกล่าวโดยไม่จำเป็น และข้อมูลกลไกการเกิดลิ่มเลือดหลังจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ก็ไม่สามารถป้องกันด้วยการทานยากลุ่มดังกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103674</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ, โรคหัวใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a738ab79a86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103291</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2021 12:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2021 12:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อ่านเลย  ข้อควรปฏิบัติสำหรับ &#039;ผู้ป่วยโรคโลหิตจาง&#039; กับการฉีดวัคซีนโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อมูลคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ภาวะโลหิตจางหรืออาจเรียกกันโดยทั่วไปว่าภาวะซีด เป็นภาวะที่เกิดจากร่างกายมีเม็ดเลือดแดงน้อยกว่าปกติ &amp;nbsp;ภาวะนี้พบได้บ่อยในประชากรทั่วไป &amp;nbsp;การจะบอกว่าใครมีภาวะโลหิตจางหรือไม่นั้นอาจดูได้จากอาการที่เกิดขึ้น เช่น &amp;nbsp;เหนื่อยง่ายเวลาออกแรง อ่อนเพลีย หงุดหงิด หน้ามืด เวียนศีรษะ ใจสั่น หรือมีคนทักว่าซีด เหลือง เป็นต้น โดยทั่วไปการรักษาภาวะโลหิตจางจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการที่เป็น &amp;nbsp;หากอาการรุนแรงมาก ผู้ป่วยควรได้รับการรักษาในโรงพยาบาล &amp;nbsp;ให้นอนพัก ไม่ออกแรงใดๆ &amp;nbsp;ให้ออกซิเจน &amp;nbsp;และอาจต้องให้เลือดแดงทดแทนไปด้วย หลักการรักษาภาวะโลหิตจางที่สำคัญที่สุด คือ การหาสาเหตุและรักษาที่สาเหตุนั้นๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สำหรับผู้ที่มีภาวะโลหิตจาง ในการเตรียมตัวรับวัคซีนโควิด-19 &amp;nbsp;นพ.เฉวตสรร นามวาท รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กล่าวว่า ภาวะโลหิตจาง ที่มีสาเหตุมาจากเม็ดเลือดต่ำกว่าเกณฑ์ ผู้ที่มีภาวะนี้หากสุขภาพร่างกายแข็งแรงปกติ ไม่มีการเจ็บป่วยแทรกซ้อน โดยมีการเข้ารับการตรวจจากแพทย์อย่างต่อเนื่อง แพทย์ไม่มีข้อกำหนดในการรักษาเป็นพิเศษก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ทั้งนี้ภาวะโลหิตจางอาจจะพบในผู้ป่วยธาลัสซีเมีย หรือผู้ป่วยโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก หากมีการพบรักษาแพทย์และกินยาต่อเนื่อง ร่างกายก็สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ปกติ ก็สามารถเข้ารับวัคซีนโควิด-19ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โดยในวันที่จะเข้ารับวัคซีนควรจะมีการพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำให้เยอะๆ ทำจิตใจให้สบาย จะมีการตรวจวัดความดันโลหิต แต่หากมีความกังวลเกี่ยวกับอาการโลหิตจางควรแจ้งแพทย์ทันที &amp;nbsp; ก็สามารถเข้ารับวัคซีนโควิด-19 ได้ปกติ และเมื่อได้รับวัคซีนแล้ว ก็ต้องคอยสังเกตอาการ 30 นาทีก่อนกลับบ้าน เมื่อกลับบ้านแล้วยังต้องสังเกตอาการของตัวท่านเองต่ออีก 48-72 ชั่วโมง หากพบอาการผิดปกติที่รุนแรง เช่น ชาครึ่งซีก แขนขาอ่อนแรง ปากเบี้ยว ให้รีบไปพบแพทย์ทันที&amp;rdquo; &amp;nbsp;นพ.เฉวตสรร ให้ความรู้ก่อน-หลัง เข้ารับวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ (11 )&amp;nbsp;มีประจำเดือนฉีควัคซีนได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ (10 ) ผู้ป่วยเบาหวาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ (9&amp;nbsp;) ผู้่ป่วยโรคมะเร็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไขข้อข้องใจ &amp;#39;ผู้ป่วยโรคหอบหืด&amp;#39; ฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้หรือไม่??&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ (7 ) ข้อปฏิบัติก่อนระหว่างและหลังการรับวัคซีน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103291</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีควัคซีน, ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ, ฉีดวัคซีนโควิด, โควิด-19, โลหิตจาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210510/image_big_60990a8a387b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2021 11:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2021 11:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มีคำตอบ!! ผู้หญิงมีประจำเดือนฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19ได้หรือไม่??  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ (11 ) มีประจำเดือนฉีควัคซีนได้หรือไม่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.วรรณี นิธิยานันท์ นายกสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย อธิบายว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;สำหรับผู้ที่สุขภาพดีเกือบ 100% หรือ 90% ไม่จำเป็นต้องกังวลในการรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เนื่องจากเป็นกลุ่มที่สามารถฉีดวัคซีนได้ เช่น ผู้หญิงที่มีประจำเดือน ก็สามารถไปรับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ได้ทันทีเช่นกัน แต่ยกเว้นว่าจะต้องไม่ปวดท้องประจำเดือนมากเกินไป หรือต้องไม่ปวดท้องในระดับที่ผิดปกติ และเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายแรงทางสูตินรีวิทยา หรือผู้หญิงที่มีประจำเดือนควรเว้นระยะการมีระดูประมาณ 1-2 วัน จึงค่อยไปรับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ก็ได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องรอให้หมดประจำเดือน ก่อนไปรับการฉีควัคซีนแต่อย่างใด ส่วนผู้หญิงที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งทางสูตินรีเวช หรือ มะเร็งปากมดลูก แนะนำว่าให้ปรึกษาแพทย์ที่รักษาโรคมะเร็งในสตรีเป็นหลัก เพื่อให้ได้รับวัคซีนในระยะที่ร่างกาย มีความสมดุลและสมบูรณ์มากที่สุด และไม่กระทบต่อการรักษาโรคมะเร็งในสตรี&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขั้นตอนการเตรียมตัวไปรับวัคซีนของสตรีมีประจำเดือน 1.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 2.ทำใจให้สบายไม่จำเป็นต้องเครียด หรือกังวลกับข่าวที่เกี่ยวกับผลกระทบจากการรับวัคซีนมากเกินไป&amp;nbsp; 3.รับประทานอาหารให้เพียงพอครบ 5 หมู่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ (10 ) ผู้ป่วยเบาหวาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ (9&amp;nbsp;) ผู้่ป่วยโรคมะเร็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไขข้อข้องใจ &amp;#39;ผู้ป่วยโรคหอบหืด&amp;#39; ฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้หรือไม่??&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ (7 ) ข้อปฏิบัติก่อนระหว่างและหลังการรับวัคซีน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ (6&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ขั้นตอนการความปลอดภัยผู้เข้ารับบริการฉีดวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103166</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วัคซีนโควิด, ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ, ประจำเดือน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609b91df15910.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103001</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2021 15:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2021 15:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไขข้อข้องใจ &#039;ผู้ป่วยเบาหวาน&#039; ฉีดวัคซีนโควิดได้หรือไม่??</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ (10 ) ผู้ป่วยเบาหวาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังมีหลายคนที่กังวลกับการฉีดวัคซีน โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว และ โรคเบาหวานก็เป็นอีกโรคที่มีคนไทยเป็นกันเยอะ และก็อาจจะยังไม่แน่ใจ สำหรับการเข้ารับการฉีดวัคซีนว่า จะมีผลกระทบร้ายแรงต่อโรคที่เป็นอยู่หรือไม่&amp;nbsp;
ซึ่งคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ ได้มาให้คำตอบเรื่องนี้ไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.วรรณี นิธิยานันท์ นายกสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;เปิดเผยว่า &amp;nbsp;อันที่จริงแล้วแนะนำให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานทุกคน ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 สำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่เป็นวัยสูงอายุ ก่อนที่จะไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 นั้น จะต้องไม่มีไข้สูง ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ที่สำคัญผู้ป่วยโรคเบาหวาน มักจะมีภูมิต้านทานโรคต่ำกว่าผู้ที่ไม่ได้ป่วย &amp;nbsp;จึงทำให้ผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าว เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ค่อนข้างสูง&amp;nbsp;
ส่วนผู้ป่วยโรคเบาหวานที่เป็นโรคมะเร็งร่วมด้วย จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ที่ให้การรักษาโรคมะเร็งเป็นหลัก เพราะผู้ป่วยโรคมะเร็งนั้น แพทย์จะให้ยากดภูมิภายในระยะเวลาที่กำหนด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องรอให้ปริมาณยารักษาโรคมะเร็งอยู่ในระดับที่เหมาะสมก่อน จึงต้องปรึกษาคุณหมอโรคมะเร็งก่อนฉีดวัคซีน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเตรียมตัวฉีดวัคซีนของผู้ป่วยโรคเบาหวานนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.คนไข้จะต้องดูแลสุขภาพโดยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดี หรืออยู่ในระดับที่เหมาะสม (หากน้ำตาลในเลือดสูงก็จะทำให้ระบบในร่างกายเปลี่ยนแปลงไปมา หากน้ำตาลในเลือดต่ำขณะไปรับวัคซีน ก็จะทำให้ผู้ป่วยเป็นลมได้ง่าย)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุที่ป่วยโรคเบาหวาน แต่ไม่มีโรคหัวใจร่วมด้วยนั้น ระดับน้ำตาลในเลือดในช่วงเช้าก่อนรับประทานอาหารจะต้องอยู่ที่ประมาณ 100-125 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หรือไม่เกิน 130 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ส่วนช่วงหลังกินอาหารนั้นระดับน้ำตาลในเลือดที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 140-180 มิลลิกรัม/เดซิลิตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ไม่มีไข้สูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.รับประทานอาหารให้เพียงพอครบ 5 หมู่ และไม่จำเป็นต้องงดอาหารหลัง 2 ทุ่มแต่อย่างใด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านเพิ่มเติม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ (9&amp;nbsp;) ผู้่ป่วยโรคมะเร็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไขข้อข้องใจ &amp;#39;ผู้ป่วยโรคหอบหืด&amp;#39; ฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้หรือไม่??&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ (7 ) ข้อปฏิบัติก่อนระหว่างและหลังการรับวัคซีน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ (6&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ขั้นตอนการความปลอดภัยผู้เข้ารับบริการฉีดวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ (5)&amp;nbsp;ข้อควรรู้ &amp;#39;อาการไม่พึงประสงค์หลังการฉีดวัคซีน&amp;#39;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103001</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ, วัคซีนโควิด, โรคเบาหวาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609b91df15910.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102873</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 10:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 10:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมตัวให้พร้อม ข้อควรปฏิบัติผู้ป่วย &#039;โรคมะเร็ง&#039; กับการฉีดวัคซีนโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ (9&amp;nbsp;) ผู้่ป่วยโรคมะเร็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.วรรณวิพุธ สรรพสิทธิ์วงศ์ &amp;nbsp; แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ป้องกัน &amp;nbsp;เปิดเผยว่า &amp;nbsp;สำหรับการรับการฉีดวัคซีนสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งนั้น เนื่องจากเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง หากติดเชื้อมีโอกาสที่จะมีอาการรุนแรง และมีอัตราการเสียชีวิตมากกว่าคนทั่วไป เช่นเดียวกับผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวอาทิ โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ท่านจะได้รับสิทธิ์ในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19ตั้งแต่เดือนมิถุนายน้ป็นต้นไป โดยท่านสามารถลงทะเบียนในไลน์หมอพร้อมหรือ application หมอพร้อมได้ตั้งแต่วันที่1บอล พ.ค.ที่ผ่านมา หากท่านไม่มั่นใจหรือมีข้อสงสัยควรสอบถามแพทย์ประจำตัวที่ดูแลรักษาอยู่จะดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข้อปฏิบัติก่อนไปรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 นั้น เริ่มจาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอประมาณ 6-7 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.จิบน้ำในปริมาณที่เหมาะสมหรือประมาณ 500-1,000 ซีซี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ เพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ทำใจให้สบาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.หลีกเลี่ยงการไปฉีดวัคซีนหากรู้สึกไม่สบาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ควรทายาAspirin(หากไม่ใช่ยาที่ทานเพื่อรักษาโรคประจำตัวอยู่) หรือ อาหารเสริมใดๆก่อนไปรับวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไขข้อข้องใจ &amp;#39;ผู้ป่วยโรคหอบหืด&amp;#39; ฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้หรือไม่??&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ (7 ) ข้อปฏิบัติก่อนระหว่างและหลังการรับวัคซีน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ (6&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ขั้นตอนการความปลอดภัยผู้เข้ารับบริการฉีดวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ (5)&amp;nbsp;ข้อควรรู้ &amp;#39;อาการไม่พึงประสงค์หลังการฉีดวัคซีน&amp;#39;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ (4) ข้อควรรู้ &amp;#39;ใครไม่สามารถรับวัคซีนโควิด-19ได้&amp;#39;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102873</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีน..เอาที่สบายใจ, ฉีดวัคซีนโควิด, โรคมะเร็ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609a588e915a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
