<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119343</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 20:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 20:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉีดวัคซีนทะลุเป้า มาเลเซียเลิกห้ามเดินทางข้ามรัฐ-ข้ามประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มาเลเซียเตรียมยกเลิกข้อจำกัดการเดินทางข้ามรัฐและระหว่างประเทศสำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบแล้ว เริ่มตั้งแต่วันจันทร์นี้ หลังจากบรรลุเป้าหมายการฉีดวัคซีนให้ประชากรวัยผู้ใหญ่แล้วถึง 90%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวมาเลเซียสวมหน้ากากอนามัยขณะเดินในย่านชอปปิ้งของกรุงกัวลาลัมเปอร์ (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า นายกรัฐมนตรีอิสมาอิล ซาบรี ยาคอบ ของมาเลเซีย แถลงทางโทรทัศน์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม ว่ารัฐบาลเห็นชอบกับการอนุญาตให้ชาวมาเลเซียที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบแล้ว สามารถเดินทางระหว่างรัฐได้อย่างเสรี และสามารถเดินทางออกนอกประเทศได้โดยไม่ต้องขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษเหมือนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตามข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข อัตราการฉีดวัคซีนสำหรับประชากรวัยผู้ใหญ่สูงถึงร้อยละ 90 แล้ว&amp;quot; นายกฯ อิสมาอิล ซาบรี อธิบายเหตุผลของการตัดสินใจยกเลิกข้อห้ามการเดินทาง ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 11 ตุลาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระนั้น เขาย้ำเตือนว่า ประชาชนยังต้องปฏิบัติตามกฎข้อบังคับในการควบคุมโรค เช่นการสวมหน้ากากอนามัย &amp;quot;อย่าชะล่าใจ นี่เป็นสิ่งสำคัญในความพยายามของรัฐบาลที่จะเปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเลเซียห้ามการเดินทางระหว่างรัฐมาตั้งแต่เดือนมกราคมปีนี้ โดยยกเว้นให้เฉพาะบางกรณีเท่านั้น เช่นเดียวกับการเดินทางไปต่างประเทศ แต่ถึงแม้รัฐบาลจะยกเลิกข้อห้ามเดินทางสำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบแล้ว ข้อกำหนดเกี่ยวกับการเดินทางเข้าประเทศยังบังคับให้ผู้ที่เดินทางกลับมาต้องกักกันโรคเช่นเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิสมาอิล ซาบรี กล่าวว่า รัฐบาลกำลังเตรียมการสำหรับการเปลี่ยนเข้าสู่การอยู่ในยุคโรคระบาด ที่รัฐจะไม่ต้องล็อกดาวน์ในวงกว้างอีก ถ้าหากว่ามีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น &amp;quot;เราต้องฝึกตนเองให้อยู่กับโควิด เพราะโควิดอาจไม่ถูกกำจัดจนหมดได้โดยสิ้นเชิง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลถึงวันเสาร์ ประชากรเกือบร้อยละ 65 จาก 32 ล้านคนของมาเลเซีย ซึ่งรวมถึงผู้ที่อายุ 12-17 ปี ฉีดวัคซีนครบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเลเซียมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้วมากกว่า 2.3 ล้านคน และมีผู้ป่วยเสียชีวิต 27,265 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119343</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนครบ, มาเลเซียยกเลิกข้อห้ามเดินทาง, เดินทางข้ามรัฐ, เดินทางระหว่างประเทศ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_6162e726702a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110879</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 20:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 20:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตัวอย่างจากสิงคโปร์ คนฉีดวัคซีนแล้วติดเชื้อโควิดมี3ใน4ของยอดใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ข้อมูลของรัฐบาลสิงคโปร์เมื่อวันศุกร์เผยว่า ผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ของประเทศในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา ถึง 3 ใน 4 เป็นผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว ผู้เชี่ยวชาญชี้ไม่แปลกที่สัดส่วนผู้ฉีดวัคซีนติดเชื้อมากขึ้นเพราะเหลือประชากรน้อยคนที่ยังไม่ฉีด แต่ย้ำคนฉีดครบโดสแล้วไม่มีใครป่วยหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของรอยเตอร์เผยว่า สิงคโปร์ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้แก่คนของตนแล้วเกือบ 75% ประชากร 5.7 ล้านคน สูงเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โครงการฉีดวัคซีนแห่งชาติของสิงคโปร์ใช้วัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทค และโมเดอร์นา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของกระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์เมื่อวันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม กล่าวว่า ช่วง 28 วันที่ผ่านมา สิงคโปร์รายงานพบการติดเชื้อไวรัสภายในประเทศ 1,096 คน ในจำนวนนี้ 484 คน หรือ 44% ฉีดวัคซีนครบแล้ว อีก 30% ฉีดเข็มเดียว และที่เหลือ 25% ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเลย ผู้ติดเชื้อมีเพียง 7 รายที่ต้องใช้ออกซิเจน โดย 6 รายในนี้เป็นผู้ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน อีก 1 รายฉีดเข็มเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงกล่าวว่า มีหลักฐานออกมาอย่างต่อเนื่องว่าการฉีดวัคซีนช่วยป้องกันอาการเจ็บป่วยร้ายแรงเมื่อติดเชื้อไวรัสได้ นอกจากนี้ ผู้ติดเชื้อทุกคนที่ฉีดวัคซีนครบแล้ว ไม่มีใครที่มีอาการป่วย หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญหลายคนกล่าวว่า รายงานที่ผู้ฉีดวัคซีนแล้วติดเชื้อนั้นไม่ได้หมายความว่าวัคซีนไม่มีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เตียว ยิก ยิง คณบดีสำนักวิชาสาธารณสุขศาสตร์ ซอ สวี ฮ็อก มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (เอ็นยูเอส) กล่าวว่า ยิ่งมีคนฉีดวัคซีนมากขึ้นเท่าไหร่ในสิงคโปร์ ก็จะเห็นผู้ติดเชื้อในกลุ่มผู้ที่ฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นเท่านั้น สิ่งสำคัญคือต้องเปรียบเทียบกับสัดส่วนของผู้ที่ยังไม่ฉีดวัคซีนเสมอ สมมติว่าสิงคโปร์ฉีดวัคซีนครบ 100% แล้ว ผู้ติดเชื้อก็จะมาจากผู้ที่ฉีดวัคซีนทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลยังแสดงให้เห็นด้วยว่า การติดเชื้อในช่วง 14 วันที่ผ่านมาในกลุ่มผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วที่อายุ 61 ปีขึ้นไปนั้นมีราว 88% ซึ่งสูงกว่ากลุ่มคนที่อายุน้อยกว่า หลินฟา หวัง อาจารย์จากสำนักวิชาแพทยศาสตร์ดยุค-เอ็นยูเอส กล่าวว่า เป็นเพราะผู้สูงอายุมีการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันจากการฉีดวัคซีนน้อยกว่านั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในอิสราเอล ซึ่งอัตราการฉีดวัคซีนสูงเช่นกัน ข้อมูลจากหน่วยงานด้านสุขภาพเผยว่า ราวครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยนอนโรงพยาบาล 46 คนถึงต้นเดือนกรกฎาคม ที่มีอาการป่วยรุนแรงนั้นเป็นผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว และส่วนใหญ่มาจากกลุ่มเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนในขณะนี้ว่า ข้อมูลการติดเชื้อในกลุ่มผู้ฉีดวัคซีนแล้วนั้นสะท้อนถึงการป้องกันที่ลดลงของวัคซีนกับไวรัสสายพันธุ์เดลตา ที่เป็นสายพันธุ์ที่พบมากที่สุดในสิงคโปร์ช่วงหลายเดือนมานี้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิงคโปร์มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ภายในประเทศ 162 คนเมื่อวันพฤหัสบดี ใกล้เคียงกับระดับสูงสุดในรอบ 11 เดือนของเมื่อต้นสัปดาห์นี้ จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทำให้ทางการจำกัดการรวมตัวทางสังคมอย่างเข้มงวดขึ้น และเร่งส่งเสริมการฉีดวัคซีนมากขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110879</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนครบ, ติดเชื้อโควิด, สิงคโปร์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fabc83a31a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102892</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 12:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟเขียวอเมริกันฉีดวัคซีนครบแล้วไม่ต้องใส่แมสก์ในอาคาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ใกล้กลับสู่ภาวะปกติแล้ว ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งสหรัฐ (ซีดีซี) ปรับปรุงคำแนะนำใหม่ ผู้ที่ฉีดวัคซีนโควิดครบแล้วไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยภายในอาคาร ยกเว้นเพียงบางสถานที่เช่นในระบบขนส่งมวลชน ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ระบุเป็นวันสำคัญของการต่อสู้กับโรคระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แถลงที่โรสการ์เดนของทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2564 (Photo by Alex Wong/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปลายเดือนที่แล้ว ซีดีซีเพิ่งมีคำแนะนำว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีนครบถ้วนแล้วสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัย แต่ยังแนะนำให้สวมแมสก์ต่อไปเมื่ออยู่ภายในสถานที่สาธารณะที่บังคับ ซีดีซีหวังว่า คำประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีจะกระตุ้นให้ชาวอเมริกันออกมาฉีดวัคซีนกันมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรเชลล์ วาเลนสกี ผู้อำนวยการซีดีซี กล่าวระหว่างการแถลงข่าวว่า ทุกคนที่ได้รับวัคซีนครบแล้วสามารถทำกิจกรรมในร่มและกลางแจ้ง ใหญ่หรือเล็ก ได้โดยไม่ต้องสวมแมสก์หรือเว้นระยะห่างทางกาย&amp;nbsp; &amp;quot;ถ้าคุณได้รับการฉีดวัคซีนครบแล้ว คุณสามารถเริ่มทำในสิ่งที่คุณเคยหยุดทำเพราะโรคระบาดได้แล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดน แถลงที่ทำเนียบขาว ประกาศว่าคำแนะนำนี้เป็นชัยชนะครั้งใหญ่ในการต่อสู้กับไวรัสที่คร่าชีวิตผู้ป่วยในสหรัฐมากกว่า 580,000 คน จากผู้ติดเชื้อ 33.6 ล้านคน &amp;quot;ผมคิดว่านี่คือเหตุการณ์สำคัญ เป็นวันอันยอดเยี่ยม&amp;quot; เขากล่าวโดยไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีดีซีเคยถูกวิจารณ์ แม้แต่จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ให้คำแนะนำแบบระมัดระวังเกินไป ผู้คนจำเป็นต้องมองเห็นประโยชน์ของการฉีดวัคซีนที่มีต่อการกลับไปทำกิจกรรมตามปรกติได้มากกว่าที่เป็นอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วาเลนสกีกล่าวว่า คำแนะนำใหม่นี้อ้างอิงจากจำนวนผู้ติดเชื้อที่ลดลงอย่างมาก, การขยายโครงการฉีดวัคซีนให้แก่คนอายุน้อย และประสิทธิภาพของวัคซีนในการป้องกันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันมีชาวอเมริกันวัยผู้ใหญ่เกือบ 60% ฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงอย่างรวดเร็ว โดยอัตราเฉลี่ยรอบ 7 วันอยู่ที่ 38,000 คน หรือ 11 คน ต่อ 100,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแนะนำในเว็บไซต์ของซีดีซีกล่าวว่า ผู้ที่ฉีดวัคซีนครบแล้วยังคงต้องปฏิบัติตามกฎหมายของแต่ละรัฐและกฎข้อบังคับในระดับท้องถิ่น หรือสถานที่นั้นๆ ต่อไป และยังต้องสวมแมสก์เมื่ออยู่บนเครื่องบิน, รถโดยสาร, รถไฟ และระบบขนส่งมวลชนรูปแบบอื่นๆ ไม่ว่าภายในหรือภายนอกสหรัฐ และต้องสวมแมสก์เมื่ออยู่ภายในศูนย์กลางการคมนาคมทั้งหลาย เช่น สนามบินและสถานีรถโดยสาร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102892</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลับสู่ภาวะปกติ, ฉีดวัคซีนครบ, ซีดีซี, สวมแมสก์ในอาคาร, สหรัฐ, โควิด-19, ไม่ต้องสวมแมสก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210514/image_big_609e0e7cf0984.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
