<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2026 15:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 17:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039; ย้ำเด็ก 12-17 ปี ทั้งในระบบและนอกระบบการศึกษา มีสิทธิรับวัคซีนไฟเซอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>
&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20 ต.ค.64 - &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการฉีดวัคซีนโควิด 19 ในเด็กนักเรียน ว่า ขณะนี้สามารถฉีดวัคซีนได้ตามที่คาดการณ์ ข้อมูลจากหมอพร้อมฉีดแล้วกว่า 2 ล้านราย พร้อมรับการเปิดภาคเรียนในเดือนพฤศจิกายนนี้ ทั้งนี้ จากการฉีดที่ผ่านมายังไม่พบอาการข้างเคียงที่รุนแรงเป็นอันตราย จึงขอให้ผู้ปกครองพาบุตรหลานมาฉีดวัคซีน เพราะจะทำให้เกิดความมั่นใจทั้งตัวเด็ก ครูอาจารย์ และผู้ใกล้ชิดเด็กในการเปิดเรียน รวมถึงช่วยป้องกันทั้งติดเชื้อและแพร่เชื้อ เนื่องจากหากไม่ฉีดวัคซีน เมื่อไปเรียนเด็กอาจรับเชื้อภายนอกบ้าน และนำกลับมาแพร่ให้คนในครอบครัวได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การรับวัคซีนมีประโยชน์มากกว่าไม่ได้รับวัคซีน ช่วยป้องกันตนเองให้ปลอดภัยและป้องกันผู้อื่น&amp;nbsp;


สล็อตลองฟรี สังคมไทยอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่ ถ้าทุกคนได้ฉีดวัคซีน โอกาสติดเชื้อและแพร่เชื้อให้กันจะน้อยลง&amp;quot; นายอนุทินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีเด็กอายุ 12-17 ปี นอกระบบการศึกษาที่พบว่าบางส่วนเข้ารับการฉีดวัคซีนไม่ได้นั้น ได้มอบหมายให้ นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อกำชับสถานพยาบาลและหน่วยบริการฉีดวัคซีน ให้ฉีดเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป โดยไม่มีการแบ่งว่าเป็นเด็กที่อยู่ในระบบหรือนอกระบบการเรียน แต่ให้ยึดตามเกณฑ์อายุ 12-17 ปี จะมีสิทธิได้รับวัคซีนทุกคนตามความสมัครใจ ซึ่งในกลุ่มนอกระบบการศึกษาให้สถานพยาบาลเปิดรับลงทะเบียนโดยความยินยอมของผู้ปกครอง ส่วนการฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็ม 2 ในเด็กชายอายุ 12-16 ปีที่แข็งแรง อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120341</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วัคซีนไฟเซอร์, ฉีดวัคซีนนักเรียน, นายอนุทิน ชาญวีรกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616fecc438014.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120082</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตรีนุช&#039; เผย 1 พ.ย.เปิดเทอมแน่ แต่อาจจะ ไม่พร้อมกันทุกแห่ง   ฉีดวัคซีนนร.เดือนต.ค.ยังไม่ถึง 50%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18ต.ค.64- นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการฉีดวัคซีน Pfizer ให้แก่นักเรียนอายุ 12-18 ปี ว่า ภาพรวมการฉีดวัคซีนขณะนี้มีนักเรียนทยอยแจ้งประสงค์ขอฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังไม่พบรายงานว่ามีนักเรียนได้รับผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน ส่วนครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ยังรับวัคซีนไม่ครบประมานกว่า 1 แสนคนจะเร่งดำเนินการฉีดควบคู่ไปพร้อมกับนักเรียน สำหรับการเปิดภาคเรียนที่ 2 ในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะมีมาตรการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพราะบริบทของโรงเรียนมีความแตกต่างกันมีทั้งโรงเรียนขนาดใหญ่ กลางและ เล็ก ดังนั้นอาจไม่ได้เปิดภาคเรียนแบบ On Site พร้อมกันทุกแห่ง แต่จะมีมาตรการสลับวันมาเรียน ทั้งนี้เมื่อเปิดเรียนแล้วขอให้สถานศึกษาทุกแห่งปฏิบัติการตามมาตรการของ สธ.อย่างเคร่งครัด เช่น เว้นระยะห่าง สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวว่า ตั้งแต่เปิดให้มีการฉีดวัคซีน Pfizer ให้แก่เด็กนักเรียน นักศึกษา ทุกสังกัดที่มีอายุระหว่าง 12-18 ปี ตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา ข้อมูลวันที่ 17 ตุลาคม 2564 พบว่า มีนักเรียนที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 แล้ว จำนวน 1,106,202 คน และคาดว่าจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ แต่คงจะไม่ได้ร้อยละ 50 ของจำนวนเด็กที่ลงทะเบียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำหรับปัจจัยที่ทำให้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์แก่เด็กนักเรียนไม่เป็นไปตามเป้าหมายนั้น เนื่องจากส่วนหนึ่งเกิดจากการเข้ามาช้าของวัคซีน ซึ่งตอนนี้เข้ามาเพียงสัปดาห์ละ 1.5 ล้านโดสเท่านั้น และไม่แน่ใจกระบวนการจัดสรรหรือการจัดส่งทำให้บางจังหวัดอาจจะไม่ได้รับวัคซีนตามวัน เวลาที่กำหนด รวมถึงมีความเข้าใจผิดในบางเรื่อง เช่น ทางสาธารณสุขเข้าใจว่านักเรียนอายุ 18 ปีตามบัญชีรายชื่อไม่ต้องฉีดไฟเซอร์ก็ได้ ซึ่งอยากขอความกรุณาให้มั่นใจตรงกันว่าต้องฉีดวัคซีนไฟเซอร์ตามบัญชีรายชื่อที่ศธ.และสธ. ดำเนินการร่วมกัน นอกจากนั้น สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการฉีดวัคซีนให้แก่นักเรียน นักศึกษาไม่ถึง 3 หมื่นคน อีกทั้งมีนักเรียนบางกลุ่มได้มีการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ไปก่อนหน้านี้ก็ยังไม่ได้ระบุข้อมูล หรือมีนักเรียนบางกลุ่มไปฉีดวัคซีนในโครงการอื่นๆ บ้างแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนกรณีที่เด็กนักเรียนที่จบ ม.6 แล้ว และไม่ได้ศึกษาต่อทำให้ไม่ได้อยู่ในระบบของโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย ซึ่งเด็กกลุ่มนี้ส่วนใหญ่อายุเกิน 18 ปี สามารถเข้ารับวัคซีนได้เหมือนประชาชนทั่วไป ขณะที่นักเรียนเรียนโฮมสคูล นักเรียนสามารถแจ้งไปศึกษาธิการจังหวัดหรือสามารถขอขึ้นทะเบียนรับวัคซีนได้ที่สถานพยาบาลใกล้บ้านได้ อย่างไรก็ตาม เราได้กำหนดเป้าหมายไว้ ว่า จะฉีดวัคซีนให้แก่เด็กในเข็มแรกตามจำนวนเด็กที่ลงทะเบียนได้ครบ ใน 3 สัปดาห์แรก แต่ตอนนี้ต้องยอมรับว่ายังไม่ครบ และคาดว่าจะครบใน 4 สัปดาห์ ซึ่งเรื่องการฉีดวัคซีนไม่เกี่ยวกับการเปิดเทอม 2/2564 เพราะหากสถานศึกษาไหนยังไม่พร้อมก็สามารถเรียนในรูปแบบออนไลน์ หรือรูปแบบอื่นๆ ที่เหมาะสมกับโรงเรียนได้ และจังหวัดได้ อย่างไรก็ตามเร็วๆ นี้ ศธ.จะหารือร่วมกับสธ.อีกครั้งในการฉีดวัคซีนให้แก่ครู และเร่งการฉีดวัคซีนให้แก่เด็ก&amp;rdquo; นายสุภัทร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภัทร กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีการเปิดประเทศในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 นี้ ตามหลักของ ศธ.ในการประสานไปยังสาธารณสุขเพื่อฉีดวัคซีนให้แก่เด็กและครูนั้น เริ่มแรกไม่ได้มีการกำหนดจังหวัด แต่ต้องการปูพรมให้ฉีดทั้งประเทศ ทว่าด้วยข้อจำกัดในหลายอย่าง จึงกำหนดให้มีการฉีดในพื้นที่สีแดงเข้ม 29 จังหวัดก่อน เพราะฉะนั้น จากที่ตนดู ตอนนี้เข็มแรกจะฉีดแล้วเสร็จประมาณเดือนตุลาคม หรือนานกว่านั้น และคาดว่าจะฉีดวัคซีนเข็ม 2 ได้ในสิ้นเดือนพฤศจิกายน จากกำหนดเดิมคาดว่าวันที่ 15 พฤศจิกายน 2564 ทั้งนี้ขอยืนยัน ว่า วัคซีนมีเพียงพอ แต่อาจจะจัดสรรทยอยไปเรื่อยๆ และไม่ตรงกันที่คาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ตนยังต้องการที่จะเชิญชวนผู้ปกครอง ควรฉีดวัคซีนให้ครบ เพราะหากรอบๆ ตัวเด็กมีแต่คนที่ฉีดวัคซีนแล้ว ก็จะทำให้เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ปลอดภัยจากโควิด-19
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120082</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, #เปิดเทอม, ฉีดวัคซีนนักเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616d29219e2cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119655</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 17:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 17:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปลัดศธ.&#039;วิงวอน&#039;ผู้ปกครอง&#039;   ยินยอมให้ลูกหลานฉีดวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.64- นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวว่า ขณะนี้การจัดการฉีดวัคซีน Pfizer ให้กับนักเรียนที่มีอายุระหว่าง 12-17 ปี ที่มีความประสงค์จะรับวัคซีน จำนวนกว่า 3.8 ล้านคน เป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี และคาดว่านักเรียนกลุ่มดังกล่าวจะได้รับวัคซีนเข็มแรกครบทุกคนภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งในสัปดาห์ที่ผ่านมามีนักเรียนที่ได้รับความยิมยอมจากผู้ปกครองให้ฉีดวัคซีนเพิ่มเติม ประมาณ 20,000 กว่าคน และตนมองว่าสัปดาห์หน้าจะมีนักเรียนกลุ่มตกหล่นเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับในส่วนของครูและบุคลากรทางการศึกษา ขณะนี้ได้รับวัคซีนแล้ว ร้อยละ 82 และยังมีการขอรับวัคซีนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตนได้ประสานงานร่วมกับกรมควบคุมโรค เพื่อที่จะขอรับการจัดสรรวัคซีนให้แก่กลุ่มครูที่ยังไม่ได้รับวัคซีนด้วย ทั้งนี้ ศธ.จะมีการรวบรวมข้อมูลของนักเรียนที่ได้รับวัคซีนทั้งหมด ทั้งในกลุ่มที่รับวัคซีน Pfizer กลุ่มที่รับวัคซีน Sinopharm และกลุ่มเด็กในกลุ่ม 7 โรคกลุ่มเสี่ยง เพื่อที่จะทราบข้อมูลว่ามีนักเรียนตกหล่นจำนวนเท่าไรที่ยังไม่ได้รับวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่างไรก็ตาม ศธ.ได้ทำการสื่อสาร รณรงค์ และขอความร่วมมือไปยังผู้ปกครองและครอบครัว กลุ่มเด็ก ระดับปฐมวัยและประถมศึกษา เนื่องจากเด็กกลุ่มนี้ยังไม่สามารถรับวัคซีนได้ เพื่อที่จะให้เด็กได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เพราะครอบครัว และครูได้รับวัคซีนครบทุกคนแล้ว ถือเป็นการฉีดวัคซีนเพื่อลูกท่าน หรือแม้แต่ในกรณีที่เด็กมาโรงเรียนและได้รับเชื้อกลับไปติดคนในครอบครัว วัคซีนก็จะสามารถช่วยให้อาการของโรคไม่รุนแรง&amp;quot;ปลัด ศธ.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119655</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนนักเรียน, สุภัทร จำปาทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f92c6298f72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 15:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 15:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039; เผยต้องเร่งทำความเข้าใจทางการแพทย์กับผู้ปกครอง ยินยอมให้นร.อีก1ล้าน ฉีดวัคซีน /ศธ. อ้าแขนรับฉีดให้ นร.ที่วอล์กอินเข้ามา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6ต.ค.64-ที่โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี - นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) คุณหญิงกัลยา โสภณพาณิชย์ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) และผู้บริหารระดับสูงของ ศธ.และสธ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนโควิด 19 สำหรับเด็กอายุ 12-17 ปี โดยรร.สุรศักดิ์ มีนักเรียนทั้งหมด 2,929 คน แจ้งความประสงค์ฉีด 2,505 คน เพื่อรองรับการเปิดเรียนอย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายอนุทิน กล่าวว่า สธ.และ ศธ.ร่วมกันจัดวัคซีนมาฉีดนักเรียนอายุ 12 ปีขึ้นไป เร่งระดมฉีดทั่วประเทศให้ทันเปิดภาคการศึกษาในพฤศจิกายน คือมีเวลา 1 เดือนที่ต้องเร่งฉีด โดยเด็กอายุ 12-17 ปี สามารถรับวัคซีนได้ 5 ล้านคน ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ 3.8 ล้านคน อีก 1 ล้านต้องทำความเข้าใจพ่อแม่ ผ่านทางการแพทย์ ผู้บริหารโรงเรียนให้มั่นใจ ให้ผู้ปกครองอนุญาตให้มาฉีด การรับวัคซีนถ้วนหน้าจะป้องกันการติดและแพร่เชื้อในโรงเรียน โดยจะมีการจัดฉีดในสถานศึกษา ทั้งนี้ในสัปดาห์หน้าจะวัคซีน Pfizer เข้ามาอีก 1.5 ล้านโดส และจะเข้ามาทั้งหมด 8 ล้านโดส ซึ่งเพียงพอกับการฉีดในนักเรียน ส่วนที่เหลือจะฉีดในคนทั่วไปจะเป็นเข็มแรกหรือบูสเตอร์ก็อยู่ที่ดุลพินิจของแพทย์ ทั้งนี้ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา เรายังไม่มีอะไรน่าวิตกกังวล เรื่อง ผลข้างเคียง ซึ่งผลข้างเคียงมีได้ แต่ไม่ก่อให้เกิดอันตราย บางคนมีไข้ เพลีย ก็แนะนำแล้วว่า ช่วงฉีดวัคซีน วันนั้นก็พยายามพักผ่อนมากๆ ดื่มน้ำเยอะๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวต่อว่า สำหรับการขึ้นทะเบียนฉีดอายุ 3 ขวบขึ้นไปของซิโนแวคและซิโนฟาร์ม เราได้ขอให้ส่งเอกสารการวิจัยเข้ามามากที่สุด ซึ่งผู้ผลิตเองก็ยังไม่ได้ขอ อย.ในจีน มีแต่ไปทดลองในประเทศที่จำเป็นมากๆ ซึ่งการขึ้นทะเบียนต้องพิจารณาตามมาตรฐาน ดูเปเปอร์ต่างๆ ความปลอดภัย จะใช้ความรู้สึกมาพิจารณาการตัดสินใจสุขภาพ ความปลอดภัย การรับยาวัคซีนไม่ได้ ต้องเป็นไปตามข้อกำหนด ส่วนการบูสเตอร์ในเด็ก ถ้ามีข้อมูลว่าควรรับเข็มสามเมื่อไรก็จะจัดให้ไม่รอช้า ซึ่งการจัดหาจัดซื้อวัคซีนปีนี้เราทำได้ครบถ้วน และจัดหานำมาเป็นบูสเตอร์เพียงพอสำหรับปีหน้า ซึ่งสัปดาห์ที่แล้วลงนามจัดซื้อแอสตร้าเซนเนก้า 60 ล้านโดส และอยู่ในการเจรจาอีกหลายราย รวมถึงไฟเซอร์ก็เจรจา อยู่ในขั้นตอนดำเนินการ ซึ่งคงไม่วุ่นวายเหมือนปีนี้ เพราะจะมีวัคซีนในท้องตลาดอีกมามายหลายเทคโนโลยี วัคซีนของไทยเองก็จะมีการพัฒนา ซึ่งทุกสถาบันวิจัยก็ให้กำหนดการมาว่าในปีหน้า น่าจะเห็นวัคซีนไทยเอามาใช้ได้ เพราะการทดลองตามขั้นตอนต่างๆ เป็นไปตามคาดหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสาวตรีนุช กล่าวว่า สำหรับการเปิดภาคเรียนที่ 2 ศธ. ได้กำหนดให้มีระยะเวลาดำเนินงาน 2 ระยะ คือ ระยะแรก สำหรับโรงเรียนพักนอน ซึ่งดำเนินการตามโครงการ Sandbox: Safety zone in School มาตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม 2564 และระยะที่สอง สำหรับโรงเรียนประเภทไป-กลับ ที่มีความพร้อมและผ่านเกณฑ์การประะเมิน &amp;nbsp;ซึ่งการจะเปิดโรงเรียนได้ต้องผ่านเกณฑ์การประเมินหลายด้าน เช่น ด้านกายภาพ ด้านการมีส่วนร่วม ด้านการประเมินความพร้อมสู่การปฏิบัติ สำหรับสถานศึกษา ครู-บุคลากรต้องฉีดวัคซีนครบโดสไม่น้อยกว่า ร้อยละ 85 ในขณะที่นักเรียน-ผู้ปกครอง ควรได้รับวัคซีนตามมาตรการที่ ศธ.และกระทรวงสาธารณสุขกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ ในระหว่างการเปิดภาคเรียนไปแล้ว ต้องปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด และสามารถจัดการเรียนการสอนแบบ Onsite หรือ Online หรือแบบผสมผสานทั้งประจำและไปกลับก็ได้ หรือการสลับวันมาเรียน โดยแต่ละห้องเรียนไม่เกิน 25 คน เว้นระยะห่างไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร ทั้งนี้เมื่อนักเรียนที่มีอายุระหว่าง 12-17 ปี ได้รับวัคซีน Pfizer ครอบคลุมหมดแล้วก็ถือว่ามีความมั่นใจทางด้านสุขภาพระดับที่จะลดการแพร่เชื่อ &amp;nbsp;ซึ่งเบื้องต้นเท่าที่รับรายงาน มีนักเรียนแจ้งรายชื่อขอฉีดวัคซีนเพิ่มอีกกว่า 1 แสนราย โดยมีนักเรียนทั้งหมด 5,048,081 คน และเดิมประสงค์แจ้งฉีดวัคซีน จำนวน 3,618,166 คน &amp;nbsp;ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นมาอีก ร้อยละ 80 อย่างไรก็ตาม การเปิดภาคเรียน ศธ.และ สธ.ได้จัดเตรียมแผนเชิญเหตุไว้เรียบร้อยแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ด้านนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รับรายงานนักเรียนแจ้งขอฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งมีกรณีที่นักเรียนไม่ได้แจ้งรายชื่อขอฉีดวัคซีนแต่วอล์กอิน เข้ามาในโรงเรียน โดยทางโรงเรียนและสาธารณสุขจังหวัดได้บริการจัดฉีดวัคซีนให้ เพราะเจตนารมณ์เราต้องการให้เด็กได้รับวัคซีนครบทุกอยู่แล้ว นอกจากนี้จะสพฐ.จะสำรวจการฉีดวัคซีนของนักเรียนรอบสองอีกครั้งว่า &amp;nbsp;ยังมีนักเรียนคนไหนตกหล่นอีกหรือไม่ โดยรอบสองจะบริการให้นักเรียนไปฉีดที่โรงพยาบาลในพื้นที่ที่อาศัยอยู่แทน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ขณะที่นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาฯ กพฐ.กล่าวว่า ศธ.จะประสานกับกรมการแพทย์ของสธ.จับครูโรงเรียนและโรงพยาบาลในพื้นที่กทม.ในการเพิ่มหน่วยบริการฉีดวัคซีนให้แก่นักเรียน เพื่อดำเนินการให้เสร็จทันก่อนเปิดภาคเรียนที่ 2 ส่วนครูและบุคลากรทางการศึกษาจสำรวจว่ามีครูและบุคลากรทางการศึกษาเหลืออยู่จำนวนเท่าไหร่ที่ยังได้รับวัคซีน โดยจะแบ่งเป็น ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเลย ได้รับวัคซีนเข็มแรก และได้รับวัคซีนครบสองเข็มรอบูทเตอร์เข็มสาม เพื่อระดมให้ครูได้รับการฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง และเปิดเรียนได้อย่างปลอดภัย&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118968</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, ฉีดวัคซีนนักเรียน, นายอนุทิน ชาญวีรกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d624aa3e20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118708</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 11:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 11:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตรีนุช&#039;ปลื้มผู้ปกครองยินยอมให้นร.ฉีดวัซีนแล้วกว่า 80% คาดจะเพิมอีก ส่วนกลุ่มเด็กเล็กต้องรอวัคซีนที่ได้รับการรับรอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4ต.ค.64- ที่โรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์ - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจัดการฉีดวัคซีน Pfizer ให้กับนักเรียนที่มีอายุระหว่าง 12-17 ปี พร้อมนางสาวตรีนุช เทียนทองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ และผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนางสาวตรีนุช กล่าวตอนหนึ่งว่า การฉีดวัคซีนครั้งนี้ ถือเป็นการ Kick-off วันแรก ตามโครงการเปิดภาคเรียนภายใต้ความปลอดภัย ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งสาธารณสุขประจำจังหวัด จะร่วมมือกับศึกษาธิการจังหวัด ทำหน้าที่บริหารจัดการวัคซีนให้นักเรียนในแต่ละพื้นที่ได้รับวัคซีน โดยขณะนี้มีหลายจังหวัดที่วัคซีนเดินทางไปถึงแล้ว ก็จะต้องมีการดำเนินฉีดให้กับนักเรียนต่อไป สำหรับข้อมูลผู้ปกครองที่มีความยินยอมให้บุตร หลานรับวัคซีน Pfizer ขณะนี้มีเพิ่มขึ้น ร้อยละ 80 และตนคิดว่าตัวเลขานี้จะทยอยเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต ทั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ยังได้ประสานงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อที่จะบริหารจัดการกลุ่มนักเรียนที่ผู้ปกครองแสดงความจำนงรับวัคซีนช้า หรือกลุ่มตกหล่น เพื่อที่จะบริหารจัดการวัคซีนสำหรับเด็กกลุ่มนี้ด้วย สำหรับการเปิดเรียนภาคเรียนที่ 2 ในวันที่ 1 พฤศจิกายนนั้น จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าการจัดการเรียนการสอนจะจัดในรูปแบบใดเท่านั้น เพราะการฉีดวัคซีนถือว่ามาตรการหนึ่งในการสร้างความปลอดภัยในการจัดการเรียนการสอนเท่านั้น แต่การเปิดสอนแบบ On site นั้นยังคงมีมาตรการอื่นๆ ที่จะต้องนำมาพิจารณาร่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นอกจากนี้ ศธ.ยังได้รับการประสานงานของ สธ.ในส่วนของการฉีดวัคซีนให้แก่ครู ที่ขณะนี้ได้รับวัคซีนไปแล้วกว่า ร้อยละ 70 ซึ่งนายกฯ กำชับว่าจะต้องให้ครูได้รับวัคซีนควบคู่ไปด้วย ส่วนกลุ่มเด็กที่ไม่เข้ารับวัคซีนนั้น ศธ.ได้มอบหมายให้โรงเรียนประสานกับผู้ปกครอง เพื่อสร้างความเข้าใจ และสำหรับกลุ่มนักเรียนที่มีอายุน้อยกว่า 12 ปีนั้น ศธ.มีการหารือร่วมกับ สธ.อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราก็รอว่าจะมีวัคซีนไหน ที่ได้รับการรับรองที่จะฉีดให้แก่เด็กกลุ่มนี้ได้ ถ้าได้รับการยืนยันที่ชัดเจน ศธ.ก็จะบริหารจัดการให้เด็กได้รับวัคซีนทันที&amp;quot;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118708</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, ฉีดวัคซีนนักเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615a865147ee0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118678</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 07:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 07:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Kick-off ฉีดไฟเซอร์ นักเรียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4ต.ค.64- เมื่อเวลา 6.40 น. ที่โรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์ ลาดพร้าว กทม. &amp;nbsp; นางสาวตรีนุช เทียนทองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจัดการฉีดวัคซีน Pfizer ให้กับนักเรียนที่มีอายุระหว่าง 12-17 ปี โดยได้มีการสอบถามและให้กำลังใจแก่ผู้ปกครอง และกลุ่มนักเรียนที่เดินทางมาฉีดวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโรงพิบูลอุปถัมภ์ มีนักเรียนกลุ่มอายุระหว่าง 12-17 ปี จำนวน 799 คน และมีนักเรียนที่แสดงความจำนงขอรับวัคซีน จำนวน 695 โดยในวันที่ 4 ตุลาคมนี้ เป็นการฉีดวัคซีนรอบ Kick-off มีนักเรียนที่เข้ารับวัคซีน จำนวน 200 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118678</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, ฉีดวัคซีนนักเรียน, รร.พิบูลย์อุปถัมภ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615a48c6dd61c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118468</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 18:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 18:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.จัดวัคซีนฉีดนร.ล็อตแรก 2 ล้านโดส  กระจายไปทุกจังหวัด ส่วนเด็กผู้ขายฉีดเข็มเดียวหรือไม่รอข้อมูลวิชาการ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สธ.จัดวัคซีนฉีดนร.ล็อตแรก 2 ล้านโดส &amp;nbsp;ครบจำนวนตามที่ศธ.ส่งมาภายในต.ค.ส่วนเด็กผู้ขายฉีดเข็มเดียวหรือไม่รอข้อมูลวิชาการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;1 ต.ค.64 - &amp;nbsp;ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์โรคโควิด 19 และการฉีดวัคซีนในเด็กนักเรียน ว่า วันนี้มีผู้ป่วยรักษาหาย 12,473 ราย ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 11,754 ราย เสียชีวิต 123 ราย ภาพรวมทั้งประเทศการติดเชื้อมีแนวโน้มลดลง ส่วนจังหวัดชายแดนใต้ยังเพิ่มขึ้น รวมถึงเรือนจำที่วันนี้มีรายงาน 501 ราย สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด 19 ของวันที่ 30 กันยายนที่มีการรายงานเข้ามา 2.28 ล้านโดสนั้น เป็นการนำข้อมูลจากการระดมฉีดวัคซีนตั้งแต่วันมหิดล 24 กันยายน ซึ่งมีการฉีดเชิงรุกและฉีดในชุมชนรวม 1,700,523 โดส รวมกับการฉีดของวันที่ 30 กันยายน จำนวน588,205 โดส รวมเป็น 2,288,728 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.เฉวตสรรกล่าวต่อว่า สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด 19 ในนักเรียน ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการได้แจ้งตัวเลขนักเรียนทั่วประเทศในฐานข้อมูลจำนวน 5,048,000 ราย โดยผู้ปกครองแสดงความจำนงให้บุตรหลานฉีดวัคซีน 3,618,000 กว่าราย คิดเป็นร้อยละ 71 สำหรับการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ล็อตแรก 2 ล้านโดส จะกระจายให้ทุกจังหวัด โดยสัดส่วนวัคซีนจะพิจารณาความพร้อมของแต่ละจังหวัดด้วย และจะส่งให้ครบภายในเดือนตุลาคมซึ่งจะมีวัคซีนไฟเซอร์เข้ามาอีก 8 ล้านโดส จะเริ่มฉีดวัคซีนวันที่ 4 ตุลาคมนี้ตามความพร้อม และไม่มีระยะเวลาสิ้นสุดของการฉีดวัคซีน เนื่องจากอาจมีผู้แสดงความจำนงขอฉีดเพิ่มก็จะดำเนินการฉีดให้ ไม่เสียสิทธิแต่อย่างใด สถานที่ฉีดสามารถฉีดได้ทั้งที่สถานศึกษาและโรงพยาบาล โดยขอให้บริหารจัดการคิวไม่ให้มีความแออัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับการติดตามเฝ้าระวังอาการและความปลอดภัยใช้ระบบเดียวกับผู้ใหญ่ โดยมีการเฝ้าระวังอาการแพ้รุนแรงช่วง 30 นาทีแรกหลังฉีด และมีการติดตามอาการต่อเนื่องอีก 30 วัน โดยกรณีข้อกังวลเรื่องภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบและเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบนั้น อัตราการเกิดต่ำมาก แต่ขอให้สังเกตอาการ คือ แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก หอบเหนื่อยง่าย ใจสั่น หมดสติ เป็นลม หรือรู้สึกอ่อนเพลียผิดปกติ หากมีอาการเหล่านี้ให้รีบมารับการรักษา เพื่อให้การดูแลรักษาอย่างถูกต้อง เนื่องจากอาการเหล่านี้อาจเกิดจากภาวะอื่นได้ และข้อปฏิบัติภายใน 7 วันหลังฉีดวัคซีน ไม่แนะนำเรื่องออกกำลังกายหนักๆ เพราะจะทำให้หัวใจต้องทำงานเพิ่มขึ้น และความรู้สึกเหนื่อยจากออกกำลัง อาจทำให้กังวลและไม่แน่ใจว่าเป็นผลจากวัคซีนหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนไฟเซอร์ในเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป ยังฉีด 2 เข็ม ระยะห่าง 3-4 สัปดาห์ ส่วนข้อเสนอการฉีดวัคซีนในเด็กผู้ชายเพียงเข็มเดียว จะมีการพิจารณาข้อมูลทางวิชาการ หากมีการปรับเปลี่ยนจะดำเนินการให้ทันก่อนฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ส่วนกลุ่มเด็กประถมอายุต่ำกว่า 12 ปีที่ยังไม่อยู่ในเกณฑ์การรับวัคซีน ข้อแนะนำคือใช้มาตรการป้องกันตนเอง สวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง หากดำเนินการได้ดีก็ยังสามารถทำกิจกรรมการเรียนการสอนได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118468</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนนักเรียน, นพ.เฉวตศรร นามวาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_6156f007c4aa3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
