<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109584</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2021 18:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 18:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมินคำเตือนWHO เวียดนามเอาด้วยฉีดไฟเซอร์ร่วมกับแอสตร้าเซนเนก้า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตามเทรนด์ รัฐบาลเวียดนามประกาศเมื่อวันอังคารว่า รัฐบาลจะเสนอทางเลือกสำหรับประชาชนที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าในโดสแรกว่าสามารถฉีดวัคซีนของไฟเซอร์-โมเดอร์นาได้ในโดสที่ 2 แม้ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์ขององค์การอนามัยโลกจะเตือนว่า การฉีดวัคซีนต่างชนิดกันกำลังเป็นเทรนด์อันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของแชนเนลนิวส์เอเชียเมื่อวันอังคารที่ 13 กรกฎาคม โครงการฉีดวัคซีนของเวียดนามเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้น โดยมีผู้ที่ได้รับวัคซีนครบแล้วไม่ถึง 300,000 คน วัคซีนชนิดที่เวียดนามใช้จนถึงขณะนี้คือวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าที่เป็นชนิดใช้ไวรัสเป็นพาหะ แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เวียดนามได้รับมอบวัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทคซึ่งเป็นแบบ mRNA ชุดแรก 97,000 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของรัฐบาลเวียดนามกล่าวว่า วัคซีนไฟเซอร์จะฉีดให้แก่ผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกของแอสตร้าเซนเนก้าเมื่อ 8-12 สัปดาห์ที่แล้ว ก่อนเป็นลำดับแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า มีหลายประเทศแล้วที่อนุมัติการฉีดวัคซีนผสม 2 ชนิด เนื่องจากความกังวลความเสี่ยงของการเกิดลิ่มเลือดอุดตันที่เชื่อมโยงกับการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ไม่ว่าจะเป็นแคนาดา, สเปน และเกาหลีใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีผลการศึกษาของสเปนที่ได้ผลลัพธ์เบื้องต้นว่า การฉีดวัคซีนร่วมกันของไฟเซอร์และแอสตร้าเซนเนก้านั้นมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ดร.โสมยา สวามีนาธาน หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ขององค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) กล่าวเตือนว่า ขณะนี้กำลังเกิดแนวโน้มที่ประเทศต่างๆ ใช้วิธีฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยผสมวัคซีนต่างชนิดกันที่มาจากผู้ผลิตคนละแห่งกัน ถือเป็นแนวโน้มที่อันตรายนิดหน่อย เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลและหลักฐานเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนแบบผสมสูตรที่ส่งผลต่อสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มันจะเป็นสถานการณ์ที่โกลาหลวุ่นวายในประเทศต่างๆ หากประชาชนเริ่มตัดสินใจว่าเมื่อใดและใครจะได้รับยาโดสที่ 2, ที่ 3 และ 4&amp;quot; นักวิทยาศาสตร์ของดับเบิลยูเอชโอกล่าวเตือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวียดนามกำลังพยายามเร่งฉีดวัคซีนให้แก่คนในประเทศเพื่อแข่งกับอัตราการติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นสถิติรายวัน ก่อนหน้าเดือนพฤษภาคมปีนี้ เวียดนามมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดไม่ถึง 3,000 คน แต่ขณะนี้เวียดนามมียอดผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 32,000 คน เสียชีวิตอย่างน้อย 123 คน โดยวันจันทร์ที่ผ่านมาเวียดนามผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,367 คน เป็นสถิติสูงสุดรายวันของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการเวียดนามกล่าวในวันอังคารด้วยว่า กำลังจะได้รับมอบวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 1.5 ล้านโดสที่ออสเตรเลียบริจาคให้ในเร็ววันนี้ และยังจะได้วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเพิ่มอีก 1 ล้านโดสจากญี่ปุ่นในสัปดาห์นี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109584</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนผสม, วัคซีนโควิด, องค์การอนามัยโลก, เวียดนาม, แนวโน้มอันตราย, แอสตร้าเซนเนก้า, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210713/image_big_60ed7dd15cf80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107977</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 00:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 00:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลศึกษา&#039;แอสตร้า&#039;ชี้ ชะลอโดสสอง/ฉีดร่วม&#039;ไฟเซอร์&#039;ยิ่งเพิ่มภูมิคุ้มกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผลการศึกษา 2 ชิ้นของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดที่ร่วมพัฒนาวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า (AZ) กับบริษัทจากสวีเดนแห่งนี้ชี้ว่า การชะลอฉีดวัคซีนโควิด-19 ของ AZ โดสที่ 2 และ 3 ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันได้มากขึ้น อีกทั้งการเปลี่ยนไปฉีดวัคซีนไฟเซอร์โดสที่ 2 ก็เพิ่มภูมิคุ้มกันดีกว่าฉีด AZ ซ้ำอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขวดบรรจุวัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์-ไบออนเทค (ซ้าย) กับของแอสตร้าเซนเนก้า (Photo by AARON CHOWN/POOL/AFP via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดจากอังกฤษเปิดเผยผลการศึกษาเมื่อวันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน ซึ่งน่าจะเพิ่มความมั่นใจแก่ประเทศที่มีวัคซีน AZ สำรองอย่างจำกัด ว่าการทิ้งช่วงห่างระหว่างวัคซีนเข็มแรกกับเข็มที่ 2 นานถึง 45 สัปดาห์นั้น นำไปสู่การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่เพิ่มขึ้น แทนที่จะลดน้อยลง ขณะที่การฉีดวัคซีนเสริมโดสที่ 3 หลังจากโดสที่ 2 นานกว่า 6 เดือนก็ทำให้ร่างกายสร้างแอนติบอดี &amp;quot;เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ&amp;quot; และกระตุ้นให้เกิด &amp;quot;การเพิ่มขึ้นอย่างมาก&amp;quot; ด้านการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันของผู้ที่ได้รับวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ผลการศึกษาฉบับนี้เป็นผลงานก่อนการตีพิมพ์ ซึ่งหมายความว่ายังไม่ผ่านการทบทวนจากนักวิจัยคนอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่แอนดรูว์ พอลลาร์ด หัวหน้าทีมวิจัยของการทดลองของออกซ์ฟอร์ด กล่าวว่า ผลที่ได้น่าจะเป็นข่าวที่สร้างความมั่นใจแก่ประเทศทั้งหลายที่มีวัคซีนอย่างจำกัด และอาจกังวลเกี่ยวกับการชะลอการฉีดวัคซีนโดสที่ 2 แก่ประชากร &amp;quot;มีผลการตอบสนองที่ดีเยี่ยมของโดสที่ 2 ถึงแม้ว่าจะฉีดห่างจากโดสแรก 10 เดือน&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะนักวิจัยชุดนี้กล่าวอีกว่า ผลลัพธ์ของการชะลอ AZ โดสที่ 3 ก็เป็นในเชิงบวกเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประเทศที่มีโครงการฉีดวัคซีนก้าวหน้าพิจารณาว่า ควรฉีดวัคซีนโดสที่ 3 เพื่อยืดอายุภูมิคุ้มกันหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัคซีน AZ ซึ่งถูกใช้แล้วใน 160 ประเทศ ได้รับการยกย่องว่าเป็นหมุดหมายสำคัญของความพยายามต่อสู้กับโควิด-19 เพราะมีต้นทุนค่อนข้างต่ำและง่ายต่อการขนส่ง แต่ AZ รวมถึงวัคซีนที่พัฒนาโดยบริษัท จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ของสหรัฐ ก็ก่อความวิตกเกี่ยวกับการเชื่อมโยงถึงภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่เกิดขึ้นน้อยมาก และทำให้บางประเทศระงับการใช้ หรือจำกัดให้ใช้กับกลุ่มคนที่ยังอายุน้อยเพื่อลดความเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การศึกษาของออกซ์ฟอร์ดบ่งชี้ด้วยว่า ผลข้างเคียงจากวัคซีนโดยทั่วไปนั้นสามารถยอมรับได้โดยพบกรณีเกิดผลข้างเคียงลดลงหลังการฉีดโดสที่ 2 และ 3 เมื่อเทียบกับโดสแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการศึกษาอีกชิ้นของออกซ์ฟอร์ดเผยแพร่วันเดียวกันพบด้วยว่า การเปลี่ยนวัคซีนโดสที่ 2 จาก AZ ไปฉีดวัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทคในอีก 4 สัปดาห์ต่อมา ก็สามารถกระตุ้นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันได้เช่นกัน รายงานรอยเตอร์กล่าวว่า มีบางประเทศในยุโรปใช้รูปแบบที่ว่านี้แล้ว ซึ่งผลการศึกษาฉบับนี้ที่เรียกว่า Com-COV สนับสนุนการตัดสินใจดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การศึกษาซึ่งเปรียบเทียบการผสมวัคซีน 2 โดสระหว่าง AZ กับไฟเซอร์ โดยการสลับลำดับก่อนหลังให้ผลลัพธ์ที่ต่างกัน แต่ไม่ว่าแบบใดก็ก่อแอนติบอดีในระดับสูงต่อสไปค์โปรตีนของไวรัสโคโรนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แมทธิว สเนป หัวหน้าทีมวิจัยชุดนี้ของออกซ์ฟอร์ดกล่าวว่า ผลการศึกษานี้สามารถนำไปใช้เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการฉีดวัคซีน แต่ก็ไม่ใหญ่พอที่จะแนะนำให้เปลี่ยนกำหนดการฉีดวัคซีนตามที่มีการอนุมัติทางคลินิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตอบสนองของแอนติบอดีในระดับสูงสุดพบได้ในผู้ที่ได้รับวัคซีนไฟเซอร์ 2 โดส ส่วนการผสมวัคซีน 2 ชนิดก็ให้การตอบสนองที่ดีขึ้นกว่าการฉีด AZ ทั้งสองโดสเช่นกัน โดยการฉีด AZ โดสแรกตามด้วยไฟเซอร์ทำให้การตอบสนองของทีเซลล์ดีที่สุด และยังมีการตอบสนองของแอนติบอดีสูงกว่าการฉีดไฟเซอร์ก่อนแล้วตามด้วย AZ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การศึกษาชิ้นนี้ใช้ผู้ร่วมการทดสอบ 830 คนที่ฉีดวัคซีนผสมเว้นช่วง 4 สัปดาห์ นอกจากนี้ยังมีการศึกษาแบบเว้นระยะห่าง 12 สัปดาห์ด้วย ซึ่งสเนปกล่าวว่า เป็นที่รับรู้อยู่แล้วว่าวัคซีน AZ ก่อการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันดีกว่าเมื่อเว้นระยะห่างระหว่างสองโดสนานขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับอังกฤษ เจ้าหน้าที่แนะให้เว้นระยะการฉีดวัคซีน 2 โดสห่างกัน 8 สัปดาห์ในกลุ่มผุ้ที่อายุเกิน 40 ปี และเว้น 12 สัปดาห์สำหรับผู้ใหญ่ช่วงวัยอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขณะนี้มีผู้ใหญ่ในอังกฤษมากกว่า 80% ฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส และ 60% ได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107977</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนผสม, ทิ้งช่วงโดสที่ 2, วัคซีนโควิด-19, สร้างภูมิคุ้มกัน, แอสตร้าเซนเนก้า, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60da052109396.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
