<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116247</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 09:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 09:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศิริราช เปิดจองฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ 10-20 ก.ย. นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย. 2564 โรงพยาบาลศิริราชเปิดให้ประชาชนทั่วไปที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป สามารถจองวัน และเวลาการฉีดวัคซีนโควิด 19 ของบริษัท AstraZeneca สำหรับเดือนกันยายน 2564 &amp;nbsp;โดยสามารถดาวน์โหลด และจองผ่านแอปพลิเคชัน Siriraj Connect ได้ตั้งแต่วันที่ 10 &amp;ndash; 20 &amp;nbsp;กันยายน &amp;nbsp;2564 เพื่อรับการฉีดวัคซีนระหว่างวันที่ 25 กันยายน 2564 ถึง 3 ตุลาคม 2564 เวลา 08.00 &amp;ndash; 15.30 น. ที่โรงพยาบาลศิริราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ทั้งนี้ผู้ที่จองการฉีดวัคซีน ไม่จำเป็นต้องมีหมายเลขประจำตัวผู้ป่วยของโรงพยาบาล หรือ Hospital Number (H.N.) การฉีดวัคซีนครั้งนี้เป็นการฉีดวัคซีนสำหรับผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนโควิด 19 ชนิดใด ๆ มาก่อน และต้องการฉีดวัคซีน AstraZeneca เป็นเข็มที่ 1 เท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ประกาศ &amp;nbsp;ณ วันที่ &amp;nbsp;9 กันยายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116247</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีน, ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า, ศิริราช, เปิดจองฉีดวัคซีนเข็มแรก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210615/image_big_60c8052672a42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114498</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;เผยกระตุ้นเข็ม3 ด้วยAZแอนติบอดีพุ่งเกือบ100% ชี้สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ เด็ก3ขวบขึ้นไป ต้องฉีดด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25ส.ค.64- &amp;nbsp;ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงงานวิจัยแอนติบอดีและวัคซีนป้องกันโควิด19 ภายในงานประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ครั้งที่ 29 ว่า จากผลศึกษาในงานวิจัยแอนติบอดีต่อการตรวจหาเชื้อโควิด19 นั้นไม่สามารถในการตรวจหาเชื้อให้เจอในทันที แต่หลังจากติดเชื้อไปแล้ว 2-3 สัปดาห์จะสามารถตรวจหาเชื้อในแอนติบอดีได้ และคนที่ติดเชื้อรุนแรงจะทำให้มีแอนติบอดีสูงกว่าคนที่ติดเชื้อไม่รุนแรง ดังนั้นโควิด19 จึงเป็นโรคที่สามารถเป็นแล้วเป็นอีกได้ เนื่องจาก ผู้ติดเชื้อจำนวนหนึ่งมีแอนติบอดีที่ต่ำมาก จากการตรวจพลาสมาของผู้ที่เคยเป็นโควิดแล้วหาย &amp;nbsp;พบว่ามีค่าไตเตอร์จะสูงมากในคนไข้โควิดที่มีอาการปอดบวม &amp;nbsp;ซึ่งในการเก็บพลาสมาของคนไข้ที่มีค่าไตเตอร์สูง 1/320 ขึ้นไป จำนวน 10 คน &amp;nbsp;อาจจะสามารถบริจาคพลาสมาได้แค่ 2 คน และจากการติดตามผู้ป่วยโควิดที่ติดเชื้อธรรมชาติที่หายป่วยเป็นระยะยาว 1 ปี &amp;nbsp;จำนวน 250 คน โดยมีการเจาะเลือดทุก 3 เดือน พบว่าแอนติบอดีลดลงอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.ยง &amp;nbsp;กล่าวต่อว่า ในส่วนของวัคซีนโควิด19 มีเพียง 3 แพลตฟอร์มเท่านั้น ที่ได้อนุมัติให้ใช้ฉุกเฉินได้ในโลก คือ เชื้อตาย ซึ่งฉีดเป็นตัวแรกดี แต่ไม่ใช่ตัวบูสเตอร์ที่ดี ส่วนไวรัสเวกเตอร์ และmRNA &amp;nbsp;นับว่าเป็นตัวบูสเตอร์ที่ดี &amp;nbsp; อย่างที่ทราบว่า ขณะนี้ วัคซีนแพลตฟอร์มซับยูนิต ที่มีการพูดถึงกันมากคือ โนวาแวกซ์, อันฮุย(Anhui)ของจีน และ GSK ของบริษัท ซาโนฟี่ &amp;nbsp;ที่กำลังพยายามผลิตออกมา &amp;nbsp; เพราะวัคซีนชนิดซับยูนิตนั้นทำไม่ง่าย เนื่องจากโปรตีนรีคอมบิแนนท์มีขนาดใหญ่ ทำให้โอกาสกระตุ้นการสร้างภูมิได้สูง ทำได้ลำบากและต้องขึ้นอยู่กับการหาแอดจูแวนต์ ( Adjuvent)หรือสารเสริมฤทธิ์ภูมิคุ้มกัน &amp;nbsp;ที่จะส่ลงไปในวัคซีนด้วย อย่าง โนวาแวกซ์ ได้ทำการวิจัยแอดจูแวนต์มานาน จากการใช้สารซาโปนิน ที่ได้มาจากเปลือกไม้ต้นโมลิน่า ซึ่งทำการศึกษาเสร็จแล้วตั้งแต่ต้นปี แต่จนปัจจุบัน อย.ของสหรัฐอเมริกายังไม่รับรอง แต่หากมีการรับรองแล้วจะสามารถอนุมัติให้ใช้ได้ในกรณีฉุกเฉิน (EUA) จากนั้นองค์การอนามัยโลก จะรับรองทำให้เกิดการผลิตจำนวนมาก ขณะเดียววัคซีนอังกุยของจีน ต้องมีการฉีดถึง 3 เข็ม ซึ่งจะใช้ระยะเวลารอให้ภูมิคุ้มกันค่อนข้างนานถึง 6 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.ยง กล่าวถึง การศึกษาความปลอดภัยและภูมิต้านของวัคซีนซิโนแวคและแอสตร้าเซนเนก้า ที่นำมาปรับเป็นสูตรไขว้ โดยผลการติดตามในคนไข้ที่ฉีดสลับวัคซีน 70-80 คน พบว่าค่าไตเตอร์หรือภูมิคุ้มกันสูงเท่ากับฉีดแอสตร้าฯ 2 เข็ม และขณะเดียวกันแอนติบอดี้ก็เพิ่มขึ้นหลังฉีดห่างกันเพียง 3 สัปดาห์ ต่างจากแอสตร้าฯที่ต้องฉีดห่างจากเข็มแรกกัน 8-10 สัปดาห์ แต่ย้ำว่าการฉีดสลับต้องเริ่มต้นด้วยเชื้อตายถึงจะดี หากฉีดด้วยแอสตร้าฯเข็มแรกตามด้วยซิโนแวคค่าไตเตอร์จะขึ้นต่ำมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการกระตุ้นเข็ม3 ในบุคลากรทางการแพทย์ ศ. นพ.ยง กล่าวว่า จากข้อมูลผู้ที่ฉีดซิโนแวค 2 เข็ม บูสด้วยแอสตร้าฯ 1 เข็ม จำนวน 500 คน ในจำนวนนี้ 190 คนพบว่า แอนติบอดี้ขึ้นสูงมากกว่า 100 เท่า เมื่อเทียบกับซิโนแวค 2 เข็ม และค่าการตรวจภูมิคุ้มกัน หรือ The surrogate Virus Neutralization Test(sVNT) พบว่า sVNT ต่อสายพันธุ์ปกติ (Wild type) หรือต่อสายพันธุ์อัลฟ่า ก็จะมีภูมิขึ้น 100% ส่วน sVNT ต่อสายพันธุ์เดลตานั้นแอนติบอดี้ดีมากเกือบ 100% &amp;nbsp;แต่ภูมิจะลดลงมาในสายพันธุ์เบตา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot; ทั้งนี้ตามกาลเวลา แอนติบอดี้ย่อมลดลง ซึ่งสิ่งที่จะต้องหาคำตอบให้ได้ คือ คนที่ติดเชื้อธรรมชาติ ไม่เคยฉีดวัคซีน จะพบแอนติบอดี้ไม่สูง แต่หากคนที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วติดเชื้อ แอนติบอดี้จะต่างกัน 100 เท่า ซึ่งยังไม่ทราบคำตอบว่าเพราะเหตุใด ดังนั้นผู้ติดเชื้อ แต่ไม่เคยฉีดวัคซีนเลย ควรได้รับวัคซีนหรือไม่นั้น จากการศึกษากลุ่มคนไข้ที่ติดเชื้อแล้ว 120 คน แบ่งเป็นกลุ่มที่ติดเชื้อ 1 ปี และกลุ่มที่ติดเชื้อไม่ถึง 6 เดือน พบว่าเมื่อฉีดแอสตร้าฯที่เป็นไวรัสเวกเตอร์สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีกว่าซิโนแวคที่เป็นเชื้อตาย&amp;rdquo; ศ.นพ.ยง ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ. นพ.ยง กล่าวเพิ่มอีกว่า จากการศึกษาภูมิต้านทานการให้วัคซีนแต่ละชนิดในประเทศไทย พบว่า แอนติบอดี้ในไฟเซอร์และโมเดอร์นาชนิด mRNA สูงกว่าซิโนแวคเชื้อตายถึง 17 เท่า และแอสตร้าฯ ชนิดไวรัสเวกเตอร์สูงกว่าซิโนแวค 9 เท่า แต่ขณะเดียวกัน แอนติบอดี้ที่พบในซิโนฟาร์ม และจอห์นสันแอนด์จอห์นสันไม่สูงเท่า mRNA ดังนั้น &amp;nbsp;การเกิดภูมิคุ้มกันหมู่รวมถึงประชากรเด็ก โดยเด็กตั้งแต่ 3 ขวบขึ้นไป &amp;nbsp;จะต้องได้รับวัคซีนที่มีความปลอดภัยสูง แม้ว่าเด็กจะเป็นโควิด19 อาการจะไม่รุนแรง แต่ต้องไม่ให้เป็นพาหะในการแพร่เชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114498</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วัคซีน, ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า, ฉีดเข็ม 3, นพ.ยง ภู่วรวรรณ, ภูมิคุ้มกันหมู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210825/image_big_6125e99149268.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 12:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 12:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นนท์พร้อมประกาศฉีดแอสตร้าฯ ให้ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 15,000 คน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 กรกฎาคม 2564 ศูนย์ข้อมูล COVID-19 นนทบุรี แจ้งข้อมูลเรื่องการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าให้กับผู้สูงอายุ ระหว่างวันที่ 29-31 กรกฎาคมนี้ จำนวน 15,000 ราย รายละเอียดทั้งหมดมีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แจ้งนัดฉีดวัคซีน &amp;ldquo;ชวนคุณตา พาคุณยาย สบาย สบาย รับวัคซีน&amp;rdquo; วันที่ 29-31 กรกฎาคม 2564 นี้ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 สำหรับผู้สูงอายุ 60 ปี ขึ้นไป &amp;ldquo;AstraZeneca + AstraZeneca จำนวน 15,000 ราย&amp;rdquo; ตามนโยบายเร่งฉีดวัคซีนในผู้สูงอายุ สนามฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาล 4 สนามฉีด ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Chaengwattana Hall เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ วันที่ 29 ก.ค. 64
MCC Hall เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน วันที่ 29 ก.ค. 64
อาคารหอประชุมวัดไทรใหญ่วันที่ 29-30 ก.ค. 64
Westgate Hall เซ็นทรัล เวสต์เกต วันที่ 31 ก.ค. 64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สามารถตรวจสอบนัดหมายใน นนท์พร้อม &amp;nbsp;เพื่อตรวจสอบวันที่ สนามฉีด และเวลาฉีดได้แล้ว หรือ รอรับ sms แจ้งในวันที่ 28 กรกฎาคม กรุณามาตามเวลานัดหมายที่แจ้ง ไม่ต้องมาก่อนเวลา มีวัคซีนเพียงพอกับผู้ได้รับนัดหมายทุกคน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111397</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า, นนท์พร้อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_6100f12657d08.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2021 17:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2021 17:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศูนย์รับวัคซีนธรรมศาสตร์ เผยวัคซีนแอสตร้าฯ หมดสต็อก จะต้องหยุดฉีด 5 วัน 24-28 กรกฎาคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18&amp;nbsp; ก.ค. 2564 โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ โพสต์แจ้งข่าวผ่านเฟซบุ๊ค ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์รับวัคซีนธรรมศาสตร์ เราฉีดวัคซีนได้ต่อเนื่องเป็นวันที่สี่สิบ สามารถให้ภูมิคุ้มกันโดย Astra เพื่อให้ผู้คนมีโอกาสและมีความหวังที่จะมีชีวิตต่อสู้ต่อไปได้อีก 1,686คน รวมผู้คนที่ได้รับวัคซีนชนิดนี้จากเราไปแล้วกว่าเจ็ดหมื่นสองพันคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีคนรอคิวนัดจากเราเหลือค้างอยู่อีกห้าหมื่น และทยอยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อัตราการลงทะเบียนจองวัคซีนในแต่ละวันสูงขึ้นมาก เมื่ออัตราผู้ป่วยใหม่และอัตราการตายรายวันสูงขึ้นในสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา&amp;nbsp; เราจะให้ภูมิคุ้มกันที่นี่ได้ต่อถึงเพียงวันที่ 23 กรกฎาคม เท่านั้น และในวันที่ 24-28 กรกฎาคม รวมห้าวัน เราจำเป็นต้องประกาศหยุดการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะไม่มีใครมีวัคซีนส่งให้เราฉีดให้ประชาชนได้อีกแล้ว&amp;nbsp; หวังว่าวันหยุดยาวห้าวันที่เราไม่มีวัคซีนจะฉีดให้นี้ไวรัสคงจะหยุดพักผ่อนไม่ระบาดไปมากกว่านี้นะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การไม่มีความสามารถหาวัคซีนมาฉีดให้เพียงพอในภาวะที่มีคนตายจากโรคระบาดวันละร้อยกว่าศพ และคงจะเป็นสองร้อยศพในอีกไม่กี่วัน. กับมีคนป่วยใหม่ทะลุหลักหมื่นคนไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าหากไม่สรุปว่าเป็นความล้มเหลว ความไร้ประสิทธิภาพและการ &amp;ldquo;ไม่สามารถทำงานได้เลย&amp;rdquo; ของรัฐบาล&amp;nbsp; ที่เผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้มาปีเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเผชิญกับการระบาดร้ายแรงที่สมุทรสาครในเวปที่ 2 ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์แล้ว จะอธิบายเป็นอย่างอื่นกับศพผู้ป่วยโควิดที่ทับถมกันมากขึ้นในทุก ๆ วันได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราไม่ได้เรียกร้องให้รัฐบาลไปเจรจา ไปหาซื้อหรือไปสรรหาวัคซีนวิเศษชนิดใหม่ ๆ มาฉีดให้คนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ล้วนแต่อยู่ในความประหวั่นพรั่นพรึงหรอก แต่เราอยากให้รัฐบาลได้ใช้อำนาจและทำหน้าที่ของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน้าที่ของผู้ที่มีอำนาจในการอภิบาลรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจรจาตกลงให้บริษัทผู้ผลิตAstra Zeneca ซึ่งมีโรงงานผลิตอยู่ในดินแดนและภายใต้อธิปไตยของไทย จะกราบไหว้อ้อนวอนก่อนก็ได้ ขอเพียงให้ได้วัคซีนมาสักเดือนละหกล้านโดส จาก 15 ล้านโดสต่อเดือนที่บริษัทผลิตได้ ให้มาใช้กับคนไทยก่อน แล้วที่เหลือจะส่งออกไปที่ไหนก็แล้วแต่บริษัท และถ้าบริษัทไม่ยอม หรือบริษัทไม่เห็นว่าชีวิตคนไทยสำคัญไปกว่าสัญญาซื้อขายวัคซีนที่เขามีกับประเทศอื่น ๆ ก็ขอร้องให้รัฐบาลไทยใช้อำนาจตาม พระราชบัญญัติความมั่นคงทางวัคซีน พ.ศ. 2561 มาตรา 18(2) ที่กำหนดให้รัฐมนตรีสาธารณสุขโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติมีอำนาจ เมื่อมีเหตุฉุกเฉินหรือเหตุจำเป็นหรือเพื่อป้องกันการควบคุมหรือลดความรุนแรงของโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สามารถออกประกาศกำหนดสัดส่วนการส่งออกวัคซีนไปนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวโดยให้เหมาะสมกับสัดส่วนการใช้วัคซีนในประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่ออาทิตย์ที่แล้วคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติก็ได้เสนอให้ออกประกาศเช่นนี้มาแล้ว เหลือแต่เพียงรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีซึ่งได้ออกพระราชกฤษฎีกาโอนอำนาจของ รมว.สาธารณสุข มาเป็นอำนาจของ นรม.แล้วเมื่อ 28 เมษายน 2562 ที่จะกล้าตัดสินใจเพียงแค่ &amp;ldquo;ออกประกาศกำหนด&amp;rdquo; ให้บริษัทส่งออกวัคซีนไปได้เฉพาะส่วนที่เกิน 6 ล้านโดส จากที่บริษัทเคยบอกว่าจะมีกำลังการผลิตได้เดือนละ 15 ล้านโดส เพื่อให้เอามาใช้กับคนไทยก่อน ไมได้ทำอะไรรุนแรง ถึงขนาดห้ามส่งออกต่างประเทศทั้งหมดเหมือนที่รัฐบาลอินเดียเคยทำเมื่อสองสามเดือนก่อนด้วยซำ้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้ทำ เพื่อเห็นแก่ประชาชนที่ล้มตายลงไปในทุกๆวันเถิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรีได้ออกพระราชกฤษฎีกาโอนอำนาจรักษาการตาม พรบ.นี้และพรบ.อื่นอีกสามสิบกว่าฉบับจากรมต. ต่าง ๆ มาเกือบสามเดือนแล้ว ถึงจะยังไม่ได้ใช้อะไรสักฉบับก็ไม่เป็นไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้ใช้อำนาจเพียงแค่ในเรื่องนี้เรื่องเดียว โดยเห็นแก่ชีวิตของผู้คนที่กำลังล้มตายเป็นใบไม้ร่วงมากขึ้นทุกวัน ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นแก่ผู้เจ็บป่วยรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นวันละหมื่นกว่าคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นแก่บุคลากรในระบบสาธารณสุขที่บาดเจ็บล้มตายลงไปทุกวันกับสถานการณที่ไม่มีวันรบชนะโดยไม่มีวัคซีนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเพียงเอาวัคซีน Astra มาใช้ในประเทศผู้ผลิตเอง ในชาติของเราเอง เพื่อประชาชนของเราเอง สักไม่ถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนผลิตได้จะได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมเราจะต้องเกรงใจและทำไมเราจะต้องกลัวผลกระทบกระเทือนต่อฝรั่งเจ้าของบริษัทมากเหลือเกิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลัวมากจนยอมให้คนไทยล้มตายมากมายไปทุก ๆ วันโดยเราจะงอมืองอเท้าไม่ทำอะไรเลยหรอกหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#อนาคตจะต้องมีประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และจะต้องมีคนไทยอยู่ที่นี่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110214</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า, ศูนย์รับวัคซีนธรรมศาสตร์, หมดสต็อก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210718/image_big_60f40319c7590.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 13:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 11:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แอสตร้าเซนเนก้า&#039; เผยผลศึกษา &#039;วัคซีนหนึ่งโดส&#039; สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้อย่างน้อย 1 ปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1ก.ค.64- แอสตร้าเซนเนก้า เผยผลการวิเคราะห์ย่อยจากการทดลองใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า ในการศึกษากลุ่ม COV001 และ COV002 โดยมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด พบว่าสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ในระดับสูง ทั้งจากการเว้นระยะการฉีดวัคซีนโดสแรกและโดสที่สองเป็นระยะเวลากว่า 45 สัปดาห์ และการฉีดวัคซีนโดสที่สามเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดฉบับก่อนตีพิมพ์ในวารสาร เดอะ แลนเซต ระบุว่าการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าหนึ่งโดส มีผลทำให้ระดับแอนติบอดีในร่างกายเพิ่มสูงขึ้นเป็นระยะเวลาอย่างน้อยหนึ่งปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเว้นระยะในการฉีดวัคซีนวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าโดสแรกและโดสที่สองห่างกันนาน 45 สัปดาห์ มีผลกระตุ้นให้ระดับแอนติบอดีในร่างกายเพิ่มขึ้นถึง 18 เท่า เมื่อมีการอ่านค่าแอนติบอดี 28 วันภายหลังการฉีดวัคซีนโดสที่สอง พบว่าระดับแอนติบอดีจากการเว้นระยะระหว่างวัคซีนโดสแรกและโดสที่สองนาน 45 สัปดาห์ มีสูงกว่าระดับแอนติบอดีจากการเว้นระยะห่างระหว่างโดส 12 สัปดาห์ ถึง 4 เท่า บ่งชี้ว่าการเว้นระยะห่างระหว่างโดสที่นานขึ้นไม่ก่อให้เกิดผลเชิงลบ แต่ช่วยกระตุ้นระดับภูมิคุ้มกันให้สูงขึ้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า โดสที่สามห่างจากโดสที่สองเป็นระยะเวลา 6 เดือน สามารถกระตุ้นระดับแอนติบอดีให้เพิ่มขึ้นได้ 6 เท่า และส่งเสริมการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดทีเซลล์ในร่างกาย โดยยังพบว่าวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าโดสที่สาม มีศักยภาพสูงขึ้นในการป้องกันไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์อัลฟ่า (B.1.1.7 หรือสายพันธุ์เคนท์), สายพันธุ์เบต้า (B.1.351 หรือสายพันธุ์แอฟริกาใต้) และสายพันธุ์เดลต้า (B.1.617.2 หรือสายพันธุ์อินเดีย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าโดสที่สองซึ่งเว้นระยะห่างขึ้น และโดสที่สาม พบการเกิดอาการข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ต่ำกว่าการฉีดวัคซีนโดสแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาสตราจารย์ เซอร์ แอนดริว เจ พอลลาร์ด หัวหน้าฝ่ายสืบสวนและผู้อำนวยการกลุ่มวัคซีน (Oxford Vaccine Group) แห่งมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด กล่าวว่า ประเทศที่ยังมีวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในปริมาณน้อยและอาจกำลังกังวลต่อความล่าช้าในการจัดหาวัคซีนโดสที่สองสำหรับประชาชนในประเทศ จะมั่นใจและลดความกังวลได้ เพราะเราพบว่าแม้จะเว้นระยะห่างจากโดสแรกนานกว่า 10 เดือน วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าโดสที่สองก็สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เซอร์ เมเน แพนกาลอส รองประธานบริหารฝ่ายวิจัยและพัฒนาด้านยาชีวเภสัชภัณฑ์ (biopharmaceuticals) กล่าวว่า &amp;ldquo;การค้นพบว่าวัคซีนของเราสามารถกระตุ้นให้เกิดระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงและยาวนานมีความสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นในการป้องกันในระยะยาว โดยเรามุ่งมั่นที่จะเดินหน้าทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดและพันธมิตรทั่วโลกเพื่อประเมินผลจากการค้นพบครั้งนี้อย่างต่อเนื่อง การทดลองในกลุ่ม COV001 และ COV002 ในครั้งนี้ มีอาสาสมัครอายุ 18-55 ปี ซึ่งได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าแล้ว ทั้งที่ได้รับเพียงหนึ่งหรือสองโดส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า หรือชื่อ Vaxzevria ในสหภาพยุโรป (เดิมเรียก AZD1222) ถูกคิดค้นและพัฒนาร่วมกับโดยมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดและมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดและบริษัท วัคซีเทค ซึ่งก่อตั้งโดยมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด วัคซีนดังกล่าวพัฒนาโดยการนำส่วนของสารพันธุกรรมที่ใช้ในการถอดรหัสการสร้างหนามโปรตีนผิวเซลล์ของไวรัสโคโรนา SARS-CoV-2 ใส่ในโครงของอะดีโนไวรัสซึ่งก่อให้เกิดโรคไข้หวัดทั่วไปในลิงชิมแปนซีที่ถูกทำให้อ่อนแรงลงและไม่สามารถแบ่งตัวได้ โดยหลังจากฉีดวัคซีนเซลส์ในร่างกายมนุษย์จะตอบสนองโดยการสร้างโปรตีนที่มีลักษณะเดียวกันกับหนามโปรตีนผิวเซลล์ของไวรัสโคโรนา SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ในกรณีที่ได้รับเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายในภายหลัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า ได้รับการขึ้นทะเบียนให้ใช้ในภาวะฉุกเฉิน ในกว่า 80 ประเทศ ครอบคลุม 6 ทวีปทั่วโลก ตามเกณฑ์การให้วัคซีนสองโดสแรกห่างกัน 4-12 สัปดาห์สำหรับกลุ่มผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ทั้งนี้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้ากว่า 600 ล้านโดสได้ถูกส่งมอบให้แก่กว่า 170 ประเทศทั่วโลก รวมถึงกว่า 100 ประเทศผ่านกลไกการจัดซื้อและจัดสรรวัคซีนของโครงการโคแวกซ์ โดยในสหราชอาณาจักร โดยเป็นที่รู้จักกันในชื่อวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การศึกษากลุ่ม COV001 จากการวิจัยในระยะที่หนึ่งและสองในกลุ่มควบคุมแบบสุ่มแบบอำพรางฝ่ายเดียว เพื่อประเมินวัคซีน AZD1222 ในด้านความปลอดภัย ความสามารถในการสร้างภูมิคุ้มกัน และประสิทธิผล ซึ่งมีจำนวนอาสาสมัครจำนวน 1,077 รายจากศูนย์ทดลอง 5 แห่งในสหราชอาณาจักร โดยอยู่ในกลุ่มอายุ 18-55 ปี ที่มีสุขภาพแข็งแรง กลุ่มอาสาสมัครสุ่มได้รับวัคซีน AZD1222 จำนวนหนึ่งหรือสองโดส ซึ่งมีปริมาณอนุภาคไวรัสที่ 5x1010 หรือวัคซีนไข้กาฬหลังแอ่น MenACWY หนึ่งโดส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีการนำตัวอย่างเลือดของอาสาสมัครไปตรวจในช่วงเวลาต่างๆ ตั้งแต่วันแรก วันที่ 28 วันที่ 184 และวันที่ 364 เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยและการสร้างภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้อาสาสมัครซึ่งสมัครเข้าร่วมการทดลองระยะที่หนึ่งและอยู่ในกลุ่มที่ได้รับวัคซีนสองโดสได้รับการตรวจสอบในวันที่ 3 วันที่ 7 วันที่ 14 และวันที่ 28 หลังจากได้รับวัคซีนแต่ละโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การศึกษากลุ่ม COV002 จากการวิจัยในระยะที่สองและสามในกลุ่มควบคุมแบบสุ่มแบบอำพรางฝ่ายเดียวจากศูนย์วิจัยหลายแห่งเพื่อประเมินวัคซีน AZD1222 ในด้านความปลอดภัย ประสิทธิผลและความสามารถในการสร้างภูมิคุ้มกัน ซึ่งมีอาสาสมัครจำนวน 12,390 ราย ในสหราชอาณาจักรที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ประกอบด้วยผู้มีสุขภาพแข็งแรงและอาสาสมัครที่โรคประจำตัวซึ่งยังควบคุมอาการได้ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้มีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อไวรัส SARS-C0V-2 มากกว่าบุคคลทั่วไป กลุ่มอาสาสมัครสุ่มได้รับวัคซีน AZD1222 หนึ่งหรือสองโดส &amp;nbsp;จากการฉีดเข้ากล้ามเนื้อซึ่งมีปริมาณอนุภาคไวรัสเทียบเท่ากับครึ่งโดส (มีจำนวนอนุภาคไวรัสที่ ~2.5 x 10) หรือ เต็มโดส(มีจำนวนไวรัสที่ ~5 x 10&amp;nbsp;) เปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับวัคซีนไข้กาฬหลังแอ่น MenACWY&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีการนำตัวอย่างเลือดของอาสาสมัครไปตรวจในช่วงเวลาต่างๆ เป็นเวลา 1 ปีหลังการฉีดวัคซีนเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยและการสร้างภูมิคุ้มกัน อาสาสมัครที่แสดงอาการใกล้เคียงกับการติดเชื้อจะต้องตรวจยืนยันการติดเชื้อโควิด-19 ด้วยเทคนิค PCR นอกจากนั้นยังมีการเก็บเชื้อในโพรงจมูกไปตรวจสอบทุกอาทิตย์เพื่อตรวจการติดเชื้อและเก็บข้อมูลด้านประสิทธิผลของวัคซีน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108267</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า, ประสิทธิภาพวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d964f552f84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105412</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2021 12:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2021 12:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม.รังสิต แจ้งข่าววัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าไม่พอ คนที่จองคิว 8-12 มิ.ย.ได้ฉีดซิโนแวคแทน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มหาวิทยาลัยรังสิต ออกประกาศเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน แจ้งเปลี่ยนแปลงวัคซีนที่จะฉีดให้ประชาชนที่ลงทะเบียนเอาไว้ในวันที่ 8-12 มิถุนายน จากเดิมจะฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า &amp;nbsp;เป็น วัคซีนซิโนแวค เนื่องจากวัคซีนไม่เพียงพอ&amp;nbsp;
โดยทางมหาวิทยาลัยได้แจ้งว่า &amp;nbsp;เรียน ท่านผู้ลงทะเบียนเพื่อรับวัคซีนที่มหาวิทยาลัยรังสิตในช่วงวันที่ 7- 30 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มหาวิทยาลัยยืนยันให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการเป็นหน่วยบริการฉีดวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp;โดยไม่มีค่าใช้จ่ายให้แก่ท่านตามที่ได้นัดหมายไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงระบบกระจายวัคซีน ทำให้มีจำนวนไม่เพียงพอ มหาวิทยาลัยจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนการให้บริการฉีดวัคซีนใหม่ ให้สอดคล้องกับจำนวนวัคซีนที่ได้รับการจัดสรรมา โดย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ท่านที่จองคิววันที่ 7 มิถุนายน ท่านยังคงสามารถรับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าได้ตามเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ท่านที่จองคิวระหว่างวันที่ 8-12 มิถุนายน มหาวิทยาลัยจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนชนิดวัคซีนจากแอสตร้าเซนเนก้าเป็นซิโนแวค หากท่านสมัครใจรับวัคซีนซิโนแวค สามารถเข้ารับบริการได้ตามนัดหมายเดิมของท่าน แต่หากประสงค์จะรอรับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ขอให้รอต่อไปก่อน มหาวิทยาลัยจะจัดสรรคิวให้กับท่านโดยเร็วที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ท่านที่จองคิวระหว่างวันที่ 13-30 มิถุนายน โปรดรอการแจ้งยืนยันข้อมูลเพื่อนัดหมายในโอกาสต่อไป ขอให้ติดตามประกาศจากเว็บไซต์หรือแฟนเพจของมหาวิทยาลัยรังสิตโดยใกล้ชิด
ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ และเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105412</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า, ซิโนแวค, มหาวิทยาลัยรังสิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210606/image_big_60bc573012929.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105254</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 14:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 14:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล็อตแรก &#039;แอสตร้าเซนเนก้า&#039; ส่งมอบวัคซีน 1.8 ล้านโดส &#039;สธ.&#039; ยันไม่เลื่อนฉีด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.64 - &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค รับมอบวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า จากบริษัท แอสตร้าเซเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ในการรับมอบวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าในครั้งนี้เป็นไปตามแผน ภายในเดือนมิถุนายน และหลังจากนี้จะกระจายวัคซีนแอสตราเซเนกาไปทุกจังหวัดเพื่อฉีดให้กับพี่น้องประชาชน และเรายังมีวัคซีนอีกหนึ่งยี่ห้อร่วมไปด้วย เพราะประเทศไทยไม่ได้มีเพียงวัคซีนยี่ห้อเดียว เรามีความพร้อมที่จะรองรับสถานการณ์ให้ดีที่สุด ยืนยันว่า ไม่มีการเลื่อนฉีดวัคซีนแต่อย่างใดและจะฉีดต่อไปเพื่อให้ครอบคลุมประชาชนในประเทศให้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเจมส์ ทีก ประธานบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้ส่งมอบวัคซีน​แอสตร้าฯจำนวน 1.8 ล้านโดสแรก และหลังจากนี้จะทยอยส่งจนตามสัญญา ยืนยันว่าวัคซีนแต่ละลอตที่ได้ส่งมอบนั้นมีการตรวจคุณภาพอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า สัปดาห์นี้จะมีวัคซีนทั้งจาก แอสตร้าเซนเนก้า และ ซิโนแวค ไปถึงโรงพยาบาลต่างๆ มีการจัดส่งอีกหลายงวด ตลอดเดือนมิ.ย.ประมาณ 6 ล้านโดสไป ในการจัดสรรวัคซีน แล้วแต่จำนวนวัคซีนที่เข้ามาแต่ละรอบ แต่ละเดือน โดยให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน มีการพิจารณาความรุนแรงการระบาด พื้นที่การท่องเที่ยว การฟื้นฟู และจำนวนประชากร&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105254</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า, วัคซีนโควิด19, อนุทิน, อนุทิน ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60b9d957847fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
