<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2025 18:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ. เผยหญิงตั้งครรภ์ติดโควิดดับแล้ว 95 ราย ทารก 46 รายในรอบ 6 เดือน ฉีดวัคซีนแค่ 25% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;19&amp;nbsp;ต.ค.64 - ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสุขภาพและโฆษกกรมอนามัย แถลงข่าวการติดเชื้อโรคโควิด-19&amp;nbsp;ในหญิงตั้งครรภ์ในประเทศไทย ว่า กลุ่มหญิงตั้งครรภ์เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ในช่วง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมาเราพบว่าทั่วโลกหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อเพิ่มขึ้นประมาณ&amp;nbsp;50-60%&amp;nbsp;จากภาวะปกติ และการเสียชีวิตส่วนหนึ่งเกิดจากโควิด โดยหลายประเทศโควิดเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของหญิงตั้งครรภ์ในประเทศแทบยุโรป และสหรัฐอเมริกา ส่วนในประเทศไทยมีการเก็บข้อมูลย้อนหลัง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีตั้งแต่ ต.ค. 2563 -&amp;nbsp;ก.ย. 2564&amp;nbsp;ในช่วงที่มีการระบาดของโควิดในช่วงการระบาดครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;3 พบว่ามีหญิงตั้งครรภ์เสียชีวิตทั้งหมด&amp;nbsp;192&amp;nbsp;ราย เสียชีวิตจากโควิด-19&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;78&amp;nbsp;ราย ในช่วงเวลาเดียวกัน หรือคิดเป็นสัดส่วนการตายอันดับหนึ่งในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ถึง&amp;nbsp;38%&amp;nbsp;ของหญิงตั้งครรภ์&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นพ.เอกชัย กล่าวว่า การติดเชื้อ และการเสียชีวิตบ่อยขึ้นของหญิงตั้งครรภ์ เกิดขึ้นเมื่อ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือนที่ผ่านมา เม.ย.-ก.ย.&amp;nbsp;เราพบว่ามีหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อ&amp;nbsp;4,778&amp;nbsp;ราย มีทารกติดเชื้อ&amp;nbsp;226&amp;nbsp;ราย และในจำนวนนี้มารดาเสียชีวิต&amp;nbsp;95&amp;nbsp;ราย และทารกเสียชีวิต&amp;nbsp;46&amp;nbsp;ราย ซึ่งส่วนหญิงติดเชื้อมากที่สุดในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล และชายแดนภาคใต้ อย่างไรก็ตามนโยบายการฉีดวัควีนในสตรีมีครรภ์เพิ่งเกิดขึ้นในไทยเมื่อเดือนก.ค.&amp;nbsp;และเริ่มรณรงค์อย่างหนักในเดือนส.ค.&amp;nbsp;พบว่าหญิงตั้งครรภ์ ฉีดวัคซีนเข็มแรกเพียง&amp;nbsp;74,625&amp;nbsp;คน เข็มสอง&amp;nbsp;51,989&amp;nbsp;คน เข็มสาม&amp;nbsp;526&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นพ.เอกชัย กล่าวอีกว่า&amp;nbsp; ช่วงเดือนธ.ค.นี้จะมีหญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ ประมาณ 3&amp;nbsp;แสนคน ขณะนี้ฉีดได้เพียง 25%&amp;nbsp;โดยภาคตะวันออกฉีดได้สูง 40% แต่ภาพรวมยังน้อย โดยเฉพาะภาคอีสานฉีดได้เพียง&amp;nbsp;10-20%&amp;nbsp;สำหรับการสำรวจของอนามัยโพล โดยการสำรวจในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ว่ามีทัศคติอย่างไรต่อการฉีดวัคซีนโควิด จาก&amp;nbsp;1.5&amp;nbsp;พันคนพบว่า โดยหญิงตั้งครรภ์ที่ตอบแบบสอบถามกว่าครึ่งหนึ่งยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน โดยมี&amp;nbsp;60%&amp;nbsp;ตั้งใจจะฉีดวัคซีน ส่วนที่เหลือยังคงโลเลอยู่ เนื่องจากกังวลในเรื่องความปลอดภัย และประสิทธิภาพของวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ด้านนพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กล่าวถึงผลการฉีดวัคซีนโควิด19&amp;nbsp;ว่า ข้อมูลการฉีดวัคซีนในวันนี้ เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;914,527&amp;nbsp;โดส สะสม&amp;nbsp;66,592,321&amp;nbsp;โดส แบ่งเป็นเข็มแรก&amp;nbsp;38,137,096&amp;nbsp;ราย เข็มสอง&amp;nbsp;26,474,522&amp;nbsp;ราย และเข็มสาม&amp;nbsp;1,980,703&amp;nbsp;ราย ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญทีทำให้ตัวเลขเป้าหมายแต่ละเดือนหลังจากนี้จะประสบความสำเร็จเพราะว่า ตัวเลขของเป้าหมายปลายเดือนต.ค.ที่บอกว่าให้ถึง&amp;nbsp;50%&amp;nbsp;ของจำนวนประชากรเราบรรลุผลแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นพ.เฉวตสรร กล่าวอีกว่า ตัวเลขการติดเชื้อในกรุงเทพฯปริมณฑลลดลดอย่างต่อเนื่อง ส่วนต่างจังหวัดยังไม่ลดลงเท่าที่ควร แต่มีหลายจังหวัดก็มีการคงตัวในระดับสูง ส่วนชายแดนใต้ยังมีการติดเชื้อในระดับที่สูงอยู่ ถ้ามองภาพรวมประเทศ ถ้าเรายังคงมาตรการได้ดี การติดเชื้อรายใหม่คงจะลดลงตามแนวโน้ม อย่างไรก็ตามเราก็ยังคงเจอคลัสเตอร์ที่รายงานเข้ามาเรื่อยๆคืองานศพ ซึ่งคนที่ไปจะต้องยังเข็มงวดมาตรการป้องกัน&lt;/p&gt;
ipro191
lucia88
onelove168
sabai99
siam99
winner191
scr888th
123bet
168lambo
bombslot42
dubai1688
lava1688
lion168
omg777
pgzeed42
sora168
thaisiambet
atgame
dnabet
ezybet168
faw99
m4la
shark66
ufawallet
victoryclub
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120209</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนโควิด, หญิงตั้งครรภ์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616e8d78a0873.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116323</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 22:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 21:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เวียดนามเล็งเปิดเกาะในอ่าวไทยรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลเวียดนามเตรียมกระตุ้นการท่องเที่ยวหวังพลิกฟื้นเศรษฐกิจจากผลกระทบของโรคระบาดโควิด-19 ประกาศแผนจะเปิดเกาะฟูโกว๊กในอ่าวไทยรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกครั้งในเดือนหน้า โดยเตรียมฉีดวัคซีนให้ประชากรทุกคนและจะรับนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนแล้วเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นักท่องเที่ยวบนชายหาดของเกาะฟูโกว๊ก (Photo by Damian Gollnisch/picture alliance via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวียดนาม ซึ่งงดรับผู้เดินทางจากต่างแดนทั้งหมดเข้าประเทศ ยกเว้นพลเมืองเวียดนามที่เดินทางกลับและนักลงทุน เผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาโดยเฉพาะสายพันธุ์เดลตาในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ที่ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมในเวียดนามถึงขณะนี้มีมากกว่า 570,000 คน และเสียชีวิตแล้ว 14,400 คน นายกรัฐมนตรีฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์ เคยยอมรับในเดือนนี้ว่า เวียดนามกำลังต่อสู้กับการระบาดในระยะยาว จึงไม่อาจหวังพึ่งแค่การล็อกดาวน์และการกักกันโรคเพียงเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์รายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 10 กันยายน อ้างคำกล่าวของเหงียน วัน หุ่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า การระบาดของโควิด-19 ที่ยืดเยื้อส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของทางการเวียดนามเผยว่า จำนวนชาวต่างชาติที่เดินทางมาเวียดนามลดลงจาก 18 ล้านคนในปี 2562 ที่มีรายได้ด้านการท่องเที่ยว 31,000 ล้านดอลลาร์หรือเกือบ 12% ของจีดีพี เหลือเพียง 3.8 ล้านคนในปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามแผนที่รัฐบาลเวียดนามแถลง เกาะฟูโกว๊ก ซึ่งอยู่ในอ่าวไทยและห่างจากชายฝั่งของเวียดนามเพียง 10 กิโลเมตร จะเปิดรับนักท่องเที่ยวในระยะทดลองก่อนเป็นเวลา 6 เดือน โดยนักท่องเที่ยวที่จะมาเยือนต้องฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบแล้วและมีผลตรวจไวรัสเป็นลบ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาได้ด้วยเที่ยวบินเช่าเหมาลำหรือเที่ยวบินพาณิชย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการท่องเที่ยวกล่าวด้วยว่า เวียดนามจะฉีดวัคซีนให้ชาวเกาะฟูโกว๊กทุกคนก่อนเปิดเกาะ และเกาะเกาะนี้ยังไม่มีรายงานการติดเชื้อในชุมชน ทั้งยังมีสถานที่สำหรับรองรับการกักกันโควิด-19 และรักษาผู้ติดเชื้ออย่างเพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์เปรียบเทียบแผนของเวียดนามกับแผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยด้วย รวมถึงโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ โดยไทยกำหนดให้ประชากรในพื้นที่ต้องฉีดวัคซีนประมาณ 70%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศของเวียดนามเผยด้วยว่า นครโฮจิมินห์ที่เป็นศูนย์กลางการระบาด ได้ผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์บ้างแล้ว โดยอนุญาตให้ร้านอาหารเปิดบริการขายอาหารแบบนำกลับ และผู้ขนส่งสินค้าสามารถดำเนินการได้กว้างขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116323</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนโควิด, เกาะฟูโกว๊ก, เปิดเกาะรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ, เวียดนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210910/image_big_613b7241e6e7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116074</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชลฯพร้อมรับ นักท่องเที่ยว ต่างชาติ1ต.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผวจ.ชลบุรียันดีเดย์ 1 ต.ค.นี้ ชลบุรีพร้อมเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติท่องเที่ยวตามมาตรการ Pattaya sandbox และ chonburi move on ฉลุย หลังฉีดวัคซีนโควิดทั่วจังหวัดเกิน 70 เปอร์เซ็นต์ คาดธุรกิจท่องเที่ยวชลบุรีจะกลับมาฟื้นตัวโดยเร็ว ทำเศรษฐกิจดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 8 ก.ย.2564 นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผวจ.ชลบุรี กล่าวว่า หลังจากรัฐบาลกำหนดดีเดย์ 1 ต.ค.2564 ให้ จ.ชลบุรี เปิดรับนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรีได้ ทำให้ผู้ประกอบการต่างๆ พ่อค้าแม่ค้าต่างขานรับพร้อมยืนยันสามารถที่จะรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตามกำหนดเดิมเมื่อหลายเดือนก่อน หลังจากที่ จ.ภูเก็ตได้รับโอกาสจากรัฐบาลเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยว จ.ภูเก็ตนั้น ทาง จ.ชลบุรี โดยกลุ่มการท่องเที่ยวจ.ชลบุรี จึงได้มีการวางแผนที่จะรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวใน จ.ชลบุรี โดยมีการวางแผนมาตรการรูปแบบ ภายใต้ชื่อว่า Pattaya sandbox และ chonburi move on โดยเปิดใน 2 อำเภอ และ 1 เมือง คือ อ.บางละมุง และ อ.สัตหีบ กับเมืองพัทยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยรูปแบบคือ จะรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจากสนามบิน มากักตัวไว้ที่โรงแรม จำนวน 3 คืน 3 วัน มีการสวอบ ตรวจหาเชื้อโควิด-19 กับนักท่องเที่ยวต่างชาติทุกคน และรอผลโดยการให้นักท่องเที่ยวกักตัวอยู่ภายในโรงแรม ยังไม่ให้ออกจากโรงแรมนั้นๆ แต่สามารถเข้าไปใช้บริการทุกอย่างในโรงแรม เช่น สระว่ายน้ำ สปา ฟิตเนส หรือรับประทานอาหารในห้องอาหารได้อย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากครบ 3 วัน หากผู้ใดติดเชื้อโควิดต้องถูกส่งเข้าไปรักษาใน รพ. ส่วนผู้ที่ไม่ติดเชื้อสามารถเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวนอกสถานที่ได้ แต่ต้องไปด้วยรถโดยสารของโรงแรม และต้องไปตามเส้นทางที่กำหนด ลงท่องเที่ยวตามสถานที่ที่จัดไว้ เช่น สวนนงนุช สวนช้าง โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่สามารถออกนอกเส้นทาง ให้ท่องเที่ยวเฉพาะสถานที่จัดไว้ โดยสามารถเลือกว่าจะไปสถานที่ใดก็ได้ที่จัดไว้เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ วันที่ 1 ต.ค.2564&amp;nbsp; นี้ จะเริ่มดำเนินการเปิดรับนักท่องเที่ยวได้ตามรูปแบบ Pattaya sandbox และ chonburi move on ซึ่งภายใต้หลักเกณฑ์เดิมคือ กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้ใน 3 พื้นที่ เมืองพัทยา อ.บางละมุง อ.สัตหีบ ต้องฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบ 2 เข็ม คือ กว่า 70 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป และขณะนี้พบว่าประชาชนในพื้นที่นี้ได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 ของหมอพร้อมกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ และประชาชนประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ก็ไปลงทะเบียนหาวัคซีนจาก รพ.ต่างๆ หรือตามที่นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ใช้งบประมาณของเมืองพัทยาจัดซื้อวัคซีนซิโนฟาร์มจำนวนมากฉีดให้กับประชาชนในพื้นที่ รวมอีกเกือบ 10 เปอร์เซ็นต์ฉีดให้กับประชาชน ทำให้รวมแล้วเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ผ่านเกณฑ์ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดแต่ละวันจากเดิมวันละกว่า 1,500 คน ขณะนี้พบว่าติดเชื้อวันละประมาณกว่า 700 คน มาเกือบ 2 สัปดาห์ สถานการณ์โควิดจึงดูมีทีท่าลดลงต่อเนื่อง และลดน้อยถอยลงกว่าเดิม โดยเฉพาะจำนวนผู้เสียชีวิตต่อวันสูงสุดที่วันละ 20 ราย ขณะนี้พบว่าจำนวนวันละ 4-5 ราย ก็ดูมีท่าทีดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยบรรดาพ่อค้าแม่ค้า สถานประกอบการต่างรู้สึกคึกคัก เพราะกว่าหลายเดือนที่รัฐบาลสั่งปิดการท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี ทำให้หลายฝ่ายต่างรู้สึกอยากให้เปิดการท่องเที่ยวขึ้นมา เพื่อปากท้องจะได้ดีขึ้น และคาดว่าหากเปิดรับนักท่องเที่ยวแล้ว จะทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวฟื้นตัว ส่งผลให้เศรษฐกิจดีขึ้น ทำให้ประชาชนมีเงินทองเพื่อเลี้ยงปากท้องของตนเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116074</URL_LINK>
                <HASHTAG>chonburi move on, Pattaya sandbox, ฉีดวัคซีนโควิด, ฉีดวัคซีนโควิดเกิน 70 เปอร์เซ็นต์, ชลบุรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_6138a809cf734.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114020</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 21:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 21:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&#039; ประกาศนโยบายให้บริการฉีดวัคซีนโควิดในช่วงเดือน ส.ค.-ต.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.64 - ศ.นพ.นิธิ มหานนท์&amp;nbsp;เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ประกาศ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนโดยรวม ร่วมกับความปลอดภัยและประโยชน์ในการลดการแพร่เชื้อ การมีอาการหนัก และความเสี่ยงในการเสียชีวิตหากได้รับเชื้อ หลังได้รับวัคซีนของผู้รับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จึงขอประกาศนโยบายการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1)ให้บริการเฉพาะผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 มาแล้วเท่านั้น และไม่รับฉีดกระตุ้นภูมิคุ้มกันเว้นแต่อยู่ในโครงการศึกษาวิจัยที่ได้ผ่านคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2)ให้บริการฉีดวัคซีนตามคำแนะนำจากผู้ผลิตโดยไม่ฉีดข้ามชนิด นอกจากอยู่ในโครงการวิจัยที่ได้ผ่านการพิจารณาและรับรองแล้วจากคณะกรรมการจริยธรรมฯ หรือมีอาการแพ้อย่างรุนแรงจากวัคซีนเดิม หรือมีใบรับรองจากแพทย์ว่ามีความจำเป็นและข้อบ่งชี้ที่ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ไม่สามารถให้ผู้รับการฉีดเลือกชนิดวัคซีนเองได้ ซึ่งโดยในหลักการตามปริมาณวัคซีนที่ได้รับการจัดสรรจากส่วนกลางขณะนี้ วัคซีนจากบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าจะสงวนสิทธิ์ไว้สำหรับผู้สูงอายุและผู้ที่อาจมีความบกพร่องของภูมิคุ้มกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4)เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้รับวัคซีนเร็วขึ้นในช่วงที่มีการระบาดสูง ทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จะปรับการฉีดเข็มที่สองของวัคซีนซิโนแวค เป็น 2-3 สัปดาห์ และ 4-6 สัปดาห์ สำหรับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ทั้งนี้ เพื่อลดโอกาสเจ็บหนักหรือเสียชีวิตร่วมกับลดความจำเป็นในการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลกับผู้ที่ได้รับวัคซีนทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5)ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ให้บริการฉีดวัคซีนกับทุกสัญชาติเชื้อชาติที่มีที่อยู่ในประเทศไทย ด้วยการคำนึงถึงเหตุผลที่สำคัญในการลดการแพร่เชื้อ และลดโอกาสการติดเชื้อของผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้วที่มักได้รับเชื้อจากผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนมาเป็นส่วนใหญ่ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่คนส่วนใหญ่ในสังคมต้องได้วัคซีนโดยเร็ว ไม่ว่าจะสัญชาติใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน และโปรดติดตามนโยบายในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดจนกว่าจะมีข้อมูลจากบริษัทผู้ผลิตหรือจากบทความวารสารวิชาการสากลเป็นอย่างอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ นิธิ มหานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114020</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนโควิด, ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, ศ.นพ.นิธิ มหานนท์, โรงพยาบาลจุฬาภรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210528/image_big_60b0a699546e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2021 21:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้หมอหนูเป็นแพะ/เซ็นซื้อไฟเซอร์20ล้านโดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กำชับหน่วยฉีดวัคซีนโควิดเข้มงวดมาตรการเว้นระยะห่าง โชว์ยอดฉีดวัคซีนในไทยสูงเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ชง &amp;quot;ศบค.&amp;quot; เคาะจำกัดส่งออก &amp;quot;แอสตร้าเซนเนก้า&amp;quot; ไปต่างประเทศ หวังได้ 10 ล้านโดสฉีดให้คนไทยก่อน สัปดาห์หน้าคุยทุกบริษัทจัดหาวัคซีน mRNA สธ.เปิดไทม์ไลน์ดีลแอสตร้าฯ ตั้งแต่ ส.ค.63 ยันต้องเจรจากันรายเดือน กรมการแพทย์เริ่มฉีดวัคซีนสลับเข็ม 19 ก.ค.นี้ &amp;quot;สส.ภท.&amp;quot; ป้อง &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; เป็นแพะรับบาป แฉเจ้าของ รพ.เอกชนนั่งคุม กก.จัดหาวัคซีน ซัดผลประโยชน์ทับซ้อนตีวัคซีนรัฐให้คนรอโมเดอร์นา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เผยแพร่สถานการณ์ประจำวันถึงข้อมูลการฉีดวัคซีนวันที่ 17​ ก.ค.2564 ว่ามีจำนวน 307,134 โดส ทำให้มียอดฉีดวัคซีนสะสม 14,223,762 โดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า &amp;nbsp;จากกรณีที่มีรายงานภาพข่าวที่มีประชาชนจำนวนมากไปรอฉีดวัคซีน ณ จุดบริการฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลบางแห่ง และไม่มีการเว้นระยะห่าง และมีการชี้แจงของผู้ดูแลพื้นที่ในเวลาต่อมาว่าเกิดจากประชาชนมา ณ จุดบริการก่อนเวลานัดหมายนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้มีข้อห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงกำชับให้หน่วยให้บริการแต่ละหน่วยเพิ่มความระมัดระวังเรื่องของการจัดคิวและให้ข้อมูลเวลารับวัคซีนแก่ประชาชนที่ชัดเจน รวมถึงมีมาตรการจัดการในเรื่องการเว้นระยะห่างทางสังคมที่เข้มงวด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ข้อมูลการฉีดวัคซีนแก่ประชาชนไทยทั่วประเทศ ณ วันที่ 17 ก.ค.2564 &amp;nbsp;รวมอยู่ที่ 14.13 ล้านโดส ซึ่งจากข้อมูลที่รวบรวมโดยกระทรวงการอุดมศึกษาและวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พบว่าเป็นปริมาณการฉีดวัคซีนที่สูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศในภูมิภาคอาเซียน รองจากอินโดนีเซีย ที่มีการฉีดวัคซีนไปแล้ว 57.48 ล้านโดส ขณะที่ฟิลิปปินส์ฉีดวัคซีนแล้ว 14.07 ล้านโดส, มาเลเซีย 13.62 ล้านโดส, กัมพูชา 9.67 ล้านโดส เป็นลำดับที่ 3-5 ในอาเซียน ตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ได้สั่งการ นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เร่งจัดทำร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เรื่องการกำหนดสัดส่วนการส่งออกวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ภายนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว เสนอให้ ศบค.พิจารณาตัดสินใจ เพื่อเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมของประเทศไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.สาธารณสุขกล่าวอีกว่า ได้สั่งการให้ นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เชิญผู้แทนของบริษัทวัคซีนที่ได้ขึ้นทะเบียนวัคซีนในประเทศไทยทุกรายเข้าพบในสัปดาห์หน้า &amp;nbsp;เพื่อหารือถึงแนวทางที่ประเทศไทยจะได้รับวัคซีนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะวัคซีน mRNA ที่ประชาชนต้องการ ซึ่งขณะนี้ผู้แทนของโมเดอร์นาได้ตอบรับที่จะร่วมหารือกับผู้บริหาร สธ.แล้ว รวมทั้งได้มีการยื่นข้อเสนอไปที่บริษัทไฟเซอร์ประเทศไทย เพื่อสั่งซื้อวัคซีนเพิ่มขึ้นอีก 50 ล้านโดส ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมเพื่อหาแนวทางความร่วมมือกันเร็วๆ นี้
บี้แอสตร้าส่งไทย 10 ล้านโดส/เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจาก สธ.เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการฯ ได้ให้ความเห็นชอบหลักการที่จะมีการกำหนดสัดส่วนการส่งออกวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ภายนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ตามที่สถาบันวัคซีนแห่งชาติเสนอ และมอบให้สถาบันวัคซีนฯ กับกรมควบคุมโรคจัดทำร่างประกาศเพื่อเสนอให้คณะกรรมการฯ พิจารณา โดยให้คำนึงถึงผลกระทบ ผลประโยชน์ของประเทศไทย และประชาชนคนไทยเป็นสำคัญ ทั้งปัจจุบันและอนาคตควบคู่กันไป และให้ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติกับ อธิบดีกรมควบคุมโรคไปเจรจากับผู้ผลิตวัคซีนให้ได้จำนวนวัคซีนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ระบาดของโรคในประเทศก่อน ซึ่งประเด็นนี้นายอนุทินเคยแจ้งเป็นหนังสืออย่างเป็นทางการไปถึงแอสตร้าเซนเนก้าแล้วว่าประเทศไทยต้องการวัคซีนเดือนละ 10 ล้านโดส &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วย นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าวประเด็นการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดย นพ.โอภาสกล่าวว่า การจัดหาวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าของประเทศไทยภายหลังที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไปเมื่อวันที่ 20 ม.ค.64 ได้จัดส่งวัคซีนมาแล้วดังนี้ วันที่ 24 ก.พ. ล็อตแรก 117,300 โดส จนถึงวันที่ 16 ก.ค. อีก 505,700 โดส รวมกว่า 8,193,500 โดส จะเห็นว่าการส่ง เมื่อผลิตได้เสร็จรับรองคุณภาพเสร็จก็ทยอยส่ง &amp;nbsp;เป็นไปตามที่กระทรวงสาธารณสุขเคยกำหนดว่าการจัดส่งวัคซีนจะทยอยส่งให้กับพื้นที่ฉีดทั้งกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่างๆ เป็นรายสัปดาห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาสกล่าวชี้แจงเหตุการณ์ตั้งแต่ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อรายแรก ว่าเป็นนักท่องเที่ยวจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ในเดือน ม.ค.62 จากนั้นวันที่ 22 เม.ย.63 คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติเห็นชอบแผนบลูปรินต์ (blue print) เพื่อการเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 ของประชากรไทย 24 ส.ค.63 สธ.ลงนามสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากบริษัท แอสตร้าฯ ให้ผู้ผลิตในประเทศไทย 9 ต.ค.63 นายอนุทินออกประกาศเรื่องการจัดหาวัคซีนในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉิน 17 พ.ย.63 ครม.เห็นชอบโครงการจัดหาวัคซีนโดยการจองล่วงหน้า กับบริษัท แอสตร้าฯ 26 ล้านโดส &amp;nbsp;27 พ.ย.63 ที่ทำเนียบรัฐบาล ลงนามในสัญญา 3 ฝ่ายระหว่างบริษัท แอสตร้าฯ ประเทศไทย สถาบันวัคซีนแห่งชาติและกรมควบคุมโรค จากนั้นวันที่ 5 ม.ค.64 ครม.เห็นชอบให้สั่งซื้อเพิ่มอีก 35 ล้านโดส รวมเป็น 61 ล้านโดส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราดำเนินการเรื่องนี้มาปีกว่าแล้ว ตั้งแต่การระบาดในครั้งแรกๆ เมื่อเดือน เม.ย.63 โดยจะสังเกตได้ว่าตอนที่เราส่งสัญญาไปแล้วบริษัท แอสตร้าฯ จะลงนามในสัญญากลับมา จะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ซึ่งที่เราเจรจากันแล้วถือว่าข้อผูกพันนี้จะไม่เป็นทางการ แต่ส่วนที่เป็นทางการจะอยู่วันที่ 4 พ.ค. ที่กรมควบคุมโรค&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีจดหมายการเจรจาระหว่างแอสตร้ากับนายอนุทิน ที่มีการระบุตัวเลขการส่งวัคซีนที่ 3 ล้านโดสต่อเดือนนั้น นพ.โอภาสกล่าวว่า การประชุมไม่เป็นทางการเมื่อวันที่ 7 ก.ย.63 ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยในเดือน ก.ย.63 ตอนนั้นมีการสอบถามว่าความสามารถในการฉีดวัคซีนของไทยมีเท่าไหร่ ข้อมูลตอนนั้น คือฉีดได้ 3 ล้านโดส แต่ความเป็นจริง กรมควบคุมโรคไม่เคยบอกเป็นทางการ ว่าเราจะสามารถฉีดได้ 3 ล้านโดส เพราะจริงๆ เรามีการแจ้งเป็นทางการกับแอสตร้าฯ ว่าเรามีขีดความสามารถฉีดได้ถึง 10 ล้านโดส หากมีวัคซีนเพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นข้อมูลที่ว่าแอสตร้าฯ จะส่งให้เราได้เท่าไหร่ มี 2 ส่วน คือความต้องการของประเทศไทยและกำลังการผลิตของเขา ซึ่ง 2 ส่วนนี้ต้องเชื่อมต่อกันและเป็นการส่งวัคซีนจริง&amp;rdquo; นพ.โอภาสกล่าว
สส.ภท.แฉผลประโยชน์ทับซ้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ก่อนทำสัญญาทางบริษัทแอสตร้าฯ ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกวัคซีนหรือไม่ นพ.โอภาสกล่าวว่า ในชุดสัญญา 3 ฝ่ายจากบริษัท แอสตร้าฯ กรมควบคุมโรคและสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เป็นการจองล่วงหน้า จึงระบุไม่ได้ว่าเขาผลิตเท่าไหร่อย่างไร การผลิตและการส่งมอบจึงต้องเจรจาเป็นรายเดือน ส่วนการส่งออกไปต่างประเทศเท่าไหร่ ก็ไม่ได้แจ้งเราในสัดส่วนตอนทำสัญญา ก็ได้ทราบตัวเลขจากที่เขาระบุไว้หนังสือเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.64 แต่ไม่ได้ระบุในตอนทำสัญญาว่าจะส่งออกไปต่างประเทศเท่าไหร่ แต่ระบุว่าหากต้องส่งออกไปต่างประเทศ ขอให้ไทยสนับสนุน ไม่ขัดขวางการส่งออกโดยไม่สมควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามอีกว่า บริษัท แอสตร้าฯ ยังส่งให้เราทุกสัปดาห์ต่อจากนี้หรือไม่ นพ.โอภาสกล่าวว่า วัคซีนถูกส่งมาต่อเนื่อง บางสัปดาห์ส่งมา 2 ครั้ง ส่วนที่มีข่าวว่าจะขยายการจัดส่งถึงเดือน พ.ค.65 ข้อเท็จจริงคือ กำลังการผลิตของบริษัท แอสตร้าฯ โรงงานในไทย พยายามผลิตให้ได้ประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะนี้มีกำลังการผลิตจากที่เราคำนวณเองคือ 15 ล้านโดสต่อเดือน ฉะนั้นหากคิด 1 ใน 3 ก็จะส่งให้เราได้เดือนละ 5 ล้านโดสเป็นอย่างต่ำ ซึ่งก็ต้องมีการเจรจารายเดือนต่อไป ส่วนที่มีข่าวว่าจะขยาย พ.ค.65 ก็ต้องเจรจาต่อไป แต่แอสตร้าฯ ไม่เคยระบุกรณีนี้
ขณะเดียวกัน มีรายงานการประชุมหารือแนวทางการสื่อสารภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่สำนักงาน กสทช. ที่มี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ผอ.ศปก.ศบค.) เป็นประธาน&amp;nbsp;
โดย นพ.โอภาสได้รายงานถึงเรื่องวัคซีนไฟเซอร์ว่า ในวันที่ 19 ก.ค. จะเซ็นซื้อ 20 ล้านโดส ไม่ใช่ 40 ล้านโดส และจะมาไตรมาส 4 และจะขอซื้อเพิ่มอีก 50 ล้าน ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะได้หรือไม่ และจะมาเมื่อไหร่ อีกทั้งจะขอซื้อวัคซีนโนวาแวกซ์ด้วย ขณะที่วัคซีนไฟเซอร์ที่สหรัฐอเมริกาบริจาค 1.5 ล้านโดส จะมาถึงไทยในวันที่ 29 ก.ค.นี้ ยืนยันมีการเจรจาอย่างต่อเนื่อง แต่ข้อมูลการจัดซื้อวัคซีน มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมการแพทย์ประกาศเปลี่ยนแนวทางการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้แก่ผู้รับบริการที่ลงทะเบียนไว้กับหน่วยงานในสังกัดกรมการแพทย์ โดยผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 เป็นซิโนแวคไปแล้วเมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผู้รับบริการกลุ่มนี้จะได้รับวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 2 เป็นแอสตร้าเซนเนเก้า ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป โดยจะปฏิบัติตามแนวทาง สำหรับหน่วยบริการต่างๆ รวมทั้งมีการติดตาม ประเมินผลการให้วัคซีนแบบสลับชนิดอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงของสายพันธุ์ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และเพื่อให้การรับวัคซีนมีประสิทธิภาพป้องกันโรคโควิด-19 ได้สูงสุด และให้ประชาชนมีภูมิคุ้มกันหมู่ได้เร็วที่สุด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ แจงกรณีการจัดสรรวัคซีนของสภากาชาดไทยที่จัดซื้อวัคซีนโควิด-19 โมเดอร์นาจำนวน 1 ล้านโดส ว่าในเบื้องต้นต้องมุ่งเน้นกลุ่มผู้ เปราะบางและมีความเสี่ยงที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงวัคซีนเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง &amp;nbsp;&amp;ldquo;อนุทิน&amp;rdquo; กับการจัดหาวัคซีน แพะรับบาปของ ศบค. สรุปใจความว่า จำเป็นต้องออกมาพูดเพื่อปกป้องคนทำงานที่ชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข ประเด็นเรื่องการจัดหาวัคซีน เป็นคนที่ถูกกล่าวหาอย่างร้ายแรง โดยไม่สนใจข้อเท็จจริงสำคัญที่ว่า &amp;quot;อนุทิน ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการจัดหาวัคซีน&amp;quot; มาตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2564 ที่นายกรัฐมนตรีได้ออกคำสั่งที่ 5/2564 &amp;quot;เรื่องแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19)&amp;quot; มี อ.ปิยะสกลเป็นประธาน การกำหนดวัคซีนหลัก วัคซีนทางเลือก มาจาก กก.ที่ อ.ปิยะสกลเป็นประธาน มีเจ้าของ รพ.เอกชนเป็น กก.เบอร์ 9-16 เป็น เจ้าของ รพ.เอกชน อ.ปิยะสกลคืออดีต รมว.สธ. ที่มีอำนาจเหนือ รมว.สธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เจ้าของ รพ.เอกชนเป็นทั้งผู้กำหนดนโยบาย ผู้กำหนดแนวทางซื้อและขาย ซึ่งนี่มันผลประโยชน์ทับซ้อนเห็นๆ นี่คือ ศบค.ได้มองเห็นหรือไม่? และนี่คือเหตุที่มีการใช้สื่อตีวัคซีนของรัฐบาล ให้คนรอโมเดอร์นาที่ รพ.เอกชนซื้อผ่าน อภ.มาทำธุรกิจ?&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภชัยระบุว่า ศบค.ก็ต้องออกมาบอกประชาชนว่าความจริงเป็นเช่นไร ไม่ใช่ปล่อยให้อนุทินเป็นแพะรับบาป จนถึงวันนี้ คน สธ.ก็พร้อมรับปฏิบัติ ทั้งๆ ที่ไม่อยากทำ เพราะนี่คือการเอาเปรียบรัฐ เอาเปรียบประชาชน หากินกับประชาชนที่กำลังเดือดร้อนและเสียขวัญ อนุทินวันนี้กลืนเลือด ไม่ท้อ ไม่ถอย ถ้าจำกันได้ตอนคำสั่งฉบับนี้ออกมา มีคนสะใจมากที่ รมว.สธ.โดนยึดอำนาจ แต่คนกลุ่มนี้เองที่บิดเบือนความจริงกล่าวหา รมว.สาธารณสุขว่าล้มเหลวการจัดหาวัคซีนและสร้างความเข้าใจผิดในหมู่ประชาชน จิตใจพวกคุณทำด้วยอะไรถึงกระทำการอันเลวร้ายเช่นนี้? แทนที่เราจะร่วมกันช่วยกันฟันฝ่าวิกฤตินี้ไปด้วยกัน เพื่อประเทศของเรา แต่กลับมีคนแบบนี้อยู่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110241</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนโควิด, น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล, นายอนุทิน ชาญวีรกูล, รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d1ad6650b7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110102</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคาะ‘วัคซีน’สลับชนิด ประเดิมแล้ว‘SV+AZ’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เริ่มแล้วฉีดวัคซีนโควิดสลับชนิด ปลัด สธ.ลงนามประกาศด่วน ถึงศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข ถึงนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด ฉีดวัคซีน Sinovac เข็มที่ 1 AstraZeneca เป็นเข็มที่ 2 ให้ประชาชนทั่วไป เมืองนนท์คึกคักเริ่มสูตรใหม่ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2564 นพ.เกียรติภูมิ&amp;nbsp; วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ลงนามในประกาศ ด่วนที่สุด ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข ถึงนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด&amp;nbsp; ระบุถึงหลักเกณฑ์การฉีดวัคซีนสลับชนิดกันสำหรับประชาชน และการฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า โดยมีรายละเอียดดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด พบการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์กลายพันธุ์ เช่น สายพันธุ์เดลตา เพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก มีการศึกษาโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งประเทศไทย&amp;nbsp; (ไบโอเทค) พบว่าการฉีดวัคซีน Sinovac เป็นเข็มที่&amp;nbsp; 1 และฉีควัคซีน AstraZeneca เป็นเข็มที่ 2&amp;nbsp; สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสให้อยู่ในระดับที่สูงได้เร็วมากขึ้น โดยสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีใกล้เคียงกับ&amp;nbsp; AstraZeneca 2 เข็ม ซึ่งคาดว่าจะมีผลดีต่อการป้องกันไวรัสสายพันธุ์เดลตา และไม่พบอาการข้างเคียงรุนแรงภายหลังได้รับวัคชีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีดังกล่าว การประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ&amp;nbsp; พ.ศ.2558 ครั้งที่ 7/2564 เมื่อวันที่ 16 ก.ค.2564&amp;nbsp; และการประชุมคณะกรรมการอำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อโควิด (ปค.ส5) ครั้งที่ 10/2564 เมื่อวันที่ 15 ก.ค. มีมติเห็นชอบการฉีดวัดซีนโควิดสลับชนิด โดยฉีดวัคซีน&amp;nbsp; Sinovac เป็นเข็มที่ 1 และตามด้วยวัดซีน&amp;nbsp; AstraZeneca เป็นเข็มที่ 2 และการฉีดวัคซีนโควิดกระตุ้นภูมิคุ้มกันสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า แล้วนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข จึงขอแจ้งแนวทางการฉีดวัคซีนโควิดสลับชนิดสำหรับประชาชน และการฉีดวัคซีนโควิดเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.การฉีดวัคซีนโควิดสลับชนิดสำหรับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.1) ให้ฉีดวัคซีนโควิด เข็มที่ 1 ด้วยวัคซีนโคโรนาแวค (Coronavac) ของบริษัท Sinovac&amp;nbsp; Biotech จำกัด และเข็มที่ 2 เป็นวัคชีน&amp;nbsp; AstraZeneca ของบริษัท AstraZeneca&amp;nbsp; จำกัด โดยมีระยะห่างระหว่างเข็ม 3-5 สัปดาห์ หากเกินกว่าระยะห่างที่กำหนด ขอให้ฉีดวัคซีนโดยเร็วเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์เดลตา โดยจะสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสให้อยู่ในระดับที่สูงใกล้เคียงกับผู้ที่ได้รับวัคซีน AstraZeneca 2 เข็ม แต่ใช้ระยะเวลาสั้นกว่า เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและควบคุมโรคโควิดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อสถานการณ์ของโรค ในระยะที่มีวัคซีนจำนวนจำกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.2) ในกรณีผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 เป็น&amp;nbsp; AstaZeneca กำหนดให้รับวัคซีนเข็มที่ 2 เป็นวัคซีน AstraZeneca เช่นเดิม โดยมีระยะห่างระหว่างเข็ม 12 สัปดาห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.การฉีดวัคซีนโควิดกระตุ้นภูมิคุ้มกัน สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.1) กำหนดให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโควิด เช่น บุคลากรที่ปฏิบัติงานแผนกผู้ป่วยโควิด แผนกผู้ป่วยนอก คลินิกทางเดินหายใจ&amp;nbsp; ห้องฉุกเฉินแผนกผู้ป่วยวิกฤติ โรงพยาบาลสนาม เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สอบสวนโรค เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในสถานที่กักกัน และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานใน&amp;nbsp; Hospitel ที่ได้รับวัคซีนโคโรนาแวค (Coronavac) ของบริษัท Sinovac&amp;nbsp; Biotech จำกัด ครบ 2 เข็มแล้ว จะได้รับการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน โดยการรับวัคซีน AstraZeneca หรือวัคซีนชนิด messenger Ribonucleic Acid&amp;nbsp; (mRNA) จำนวน 1 เข็ม โดยมีระยะห่างระหว่างเข็มที่&amp;nbsp; 2 และเข็มกระตุ้นอย่างน้อย 4 สัปดาห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากเกินกว่าระยะห่างที่กำหนด ขอให้ฉีดวัคซีนโดยเร็วเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสให้อยู่ในระดับที่สูงอย่างต่อเนื่อง ส่วนผู้ที่ได้รับวัคซีน AstraZeneca&amp;nbsp; ครบ 2 เข็มนั้น เนื่องจากภูมิคุ้มกันยังอยู่ในระดับที่สูงเพียงพอ จึงยังไม่ต้องฉีดเข็มกระตุ้นในระยะนี้ ทั้งนี้ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขอื่นๆ จะได้รับการจัดสรรวัคซีนเข็มกระตุ้นในระยะถัดไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.2) ขอให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำรวจรายชื่อบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขด่านหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโควิด พร้อมทั้งเสนอรายชื่อดังกล่าวต่อคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด เพื่อพิจารณาตรวจสอบ ยืนยันสถานะของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขแต่ละคน และส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp; (MOPH IC White Ist) เพื่อฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกัน สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าที่ได้รับวัคซีนโคโรนาแวค (Coronavac) ของบริษัท Sinovac Biotech จำกัด ครบ 2 เข็มแล้ว&amp;nbsp; และมีความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อโควิดจากการปฏิบัติงานประจำในการดูแลผู้ป่วย เพื่อธำรงไว้ซึ่งระบบบริการสาธารณสุขของประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่ง หากมีข้อสอบถามเพิ่มเติมสามารถติตต่อได้ที่&amp;nbsp; นางปียดา อังศุวัชรากร ตำแหน่งแพทย์ปฏิบัติการ และ&amp;nbsp; น.ส.นพรัตน์ วิหารทอง ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ โทร.02-590-3196 ในประเด็นแนวทางการให้วัคซีนโควิด นายชัตติย อุตม์อ่าง ตำแหน่งเภสัชกรชำนาญการ และ น.ส.ปิยะนาถ เชื้อนาค ตำแหน่งเภสัชกรปฏิบัติการ โทร.02-590-3222 ในประเด็นการบริหารจัดการวัคชีนโควิด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้างเดอะมอลล์ สาขางามวงศ์วาน อ.เมืองนนทบุรี&amp;nbsp; สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรีได้ฉีดวัคซีนให้ประชาชนที่ลงทะเบียนและนัดหมายผ่าน &amp;quot;นนท์พร้อม&amp;quot; จำนวน 9,000 คน โดยแบ่งเป็นรอบเช้าเข็ม 2 จำนวน&amp;nbsp; 4,000 คน และรอบบ่ายเข็มแรก จำนวน 5,000 คน&amp;nbsp; โดย นพ.สฤษดิ์เดช เจริญไชย รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี ได้มาคอยดูแลความเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า วันนี้เป็นการฉีดตามสูตรใหม่&amp;nbsp; SV+AZ วันแรกจะมีคนจะได้ฉีด AZ เป็นเข็ม 2 เกือบ 4,000 คน มีการนัดหมายเป็นรอบๆ ช่วงบ่ายเริ่มบ่ายโมงนัดเข็ม 1 เป็น SV อีกประมาณ 5,000 คน&amp;nbsp; ประชาชนมาก่อนนัดตั้งแต่เช้า&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าดูตามกระแสในโซเชียลการปรับสูตรก็มีคนไม่ต้องการเยอะ เพราะไม่อยากรับสูตรนี้หรือยังไม่มั่นใจ แต่เมื่อมาดูวันนี้ก็ทำให้เห็นว่าคนต้องการสูตรใหม่ที่ต้านทานเชื้อ&amp;nbsp; delta ได้ดี ก็คือซิโนแวคเข็มหนึ่งและแอสตร้าเซนเนก้าเข็มสอง และอีก 3-4 สัปดาห์ก็จะฉีดแอสตร้าเซนเนก้าให้เป็นเข็มที่ 2 ส่วนคนที่มารอจนแน่นลานจอดรถนั้น คนไม่มาตามเวลานัดหมายอาจจะมีการปรับแผนบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คนที่ได้ฉีดแอสตร้าเซนเนก้าเข็ม 1 เข็ม 2 ก็จะฉีดแอสตร้าเซนเนก้า ส่วนคนที่ได้เข็มที่ 1 ซิโนแวค เข็มที่ 2 จะเป็นแอสตร้าเซนเนก้าแน่นอน ยกเว้นคนที่ไม่ต้องฉีดหรือมีประเด็นเกี่ยวกับโรคประจำตัวที่มีข้อห้าม ซึ่งการปรับสูตรก็เป็นไปตามที่กระทรวงสาธารณสุขและผู้เชี่ยวชาญยืนยันในการต่อสู้กับเชื้อ delta ซึ่งสามารถป้องกันได้ดีพอๆ กับฉีดแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็ม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110102</URL_LINK>
                <HASHTAG>AstraZeneca, COVID-19, Sinovac, ฉีดวัคซีน, ฉีดวัคซีนโควิด, ฉีดวัคซีนโควิดสลับชนิด, ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e2ebb70f0fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2021 13:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2021 13:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนบันเทิงเดินหน้าฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลุ่มบริษัท&amp;nbsp; จีเอ็มเอ็ม &amp;nbsp;แกรมมี่ จำกัด (มหาชน)&amp;nbsp; ได้รับการจัดสรรวัคซีนทางเลือก ซิโนฟาร์ม จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&amp;nbsp; เพื่อดำเนินการฉีดให้แก่ &amp;nbsp;ศิลปิน&amp;nbsp; นักร้อง&amp;nbsp; นักแสดง&amp;nbsp; ผู้กำกับ นักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์ ฯลฯ&amp;nbsp; ณ โรงพยาบาลปิยะเวท&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งในโรงพยาบาลที่ขึ้นทะเบียนเป็นสถานพยาบาลให้บริการฉีดวัคซีนกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับวันนี้มีศิลปินที่เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด19 &amp;nbsp;มากมาย&amp;nbsp; อาทิ ปนัดดา &amp;nbsp;เรืองวุฒิ, &amp;nbsp;แอร์&amp;nbsp; &amp;nbsp;The Mousses,&amp;nbsp; คชา&amp;nbsp; นนทนันท์, มิว Meyou, โอปอ&amp;nbsp; ประพุทธ์, &amp;nbsp;วง I Hate Monday&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นต้น &amp;nbsp;โดยทุกคนได้ปฏิบัติตามขั้นตอน&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว้นระยะห่างตามกำหนด&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเมื่อฉีดวัคซีนเรียบร้อยแล้วใช้เวลาสังเกตอาการประมาณ 30 นาที&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อไม่พบอาการผิดปกติจึงเดินทางกลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปนัดดา&amp;nbsp; เรืองวุฒิ&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;ldquo; วันนี้มาฉีดวัคซีนเข็มแรก&amp;nbsp;&amp;nbsp; รู้สึกตื่นเต้นเหมือนกันค่ะ &amp;nbsp;เพราะทราบว่าหลังฉีดบางคนจะมีอาการปวดแขน&amp;nbsp; มีไข้&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราก็ต้องสังเกตอาการตัวเอง&amp;nbsp; ส่วนตัวตอนนี้ก็ยังไม่มีอาการอะไร&amp;nbsp; ปกติดีทุกอย่างค่ะ หลังจากนี้คุณหมอแนะนำให้เราดูแลร่างกาย ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ ประมาณ 24 ชั่วโมงค่ะ&amp;nbsp; อยากจะฝากถึงทุกคนด้วยนะคะเรื่องของการฉีดวัคซีน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็เหมือนกับการที่เราเดินออกแดดแล้วไม่ใส่เสื้อผ้า&amp;nbsp; เราก็จะโดนแดดเผา&amp;nbsp; แต่การที่เราฉีดวัคซีนแล้ว&amp;nbsp; อย่างน้อยเราก็มีอะไรที่ช่วยป้องกันให้มีความปลอดภัยมากขึ้น เพราะฉะนั้นอยากจะให้มาฉีดวัคซีนกันนะคะ &amp;nbsp;แต่ถึงแม้จะได้รับวัคซีนแล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp;เรายังคงต้องดูแลตัวเองให้ดีเหมือนเดิม &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รักษาระยะห่าง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หมั่นล้างมือ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำความสะอาดอุปกรณ์ต่างๆที่เราใช้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัคซีนช่วยป้องกันก็จริง แต่เราก็ยังมีโอกาสติดโควิดได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะฉะนั้นฉีดวัคซีนแล้ว อย่าลืมดูแลตัวเองกันด้วยนะคะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน แอร์ &amp;nbsp;The Mousses &amp;nbsp;เปิดเผยว่า &amp;ldquo; ผมเองไม่ได้กังวลเรื่องฉีดวัคซีน&amp;nbsp; แต่กังวลว่าจะติดเชื้อโควิด19 &amp;nbsp;มากกว่าครับ&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับเพื่อนๆที่มาฉีด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แนะนำว่าให้งดออกกำลังกายหนักสัก 2 วัน&amp;nbsp; แล้วก็พักผ่อนเยอะๆ กินน้ำเยอะๆ กินอาหารที่มีประโยชน์สำหรับคนที่ฉีดแล้วหรือยังไม่ได้ฉีด อย่าลืมใส่หน้ากากป้องกันและ หมั่นฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์เป็นประจำนะครับ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะแม้ว่าฉีดวัคซีนแล้ว&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็อย่าลืมดูแลตัวเองให้ดี เพราะยังมีโอกาสติดเชื้อได้ครับ &amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109039</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนโควิด, ซิโนฟาร์ม, ปนัดดา  เรืองวุฒิ, ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, แอร์  The Mousses</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210708/image_big_60e69380432ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
