<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งฉีดวัคซีน13จว.แดงเข้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉีดวัคซีนโควิดทะลุ 25 ล้านโดส กรมควบคุมโรคลงนามจัดซื้อไฟเซอร์อีก 10 ล้านโดส รวม 30 ล้านโดส คาดทยอยส่งไตรมาส 4 แอสตร้าฯ 1.5 แสนโดนจากภูฏานถึงไทยแล้ว แจงบุคลากรฉีดไฟเซอร์เข็ม 4 ต้องไปปฏิบัติงานที่แคนาดา เผยสถิติผู้เสียชีวิตจากโควิด 0.6% &amp;nbsp;เป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม ส่วน 63% ไม่ได้รับวัคซีน เร่งฉีดผู้สูงอายุ-กลุ่มเสี่ยง 70% ทุกพื้นที่ลดการตาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า ข้อมูลการฉีดวัคซีนวันที่ 19 ส.ค. มีการฉีดเพิ่ม 651,606 โดส ทำให้มียอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ &amp;nbsp;28 ก.พ. 25,818,666 โดส ทั้งนี้ มีรายงานจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ศึกษาผู้ได้รับวัคซีน &amp;nbsp;125 ราย พบว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม มีระดับภูมิคุ้มกัน &amp;nbsp;24.31 ผู้ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็ม มีระดับภูมิคุ้มกัน &amp;nbsp;76.52 ผู้ได้รับวัคซีนซิโนแวคเข็มหนึ่งและแอสตร้าเซนเนก้าเข็มที่สอง &amp;nbsp;78.65 ผู้ได้รับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม และแอสตร้าเซนเนก้าเป็นเข็มบูสเตอร์ ส่วนใหญ่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ มีระดับภูมิคุ้มกัน 271.17&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข และนายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นสักขีพยานการลงนามในสัญญาการจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ชนิด &amp;nbsp;mRNA ของไฟเซอร์ ระหว่างนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ &amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรค กับ Ms.Deborah Seifert ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไฟเซอร์ ประเทศไทยและอินโดไชนา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า ตามที่รัฐบาลไทยมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขจัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เพื่อฉีดให้ประชากรที่อยู่ในประเทศไทยตามความสมัครใจ ในวันนี้กรมควบคุมโรคและบริษัท ไฟเซอร์ ประเทศไทย ได้ร่วมลงนามในสัญญาการจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 &amp;nbsp;ชนิด mRNA ของไฟเซอร์ เป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นที่มีร่วมกันในความพยายามลดการติดเชื้อโรคโควิด-19 ในประเทศ โดยจัดซื้อวัคซีนไฟเซอร์เพิ่มเติมจำนวน 10 ล้านโดส จากที่ได้ลงนามจัดซื้อจำนวน 20 &amp;nbsp;ล้านโดสไปแล้วเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2564 รวมวัคซีนไฟเซอร์ที่จะเข้ามาในประเทศไทยมีจำนวน 30 ล้านโดส ทยอยจัดส่งได้ในช่วงไตรมาสที่ &amp;nbsp;4 ปีนี้เป็นต้นไป เพื่อเสริมแผนกระจายวัคซีนของประเทศ ซึ่งจะทำให้มีวัคซีนฉีดให้ประชากรในประเทศไทย 100 ล้านโดสภายในปี 2564 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมขอขอบคุณ Ms.Deborah Seifert และผู้เกี่ยวข้องที่ได้ช่วยให้การจัดหาวัคซีนครั้งนี้สำเร็จด้วยความเรียบร้อย รัฐบาลไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือในการจัดหาวัคซีนเช่นนี้ต่อไป&amp;rdquo; &amp;nbsp;อนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อช่วงค่ำวันพฤหัสบดี ที่สถาบันวัคซีนแห่งชาติ มีการจัดการประชุมคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ครั้งที่ 4/2564 โดยมีนายอนุทิน &amp;nbsp;ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุม และนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข เป็นรองประธาน โดย นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เปิดเผยว่า ที่ประชุมวันนี้เห็นชอบใน (ร่าง) &amp;nbsp;นโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2566-2570 พร้อมแผนงานโครงการและกรอบวงเงินงบประมาณ และจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป ซึ่ง (ร่าง) นโยบายฯ ฉบับนี้เป็นฉบับที่สำคัญและจะทำให้เกิดความมั่นคงด้านวัคซีน รวมทั้งเป็นกรอบการดำเนินงานในระยะยาวทั้งยังเป็นแผนการทำงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งการวิจัย พัฒนา การประกัน การผลิต การควบคุมคุณภาพ การบริหารจัดการและการจัดหาวัคซีน รวมทั้งการกระจายวัคซีน ให้กรอบการทำงานมีความครอบคลุมในด้านการทำงานของวัคซีนทั้งระบบ&amp;nbsp;
ตาย 63% ไม่ได้รับวัคซีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. เปิดเผยว่า ตามที่ ศบค. เห็นชอบหลักการแลกวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลภูฏาน จำนวน 1.5 แสนโดส และจะส่งคืนให้ภูฏานในปลายปี 2564 โดยวันนี้เวลา 12.40 น. วัคซีนล็อตดังกล่าวมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทยแล้ว กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะดำเนินการตรวจสอบคุณภาพวัคซีน คาดว่าจะใช้เวลา 2-3 วัน และจะกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ เพื่อฉีดให้ประชากรกลุ่ม 608 ได้แก่ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค และหญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไปภายในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อลดการป่วยหนักและเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงถึงประเด็นวัคซีนโควิด-19 ว่า เมื่อวันที่ 19 ส.ค.64 ประเทศไทยมีการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น 651,606 โดส แยกเป็นเข็มที่ 1 จำนวน 442,435 ราย &amp;nbsp;เข็มที่ 2 จำนวน 201,318 ราย และเข็มที่ 3 จำนวน 7,853 ราย &amp;nbsp;ฉีดสะสมแล้ว 25,818,666 โดส เป็นเข็มที่ &amp;nbsp;1 จำนวน 19.586,666 ราย เ ข็มที่ 2 จำนวน 5,705,200 ราย และเข็มที่ 3 จำนวน &amp;nbsp;527,457 ราย มีผู้ที่ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็มแล้ว คิดเป็น 27.2% ครบ 2 เข็ม 7.9 &amp;nbsp;% ผลการให้บริการแต่ละเดือนเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด ตั้งแต่ช่วง มี.ค.-พ.ค. 4 ล้านโดส, มิ.ย. 6 ล้านโดส, ก.ค.8 ล้านโดส และ ส.ค.ถึงวันที่ 19 &amp;nbsp;ส.ค. 7.8 ล้านโดส คาดว่าถึงสิ้นเดือน ส.ค.อย่างน้อย 10 ล้านโดส โดยเป็นวัคซีนซิโนแวค 12,099,070 โดส แอสตร้าเซนเนก้า 10,897,029 โดส ซิโนฟาร์ม 2,339,330 โดส และไฟเซอร์ &amp;nbsp;483,237 โดส รวม 25.8 ล้านโดส &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.โสภณกล่าวอีกว่า &amp;nbsp;การฉีดวัคซีนของคนไทยเพิ่มขึ้นตามลำดับ &amp;nbsp;ในเดือน ส.ค.ฉีดไปแล้ว 7.8 ล้านโดส คาดว่าจะฉีดได้ถึง 10 ล้านโดส สำหรับกลุ่มที่ต้องได้รับการฉีดวัคซีนโดยเร็ว ได้แก่ บุคลากรการแพทย์ฉีดครบ 100% เจ้าหน้าที่ด่านหน้าฉีดแล้ว 53.1% อสม. 59.5% &amp;nbsp;ส่วนกลุ่มที่มีความเสี่ยงป่วยหนักและเสียชีวิตได้แก่ ผู้สูงอายุและ 7 โรคเรื้อรังที่มี 16 ล้านคน ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว 30% ส่วนกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ยังฉีดได้น้อย จึงเชิญชวนให้ไปฉีดวัคซีนเพื่อลดการเสียชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ข้อมูลการฉีดวัคซีนใน กทม.ตั้งแต่เดือน ก.ค.เป็นต้นมา เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันครอบคลุมแล้ว 94% มีผลให้จำนวนผู้เสียชีวิตใน &amp;nbsp;กทม.ลดลง ดังนั้นจึงเร่งฉีดวัคซีนให้ผู้สูงอายุในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด &amp;nbsp;13 จังหวัดให้ได้อย่างน้อย 70% ซึ่งเหลืออีกเพียง 424,454 โดส ก็จะครอบคลุม ส่วนจังหวัดอื่นๆ ฉีดให้ได้อย่างน้อย 50% ภายในเดือน ส.ค.64&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณกล่าวว่า ความเสี่ยงในการเสียชีวิต ล่าสุด 240 ราย ครึ่งหนึ่งอยู่ที่ กทม.และปริมณฑลที่มีการระบาดรุนแรงมาก่อน &amp;nbsp;สัญชาติไทยเป็นหลัก แต่มีเมียนมาและจีนด้วย อายุ 60 ปีขึ้นไป 162 ราย คิดเป็น 68% ผู้มีโรคเรื้อรัง 46 ราย คิดเป็น 19% รวม 2 กลุ่มนี้คิดเป็น 87% &amp;nbsp;สำหรับผู้เสียชีวิตจากโรคโควิดและประวัติได้รับวัคซีนช่วง 25 ก.ค.-19 ส.ค. 2564 แยกเป็น 1.ผู้ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม ก่อนวันเริ่มป่วยอย่างน้อย 2 สัปดาห์ 26 ราย คิดเป็น 0.6 % อายุน้อยกว่า 60 ปี 21 ราย &amp;nbsp;มากกว่า 60 ปี 5 ราย ได้รับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม 24 ราย ได้รับแอสตร้าฯ 2 เข็ม 1 ราย และได้รับซิโนแวคตามด้วยแอสตร้าฯ 1 ราย 2.ได้รับแอสตร้าฯ 1 เข็ม ก่อนวันเริ่มป่วยมากกว่า 2 สัปดาห์ 316 ราย ก่อนวันเริ่มป่วยมากกว่า 4 สัปดาห์ 118 ราย 3.ไม่ได้รับฉีดวัคซีน 2,969 ราย คิดเป็น 63.8 % และไม่มีข้อมูลได้รับวัคซีนในหมอพร้อมและข้อมูลไม่ตรงกัน 874 ราย อย่างที่ทราบว่าโอกาสการเสียชีวิตจะลดลงเมื่อได้รับวัคซีน แต่ก็ยังเกิดขึ้นได้ในรายที่มีโรคประจำตัวหรือสูงอายุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อนุมานโดยรวม ความครอบคลุมของวัคซีนในพื้นที่ กทม.สำหรับผู้สูงอายุทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตลดลงจะขยายการดำเนินการในส่วนนี้ โดยผู้สูงอายุในพื้นที่ 13 จังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวดมีความครอบคลุมอย่างน้อย 1 เข็มอยู่ที่ 63 % ขณะที่ สธ.ตั้งเป้าหมายว่าจะให้ผู้สูงอายุในจังหวัดเหล่านี้ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 70% ภายในสิ้นเดือน ส.ค. ส่วนแผนของเดือน ก.ย. วัคซีนส่วนใหญ่จะไปในพื้นที่ต่างจังหวัด เน้นฉีดผู้สูงอายุและและผู้มีโรคเรื้อรัง เพื่อให้ความครอบคลุมของวัคซีนในพื้นที่อื่นๆ เพิ่มสูงขึ้นให้ได้มากที่สุดอย่างน้อย 70% ในทุกพื้นที่ จะทำให้ภาพรวมของการป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิตของพื้นที่ต่างๆ ได้ผลดีขึ้น &amp;quot;
ยันให้ยาฟาวิฯ เร็วยิ่งดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวด้วยว่า ได้รับแจ้งกรณีที่มีการโพสต์ในโซเชียลว่ามีผู้ที่ได้รับวัคซีนไฟเซอร์ฉีดเป็นเข็มที่ 4 นั้น จากการตรวจสอบข้อมูลในระบบบริหารจัดการวัคซีน COVID-19 ของกระทรวงสาธารณสุข (MOPH IC : MOPH Immunization &amp;nbsp;Center) พบว่า กรณีนี้เป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่กำลังจะเดินทางไปปฏิบัติงานที่ประเทศแคนาดา ซึ่งมีระเบียบว่าจะต้องได้รับวัคซีนที่แคนาดากำหนดจึงสามารถเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัว14 วัน ได้แก่ แอสตร้าเซนเนก้า ไฟเซอร์ โมเดอร์นา จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน และโควิดชิลด์ ร่วมกับแสดงผลตรวจหาเชื้อโควิดก่อนเข้าประเทศเป็นลบจึงอยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับการฉีดไฟเซอร์ภายหลังได้แอสตร้าเซนเนก้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ &amp;nbsp;แถลงผลการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์รักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ว่า ขณะนี้ยังไม่มียาต้านไวรัสที่ขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการว่าใช้ต้านไวรัสโควิด-19 เนื่องจากต้องมีการศึกษาใช้ยาจริงและยาหลอกกับผู้ป่วย โดยปกปิดข้อมูลกับผู้ป่วย &amp;nbsp;หลังจากนั้นก็ตามดูผล ซึ่งยาต้านไวรัสโควิด-19 มีแต่ยังอยู่ในระหว่างการทดลอง และประเทศไทยก็กำลังสั่งจองยาตัวนั้นอยู่ ดังนั้นเมื่อเริ่มต้นการระบาดปี 2563 ไทยศึกษาผลการใช้ยาจากที่อื่นโดยประเทศจีน มีผลวิจัยพบว่ายาฟาวิพิราเวียร์​สามารถลดการติดเชื้อได้ดีกว่ายาต้านไวรัสตัวอื่น เช่น ยาต้านไวรัสเอดส์ LPV และ RTV &amp;nbsp;อีกทั้งประเทศรัสเซียพบว่า ยาฟาวิ​พิ​ราเวียร์​สามารถกำจัดเชื้อได้ดีกว่าการรักษาตามมาตรฐานในวันที่ 5 กรมการแพทย์ รพ.รามาธิบดี ศึกษาในผู้ป่วยกว่า 400 ราย ผู้ติดเชื้อที่ได้รับยาฟาวิพิราเวีย​เร็วภายใน 4 วัน หลังเริ่มมีอาการป่วยให้ผลการรักษาดี ลดอาการรุนแรงได้เกือบร้อยละ 30 ค่ามัธยฐานหลังจากได้ยาแล้วทำให้ผู้ป่วยอาการดีขึ้น สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปอดบวมรุนแรงจะใช้เวลามาก เฉลี่ย 17 วันดีจึงจะขึ้น แต่ถ้าปอดบวมไม่รุนแรงจะอยู่ที่ 9 วัน หมอที่อยู่หน้างานและดูแลผู้ป่วยต่างบอกว่า ให้เร็วแล้วดี ให้ช้าไม่ดี ซึ่งค่อนข้างตรงกับรายงานที่ HiTAP ได้สรุปมา.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114011</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรคลงนามจัดซื้อไฟเซอร์อีก 10 ล้านโดส, ฉีดวัคซีนโควิดทะลุ 25 ล้านโดส, ผู้ช่วยโฆษก, พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_610220e595fb0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
