<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69162</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2020 18:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2020 18:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทดลองฉีดวัคซีนโควิดเข็มที่ 2 ในลิงวันที่ 22 มิ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19มิ.ย.63-นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวถึงความคืบหน้าการทดลอง ทดสอบวัคซีนโควิด-19 โดยใช้สารพันธุกรรมของเชื้อ &amp;ldquo;ชนิด mRNA&amp;rdquo; ในลิง ว่า หลังจากได้ทดลองวัคซีนโควิด-19 ในลิง เข็มที่หนึ่ง ที่ศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวัคซีนที่พัฒนาโดยทีมนักวิจัยไทยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยการสนับสนุนของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พบว่า ลิงทุกตัวมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีผลข้างเคียงจากวัคซีน และเมื่อนักวิจัยได้ทำการเจาะเลือดของลิงมาทำการทดสอบการสร้างภูมิคุ้มกันหรือแอนติบอดี มีข่าวดีมากที่พบว่า ลิงที่ได้รับวัคซีนสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ในระดับที่น่าพอใจ ดังนั้น ทีมวิจัยจึงเดินหน้าต่อไปตามแผนโดยจะฉีดวัคซีนกระตุ้นเป็นเข็มที่สอง ในวันที่ 22 มิถุนายนนี้ หากเป็นไปตามที่คาดไว้จะทำการทดสอบในมนุษย์ได้ประมาณเดือน ตุลาคม - พฤศจิกาตามแผน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า ตนได้มอบให้ นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ร่วมกับ นพ.นคร เปรมศรี ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ นำคณะผู้เชี่ยวชาญและสื่อมวลชน ไปติดตามความคืบหน้าของและตรวจสอบรายละเอียดของการทดสอบ เพื่อให้คำแนะนำและเตรียมรายละเอียดการดำเนินงานในขั้นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายเพื่อให้คนไทยสามารถมีวัคซีนอย่างรวดเร็วเป็นลำดับแรกๆ เมื่อสามารถพัฒนาวัคซีนได้สำเร็จ โดยมอบให้ อว. และกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันดำเนินงานในเชิงรุก ทั้งโดยการวิจัยและพัฒนาในประเทศ และร่วมมือกับต่างประเทศ รวมทั้งเตรียมการผลิตให้ทันท่วงทีและเพียงพอ ในขณะนี้ ยังได้เจรจาหารือกับต่างประเทศในการร่วมวิจัย ถ่ายทอดเทคโนโลยีและเตรียมการผลิตไว้ด้วยแล้ว&amp;rdquo;รมว.อว. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นพ.สิริฤกษ์ กล่าวว่า ในวันที่ 22 มิถุนายนนี้ จะทำการฉีดวัคซีนเป็นเข็มที่สอง แล้วจะเจาะเลือดมาตรวจเป็นระยะ ซึ่งคาดว่าระดับภูมิคุ้มกันต่อเชื้อก่อโรคโควิด-19 จะระดับเพิ่มขึ้นในอีกประมาณสองสัปดาห์นับจากนี้ และจะฉีดเข็มที่สามต่อไปในเดือนสิงหาคม ขณะนี้การวิจัยและพัฒนาเป็นไปตามแผนงาน ซึ่งเมื่อวิเคราะห์ประเมินผลการทดสอบในลิงทั้งในด้านผลการกระตุ้นภูมิคุ้มกันและด้านความปลอดภัยเสร็จแล้วก็จะเข้าสู่การทดสอบในมนุษย์ต่อไป โดย วช. ได้ตกลงให้ทุนวิจัยเพิ่มเติมอีกเพื่อให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสามารถเริ่มสั่งผลิตวัคซีนชนิดนี้ให้พร้อมสำหรับทำการทดสอบในมนุษย์ไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม ผอ.ศูนย์วิจัยวัคซีน และ นางสุจินดา มาลัยวิจิตรนนท์ ผอ.ศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แจ้งผลการวิจัยโดยละเอียดว่าจากการทดสอบด้านความปลอดภัยของวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA นี้ หลังจากฉีดวัคซีนแล้วลิงทุกตัวมีสุขภาพแข็งแรง เป็นปกติ โดยได้ตรวจสอบใกล้ชิดกับทีมสัตวแพทย์ของศูนย์ฯ ทั้งสภาพทั่วไป ไม่มีไข้หรือการแพ้วัคซีน สภาพและอาการของระบบสมองและประสาท ระบบหัวใจ ระบบทางเดินหายใจ การกินอาหาร ตลอดจนด้านพฤติกรรมเป็นปกติ แสดงถึงความปลอดภัย ซึ่งเป็นกำลังใจว่าจะสามารถพัฒนาวัคซีนสู่การใช้ในมนุษย์ และแสดงศักยภาพการวิจัยและพัฒนาวัคซีนในประเทศไทย ที่นับว่าเป็นการวิจัยที่ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำได้&amp;rdquo; นพ.สิริฤกษ์ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69162</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., ฉีดวัคซีนโรคหัด, ทดลองวัคซีนโควิด, ทดลองวัคซีนในลิง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200519/image_big_5ec3c8b34b62b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53323</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2019 17:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2019 17:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนเร่งผู้ปกครองพาบุตรหลานอายุ1-2ขวบ ไปฉีดวัคซีนโรคหัดให้ครบฟรี จนถึงสิ้นเดือนมีนาฯ 63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
26 ธ.ค.-นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ ติดตามการรณรงค์ป้องกันโรคหัดในกลุ่มเด็กอายุ 1 &amp;ndash; 12 ปีทั่วประเทศ ตามแผนเร่งรัดการกำจัดโรคหัดของประเทศไทย และให้สัมภาษณ์ว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่ง เร่งรณรงค์ให้ผู้ปกครองนำบุตรหลานอายุ 1 - 12 ปีที่ได้รับวัคซีนโรคหัดและหัดเยอรมันไม่ครบตามเกณฑ์ทุกราย มารับการฉีดฟรีที่สถานบริการ ใกล้บ้าน เพื่อยกระดับภูมิคุ้มกันต่อโรค ลดการป่วยและเสียชีวิตจากโรคหัด เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกันยายน 2562 จนถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2562 มีเด็กที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว 191,410 คน และจะดำเนินการต่อไปถึงมีนาคม 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ได้จัดทำโครงการรณรงค์ให้วัคซีนป้องกันโรคหัดในกลุ่มผู้ใหญ่อายุ 20 - 40 ปี ทั่วประเทศ พ.ศ. 2563 ไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัดมาก่อน 520,000 คน ได้แก่ กลุ่มผู้ต้องขังทุกเรือนจำ (ภายใต้แผนปฏิบัติการโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี ด้วยหัวใจ) กลุ่มทหารเกณฑ์ทั่วประเทศ กลุ่มแรงงานในโรงงาน/ สถานประกอบการ และบุคลากรสาธารณสุข ใน 5 จังหวัดเสี่ยง ดำเนินการระหว่างเดือนพฤษภาคม &amp;ndash; กรกฎาคม 2563 เพื่อบรรลุเป้าหมายการกำจัดโรคหัดให้หมดไปจากประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การรณรงค์ครั้งนี้ จะฉีดวัคซีนรวมป้องกันโรคหัด-คางทูม-หัดเยอรมัน (MMR) ในเด็กอายุ 1 - 7 ปี และฉีดวัคซีนรวมป้องกันโรคหัด-หัดเยอรมัน (MR) ในเด็กอายุ 7 - 12 ปี ทั้งในเด็กไทยและต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ที่ยังได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ ซึ่งในการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของประเทศไทย จะให้วัคซีนรวมป้องกันโรคหัด-คางทูม-หัดเยอรมัน จำนวน 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 เมื่ออายุ 9 เดือน และครั้งที่ 2 เมื่ออายุ 2 ขวบครึ่ง ที่สถานบริการสาธารณสุขทุกแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากข้อมูลการเฝ้าระวังโรคขององค์การอนามัยโลก (WHO) ปัจจุบันพบการระบาดของโรคหัดในทุกภูมิภาคทั่วโลก มีผู้ป่วยกว่า 430,436 ราย สำหรับประเทศไทย พบผู้ป่วยเพิ่มตั้งแต่ ปี 2559 โดยในปี 2561 พบผู้ป่วย 3,626 ราย ผู้ป่วยเสียชีวิต 23 ราย สำหรับปี &amp;nbsp;2562 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 25 ธันวาคม มีรายงานผู้ป่วยโรคหัดแล้ว 3,477 ราย ผู้ป่วยเสียชีวิต 25 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53323</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนโรคหัด, นพ.สุขุม กาญจนพิมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191226/image_big_5e048c5934ada.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20441</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2018 14:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2018 14:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปูพรมฉีดวัคซีนโรคหัด &#039;ยะลา&#039; ระบาดหนักเสียชีวิตแล้ว9ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ต.ค.61 -&amp;nbsp;นายสุวิทย์ นาคเป้า รักษาราชการแทนนายอำเภอเบตง พร้อมด้วยแพทย์หญิงปัทมพันธ์ อนันตาพงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเบตง นายวงศ์วิทย์ อัครวโรทัย สาธารณสุขอำเภอเบตง ได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจผู้ป่วยโรคหัด ญาติและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานโรงพยาบาลเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา หลังพบการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้มีผู้ป่วยกว่า 659 ราย และมีผู้เสียชีวิตจากโรคหัดในจังหวัดยะลาแล้ว 9 ราย ผู้เสียชีวิตคนล่าสุดจาก อ.กรงปีนัง ส่วนในพื้นที่อำเภอเบตงพบผู้ป่วย&amp;nbsp;17 ราย ส่วนใหญ่ในพบพื้นที่ ต.อัยเยอร์เวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิทย์ นาคเป้า รักษาราชการแทนนายอำเภอเบตง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า จากสถานการณ์และปัญหาการระบาดต่อเนื่อง นายอนุชิต ตระกูลมุทุตา ผู้ว่าฯยะลา ได้เรียกประชุมภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้แนวทางป้องกันและแก้ไขเชิงรุก&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประชารัฐร่วมใจ&amp;nbsp;ขจัดภัยโรคหัด&amp;nbsp;เคาะประตูสู้หัด&amp;nbsp;เร่งรัดฉีดวัคซีน 100%&amp;rdquo;&amp;nbsp;สยบโรคหัดให้ได้ใน 2 สัปดาห์ โดยให้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) ทุกอำเภอ ให้นายอำเภอเป็นประธาน สาธารณสุขอำเภอเป็นเลขาและให้ภาคส่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นคณะกรรมการดำเนินการเชิงรุกปูพรม ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดให้เด็กอายุ 9 เดือน&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;5 ปีทุกคน (ยกเว้นเด็กที่รับวัคซีนครบแล้ว) ให้เสร็จสิ้นภายใน 2 สัปดาห์ (วันที่ 22 ต.ค.&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;4 พ.ย. 2561) เพื่อควบคุมการระบาดให้ยุติโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องเร่งควบคุมให้ได้ก่อนสถานศึกษาเปิดภาคเรียน&amp;nbsp;พร้อมให้ความมั่นใจในการรับวัคซีนป้องกันโรคนั้นไม่ขัดกับหลักการทางศาสนาอิสลาม ทั้งจากสำนักจุฬาราชมนตรี และประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดในพื้นที่ด้วย&amp;quot;นายสุวิทย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20441</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดยะลา, ฉีดวัคซีนโรคหัด, อำเภอเบตง, โรคหัดแพร่ระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181022/image_big_5bcd763392450.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
