<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 14:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 14:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศธ. ทำคลิป&#039;หมออุดม-หมอทวี&#039;ชี้แจงการฉีดวัคซีนเด็ก ย้ำอาการข้างเคียง กับการติดเชื้อ ผลแตกต่างมหาศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21ก.ย.64-ตามที่ขณะนี้มีข้อห่วงใยเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน mRNA ให้กับเด็กที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป เนื่องจากวัคซีน mRNA อาการข้างเคียงที่สำคัญ คือ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ อายุน้อยพบมากกว่าผู้ที่สูงอายุ เพศชายพบมากกว่าเพศหญิง ส่วนใหญ่พบในเข็มที่ 2 มากกว่าเข็มแรกนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวว่า เรื่องนี้ ศธ. ได้มีการจัดทำคลิปวีดีโอ เพื่อสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้ปกครองและผู้ที่สนใจ และได้มีการเชิญนพ.อุดม คชินทร รองประธานที่ปรึกษาศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 (ศบค.) มาให้ความรู้ในคลิปวีดีโอ เรื่อง ความรู้เกี่ยวกับวัคซีนในเด็ก โดยนพ.อุดม ได้มีการพูดถึงเรื่องผลข้างเคียงของวัคซีน Pfizer ในเด็ก ซึ่งสถิติในเด็กอายุระหว่าง 12-17 ปี ที่ฉีดวัคซีน Pfizer ของอเมริกา พบเกิดผลข้างเคียงกับเด็กผู้หญิง 9 คน ใน 1 ล้านคน เด็กผู้ชาย 66 คน ใน 1 ล้าน ส่วนผลข้างเคียงเรื่องกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบนั้น นพ.อุดม มองว่าหากเทียบโอกาสการติดเชื้อโควิด-19 กับ ผลข้างเคียงการรับวัคซีนถือว่าแตกต่างกันมหาศาล อีกทั้งผลข้างเคียงดังกล่าว จะเกิดขึ้นภายใน 7 วัน หรือ ยาวนานได้ถึง 30 วัน โดยอาการแรกเริ่ม คือ เจ็บหน้าอก หัวใจเต้นเร็ว ดังนั้นผู้ปกครองต้องคอยเฝ้าระวัง หากบุตรหลานมีอาการดังกล่าวรีบแจ้งให้แพทย์รับทราบ เพราะอาการเหล่านี้มียารักษา สามารถรักษาให้หายได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นพ.อุดม ยังพูดถึงเรื่องที่ควรระวัง คือ หลังการฉีดวัคซีน Pfizer ห้ามออกกำลังกายเด็ดขาดในช่วง 3 วันแรก เนื่องจากการออกกำลังกาย เป็นการกระตุ้นให้หัวใจเต้นแรง อาจจะส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นอกจากนี้เรายังมีคลิปวีดีโอจากนพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย และนพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ให้แก่ผู้ปกครองและผู้ที่สนใจได้รับชมด้วย ซึ่งผมคิดว่า ศธ.มีการวางมาตรการในเรื่องนี้อย่างเต็มที่&amp;quot;ปลัด ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า สำหรับการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มให้กับเด็กและเยาวชนที่มีอายุระหว่าง 10-18 ปีนั้น ตนรับทราบว่าโรงเรียนแต่ละแห่งที่เข้าร่วมการฉีดวัคซีนครั้งนี้ ได้มีการจัดทำหนังสือให้ความยินยอมจากผู้ปกครอง ในกรณีที่ให้บุตร หลานเข้ารับการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มแล้วทุกคน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117397</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วัคซีนไฟเซอร์, #ศธ., ฉีดวัคซีนในเด็ก12-18ปี, นพ.ทวี โชตพิทยสุนนท์, นพ.อุดม คชินทร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_61498d91b9ded.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 13:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศธ. แถลงเตรียมความพร้อมเปิดภาคเรียนเทอม 2 ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ เดือนต.ค.นี้ในกลุ่มนร.-นศ.กว่า 4.5ล้านคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13ก.ย.64-ที่กระทรวงศึกษาธิการ - นางสาวตรีนุช เทียทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วย นพ.โอภาส การ์ยกวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และผู้บริหารระดับสูงของ ศธ.ร่วมแถลงข่าว &amp;quot;เตรียมความพร้อมเปิดภาคเรียนที่ 2/2564 สถานศึกษาปลอดภัย เด็กได้รับวัคซีนถ้วนหน้า&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนางสาวตรีนุช กล่าวว่า &amp;nbsp;ศธ. ได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 หรือโควิด-19 อย่างใกล้ชิดและมีการถอดบทเรียนจากการจัดการเรียนการสอน 5 รูปแบบ หรือ 5 On ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 เพื่อนำไปสู่การกำหนดแนวทางการเปิดภาคเรียนต่อไปให้มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจากการหารือร่วมกันระหว่าง ศธ. กับ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และกระทรวงมหาดไทย (มท.) เบื้องต้นมีแนวทางในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ได้แก่ 1.แผนการฉีดวัคซีน Pizer 2 เข็ม แก่กลุ่มผู้ที่มีอายุ 12 ปี จนถึง 17 ปี 11 เดือน 29 วัน ณ วันที่ฉีด โดยจะอนุโลมให้แก่ กลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่มีอายุเกิน 17 ปี 11 เดือน 29 วันด้วย ซึ่งจะครอบคลุมนักเรียนนักศึกษา ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือ เทียบเท่า รวมถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีอายุ 12 ปี โดยในเดือนตุลาคมเป็นตันไปจะเริ่มฉีดให้แก่นักเรียน นักศึกษา ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเช้ม) จำนวน 29 จังหวัดก่อน แต่ตั้งเป้าหมายให้นักเรียน นักศึกษาทุกคน ได้รับวัคซีน Pizer เข็มที่ 1 อย่างครบถ้วน ซึ่งที่ประชุม ศบค. ชุดใหญ่ ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. เป็น ประธาน ได้อนุมัติในหลักการให้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้แก่นักเรียน นักศึกษาทุกสังกัด กว่า 4.5 ล้านคน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า ทั้งนี้แผนการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับนักเรียนอายุ 12-17 ปีนั้น จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง ซึ่งตนได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดทำแบบสำรวจความยินยอมจากผู้ปกครองแล้ว โดยคาดว่าปลายเดือนกันยายนนี้ จะได้ข้อมูลสรุปจำนวนนักเรียนที่ผู้ปกครองยินยอมให้ฉีดวัคซีนได้ ส่วนการเปิดภาคเรียนของกลุ่มนักเรียนตั้งแต่ปฐมวัยไปจนถึงประถมศึกษาที่มีอายุยังไม่ถึง 12 ปีนั้นได้วางแผนการจัดการเรียนการสอนแบบ Onsite และ Online Ondemand และ Onhand รวมถึงการสลับวันมาเรียนและการจำกัดจำนวนนักเรียน ขณะเดียวกันพื้นที่ไหนที่ชุมชุนปลอดภัยไม่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อและเป็นพื้นที่สีเขียวแล้วก็สามารถเปิดเรียนได้ตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ศธ.ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักเรียน นักศึกษา เป็นอันดับแรก โดยได้ปรึกษาและประสานงานอย่างใกล้ชิด และการฉีดวัคนให้เด็กจะเป็นไปตามความสมัครใจ ที่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง ศธ. จะเร่งสร้างการรับรู้และความเข้าใจ เกี่ยวกับประโยชน์ของการฉีดวัคซีน รวมถึงวิธีการปฏิบัติก่อนและหลังการฉีดวัคซีน สำหรับการฉีดวัคซีนให้ครูและบุคลากรทางการศึกษานั้น ขณะนี้มีครูได้รับวัคซีนไปแล้วกว่าร้อยละ 70 โดยแผนการจัดสรรวัคซีนในเดือนตุลาคมนี้จะให้สถานศึกษาส่งรายชื่อครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ยัง ไม่ได้รับวัคซีนมาด้วย เพื่อเร่งจัดสรรวัคซีนให้กลุ่มครู&amp;quot;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค &amp;nbsp;กล่าวว่า การฉีดวัคซีนมีเรื่องที่จะต้องคำนึงอยู่ 2 ประการ คือ 1.ประสิทธิภาพของวัคซีน และ 2.คุณภาพของวัคซีน ซึ่งวัคซีนที่จะนำมาฉีดให้กับคนไทยนั้น จะต้องผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา แขะในเรื่องความปลอดภัยก็เป็นเรื่องที่ค้องคำนึงถึงมากที่สุดโดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน นักศึกษาที่จะเป็นกำลังของประเทศชาติ ขณะนี้เรามีวัคซีนที่ อย.อนุมัติให้ฉีดในเด็กที่มีอายุ&amp;nbsp;12 ปีขึ้นไป คือ วัคซีน Pfizers จำนวน 30 ล้านโดส ซึ่งเพียงพอต่อกลุ่มนักเรียน นักศึกษา อย่างแน่นอน ทั้งนี้ตนของชี้แจงต่อผู้ปกครองว่า วัคซีนที่นำมาฉีดนั้นเป็นวัคซีนที่มีคุณภาพ ปลอดภัย สธ. และ ศธ.จะร่วมกันดูแบเรื่องนี้เป็นอย่างดี สำหรับวัคซีน Pfizer จะเข้ามาในช่วงปลายเดือนกันยายน รอบ 2 ล้านโดส&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116538</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วัคซีนไฟเซอร์, ฉีดวัคซีนในเด็ก12-18ปี, ตรีนุช, เปิดภาคเรียนเทอม 2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210913/image_big_613ef41e7cb11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
