<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114791</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 22:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 22:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมียนมาเตรียมฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19ให้ชาวโรฮีนจาด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลเมียนมาประกาศเมื่อวันศุกร์ว่า จะขยายโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของประเทศครอบคลุมชนกลุ่มน้อยชาวเบงกาลีหรือที่ภายนอกเรียกว่าโรฮีนจาใน 2 เมืองของรัฐยะไข่ด้วย ระบุจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าหน้าที่แพทย์เมียนมาฉีดวัคซีนโควิชีลด์ที่รับบริจาคจากอินเดีย ให้แก่ประชาชนในเมืองมัณฑะเลย์ เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2564 (Photo by Kaung Zaw Hein/SOPA Images/LightRocket via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ซอ มิน ตุน โฆษกรัฐบาลทหารเมียนมา กล่าวระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 27 สิงหาคมว่า เมียนมามีความคืบหน้าในการลดจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา และฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ประชาชนได้เพิ่มมากขึ้น โดยมีเป้าหมายที่จะฉีดวัคซีนให้ประชากรครึ่งหนึ่งของประเทศภายในสิ้นปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมียนมามีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ในรอบ 24 ชั่วโมงเมื่อวันพฤหัสบดี 2,635 ราย และผู้ป่วยเสียชีวิต 113 คน เป็นจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตรายวันที่ลดลง หลังจากขึ้นไปทำสถิติสูงสุดเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกรัฐบาลเมียนมากล่าวด้วยว่า โครงการวัคซีนของรัฐบาลจะครอบคลุมถึงชาวเบงกาลีในเมืองหม่องดอและบูตีต่องในรัฐยะไข่ที่มีชายแดนติดกับบังกลาเทศด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาใช้คำ &amp;quot;เบงกาลี&amp;quot; ซึ่งเป็นคำที่ชาวเมียนมาใช้เรียกชาวโรฮีนจา โดยเขากล่าวว่า คนเหล่านี้เป็นประชาชนของเมียนมาเช่นกัน &amp;quot;เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;quot; โฆษกผู้นี้กล่าวระหว่างการแถลงข่าวประจำวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ยังไม่มีความชัดเจนในตอนนี้ว่าโครงการฉีดวัคซีนของเมียนมาจะขยายรวมถึงชาวมุสลิมโรฮีนจาที่อาศัยอยู่ภายในค่ายที่แออัดในรัฐยะไข่ด้วยหรือไม่ และมีการกำหนดเกณฑ์คุณสมบัติอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปราบปรามกองกำลังติดอาวุธโรฮีนจาในรัฐยะไข่เมื่อปี 2560 โดยกองทัพภายใต้การบังคับบัญชาของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของคณะรัฐบาลที่ตั้งภายหลังรัฐประหารชุดนี้ ส่งผลให้ชาวโรฮีนจาไม่ต่ำกว่า 700,000 คนหนีจากรัฐยะไข่ข้ามแดนเข้าบังกลาเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สอบสวนขององค์การสหประชาชาติกล่าวกันว่า ปฏิบัติการของกองทัพเมียนมามีเจตนาล้างเผ่าพันธุ์ แต่กองทัพปฏิเสธคำกล่าวหานี้ และว่าเป้าหมายของปฏิบัติการคือการปราบปราม &amp;quot;ผู้ก่อการร้าย&amp;quot; โรฮีนจา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114791</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนให้โรฮีนจา, วัคซีนโควิด, เมียนมา, โควิด-19, โรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_61290779310c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
