<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114498</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;เผยกระตุ้นเข็ม3 ด้วยAZแอนติบอดีพุ่งเกือบ100% ชี้สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ เด็ก3ขวบขึ้นไป ต้องฉีดด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25ส.ค.64- &amp;nbsp;ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงงานวิจัยแอนติบอดีและวัคซีนป้องกันโควิด19 ภายในงานประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ครั้งที่ 29 ว่า จากผลศึกษาในงานวิจัยแอนติบอดีต่อการตรวจหาเชื้อโควิด19 นั้นไม่สามารถในการตรวจหาเชื้อให้เจอในทันที แต่หลังจากติดเชื้อไปแล้ว 2-3 สัปดาห์จะสามารถตรวจหาเชื้อในแอนติบอดีได้ และคนที่ติดเชื้อรุนแรงจะทำให้มีแอนติบอดีสูงกว่าคนที่ติดเชื้อไม่รุนแรง ดังนั้นโควิด19 จึงเป็นโรคที่สามารถเป็นแล้วเป็นอีกได้ เนื่องจาก ผู้ติดเชื้อจำนวนหนึ่งมีแอนติบอดีที่ต่ำมาก จากการตรวจพลาสมาของผู้ที่เคยเป็นโควิดแล้วหาย &amp;nbsp;พบว่ามีค่าไตเตอร์จะสูงมากในคนไข้โควิดที่มีอาการปอดบวม &amp;nbsp;ซึ่งในการเก็บพลาสมาของคนไข้ที่มีค่าไตเตอร์สูง 1/320 ขึ้นไป จำนวน 10 คน &amp;nbsp;อาจจะสามารถบริจาคพลาสมาได้แค่ 2 คน และจากการติดตามผู้ป่วยโควิดที่ติดเชื้อธรรมชาติที่หายป่วยเป็นระยะยาว 1 ปี &amp;nbsp;จำนวน 250 คน โดยมีการเจาะเลือดทุก 3 เดือน พบว่าแอนติบอดีลดลงอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.ยง &amp;nbsp;กล่าวต่อว่า ในส่วนของวัคซีนโควิด19 มีเพียง 3 แพลตฟอร์มเท่านั้น ที่ได้อนุมัติให้ใช้ฉุกเฉินได้ในโลก คือ เชื้อตาย ซึ่งฉีดเป็นตัวแรกดี แต่ไม่ใช่ตัวบูสเตอร์ที่ดี ส่วนไวรัสเวกเตอร์ และmRNA &amp;nbsp;นับว่าเป็นตัวบูสเตอร์ที่ดี &amp;nbsp; อย่างที่ทราบว่า ขณะนี้ วัคซีนแพลตฟอร์มซับยูนิต ที่มีการพูดถึงกันมากคือ โนวาแวกซ์, อันฮุย(Anhui)ของจีน และ GSK ของบริษัท ซาโนฟี่ &amp;nbsp;ที่กำลังพยายามผลิตออกมา &amp;nbsp; เพราะวัคซีนชนิดซับยูนิตนั้นทำไม่ง่าย เนื่องจากโปรตีนรีคอมบิแนนท์มีขนาดใหญ่ ทำให้โอกาสกระตุ้นการสร้างภูมิได้สูง ทำได้ลำบากและต้องขึ้นอยู่กับการหาแอดจูแวนต์ ( Adjuvent)หรือสารเสริมฤทธิ์ภูมิคุ้มกัน &amp;nbsp;ที่จะส่ลงไปในวัคซีนด้วย อย่าง โนวาแวกซ์ ได้ทำการวิจัยแอดจูแวนต์มานาน จากการใช้สารซาโปนิน ที่ได้มาจากเปลือกไม้ต้นโมลิน่า ซึ่งทำการศึกษาเสร็จแล้วตั้งแต่ต้นปี แต่จนปัจจุบัน อย.ของสหรัฐอเมริกายังไม่รับรอง แต่หากมีการรับรองแล้วจะสามารถอนุมัติให้ใช้ได้ในกรณีฉุกเฉิน (EUA) จากนั้นองค์การอนามัยโลก จะรับรองทำให้เกิดการผลิตจำนวนมาก ขณะเดียววัคซีนอังกุยของจีน ต้องมีการฉีดถึง 3 เข็ม ซึ่งจะใช้ระยะเวลารอให้ภูมิคุ้มกันค่อนข้างนานถึง 6 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.ยง กล่าวถึง การศึกษาความปลอดภัยและภูมิต้านของวัคซีนซิโนแวคและแอสตร้าเซนเนก้า ที่นำมาปรับเป็นสูตรไขว้ โดยผลการติดตามในคนไข้ที่ฉีดสลับวัคซีน 70-80 คน พบว่าค่าไตเตอร์หรือภูมิคุ้มกันสูงเท่ากับฉีดแอสตร้าฯ 2 เข็ม และขณะเดียวกันแอนติบอดี้ก็เพิ่มขึ้นหลังฉีดห่างกันเพียง 3 สัปดาห์ ต่างจากแอสตร้าฯที่ต้องฉีดห่างจากเข็มแรกกัน 8-10 สัปดาห์ แต่ย้ำว่าการฉีดสลับต้องเริ่มต้นด้วยเชื้อตายถึงจะดี หากฉีดด้วยแอสตร้าฯเข็มแรกตามด้วยซิโนแวคค่าไตเตอร์จะขึ้นต่ำมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการกระตุ้นเข็ม3 ในบุคลากรทางการแพทย์ ศ. นพ.ยง กล่าวว่า จากข้อมูลผู้ที่ฉีดซิโนแวค 2 เข็ม บูสด้วยแอสตร้าฯ 1 เข็ม จำนวน 500 คน ในจำนวนนี้ 190 คนพบว่า แอนติบอดี้ขึ้นสูงมากกว่า 100 เท่า เมื่อเทียบกับซิโนแวค 2 เข็ม และค่าการตรวจภูมิคุ้มกัน หรือ The surrogate Virus Neutralization Test(sVNT) พบว่า sVNT ต่อสายพันธุ์ปกติ (Wild type) หรือต่อสายพันธุ์อัลฟ่า ก็จะมีภูมิขึ้น 100% ส่วน sVNT ต่อสายพันธุ์เดลตานั้นแอนติบอดี้ดีมากเกือบ 100% &amp;nbsp;แต่ภูมิจะลดลงมาในสายพันธุ์เบตา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot; ทั้งนี้ตามกาลเวลา แอนติบอดี้ย่อมลดลง ซึ่งสิ่งที่จะต้องหาคำตอบให้ได้ คือ คนที่ติดเชื้อธรรมชาติ ไม่เคยฉีดวัคซีน จะพบแอนติบอดี้ไม่สูง แต่หากคนที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วติดเชื้อ แอนติบอดี้จะต่างกัน 100 เท่า ซึ่งยังไม่ทราบคำตอบว่าเพราะเหตุใด ดังนั้นผู้ติดเชื้อ แต่ไม่เคยฉีดวัคซีนเลย ควรได้รับวัคซีนหรือไม่นั้น จากการศึกษากลุ่มคนไข้ที่ติดเชื้อแล้ว 120 คน แบ่งเป็นกลุ่มที่ติดเชื้อ 1 ปี และกลุ่มที่ติดเชื้อไม่ถึง 6 เดือน พบว่าเมื่อฉีดแอสตร้าฯที่เป็นไวรัสเวกเตอร์สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีกว่าซิโนแวคที่เป็นเชื้อตาย&amp;rdquo; ศ.นพ.ยง ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ. นพ.ยง กล่าวเพิ่มอีกว่า จากการศึกษาภูมิต้านทานการให้วัคซีนแต่ละชนิดในประเทศไทย พบว่า แอนติบอดี้ในไฟเซอร์และโมเดอร์นาชนิด mRNA สูงกว่าซิโนแวคเชื้อตายถึง 17 เท่า และแอสตร้าฯ ชนิดไวรัสเวกเตอร์สูงกว่าซิโนแวค 9 เท่า แต่ขณะเดียวกัน แอนติบอดี้ที่พบในซิโนฟาร์ม และจอห์นสันแอนด์จอห์นสันไม่สูงเท่า mRNA ดังนั้น &amp;nbsp;การเกิดภูมิคุ้มกันหมู่รวมถึงประชากรเด็ก โดยเด็กตั้งแต่ 3 ขวบขึ้นไป &amp;nbsp;จะต้องได้รับวัคซีนที่มีความปลอดภัยสูง แม้ว่าเด็กจะเป็นโควิด19 อาการจะไม่รุนแรง แต่ต้องไม่ให้เป็นพาหะในการแพร่เชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114498</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วัคซีน, ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า, ฉีดเข็ม 3, นพ.ยง ภู่วรวรรณ, ภูมิคุ้มกันหมู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210825/image_big_6125e99149268.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114091</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซื้อเพิ่มPfizer-AZยี่ห้อละ50ล้านโดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศบค.รายงานผู้ติดเชื้อโควิดในไทยทรงตัวที่ 2 หมื่นคนต่อวัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสียชีวิต 261 คน กรุงเทพฯ และปริมณฑลยังคงระบาดต่อเนื่อง ​ซิโนแวค มี​ประสิทธิผล​ป้องกันการเสียชีวิต​อยู่ที่ประมาณ 72% หาวัคซีนอีกอย่างน้อย 120 ล้านโดส ฉีดเข็ม 3 ปีหน้า ไฟเซอร์ และแอสตร้า​เซน​เน​ก้าอย่างละ 50 ล้าน เป็นอย่างต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2564 ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 20,571 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 20,322 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ&amp;nbsp; 17,574 ราย, มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 2,748 ราย, จากเรือนจำและที่ต้องขัง 235 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 14 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม&amp;nbsp; 1,030,281 ราย ผู้ป่วยหายเพิ่ม 23,159 ราย ยอดรวมหายป่วยสะสม 818,964 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 202,230 ราย อาการหนัก 5,171 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,123 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 261 ราย เป็นชาย 139 ราย หญิง 122 ราย อยู่ในกทม. มากที่สุด 88 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิตที่บ้านและระหว่างนำส่งรักษา 4 ราย มีหญิงตั้งครรภ์ 1 ราย ทำให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตสะสม 9,087 ราย ขณะที่การฉีดวัคซีนวันที่ 20 ส.ค. เพิ่มขึ้น 609,435 โดส ทำให้ขณะนี้มียอดฉีดสะสม 26,428,101 โดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพฯ 4,342 ราย,&amp;nbsp; สมุทรปราการ 1,584 ราย, สมุทรสาคร 1,449 ราย, ชลบุรี 1,235 ราย,&amp;nbsp; นครราชสีมา 613 ราย, นครปฐม 589 ราย, ฉะเชิงเทรา 587 ราย, ราชบุรี 541 ราย, บุรีรัมย์ 450 ราย, กาญจนบุรี 436 ราย ส่วนสถานการณ์โลกมีผู้ป่วยสะสม 211,553,537 ราย เสียชีวิตสะสม 4,427,767 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข​ นพ.โสภณ​ เอี่ยม​ศิริ​ถาวร​ รองอธิบดี​กรมควบคุม​โรค​ แถลงสถานการ​ณ์การ​แพร่ระบาด​ของ​โรค​โค​วิด​-19 ว่า สถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก จำนวนผู้ติดเชื้อมีเพิ่มมากขึ้น หลายประเทศประสบปัญหา​การแพร่ระบาดสายพันธุ์​เดลตา (อินเดีย)​ เช่นเดียวกับประเทศไทย แต่มีข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์คือจำนวนผู้เสียชีวิตมีแนวโน้มค่อนข้างคงที่ ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่จำนวนผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นเร็ว พร้อมกับจำนวนผู้เสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณ​กล่าวว่า เมื่อดูรายละเอียดแต่ละ​ประเทศ​จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในรอบ 24 ชม.อยู่ที่ 650,065 ราย โดยประเทศสหรัฐอเมริกา​มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันมากที่สุดที่ 132,453 ราย และผู้เสียชีวิตจำนวน 1,022 ราย แม้จะมีการฉีดวัคซีนจำนวนมากแต่ก็ยังคงสามารถติดเชื้อ​ได้ ในส่วนประเทศ​ที่มีผู้ติดเชื้อราย​ใหม่​มากกว่า 20,000 ราย มีอินเดีย รัสเซีย​ บราซิล​ ฝรั่งเศส​ และสหราชอาณาจักร​ ซึ่งเป็นประเทศที่มีการฉีดวัคซีนในเปอร์เซ็นต์​ที่สูง ซึ่งมีข้อดีที่จำนวนผู้เสียชีวิต​ยังไม่มากนัก เช่น อังกฤษ ที่มีอัตราการฉีดวัคซีนมากกว่า 70% แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์​ในประเทศไทยจำนวนผู้ติดเชื้ออยู่ที่กว่า 20,000 ราย มีแนวโน้มว่าจำนวนผู้ติดเชื้อจะไม่พุ่งทะยาน​ต่อ โดยกรุงเทพ​มหานคร​และปริมณฑล​ ซึ่งเป็นพื้น​ที่​ระบาดมาก่อน​จำนวนผู้ติดเชื้อตอนนี้ตกวันละกว่า 8,000 ราย คิดเป็น 42% ในส่วน
ซื้อวัคซีนเพิ่มอีก 120 ล้านโดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของผลการศึกษา​ประสิทธิ​ผลวัคซีน​ ในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา วัคซีน​ซิโนแวคมี​ประสิทธิผล​ป้องกันการเสียชีวิต​อยู่ที่ประมาณ 72% สำหรับประสิทธิ​ผลผู้ที่ได้รับวัคซีนแอสตร้า​เซน​เน​ก้า​ 1 เข็ม จากข้อมู​ลต่างประเทศสามารถป้องกันการป่วย และเสียชีวิตได้ 80% ส่วนของประเทศไทยจากการศึกษากลุ่มที่ได้รับวัคซีนตั้งแต่เดือน พ.ค.-ก.ค. ถ้าดูจากผลลัพธ์​การป้องกัน​การป่วยหนักหรือเสียชีวิต มีเปอร์เซ็นต์​ค่อนข้างสูงกว่า 80% อย่างไรก็ตาม จะต้องฉีดให้ครบ 2 เข็ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.โอภาส​ การ​ย์​กวิน​พงศ์ ​อธิบดี​กรมควบคุม​โรค​ กล่าวว่า ขณะนี้ในกรุงเทพฯ ​สามารถฉีดวัคซีนให้กับผู้สูงอายุร้อยละ 94 รองลงมาเป็นปทุมธานี​ 63% คาดว่าในสิ้นเดือน ส.ค.จะใกล้เคียงกับเป้าหมายหรือเกินเป้าหมาย สำหรับจำนวนวัคซีนที่เข้ามาในประเทศไทยในขณะนี้มีวัคซีนที่เข้ามาสู่ประเทศไทย 30 ล้านโดส ซึ่งเมื่อวัคซีนเข้ามา จะมีการตรวจในเรื่องคุณภาพ ความปลอดภัย หลังจากนั้นจะกระจายไปจุดฉีดต่างๆ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เดือน มิ.ย.-ส.ค. มีจำนวนวัคซีนเข้ามาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยในเดือน ก.ย.เป็นต้นไป กระทรวงสาธารณสุข​จะมีการเจรจากับแอสต​ร้า​เซน​เน​ก้า​เป็นระยะ และมีเจตจำนงที่ต้องการวัคซีนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทางบริษัทได้มีการตอบสนองอย่างเช่นเดือน ก.ย. มีการส่งสัญญาณ​ว่าจะมีการส่งวัคซีน​ให้กับประเทศไทย 7.2 ล้านโดส เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีวัคซีนเข้ามาเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดี​กรมควบคุม​โรคเผยว่า แนวโน้มจากการฉีดวัคซีน​พบว่า อาจจะจำเป็นต้องใช้เข็มที่ 3 เนื่องจากหลังฉีดวัคซีน​ไป 2 เข็ม ไม่ว่าวัคซีนยี่ห้อ​อะไรก็ตาม ภูมิคุ้มกันจะตกลง เพราะฉะนั้นการฉีดเข็ม 3 จะทำให้ภูมิคุ้มกัน​สูง​ขึ้น​ ดังนั้นในปี 2565 จึงมีความจำเป็นจะต้องหาวัคซีนเพิ่มเติมเพื่อมาฉีดใน 2 กลุ่ม คือกลุ่มเด็กและกลุ่มบูสเตอร์​โดส เพราะฉะนั้น​คณะกรรมการ​วัคซีน​แห่งชาติ​ ได้เสนอความเห็นและผ่านความเห็นชอบจาก ศบค.ว่าในปี 2565 จะต้องจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมให้กับคนไทยอย่างน้อย 120 ล้านโดส รวมถึงให้มีวัคซีนที่มีหลากหลายในการฉีด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้​สถาบัน​วัคซีน​แห่งชาติ​ได้แสดง​เจตจำนง และประชุมหารือกับบริษัท​ผู้ผลิต​วัคซีน​ในหลาย​บริษัท​ทุกรูปแบบ ก็ได้โดยมีความจำนงที่จะนำเข้าวัคซีนไฟเซอร์อย่างน้อย 50 ล้านโดส และแอสตร้า​เซน​เน​ก้า​อีก 50 ล้านโดส อย่างไรก็ตาม มีหลายบริษัทที่ผลิตวัคซีนรุ่นใหม่ที่สามารถต่อสู้กับเชื้อกลายพันธุ์​เพิ่มมากขึ้น หรือเรียกว่าวัคซีนรุ่นที่ 2 ถ้าบริษัทสามารถผลิตวัคซีนโดยมีผลวิจัยยืนยันว่ามีประสิทธิภาพ​และความปลอดภัย​ ขอให้บริษัทส่งมอบวัคซีนรุ่นที่ 2 ให้กับไทย ส่วนรุ่นจำนวน และระยะเวลาจัดส่งจะมีการเจรจากันต่อไป&amp;quot; นพ.โอภาสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวระดับสูงทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า จากกรณีที่ นพ.โอภาส พุทธเจริญ หัวหน้าศูนย์โรคอุบัติใหม่ทางคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย&amp;nbsp; แสดงความเห็นเรื่องการรับวัคซีน โดยผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม ไปช่วงระยะหนึ่งอาจทำให้ภูมิเริ่มตก ติดเชื้อและนอนโรงพยาบาล เนื่องจากมีปอดอักเสบ ดังนั้นควรรีบให้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 โดยเร็ว
สมุทรสาครติดเชื้อใหม่ 1,449 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น สถานการณ์ปัจจุบันมีผู้ช่วยเหลือผู้ป่วยที่ จ. สระแก้ว เสียชีวิต แม้จะได้รับวัคซีนซิโนแวคไปแล้ว 2 เข็มนั้น ในขณะนี้ทางศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพทยระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศปก.ศบค. จะยึดหลักการฉีดวัคซีนตามข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจะเป็นผู้กำหนดว่าจะต้องฉีดอย่างไรเป็นหลัก และขณะนี้ทางกระทรวงสาธารณสุข ยังไม่ได้มีข้อเสนอเข้ามาเพื่อให้ ศปก.ศบค.พิจารณาแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาครได้เปิดเผยตัวเลขล่าสุดของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,449 ราย เป็นการค้นหาเชิงรุก 180 ราย ในโรงพยาบาลภายในจังหวัด 1,094 ราย นอกจังหวัด 175 ราย เสียชีวิต 20 ราย อยู่ระหว่างการรักษาตัวในโรงพยาบาล 17,640 ราย รักษาหายกลับบ้านได้ 319 ราย และอยู่ระหว่างการสังเกตอาการอีก 7,336 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนของศูนย์ห่วงใยคนสาคร ผู้ป่วยเข้ามาใหม่ 205 ราย ออก 219 ราย มีเตียงทั้งหมด 2,980 เตียง ครองเตียงอยู่ 2,451 เตียง เหลือเตียงว่างอีก 529 เตียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ณรงค์ ศรีม่วง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า&amp;nbsp; สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดสมุทรปราการ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 1,584&amp;nbsp; ราย เป็นผู้ป่วยในพื้นที่จำนวน 1,451 ราย อำเภอเมืองสมุทรปราการ จำนวน&amp;nbsp; 564 ราย, อำเภอพระประแดง จำนวน&amp;nbsp; 190 ราย, อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จำนวน 65 ราย, อำเภอบางพลี จำนวน 327 ราย, อำเภอบางบ่อจำนวน 152 ราย, อำเภอบางเสาธงจำนวน 153 ราย, โรงพยาบาลเอกชนรับมารักษาต่อในสมุทรปราการจำนวน 133&amp;nbsp;&amp;nbsp; ราย เสียชีวิต 14 ราย เป็นเพศชายจำนวน 6 ราย เป็นเพศหญิงจำนวน 8 ราย อายุระหว่าง 55-86 ปี มีโรคประจำตัวทั้งหมด&amp;nbsp; รวมเสียชีวิตสะสม 645 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตรวจคัดกรองเฝ้าระวังในคลินิก ARI และในชุมชน จำนวน 286,461 ราย พบเชื้อ 56,143 ราย ผู้ป่วยสะสมระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน จนถึงปัจจุบันจำนวน 65,924 ราย ในพื้นที่&amp;nbsp; 56,143&amp;nbsp; ราย นอกพื้นที่ 9,781 ราย กำลังรักษาในโรงพยาบาลของรัฐจำนวน 2,568 ราย กำลังรักษาในโรงพยาบาลเอกชนจำนวน&amp;nbsp; 2,984 ราย รักษาใน Hospitel มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรีสมุทรปราการจำนวน 1,154 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการโควิด-19 จ.นนทบุรี รายงานพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายใหม่จำนวน 581 ราย สาเหตุติดเชื้อที่สำคัญ ครอบครัว สถานที่ทำงาน และชุมชน เป็นเพศหญิง 289 ราย เพศชาย 292 ราย ต่างชาติ 52 ราย เมียนมา 32 ราย,&amp;nbsp; กัมพูชา 10 ราย, ลาว 10 ราย พื้นที่ภูมิลำเนา อำเภอเมืองฯ 259 ราย, อำเภอบางบัวทอง 230 ราย, อำเภอบางกรวย 66 ราย, อำเภอบางใหญ่ 12 ราย, อำเภอปากเกร็ด 10 ราย, อำเภอไทรน้อย 4 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดที่จังหวัดนครพนม มีรายงานพบผู้ป่วยยืนยัน 62 ราย เข้ารับการรักษาที่ รพ.นครพนม 11 ราย, รพ.ท่าอุเทน 10 ราย, รพ.โพนสวรรค์ 10 ราย, รพ.นาทม 6 ราย, รพ.นาหว้า 6 ราย, รพ.เรณูนคร 5 ราย, รพ.ปลาปาก 5 ราย, รพ.ศรีสงคราม 4 ราย, รพ.ธาตุพนม 3 ราย, รพ.บ้านแพง 1 ราย และโรงพยาบาลวังยาง 1 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ รายงานข้อมูลสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (โควิด-19) ระลอกใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2564 ถึง วันที่ 20 ส.ค.2564 ของ จ.บุรีรัมย์ ว่ายังคงน่าเป็นห่วง พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่มขึ้นอีก จำนวน 359 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 3 ราย ที่ อ.ลำปลายมาศ 1 ราย, อ.พุทไธสง 1 ราย และ อ.เมืองฯ 1 ราย แยกเป็น ผู้ป่วยติดเชื้อพบในพื้นที่จังหวัด 4 ราย ติดเชื้อมาจากนอกพื้นที่ 355 ราย แยกเป็น ติดเชื้อมาจากจังหวัดเสี่ยง 174 ราย และติดเชื้อมาจากจังหวัดเสี่ยง (พบก่อนเข้าสถานกักกันตัว) LQ 181 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 11,663 ราย เสียชีวิตสะสม 23 ราย หายป่วยสะสม 7,207 ราย ยังรักษาอยู่ 4,433 ราย กระจายตามโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์การที่จ.นครศรีธรรมราช พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 168 ราย เป็นการติดเชื้อในจังหวัด 155 ราย และมาจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 13 ราย ยอดติดเชื้อสะสม 6,354 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 1,640 ราย (มาจาก กทม.และปริมณฑล 595 ราย) รักษาหายเพิ่ม 177 คน สะสม 4,988 ราย และมีผู้เสียชีวิตสะสม 50 ราย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114091</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, Pfizer, ค้นหาเชิงรุก, ฉีดเข็ม 3, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, วัคซีน, วัคซีนโควิด, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แอสตร้าเซนเนกา, โควิด 19, โควิด-19, ​ซิโนแวค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210821/image_big_61204c44b75d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
