<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63720</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2020 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2020 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; ถก &#039;ศบค.&#039; คง &#039;พรก.ฉุกเฉิน-เคอร์ฟิว&#039; ต่อไป คาดไม่ต่ำกว่า 1 เดือน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย.63 - &amp;nbsp;ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศบค. ที่ประชุมได้นำเสนอผลการดำเนินการของแต่ละด้านที่สำคัญประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านมาตรการสาธารณสุข ได้นำเสนอภาพรวมการระบาดของโควิด-19 ทั่วโลกและประเทศไทย ของไทยกำหนดกลุ่มตรวจเฉพาะให้มากขึ้น โดยใช้พัฒนาการตรวจ เช่น ตรวจสายน้ำเกลือ และจากการประเมินสถานการณ์ การเปรียบเทียบกราฟ เห็นว่าแนวโน้มลดลง ด้านมาตรการลดการแพร่เชื้อภายในประเทศ กระทรวงสาธารณสุขใช้มาตรการค้นหา และลดจำนวนคนแพร่เชื้อในชุมชน ร่วมกับมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อในโรงพยาบาล ลดความหนาแน่น จัดระบบแยกผู้ป่วย และป้องกันบุคคลากรแพทย์ แต่ต้องควบคู่กับมาตรการเว้นระยะห่างระหว่างกัน (Social Distancing) อย่างเข้มข้น ในส่วนของปริมาณหน้ากาก N95 และชุด PPE ยังนับว่าเพียงพอสำหรับการใช้ในปัจจุบัน และรองรับได้ในอนาคต ส่วนเตียงผู้ป่วยเมื่อพิจารณาจากสถิติ ที่คาดว่าจำนวนผู้ใช้จะลดลง จึงยังคงมีเพียงพอ สำหรับความจำเป็นในการใช้งาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของความก้าวหน้าด้านการวิจัยนั้น กระทรวงสาธารณสุขได้รายงานผลความก้าวหน้าว่า1. การใช้ฟ้าทะลายโจรสามารถต้านการเพิ่มไวรัสในเซลล์ แนะนำให้ใช้เพื่อการรักษา 2. การพัฒนาวัคซีนทั้งในประเทศ และความร่วมมือกับต่างประเทศ เช่น จีน คาดว่าจะพัฒนาได้ภายในปีครึ่ง 3. ตอนนี้เริ่มมีการทดลองวิจัยการนำพลาสม่าไปใช้รักษาผู้ป่วย 4. การศึกษา Exit Strategy มีการพิจารณาจากตัวอย่างของต่างประเทศ ในส่วนภายในประเทศ นักวิชาการร่วมกันศึกษา พัฒนาแบบจำลองบูรณาการระบบการแก้ไขปัญหาเพื่อการตัดสินใจทางนโยบายต่อไป 5. ศึกษา ความชุก และอุบัติการณ์ของการติดเชื้อ และ6. ศึกษาเกี่ยวกับยาฟาวิพิราเวีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านการต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ได้รายงานในส่วนของมาตรการเดินทางเข้า-ออกไทยของคนไทยและคนต่างชาติ กระทรวงการต่างประเทศได้ออกหนังสือรับรอง การเดินทางทางอากาศ และขอความร่วมมือให้อำนวยความสะดวกให้คนไทยตกค้าง ในต่างประเทศเดินทางกลับไทยโดยเที่ยวบิน Cargo และเที่ยวบินต่างชาติที่มารับคนชาติของตนในไทย โดยระหว่างวันที่ 4 เมษายน &amp;ndash;15 เมษายน 2563 รวม 14 เที่ยวบิน และระหว่างวันที่ 16 เมษายน &amp;ndash;19 เมษายน 2563 รวม 8 เที่ยวบิน รวมทั้งสิ้น 22 เที่ยวบิน จำนวนคนไทย 1,326 คน ทั้งนี้ การผ่านจุดผ่านแดนทางบก 18 เมษายน 2563 กลับสู่ประเทศไทยแล้ว 685 คน จากด่านสุไหงโกลก สะเดา ในส่วนแผนรองรับแรงงานต่างด้าวได้กำหนดจำนวนที่จะเข้ามาได้ในแต่ละวันที่รัฐบาลสามารถดูแลได้ และทุกกลุ่มต้องทำตามเงื่อนไขในการออกใบรับรองเข้าราชอาณาจักรของไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงมหาดไทย ดำเนินการกระจายหน้ากากและเวชภัณฑ์สำหรับประชาชน ผ่านมาตรการช่วยเหลือและป้องกัน ด้านการคัดกรอง มาตรการการเดินทางเข้าออกทางบกผ่านจุดผ่านแดนถาวรทั้ง 40 จุด มีการคัดกรองทุกจุด และความพร้อมในมาตรการ Local Quarantine นั้น รองรับได้ 20,941 คน ทั้งนี้ มหาดไทยได้ปรับเวลาร้านสะดวกซื้อให้เป็นไปตามมาตรการเคอร์ฟิว คือปิดร้านในเวลา 22.00-04.00 น. รวมทั้งได้มีการแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการตามข้อกำหนดเพื่อจัดระเบียบการบริจาคของแก่ประชาชนให้เป็นไปตามหลักการในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคฯ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ขอให้พิจารณาด้านการขนส่งสินค้าที่มีข้อกำหนดและการอนุญาตไว้แล้ว ทั้งนี้ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเพื่อให้ความช่วยเหลือ พิจารณาอนุญาตเป็นรายๆไป โดยเฉพาะแก่ประชาชนในพื้นที่เดือดร้อน ที่มีความจำเป็นในการส่งสินค้าเพื่อเลี้ยงชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหม รายงานถึงการดำเนินการ State Quarantine.ว่ามีเอกชนประสงค์เข้าร่วม ซึ่งหน่วยงานพิจารณาร่วมกันเพื่อความปลอดภัยและเหมาะสม คือ กระทรวงกลาโหม และกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รายงานสรุปผลการกระจายหน้ากากอนามัย ตั้งแต่ 30 มี.ค. &amp;ndash; 19 เม.ย. 2563 จำนวน 37,497,550 ชิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายนายกรัฐมนตรี ขอบคุณการดำเนินงานของทุกหน่วยงาน ซึ่งได้ตรวจเยี่ยม เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ พบว่าทุกพื้นที่มีความเรียบร้อยดี ขอขอบคุณฝ่ายมั่นคงที่อำนวยความสะดวกให้ประชาชนอย่างดี ทั้ง ทหาร ตำรวจ พลเรือน กทม. สาธารณสุข ขอบคุณทุกคน ที่เสียสละเวลามาปฏิบัติหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเรื่องการผ่อนคลายมาตรการนายกรัฐมนตรีได้ให้แนวทางและข้อพิจารณา โดยเฉพาะด้านสาธารณสุข หากสถานการณ์ดีขึ้นตามหลักเกณฑ์จะมีการผ่อนปรนในส่วนใดได้บ้าง โดยในภาพรวมให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานหลัก ผ่านการวิเคราะห์ ศึกษาทางสถิติ พิจารณาว่ากิจกรรมประเภทใดบ้างที่ผ่อนปรนได้ เพื่อให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพบางประเภทได้ ให้ประชาชนมีรายได้ โดยอาจจะต้องกำหนดข้อจำกัดเพิ่มเติม อาทิ การเปิดตลาด ประเภทใดที่เปิดได้บ้าง ดำเนินการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ และสั่งการให้ทุกหน่วยงานภายใต้การดูแลของหน่วยงานตนเองหากมีมาตรการผ่อนคลายจะต้องมีมาตรการเพิ่มเติมเช่นไร ในการปลดล็อคจะต้องมีมาตรการดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอนที่ยังกำหนดอยู่ รวมทั้งพิจารณามาตรการตรวจสอบ การคัดกรอง ให้เหมาะสม รวมทั้งการดำเนินการทุกอย่างให้ยังคงเป็นไปตามหลักการ Social Distancing และประชาชนคงเห็นความสำคัญในการดำเนินมาตรการที่ชัดเจน จะได้เกิดความไว้วางใจ ร่วมมือกับรัฐบาล มาตรการ Work From Home ที่ยังต้องใช้ จะปรับอย่างไรให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเกี่ยวกับการตรวจเพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อ ให้เพิ่มการตรวจให้เข้มข้นในกลุ่มเสี่ยง ทำการสำรวจกลุ่มคนทำงานที่พบเจอคนจำนวนมาก เช่น แม่ค้า กลุ่มคนที่เคยตรวจไปแล้ว อาจพิจารณาตรวจอีกรอบเพื่อให้มั่นใจ ตลอดจนพิจารณาการสุ่มตรวจแรงงาน ทั้งนี้ ให้สาธารณสุขชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับความก้าวหน้าการวิจัย ให้ประชาชนทราบ รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับการ Re-use หน้ากาก N95&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของการเดินทางเข้าประเทศ นายกฯสั่งการให้สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ ชี้แจงให้คนไทยให้ทราบถึงขั้นตอน การดำเนินการเมื่อการเดินทางกลับต้องเข้ากระบวนการ State Quarantine และ Local Quarantine ของไทย และขอให้กระชับกระบวนการรับคนที่สนามบินให้รวดเร็วขึ้น แต่ต้องมีความปลอดภัย ซึ่งหน่วยงานด้านความมั่นคงได้รายงานว่าแก้ไขแล้ว และจะใช้เวลาเพียง 40 นาที รวมทั้ง ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด แก้ปัญหาการเดินทางกลับเข้าประเทศไทยทางบกเพื่อไม่ให้กระทบความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน กำหนดในการเดินทางเข้าทางบกผ่านแดนทางภาคใต้ วันละ 350 คน โดยให้ช่วยกันบริหารจัดการให้ดี ระมัดระวังด้านความปลอดภัย หากทำให้ได้มากก็จะผ่อนคลายความตึงเครียดของคนไทยที่อยากเดินทางกลับบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจจำเป็นต้องเดินคู่ขนานกันไป ทั้งการแก้ปัญหาในแต่ละภาคส่วน การร่วมกันทำ Big Data เพื่อทำให้ได้ข้อมูลเดียวกันในทุกส่วนงานมาพิจารณาเพื่อดูแลเรื่องการเยียวยา ฟื้นฟู ทั้งปัจจุบัน และอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งรายงานข่าวจากที่ประชุม ศบค.เปิดเผยว่า ในการหารือวันเดียวกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้แสดงความเป็นห่วงถึงผลกระทบและความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นกับประชาชนโดยภาพรวม แต่เนื่องจากบางพื้นที่ยังมีจำนวนตัวเลขของผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวนที่มากอยู่ จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุข ไปประเมินและหารือกับผู้ประกอบการและร้านค้าที่ได้รับผลกระทบในแต่ละพื้นที่จังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดที่ไม่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อ เพื่อพิจารณาผ่อนปรนมาตรการให้กับบางอาชีพ โดยย้ำว่าให้เป็นการผ่อนคลายทีละนิด อาทิ ตลาดนัด หรือร้านค้าบางประเภทที่อยู่ในห้างสรรพสินค้าที่มีความจำเป็น แต่ก็จะต้องมีมาตรการเข้มในการรักษาความสะอาด การสวมหน้ากากอนามัย การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และการใช้เจลล้างมือก่อนเข้าพื้นที่ แต่อย่างกรณีของร้านเหล้า สถานบันเทิงต่างๆนั้น ก็ยังคงใช้มาตรการเข้มอยู่ต่อไป และยังคงมีมาตรการเคอร์ฟิวต่อเนื่อง รวมทั้งจะมีการขยายเวลา ประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (พ.ร.ก.)ต่อไปก่อนซึ่งไม่น่าจะต่ำกว่า 1 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทั้งตำรวจและทหาร พิจารณาผ่อนผันยานพาหนะบางประเภทที่มีความจำเป็นในการขนส่งเพื่อใช้ในการประกอบอาชีพ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความเป็นจริง อย่างไรก็ตาม นายกฯยังได้เน้นย้ำในเรื่องการทำงานที่บ้าน หรือ work from home(wfh) ว่ายังควรต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องซึ่งจะต้องขอร้องหน่วยงานราชการและภาคเอกชนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ในวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี( ครม.)วันที่21 เม.ย. ยังไม่มีการบรรจุวาระเรื่องการขอขยายเวลาพ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่อย่างไรก็ตามในที่ประชุม ครม.นายกฯในฐานะผอ.ศบค.สามารถหยิบยกมาหารือเพื่อขอความคิดเห็นจากที่ประชุมได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วผู้ที่มีหน้าที่ที่จะเสนอในเรื่องดังกล่าวเพื่อให้ ครม.พิจารณานั้น เป็นหน้าที่ของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการ สมช.ระบุว่า สมช.จะประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์ก่อนที่จะนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีในช่วงกลางสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63720</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉุกเฉิน, ศบค., เคอร์ฟิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200420/image_big_5e9d553ed5949.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2018 13:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2018 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่างทองสู้โว้ย พร้อมรับมือภัยน้ำท่วม &#039;สามล้อ-พีวิน&#039;ร่วมแรงช่วยฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เทศบาลอ่างทองเตรียมพร้อมสู้ภัยน้ำท่วม สำรวจจุดเสี่ยง สามล้อ-มอเตอร์ไซต์ ร่วมแรงช่วยเหลือฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6ส.ค.61- นายชัย สุวพันธ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองอ่างทอง ได้เรียกประชุม สมาชิกสภาเทศบาลลูกจ้าง ผู้บริหาร รวมทั้งประชาชนและผู้นำชุมชนทั้ง 22ชุมชน &amp;nbsp;เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำเหนือ ที่มีพายุฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องหลายจังหวัดได้รับผลกระทบแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาทุกครั้งที่น้ำไหลหลากจังหวัดอ่างทองได้รับผลกระทบทุกครั้งและเพื่อความไม่ประมาทเทศบาลเมืองอ่างทองจึงเตรียมแผนรับมือน้ำล้นตลิ่งป้องกันเขตเศรษฐกิจศูนย์ราชการโดยการสำรวจจุดเสี่ยงเพื่อเตรียมป้องกันและรับมือสถานการณ์น้ำล้นตลิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัย &amp;nbsp;กล่าวว่า ในช่วงนี้มีพายุฝนกระหน่ำทั่วประเทศ &amp;nbsp;เพื่อความไม่ประมาท เทศบาลเมืองอ่างทอง ได้ระดมความคิดเตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องมือ &amp;nbsp;เครื่องจักร วัสดุอุปกรณ์ต่างๆและแผนป้องกันน้ำท่วม &amp;nbsp; เพื่อป้องกันเขตเศรษฐกิจย่านการค้า ศาลากลางและส่วนราชการต่างๆ ที่ผ่านมาในช่วงฤดูน้ำหลากจังหวัดอ่างทองได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำล้นตลิ่งเป็นประจำ &amp;nbsp;ซึ่งภายในเขตเทศบาลเมืองบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยามี เขื่อนป้องกันน้ำท่วม ตอนนี้ระดับตลิ่งอยู่สูงกว่าระดับน้ำ ประมาณ 10เมตร &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันทางเทศบาลได้ออกสำรวจ จุดเสี่ยงเตรียมรับมือในยามฉุกเฉิน &amp;nbsp;และยังมีการเตรียมความพร้อม สามล้อแดงและมอเตอร์ไซค์รับจ้างกว่า 300 คนที่พร้อมจะเข้าช่วยเหลือน้ำลิ้นตลิ่งในยามฉุกเฉินต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14790</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉุกเฉิน, น้ำท่วม, พีวิน, สามล้อ, อ่างทอง, แม่น้ำเจ้าพระยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180806/image_big_5b67e4592a152.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2018 18:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2018 18:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เปิ้ล นาคร’เครียด’เมีย’ชักตัวเกร็ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำเอาเหล่าแฟนคลับถึงกับตกอกตกใจ เมื่อนักแสดง-พิธีกรรุ่นใหญ่ เปิ้ล-นาคร ศิลาชัย ได้โพสต์ภาพ จูน-กษมา ศิลาชัย ขณะนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล พร้อมระบุข้อความถึงอาการป่วยของภรรยาที่เกิดอาการชัก ตัวเกร็ง มีไข้ขึ้นสูง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;จูนมีอาการเจ็บแปล๊บที่ปลายเท้ามาหลายวันล่ะ แต่จูนคิดว่าน่าจะหาย ก็เลยไปเที่ยวเสม็ดกัน แต่ป่าวเลย อาการยิ่งกำเริบ ขาข้างซ้ายกระตุกทุกๆ 2 นาที จนขาชาไม่รู้สึก แต่เธอก็ทนเลี้ยงลูก เล่นน้ำกับลูก แต่เธอแอบอัดยาแก้ปวดไป 10 กว่าเม็ด ก็ไม่ดีขึ้นจนมาวันนี้ขึ้นรถกลับกรุงเทพ อาการจู่ๆ ก็กำเริบ ขากระตุกหนักขึ้นลามมาด้านขวา จนตัวเกร็งปากกัดตลอดเวลา ขาจูนกระตุกแรงแบบไม่เคยเห็นมาก่อน ป๊าใช้เวลาอัดรถจากเกาะเสม็ดถึงโรงบาลที่กรุงเทพ 2 ชั่วโมงกว่า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จูนกระตุกหนักขึ้นแบบชักและร้องไห้ตลอดทาง ตัวเกร็ง ไข้ขึ้น กัดปากตัวเอง อาการน่ากลัวมากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ป๊าได้แต่เหยียบ เหยียบให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ แล้วเราก็ถึงโรงพยาบาล ทุกอย่างเตรียมรอไว้หมดแล้ว จูนเข้าห้องฉุกเฉิน ฉีดยา เจาะเลือด สารพัด จูนได้แต่นอนกระตุก ชักเกร็งไปหมด แล้วจูนก็บอกให้พี่เปิ้ลไปส่งลูกกลับบ้าน จูนอยู่กับหมอได้ พรุ่งนี้คงต้องลุ้นกันว่าหมอจะบอกว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับแม่ของ 4 ออ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยล่าสุดหนุ่มเปิ้ลได้มาอัพเดทอาการป่วยของภรรยาอีกครั้งโดยระบุว่า&amp;rdquo; MRI scan สมอง และกระดูก รอผลวินิจฉัยตอนเย็น อาจมีผ่าตัด(คุณหมอกล่าว)&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @ple_nakorn&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5830</URL_LINK>
                <HASHTAG>จูน กษมา, ฉุกเฉิน, ชัก, ชักกระตุก, ป่วย, เกร็ง, เปิ้ล นาคร, แอดมิท, โรงพยาบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8d859310e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
