<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104116</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2021 15:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2021 15:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ช.การช่างจ่อคว้า2สัญญารถไฟทางคู่ เด่นชัย-เชียงราย มูลค่า 4.7 หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ค.2564-รายงานข่าวจากบริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา บริษัทได้ลงนามสัญญาก่อสร้างโครงการอุโมงค์ส่งน้ำประปา สัญญาที่ G-TN-9D จากสถานีสูบจ่ายน้ำบางมด ถึงสถานีสูบจ่ายน้ำสำโรง ระยะทาง 13.4 กิโลเมตร กับการประปานครหลวง (กปน.) มูลค่า 4,950 ล้านบาท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โครงการนี้เป็นงานก่อสร้างอุโมงค์ส่งน้ำประปาตามแนวถนนกาญจนาภิเษกและถนนทางรถไฟสายเก่า จากสถานีสูบจ่ายน้ำบางมด ถึงสถานีสูบจ่ายน้ำสำโรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โดยใช้หัวขุดเจาะอุโมงค์ แบบ TBM มีระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี 4 เดือน ถือเป็น 1 ใน 4 สัญญาที่กปน. ได้เปิดประมูลตามโครงการปรับปรุงกิจการประปานครหลวงแผนหลักครั้งที่ 9 เพื่อเชื่อมโยงการจ่ายน้ำประปาจากฝั่งตะวันตกไปผั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ โดยบริษัทพร้อมเริ่มก่อสร้างทันที และมั่นใจว่าจะดำเนินการก่อสร้างได้แล้วเสร็จตามแผน เพราะมีความพร้อมและเป็นงานที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เมื่อวันที่ 18 พ.ค.64 ที่ผ่านมา บริษัทได้เข้าร่วมประมูลโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงเด่นชัย- เชียงราย-เชียงของ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ระยะทาง 323 กิโลเมตร สัญญาที่ 1 2 และ 3 มูลค่ากว่า 73,000 ล้านบาท ด้วยวิธีเสนอราคาจัดซื้อจัดจ้างทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ (อี-บิดดิ้ง) ร่วมกับบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ในนามกิจการร่วมค้า CKST&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลการเสนอราคาปรากฎว่า กิจการร่วมค้า CKST เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุดในสัญญาที่ 2 ช่วงงาว-เชียงราย ด้วยราคา 26,900 ล้านบาท และสัญญาที่ 3 ช่วงเชียงราย-เชียงของ ด้วยราคา 19,390 ล้านบาท โดยขั้นตอนต่อไป รฟท. แจ้งว่าจะดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติและเอกสารเทคนิค หลังจากนั้น รฟท.จะประกาศอย่างเป็นทางการว่าบริษัทใดเป็นผู้ได้รับงานสัญญาต่างๆ ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปลงนามในสัญญาได้ในเดือน กรกฎาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ สายบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กิโลเมตร อีก 2 สัญญา มูลค่า 55,458 ล้านบาท ที่รฟท. จะเปิดประมูลในวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 นี้ ซึ่งบริษัทก็จะเข้าร่วมประมูลด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ. ช.การช่าง กล่าวว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ภาพรวมของธุรกิจก่อสร้างถือว่าค่อนข้างชะลอตัว เพราะมีการเลื่อนการเปิดประมูลโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ เป็นผลมาจากปัญหาด้านการเมืองและผลกระทบจากโรคระบาด Covid-19 แต่หลังจากนี้เชื่อมั่นว่ารัฐจะเร่งรัดโครงการต่างๆออกมาจำนวนมากเพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ งานก่อสร้างขนาดใหญ่สามารถสร้างเงินหมุนเวียนได้หลายรอบ มีผลต่อเนื่องไปที่ธุรกิจอื่นๆ เช่น วัสดุก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ การขนส่ง ธนาคารการเงิน ประกันภัยและที่สำคัญคือทำให้เกิดการจ้างงาน ซึ่งจะมีผลดีต่อประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากงบประมาณจำนวนกว่าล้านล้านบาทที่ภาครัฐจัดสรรเพื่อเยียวยาประชาชนและภาคธุรกิจ รวมถึงงบประมาณสำหรับโครงการที่ได้เตรียมไว้แล้วตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤติ Covid-19 ซึ่งขณะนี้ถึงเวลาแล้วที่งานประมูลโครงการของรัฐขนาดใหญ่กำลังเร่งทยอยออกมา และส่งผลดีต่อภาคธุรกิจก่อสร้าง เช่น โครงการรถไฟทางคู่ 1.2 แสนล้านบาท โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ 9 หมื่นล้านบาท โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก 1.2 แสนล้านบาท รวมมูลค่ามากกว่า 3 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปลิว กล่าวว่า บริษัทมีความพร้อมอย่างเต็มที่ ทั้งด้านบุคลากร แรงงาน เครื่องจักร และที่สำคัญคือประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในงานขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เทคนิคสูง เช่นงานขุดเจาะอุโมงค์ งานก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน มั่นใจว่ามีโอกาสสูงที่จะชนะในการประมูลทั้ง 3 โครงการในสัดส่วนที่ไม่น้อย โดยโครงการรถไฟทางคู่ และรถไฟฟ้าสายสีม่วงจะเป็นงานที่บริษัทเข้าประมูลโดยตรง ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม บริษัทจะสนับสนุน บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เข้าร่วมประมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในส่วนของภาพรวมบริษัท ในปี 2564 คาดว่าจะดีกว่าปี 2563 ตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2563 จนถึงปี 2564 บริษัทมั่นใจว่าจะได้รับงานก่อสร้างใหม่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ Backlog กลับไปอยู่ที่ระดับเกิดกว่า 1 แสนล้านบาท โดยมีโครงการสำคัญ คือ รถไฟทางคู่ รถไฟฟ้าสายสีม่วง รถไฟฟ้าสายสีส้ม และที่สำคัญคือ โครงการเขื่อนหลวงพระบาง มูลค่างานก่อสร้างกว่า 9 หมื่นล้านบาท ซึ่งบริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP กำลังเร่งรัดสรุปและคาดว่าจะเสร็จสิ้นขั้นตอนภายในปี 2564 นี้&amp;nbsp; และพร้อมเริ่มก่อสร้างทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนบริษัทในกลุ่ม BEM ปริมาณผู้ใช้รถไฟฟ้าและทางด่วนจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติในช่วงไตรมาสที่ 3-4 ซึ่งการระบาดของ Covid-19 น่าจะควบคุมได้ดีขึ้น ทำให้กำไรกลับสู่สภาวะปกติ&amp;nbsp; สำหรับธุรกิจของ CKP ในปีนี้ โรงไฟฟ้าไชยะบุรีจะผลิตไฟฟ้าได้เต็มที่และไม่มีผลกระทบด้านภัยแล้งเหมือนปีที่ผ่านมา ทำให้มีผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างมากทำให้ ช. การช่างได้รับส่วนแบ่งกำไรจากทั้ง 2 บริษัทมากขึ้นกว่าปี 2563 อย่างแน่นอน ส่วน TTWมีผลประกอบการที่ดี และไม่ได้รับผลกระทบอะไรจาก Covid-19 เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในด้านการบริหารงาน เรายึดหลักให้ความสำคัญด้านคุณภาพ การควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งมอบงานได้ตรงเวลาที่กำหนด&amp;nbsp; ภายใต้อัตรากำไรที่เหมาะสม ซึ่งเป็นจุดแข็งของบริษัทมาโดยตลอด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104116</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช.การช่าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210525/image_big_60acae729e439.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71705</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2020 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2020 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช.การช่าง ไม่ตกขบวนโดดชิงประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17ก.ค.63-รายงานข่าวจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้เปิดขายเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน (Request for Proposal Documents: RFP) เป็นผู้ร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ &amp;ndash; มีนบุรี (สุวินทวงศ์) เป็นวันที่ 5 โดยมีเอกชนให้ความสนใจติดต่อขอซื้อเอกสารข้อเสนอการร่วมลงทุนฯ ในวันนี้ จำนวน 1 ราย ได้แก่ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)

ทั้งนี้เมื่อรวมจำนวนตั้งแต่วันแรกที่เปิดขายเอกสารฯ มีผู้ให้ความสนใจติดต่อขอซื้อเอกสารข้อเสนอการร่วมลงทุนฯ จำนวนทั้งสิ้น 7 ราย ดังนี้
1. บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
2. บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
3. บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
4. บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)
5. บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)
6. บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
7. บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถซื้อเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน (Request for Proposal Documents : RFP) โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ ตั้งแต่วันที่ 10 - 24 กรกฎาคม 2563 เวลา 9.00 น. ถึง 15.00 น. ณ ห้องนิทรรศการ ชั้น 1 อาคาร 1 รฟม.

รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม บางขุนนนท์ &amp;ndash; มีนบุรี (สุวินทวงศ์) รฟม.จะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนก่อสร้างช่วงตะวันตก ติดตั้งจัดหาระบบรถไฟฟ้า และรับสัมปทานเดินรถตลอดเส้นทาง ระยะเวลา 30 ปี วงเงินรวมประมาณ 1.4 แสนล้านบาท โดยการประมูลครั้งนี้จะได้ผู้เดินรถไฟฟ้าสายสีส้ม โดยจะเริ่มเดินรถจากสายสีส้มตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ -มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ก่อน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างมีความคืบหน้า 64% เร็วกว่าแผน 3% คาดว่าจะสร้างแล้วเสร็จในปี 65 กำหนดเดินรถในปี 66 หากได้ตัวผู้เดินรถจะมีระยะเวลาเตรียมการทั้งตัวรถไฟฟ้าและระบบการเดินรถด้วย

สำหรับโครงการดังกล่าวมีแนวเส้นทางเชื่อมระหว่างกรุงเทพมหานครทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ระยะทาง 35.9 กิโลเมตร แบ่งเป็นส่วนตะวันออก (ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย &amp;ndash; มีนบุรี) ระยะทาง 22.5 กิโลเมตร จำนวน 17 สถานี (สถานีใต้ดิน 10 สถานี และ สถานียกระดับ 7 สถานี) และส่วนตะวันตก (ช่วงบางขุนนนท์ &amp;ndash; ศูนย์วัฒนธรรมฯ) ระยะทาง 13.4 กิโลเมตร จำนวน 11 สถานี (สถานีใต้ดินตลอดสาย)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71705</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช.การช่าง, รถไฟฟ้าสายสีส้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200717/image_big_5f110c31d35ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12070</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2018 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2018 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช.การช่างและไชน่าเรลเวย์ไม่ตกขบวนซื้อซองทีโออาร์เชื่อมสามสนามบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช.การช่างและไชน่าเรลเวย์คอนสตรัคชั่น แห่ซื้อซองเอกสารประกวดราคารถไฟความเร็วสูงเชื่อม3สนามบิน เป็นรายที่ 11-12&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.61-รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท) แจ้งรายงานความคืบหน้าในวันที่ 25 มิถุนายน นี้ว่ามีบริษัทให้ความสนใจมายื่นซองเสนอราคาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จำนวน 2 บริษัทคือ 1.บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) 2. China Railway Construction Corporation Limited อย่างไรก็ตามการเปิดขายซองทีโออาร์จะเปิดไปจนถึง วันที่ 9 ก.ค.นี้ เวลา9.00 -12 .00 น. และ เวลา 13.00- 15.00 น. ณ ห้องประชุมฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง การรถไฟแห่งประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สำหรับการเปิดขายซองเอกสารประกวดราคานับตั้งแต่วันที่18 มิถุนายน 2561 ถึงช่วงเช้าของวันที่25 มิถุนายน 2561 รวมทั้งสิ้นจำนวน 12 บริษัทดังนี้1) บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)2) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด3) บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)4) บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)5) บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด (EnCo)6) บริษัท อิโตชู คอร์ปอเรชั่น จำกัด7) บริษัท Sinohydro Corporation Limited8)บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)9)บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน)10)บริษัท ฟูจิตะ คอร์ปอเรชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด11)บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)12)China Railway Construction Corporation Limited&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12070</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช.การช่าง, รถไฟความเร็วสูง, รถไฟความเร็วสูงเชื่อม3สนามบิน, ไชน่าเรลเวย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180625/image_big_5b30ae2a2c6c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3263</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2018 17:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2018 17:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>CKฟุ้งพร้อมประมูลงานรัฐ4แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ช.การช่าง&amp;quot; ผนึกกำลังบริษัทลูก ลุยงานประมูลการก่อสร้างภาครัฐมูลค่ากว่า 4 แสนล้านบาท &amp;nbsp;ทั้งรถไฟฟ้า,ทางด่วน รถไฟทางคู่ ฟุ้งปี 60 กำไรโต 8%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.พ. 61-นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK เปิดเผยว่า &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในปี 2561 CK พร้อมที่จะเข้าประมูลงานก่อสร้างตามนโยบายภาครัฐในทุกโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าปีนี้ภาครัฐจะเปิดโครงการประมูลกว่า 4 แสนล้านบาท โดยเฉพาะโครงการ รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะมูลค่า 1.30 แสนล้านบาท โครงการทางด่วนพระราม 3 &amp;ndash; ดาวคะนอง มูลค่า 3.10หมื่นล้านบาทโครงการรถไฟทางคู่ เฟส 2 จำนวน 9 เส้นทาง มูลค่ารวมประมาณ4.00 แสนล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นอกจากนี้ยังมีโครงการมอเตอร์เวย์ บางปะอิน - นครราชสีมา ค่าตอบแทนเอกชนมูลค่า 3.30 หมื่นล้านบาทและบางใหญ่-กาญจนบุรีค่าตอบแทนเอกชนมูลค่า 2.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งรัฐบาลจะผลักดันโครงการออกมาในลักษณะให้เอกชนร่วมลงทุน(PPP) ทั้งนี้ &amp;nbsp;CK และ BEM ได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว ด้านโครงการในต่างประเทศคาดว่าจะมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ ใน สปป.ลาว ซึ่งทาง CKP คาดว่าจะมีความคืบหน้าออกมาในกลางปี 2561 และการงานก่อสร้างระบบประปาในเมียนมา ซึ่งทาง TTW ได้เจรจากับรัฐบาลเมียนมาเรียบร้อยแล้วด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากผลการประมูลในอดีตบริษัทมี Winning rate ประมาณ 50% สำหรับงานรถไฟฟ้าช่วงใต้ดิน 20-25% สำหรับงานรถไฟฟ้าโครงสร้างยกระดับและทางด่วน ซึ่งงานเหล่านี้บริษัทมีความเชี่ยวชาญ สามารถบริหารจัดการด้านการก่อสร้าง การเงิน และดูแลผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี นอกเหนือจากโครงการที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC ที่รัฐบาลจะผลักดันออกมาในเร็วๆนี้ &amp;nbsp;ทั้งรูปแบบที่ให้เอกชนเข้าประมูล และรูปแบบความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนหรือ PPP &amp;nbsp;ซึ่งทาง CK พร้อมเข้าร่วมประมูลอย่างแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โครงการก่อสร้างในประเทศเป็นเป้าหมายหลักของ CK และเรายังได้เตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยี วิศวกรรมและการก่อสร้าง การพัฒนาบุคลากร การเงิน และการเตรียมความพร้อมระหว่างพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อรองรับโครงการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต&amp;rdquo; นายปลิวกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปลิว กล่าวว่า บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากกรณีที่รัฐบาลประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เนื่องจาก ทางบริษัทเจรจากับผู้รับเหมาช่วงเรียบร้อยแล้ว ขณะที่งานใหม่ที่จะเข้าร่วมประมูลก็ได้คำนวณราคาต้นทุน ใหม่ก่อนเสนอทุกโครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลประกอบการ ณ สิ้นปี 2560 คาดว่ารายได้ก่อสร้างของบริษัทจะเป็นไปตามเป้าที่ได้ตั้งไว้ คือ 35,000 ล้านบาทและมีกำไรขั้นต้นอยู่ในระดับประมาณ 8%บริษัทมีความพร้อมจะลงทุนโครงการขนาดใหญ่ได้อย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;ณ ปัจจุบันสัดส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิ (Net D/E) อยู่ในระดับ 1.35 เท่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3263</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช.การช่าง, รถไฟทางคู่, โครงสร้างพื้นฐาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180216/image_big_5a86b935bd3c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
