<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115248</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 11:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แบงก์ชาติ&#039;แจงเศรษฐกิจก.ค.เดี้ยงหนักไม่การันตีคลายล็อกดาวน์ช่วยดันเชื่อมั่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย. 2564 นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเดือน ก.ค. 2564 ได้รับผลกระทบมากขึ้นจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยการบริโภคภาคเอกชนลดลงตามกำลังซื้อที่อ่อนแอและมาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม รายได้ครัวเรือน และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับลดลง โดยมาตรการภาครัฐช่วยพยุงกำลังซื้อได้เพียงบางส่วน ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนก็ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนเช่นกัน สอดคล้องกับภาวะอุปสงค์และความเชื่อมั่นของธุรกิจที่อ่อนแอลง รวมทั้งผลกระทบเพิ่มเติมจากมาตรการควบคุมการระบาดในพื้นที่ก่อสร้างที่เข้มงวดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านการส่งออกสินค้าแผ่วลงจากอุปสงค์ประเทศคู่ค้าที่ชะลอตัวตามการแพร่ระบาดที่รุนแรงขึ้นในบางประเทศ และการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งกระทบต่อการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้า ขณะที่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในโรงงาน ซึ่งกระทบต่อการส่งออกอาหารแปรรูป โดยการส่งออกสินค้าบางหมวดยังเพิ่มขึ้น อาทิ สินค้าเกษตร สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และโลหะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การส่งออกเดือน ก.ค. 2564ถือว่าแผ่วลงจากเดือนก่อนหน้า ประมาณ 0.8% โดยเริ่มได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดในโรงงานอุตสาหกรรมและในประเทศ และจากอุปสงค์ชะลอลงจากประเทศคู่ค้า ปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์เริ่มส่งผลกระทบโดยเฉพาะการส่งออกหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า และการส่งออกอาหารแปรรูปจากการแพร่ระบาดในโรงงานเริ่มส่งผลกระทบ ขณะที่การส่งออกบางกลุ่มยังโตได้ โดยเฉพาะข้าว ยางพารา อิเล็กทรอนิกส์ และเหล็ก&amp;rdquo; นางสาวชญาวดี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการผลิตภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะหมวดยานยนต์ ปิโตรเลียม และวัสดุก่อสร้างที่แผ่วลงตามภาวะอุปสงค์ ขณะที่ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และเซมิคอนดักเตอร์ รวมทั้งการหยุดการผลิตชั่วคราวเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดในโรงงานยังกดดันการผลิตในหลายหมวด ส่วนมูลค่าการนำเข้าสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วอยู่ในระดับใกล้เคียงกับเดือนก่อน โดยการนำเข้ายังเพิ่มขึ้นในบางหมวดสินค้า อาทิ เชื้อเพลิง และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ขณะที่บางหมวดมีการนำเข้าลดลง โดยเฉพาะรถยนต์ สอดคล้องกับกำลังซื้อในประเทศที่อ่อนแอลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนจากโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ที่เริ่มขึ้นในเดือนนี้ อย่างไรก็ดี จำนวนนักท่องเที่ยวยังเป็นสัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับภาวะปกติ จากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศของไทยที่ยังมีอยู่ ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน แต่หากไม่รวมเงินโอน การใช้จ่ายภาครัฐทรงตัว โดยรายจ่ายประจำขยายตัวจากทั้งรายจ่ายค่าตอบแทนบุคลากร และรายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าและบริการ ขณะที่รายจ่ายลงทุนหดตัว โดยเฉพาะการเบิกจ่ายของรัฐบาลกลาง จากผลของฐานสูงที่มีการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณในปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับลดลงจากผลของฐานต่ำในปีก่อนที่ทยอยหมดลง และมาตรการลดค่าไฟฟ้าและน้ำประปาในเดือนนี้ของภาครัฐ ด้านตลาดแรงงานเปราะบางมากขึ้น สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลน้อยกว่าเดือนก่อนตามดุลบริการ รายได้ และเงินโอนที่ขาดดุลลดลง ขณะที่ดุลการค้าเกินดุลลดลงตามการส่งออกสินค้าที่แผ่วลงเป็นสำคัญ ด้านอัตราแลกเปลี่ยนบาทต่อดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงกว่าสกุลเงินคู่ค้าคู่แข่งส่วนใหญ่ จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ภายในประเทศที่ยืดเยื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวชญาวดี กล่าวว่า ในส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจในเดือน ส.ค. 2564 นั้น มองว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจยังถูกกดดันจากการแพร่ระบาดที่รุนแรงและมาตรการควบคุมที่เข้มงวดขึ้น รวมทั้งต้องติดตามผลกระทบต่อเศรษฐกิจจากปัญหาซับพลายดิสรัปชัน รวมทั้งการแพร่ระบาดในโรงงาน และการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์และตู้คอนเทนเนอร์ รวมถึงเศรษฐกิจคู่ค้าที่เผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2564 ยังเป็นไปตามคาดการณ์ แม้ว่าจะมีการเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจบางส่วน ตั้งแต่ 1 ก.ย. ก็ยังเป็นไปตามที่คาดว่าจะเริ่มคลี่คลายช่วงปลายไตรมาส 3/2564 แต่ก็ยังต้องพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ ประกอบ โดยเฉพาะเรื่องซับพลายดิสรัปชัน การแพร่ระบาดในโรงงาน และสถานการณ์แพร่ระบาดในต่างประเทศ ซึ่งคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะพิจารณาปรับประมาณการอีกครั้งในรอบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ต่อให้เปิดเมือง ก็มีเรื่องความเชื่อมั่นประชาชนด้วยว่าจะมากน้อยแค่ไหน มีหลายปัจจัยที่ต้องติดตาม มาตรการภาครัฐ ช่วงที่ผ่านมามีการอัดฉีดเรื่องการเยียวยา ขึ้นอยู่กับประชาชนที่ได้รับการช่วยเหลือ จะออกมาจับจ่ายใช้สอยมากน้อยแค่ไหน ซึ่งคงต้องติดตามดูในเดือนก.ย. ด้วยว่าจะเป็นอย่างไร&amp;quot; นางสาวชญาวดี กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115248</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อคดาวน์, ชญาวดี ชัยอนันต์, ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), ภาพรวมเศรษฐกิจไทย (จีดีพี)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210515/image_big_609f4df0b5a2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2021 09:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2021 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แบงก์ชาติ&#039;ชี้โควิดระบาดหนักทุบศก.พังยับ ห่วงคลัสเตอร์โรงงานกระทบส่งออก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค. 2564 &amp;nbsp;นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)กล่าวว่า ภาพรวมกิจกรรมทางเศรษฐกิจในเดือน ก.ค. 2564 ยังมีแนวโน้มปรับลดลงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ต้องมีมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มงวดขึ้น และยังต้องติดตามความเสี่ยงจากปัญหา supply disruption จากการแพร่ระบาดในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น อาจทำให้บางโรงงานต้องหยุดผลิตชั่วคราว และปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ที่ยังมีอย่างต่อเนื่อง รวมถึงปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ที่รุนแรงต่อเนื่อง จนส่งผลให้ผู้ประกอบการบางรายพิจารณาย้ายสายการผลิตไปอยู่ในประเทศคู่ค้าแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ต้องยอมรับว่าการระบาดของโควิด-19 ในคลัสเตอร์โรงงานอุตสาหกรรม เป็นความน่ากังวลและความเสี่ยงหนึ่งต่อภาคการส่งออกของไทยที่กำลังขยายตัวได้ดีขึ้น แน่นอนว่าปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวจะกลายเป็นผลกระทบในระยะสั้นกับผู้ประกอบการ ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกอบการส่วนใหญ่ก็ได้มีการปรับตัว และพยายามดูแลการผลิตให้เดินหน้าต่อเนื่องมากที่สุด ส่วนผลกระทบในระยะต่อไปกับภาคการส่งออกนั้น คงต้องรอการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งจะมีการประชุมในวันที่ 4 ส.ค. นี้&amp;rdquo; นางสาวชญาวดี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2/2564 ยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดระลอกสามของโควิด-19 ส่งผลให้เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนปรับลดลงจากไตรมาสก่อน แม้มาตรการภาครัฐจะช่วยพยุงกำลังซื้อได้บางส่วน ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังอ่อนแอ เนื่องจากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศยังมีอยู่ ส่วนการส่งออกสินค้าปรับดีขึ้นต่อเนื่อง โดยขยายตัวสูงถึง 36.2% ซึ่งช่วยพยุงการผลิตภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนภาคเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐที่ไม่รวมเงินโอนขยายตัวเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน สะท้อนถึงบทบาทในการพยุงเศรษฐกิจของภาครัฐ ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปกลับมาเป็นบวกตามอัตราเงินเฟ้อหมวดพลังงานเป็นสำคัญ เนื่องจากราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลก รวมทั้งฐานราคาพลังงานที่ต่ำในปีก่อน ด้านตลาดแรงงานเปราะบางมากขึ้น สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลมากกว่าไตรมาสก่อน ตามดุลบริการ รายได้ และเงินโอนที่ขาดดุลเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นางสาวชญาวดี กล่าวอีกว่า ในส่วนภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเดือน มิ.ย. 2564 พบว่า เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากการแพร่ระบาดระลอกสามของโควิด-19 โดยเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนยังอ่อนแอ โดยขยายตัวติดลบ 1.2% แม้ปรับดีขึ้นเล็กน้อยหลังจากภาครัฐทยอยผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดตั้งแต่กลางเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา สอดคล้องกับรายได้และความเชื่อมั่นของครัวเรือนที่อ่อนแอจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกสินค้าปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า โดยขยายตัวที่ 46.1% จากการฟื้นตัวของอุปสงค์ประเทศคู่ค้าและวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์โลกที่อยู่ในช่วงขาขึ้นส่งผลให้การส่งออกยังเพิ่มขึ้นในหลายหมวด โดยเฉพาะสินค้าเกษตรแปรรูป เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ การส่งออกเหล็กเร่งขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการเปลี่ยนไปเน้นตลาดส่งออกมากขึ้นในช่วงที่ความต้องการในประเทศลดลง ส่วนเครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนทรงตัวจากเดือนก่อน โดยการลงทุนหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ปรับดีขึ้นเล็กน้อยตามการส่งออก ขณะที่การลงทุนหมวดก่อสร้างปรับลดลงต่อเนื่องตามอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอ รวมทั้งการได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานก่อสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ การผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อน ตามการผลิตหมวดยานยนต์ ปิโตรเลียม และวัสดุก่อสร้าง สอดคล้องกับอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอ โดยปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และ เซมิคอนดักเตอร์ยังคงส่งผลกระทบต่อการผลิตหมวดอาหารแปรรูป เครื่องใช้ไฟฟ้า และยานยนต์ ด้านมูลค่าการนำเข้าสินค้าที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วปรับลดลงจากเดือนก่อน โดยเฉพาะหมวดเชื้อเพลิงและสินค้าอุปโภคบริโภคสอดคล้องกับอุปสงค์ในประเทศที่ยังอ่อนแอ โดยการนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางปรับดีขึ้นต่อเนื่องสอดคล้องกับการฟื้นตัวของภาคการส่งออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐที่ไม่รวมเงินโอนขยายตัวเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน สะท้อนบทบาทในการพยุงเศรษฐกิจของภาครัฐที่มีต่อเนื่อง โดยรายจ่ายประจำขยายตัวตามการเบิกจ่ายค่าตอบแทนบุคลากร ขณะที่รายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลางขยายตัวตามการเบิกจ่ายของหน่วยงานด้านคมนาคมเป็นสำคัญ ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศยังอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง จากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศของไทยที่ยังมีอยู่ ด้านอัตราแลกเปลี่ยนบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินคู่ค้าคู่แข่งส่วนใหญ่ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ภายในประเทศที่ยังยืดเยื้อ ขณะที่ตลาดแรงงานยังคงเปราะบางมากขึ้น จากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ลดลงต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111717</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์โรงงานอุตสาหกรรม, ชญาวดี ชัยอนันต์, ธนาคารแห่งประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210515/image_big_609f4df0b5a2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110716</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 14:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 14:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ผวา&#039;เดลต้า&#039;ทำล็อกดาวน์ยาว &#039;ธปท.&#039;ชี้กิจกรรมศก.หาย2%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 ก.ค. 2564 นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลต้าที่กลายมาเป็นสายพันธุ์หลัก ทำให้การระบาดมีแนวโน้มรุนแรง และยืดเยื้อกว่าคาดการณ์ การระบาดเริ่มขยายตัวเป็นวงกว้างมากขึ้น ขณะที่ประสิทธิผลของวัคซีนหลาย ๆ ตัวสำหรับป้องกันไวรัสสายพันธุ์เดลต้าก็อาจจะลดลง ส่งผลให้การบริหารจัดการทำได้ยากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขณะที่การประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดล่าสุด ที่แม้จะไม่ใช่การล็อกดาวน์แบบเต็มรูปแบบเหมือนปีที่ผ่านมา แต่กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มถูกกระทบใกล้เคียงกับการล็อกดาวน์แบบเต็มรูปแบบทั้งประเทศ และมีโอกาสที่จะลงลึกอย่างต่อเนื่อง โดย ธปท. ได้มีการประเมินความเสียหายของกิจกรรมทางเศรษฐกิจจากมาตรการล็อกดาวน์หากสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ดี จะส่งผลกระทบกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ 0.8% แต่หากไม่สามารถควบคุมได้ เป็นกรณีต่ำ (โลเวอร์เคส) จะส่งผลกระทบกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจถึง 2%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;โดย ธปท. ได้มีการประเมินเป็น 2 กรณีคือ 1.มาตรการที่เข้มข้นสามารถควบคุมการแพร่ระบาดให้ลดลงไปได้ 40% ก็จะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ในช่วงกลางเดือน ส.ค. นี้ และ 2. หากเป็นโลเวอร์เคส การควบคุมการแพร่ระบาดลดลงไปได้แค่ 20% นั่นอาจส่งผลให้การแพร่ระบาดยืดเยื้อถึงสิ้นปีนี้ และมีความเป็นไปได้ที่อาจจะต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ที่ยาวนานขึ้น แม้ว่ารัฐบาลจะไม่ได้สั่งล็อกดาวน์ แต่ประชาชนก็อาจจะล็อกดาวน์ตัวเอง โดยผลกระทบจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ 0.8-2% นั้น ยังไม่สามารถนำไปหักลบกับคาดการณ์จีดีพีได้เลย เพราะยังมีปัจจัยอื่น ๆ เป็นตัวแปรที่อาจจะเข้ามาพยุงการเติบโตของเศรษฐกิจได้ อาทิ มาตรการทางการเงิน การคลัง มาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ การปรับวิธีการใช้จ่ายเงินของภาครัฐ โดยเฉพาะ พ.ร.ก. กู้เพิ่มเติม 5 แสนล้านบาท หากใช้ทั้งหมดในปีนี้ หรือรัฐขยับเวลามาใช้ให้เร็วขึ้น รวมถึงมาตรการอื่น ๆ ที่มีอยู่ก็อาจจะเพียงพอ&amp;rdquo; นางสาวชญาวดี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสริมในเรื่องการส่งออก แม้ว่าจะมีบางประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดในระลอกใหม่ ๆ แต่ในแง่ความต้องการและเศรษฐกิจส่วนใหญ่ก็ยังเดินหน้าต่อไปได้ จึงยังไม่เห็นภาพผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับภาคการส่งออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวชญาวดี กล่าวอีกว่า ปัจจุบันยังพูดได้ค่อนข้างลำบากว่าตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปีนี้จะขยายตัวติดลบหรือไม่ จากคาดการณ์ปัจจุบันที่ 1.8% แต่ก็มีความเป็นไปได้ทั้งหมด เพราะเศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยง และเสี่ยงมากขึ้นจากการคาดการณ์เมื่อเดือน มิ.ย. จากความยืดเยื้อของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนั้นหากผลกระทบของเศรษฐกิจออกมาเป็นโลเวอร์เคส ที่เศรษฐกิจถูกกระทบค่อนข้างเยอะ ก็จะต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะกลับมาเติบโตได้ ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจในครึ่งหลังของปี 2564 จะกลับมาได้เร็วแค่ไหน ยังขึ้นอยู่กับว่าสามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาดได้มีประสิทธิภาพเพียงใด ควบคุมได้เมื่อไหร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2565 ปัจจัยเรื่องการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังเป็นประเด็นสำคัญ ซึ่งขึ้นอยู่กับวัคซีนที่ได้มาและการกระจายวัคซีนที่จะเป็นตัวสะท้อนระยะเวลาในการได้รับภูมิคุ้มกันหมู่ของประเทศไทย ซึ่งหากมองจากสถานการณ์ปัจจุบันการได้รับภูมิคุ้มกันหมู่ยังคงอีกไกล และเมื่อรวมปัจจัยเรื่องความร้ายแรงของสายพันธุ์ไวรัส ทำให้สัดส่วนประชากรที่ต้องได้รับวัคซีน ความเร็วในการกระจายวัคซีนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยจากข้อมูล ณ วันที่ 19 ก.ค. 2564 พบว่า มีประชากรได้รับวัคซีนเข็มแรก 15% และเข็ม 2 เพียง 5% เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากสถานการณ์และการควบคุมการระบาดในระยะยาวแล้ว ยังมีปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในปีหน้า ได้แก่ นโยบายการเปิดประเทศของต่างชาติ นโยบายการคลังและการกระตุ้นเศรษฐกิจ ฐานะทางการเงินและสภาพคล่องของภาคธุรกิจ ปัญหา Supply Disruption ทั้งการขาดแคลน Chip หรือตู้คอนเทนเนอร์ก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับประเด็นที่ต้องจับตาในระยะต่อไป ในระยะสั้น ได้แก่ ความพร้อมด้านสาธารณสุข คือสิ่งสำคัญ ทั้งกำลังการตรวจและการรักษา, ภาคการผลิตอาจได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการระบาดเพียงในระยะสั้น แต่กำลังซื้อที่อ่อนแอลงจะกระทบต่อยอดขายในระยะต่อไป ส่วนประเด็นในระยะยาว ควรเร่งกระจายวัคซีนที่มีประสิทธิภาพให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง แทนมาตรการควบคุมที่เข้มงวด ซึ่งอาจจำเป็นในระยะสั้น แต่ไม่ตอบโจทย์ทางเศรษฐกิจ, ต้องจำกัดให้กระทบภาคท่องเที่ยวน้อยที่สุด หากโครงการนำร่องอย่าง แซนด์บ็อกซ์ ถูกกระทบ จะยิ่งส่งผลต่อการฟื้นตัวในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ดี ในส่วนสถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทยที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 90.5% ในไตรมาส 1/2564 นั้น เนื่องจากช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ครัวเรือนมีการกู้ยืมเพิ่มขึ้น เพื่อชดเชยรายได้ที่หายไป แต่หากเทียบกับช่วงที่ผ่านมา การก่อหนี้ภาคครัวเรือนไม่ได้สูงขึ้นมาก เพราะครัวเรือนมีฐานะเปราะบา ความสามารถในการก่อหนี้ถูกจำกัด แต่ก็ไม่อยากให้มองภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นภายใต้วิกฤติแบบนี้ เพราะเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในหลาย ๆ ประเทศ ที่หนี้ครัวเรือน หนี้ธุรกิจ และหนี้ภาครัฐมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งหมด โดยอาจจะต้องรอดูภาพหลังเศรษฐกิจกลับมาเป็นปกติมากกว่าว่าภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีมาตรการบริหารจัดการหนี้ที่เพิ่มขึ้นอย่างไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110716</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชญาวดี ชัยอนันต์, ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), เศรษฐกิจมหภาค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608bd9c574ed4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108208</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 20:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 20:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธปท.&#039;กุมขยับคุมเข้มระบาดฉุดศก.ขอเช็คตัวเลขจีดีพีใหม่อีกรอบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30 มิ.ย. 2564 นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า มาตรการควบคุมพื้นที่สีแดงเข้ม 6 จังหวัด 30 วัน จะส่งผลกระทบต่อกาขยายตัวเศรษฐกิจไทยในปี 2564 จากเดิมที่ ธปท.เคยคาดการณ์ไว้ โดยสถานการณ์ล่าสุดยังเห็นความไม่แน่นอน และความเสี่ยงต่าง ๆ ซึ่ง ธปท.ได้มองเผื่อไว้บางส่วน ซึ่งหากมีความรุนแรงมากขึ้น และยืดเยื้อ ก็ต้องพิจารณาตัวเลขประมาณการที่เหมาะสมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ธปท.ยังเป็นห่วงเกี่ยวกับสถานการณ์การจ้างงาน ซึ่งจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) 2 ครั้งที่ผ่านมา ให้ความสำคัญกับปัจจัยการจ้างงาน จากแนวโน้มการว่างงานระยะสั้น และ เป็นระยะยาวมากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการสูญเสียทักษะแรงงาน รายได้ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ซึ่งจะต้องเฝ้าระวังไม่ให้การจ้างงานเกิดแผลเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเดือน พ.ค. 2564 ได้รับผลกระทบชัดเจนขึ้นจากการแพร่ระบาดระลอกสามของโควิด-19 ส่งผลให้เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วปรับลดลงต่อเนื่องจากเดือนก่อนในทุกหมวดการใช้จ่าย จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกสาม และมาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มงวด ซึ่งส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจ รายได้ของภาคครัวเรือน และความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับลดลง แม้มาตรการภาครัฐจะช่วยพยุงกำลังซื้อภาคครัวเรือนได้บางส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วปรับลดลงต่อเนื่องจากเดือนก่อน ตามอุปสงค์ในประเทศและความเชื่อมั่นภาคธุรกิจที่ลดลงจากการแพร่ระบาดระลอกสาม ส่งผลให้การลงทุนทั้งหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ และหมวดก่อสร้างปรับลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่มูลค่าการส่งออกสินค้าที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเดือนก่อน มูลค่าการส่งออกในเดือน พ.ค.ขยายตัว 44.4% โดยเฉพาะหมวดสินค้าเกษตรที่ปรับดีขึ้นต่อเนื่องตามอุปสงค์จากต่างประเทศ หมวดสินค้าที่มูลค่าเคลื่อนไหวตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก และหมวดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังคงได้รับผลดีจากวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์โลกที่อยู่ในช่วงขาขึ้น ส่วนมูลค่าการนำเข้าสินค้าที่ไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเดือนก่อน ขยายตัว 56.6% โดยเฉพาะหมวดวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลาง สอดคล้องกับการฟื้นตัวของการส่งออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การส่งออกที่ฟื้นตัวช่วยพยุงให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมทรงตัวจากเดือนก่อนในช่วงที่อุปสงค์ในประเทศอ่อนแอ อย่างไรก็ดี เริ่มเห็นผลกระทบจากปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และเซมิคอนดักเตอร์ต่อการผลิตและการส่งออกในบางสินค้า โดยเฉพาะอาหารแปรรูป และเครื่องใช้ไฟฟ้า&amp;rdquo; นางสาวชญาวดี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวชญาวดี กล่าวว่า ในส่วนของการใช้จ่ายภาครัฐที่ไม่รวมเงินโอนขยายตัวเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน จากทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนสะท้อนถึงบทบาทในการพยุงเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยรายจ่ายประจำขยายตัวตาม การเบิกจ่ายเพื่อซื้อสินค้าและบริการ และการเบิกจ่ายค่าตอบแทนบุคลากรเป็นสำคัญ สำหรับรายจ่ายลงทุนขยายตัวตามการเบิกจ่ายของหน่วยงานด้านคมนาคมและชลประทาน ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศยังอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง จากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศของไทยที่ยังมีอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับลดลงตามอัตราเงินเฟ้อหมวดพลังงานเป็นสำคัญ จากผลของมาตรการลดค่าไฟฟ้าเพื่อบรรเทาค่าครองชีพให้กับประชาชน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปรับเพิ่มขึ้นจากฐานที่ต่ำในระยะเดียวปีก่อนที่มีมาตรการลดค่าน้ำประปาของภาครัฐ ด้านตลาดแรงงานยังเปราะบางและได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดระลอกสาม โดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพอิสระ ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลมากกว่าเดือนก่อนตามดุลบริการ รายได้ และเงินโอน แม้ดุลการค้าจะเกินดุลเพิ่มขึ้นตามมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ปรับดีขึ้น ด้านอัตราแลกเปลี่ยนบาทต่อดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยตามเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง อย่างไรก็ดี เงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลคู่ค้าคู่แข่งส่วนใหญ่ โดยดัชนีค่าเงินบาทอ่อนค่าลงในเดือน มิ.ย. มีปัจจัยจากการระบาดโควิด-19 รอบใหม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108208</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจบจีดีพี, ชญาวดี ชัยอนันต์, ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), ล็อกดาวน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210226/image_big_60386003b409d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104811</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 17:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 17:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>   ‘ธปท.’ชี้ไทยซมพิษโควิดยาว อ่วมมาตรการคุมระบาดฉุดศก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค. 2564 นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธปท.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ธปท.&amp;nbsp;มีการทบทวนสถานการณ์ต่าง ๆ ที่มีผลกับเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ที่มีความรุนแรง และอาจส่งผลให้การเปิดประเทศทำได้ล่าช้าออกไป โดยปัจจัยดังกล่าวอาจทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยจากเดิมที่คาดว่าจะกลับสู่ช่วงก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;อยู่ที่ไตรมาส&amp;nbsp;2-3/2565&amp;nbsp;ล่าช้าออกไปเป็นไตรมาส&amp;nbsp;1/2566&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในเดือน มิ.ย. 2564&amp;nbsp;ธปท.&amp;nbsp;จะมีการปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจไทยใหม่อีกครั้ง โดยเฉพาะในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งจะต้องมีการพิจารณาในหลายปัจจัย ทั้งในแง่วัคซีนป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;และการกระจายวัคซีน สถานการณ์การแพร่ระบาดที่มีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน ดังนั้นจะต้องพิจารณาข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและมุมมองในอนาคตที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเดือน&amp;nbsp;เม.ย. 2564&amp;nbsp;เริ่มได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดระลอก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ของโควิด-19&amp;nbsp;และมาตรการควบคุมการระบาดที่เข้างวด&amp;nbsp;ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง แม้มาตรการภาครัฐจะช่วยพยุงกำลังซื้อภาคครัวเรือนได้บางส่วน&amp;nbsp;ส่วนเครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วปรับลดลงจากเดือนก่อน ตามการลงทุนหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ สอดคล้องกับความเชื่อมั่นภาคธุรกิจที่ลดลงจากผลกระทบของการแพร่ระบาดระลอก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โดยการลงทุนหมวดก่อสร้างปรับเพิ่มขึ้นจากทั้งยอดจำหน่ายวัสดุก่อสร้างและพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่มูลค่าการส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเดือนก่อน&amp;nbsp;ขยายตัวที่&amp;nbsp;19.1%&amp;nbsp;โดยอุปสงค์จากประเทศคู่ค้าที่ฟื้นตัวส่งผลให้การส่งออกปรับดีขึ้นในหลายหมวดสินค้า โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรและอุปกรณ์ สินค้าเกษตร และสินค้าเกษตรแปรรูป&amp;nbsp;ส่วนการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์โลกที่อยู่ในช่วงขาขึ้น ทั้งนี้ การฟื้นตัวของภาคการส่งออกช่วยพยุงให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมทรงตัวจากเดือนก่อนในช่วงที่อุปสงค์ในประเทศอ่อนแอ&amp;nbsp;ส่วนมูลค่าการนำเข้าสินค้าที่ไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ตามการนำเข้าหมวดเชื้อเพลิงเป็นสำคัญ ขณะที่การนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางอื่น ๆ ทรงตัวในระดับสูงสอดคล้องกับการส่งออกที่ฟื้นตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวชญาวดี กล่าวอีกว่า ในส่วนการใช้จ่ายภาครัฐที่ไม่รวมเงินโอนหดตัวเล็กน้อยเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน จากรายจ่ายลงทุน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานสูงในระยะเดียวกันปีก่อนที่มีการเร่งเบิกจ่ายภายหลัง พ.ร.บ.&amp;nbsp;งบประมาณ ปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ประกาศใช้&amp;nbsp;โดยการใช้จ่ายภาครัฐยังอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปีย้อนหลัง สะท้อนถึงบทบาทในการพยุงเศรษฐกิจที่มีอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศยังอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง จากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศของไทยที่ยังมีอยู่ ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเร่งขึ้น เนื่องจากมาตรการลดค่าไฟฟ้าและน้ำประปาเพื่อบรรเทาค่าครองชีพให้กับประชาชนสิ้นสุดลง ประกอบกับราคาพลังงานที่ต่ำในระยะเดียวกันปีก่อน ด้านตลาดแรงงานยังเปราะบาง และได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ระลอก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพอิสระ ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ&amp;nbsp;อ่อนค่าลงกว่าสกุลเงินคู่ค้าคู่แข่งส่วนใหญ่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104811</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชญาวดี ชัยอนันต์, ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210515/image_big_609f4df0b5a2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2021 11:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2021 11:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธปท.คาดโควิดรอบ3ทุบใช้จ่ายทรุดกระทุ้งรัฐเร่งฉีดวัคซีนหนุนเศรษฐกิจ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ค. 2564 นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 3 ถือว่ารุนแรงกว่าในระลอกก่อน ๆ หน้าอย่างชัดเจน จากจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวัน อัตราการแพร่เชื้อที่สูงขึ้น จำนวนผู้ป่วยอาการหนักที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าการระบาดในระลอกดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจที่รุนแรงมากที่สุดเมื่อเทียบกับการระบาดในระลอกอื่น ๆ โดยเฉพาะระลอกแรก เพราะมาตรการของภาครัฐที่ไม่เข้มงวดเท่า ยังสามารถทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้บางส่วน แต่ก็คาดว่าการระบาดในระลอกที่ 3 จะมีผลกระทบต่อการใช้จ่ายภายในประเทศ อยู่ที่ 1.4-1.7% ต่อจีดีพี ขึ้นอยู่กับความยืดเยื้อ ซึ่งสูงกว่าในระลอกที่ 2 ซึ่งมีผลกระทบอยู่ที่ 1.2% ต่อจีดีพี ขณะที่ระลอกที่ 1 มีผลกระทบสูงสุดที่ 2.2% ต่อจีดีพี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การที่เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าเติบโตได้ดี หลายประเทศมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจออกมา โดยเฉพาะสหรัฐฯ รวมถึงความต้องการบริโภคในหลายประเทศที่เพิ่มขึ้น หลังจากถูกอั้นจากการระบาดในช่วงที่ผ่านมา ได้ส่งผลดีต่อภาคการส่งออกตามไปด้วย แต่การส่งออกที่ขยายตัวดีนั้น ยังส่งผลต่อเนื่องสู่ตลาดแรงงานในวงจำกัด โดยยังไม่เห็นการจ้างงานรายใหม่เพิ่มขึ้นในภาคการผลิต มีเพียงชั่วโมงการทำงานที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น ส่วนหนึ่งมาจากโครงสร้างตลาดแรงงานที่การจ้างงานในภาคส่งออกมีสัดส่วนไม่สูงมาก โดยในระยะข้างหน้าคาดว่าการส่งออกจะส่งผลดีต่อการจ้างงานในภาคการผลิตบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สถานการณ์โควิด-19 ระลอกปัจจุบัน จะเห็นว่า การระบาดยังมีความไม่แน่นอนสูง จากจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ต่อวันที่ยังอยุ่ในระดับสูง ผันผวน มีคลัสเตอร์ต่าง ๆ เข้ามาเรื่อย ๆ อีกทั้งการระบาดในระลอกที่ 3 ยังมีโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ที่แพร่กระจายเร็วเข้ามา แต่ก็มีประเด็นเรื่องความคืบหน้าของการกระจายวัคซีน ซึ่งหลาย ๆ ปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อภาพการประเมินเศรษฐกิจในช่วงก่อนหน้าให้เปลี่ยนแปลงไปได้&amp;rdquo; นางสาวชญาวดี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวชญาวดี กล่าวอีกว่า การระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงและยืดเยื้อ จะส่งผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศและความเชื่อมั่น โดยจากข้อมูลเร็ว พบว่า ภาพรวมกิจกรรมทางเศรษฐกิจของการระบาดในระลอกที่ 3 ปรับลดลงค่อนข้างเร็ว ขณะที่ความเชื่อมั่น โดยเฉพาะในภาคท่องเที่ยวและบริการได้รับผลกระทบค่อนข้างเยอะ สะท้อนจากอัตราการเข้าพักในโรงแรม ในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ พบว่า มีการยกเลิกการจองห้องพักค่อนข้างมาก โดยในเดือน เม.ย. 2564 อัตราการเข้าพัก อยู่ที่ 18% ส่วนในเดือน พ.ค. นั้น คาดว่าอัตราการเข้าพักอาจจะไม่ถึง 10% สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวไทยที่ลดลงเยอะ ตรงนี้จะมีผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ด้วย ดังนั้นอาจต้องใช้เวลากว่าที่สถานการณ์ต่าง ๆ จะกลับเข้าสู่ระดับปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การเร่งฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ถือเป็นประเด็นสำคัญ โดยปัจจัยที่จะส่งผลต่อภูมิคุ้มกันหมู่ ได้แก่ 1. สัดส่วนประชากรที่ต้องได้รับวัคซีน ปัจจัยของสายพันธุ์ไวรัส และประสิทธิผลของวัคซีน และ2. ความเร็วของการได้รับวัคซีนของประชาชน มาจากอุปทานของวัคซีน ความสามารถในการกระจายและฉีดวัคซีนให้ได้ตามที่กำหนดไว้ รวมถึงความเต็มใจของประชาชนที่จะรับวัคซีน ซึ่งความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนของไทยในปัจจุบันอาจยังทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากยังจัดหาวัคซีนได้ไม่มาก เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1.5 แสนโดสต่อวัน โดยยอดฉีดสะสมจนถึงวันที่ 11 พ.ค. 2564 อยู่ที่ 1.9 ล้านโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวชญาวดี กล่าวอีกว่า ธปท.ได้จัดทำสมมติฐานการฉีดวัคซีนต้านโควิดที่จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ซึ่งจะส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในช่วงปี 2564-2565 ไว้ 3 กรณี โดย กรณีที่ 1. หากสามารถจัดหาและกระจายวัคซีนได้ 100 ล้านโดสภายในปีนี้ คาดว่าจะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ในช่วงไตรมาส1/2565 ซึ่งจะส่งผลให้จีดีพีปีนี้ให้มีโอกาสขยายตัวได้ 2% จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ราว 1.2 ล้านคน ส่วนในปี 2565 คาดว่าจีดีพีจะขยายตัวได้ 4.7% จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 15 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่ 2. หากจัดหาและกระจายวัคซีนได้ 64.5 ล้านโดสภายในปีนี้ คาดว่าจะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ในช่วงไตรมาส 3/2565 ซึ่งจะส่งผลให้จีดีพีปีนี้ ขยายตัวได้ 1.5% จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ราว 1 ล้านคน ส่วนในปี 2565 คาดว่าจีดีพีจะขยายตัวได้ 2.8% จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 12 ล้านคน และกรณีที่ 3.หากจัดหาและกระจายวัคซีนได้น้อยกว่า 64.5 ล้านโดสภายในปีนี้ คาดว่าจะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ในช่วงไตรมาส 4/2565 ซึ่งจะส่งผลให้จีดีพีปีนี้ขยายตัวได้ 1% จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ราว 8 แสนคน ส่วนในปี 2565 คาดว่าจีดีพีจะขยายตัวได้ 1.1% จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 8 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วัคซีนถือเป็นพระเอกสำคัญในตอนนี้ ซึ่งหากทำได้เร็ว ก็จะมีผลดีในเรื่องการเปิดประเทศ ส่วนสมมติฐานที่จัดทำขึ้นยังไม่รวมปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่จะเข้ามาเพิ่มไม่ว่าจะช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ หรือปีหน้า ที่จะช่วยให้จีดีพีขยายตัวได้ดีกว่านี้ และตัวเลขดังกล่าวยังไม่ใช่การปรับประมาณการเศรษฐกิจจาก ธปท. ซึ่งการปรับประมาณเศรษฐกิจไทยในรอบของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีขึ้นอีกครั้งในเดือนมิ.ย.นี้&amp;rdquo; นางสาวชญาวดี กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102984</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีดีพี, ชญาวดี ชัยอนันต์, ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), เศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210515/image_big_609f4df0b5a2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101317</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2021 17:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2021 17:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธปท.&#039;จ่อหั่นจีดีพีปีนี้โตต่ำ3%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;border:none; margin-top:0px; margin-bottom:0.18cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; padding:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-top:0px; margin-bottom:0.18cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; padding:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-top:0px; margin-bottom:0.18cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; padding:0cm&quot;&gt;นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธปท.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ธปท.&amp;nbsp;ได้ประเมินว่าเศรษฐกิจไทย&amp;nbsp;(จีดีพี)&amp;nbsp;ในปีนี้จะขยายตัวได้ที่&amp;nbsp;3%&amp;nbsp;ยังไม่ได้รวมผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกใหม่ ซึ่งจากข้อมูลเบื้องต้นยอมรับว่าการระบาดรอบนี้จะมีผลกระทบทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;และตัวเลขจีดีพีคาดการณ์ที่&amp;nbsp;3%&amp;nbsp;อย่างแน่นอน โดยที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน&amp;nbsp;(กนง.)&amp;nbsp;จะมีการประชุมในสัปดาห์หน้า ก็จะมีการประเมินภาพเศรษฐกิจทั้งหมด และจะมีการปรับประมาณการทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-top:0px; margin-bottom:0.18cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; padding:0cm&quot;&gt;
ทั้งนี้&amp;nbsp;ในแง่ของการระบาดและการแพร่เชื้อของโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกใหม่นี้ ถือว่าค่อนข้างรุนแรงกว่าในระลอกแรกและระลอกที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โดยยังต้องติดตามผลกระทบที่ถูกถ่ายทอดสู่กิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะต่อไปก่อน แต่จากการประเมินเบื้องต้น จากการสำรวจข้อมูลเร็ว จะเห็นได้ว่าช่วงนี้กิจกรรมทางเศรษฐกิจค่อย ๆ ลดลงมาใกล้ ๆ ระดับของการระบาดระลอกที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แต่ยังไม่ลงลึกเท่าระลอกแรก ดังนั้นอาจจะยังต้องติดตามดูสถานการณ์ต่อว่าการระบาดจะยังคงยืดเยื้อแค่ไหน และจะมีผลในแง่เศรษฐกิจระยะต่อไปอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-top:0px; margin-bottom:0.18cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; padding:0cm&quot;&gt;
โดยจากการหารือกับผู้ประกอบการในหลายภาคอุตสาหกรรมเพื่อประเมินผลกระทบเบื้องต้น พบว่า ในภาคการผลิตยังไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากยังมีคำสั่งซื้อล่วงหน้าเข้ามาต่อเนื่อง ส่วนภาคอสังหาริมทรัพย์ผลกระทบเพิ่มเติมอาจจะยังไม่เยอะ แต่ยังมีความกังวลเรื่องอุปสงค์ในประเทศจะฟื้นตัวช้า ขณะที่ภาคการค้ามีผลกระทบต่อยอดขายค่อนข้างเยอะ ด้านภาคบริการต้องยอมรับว่าได้ผลกระทบเยอะมาก โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารและโรงแรมจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของรัฐบาลที่กระชับและเข้มข้นมากขึ้น ส่วนภาคการขนส่งผู้โดยสารจะได้รับผลกระทบจากการที่คนออกจากบ้านน้อยลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-top:0px; margin-bottom:0.18cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; padding:0cm&quot;&gt;
&amp;ldquo;ขณะนี้ยังไม่เห็นผลกระทบการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกใหม่ที่ชัดเจน เพราะรอบนี้เพิ่งเริ่มระบาดเมื่อปลายเดือน&amp;nbsp;มี.ค.ที่ผ่านมาแต่ในระยะต่อไปจะต้องมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจในไตรมาส&amp;nbsp;2/2564&amp;nbsp;ยังต้องรอดูภาพรวมจากมาตรการกระตุ้นการบริโภคเพิ่มเติมที่รัฐบาลเตรียมออกมา เช่น โครงการคนละครึ่ง เฟส&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แน่นอนว่ามาตรการรองรับมีเพียงพอ แต่ต้องดูก่อนว่าจะออกมาในรูปแบบไหนและมากน้อยแค่ไหน&amp;rdquo; นางสาวชญาวดี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-top:0px; margin-bottom:0.18cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; padding:0cm&quot;&gt;นางสาวชญาวดี กล่าวอีกว่า ปีนี้พระเอกของเศรษฐกิจไทย คือ ภาคการส่งออก ซึ่งเริ่มมีทิศทางฟื้นตัวดีขึ้นมาตั้งแต่ไตรมาส&amp;nbsp;4/2563&amp;nbsp;ตามทิศทางของเศรษฐกิจต่างประเทศที่เริ่มฟื้นตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงนโยบายการเงินขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ก็มีผลทำให้เศรษฐกิจขยายตัวดี และได้ส่งผ่านผลดีมายังภาคส่งออกของทั้งโลกให้ดีขึ้น ดังนั้นจึงเชื่อว่าภาคการส่งออกจะเป็นแรงส่งที่ดีให้กับเศรษฐกิจไทยในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-top:0px; margin-bottom:0.18cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; padding:0cm&quot;&gt;ทั้งนี้ หากย้อนไปเมื่อเดือน มี.ค. 2564&amp;nbsp;จะพบว่าภาพรวมเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวได้ดีขึ้นหลังจากการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ระลอก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;การลงทุนต่าง ๆ การใช้จ่ายภาครัฐเริ่มดีขึ้น แต่ผลกระทบจากการระบาดระลอกล่าสุดนี้อาจทำให้เศรษฐกิจในไตรมาส&amp;nbsp;1-2/2564&amp;nbsp;สะดุดได้ ตัวที่ถูกกระทบคือการบริโภคจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หายไป นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดิมคาดว่าจะเข้ามาในช่วงปลายปีนี้ ขณะที่การส่งออกยังเคลื่อนได้ การใช้จ่ายภาครัฐหากกระตุ้นเพิ่มก็มีส่วนในการช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-top:0px; margin-bottom:0.18cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; padding:0cm&quot;&gt;&amp;ldquo;การบริโภคที่หายไป คาดว่าคงจะไม่ทั้งหมด แต่จะฟื้นตัวได้ในช่วงปลายปี ก็จะช่วยซับพอร์ตให้เศรษฐกิจปลายปียังไปได้ แต่ยังมีบางตัวที่สะดุดบ้าง ขึ้นอยู่กับว่าต่อไปนี้จะมีการระบาดรุนแรงแบบนี้อีกหรือไม่ ถ้าไม่มีการระบาดรุนแรงอีกการเติบโตของเศรษฐกิจก็พอจะกลับมาได้ แต่ที่เห็นแน่ ๆ ว่าเป็นแรงส่งที่ดีของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ คงเป็นการส่งออก&amp;rdquo; นางสาวชญาวดี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-top:0px; margin-bottom:0.18cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; padding:0cm&quot;&gt;สำหรับมาตรการสินเชื่อฟื้นฟู และมาตรการพักทรัพย์ พักหนี้ ของ ธปท.&amp;nbsp;ที่เพิ่งเริ่มดำเนินการนั้น ถือว่ามาทันการณ์ และหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ประกอบการได้ ส่วนมาตรการเพื่อช่วยเหลือรายย่อยจะมีการพิจารณาและทบทวน โดยต้องประเมินภาพเศรษฐกิจและผลกระที่เกิดขึ้น รวมถึงต้องดูถึงความพอเพียง และต้องหารือกับภาครัฐเพื่อประสานนโยบายให้ออกมาครอบคลุม ดังนั้นอาจต้องรออีกระยะหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-top:0px; margin-bottom:0.18cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; padding:0cm&quot;&gt;
อย่างไรก็ดี ในส่วนภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเดือน&amp;nbsp;มี.ค. 2564&amp;nbsp;ทยอยปรับดีขึ้น หลังการแพร่ระบาดรอบสองของโควิด-19&amp;nbsp;คลี่คลายลง โดยเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนฟื้นตัวต่อเนื่อง ตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ปรับดีขึ้นและแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ&amp;nbsp;และผลของฐานต่ำในระยะเดียวกันปีก่อนจากการแพร่ระบาดรอบแรก&amp;nbsp;โดยการส่งออกยายตัวสูงที่&amp;nbsp;15.8%&amp;nbsp;จากช่วงเดียวกันปีก่อน&amp;nbsp;จากอุปสงค์ประเทศคู่ค้าที่ฟื้นตัวทำให้การส่งออกปรับดีขึ้นในหลายหมวด ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นทำให้การส่งออกสินค้าที่มีมูลค่าเคลื่อนไหวตามราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น และฐานที่ต่ำในระยะเดียวกันปีก่อนจากการแพร่ระบาดรอบแรก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101317</URL_LINK>
                <HASHTAG>#เศรษฐกิจไทย, ชญาวดี ชัยอนันต์, ธปท., เศรษฐกิจไทยปี 64</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608bd9c574ed4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
