<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90754</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2021 13:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2021 13:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พรรคกล้า&#039; ชงด่วน อัดฉีดเงินช่วยคนตัวเล็ก ชดเชยรายได้ให้ SME และไม่เก็บภาษีมนุษย์เงินเดือน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ม.ค.64 - นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัดฉีดเงินช่วยคนตัวเล็กด่วน! &amp;nbsp;ชดเชยรายได้ให้ SME และไม่เก็บภาษีมนุษย์เงินเดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคกล้ามองว่ามาตรการเยียวยาที่ประกาศออกมา&amp;quot;ยังไม่พอและยังไม่ครบ&amp;quot; กลุ่มที่เดือดร้อน และถูกมองข้าม คือประชาชนตัวเล็ก และผู้ประกอบการ SME ที่เสียภาษีให้รัฐมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังไม่พอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วงเงิน 200,000 ล้านที่จะใช้นั้นน้อยเกินไป ไม่ว่าจะมองในภาพใหญ่ผลต่อเศรษฐกิจ หรือจะมองในแง่มุมการลดความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับสิทธิความช่วยเหลือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเสนอพรรคกล้าทางการคลัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลมีเงินหน้าตักอยู่ 600,000 ล้าน และถ้าปรับลดโครงการต่างๆที่ไม่เร่งด่วนออกไป น่าจะมีอย่างน้อย 750,000 ล้าน ที่จะนำมาช่วยลดภาระประชาชน และผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังไม่ครบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังขาดประชาชนกลุ่มสำคัญที่ถูกมองข้าม นั่นคือกลุ่มที่ไม่รวย แต่ก็เสียภาษีให้รัฐมาตลอด ช่วงโควิดนี่เขาก็เดือดร้อน และการช่วยเหลือกลุ่มนี้จะส่งผลโดยตรงกับการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกด้วย กลุ่มนี้คือผู้ประกอบการระดับเล็กไปถึง SME และคนทำงานที่มีรายได้ไม่เกินเดือนละ 40,000 บาท หลายคนโดนลดเงินเดือน ลดวันทำงาน ลดสวัสดิการ แต่ค่าใช้จ่ายประจำวันหนักเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเสนอพรรคกล้าในทางปฏิบัติ 2 ข้อ ทำได้ทันทีครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เราควรชดเชยรายได้ ให้ผู้ประกอบการรายเล็ก และ SME ที่รายได้ลดลงในช่วงโควิด&amp;nbsp;
.
โดยใช้ภาษี VAT ที่ผู้ประกอบการจ่ายเป็นตัวเปรียบเทียบยอดขายระหว่างปี 2562 (ก่อนโควิด) และปี 2563 (หลังโควิด) โดยที่รัฐบาลสามารถกำหนดกติกาเงื่อนไขและเพดานการชดเชยได้ - วิธีการนี้เป็นการช่วยเหลือโดยตรงให้กับผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีที่วันนี้เดือดร้อน และเป็น &amp;lsquo;พลเมืองดี&amp;rsquo; มาตลอด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. กลุ่มที่ควรได้รับความช่วยเหลือกลุ่มที่สองคือประชาชนที่จ่ายภาษีเงินได้มาโดยตลอด - รัฐบาลควรเว้นภาษีเงินได้ทั้งหมดให้กับผู้เสียภาษีในกลุ่มที่มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 500,000 บาทและเสียภาษีในอัตราไม่เกิน 10% ซึ่งทั้งหมดมีจำนวนรวมประมาณ 3 ล้านคน เป็นเม็ดเงินภาษีประมาณ 50,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งสองมาตรการสามารถดำเนินการได้ทันทีในวงเงินกู้เดิมของรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าให้คนตัวเล็กสู้เพียงลำพัง อย่าทอดทิ้งพวกเขา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90754</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์ จาติกวณิช, ชดเชยเยียวยา, พรรคกล้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200630/image_big_5efad79e1fd6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2020 20:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2020 20:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคาะแล้วจำนวนเงินเยียวยาผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บกราดยิงที่โคราช เริ่มจ่าย 15 ก.พ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ.63 - &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี​ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการติดตามมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่จังหวัดนครราชสีมา โดยมีนายเทวัญ ลิปตภัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและตัวแทนหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าร่วม ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 16.20 น.นายวิษณุ ให้สัมภาษณ์ว่าที่ประชุมได้พิจารณาหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยาอย่างบูรณาการของแต่ละหน่วยงาน ทั้งการจ่ายเงินตาม พ.ร.บ.ของกระทรวงการคลัง กระทรวงยุติธรรม และระเบียบอุดหนุนผู้ประสบภัยของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในส่วนของกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี จะมีการประชุม เพื่อสรุปการจ่ายเงินช่วยเหลือให้กับผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต รวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบในวันที่ 14 ก.พ. เวลา 13.00 น.ที่ชั้น 2 อาคารสำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ถนนพิษณุโลก กรุงเทพฯ โดยมี นายเทวัญ ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนฯ เป็นประธานประชุม เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว คาดว่าจะจ่ายเงินได้ตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ. โดยเงินจำนวนนี้เป็นไปตามระเบียบราชการเป็นการเติมจากเงินช่วยเหลือของหน่วยงานอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวว่า สำหรับการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้เสียชีวิต จำนวน 27 ราย จาก 30 ราย โดยไม่ครอบคลุมผู้เสียชีวิต 3 ราย ประกอบด้วย ผู้ก่อเหตุ และคู่กรณี 2 ราย ที่ต้องรอดูสำนวนการสอบสวนทางคดีก่อน ซึ่งผู้เสียชีวิตทั้งหมดจะได้เงินเยียวยาจากหน่วยงานต่างๆ เช่นเงินช่วยเหลือตาม พ.ร.บ.สงเคราะห์ผู้ประสบภัย ของกระทรวงการคลัง พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ของกระทรวงยุติธรรม และระเบียบอุดหนุนผู้ประสบภัย กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จำนวนตั้งแต่หลักหมื่นบาทขึ้นไป ในส่วนกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตามระเบียบสำนักนายกฯ จะให้การช่วยเหลือเพิ่มเติมไปรายละ 1 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นาย และตำรวจอาสา 1 รายที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ยังได้เงินเยียวยาจากกองทุนต่างๆของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 7-8 กองทุน ประมาณรายละ 3 ล้านบาท เช่น กองทุนหลวงพ่อคูณ เงินบำเหน็จในทางราชการ และได้เลื่อนชั้นยศตามระเบียบ ส่วนพลทหาร จำนวน 1 รายที่เสียชีวิตจะมีสวัสดิการของกองทัพ เช่นองประกันชีวิต และสวัสดิการอื่นตามสิทธิที่มีในการช่วยเหลือ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวว่า สำหรับผู้บาดเจ็บ จำนวน 58 ราย แบ่งเป็น บาดเจ็บสาหัส 29 คน ตามกฎหมายการคลัง และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี มีหลักเกณฑ์ไว้ที่คนละ 200,000 บาท ส่วนบาดเจ็บไม่สาหัส หรือเล็กน้อย 29 คน เราจะพิจารณาจ่ายสูงสุดคนละไม่เกิน 100,000 บาท นอกจากนั้น ยังมีการเยียวยาด้านจิตใจ โดยกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จะมีมาตรการช่วยเหลือ เนื่องจากมีความเป็นห่วงเรื่องการนำเสนอผ่านสื่อ นับตั้งแต่เหตุการณ์ที่จ.ลพบุรี มาถึงนครราชสีมา เพราะเกรงจะมีพฤติกรรมเลียนแบบ จึงต้องมีมาตรการในการเฝ้าระวัง รวมถึงการเสนอการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อฟื้นฟูด้านจิตใจ ความเป็นอยู่ของชาวโคราช ขณะที่ด้านการค้า จะมีการพิจารณาปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้แก่ผู้ประกอบการที่ได้รับกระทบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายวิษณุ กล่าวว่า สำหรับทรัพย์สินของห้างเทอร์มินัล 21 ที่ได้รับความเสียหายราว 10 ล้านบาท รวมถึงร้านค้าภายในห้าง เช่น ฟู้ดแลนด์ ตลอดจนรถยนต์ที่ได้รับความเสียหาย ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ตรวจสอบข้อมูลต่างๆ และมีตัวเลขอยู่แล้ว ทั้งกรมธรรม์ที่คุ้มครองเรื่องชีวิต สุขภาพ ทรัพย์สิน โดยจะไปเร่งรัดให้จ่ายโดยเร็ว ไม่มีการฉ้อโกง นอกจากนั้นทางสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน จะพิจารณาสิทธิของแรงงานที่ต้องสูญเสียรายได้ และสิทธิพึงจะได้รับ เพื่อเร่งเบิกจ่ายช่วยเหลือโดยเร็ว ขณะที่ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บที่มีภาระหนี้สินกับธนาคารของรัฐ 4 แห่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้แก่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสิน จะยกหนี้ให้กับกรณีผู้เสียชีวิต ส่วนผู้บาดเจ็บจะลดดอกเบี้ย 0.01% ซึ่งจะมีกำหนดเวลาต่างกันของแต่ละธนาคาร ทั้งนี้ มาตรการช่วยเหลือทั้งหมดจะรายงานให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบในวันที่ 18 ก.พ. พร้อมกับจะแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาทราบว่าผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บและผู้ได้รับผลกระทบจะได้รับสิทธิในประเภทใดบ้างต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการเยียวยาในส่วนของภาครัฐเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริจาคและการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย พ.ศ.2542 ซึ่งเคยใช้ในการเยียวยาเหตุราชประสงค์ และผู้ประสบภัยจากพายุใต้ฝุ่นโพดุล-คาจิกิ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57122</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิงโคราช, ชดเชยเยียวยา, วิษณุ เครืองาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200213/image_big_5e4549da97324.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25815</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/01/2019 16:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2019 16:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บสย.เยียวยาเอสเอ็มอี ยืดชำระค่าธรรมเนียม 6เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ม.ค.2562 -นายรักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติพายุปาบึก บสย.ได้ออกมาตรการฉุกเฉินให้ความช่วยเหลือ 2 มาตรการ ประกอบด้วย มาตรการที่ 1 ลูกค้า บสย.ปัจจุบันที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมต่ออายุค้ำประกันสินเชื่อ สามารถขอขยายระยะเวลาการชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกันออกไปได้อีก 6 เดือน

มาตรการที่ 2 จัดทำโครงการค้ำประกันสินเชื่อพิเศษโครงการค้ำประกันสินเชื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ประสบภัยพิบัติภาคใต้ ฟรีค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสูงสุด 2 ปี ค้ำประกันสูงสุดรายละ 5 ล้านบาท เพื่อเป็นการช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบให้ได้รับสินเชื่ออย่างรวดเร็ว โดยร่วมกับธนาคารพันธมิตรที่ร่วมโครงการกับ บสย.

นายรักษ์ กล่าวว่า ในขณะนี้สำนักงานเขตภาคใต้ของ บสย. ทั้ง 3 แห่งที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ที่ได้รับภัยพิบัติ ได้แก่ สุราษฏร์ธานี หาดใหญ่ และประจวบศรีรีขันธ์ กำลังสำรวจความเสียหาย ผู้ประกอบการ SMEs ลูกค้า บสย. เพื่อสรุปและประเมินความเสียหายเพื่อให้ความช่วยเหลือทันที โดยจะเร่งลงพื้นที่เพื่อพบปะกับผู้ประกอบการ SMEs เพื่อร่วมให้กำลังใจผู้ประสบภัยต่อไป ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมที่ 02-890-9999&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25815</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มเอสเอ็มอี, ชดเชยเยียวยา, บสย., พายุปาบึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190105/image_big_5c3074d138521.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12639</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2018 11:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2018 11:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทรวงเกษตรฯสั่งชดเชยชาวนารับน้ำท่วมช่วย 13 ชีวิตติดถ้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ค.61 - นายกฤษฎา บุญราช&amp;nbsp;&amp;nbsp;รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ว่า ได้รับรายงานจากผวจ.เชียงราย ว่ามีพื้นที่รับน้ำที่ผันออกมา ขณะนี้มีน้ำท่วมนาข้าว 3 ตำบล ได้รับความเสียหาย 1,600 กว่าไร่ คิดเป็น 8 เปอร์เซ็นต์ และจะมีการสำรวจเพิ่มเติมอีก เพราะจะมีการระบายน้ำออกมาจำนวนมาก และยังจะระบายออกมาอีกอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯจะช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรไร่ละ 1,100 บาท โดยใช้งบประมาณของจังหวัด ซึ่งมีวงเงินอยู่ 50 ล้านบาท และจะเยียวยาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยไม่ต้องนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณา ให้นำเข้าคณะกรรมการระดับจังหวัดเท่านั้น ทั้งนี้ ยังได้เตรียมพันธุ์ข้าวไว้แจกจ่ายแก่เกษตรกร พร้อมมอบหมายให้อธิบดีกรมชลประทาน ไปดูเส้นทางระบายน้ำออกจากพื้นที่การเกษตร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12639</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้นหา13ชีวิต, ชดเชยเยียวยา, ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน, ทีมหมูป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180618/image_big_5b2798061f3de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
