<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21996</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปลี่ยนการเมืองด้วยคนรุ่นใหม่ &quot;ชนภัทท์&quot; เสริมทัพ &quot;ชาติพัฒนา&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามรอยพ่อสู่สนามการเมือง &amp;quot;บะหมี่&amp;quot; ชนภัทท์ จันทรุเบกษา ลูกชาย ชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา อดีตรองโฆษกรัฐบาล และโฆษกพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) ที่วันนี้ประกาศพร้อมวางมือทางการเมืองแล้ว โดยส่งชนภัทท์ลงเก็บประสบการณ์ในสนามการเมือง เพื่อต่อยอดสู่การเป็นนักการเมืองที่ดีอย่างเต็มตัวในอนาคต โดยชนภัทท์ได้รับโอกาสร่วมงานกับพรรคชาติพัฒนา ในทีมประชาสัมพันธ์และทีมงานด้านเศรษฐกิจ ตั้งแต่ต้นปี 2561 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จุดเริ่มต้นสู่สนามการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมมีความชื่นชอบงานด้านการเมืองตั้งแต่สมัยที่เรียน ชอบอ่านหนังสือ อ่านประวัติศาสตร์ จึงเลือกเรียนทางด้านรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประกอบกับมีคุณพ่ออยู่ในแวดวงการเมืองอยู่แล้ว ขณะที่เรียนคุณพ่อก็เป็นรองโฆษกรัฐบาลอยู่ด้วย ยิ่งได้มีโอกาสได้ยิน ได้เจอบุคคลต่างๆ ในแวดวงการเมืองเยอะ แต่เมื่อเรียนจบก็เริ่มต้นเปิดธุรกิจแรกของตัวเองเป็นโรงงานอาหารส่งออก ต่อมาก็ทำธุรกิจอุตสาหกรรมการบิน กระทั่งได้เข้ามาสัมผัสงานทางการเมืองอย่างเต็มตัวเมื่อต้นปี 2561 ที่ผ่านมา โดยได้ร่วมงานกับพรรคชาติพัฒนา ในทีมงานด้านการประชาสัมพันธ์และด้านเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทำไมถึงเลือกดูงานด้านเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยความที่เรามีเพื่อนอยู่ในกลุ่มงานด้านเศรษฐกิจ และกลุ่มเอสเอ็มอีเยอะ ขณะที่เราก็เข้าอบรมในหลักสูตรต่างๆ ของกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงอุตสาหกรรมมาโดยตลอด จึงทำให้มีความรู้และความถนัดทางด้านเศรษฐกิจ ได้มีเพื่อนๆ ที่เป็นทั้งเถ้าแก่ ผู้บริหารในเอสเอ็มอี ทำให้เราได้เห็นมุมมองในส่วนนี้ ทำให้รู้ว่าเศรษฐกิจในประเทศไทย ธุรกิจเอสเอ็มอีที่มีจำนวนเยอะมาก แต่ในทางกลับกันธุรกิจเหล่านี้ก็ล้มหายกันไปเยอะ เราจึงมองจุดนี้เป็นจุดที่น่าสนใจ เพราะปัจจุบันเด็กจบใหม่ส่วนใหญ่ก็ไปประกอบธุรกิจส่วนตัว เป็นเจ้าของธุรกิจเองมากกว่าทำงานบริษัท จึงควรที่จะส่งเสริม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเราเห็นจุดหนึ่งเรื่องนโยบายของรัฐบาลที่มีแต่เรื่องของภาษี จึงมองว่าควรจะมีวิธีควบคุมให้ธุรกิจเอสเอ็มอีเหล่านี้อยู่ในระบบมากกว่าการไปบีบบังคับ การที่เราได้มีโอกาสเข้ามาทำงานตรงนี้ จึงได้ชวนเพื่อนๆ คนรุ่นใหม่ที่เป็นเจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอีมาร่วมแชร์ประสบการณ์ ร่วมทีมทำงาน วางแผน วางนโยบายในพรรคด้วย ขณะเดียวกันการที่เราทำงานในภาคอุตสาหกรรมมาก่อน สามารถนำมาต่อยอดเข้ากับงานการเมืองที่ทำได้ดี เพราะทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ล้วนมีความเชื่อมโยงกันทั้งสิ้น หากสังคมขัดแย้งก็กระทบต่อเศรษฐกิจ การเมือง ทุกอย่างจึงต้องเดินไปด้วยกัน ต้องมั่นคงทั้งหมด ไม่ใช่มั่นคงแค่ด้านใดด้านหนึ่ง มันเป็นไปไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ในฐานะที่ดูงานด้านเศรษฐกิจ ส่วนตัวอยากชูเรื่องใดเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานด้านเศรษฐกิจในมุมของผม อยากชูด้านโลจิสติกส์ เพราะกลุ่มคนอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งได้แล้ว กลุ่มนี้มีจำนวนสูงมาก และทำงานประจำน้อยลง ส่วนใหญ่หันไปทำงานฟรีแลนซ์ ทำธุรกิจเอสเอ็มอี ผมจึงอยากโฟกัสที่คนกลุ่มนี้ ว่าจะทำอย่างไรให้เขาอยู่รอดได้ ทำอย่างไรให้ธุรกิจเอสเอ็มอีมีอัตราเติบโตที่ชัดเจน มีความเติบโตที่แท้จริง ซึ่งจะเป็นตัวผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;มุมมองการทำงานการเมืองวันนี้ มีความยากง่ายหรือมีอุปสรรคอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อก้าวเข้ามาทำงานด้านการเมืองแล้ว ก็รู้สึกถึงความยาก และเห็นอุปสรรคมากขึ้น มันยากตรงที่กลุ่มคนรุ่นใหม่มีเยอะขึ้น เพราะพรรคการเมืองทุกพรรคพยายามดันคนรุ่นใหม่ แต่ว่าคนรุ่นใหม่เหล่านั้นมีเสียงดังพอหรือไม่ ตัวเด็กๆ เองก็ต้องผลักดันตัวเองเหมือนกัน เพื่อให้เข้ามาสู่จุดที่มีเสียง สามารถเสนอแนะได้มากขึ้น แต่นั่นยังไม่เพียงพอ ผู้ใหญ่ต้องสนับสนุนให้เขาสามารถอยู่ในระดับที่อาจเป็นแกนนำ หรือมีบทบาทในพรรคที่สามารถแอคชั่นได้ด้วย ผู้ใหญ่จึงต้องเปิดใจฟังมากขึ้น และอย่าลืมว่า ถึงเราจะเป็นคนรุ่นใหม่ หน้าใหม่ แต่สิ่งที่เราไม่ควรลืมก็คือ เรื่องความเคารพ มีความอ่อนน้อม รับคำแนะนำจากผู้ใหญ่ ซึ่งมีประสบการณ์การทำงานมากกว่าเรา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมมาอยู่ในพรรคชาติพัฒนาก็ได้รับโอกาสเยอะ ได้พูด ได้เสนอความคิดเห็น ได้ออกงาน ได้รับโอกาสมากมาย เป็นการทำงานผสานระหว่างคนรุ่นใหม่กับรุ่นเก่า มีผู้ใหญ่คอยให้คำแนะนำ ซึ่งนั่นจะทำให้การทำงานของพรรคเรามีความเข้มแข็ง มีความทันสมัยมากขึ้น และทำให้เห็นกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ปรากฏการณ์ที่พรรคเปิดโอกาสรับคนรุ่นใหม่ จะส่งผลอย่างไรต่อสนามการเมืองที่จะเกิดขึ้นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การที่หลายๆ พรรคเปิดโอกาสให้นักการเมืองรุ่นใหม่มากขึ้น ย่อมส่งผลต่อสนามการเลือกตั้ง ที่เห็นก็มีคนเก่งๆ ที่มีความสามารถเยอะ แต่ละพรรคมีตัวแทนเข้ามาเป็นคนรุ่นใหม่ ที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงการเมือง แต่มีความคุ้นเคย เห็นจากเศรษฐกิจ เห็นจากหลายๆ อย่าง เขามีความคิดที่ดี มีความสามารถดีๆ เยอะ แต่ยังไม่มีโอกาสได้แสดงออก ซึ่งวันนี้เขาได้มาทำงานแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ผมคิดว่าหลังการเลือกตั้ง กลุ่มคนรุ่นใหม่ของทุกพรรคได้เข้ามาทำงาน การเมืองจะเปลี่ยน เพราะเด็กสมัยใหม่ เขาแอคชั่นจริง อะไรที่เคยเป็นระบอบเดิมๆ ระบบเดิมๆ มันอาจจะเปลี่ยนแปลงไป เพราะเด็กรุ่นใหม่ทำงานโดยไม่มีความขัดแย้งกันมาก่อน การทำงานร่วมกันกับพรรคอื่นๆ เขาไม่ได้คิดอะไรกันตามพรรคแบบผู้ใหญ่แล้ว ไม่ได้คิดว่าอยู่พรรคนี้พรรคนั้น หรือคิดว่าพรรคตรงข้าม แต่เราคุยกันได้ทุกพรรค เราไม่ได้มีอะไรขัดแย้งกัน ไม่มีผลประโยชน์อะไรต่อกัน แต่เรามีเป้าหมายเดียวกันเพื่อประเทศ เราทำงานเพื่อประเทศชาติ ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ของใคร&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21996</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ชนภัทท์ จันทรุเบกษา, ชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181114/image_big_5bec34ce872fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
