<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตัวเต็งกวาดอบจ. ก้าวหน้าหน้าแตก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อชะตาชินวัตร &amp;quot;ส.ว.ก๊อง-พิชัย&amp;quot; สายเลือดเพื่อไทยจ่อนำชัยศึกเชียงใหม่ ขณะที่บุรีรัมย์หลานเนวินนำโด่งแต่ไก่โห่ &amp;nbsp;ซับน้ำตาธนาธรก้าวหน้าส่อวืดหนัก ขณะที่ กกต.พอใจภาพรวมเลือกตั้งไร้ปัญหาทั่วประเทศ รอลุ้นใช้สิทธิ์ถึง 70% หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ​ได้กำหนดให้มีการลงคะแนนเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ยกเว้นกรุงเทพมหานคร โดยบรรยากาศการเปิดหน่วยลงคะแนนทั้ง 96,191 หน่วยเลือกตั้ง ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นไปอย่างเรียบร้อย ซึ่งนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. และ กกต. รวมถึงผู้บริหารสำนักงาน กกต. ได้ลงพื้นที่ตามจังหวัดต่างๆ เพื่อสังเกตการณ์ลงคะแนนเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพรกล่าวว่า สำหรับการเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ยกเว้นกรุงเทพมหานครในวันนี้ มีผู้สมัครรับเลือกตั้งทั่วประเทศ 8,521 คน แบ่งเป็นผู้สมัครนายก อบจ. 335 คน ผู้สมัครสมาชิกสภา อบจ. 8,186 คน โดยจังหวัดที่ผู้สมัครมากที่สุดคือ จ.บุรีรัมย์ 352 คน แยกเป็นผู้สมัครนายก อบจ. 8 คน สมาชิกสภา อบจ. 344 คน จังหวัดที่มีผู้สมัครน้อยที่สุดคือเพชรบุรี 34 คน แยกเป็นผู้สมัครนายก อบจ. 1 คน และสมาชิกสภา อบจ. 33 คน ภาพรวมทุกหน่วยเป็นไปด้วยความเรียบร้อยทั้ง 96,191 หน่วยเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สมุทรปราการ เวลา 08.30 น. นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ ได้มาใช้สิทธิ์หย่อนบัตรเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 32 โรงเรียนเซนต์ราฟาแอล ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ ต่อมา เวลา 10.00 น. นางสาวนันทิดา แก้วบัวสาย ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ เบอร์ 1 ได้เดินทางมาใช้สิทธิ์หย่อนบัตรเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ 32 เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ มีประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันบางตา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ปทุมธานี &amp;nbsp;นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ได้ปั่นจักรยานคันโปรดตรวจหน่วยเลือกตั้งในเขตตำบลบางปรอก อำเภอเมืองปทุมธานี โดยเจ้าหน้าที่ได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย และให้เว้นระยะห่างกัน ในการเข้าไปตรวจดูรายชื่อ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่บรรยากาศสนามเลือกตั้งปทุมธานี 3 ผู้สมัครนายก อบจ.เดินทางมาใช้สิทธิอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนายชาญ พวงเพ็ชร์ อดีตนายก อบจ.ปทุมธานี, พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง หรือ บิ๊กแจ๊ส และ น.ส.กรรณิการ์ นาคอินทร์ มาลงคะแนนเสียง ก่อนที่จะนำบัตรหย่อนใส่หีบเลือกตั้ง
ปัตตานียกหีบหนีน้ำท่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ตรัง นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้เดินทางโดยรถตู้ออกจากบ้านพักถนนวิเศษกุล ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง ไปยังหน่วยเลือกตั้งนายก อบจ.และ ส.อบจ.ตรัง ในเขตเลือกตั้งที่ 4 ตั้งอยู่ที่อาคารเรียน 10 โรงเรียนวัดควนวิเศษ ท่ามกลางฝนตกหนัก ทั้งนี้นายชวนกล่าวว่า &amp;nbsp;พื้นฐานสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของการทุจริตคอร์รัปชันก็คือระบบการเมืองที่ใช้ระบบธุรกิจนี้ต้องระวัง เช่น การซื้อเสียง คนซื้อเสียงก็ต้องเข้ามาหาผลประโยชน์ นักการเมืองที่มาจากระบบซื้อเสียงก็จะมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องอยู่ เพราะนั้นประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการป้องกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 1 ใน 7 เสือ กกต. กล่าวว่า ในเคสของอำเภอนาโยง ที่มีประชาชนขึ้นป้ายไม่ออกไปใช้สิทธิ์ ในส่วนนี้ได้หารือกับท่านนายอำเภอนาโยง ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นสิทธิของชาวบ้าน ที่จะไม่ไปใช้สิทธิ์ครั้งนี้ได้ ก็ต้องไปแจ้งกรณีที่ไม่ไปใช้สิทธิ์ ส่วนเรื่องที่มีการไปติดป้ายครั้งนี้ การขึ้นป้ายครั้งนี้ก็เป็นการขึ้นป้ายในพื้นที่ของเขา ไม่ใช่เป็นพื้นที่สาธารณะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ จ.ตรัง ผู้สมัครนายก อบจ.หมายเลข 1 คือนายบุ่นเล้ง โล่ สถาพรพิพิธ (โกเล้ง) หัวหน้าทีมกิจปวงชนคนใหม่ ซึ่งรับไม้ต่อจากนายกิจ หลีกภัย พี่ชายของนายชวน หลีกภัย ส่วนหมายเลข 2 คือนายสาธร วงศ์หนองเตย หัวหน้าทีมตรังพัฒนาเมืองตรัง ซึ่ง เป็นน้องชายของนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ จ.ตรัง หลายสมัย และหมายเลข 3 คือนายภูผา ทองนอก สังกัดกลุ่มตรังก้าวใหม่ เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับประชาชน โดยพื้นที่ตรังถูกจับตามองว่าอาจจะเกิดความขัดแย้งกันเองระหว่างสายเลือดประชาธิปัตย์ที่แบ่งออกเป็น 2 ขั้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ปัตตานี บรรยากาศการเลือกตั้ง นายก​ อบจ.และ​ ส.อบจ.​ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี​เกิดฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีสูงขึ้นจนเอ่อล้นตลิ่ง ทำให้หน่วยเลือกตั้งที่ 9 หมู่ 8 ต.บาราเฮาะ อ.เมืองฯ จ.ปัตตานี ที่ตั้งอยู่ภายในโรงเรียนบ้านปะกาลิมาปูโระ น้ำได้ไหลเข้าท่วมทั่วบริเวณของโรงเรียน สูงถึง 30 ซม. เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยต้องย้ายหน่วยเลือกตั้งขึ้นไปยังชั้น 2 จากเดิมที่หน่วยเลือกตั้งอยู่ชั้นล่างโรงเรียน ทำให้ประชาชนที่เดินทางมายังหน่วยเลือกตั้งต้องเดินลุยน้ำและเป็นไปอย่างยากลำบากมาก ทั้งนี้ แม้ว่าจะประสบปัญหาดังกล่าวก็ตาม ประชาชนยังคงเดินทางมาใช้สิทธิ์กันอย่างคึกคัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ขอนแก่น ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 7 และ 8 อ.เมืองขอนแก่น เขต 2 ภายในโรงจอดรถ อบจ.ขอนแก่น นางพัฒนาวดี วิริยะปิยะ ปลัดจังหวัดขอนแก่น ในฐานะ ผอ.กกต.อบจ.ขอนแก่น เข้าสังเกตการณ์และตรวจสอบการปิดหีบเลือกตั้งการเลือกตั้งนายกและ สมาชิกสภา อบจ.ขอนแก่น โดยในหลายหน่วยเลือกตั้งมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งมากกว่าร้อยละ 60 สำหรับผู้ที่ไม่ได้มาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้งครั้งนี้ จะต้องแจ้งเหตุไม่มาใช้สิทธิ์ภายใน 7 วัน ตามรูปแบบคำร้องตามที่ กกต.กำหนด ซึ่งผู้ที่ไม่มาใช้สิทธิ์จะจัดอยู่ในบัญชี แยกจากผู้ที่มาใช้สิทธิ์ ดังนั้นในระยะเวลา 7 วันจากนี้ ขอให้ผู้ที่ไม่มาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันนี้นั้นรีบแจ้งเหตุมายังเจ้าหน้าที่ตามระเบียบที่กำหนดไว้&amp;nbsp;
เชียงใหม่ชี้ชะตาเพื่อไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้เดินทางมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง โดยระบุว่า ในการเลือกตั้ง อบจ.ครั้งนี้ ก็คาดว่าประชาชนจะตื่นตัวกว่า เพราะผู้สมัครมีความใกล้ชิดกับประชาชนมากกว่า ส.ส. จึงคาดหวังว่าจะมีประชาชนจะออกมาใช้สิทธิ์ไม่น้อยกว่าเดิมแน่นอน &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่หน่วยเลือกตั้งเขต 1 ตำบลกุดโบสถ์ อำเภอเสิงสาง เวลา 09.10 น. หน่วยที่ 13 ลำดับที่ 55 ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล ผู้สมัครนายก อบจ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นตัวเต็ง ได้เดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.อบจ. และนายก อบจ.นครราชสีมา และที่หน่วยเดียวกันคือ นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ รวมทั้งครอบครัว ลูกสาว และลูกชาย แจ้งว่าจะไปใช้สิทธิ์ในช่วงบ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เวลา 12.00 น. ที่วัดหลักร้อย อ.เมืองฯ หน่วยเลือกตั้งที่ 25 เขตเลือกตั้งที่ 4 เขตเทศบาลนครนครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายเทวัญ ลิปตพัลลภ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ได้เดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้ง &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.บุรีรัมย์ ที่ศาลากลางหมู่บ้านไทยเจริญ หมู่ 4 อำเภอเมืองบุรีรัมย์ หน่วยเลือกตั้งที่ 3 ตำบลอิสาณ อำเภอเมืองฯ จังหวัดบุรีรัมย์ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด &amp;nbsp;พร้อมด้วยนางกรุณา ชิดชอบ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) บุรีรัมย์ และลูกชาย ได้เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก &amp;nbsp;อบจ.) บุรีรัมย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่เชียงใหม่ ซึ่งเป็นสนามศึกเลือกตั้งที่น่าจับตา เป็นการชิงชัยกันระหว่างนายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร จากเพื่อไทย กับนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ เบอร์ 2 ผู้นำกลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม โดยบรรยากาศการใช้สิทธิ์​ตามหน่วยเลือกตั้งที่ศาลาธรรมในมหาวิทยาลัย​เชียงใหม่​ ที่มีมากที่สุด​ 6​ หน่วยเลือกตั้ง นักศึกษาทยอยมาใช้สิทธิ์​อย่างต่อเนื่อง โดยผู้สมัครรายสำคัญ นายพิชัยออกมาใช้สิทธิ์​แต่เช้าแบบเงียบๆ​ ที่หน่วยเลือกตั้งหมู่​ 6 &amp;nbsp;บ้านใหม่สามัคคี​ ต.แม่เหียะ​ อ.เมืองเชียงใหม่​ โดยมีนายพร้อมพงศ์​ นพฤทธิ์​ สมาชิกพรรค​เพื่อ​ไทย ​มาให้กำลังใจด้วย เช่นเดียวกับนายบุญเลิศ​ &amp;nbsp;เจ้าของเก้าอี้เดิมก็พาครอบครัวมาใช้สิทธิ์​ที่หน่วยเลือกตั้ง​ที่​ 3​ ต.ป่าแดด​ อ.เมือง​เชียงใหม่​&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.อ่างทอง บริเวณหน่วยเลือกตั้ง ในตำบลตลาดหลวง อำเภอเมืองฯ จังหวัดอ่างทอง พบว่ามีประชาชนได้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งอย่างคึกคักแต่เช้า โดยศึกชิงเก้าอี้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง เป็นการต่อสู้กันระหว่างแชมป์เก่า เบอร์ 1 &amp;nbsp;นายสุรเชษ นิ่มกุล อดีตนายก อบจ. 2 สมัย ที่มีตระกูลปริศนานันทกุล ผลักดันสนับสนุนอย่างเต็มที่ และผู้ท้าชิงเบอร์ 2 นายโยธิน &amp;nbsp; เปาอินทร์ หลานชายของ พล.ต.ต.ประจวบ เปาอินทร์ ที่มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ คณะก้าวหน้า ส่งตัวแทนเข้าชิงชัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 18.00 น. ที่สำนักงาน​คณะกรรมการ​การ​เลือกตั้ง​ (กกต.) ​พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการ​การ​เลือกตั้ง​ กล่าวแสดงความพอใจภาพรวมการจัดการเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ทั่วประเทศที่ปิดการลงคะแนนเลือกตั้งแล้วเมื่อเวลา 17.00 น. โดยจากรายงานไม่มีจังหวัดใดที่มีปัญหา มีที่ จ.สมุทรสาคร พบว่าผู้มาใช้สิทธิ์อาจจะเบาบางไปบ้างเท่านั้น คาดว่าแต่ละพื้นที่ไม่เกิน 20.00 น. การนับคะแนนจะเสร็จสิ้น และกรรมการประจำหน่วยสามารถติดประกาศผลคะแนนที่หน้าหน่วยเลือกตั้งได้ ก่อนที่จะมีการส่งผลคะแนนมารวมที่จังหวัด ซึ่งจะมีการติดป้ายเพื่อประกาศผู้ได้รับคะแนนสูงสุดอย่างไม่เป็นทางการ คาดว่าทุกจังหวัดจะทราบผลได้ไม่เกิน 24.00 น. สำหรับผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งที่ กกต.ตั้งเป้าไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 คาดว่าจะทราบในวันที่ 21ธ.ค. ​ว่าจะถึงหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลา 19.37 น. มีผลนับคะแนนเลือกตั้งนายก อบจ.และ ส.อบจ.บุรีรัมย์อย่างไม่เป็นทางการ โดยประชาชนเฝ้าติดตามด้วยความสนใจ ทั้งนี้ นายภูษิต เล็กอุดากรหลานชายนายเนวิน ชิดชอบ คะแนนนำโด่งนายกฯ ทิ้งห่างผู้สมัครคู่แข่ง ขณะ ส.อบจ.กลุ่มเพื่อนเนวิน ก็มีคะแนนนำหลายเขต จาก 42 เขตเลือกตั้ง ใน 23 อำเภอ ผู้สมัคร ส.อบจ.กลุ่มเพื่อนเนวินก็มีคะแนนนำผู้สมัครคู่แข่งในหลายเขตเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 20.45 น. ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการที่มีการรายงานมายังศูนย์ประสานงานการเลือกตั้ง อบจ.ขอนแก่น ล่าสุดการนับคะแนนผ่านไปแล้ว 42% ผลปรากฏว่าการนับคะแนน นายก อบจ.ขอนแก่น นายพงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์ มีคะแนนนำถึง 152,195 คะแนน รองลงมาคือผู้สมัครหมายเลข 1 นายภัทรพันธ์ &amp;nbsp;หงส์วัฒนาพิเชษฐ &amp;nbsp;ได้คะแนน &amp;nbsp;47,301 คะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการจากไทยรัฐออนไลน์ เมื่อเวลา 21.19 น. โดยเฉพาะจังหวัดที่แข่งขันกันดุเดือดมีคะแนนดังต่อไปนี้ นนทบุรี อันดับ 1 พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ 42%, ปทุมธานี &amp;nbsp;อันดับ 1 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง กลุ่มคนรักปทุม 50%, นครราชสีมา อันดับ 1 นางยลดา หวังศุภกิจโกศล 58% ทีมร่วมสร้างโคราชโฉมใหม่, สกลนคร อันดับ 1 นายชูพงษ์ คำจวง กลุ่มเพื่อไทยสกลนคร 35%, เชียงใหม่ อันดับ 1 เพื่อไทย 51%,กาญจนบุรี อันดับ 1 นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ ทีมพลังกาญจน์ 46%, นครศรีธรรมราช อันดับ 1 นายอนันต์ ทองอุ่น 20%, ตรัง อันดับ 1 นายสาธร วงศ์หนองเตย ทีมตรังพัฒนาเมืองตรัง 48% &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่าหลายพื้นที่ตัวเต็งสนามและอดีตนายก อบจ.เก่ายังคงได้ตำแหน่งไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ส่วนผู้สมัครคณะก้าวหน้าที่ส่งลงชิงนายก อบจ.ถึง 42 จังหวัด พบว่าส่วนใหญ่อยู่อันดับ 2-3 โดยคะแนนทิ้งห่างจากผู้ที่คาดว่าจะชนะอย่างมาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87491</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม, ชวน หลีกภัย, ชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม, ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อิทธิพร บุญประคอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201220/image_big_5fdf7661675d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82617</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมัคร &#039;นายก อบจ.&#039; วันแรกคึก! คนดังเปิดตัว &#039;เชียงใหม่&#039; ชนช้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คึกคักกันทั่วทุกพื้นที่ การสมัครรับเลือกตั้ง &amp;quot;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด&amp;quot; (นายก อบจ.) และ &amp;quot;สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด&amp;quot; (ส.อบจ.) ในวันแรก (2 พ.ย.2563) จากทั้งหมด 5 วัน ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดรับสมัครรับเลือกตั้งระหว่างวันที่ 2-6 พ.ย.2563 และกำหนดเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 20 ธ.ค.2563 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายจังหวัด หลายพื้นที่ เปิดตัวผู้สมัครกันออกมา เห็นชื่อ เห็นหน้าตา เห็นผู้สนับสนุน ต้องเรียกว่า &amp;quot;ช้างชนช้าง&amp;quot;!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มจาก จ.เชียงใหม่ บรรยากาศการรับสมัครเลือกตั้งนายก อบจ.และ ส.อบจ.เชียงใหม่ วันแรกเป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ก่อนเปิดลงรับสมัคร กองเชียร์ของผู้สมัครทั้งนายก อบจ.และสมาชิก อบจ.ต่างมารอให้กำลังใจแต่เช้าตรู่ โดยมีผู้สมัคร นายก อบจ.ที่มาก่อนเวลารับสมัคร 2 ราย คือ นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ อดีตนายกฯ คนเดิมที่มาพร้อมผู้สมัคร ส.อบจ.ทั้ง 42 เขตในนามกลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม และนายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร &amp;quot;ส.ว.ก๊อง&amp;quot; ในนามพรรคเพื่อไทยและผู้สมัคร ส.อบจ. จึงต้องจับสลากหมายเลข กลุ่มเพื่อไทยได้หมายเลข 1 และเชียงใหม่คุณธรรมได้หมายเลข 2 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จ.ปทุมธานี บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก ผู้สมัครนายก อบจ.และสมาชิก ได้นำทีมงาน รถหาเสียง ผู้มาให้กำลังใจมาร่วมกันเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้มาสมัครลงชิงชัยนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี จำนวน 2 คน คือ นายชาญ พวงเพชร์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี 3 สมัย และ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญาการตำรวจนครบาล แต่ทั้ง 2 คนไม่สามารถตกลงกันได้ จึงต้องมีการจับสลาก 2 ครั้ง ครั้งแรกจับว่าใครจะได้จับสลากเป็นคนแรก และครั้งที่ 2 เป็นการจับสลากว่าใครจะได้ยื่นใบสมัครก่อน และใช้ลำดับการยื่นใบสมัครเป็นหมายเลขในการหาเสียง โดยนายชาญ ได้หมายเลข 1 ส่วน พล.ต.ท.คำรณวิทย์จับได้หมายเลข 2 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จ.สมุทรปราการ บรรยากาศช่วงเช้าเต็มไปด้วยกองเชียร์ของกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้าที่ยกขบวนถือดอกกุหลาบแห่มาให้กำลังใจผู้สมัครเป็นจำนวนมาก ซึ่งนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ บุตรชายนายวัฒนา อัศวเหม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การสนับสนุน โดยกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า&amp;nbsp; ส่ง น.ส.นันทิดา (ตู่) แก้วบัวสาย อายุ 60 ปี ดารานักแสดงชื่อดัง ลงสมัครนายก อบจ.สมุทรปราการ และนายเมธากุล สุวรรณบุตร ลูกชายของ ส.ส.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 2 สมุทรปราการ ได้ลงสมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการด้วย ทีมงานกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้าส่งผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดครบ 36 เขต 36 คน โดยยังไม่มีคู่แข่งมาสมัคร ทำให้ น.ส.นันทิดา และทีมกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า ได้เบอร์ 1 ทั้งผู้สมัคร นายก อบจ. และ ส.อบจ. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จ.อำนาจเจริญ บรรยากาศการรับสมัครนายก อบจ. และ ส.อบจ.วันแรกคึกคัก โดยมีผู้สมัครนายก อบจ.อำนาจเจริญ มาพร้อมกัน 3 ราย ได้แก่ หมายเลข 1 นายสว่าง นาคพันธ์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลอำนาจเจริญ กลุ่มอิสระ หมายเลข 2 นางจันทร์เพ็ญ ประเสริฐศรี อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรพลังประชารัฐ หมายเลข 3 นางสาววันเพ็ญ ตั้งสกุล อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จ.อุตรดิตถ์ ตั้งแต่เช้าตรู่ มีผู้สมัครหลายคนเป็นผู้ที่เคยผ่านเวทีการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นมาแล้ว หรือว่าที่ผู้สมัครหน้าใหม่ คนรุ่นใหม่ มากกว่าร้อยละ 50 หลังว่างเว้นจากการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นเป็นเวลาหลายปี โดยผู้สมัครลงชิงนายก อบจ.อุตรดิตถ์ วันแรกมี 2 คน คือ นายชัยศิริ ศุภรักษ์จินดา อดีตนายก อบจ.อุตรดิตถ์ ที่มาพร้อมผู้สมัคร ส.อบจ.ครบทั้ง 24 เขต ในนามกลุ่มรักอุตรดิตถ์บ้านเรา และผู้สมัครอิสระ นายโปรย สมบัติ อดีตสื่อมวลชนท้องถิ่น จ.อุตรดิตถ์ โดยผลการจับสลากหมายเลขผู้สมัครนายก อบจ.อุตรดิตถ์ ปรากฏว่า นายชัยศิริ ศุภรักษ์จินดา ได้หมายเลข 1 และนายโปรย สมบัติ ได้หมายเลข 2 สุรพงษ์/ชลบุรี 01 สมัครนายก อบจ.และ ส.อบจ.ชลบุรี วันแรกคึกคักแชมป์เก่าเป๊าะชนธนาธร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จ.ชลบุรี มีบรรดากองเชียร์ไปยืนเป็นกำลังใจให้กับผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีของตนเองกันอย่างคึกคัก โดยนายวิทยา คุณปลื้ม อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ในฐานะแชมป์เก่า&amp;nbsp; เดินทางเข้ามาสมัครชิงนายก อบจ.ชลบุรี ในนามกลุ่มเรารักชลบุรีเป็นคนแรก ตามมาด้วย นางสาวพลอยละภัสร์ หรือ จูน สิงห์โตทอง เป็นนักการเมืองท้องถิ่นหน้าใหม่ มาในนามคณะก้าวหน้าเปลี่ยนชลบุรี มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้นำคณะก้าวหน้า ให้การสนับสนุนส่งชิงนายก อบจ.ชลบุรี และ ส.อบจ.ชลบุรี ครบ 42 เขต ผลการจับสลากหมายเลข นายวิทยาได้หมายเลข 1 และ น.ส.พลอยละภัสร์ได้หมายเลข 2&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จ.สงขลา บรรยากาศในวันแรกของการรับสมัครเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาเป็นไปอย่างคึกคักท่ามกลางกองเชียร์ของผู้สมัคร โดยเฉพาะตัวเต็ง-ที่ขนกันมาเชียร์ไม่แพ้กัน โดยในวันแรกมีผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา 4 คน คือ นายไพเจน มากสุวรรณ์ ในนามพรรคประชาธิปัตย์, พ.อ. (พิเศษ) สุชาติ จันทรโชติกุล, นายจะเด็ด เหมโกทวีทรัพย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 6 สงขลา พรรคเพื่อธรรม และนางภัทราวรรณ ขำตรี อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคคลองไทย เขต 1 สงขลา โดยผลการหยิบหมายเลขปรากฏว่า นายจะเด็ด เหมโกทวีทรัพย์ เบอร์ 1, พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล เบอร์ 2, นายไพเจน มากสุวรรณ์ เบอร์ 3 และนางภัทราวรรณ ขำตรี เบอร์ 4 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จ.ปัตตานี บรรยากาศการเปิดรับสมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดและสมาชิกสภาจังหวัดวันแรก ท่ามกลางสายฝนที่ตกโปรยปรายมาตั้งแต่ช่วงเช้า แต่ก็ไม่ทำให้บรรยากาศวันแรกของการรับสมัครมีอุปสรรคแต่อย่างใด ซึ่งผู้สมัครสมาชิก อบจ.ทั้งคนเก่า และคนใหม่ต่างพกความมั่นใจมาพร้อมกองเชียร์และผู้สนับสนุนทยอยเดินทางกันมาตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีผู้มาลงสมัครแล้วกว่า 50 คน ครบทุกเขต โดยเฉพาะผู้สมัครนายก อบจ.ปัตตานี เป็นตำแหน่งที่ถูกจับตามากที่สุด โดยในวันแรกนี้มีผู้สมัครนายก อบจ.จำนวน 2 คน คือ นายรุสดี สารอเอง ผู้ท้าชิง ซึ่งเป็นอดีต ส.จ.อำเภอสายบุรี หลายสมัย จับได้เบอร์ 1 กับนายเศรษฐ อัลยุฟรี นายก อบจ. แชมป์เก่า 3 สมัย จับได้เบอร์ 2 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ทั้งนั้นแค่วันแรกของการเปิดรับสมัครนายก อบจ.และ ส.อบจ.ก็เริ่มคึกคักกันแล้ว โดยเฉพาะหลายพื้นที่มีคนดัง คนมีชื่อเสียง ทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติเปิดตัวกันทั่วหน้า ทำให้การเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้ ในวันที่ 20 ธ.ค.2563 น่าจับตายิ่งนัก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82617</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถาการณ์, จะเด็ด เหมโกทวีทรัพย์, จันทร์เพ็ญ ประเสริฐศรี, ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม, ชัยศิริ ศุภรักษ์จินดา, ชาญ พวงเพชร์, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นันทิดา แก้วบัวสาย, บุญเลิศ บูรณุปกรณ์, พ.อ. (พิเศษ) สุชาติ จันทรโชติกุล, พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง, พลอยละภัสร์ สิงห์โตทอง, พิชัย เลิศพงศ์อดิศร, ภัทราวรรณ ขำตรี, ยงยุทธ สุวรรณบุตร, รุสดี สารอเอง, วัฒนา อัศวเหม, วันเพ็ญ ตั้งสกุล, สว่าง นาคพันธ์, เมธากุล สุวรรณบุตร, เศรษฐ อัลยุฟรี, โปรย สมบัติ, ไพเจน มากสุวรรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201102/image_big_5fa01f0666ba4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37788</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เข้าสู่ทางธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดนพาดพิงว่า​ อยู่เบื้องหลังกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า​ ในพรรคพลังประชารัฐ​ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ที่ตามจิกไม่เลิ​ก​ สำหรับ​ &amp;quot;เสี่ยเอ๋&amp;quot; ชนม์สวัสดิ์​ อัศวเหม​ ประธานหอการค้าสมุทรปราการ​ นักการเมืองใหญ่แห่งเมืองปากน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงขนาดยื่นคณะกรรมการการเลือกตั้ง​ (กกต.)​ ให้ตรวจสอบ​ หลังปรากฏภาพ​ &amp;quot;เสี่ยเอ๋&amp;quot; ยืนอยู่บนเวทีหาเสียงของพรรคพลังประชารัฐ​ ที่​ จ.สมุทรปราการ&amp;nbsp; ร่วมกับผู้บริหารพรรค ในการสู้ศึกเลือกตั้งที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่จนแล้วจนรอด​ &amp;quot;เสี่ยเอ๋&amp;quot; ไม่เคยออกมาตอบโต้​เลยแม้สักครั้ง​ ปล่อยวางไม่ต่อปากต่อคำให้ลุกลามบานปลาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเมืองวุ่นวาย​ ปลายเดือนพฤษภาคม​ที่ผ่านมา&amp;nbsp; &amp;quot;เสี่ยเอ๋&amp;quot; เลยหนีทางโลก​ เดินเข้าสู่ทางธรรม​ ถือโอกาสบวชแทนคุณบุพการี​ ที่วัดเขาตาเงาะอุดมพร​ บ้านหัวหนอง ต.หนองบัวระเหว อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ​ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้รับฉายาภาย​ใต้ร่มกาสาวพัสตร์ว่า &amp;quot;ชยานันท์โทร&amp;quot; แปลว่า ผู้มีความชนะเป็นเครื่องเพลิดเพลิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระหว่างบวช​ &amp;quot;พระเอ๋&amp;quot; ปฏิบัติศาสนกิจแบบพระป่า​ ทั้งออกบิณฑบาต​เช้า สวดมนต์ ทำวัตรเย็น ทุกวัน​ พร้อมยังเรียนรู้พระธรรมวินัยกับ​ &amp;quot;หลวงปู่จื่อ&amp;quot; อันเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้าน​ ในฐานะพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในช่วงสั้นๆ​ ตลอดเกือบ​ 10​ วัน​ในผ้าเหลือง​ &amp;quot;พระเอ๋&amp;quot; ศึกษาพระธรรมอย่างตั้งใจ​ เอาจริงเอาจัง หวังนำไปปรับใช้เป็นแนวทางเมื่อกลับสู่ทางโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหมือนรู้ว่าสถานการณ์บ้านเมืองภายนอกมันตึงเครียด​ เดินเข้าหาพระธรรมให้นำชีวิต​ จะได้​ปลงตก​เมื่อออกกลับสู่โลกความเป็นจริง​ หุหุ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฌ.เฌอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37788</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม, ฌ.เฌอ, เข้าสู่ทางธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2019 13:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2019 13:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปากน้ำเดือด!&#039;เรืองไกร&#039;แท็กทีม&#039;สันธนะ&#039;บุกกกต.ชงยุบพลังประชารัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค.62 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) และนายสันธนะ ประยูรรัตน์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) เข้ายื่นหนังสือต่อ กกต.ขอทวงถามความคืบหน้า กรณีนายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ผู้สมัครส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เคยยื่นเรื่องขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กรณีอ้างว่า พปชร.ปล่อยให้นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ซึ่งมีคุณสมบัติต้องห้ามจากการต้องโทษจำคุกในคดีทุจริตต่อหน้าที่ และพ้นโทษยังไม่ถึง 10 ปี จึงไม่สามารถสมัครเป็นสมาชิกพรรคได้ แต่ พปชร.กลับยินยอมให้นายชนม์สวัสดิ์ สวมเสื้อที่มีโลโก้พรรค พปชร. ขึ้นเวทีปราศรัยต่อหน้านายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวว่าเนื้อหาในการปราศรัยเพื่อช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัครของ พปชร.ทั้ง 7 เขต &amp;nbsp;ในสมุทรปราการ และยังนำภาพของนายชนม์สวัสดิ์ ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลภายนอกมาขึ้นป้ายหาเสียง &amp;nbsp;กรณีของนายชนม์สวัสดิ์ จึงเข้าข่ายปล่อยให้บุคคลภายนอกชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมือง ในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมือง หรือสมาชิกพรรคขาดอิสระ ตาม พระราชบัญญัติปนะกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)​ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 28&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังปรากฏหลักฐานในการเปิดสำนักงานที่ทำการพรรค พปชร.ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ นายชนม์สวัสดิ์ ในฐานะประธานหอการค้าสมุทรปราการ เข้าร่วมเปิดที่ทำการและเบิกเนตรเทพเจ้าเห้งเจีย และยังระบุว่านายชนม์สวัสดิ์ มีตำแหน่งเป็นประธานสาขาของพรรค ซึ่งเป็นการจูงใจให้เข้าใจผิดในความนิยมของตัวผู้สมัครรับเลือกตั้ง &amp;nbsp;เพราะไม่ใช่การเลือกตั้งท้องถิ่น โดนนายชนม์สวัสดิ์ ขาดคุณสมบัติ เป็นสมาชิกพรรคไม่ได้ จะเป็นประธานสาขาได้อย่างไร กกต.จึงต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค พปชร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสันธนะ กล่าวว่า ตนได้รวบรวมหลักฐานกรณีนายชนม์สวัสดิ์ แต่ต้องขอใช้บริการนายเรืองไกร เนื่องจากเป็นมืออาชีพ หากสามารถยุบพรรค พปชร.ได้ก็ต้องกราบลา 3 ป. ถอดสายพานรถถัง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36093</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนม์สวัสดิ์  อัศวเหม, พปชร., ร้องกกต., ร้องยุบพรรคพลังประชารัฐ, สันธนะ ประยูรรัตน์, เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, เลือกตั้งสมุทรปราการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190517/image_big_5cde4f30623cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25992</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จาก &#039;ท้องถิ่น&#039; สู่ &#039;ระดับชาติ&#039; &#039;มันทำให้เราเข้าใจรากหญ้าดี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยู่การเมือง &amp;ldquo;ระดับท้องถิ่น&amp;rdquo; มากว่า 20 ปี แต่ครั้งนี้ &amp;ldquo;กลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า&amp;rdquo; ที่มี &amp;ldquo;ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม&amp;rdquo; ประธานหอการค้าสมุทรปราการ เป็นแกนนำ ตัดสินใจเข้าสู่การเมือง &amp;ldquo;ระดับชาติ&amp;rdquo; เพราะคิดว่าการพัฒนาจะเกิดขึ้นได้รวดเร็วถ้าอยู่ในจุดนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต่อศักดิ์ อัศวเหม&amp;rdquo; ทายาทตระกูลดังแห่งเมืองปากน้ำ อดีตรองนายกเทศมนตรีนครสมุทรปราการ และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 7 พรรคพลังประชารัฐ ที่ยังสดใหม่ในการเมืองระดับชาติ ขยายเหตุผลที่ตัดสินใจครั้งนี้ว่า ตนเคยมาช่วย &amp;ldquo;พี่เอ๋&amp;rdquo; ชนม์สวัสดิ์ ทำงานการเมืองท้องถิ่นเมื่อปี 2557 หลังญาติผู้พี่เห็นว่า จบทางด้านสถาปัตยกรรม มีความรู้เรื่องการออกแบบผังเมือง ตรงกับงานที่ต้องการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา หลังได้ติดสอยห้อยตามพี่เอ๋ไปพบผู้ใหญ่หลายๆ ท่าน เอาโครงการต่างๆ ไปเสนอ เช่น กระเช้าลอยฟ้าข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา รถไฟฟ้าโมโนเรลที่จะเชื่อมต่อท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิมาที่ จ.สมุทรปราการ ซึ่งโครงการเหล่านี้ใช้งบประมาณเยอะ ลำพังตัวจังหวัดทำได้ แต่ต้องใช้เวลานาน จึงคิดว่าถ้าอย่างนั้นสิ่งที่จะผลักดันให้โครงการมันเกิดขึ้นได้คือ การเข้าสู่การเมืองระดับชาติ เพราะหากเราได้รับการสนับสนุนโครงการเหล่านี้จากรัฐบาล จะทำให้พัฒนาโครงการต่างๆ ได้เร็วขึ้น นี่คือสิ่งที่พี่เอ๋ตัดสินใจแรกว่าเราควรจะขยับมายืนอยู่จุดนี้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต่อศักดิ์&amp;rdquo; ยังระบุอีกว่า การที่ทำงานการเมืองท้องถิ่นมาก่อนถือว่าได้เปรียบ เพราะการเมืองท้องถิ่นเป็นการเมืองที่ใกล้ชิดประชาชน รับรู้และรับทราบปัญหาต่างๆ แบบรายวัน ทั้งเรื่องปากท้อง สุขภาพชุมชน สวัสดิการต่างๆ ของชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ที่รับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้ามองกันในภาพเล็กๆ เหมือนกับเราได้สัมผัสทุกแง่มุมและทุกปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม ถ้าถามว่ามันมีประโยชน์หรือไม่ว่าทำงานการเมืองท้องถิ่นแล้วขยับมาเล่นระดับชาตินั้น ผมคิดว่ามันมีมากกว่าที่เราคิด เพราะเราเข้าใจในปัญหาระดับเล็กๆ เรารู้ต้นเหตุปัญหาคืออะไร ถ้าอยู่ดีๆ ผมโดดไปเล่นการเมืองระดับชาติเลย ผมคงไม่เข้าใจปัญหาพวกนี้ เพราะปัญหาพวกนี้เป็นปัญหาระดับรากหญ้า คิดว่าตรงนี้น่าจะเป็นแรงบวกให้เราเข้าใจอะไรมากขึ้น และทำงานได้ตรงเป้า และตรงประเด็นมากขึ้น&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทายาทตระกูลอัศวเหมรายนี้ยังเท้าความด้วยว่า แม้จะเข้าสู่การเมืองระดับชาติเป็นครั้งแรก แต่ไม่ได้อ่อนประสบการณ์หากต้องเจอ &amp;ldquo;ขาประจำ&amp;rdquo; ในระดับชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;พวกเรามาจากการเมืองท้องถิ่นก็จริง แต่ถ้าดูกันให้ลึกซึ้งตระกูลอัศวเหมอยู่ในการเมืองมา 40 ปี นอกจากนี้ เรายังมีตระกูลกุลเจริญ มีลูกหลานของคุณอาสนิท (สนิท กุลเจริญ อดีต ส.ส.สมุทรปราการหลายสมัย) รวมไปถึงนายกรุง ศรีวิไล สุทินเผือก ถ้าจะบอกว่ากลุ่มเราไม่มีบุคลากรในระดับชาติคงไม่จริง พวกเราเข้าใจการเมืองทั้งระดับชาติและท้องถิ่น และที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าเราหายไปจากการเมืองเลย เรายังยืนอยู่ในการเมืองตลอด ส่วนในระดับชาติข้างหน้าถ้าเราเข้าไปยืนอยู่แล้ว จะมีคนเก่าคนแก่ที่มีประสบการณ์คอยให้คำแนะนำ และโดยพื้นฐานของเราที่เกิดมาในตระกูลการเมือง เราพอที่จะมีความเข้าใจในการเมืองทุกๆ ด้าน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสาเหตุที่ตัดสินใจซบ &amp;ldquo;พรรคพลังประชารัฐ&amp;rdquo; นั้น &amp;ldquo;ต่อศักดิ์&amp;rdquo; ชี้แจงว่า เพราะเป็นพรรคใหม่ ตลอดจนแนวทางและวิธีการดำเนินงานของพรรคเป็นเหมือนการบริหารประเทศให้ต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนกระแสนั้น ยอมรับในพื้นที่มันมีทั้งบวกและลบ บวกคือ ผลงานต่างๆ ความสงบเรียบร้อยที่เกิดขึ้น รวมถึงนโยบายหลายนโยบายเข้าถึงคนระดับรากหญ้าจริงๆ การทำงานบนความสงบเรียบร้อย ทำให้ประเทศเดินหน้าไปได้ ส่วนภาพลบที่เกิดขึ้นกับพรรคพลังประชารัฐ คนมักมองว่ามีเรื่องของ คสช.และทหารเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ผมมองว่าวัตถุประสงค์ของ คสช.ที่เข้ามาดำเนินการงานในช่วงที่ผ่านมาก็เพื่อสร้างความสงบเรียบร้อยให้กับบ้านเมือง แล้วมันได้ผลจริงๆ เราปราศจากม็อบ ปราศจากความขัดแย้งมาเป็นเวลาพอสมควร ผู้คนได้กลับไปประกอบสัมมาอาชีพต่างๆ ได้เข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ดังนั้นในช่วงระยะเวลาต่อไปหลังการเลือกตั้ง ผมเชื่อว่าความสงบเรียบร้อยมันน่าจะคงอยู่ และการบริหารประเทศ การทำความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น มันเป็นเรื่องที่ต้องการมืออาชีพ ซึ่งมืออาชีพก็คือนักการเมืองที่ถูกเลือกตั้งเข้ามา ตรงนี้หลังการเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐน่าจะทำได้ทั้ง 2 เรื่อง เป็นพรรคที่มีความหวัง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต่อศักดิ์&amp;rdquo; ยังให้ทรรศนะเรื่องปรากฏการณ์คนรุ่นใหม่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า ถือเป็นความหวังของประชาชน เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมาประเทศติดอยู่ในหล่มความขัดแย้ง และวัฒนธรรมเดิมๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ผ่านมามันเป็นการหาเสียงมาด้วยความขัดแย้ง มันเป็นวัฒนธรรมเก่าๆ ที่มันถูกสะสมมา คำตอบวันนี้ประชาชนมองข้ามอายุของนักการเมือง แต่หันไปมองที่คุณวุฒิของนักการเมืองมากกว่า จึงจะเห็นว่านักการเมืองเด็กๆ ที่มีความรู้ความสามารถเข้ามากันมากมาย ตรงนี้มันคือกระแสสังคมที่ต้องการความเปลี่ยนแปลง ต้องการอะไรใหม่ๆ นักการเมืองใหม่ๆ ผมเองเดินอยู่ในพื้นที่ คนเห็นผมยังทักว่า ดีใจที่ได้เห็นคนใหม่ๆ เข้ามาหา ได้เห็นวิสัยทัศน์ และได้พูดคุย ฉะนั้น กระแสรุ่นใหม่จึงเป็นความหวังของประเทศ รอให้คนพวกนี้เข้ามาทำงาน ซึ่งเรามีความพร้อม เพราะกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้ามีคนรุ่นใหม่อยู่จำนวนครึ่งต่อครึ่งจากทั้งหมด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ยังฝากให้คนสมุทรปราการไปเลือกตั้งกันมากๆ โดยคำนึง 2 ข้อ คือ ข้อแรก ไปใช้สิทธิ์ของตัวเอง และข้อสอง เมื่อใช้สิทธิ์แล้ว อยากให้ได้คิดถึง จ.สมุทรปราการ อยากให้ดูผลงานผู้สมัครก่อนเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อยากให้ดูผลงานที่ผ่านมาของพวกเรา เราจะชูเรื่องที่จะพัฒนา จ.สมุทรปราการ เราจะทำให้จังหวัดเราเป็นเมืองน่าอยู่ พี่น้องสมุทรปราการกินดีอยู่ดี นั่นคือเป้าหมายหลัก ส่วนเป้าหมายการบริหารประเทศ เรามีความเชื่อว่าถ้าเราทำบ้านเราให้ดี ให้น่าอยู่แล้ว ประเทศก็จะถูกพัฒนาไปพร้อมๆ กัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้เขายังบอกว่า การเข้ามาในการเมืองระดับชาติของกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้าครั้งนี้ที่อยู่กับการเมืองท้องถิ่นมาตลอด ยังจะเป็นตัวเปรียบเทียบกับในอดีตที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาคนที่เขาเคยยืนอยู่ในจุดนี้ไม่ได้มีการเชื่อมต่อกับการเมืองท้องถิ่นเท่าที่ควร แต่ถ้าพวกเราได้เข้าไปเหมือนมันเป็นสายตรงกันทั้งหมด ฉะนั้น การทำงานไปในทิศทางเดียวกันผมเชื่อว่า จ.สมุทรปราการจะพัฒนาได้เร็วขึ้น มันจะเปลี่ยนโฉมจังหวัดเราให้เป็นจังหวัดที่น่าอยู่ และมีสาธารณูปโภคที่ดี&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องรอดูกันว่า &amp;ldquo;กลุ่มปากน้ำ&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;กลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า&amp;rdquo; ที่รีเทิร์นสู่การเมืองระดับชาติอีกครั้ง จะสามารถกลับมาประกาศศักดาได้หรือไม่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การศึกษา : มัธยมศึกษา โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย, ปริญญาตรี สถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรังสิต, ปริญญาโท วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาการออกแบบเมือง Brooklyn, New York USA&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประวัติการทำงาน : กรรมการผู้จัดการและผู้ถือหุ้นบริษัท แอด ออน อิงค์ จำกัด, รองนายกเทศมนตรีนครสมุทรปราการ, รองประธานกรรมการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลนครสมุทรปราการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25992</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนม์สวัสดิ์  อัศวเหม, ต่อศักดิ์ อัศวเหม, โฟกัสนักการเมืองรุ่นใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190107/image_big_5c3357643035f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5553</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลทุจริตหักปปช.ยกฟ้องเอ๋</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้งแรก! ศาลปราบโกงหัก &amp;ldquo;ป.ป.ช.&amp;rdquo; ยกฟ้องคดี &amp;ldquo;ชนม์สวัสดิ์-บารนี&amp;rdquo; ทุจริตงบ 128 ล้านบาทจ้างเก็บขยะ ชี้ตีความกฎหมายต่างกันจึงไม่มีความผิด โกงเงินคนจนลามหนัก &amp;ldquo;ปัตตานี&amp;rdquo; สุ่มตรวจพบแทบทุกอำเภอ &amp;ldquo;ป.ป.ท.&amp;rdquo; เตรียมถกใหญ่ พม. 22 มี.ค. หวังวางแนวป้องทุจริตงบประมาณปี 2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่ 21 มีนาคม ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้อ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายชนม์สวัสดิ์ หรือเอ๋ อัศวเหม อายุ 49 ปี อดีตนายกเทศบาลนครสมุทรปราการ และนางบารนี เลิศไพศาล อายุ 65 ปี ข้าราชการบำนาญ เป็นจำเลยที่ 1-2 &amp;nbsp;ในความผิดฐานผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์สินใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต เป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล ระวางโทษจำคุก ตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 2,000-40,000 บาท และผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีนี้สืบเนื่องจากการทำสัญญาโครงการจัดซื้อจัดจ้างเก็บขยะมูลฝอย เมื่อปี 2546 ในเขตพื้นที่ของเทศบาลนครสมุทรปราการ ซึ่งขณะนั้นนายชนม์สวัสดิ์ ดำรงตำแหน่งนายกเทศบาลนครสมุทรปราการ ส่วนนางบารนี ดำรงตำแหน่งปลัดเทศบาลนครสมุทรปราการ โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2560 ชี้มูลความผิดทั้งสองว่าทำสัญญาจ้างกับบริษัทเอกชน เพื่อเก็บขนขยะมูลฝอยที่กำหนดระยะเวลาตามสัญญาจ้างเป็นเวลา 5 ปีติดต่อกัน โดยให้เข้าดำเนินการเป็นประจำทุกวันตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค.2546 และกำหนดวิธีการจ่ายเงินค่าจ้างเป็นรายเดือน เดือนละ 2,145,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 128,700,000 บาท ซึ่งการกำหนดเช่นนั้น ถือว่าเป็นการก่อหนี้ผูกพันงบประมาณเกินกว่า 1 ปีงบประมาณโดยมิชอบตามระเบียบระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2541 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2543 ข้อ 38 เนื่องจากมิใช่เป็นโครงการประเภทที่ดินและสิ่งก่อสร้าง และมิได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ขณะที่นายชนม์สวัสดิ์และนางบารนีชี้แจงว่า เทศบาลนครสมุทรปราการสามารถก่อหนี้ผูกพันเกินกว่า 1 ปีงบประมาณได้ในทุกหมวดรายจ่ายและทุกโครงการ ตามนัยข้อ 38 วรรคแรก ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีการงบประมาณ และเทศบาลนครสมุทรปราการได้ดำเนินการเป็นไปตามระเบียบกฎหมายครบถ้วนทุกประการแล้ว โดยในชั้นพิจารณาของศาลอาญาคดีทุจริตฯ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธในการต่อสู้คดี โดยทั้งสองได้ประกันตัวระหว่างการพิจารณา&amp;nbsp;
ศาลปราบโกงหัก ป.ป.ช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิเคราะห์พยานหลักฐานจากการไต่สวนพยานทั้งสองฝ่ายแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกับเทศบาลนครสมุทรปราการตีความการบังคับใช้ระเบียบแตกต่างกัน ซึ่งปัญหาดังกล่าวยังไม่มีการวินิจฉัยชี้ขาดจากผู้มีอำนาจตีความตามกฎหมาย ดังนั้นยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง จึงพิพากษายกฟ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พนักงานอัยการฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 โจทก์ที่ยื่นฟ้อง ยังไม่มีรายงานว่าจะพิจารณายื่นอุทธรณ์คดีหรือไม่อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคดีนี้ ป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิดเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2560 โดยระบุว่า นายชนม์สวัสดิ์มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และ 157 นางบารนีมีมูลความผิดทางวินัยร้ายแรง และมีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 โดยการพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตฯ ครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เปิดศาลเมื่อวันที่ 1 ต.ค.2559 ที่มีการยกฟ้องในคดีที่ ป.ป.ช.ชี้มูลคดีมา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ยังคงมีความเคลื่อนไหวในกรณีการทุจริตรับเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ติดเชื้อเอชไอวีของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ทั่วประเทศ โดย พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดเผยถึงการลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.นครพนม ซึ่งมีผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นแกนนำจัดการว่า ล่าสุดชาวบ้านในพื้นที่ถูกกดดัน โดยมีการสอบถามกับบุตรหลานที่ศึกษาในโรงเรียนที่ผู้อำนวยการสังกัดอยู่ว่าจะย้ายบุตรหลานไปศึกษาต่อที่โรงเรียนอื่นเมื่อไหร่ ป.ป.ท.จึงได้หารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอให้ช่วยดูแล เบื้องต้น และอาจขอให้ผู้ว่าฯ ย้ายผู้อำนวยการไปปฏิบัติหน้าที่อื่น และประสานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ส่งทหารเข้าดูแลประชาชน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มีข้อมูลพบว่าโรงเรียนดังกล่าวเคยขอทุนการศึกษาจากศูนย์คนไร้ที่พึ่งให้นักเรียน แต่โรงเรียนจ่ายเงินให้นักเรียนไม่ครบ และกันเงินไปบริหารจัดการด้านอื่นๆ ของโรงเรียน ซึ่ง ป.ป.ท.จะเข้าไปตรวจสอบแยกเป็นอีก 1 สำนวน&amp;rdquo; พ.ท.กรทิพย์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ท.กรทิพย์ระบุว่า เส้นทางการเงินจากการทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง หากพบเกี่ยวข้องกับผู้บริหารระดับสูง ป.ป.ท.จะส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการ เนื่องจากอยู่นอกเหนืออำนาจ ป.ป.ท. ซึ่งเบื้องต้นพบร่องรอยการทุจริตทั้งในรูปแบบเงินสดและโอนเข้าบัญชี ส่วนการตรวจสอบนิคมสร้างตนเอง ในวันที่ 22 มี.ค. ป.ป.ท.จะประชุมพิจารณาส่งสำนวนทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งของนิคมสร้างตนเอง 4 แห่งไปให้ ป.ป.ช.ไต่สวน และอยู่ในดุลพินิจของ ป.ป.ช.ว่าจะตรวจสอบเฉพาะ 4 นิคมที่ส่งสำนวนไปให้ หรือจะปูพรมตรวจสอบทั้ง 43 นิคม เหมือนกันที่ ป.ป.ท.ขยายผลตรวจสอบหลังพบการทุจริตที่ จ.ขอนแก่น
รายงานจาก ป.ป.ท.แจ้งว่า ในวันที่ 22 มี.ค. เวลา 13.00 น. ป.ป.ท.จะประชุมหารือร่วมกับอธิบดี พส.เพื่อประสานข้อมูลวางแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ในปีงบประมาณ 2561 และประสานข้อมูลให้ พม.ตรวจสอบความผิดทางวินัย
ปัตตานีเจอโกงแทบทุกอำเภอ&amp;nbsp;
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ท.เขต 9 สงขลา ยังคงเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบหลักฐานการทุจริตเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและคนไร้ที่พึ่งใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการลงพื้นที่มา 2 วัน พบการทุจริตโครงการทั้ง อ.หนองจิก และ อ.ยะหริ่ง โดยบางหมู่บ้านมีเกือบ 200 คนที่ถูกโกง และจากการสุ่มตรวจหลายพื้นที่ใน จ.ปัตตานี พบว่าพบเกือบทุกอำเภอ ทำให้ต้องระดมตรวจสอบในทุกอำเภออย่างละเอียดอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.ท.เธียรรัตน์ วิเชียรสรรค์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ปลัด พม. และนายณรงค์ คงคำ รองปลัด พม. กล่าวถึงความคืบหน้าว่า มีความคืบหน้าตามลำดับ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ อยู่ในช่วงรวบรวมหลักฐานต่างๆ ในทุกแง่มุม รวมไปถึงข้อมูลจาก ป.ป.ท. แต่ไม่จำเป็นเป็นต้องรอผลการตรวจสอบของ ป.ป.ท.ทั้งหมด ส่วนที่เกรงว่าอาจไม่ทันสิ้นเดือน มี.ค.นั้น จะเร่งให้ทันตามกำหนด แต่ถ้าหากไม่ทัน สามารถขอขยายเวลาออกไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กตั้งข้อสังเกตเรื่องนี้ว่า ทำไมเจ้าหน้าที่จำนวนมากจึงเข้าไปเกี่ยวข้องการทุจริตชนิดไม่เกรงกลัวกฎหมายกันเลย หรือเขามีประสบการณ์ว่ามีการทุจริตอยู่มากมาย แต่ก็ไม่เห็นมีใครถูกลงโทษ ส่วนที่มีการลงโทษกันไป ส่วนใหญ่ทำโดยคำสั่ง คสช.นั้น ก็เกิดขึ้นโดยไม่มีการสอบสวนเสียก่อน คนบริสุทธิ์จำนวนไม่น้อยถูกลงโทษไปทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิด ต่อมาบางคนที่ถูกสอบสวนพบว่าไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ก็เสียอนาคตไปแล้ว และก็ไม่ได้รับการเยียวยาใดๆ กลายเป็นว่าคนทำผิดไม่เห็นถูกลงโทษ แต่คนบริสุทธิ์กลับถูกลงโทษ หาหลักหาเกณฑ์อะไรไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องทุจริตโกงเงินคนจนนี้ ป.ป.ท.จะตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจังหรือไม่ ตามข่าวก็พบว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ระดับไม่สูง นายกรัฐมนตรีก็รีบฉวยโอกาสบอกว่า นี่ไม่ใช่เรื่องทุจริตในระดับนโยบาย จะด้วยเหตุนี้หรือเปล่า เมื่อไม่ใช่เรื่องระดับนโยบาย จึงทำให้ ป.ป.ท.ยังแข็งขันต่อเรื่องนี้ หากเรื่องนี้เชื่อมโยงไปถึงนโยบายรัฐบาล ป.ป.ท.ยังจะแข็งขันต่อไปหรือไม่&amp;rdquo; นายจาตุรนต์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ยังโพสต์อีกว่า ในแง่ของการถ่วงดุลในระบบแล้ว หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องไปถึงผู้บริหารระดับสูงหรือเกี่ยวข้องโดยตรงกับนโยบายรัฐบาล ถ้า ป.ป.ท.ไม่เข้าไปตรวจสอบหน่วยงานอื่น โดยเฉพาะองค์กรอิสระอย่างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และ ป.ป.ช. ต้องถือเป็นหน้าที่โดยตรง แต่ก็พบปัญหาการขาดความเป็นอิสระขององค์กรเหล่านี้อีก ซ้ำร้ายบุคคลสำคัญในองค์กรนี้ยังเป็นผู้ใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจใน คสช.และรัฐบาลอีกด้วย ย่อมไม่มีหลักประกันอะไรเลยว่าทั้ง ป.ป.ท.และ ป.ป.ช.จะดูแลเรื่องต่างๆ อย่างตรงไปตรงมาตามเนื้อผ้า
&amp;ldquo;ยิ่งมีข่าวว่าเกิดการทุจริตคอร์รัปชันขึ้นมากเท่าไร สังคมก็ยิ่งไม่อาจแน่ใจได้ว่ายังมีการทุจริตคอร์รัปชันเรื่องอื่นๆ ที่ยังไม่มีใครตรวจสอบอีกมากมายเพียงใด และตราบใดที่ระบบยังลักลั่นและลูบหน้าปะจมูกอยู่อย่างนี้ ก็คงไม่มีใครไว้ใจได้เลยว่าประเทศจะไม่เสียหายไปกับการทุจริตคอร์รัปชันที่มากขึ้นทุกที&amp;rdquo; นายจาตุรนต์โพสต์ทิ้งท้าย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5553</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์, ชนม์สวัสดิ์  อัศวเหม, บารนี เลิศไพศาล, ป.ป.ท., พ.ต.ท.เธียรรัตน์ วิเชียรสรรค์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180321/image_big_5ab26f2544695.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5519</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2018 17:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2018 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอ๋ ชนม์สวัสดิ์&#039;เฮลั่น!ศาลยกฟ้องคดีเก็บขยะสมุทรปราการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค.61- ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายชนม์สวัสดิ์ หรือเอ๋ อัศวเหม อายุ 49 ปี อดีตนายกเทศบาลนครสมุทรปราการ และนางบารนี เลิศไพศาล อายุ 65 ปี ข้าราชการบำนาญเป็นจำเลยที่ 1-2 &amp;nbsp;เป็นจำเลย ในความผิดฐานผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์สินใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต เป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล ระวางโทษจำคุก ตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิตและปรับตั้งแต่ 2,000 - 40,000 บาท และผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหาย แก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000 -20,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีสืบเนื่องจากการทำสัญญาโครงการจัดซื้อจัดจ้างเก็บขยะมูลฝอย เมื่อปี 2546 ในเขตพื้นที่ของเทศบาลนครสมุทรปราการ ซึ่งขณะนั้นนายชนม์สวัสดิ์ จำเลยที่ 1 ดำรงตำแหน่งนายกเทศบาลนครสมุทรปราการ ส่วนนางบารนี ดำรงตำแหน่งปลัดเทศบาลนครสมุทรปราการ โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2560 ชี้มูลความผิดทั้งสองว่าทำสัญญาจ้างกับบริษัทเอกชน เพื่อเก็บขนขยะมูลฝอยที่กำหนดระยะเวลาตามสัญญาจ้างเป็นเวลา 5 ปีติดต่อกัน โดยให้เข้าดำเนินการเป็นประจำทุกวันตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค.2546 และกำหนดวิธีการจ่ายเงินค่าจ้างเป็นรายเดือนๆ ละ 2,145,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 128,700,000บาท ซึ่งการกำหนดเช่นนั้น ถือว่าเป็นการก่อหนี้ผูกพันงบประมาณเกินกว่า 1 ปีงบประมาณโดยมิชอบตามระเบียบระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2541 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2543 ข้อ 38 เนื่องจากมิใช่เป็นโครงการประเภทที่ดินและสิ่งก่อสร้าง และมิได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ขณะที่นายชนม์สวัสดิ์และนางบารนีชี้แจงว่า เทศบาลนครสมุทรปราการสามารถก่อหนี้ผูกพันเกินกว่า 1 ปีงบประมาณได้ในทุกหมวดรายจ่ายและทุกโครงการ ตามนัยข้อ 38 วรรคแรก ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีการงบประมาณฯ และเทศบาลนครสมุทรปราการได้ดำเนินการเป็นไปตามระเบียบกฎหมายครบถ้วนทุกประการแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ในชั้นพิจารณาของศาลอาญาคดีทุจริตฯ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธในการต่อสู้คดี โดยทั้งสองได้ประกันตัวระหว่างการพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิเคราะห์พยานหลักฐานจากการไต่สวนพยานทั้งสองฝ่ายแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกับเทศบาลนครสมุทรปราการตีความการบังคับใช้ระเบียบแตกต่างกัน ซึ่งปัญหาดังกล่าวยังไม่มีการวินิจฉัยชี้ขาดจากผู้มีอำนาจตีความตามกฎหมาย ดังนั้นยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง จึงพิพากษายกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด้านพนักงานอัยการฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 โจทก์ที่ยื่นฟ้อง ยังไม่มีรายงานว่าจะพิจารณาประเด็นการยื่นอุทธรณ์คดีหรือไม่อย่างไร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5519</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนม์สวัสดิ์  อัศวเหม, ยกฟ้อง, สมุทรปราการ, เอ๋ ชนม์สวัสดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180321/image_big_5ab22d5d4ca05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
