<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2019 16:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2019 15:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอสซีจียันต่ออายุทำเหมืองสระบุรีตามกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอสซีจีแจงกรณี ครม. ผ่อนผันใช้พื้นที่ประทานบัตรทำเหมืองแร่ในสระบุรี ยันทำตามกฎหมายเคร่งครัด เป็นไปตามขั้นตอนปกติเช่นเดียวกับผู้ประกอบการทุกราย ระบุทำเหมืองเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และรับฟังความเห็นชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;11 มี.ค. 2562 - นายชนะ ภูมี รองประธานผู้จัดการธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ เอสซีจี เปิดเผยถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ที่ผ่านมามีมติผ่อนผันให้เอสซีจีเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่จ.สระบุรี เพื่อทำเหมืองแร่หินปูน ว่าบริษัทได้ขออนุญาตตามขั้นตอนและข้อกำหนดของทางราชการอย่างเคร่งครัด เช่นเดียวกับผู้ประกอบการทุกราย โดยทำตามกฎหมายควบคุม 2 ฉบับ คือ ประทานบัตรเหมืองแร่ จากกระทรวงอุตสาหกรรม มีอายุสูงสุด 25 ปี ซึ่งบริษัทฯ ได้รับอนุญาตตั้งแต่ปี 2554 &amp;ndash; 2579 ตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)แร่ พ.ศ.2510 ซึ่งถือเป็นประทานบัตรตาม พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2560 ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขณะที่อีกฉบับ คือ หนังสือขอเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่จากกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีอายุไม่เกิน 10 ปี ซึ่งบริษัทฯ ได้รับอนุญาตตั้งแต่ปี 2544-2554 บริษัทฯ จึงได้ขอต่ออายุหนังสือดังกล่าวต่อกรมป่าไม้ ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ทั้งนี้ที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขในการขออนุญาตอย่างถูกต้องครบถ้วน และได้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมภายหลังการทำเหมืองแร่ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้ว และพื้นที่ดังกล่าวมีศักยภาพและปริมาณสำรองที่สามารถทำเหมืองได้ ดังนั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงมีความเห็นให้บริษัทฯ ได้รับการพิจารณาผ่อนผันให้เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ซึ่งเอสซีจีมีเจตนารมณ์สูงสุดในการทำเหมืองที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม และรับผิดชอบต่อสังคม รวมทั้งยังได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่กำหนดอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการเหมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การออกแบบเหมือง ที่สามารถป้องกันและลดผลกระทบต่อชุมชนทั้งด้านฝุ่นและเสียง และยังฟื้นฟูพื้นที่ให้ยังคงทัศนียภาพของภูเขาเดิม ควบคู่กับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ส่งผลให้เกิดความสมบูรณ์ของพันธุ์ไม้และสัตว์ป่า และส่งเสริมชุมชนให้พัฒนาอย่างยั่งยืน ทำให้ได้รับการยอมรับในระดับสากล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31053</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนะ ภูมี, สระบุรี, สิ่งแวดล้อม, เหมืองแร่, เอสซีจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190311/image_big_5c862c13e40fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31052</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอสซีจีแจงต่ออายุทำเหมืองสระบุรีตามกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เอสซีจีแจงกรณี ครม. ผ่อนผันใช้พื้นที่ประทานบัตรทำเหมืองแร่ในสระบุรี ยันทำตามกฎหมายเคร่งครัด เป็นไปตามขั้นตอนปกติเช่นเดียวกับผู้ประกอบการทุกราย ระบุทำเหมืองเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และรับฟังความเห็นชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;11 มี.ค. 2562 - นายชนะ ภูมี รองประธานผู้จัดการธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ เอสซีจี เปิดเผยถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ที่ผ่านมามีมติผ่อนผันให้เอสซีจีเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่จ.สระบุรี เพื่อทำเหมืองแร่หินปูน ว่าบริษัทได้ขออนุญาตตามขั้นตอนและข้อกำหนดของทางราชการอย่างเคร่งครัด เช่นเดียวกับผู้ประกอบการทุกราย โดยทำตามกฎหมายควบคุม 2 ฉบับ คือ ประทานบัตรเหมืองแร่ จากกระทรวงอุตสาหกรรม มีอายุสูงสุด 25 ปี ซึ่งบริษัทฯ ได้รับอนุญาตตั้งแต่ปี 2554 &amp;ndash; 2579 ตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)แร่ พ.ศ.2510 ซึ่งถือเป็นประทานบัตรตาม พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2560 ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขณะที่อีกฉบับ คือ หนังสือขอเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่จากกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีอายุไม่เกิน 10 ปี ซึ่งบริษัทฯ ได้รับอนุญาตตั้งแต่ปี 2544-2554 บริษัทฯ จึงได้ขอต่ออายุหนังสือดังกล่าวต่อกรมป่าไม้ ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ทั้งนี้ที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขในการขออนุญาตอย่างถูกต้องครบถ้วน และได้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมภายหลังการทำเหมืองแร่ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้ว และพื้นที่ดังกล่าวมีศักยภาพและปริมาณสำรองที่สามารถทำเหมืองได้ ดังนั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงมีความเห็นให้บริษัทฯ ได้รับการพิจารณาผ่อนผันให้เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ซึ่งเอสซีจีมีเจตนารมณ์สูงสุดในการทำเหมืองที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม และรับผิดชอบต่อสังคม รวมทั้งยังได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่กำหนดอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการเหมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การออกแบบเหมือง ที่สามารถป้องกันและลดผลกระทบต่อชุมชนทั้งด้านฝุ่นและเสียง และยังฟื้นฟูพื้นที่ให้ยังคงทัศนียภาพของภูเขาเดิม ควบคู่กับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ส่งผลให้เกิดความสมบูรณ์ของพันธุ์ไม้และสัตว์ป่า และส่งเสริมชุมชนให้พัฒนาอย่างยั่งยืน ทำให้ได้รับการยอมรับในระดับสากล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31052</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนะ ภูมี, สระบุรี, สิ่งแวดล้อม, เหมืองแร่, เอสซีจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>เอสซีจีแจงต่ออายุทำเหมืองสระบุรีตามกฎหมาย</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
