<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 13:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 13:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.บี้&#039;บิ๊กตู่&#039;เอาอย่างนายกฯญี่ปุ่น เรตติ้งฮวบไขก๊อกได้แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย. 64 - นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล เปิดเผยผลสำรวจความนิยมทางพรรคการเมืองรายไตรมาสครั้งล่าสุดว่า ความนิยมในตัวพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตกต่ำที่สุดในช่วงที่ผ่านมา เหลือเพียง 17.54% เท่านั้นว่า เท่ากับคนไทยที่ไม่ได้สนับสนุนให้พลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีมากกว่า 82% ซึ่งแตกต่างจากโพลของนิด้าที่เคยมีการจัดทำก่อนการเลือกตั้งในช่วงเดือนกันยายน 2561 ซึ่งในตอนนั้น ความนิยมในตัวพลเอกประยุทธ์ อยู่ที่ 29.66%&amp;nbsp; สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นประสิทธิภาพในการบริหารงานของนายกรัฐมนตรีในช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมาอย่างชัดเจน นอกจากจะไม่พาประเทศไทยก้าวไปข้างหน้า ยังฉุดรั้งให้ตกต่ำลงเรื่อยๆ ประชาชนอดอยากจากภัยโรคระบาด และพิษเศรษฐกิจ ประเทศชาติต้องเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว ต้องเตรียมขยายเพดานกู้เพื่อมาใช้จ่าย คนรุ่นใหม่มองไม่เห็นอนาคตของตัวเอง จนต้องออกมาเรียกร้องและขับไล่รายวัน สุดท้ายไทยกลายเป็นประเทศที่ล้าหลังไปอีก 20-30 ปี อย่างที่ต่างชาติได้เคยประเมินไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อยากให้พลเอกประยุทธ์ ดูนายกรัฐมนตรีโยชิฮิเดะ ซูกะ ของญี่ปุ่นเป็นตัวอย่าง ที่ตัดสินใจก้าวลงจากตำแหน่งภายหลังบริหารมา 1 ปี เพราะมีคะแนนนิยมตกต่ำลงมาน้อยกว่า 30% เพื่อเปิดให้ประเทศได้มีโอกาสคัดสรรหาผู้นำคนใหม่ ที่มีความเหมาะสมมากกว่า ในเวลานี้เป็นจุดต่ำสุดของประเทศคือการที่มีผู้นำที่ชื่อพลเอกประยุทธ์ ที่นอกจากจะบริหารประเทศย่ำแย่ตกต่ำ ทำอะไรไม่ได้แล้วจึงบอกให้ประชาชนช่วยกันสวดมนต์ แต่ถึงท่านจะหันหน้าพึ่งทางธรรม ภาวนาสักแค่ไหน ความนิยมในตัวท่านก็คงไม่ปรับเพิ่มขึ้น ผมขอให้ท่านพิจารณาถอนตัวออกจากบทบาทนี้ยังไม่สาย อย่าอยู่ฉุดรั้งความเจริญของประเทศอีกเลยครับ&amp;rdquo; นายชนินทร์ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117982</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ, นิด้าโพล, บิ๊กตู่, พท., เรตติ้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_61516371f0d3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117261</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2021 12:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 12:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทย เตือนนโยบายขยายเพดานต่างชาติซื้อบ้านในไทย อาจถูกครหาเป็น&#039;รัฐบาลขายชาติ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย.2564 นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงว่า กรณีที่ ครม.มีมติเห็นชอบปรับหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการถือครองที่ดินในไทยและขยายเพดานให้ชาวต่างชาติถือครองห้องชุดในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจาก 49% เป็น 70 - 80% และการปรับหลักเกณฑ์ให้ต่างชาติสามารถเป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในประเทศได้ ในราคาตั้งแต่ 10-15 ล้านบาทขึ้นไป โดยอ้างว่าเพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจนั้น อยากถามว่าสิ่งที่ทำไป แท้จริงแล้วเพื่อต้องการเอื้อบริษัทอสังหาริมทรัพย์ต่างชาติที่มีบ้านค้างสต๊อกขายไม่ออก จากการบริหารเศรษฐกิจที่ล้มเหลวหรือไม่ &amp;nbsp;แล้วคนไทยได้ประโยชน์อย่างไร &amp;nbsp;สิ่งที่ทำยิ่งเป็นการตอกยํ้าความเหลื่อมลํ้าให้คนที่มีเงินเท่านั้นที่จะมีบ้าน &amp;nbsp;ในขณะที่ปัจจุบันยังมีคนไทยไม่มีบ้านอยู่ถึง 5.87 ล้านครัวเรือน &amp;nbsp;รัฐควรเอาเวลาไปคิดหามาตรการให้ช่วยเหลือคนเหล่านี้ หากคิดไม่ออกก็นำเอามาตรการในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาใช้ อย่างโครงการ บ้านหลังแรก &amp;nbsp;ที่คืนภาษีให้ผู้ซื้อบ้าน หรือทางออกอื่นๆ ในการดึงดูดชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทย เช่น การให้สิทธิการเช่า 99 ปี &amp;nbsp;, การผ่อนคลายข้อจำกัดเรื่องวีซ่า ที่รัฐบาลก็ได้ดำเนินการอยู่ &amp;nbsp;จึงอยากให้รัฐบาลคิดใหม่เพราะมาตรการนี้นอกจากจะไม่ช่วยดึงดูดนักลงทุนต่างชาติแล้ว อาจถูกครหาว่าขายชาติขายแผ่นดินเอาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เป็นอีกครั้งที่แนวคิดของรัฐบาลผิดเพี้ยน หาเงินเข้าประเทศไม่เป็น เอาแต่อ้าแขนรอทุนใหญ่ด้วยการยื่นผลประโยชน์แบบต่างตอบแทนให้ กรรมสิทธิ์ในที่ดินให้ไปแล้ว ไม่สามารถเอาคืนกลับมาได้ง่ายๆ &amp;rdquo; นายชนินทร์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117261</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, ขยายเพดานต่างชาติ, ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ, ซื้อบ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f63f6a8a385.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117095</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2021 13:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2021 13:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กเพื่อไทย ถามนายกฯ ลดภาษี &#039;เหล้า-ไวน์&#039; เอื้อใคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ย.64 - นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงที่ประชุม ครม.มีมติลดภาษีนำเข้า 50% &amp;nbsp;สินค้ากลุ่ม ไวน์ สุรา ซิกการ์ &amp;nbsp;เป็นเวลา 5 ปี &amp;nbsp;เพื่อดึงดูดให้เศรษฐีต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยว่า &amp;nbsp;หลักคิดของรัฐบาลกำลังเดินหลงทางอย่างหนัก เพราะนอกจากจะสวนทางกับมาตรการสาธารณสุขของประเทศ ที่รัฐบาลพยายามรณรงค์ให้ประชาชนลดการดื่มสุรา สูบบุหรี่แล้ว การลดภาษีสินค้านำเข้าสินค้ากลุ่มมึนเมาเป็นการทุ่มตลาดสินค้าในประเทศ แบบที่ไม่มีประเทศไหนในโลกทำกัน สินค้าที่ผลิตจากต่างประเทศ จะมีราคาขายถูกลงจนราคาใกล้เคียงกับสินค้าที่ผลิตโดยผู้ประกอบการคนไทย และอาจสร้างผลกระทบซ้ำเติมรังแกผู้ประกอบการรายย่อย ทั้งกลุ่มเอสเอ็มอีที่ผลิตไวน์จากผลไม้ไทย หรือสุราพื้นบ้านที่เป็นภูมิปัญญาของไทย เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชนินทร์ กล่าวว่า ตลอด 7 ปีที่ผ่านมาในการบริหารของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;นับวันยิ่งทำให้ประชาชนตัวเล็กลงไปทุกวัน &amp;nbsp;ประเทศล้าหลังลงคลอง เพราะปกครองด้วยวิธีการทางทหาร &amp;nbsp;เอาแต่ควบคุม แต่ไร้ซึ่งการพัฒนา &amp;nbsp;แทนที่จะทำงานเชิงรุก ศึกษาโอกาสทางธุรกิจ จัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานให้ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมที่ตลาดโลกต้องการ เช่น อุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ไฟฟ้า หรือเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อยที่กำลังจะล้มตาย แต่กลายเป็นว่า ลดภาษีให้ต่างชาติ เอื้อแต่นายทุนใหญ่ในประเทศ ส่วนคนตัวเล็กกำลังจะตายหมดประเทศ รัฐอ้าแขนรับเหล้านอก แต่เหล้าพื้นบ้านไทยกลับไม่เคยส่งเสริมปกป้อง ถ้าคิดได้แค่นี้ &amp;nbsp;ประเทศไทยจะไม่มีทางหาเงินเข้าประเทศได้ด้วยสินค้าไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117095</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f63f6a8a385.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2021 10:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2021 10:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทย หยาม &#039;บิ๊กตู่&#039; เก่งแต่ประกาศคำสั่ง แต่บริหารไม่เป็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ส.ค.64 - นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพบศพนักท่องเที่ยวต่างชาติ ภายใต้โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ว่า หากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ ผอ.ศบค. จัดการกับปัญหานี้ล่าช้า และไม่สามารถกอบกู้ความเชื่อมั่นจากต่างประเทศได้ จึงอยากให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งสอบสวน พร้อมเปิดเผยทุกกระบวนการและความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความชัดเจนให้กับสาธารณชน เนื่องจากคดีนี้ถูกเผยแพร่ข่าวไปทั่วโลก ขณะเดียวกัน ศบค. ทั้งส่วนกลางและระดับจังหวัดควรปรับแนวทางการป้องกันเหตุที่ไม่คาดฝันในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดอื่นที่ไม่ใช่พื้นที่ควบคุมสีแดง ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. นำเอาระบบแอปพลิเคชัน ซึ่งบางจังหวัดมีแอปพลิเคชันส่งเสริมการท่องเที่ยวอยู่แล้ว นำมาใช้ในการติดตามนักท่องเที่ยว และสามารถติดต่อฉุกเฉินได้ทันที เมื่อเกิดเหตุด่วนเหตุร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. มีระบบให้ผู้ให้บริการที่พัก ทำบันทึกการเข้าพักอาศัยของนักท่องเที่ยวทุกรายทุกคืน และแจ้งกำหนดการการท่องเที่ยว เพื่อช่วยสอดส่องเหตุผิดวิสัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เพิ่มการติดตั้งกล้องวงจรปิดให้มากขึ้นและจัดเวรหน่วยลาดตระเวนเพิ่มเติมในพื้นที่เปลี่ยวหรือลับตาคนในยามวิกาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชนินทร์ กล่าวว่า ความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารของพลเอกประยุทธ์ ได้บั่นทอนความหวังและโอกาสในการเปิดประเทศไปจนหมดสิ้น เท่ากับว่าพลเอกประยุทธ์ ทำตัวเองเพราะอาจมีความเป็นไปได้ที่จะไม่สามารถเปิดประเทศได้อย่างที่หวัง มาตรการควบคุมการระบาดเดียวที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ คือการประกาศล็อกดาวน์ไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการทำงานเชิงรุกของภาครัฐ ไม่มีการเร่งตรวจ เร่งแยกผู้ติดเชื้อออกจากครอบครัวและชุมชน ปล่อยให้การระบาดขยายวงไปเรื่อยๆ หากปล่อยให้บริหารต่อไป มีหวังประเทศไทยต้องกลายเป็นพื้นที่สีแดงเข้มล็อกดาวน์ทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พลเอกประยุทธ์ เก่งแต่ประกาศคำสั่ง ตั้งเป้าหมาย แต่ไร้จุดมุ่งหมาย ทำงานไม่ได้ บริหารไม่เป็น การล็อกดาวน์ครั้งนี้เสมือนการขุดหลุมฝังประเทศไทยไปเรื่อยๆ หากไม่เร่งแก้ปัญหา เท่ากับตอกฝาโลงปิดโอกาสการฟื้นตัวการท่องเที่ยวไทยไปอีกนาน&amp;quot; นายชนินทร์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112484</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f63f6a8a385.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110667</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองโฆษก พท. จวกรัฐบาลโยนผอ.สถาบันวัคซีนฯเป็นแพะรับบาปจัดหาวัคซีนล่าช้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.64 - นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายแพทย์นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ออกมาขอโทษประชาชนที่จัดหาวัคซีนล่าช้าว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือหลักฐานของความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการแก้ไขวิกฤตการระบาดของโควิด19 ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นตัวตั้ง และให้บทผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนเป็นแพะรับบาปออกรับหน้าแทน หวังปัดความรับผิดชอบออกจากรัฐบาลที่ไร้ประสิทธิภาพ และลดแรงต้านของสังคมเท่านั้น วันนี้พลเอกประยุทธ์, นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, ที่ปรึกษา และบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ต้องหยุดลอยตัวเหนือปัญหา ต้องออกมารับผิดชอบกับชีวิตและความสูญเสียของพี่น้องประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชนินทร์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ของส.ส. ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.และ ส.ก. พรรคเพื่อไทยตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ได้พบเห็นความยากลำบากอย่างแสนสาหัสของพี่น้องประชาชน พรรคเพื่อไทยใช้ความพยายามในการทุ่มเทสรรพกำลังในการลงพื้นที่ช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ จนมีว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. ติดเชื้อโควิดจากการลงพื้นที่ ในขณะที่คนในรัฐบาลยังสุขสบาย ไม่แยแสความทุกข์ของประชาชน จึงอยากขอให้คนของรัฐบาลที่อ้างว่าตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ลงพื้นที่สัมผัสกับความจริงบ้าง ให้เห็นกับตาว่าประชาชนอยู่กันอย่างไร ทุกข์กันแค่ไหน และต้องเสียชีวิตเพราะใคร จะได้เห็นโลกแห่งความจริงว่าสิ่งที่ประชาชนสะท้อนความเห็นไม่ใช่การใส่ร้ายกลั่นแกล้ง แต่คือความจริงทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การบริหารของพลเอกประยุทธ์ บังคับให้คนเจ๊ง บีบให้คนตาย ไม่เหลือทางให้รอด วันนี้ท่านควรถอยออกไป ไม่ใช่ดันทุรังบอกจะสู้จนกว่าจะชนะ ท่านสู้อยู่กับอะไร เหตุใดประชาชนถึงอดอยากล้มตายจากการต่อสู้ของท่านได้มากมายขนาดนี้ &amp;quot; นายชนินทร์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110667</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดหาวัคซีน, ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ, พรรคเพื่อไทย, สถาบันวัคซีนแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210502/image_big_608e0479284fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 09:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิษโควิดทำช้างไทยตกงาน&#039;เพื่อไทย&#039;วอนรัฐจ่ายเยียวยา 6 เดือนอุดหนุนสินค้าเกษตรช่วยช้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.64 - นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ร่วมด้วยทีมงานนายคุณากร ปรีชาชนะชัย ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อพูดคุยรับเรื่องร้องทุกข์จากพี่น้องคนเลี้ยงช้างที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้มีการปิดสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งทั่วประเทศ&amp;nbsp; ปางช้างไม่สามารถแบกรับภาระค่าเลี้ยงดูช้างและควาญช้างได้&amp;nbsp; โดยพบว่า ที่ อ.ท่าตูม มีช้างตกงานกลับภูมิลำเนามาอย่างน้อยกว่า 300 เชือก และยังมีช้างรวมถึงควาญช้างจากหลายจังหวัดเมืองท่องเที่ยวมาพักอยู่ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ จำนวนมาก&amp;nbsp; จากเดิมที่ช้างและควาญช้างทำงานเป็นคู่กัน มีรายได้เดือนละประมาณ 9,000-15,000 บาทต่อคู่ เมื่อประเทศไทยปิดการท่องเที่ยวเป็นระยะเวลากว่า 1 ปี 6 เดือน ควาญช้างขาดรายได้อย่างหนักและไม่สามารถเปลี่ยนไปทำงานเสริมอย่างอื่นเพราะต้องอยู่กับช้างตลอดทั้งวัน จึงไม่สามารถแบกรับภาระค่าใช้จ่ายด้านอาหารให้กับช้างได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชนินทร์ กล่าวว่า&amp;nbsp; แม้ศูนย์คชสารจะได้งบประมาณอุดหนุนจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่เมื่อมีช้างกลับภูมิลำเนาจำนวนมาก งบประมาณจึงไม่เพียงพอ จึงอยากให้รัฐออกมาตรการช่วยเหลือ ดังนี้
1. จ่ายเงินเยียวยาให้คนเลี้ยงช้างที่ขึ้นทะเบียนกับกรมปศุสัตว์ เดือนละ&amp;nbsp; 5,000 บาท เป็นเวลา 6 เดือน หลังจากขาดรายได้มากกว่า 1 ปี 6 เดือน โดยปัจจุบันมีการขึ้นทะเบียนช้างแบบฝัง micro-chip กับกรมปศุศัตว์ราว 3,700 เชือก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. สร้างกลไกตลาดรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรที่มีมากอยู่ในตลาด เช่น สับปะรด หรือข้าวโพด มาสนับสนุนเป็นอาหารให้แก่ช้างที่ตกงานอยู่ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.หารือร่วมกับหน่วยงานเกษตรท้องที่ ในการจัดหาพื้นที่ของรัฐในระยะใกล้เคียงที่ไม่ได้ใช้งาน นำมาเร่งปลูกหญ้า เพื่อใช้สลับเป็นอาหารช้างสนับสนุน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.เพิ่มงบประมาณส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ช้าง &amp;ldquo;กินอยู่กับช้าง&amp;rdquo; ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ดึงคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมของคนเลี้ยงช้างมาถ่ายทอด เพื่อต่อยอดการสร้างงานให้ควาญช้างและช้างตกงานที่กลับมาบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โควิด-19 เป็นปัญหาใหญ่ที่สร้างผลกระทบทุกหย่อมหญ้า การช่วยเหลือเยียวยาต้องเข้าถึงครอบคลุมทุกกลุ่มและต้องทันการณ์ หากปล่อยให้สถานการณ์บานปลายนอกจากพรากชีวิตคน ช้างไทยที่เป็นมรดกของชาติ และสัตว์คู่บ้านคู่เมือง อาจล้มหายตายจากไปด้วย&amp;rdquo; นายชนินทร์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109909</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแพร่ระบาดโควิด 19, คนเลี้ยงช้าง, ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ, ช้างไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210502/image_big_608e0479284fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109313</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039;ถามเงินกู้อยู่ไหนทำไมทิ้งโรงพยาบาลเปิดรับบริจาคแก้ปัญหากันเอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค. 2564 &amp;nbsp;นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่โรงพยาบาลจำนวนมากทั้งในกรุงเทพมหานครและหลายจังหวัด เปิดรับบริจาคเงินจากประชาชนนำไปสร้างโรงพยาบาลสนามและจัดหาอุปกรณ์การแพทย์ว่า ตามรัฐธรรมนูญ ปี 2560 รัฐบาลมีหน้าที่บริการสาธารณสุขให้แก่ประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เหตุใดรัฐบาลจึงไม่สนับสนุนเงินให้แก่โรงพยาบาลต่างๆอย่างทันท่วงที ยิ่งในสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่เข้าขั้นวิกฤตในตอนนี้ เหตุใดจึงผลักภาระให้โรงพยาบาลดิ้นรนแก้ปัญหากันเอง ทั้งที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลเคยออก พ.ร.ก. กู้เงิน 5แสนล้านบาทไว้ โดยแจกแจงว่าจะใช้ในการแก้ปัญหาการระบาดของโควิด-19 ในวงเงิน 30,000 ล้านบาท เงินกู้ในส่วนนี้ถูกใช้ไปแล้วแค่ไหนและอย่างไร เงินในส่วนนี้ควรนำมาเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยและตรวจหาโรคให้ทั่วถึงและทันการณ์ มิใช่นิ่งเฉยปล่อยให้ผู้สงสัยว่าจะติดเชื้อเผชิญชะตากรรมลำบาก และเสี่ยงต่อชีวิตอย่างทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชนินทร์กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่เคยให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อม เพิ่มศักยภาพระบบสาธารณสุข และการป้องกันโรคให้แก่ประชาชนมากพอ สังเกตได้จากการออกกฎหมายพิเศษกู้เงินเพื่อรับมือกับโควิด 2 ครั้งรวม 1.5 ล้านล้านบาท มีการแบ่งไว้ใช้กับการแพทย์และสาธารณสุขเพียง 75,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพียง 5% ของเงินกู้ทั้งหมดเท่านั้น ที่เหลือส่วนใหญ่เป็นการใช้เพื่อเยียวยา แต่ก็ยังล่าช้า ไม่เพียงพอ ไม่ทันการณ์ แก้ไขปัญหาประชาชนไม่ตรงจุด และเป็นไปเพื่อสร้างความนิยมให้กับตัวเอง ไม่สามารถชดเชยหรือช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบหนักได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จิตใจพลเอกประยุทธ์ทำด้วยอะไร ถึงหวังสร้างคะแนนนิยมบนความลำบากของประชาชน เงินกู้ที่ได้มาควรเร่งใช้เสริมศักยภาพระบบสาธารณสุขเพื่อควบคุมโรคให้ได้ เพื่อลดความเดือดร้อนให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายชนินทร์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109313</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ, สนับสนุนเงินให้แก่โรงพยาบาล, เงินกู้ไปไหน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210704/image_big_60e13ab2c8c6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
